โชคชะตาพาปลายฟ้าผู้หวาดกลัวเรื่องบนเตียงให้มารับงานเขียนนิยายอิโรติกตามใบสั่งของแฟนเก่า แต่ฟ้าก็ใจดีส่งชายหนุ่มผู้มากประสบการณ์เซกส์มาให้ โดยที่ดันลืมเตือนว่าเขาเป็นผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมคนรักตัวเอง

พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า - บทที่ 57 โทษขั้นสุดของพระเอกนิยาย โดย ณ มหรรณพ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ดราม่า,ชาย-หญิง,ไทย,รัก,ผู้ใหญ่,อิโรติก,สืบสวน ,ดราม่า,โรมานซ์,โรมานซ์สืบสวน,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

ดราม่า,ชาย-หญิง,ไทย,รัก,ผู้ใหญ่

แท็คที่เกี่ยวข้อง

อิโรติก,สืบสวน ,ดราม่า,โรมานซ์,โรมานซ์สืบสวน

รายละเอียด

พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า โดย ณ มหรรณพ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

โชคชะตาพาปลายฟ้าผู้หวาดกลัวเรื่องบนเตียงให้มารับงานเขียนนิยายอิโรติกตามใบสั่งของแฟนเก่า แต่ฟ้าก็ใจดีส่งชายหนุ่มผู้มากประสบการณ์เซกส์มาให้ โดยที่ดันลืมเตือนว่าเขาเป็นผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมคนรักตัวเอง

ผู้แต่ง

ณ มหรรณพ

เรื่องย่อ

เมื่อนิตยสารสารคดีที่ ปลายฟ้า เป็นนักเขียนประจำปิดตัว ทำให้ปลายผ้าต้องหันเหจากการเขียนแนววิชาการ ไปต้องเลี่ยนแนวไปเป็นนักเขียนนิยาย เพื่อหาเงินเลี้ยงดู แม่และน้องสาว โดยเฉพาะแม่ของเธอต้องรับการผ่าตัดตาในสิ้นปี ปลายฟ้าจึงเขียนนิยายรัก แล้วนำไปให้ กรินทร์ คนรักเก่าที่เป็นซีอีโอของสำหนักพิมพ์อักษรารัญจวนช่วยพิจารณา แต่กรินทร์ไม่ให้ผ่านเพราะแนวเรื่องไม่ตรงกันแนวของอักษรารัญจวนที่เน้นขายแนวนิยายอิโรติก

 แต่เพราะกรินทร์ยังมีใจให้ปลายฟ้า ด้วยความรักที่หลงเหลือ จึงให้ปลายฟ้าเขียนนิยายอิโรติกโดยที่มีเขาเป็นพระเอก และเธอเป็นนางเอก แลกกับเงินค่าจ้างที่เขาจะจ่ายให้เธอเป็นรายเดือนแต่ปลายฟ้ามีปมกับเรื่องเซกส์เพราะเคยถูก เปลว พ่อเลี้ยงล่วงละเมิดในวัยเด็กและมักมีอาการทางประสาทกำเริบหากถูกกระตุ้น ทว่าด้วยเงินที่กรินทร์เสนอให้ จึงทำให้ปลายฟ้าตอบรับงาน แต่เพราะกลัวว่าจะเขียนให้ถึงตอนจบไม่ได้ ปลายฟ้าจึงตั้งใจหางานเสริม และเธอก็ได้งานแม่บ้านรีสอร์ตที่มีชื่อว่า Beyond The Horizon โดยบังเอิญจากแม่บ้านคนเก่าที่ลาออกกระทันหัน

ที่รีสอร์ตนี้ ปลายฟ้าต้องทำงานเป็นแม่บ้านประจำโซนวิลล่าการ์เด้น โดยมี แหวว หัวหน้าแม่บ้านเป็นคนคุมงาน เธอมีหน้าที่ดูแลทำความสะอาดและอำนวยความสะดวกให้แขกประจำโซน ซึ่งหนึ่งในแขกที่เธอต้องดูและคือ เข้ เจ้าของห้องหมายเลข 222 ที่เขาแอบเลี้ยงแมวโดยมีแค่เธอและเขาเท่านั้นที่รู้ นอกจากแหววแล้ว ปลายฟ้าได้เจอ ชิด บาร์เทนเดอร์ที่คอยสอนงานในห้องอาหารให้เธอ 

ด้วยงานแม่บ้านนี้เองที่ปลายฟ้าจะยึดไว้เป็นอาชีพเสริมจนกว่าเธอจะเขียนนิยายอิโรติกให้กรินทร์จบ แต่มีเหตุเกิดขึ้นกับปลายฟ้าคือเธอเหยียบหางแมวที่คุณเข้เลี้ยงไว้ที่ริมสระน้ำ จนทำให้เธอตกสระ แต่เข้ก็ช่วยเธอไว้ได้ทัน ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้เข้รู้ว่าเธอต้องรับงานเขียนนิยายอิโรติกให้กรินทร์ แต่เธอไม่มีประสบการณ์เรื่องบนเตียง(แบบคู่รัก) เข้เลยเสนอว่าถ้าปลายฟ้ามาเป็นเพื่อนคุยให้เขา เขาจะเล่าประสบการณ์บนเตียงให้ฟัง ข้อตกลงแรกระหว่างปลายฟ้าและเข้จึงเริ่มขึ้น

แต่ปลายฟ้าไม่คาดคิดเลยว่าเธอจะกลายเป็นผู้เล่นคนหนึ่งในเกมล่าหาคำตอบของปริศนาฆาตกรรมในรีสอร์ทแห่งนี้

สารบัญ

พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทนำ ต้องคำสาบ,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๑ นักเขียนตามใบสั่ง,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๒ Beyond The Horizon 1/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๒ Beyond The Horizon 2/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๓ แม่บ้านคนใหม่ 1/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๓ แม่บ้านคนใหม่ 2/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๓ แม่บ้านคนใหม่ 3/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๔ ดีลที่หนึ่ง 1/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๔ ดีลที่หนึ่ง 2/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๔ ดีลที่หนึ่ง 3/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๕ Rum and Vanilla 1/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 5 Rum and Vanilla 2/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 6 Rum and Vanilla 3/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 6 คุณหนังเหนียว แต่กรามผมแข็งแรง 1/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 6 คุณหนังเหนียว แต่กรามผมแข็งแรง 2/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๖ คุณหนังเหนียว แต่กรามผมแข็งแรง 3/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๗ It's just not a glass of milk 1/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๗ It's just not a glass of milk 2/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๘ Second life 1/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บททึ่ 8 Second life 2/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๘ Second life 3/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๙ Second deal 1/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๙ Second deal 2/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๑๐ Amaretto Vanilla 1/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๑๐ Amaretto Vanilla 2/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๑๑ Amaretto Vanilla 3/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 12 ปริศนาชิ้นใหม่ 1/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 12 ปริศนาชิ้นใหม่ 2/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๑๒ ปริศนาชิ้นใหม่ 3/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๑๓ ล่อเหยื่อ 1/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๑๓ ล่อเหยื่อ 2/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๑๔ ความจริงอีกด้าน 1/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 14 ความจริงอีกด้าน 2/2 ,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๑๕ Brave Lady 1/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๑๕ Brave Lady 2/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๑๖ ทางเลือกที่แสนปวดใจ 1/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๑๖ ทางเลือกที่แสนปวดใจ 2/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 17 ทางเดินสู่หายนะ 1/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๑๗ ทางเดินสู่หายนะ 2/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 18 ความลับหลังหมึกดำ,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 19 เหยื่อความไว้ใจ,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 20 คนของผม,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 21 นักแสดงสาวเจ้าบทบาท กับชายหนุ่มผู้สวมหน้ากาก 1/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 21 นักแสดงสาวเจ้าบทบาท กับชายหนุ่มผู้สวมหน้ากาก 2/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 22 หลอมรวม 1/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 22 หลอมรวม 2/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 23 คนที่อันตรายที่สุดในเกม,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๒๒ หายใจไปพร้อมกัน 1/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๒๒ หายใจไปพร้อมกัน 2/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๒๒ ผู้หญิงที่ไม่ควรรัก กับความจริงที่ตายไปพร้อมพยาน,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๒๒ แผลสุดท้ายเลือนหายไปจากใจ 3/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๒๓ คนที่อันตรายที่สุดในเกม,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๒๔ หายใจไปพร้อมกัน 1/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๒๔ หายใจไปพร้อมกัน 2/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บททีี่ ๒๕ ผู้หญิงที่ไม่ควรรัก กับความจริงที่ตายพร้อมพยาน,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 26 ก่อวินาศกรรม,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 27 ชุมทางรถไฟ 2/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 28 ความจริงที่ถูกซ่อน 1/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 28 ความจริงที่ถูกซ่อน 2/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 29 แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 27 ชุมทางรถไฟ 1/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 30 เส้นขนาน,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 31 เม็ดทราย 1/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 31 เม็ดทราย 2/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 33 ตำตา 1/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 32 บททดสอบ,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 33 ตำตา 2/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 34 หมากตัวล่อ,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 35 เผยไต๋หมากตัวสุดท้าย,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 36 เกมเปิดโปงขบวนการแทงข้างหลัง,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 38 ล้มกระดาน 1/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 38 ล้มกระดาน 2/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 37 เผยหน้ากาก,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 37 ล้มกระดาน 2/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 39 แผลเก่า แผลใหม่ 1/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 39 แผลเก่า แผลใหม่ 2/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 40 ธงแดง ธงเขียว,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 41 ข้อเท็จจริงจากพยานวัตถุ กับคำให้การแทนตัวละครในนิยาย 2/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 42 คำตอบใต้แสงไฟ อันตรายใต้เงามืด 1/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 41 ข้อเท็จจริงจากพยานวัตถุ กับคำให้การแทนตัวละครในนิยาย 1/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 42 คำตอบใต้แสงไฟ อันตรายใต้เงามืด 2/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 43 คำให้การจากอดีต 1/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 43 คำให้การจากอดีต 2/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 44 เหตุผลบางอย่าง,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 45 ผู้กำกับหลังกล้อง,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 46 พยานที่รู้มากไป,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 47 ผู้เล่นนอกสนาม,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 48 ปลดตรวน,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 49 คู่ควร,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 50 เหยื่อคนสุดท้าย และทางเลือกที่ไม่ท้ายสุด,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 51 ชำระความแค้น,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 52 หลุมพรางกับภารกิจสุดท้ายของขบวนการ,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 53 คำพิพากษาสุดท้าย,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 54 บ้าน,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 55 เหล้าแก้วหนึ่ง,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 56 ความรู้สึกของพระรอง,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 57 โทษขั้นสุดของพระเอกนิยาย,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 58 พยานปากสุดท้ายที่ไม่ได้ขึ้นศาล

เนื้อหา

บทที่ 57 โทษขั้นสุดของพระเอกนิยาย

ปลายฟ้าไปถึงห้องอาหารตามเวลานัด ทีมงานของบริษัททำสารคดีมาถึงก่อนหน้าแล้ว แต่ปลายฟ้ามองไม่เห็นกรินทร์กับองุ่น เรื่องนิสัยการนอน เธอไม่รู้ว่าองุ่นเป็นอย่างไร แต่กรินทร์ที่เป็นผู้ใหญ่กว่า น่าจะถึงแล้วมิใช่หรือ ถึงแม้เมื่อคืนเขาดื่มหนักพอดูก็ตามที

“เธอรับอะไรเป็นอาหารเช้า” คำถามเสียงขรึมเป็นของเชฟหนุ่มที่เดินเข้ามากอดอกมองเธอ

“อะไรก็ได้ค่ะ”

“ขี้เกียจคิดให้ ขอทำอย่างเดียว”

“เอ่อ...ไข่กวนกับนมแอลมอนด์...ได้ไหมคะ” ปลายฟ้าจำได้ว่ามันอร่อยมากทีเดียว แล้วก็เธอนึกอะไรไม่ออกแล้วนอกจากสิ่งที่เคยกินที่นี่

“รอเดี๋ยว” ลียงรับออเดอร์แล้วก็จะเดินกลับเข้าครัว

“คุณลียงคะ...จะเป็นอะไรไหม ถ้าคุณสอนฉันทำ”

อีกฝ่ายเลิกคิ้วมองก่อนแค่นยิ้ม “ถึงจะไม่ได้ยากเท่าเครมบลูเร แต่การจะทำให้ไข่สุกพอดีเนื้อไม่แห้งก็ไม่ง่าย อีกอย่าง...”

“ฉันอยากลองค่ะ”

ลียงระบายลมหายใจ แล้วหมุนตัวเดินเข้าไปในครัว “รู้ใช่ไหมว่า ถ้าออกไม่ดี เธอก็จะกินสิ่งที่เธอทำเองกับมือ”

ถึงจะไม่ใช้การตอบรับที่ชัดเจน แต่ปลายฟ้าก็คลี่ยิ้มแล้วเดินตามเชฟหนุ่มเข้าไป ในช่วงแรก เธอคิดว่าลียงเป็นคนปากร้าย แต่เมื่อได้รู้จักกันมากขึ้น ปลายฟ้าก็รู้ว่านั่นเป็นส่วนหนึ่งของนิสัยคนที่พูดตรงกับใจ ลียงถือเป็นคนซื่อสัตย์ต่อความคิดของตนมากที่สุดเท่าที่ปลายฟ้าเคยเจอ

การสอนของเชฟหนุ่มเริ่มทันทีโดยไม่มีอารัมภบท เขาไล่เลียงเครื่องปรุงอย่างรวดเร็วจนเธอไม่มีเวลาจด แต่จากการทำงานที่นี่ในอดีต ก็พอทำให้ปลายฟ้ารู้ว่าเครื่องปรุงและส่วนผสมต่าง ๆ อยู่ตรงไหน จากนั้นก็เริ่มบทเรียน แบบดุไปสอนไป ในขณะที่เธอทำส่วนของเธอ ลียงก็ทำส่วนของเขา นั่นอาจเป็นความใจดีอย่างหนึ่งก็เป็นได้ เพราะเธอสามารถเหลือบมองระดับความสุกของไข่ในกระทะของเขาไปด้วย

ทุกอย่างเหมือนจะไปได้ดี กระทั่งถึงตอนจบที่ต้องขยับข้อมือพลิกม้วนไข่ให้เป็นทรงรี ปลายฟ้าก็ทำไข่เละเทะไม่มีชิ้นดี แล้วในตอนที่เธอพยายามเคาะข้อมือตามเทคนิคของเขา ไม่รู้ว่าเธอทำพลาดตรงไหน ไข่กวนที่ควรจะเละในกระทะกลับหล่นไปเละตุ้มเป๊ะบนพื้นครัวระหว่างเธอและลียง

“ให้ตายสิ นี่ขนาดบอกว่าไม่ยากเท่าเครมบลูเร เธอก็ทำเละได้ขนาดนี้”

“ขอโทษค่ะ...”

“ไม่ต้องมาขอโทษ ไปหยิบแอลมอนด์ที่แช่แล้วมาลอกเปลือก!”

“รับทราบค่ะ!” ปลายฟ้ารีบหันหลังขวับเพื่อทำตามคำสั่ง แต่ชายหนุ่มที่ยืนเอาสองมือล้วงกระเป๋ามองตากทางเข้าครัวทำให้เธอถึงกับกลั้นหายใจ

“ไม่ยักรู้ว่ามึงได้ผู้ช่วยคนใหม่แล้ว” ร่างสูงค่อย ๆ ก้าวขาเข้ามา สบตาเธอเพียงชั่วแวบแล้วหันไปทางอีกคนที่โต้กลับด้วยเสียงขุ่นว่า

“ช่วยป่วนนะสิ! เห็นความวินาศตรงนั้นไหม!” แล้วชี้ไปที่ไข่ที่กองบนพื้น 

“ฉัน...ฉันอยากลองทำ...ไข่กวนกับนมแอลมอนด์...ค่ะ”

“อยากลองทำ?”

จู่ ๆ ปลายฟ้าก็หน้าแดงซ่าน แล้วรีบหลุบตาต่ำเลี่ยงการสบสายตา ภาวนาในใจขออย่าให้เขาถามถึงเหตุผล แล้วเทพยดาก็คงได้ยินคำขอของเธอ เขาจึงเปลี่ยนประเด็น

“จริง ๆ แล้ว เรามีกฎว่าผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องห้ามเข้าส่วนที่เป็นพื้นที่ของรีสอร์ต”

“ฉัน...ฉันจะออกไปเดี๋ยวนี้ค่ะ” ได้โอกาสชิ่งแล้ว

“ไม่ต้อง!” เสียงปรามทำให้ปลายฟ้าเบรกขาทันที

“มารับผิดชอบตามที่พูดไว้ให้จบ”

“คะ...คุณจะให้ฉันกินไข่บนพื้น?!?”

“ฉันไม่ได้เป็นไอ้บ้าชอบใช้อำนาจขนาดนั้น” ลียงถลึงตาใส่ “กลับมาลอกเปลือกแอลมอนด์ อย่างน้อยฉันต้องได้สอนเธอทำนมแอลมอนด์”

ถ้าจะมีใครที่คานอำนาจเขตต์ได้ตอนนี้ ก็คงเป็นลียง และถ้าให้ปลายฟ้าเลือกทำตามคำสั่งใครตอนนี้ ก็ยังเป็นลียง ก็ในเมื่อเธอลั่นวาจาไปแล้ว ก็ต้องรับผิดชอบให้ถึงที่สุด นักเขียนสาวจึงต้องกลับหลังหันอีกครั้ง

“กูสอนเอง”

“หืม...” ลียงเอี้ยวตัวหันมองไปทางคนที่อยู่ด้านหลังเธอ

“กูสอนเอง” เขตต์ย้ำอีกครั้ง

คิ้วสีอ่อนของลียงเลิกขึ้น แต่แล้วก็พ่นลมหายใจ แล้วหันไปตะโกนสั่งงานคนในครัวที่ยืนมองเหมือนลุ้นว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้

“หั่นผักเล็กขนาดนั้นได้ยังไง สลัดนะเว้ย ไม่ใช่ยำ! แล้วนี่อาหารเช้าหมดถาดหรือยัง ออกไปเช็กสิฉันทุกคนเดี๋ยวนี้!”

เสียงโวยวายดังเงียบหายไปเมื่อเชฟหนุ่มคล้อยหลังไป ทั้งครัวก็ตกอยู่ในความเงียบ แต่จะดีกว่าถ้าจะมีเสียงเคาะตะหลิวเหลืออยู่บ้าง เพราะปลายฟ้าไม่แน่ใจว่าชายหนุ่มที่ยืนตรงหน้าจะได้ยินเสียงหัวใจเต้นของเธอหรือเปล่า

“ลอกเปลือกแอลมอนด์”

“คะ? อ้อ...ค่ะ” ปลายฟ้ารีบหยิบอ่างอะลูมิเนียมที่มีแอลมอนด์เตรียมแช่ข้ามคืนไว้แล้วมาจัดการลอกเปลือกออก ในทีแรกก็ทุลักทุเล และมีเศษเปลือกติดอยู่ แต่เขาก็เอาไปลอกต่อจนสะอาด

“จริง ๆ ขั้นตอนนี้ไม่จำเป็นต้องทำ แต่ถ้าลอกเปลือกออก เราจะได้นมที่ขาวสะอาด” เขาอธิบายข้างเธอ แล้วเอาแอลมอนด์ที่ลอกเปลือกแล้วใส่ลงในเครื่องปั่น “ปั่นแล้วกรองด้วยผ้าขาวบางสองรอบ เนื้อจะเนียนมากขึ้น”

“แล้วต้องเติมรสอะไรเพิ่มไหมคะ”

“ไม่ต้อง ถ้าคุณอยากได้รสธรรมชาติของมัน” เขาช่วยเธอคั้นรอบที่สอง

“ถ้าอยากได้รสชาติเหมือนที่...คุณให้ฉันลองกินครั้งนั้นละคะ...”

มือหนาที่กำลังคั้นน้ำนมหยุดชะงัก “ครั้งนั้น...คุณกินพร้อมไข่กวน”

“จริงสิ...” เธอยิ้มแห้ง ไข่กวนของเธอมันเละจนไม่ต้องกวนเพิ่ม

“พี่ปลาย มาอยู่ในนี้เอง เริ่มงานกันเถอะค่ะ” เสียงสดใสดังมาจากทางเข้าครัว เป็นองุ่นนั่นเอง และผู้ชายตัวสูงที่ยืนข้างกันคือกรินทร์

“ไปเถอะ ที่เหลือผมจัดการเอง น่าจะได้สามแก้ว ผมจะเอาไปเสิร์ฟให้”

ปลายฟ้าลังเลในทีแรก แต่เธอก็ต้องทำภารกิจหลักก่อนอื่นใด ตารางวันนี้คือการอธิบายเกี่ยวกับพยานวัตถุ และผู้ที่เกี่ยวข้องในเหตุการณ์ แน่นอนว่าชายหนุ่มผู้ก่อตั้งรีสอร์ตคือคนสำคัญ เขานั่งอยู่กลางวงล้อมของทีมงาน บอกเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ได้อย่างเป็นธรรมชาติไม่ติดขัด จะมีบางจังหวะเท่านั้นที่ปลายฟ้าสังเกตว่าเขาเว้นวรรคคำพูดไปชั่วขณะ โดยเฉพาะช่วงที่เอ่ยถึงการสูญเสียน้ำตาล และบทสนทนาครั้งสุดท้ายระหว่างเขากับแพรวพลอย

“พอจบมหาวิทยาลัย ก็เดินทางไปเรียนต่อด้านการบริหารโรงแรมที่นิวยอร์ก แล้วกลับมาเพื่อสร้าง Beyond The Horizon ที่ประเทศไทยโดยมีโครงการ Beyond The Horizon นิวยอร์กที่มีนักลงทุนจ่อร่วมลงเงิน ด้วยวัย 34 ปี หล่อเหลาหุ่นดีอย่างกับนักกีฬาว่ายน้ำแบบนั้น องุ่นว่าอีกไม่นาน ต้องกลายเป็นหนุ่มสุดฮอตของสังคมแน่ ๆ” องุ่นบอกพลางดื่มนมแอลมอนด์ที่อุ่นได้ที่ อีกมือก็ตักไข่กวนรอเข้าปาก

เขาเตรียมอาหารเช้าให้พวกเธอ และเผื่อแผ่ไปถึงกรินทร์ที่ทำท่ากินอย่างเสียไม่ได้ แต่หันไปอีกทีก็หมดจาน

“แต่คนหล่อ เขาว่าอาภัพรัก” องุ่นพูดต่อ

“งั้นพี่ก็อาภัพรักเหมือนกันน่ะสิ” กรินทร์แทรกบทสนทนาขณะยกแก้วนมขึ้นจิบ

“โอ๊ยตายแล้ว องุ่นกะว่าจบงานนี้จะเข้ามาขอถ่ายทำไปรีวิวรีสอร์ตสำหรับคู่รัก พอคิดดูดี ๆ ที่นี่ก็จัดงานแต่งงานที่เหมือนเลี้ยงอำลาให้คุณวาดฟ้าไป แล้วเจ้าของรีสอร์ตก็มีประวัติแยกจากคนรักเก่าถึงสองคน”

“พี่ก็มีประวัติแยกทางกับคนรักนะ” ชายหนุ่มคนเดียวในวงสนทนาบอกข้อมูล

“ยิ่งเอาคดีที่นี่มาสร้างเป็นสารคดีอิงเรื่องจริงอีก เฮ้อ...”

“อาจเป็นจุดขายของคู่รักที่อยากแยกทางก็ได้นะ”

“โอ๊ย พี่รินทร์ คิดได้เนาะ ใครจะยอมเสียตังค์เพื่อพาแฟนมาเลิกกันที่นี่”

“ไม่รู้สิ” กรินทร์เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ “เหมือนภูกระดึงไง วัดใจกันว่าจะอยู่ด้วยกันไปตลอดจนถึงยอดหรือเปล่า”

“แล้วที่นี่ก็คือจะพักด้วยกันจนจบทริปหรือเปล่าน่ะหรือ ทำไมองุ่นรู้สึกขนลุกคล้าย ๆ กับฟังเรื่องเล่าสยองขวัญ”

ไม่ใช่แค่องุ่นหรอก เธอเองก็รู้สึกเหมือนกัน แต่ไม่ได้หมายความว่าเธอจะยอมให้ใครต่อใครเห็นรีสอร์ตแห่งนี้เป็นที่พลัดพรากจากความรักหรอกนะ สำหรับปลายฟ้า ความรักไม่ได้จำกัดเฉพาะต้องใช้ชีวิตอยู่ร่วมชายคาเดียวกัน ขอแค่ได้เห็นหน้า และได้รู้ว่ายังมีคนคนนั้นอยู่บนโลกใบเดียวกันก็พอ

“Amaretto Lemonade กับเครมบลูเรครับ”

จู่ ๆ ชิดก็วางเครื่องดื่มและขนมที่ถูกเอ่ยชื่อบนโต๊ะอาหาร ทุกคนจึงมองหน้ากันไปมาด้วยความประหลาดใจ ในฐานะที่คุ้นเคยกับบาร์เทนเดอร์หนุ่มผู้นี้ ปลายฟ้าจึงต้องถามให้หายสงสัย

“พวกเราไม่ได้สั่งนะคะ พี่ชิด”

“มีคนบอกให้พี่เอามาเสิร์ฟน่ะ”

ปลายฟ้าเอียงคอมอง แต่ความสงสัยไม่ได้หยุดแค่นั้น เพราะเครื่องดื่มและขนมที่วางบนโต๊ะ มีเพียงแค่สองที่เท่านั้น

“อ้อ ของปลายเป็นเฟรนช์คอนเนคชัน”

ปลายฟ้าหันไปทางชายหนุ่มผู้ก่อตั้งรีสอร์ต แต่เขายังจดจ่ออยู่กับการให้สัมภาษณ์บนโต๊ะอาหารห่างออกไป เธอจึงหันมาเพ่งมองบาร์เทนเดอร์ร่างสูงนิ่ง แต่ก็ไม่ได้คำตอบอะไรเพิ่ม แถมยังยืนอยู่กับที่กลืนน้ำลายหลายอึกโดยไม่คิดจะกลับไปเอาเครื่องดื่มที่ว่ามาเสิร์ฟให้

ปลายฟ้าลุกออกจากห้องอาหาร มุ่งหน้ากลับไปยังห้องพักหมายเลข 222 ทว่าเมื่อเปิดประตูเข้าไป ถ้าไม่นับเบอร์เบินที่กำลังยืดเหยียดตัวบนโซฟา เธอก็ไม่เห็นอะไรผิดแปลกไปจากเมื่อเช้า นอกจากกระดาษเขียนข้อความที่ติดไว้บนตู้เย็นหายไป

ในตอนนั้น เสียงโทรศัพท์ของห้องก็ดังขึ้นเสีย ไม่มีทางเป็นกรินทร์ และองุ่นเพราะทั้งสองคนรู้เบอร์โทรศัพท์ของเธอ ส่วนคนที่เคยโทร. เข้าเบอร์โทรศัพท์อย่างลียง ก็คงไม่ใช้เพราะไม่มีเหตุผลอะไรที่เขาจะโทร. มานอกจากเธอเผลอสร้างความเสียหายโดยไม่รู้ตัว แต่เท่าที่นึกดูแล้วยังไม่มี ความเป็นไปได้หนึ่งเดียวคือพนักงานฟรอนท์

“สวัสดีค่ะ ห้อง 222 ค่ะ”

“...”

ปลายฟ้าได้ยินเสียงลมหายใจ แต่ไม่มีเสียงพูดใดหลุดออกมา

“วางนะคะ”

“เดี๋ยวสิ”

นักเขียนระบายลมหายใจเพื่อเสียงคุ้นเคยนั้นเป็นใครไม่ได้อีก แต่ก็แปลกอยู่ดี “มีอะไรหรือคะ หรือว่าอยากให้ฉันหยิบของอะไรในห้องเอาไปให้ที่ห้องอาหาร... แต่เดี๋ยวก่อน คุณวางแผนกับพี่ชิดหลอกให้ฉันกลับห้องใช่ไหม”

“ไม่ได้หลอก มีเฟรนช์คอนเนคชันจริง ๆ แล้วมันอยู่ในตู้เย็นแล้ว”

“คุณทำแบบนี้ทำไมคะ”

“...ผมแค่อยากคุยกับคุณแบบ...ส่วนตัว”

เขาทำตัวแปลกขึ้นทุกวัน “ส่วนตัวแบบ...ผ่านทางโทรศัพท์?”

“ก็...อาจจะเป็นแบบนั้น”

อาจจะเป็นแบบนั้นอย่างนั้นหรือ ปลายฟ้าถอนหายใจพลางมองเบอร์เบินกระโดดลงจากโซฟา แล้ววิ่งไปที่นั่งแหงนหน้ามองประตู

“แล้วคุณต้องการคุยเรื่องอะไรคะผ่านโทรศัพท์หรือคะ”

“เรื่องที่ผม...ไม่อยากให้คุณปฏิเสธผม”

“ฉันขอปฏิเสธค่ะ”

“ผมยังไม่ได้พูดเลย”

“ฉันปฏิเสธที่จะคุยเรื่องสำคัญขนาดนั้นผ่านโทรศัพท์ต่างหากละคะ แล้วฉันต้องการพูดคุยต่อหน้าโดยมีพยานของฉันอยู่ร่วมด้วย”

“วีรชัยติดว่าความ คงมาให้ทันทีไม่ได้”

“พยานของฉันคือเบอร์เบิน”

“...คุณกำลังล้อผมเล่นใช่ไหม”

“วางนะคะ”

ติ๊ด!

เสียงแตะคีย์การ์ดตามด้วยประตูที่เปิดอ้าทำให้ปลายฟ้ายกยิ้มที่มุมปาก ส่วนเข้าเบอร์เบิน พยานของเธอที่รอท่าอยู่นานก็กระโดดเข้าหาอ้อมกอดของชายหนุ่ม

“เชิญนั่งค่ะ” ปลายฟ้าวางหูโทรศัพท์แล้วผายมือไปทางโซฟา ในตอนแรกเขาทำตาโตใส่เธอ แต่ก็ยอมพาตัวเองพร้อมเบอร์เบินไปนั่งบนโซฟา

“ตอนคุณแช่เฟรนช์คอนเนคชั่น คงเห็นของที่อยู่ด้านในแล้วใช่ไหมคะ”

เขาพยักหน้า “เห็น”

“งั้นรอแป๊บนะ ฉันจะอุ่นให้กิน”

“ไม่เป็นไร ผมไม่หิว”

“แต่ฉันอยากให้คุณลอง”

“อ่ะ...โอเค”

ปลายฟ้าลอบยิ้มในใจเมื่อเห็นความตื่นตระหนกเล็ก ๆ ในดวงตาสีนิลคู่นั้น เธอจัดการลุล่วงคำขอของแม่ อุ่นขนมจีนเอาไปวางบนโต๊ะตรงหน้าเขา

“ทานให้หมด อย่าให้เหลือนะคะ” กำชับเสียงนุ่มพร้อมกับนำน้ำเย็นหนึ่งแก้วเต็ม กับเฟรนช์คอนเนคชันออกจากตู้เย็นมาวางคู่กัน

“...ครับ”

เขาว่าง่ายพิลึก แสดงว่าเรื่องที่เขาต้องการคุยคงสำคัญขนาดที่ไม่อยากสร้างความขัดเคืองใจให้เธอ แต่ปลายฟ้าก็เดาในใจได้แล้วว่าเป็นเรื่องอะไร แต่ก่อนอื่นใด เธอควรทำให้เขาอิ่มสบายท้องก่อน ส่วนเธอก็เดินเข้าไปในห้องน้ำเปิดประตูตู้ด้านซ้าย เบอร์เบินก็วิ่งตามเธอเข้าไปเหมือนรู้ว่าเธอจะทำอะไรต่อจากนี้

“ถ้า...จะเติมเสบียงเบอร์เบินละก็ ในโหลบนตู้ยังมีพอ ทั้งอาหารเม็ดแล้วก็ขนมแมวเลีย...วันละหนึ่งซอง” ชายหนุ่มก็คงรู้เหมือนกัน เลยส่งเสียงบอกเธอจากบนโซฟา

“มันผอมลง แมววัยกำลังโตต้องสองซอง” ปลายฟ้าตอบกลับ แล้วออกมาพร้อมกับขนมในมือราวสิบห่อเอาไปเติมในตู้บิลด์อินเหนือเคาน์เตอร์บาร์

“ที่ผอมลงน่ะคุณ ไม่ใช่แมว”

“คุณเองก็ผอมลง” ปลายฟ้าหันหน้าไปมองเขา

“ผม...ไม่ค่อยอยากอาหาร” มือที่จับช้อนกับส้อมเริ่มขยับช้าลง

“คุณไม่สบายหรือคะ” นักเขียนก้าวเข้าไปนั่งบนผืนพรมไม่ห่างจากชายหนุ่ม แล้วจ้องสีหน้าของเขาหาจุดผิดเหมือนนักพิสูจน์อักษร แต่สิ่งที่เห็นคือประกายวูบไหวในดวงตา กับริมฝีปากหยักที่เม้มเข้าหากันเหมือนกลืนคำพูดที่ติดอยู่ปลายลิ้นกลับคืนลงไป

“เพิ่งฟื้นตัวได้ไม่นาน ปอดขวาของผมมันทะลุนี่นา...”

มือหนารวบช้อนส้อม แล้วชี้นิ้วตรงตำแหน่งที่เขาบอก แม้ว่าเชิ้ตสีขาวจะปิดบังร่องรอยการบาดเจ็บ ปลายฟ้าเห็นภาพนั้นในหัวเหมือนมันถูกเผยให้เห็นต่อหน้า

ภาพหน้าอกนองเลือด และลมหายใจแผ่วเบาลงของเขา ยังคงสร้างความรวดร้าวให้เธอเหมือนย้อนเวลากลับไปอยู่ในเหตุการณ์นั้นอีกครั้ง

“ยังเจ็บอยู่ไหมคะ” ที่แน่ ๆ คนถามยังรู้สึกเจ็บร้าวที่หน้าอกไม่สร่าง

“ถึงจะยังไม่เต็มร้อย แต่ก็ดีกว่าวันนั้นเป็นร้อยเท่าแหละนะ”

หญิงสาวพยักหน้ายิ้มทำน้ำตา ตอนนี้ใบหน้าของเธอคงเละเทะน่าดูแต่ถ้าเทียบกับการได้เห็นเขายืนอยู่ตรงหน้าอีกครั้ง จะเธอร้องไห้จนน้ำท่วมฟ้าก็ยอม

“ขอบคุณนะครับ”

“ขอบคุณ...ขอบคุณฉันเรื่องอะไรคะ”

“ถ้าคุณเข้ามาช่วยผมไว้ก่อน ผมอาจตายทันทีตอนนั้น”

ปลายฟ้าส่ายหน้าไหว “ฉันควรเข้าไปห้ามเร็วกว่านี้ ฉันควรช่วยคุณไม่ให้ถูกยิงด้วยซ้ำ ทดแทนที่คุณช่วยฉันจากไอ้เปลว”

“ก่อนหน้านั้นคุณก็ช่วยผมมามากแล้ว ที่ผมได้คำพิพากษายกฟ้องก็เป็นเพราะคุณ”

“เป็นเพราะทนายความคนเก่งของคุณต่างหากละคะ”

“แต่ต่อจากนี้ เขาจะเป็นทนายความคนเก่งของคุณ”

แววตาของเขาหม่นวูบลงเล็กน้อย ส่วนแววตาของเธอก็คงเก็บความสงสัยไว้ไม่อยู่ เขาจึงพูดประโยคต่อมาว่า

“ผมจะให้เขาเป็นที่ปรึกษาให้คุณฟ้องร้องผม และนี่คือเรื่องที่ผมไม่อยากให้คุณปฏิเสธ”

“ถึงฉันจะปฏิเสธ คุณก็ปูทางที่ทำให้คุณถูกดำเนินคดีไว้แล้วไม่ใช่หรือคะ คุณสร้างพยานขึ้นมาอีกคน พยานที่ไม่จำเป็นต้องมาร่วมรับรู้เรื่องนี้เลย คุณบอกผู้หญิงคนนั้นทำไม...”

เขาถอนหายใจเสียงยาว ขณะมองหน้าเธอนิ่งเหมือนจำเลยผู้ยืนหยัดต่อสู้ต่อหน้าศาล “…เพราะผมอยากให้เขารู้จักตัวตนของผมทั้งด้านสว่างและด้านมืด และไม่ว่าจะเป็นด้านไหน หากเขาต้องการจะไปต่อกับผม เขาก็ต้องยอมรับการตัดสินของผม”

“แล้ว...ตอนนั้น เขาตัดสินใจยังไงคะ”

มุมปากของเขายกขึ้นเป็นรอยยิ้ม “จำที่ผมบอกคุณว่าผมกับเขาหยอกกันแรงไปหน่อยได้ไหม...ตอนนั้นผมโกหกคุณ”

รอยแดงบนใบหน้าของเขาวันนั้น มองอย่างไรก็คิดได้แค่ว่าเกิดจากการถูกตบหน้าอย่างหนัก หรือว่านั่นคือการตัดสินใจของพิมพ์ลดาหลังจากที่ถูกชายหนุ่มตบหน้าด้วยความจริงที่ไม่อาจยอมรับ

“แต่นั่นก็ไม่สาแก่ใจพิมพ์ลดา ทั้งข่าวลือเรื่องนักเขียนเงาของอักษรารัญจวน แล้วก็การเชิญเสี่ยปอง หนึ่งในผู้ถือหุ้นให้ไปงานเปิดตัวนั่น ก็เพื่อต้องการบอกให้ผมรู้ว่าเขาสามารถสร้างอิทธิพลเหนือผมได้มากแค่ไหน ซึ่งนั่นไม่ใช่สิ่งที่ผมต้องการจากนักการตลาด และเขาไม่คู่ควรจะทำงานให้ผมอีกต่อไป”

นั่นเป็นเรื่องในมุมที่เธอมองไม่เห็น หรือพูดอีกอย่างคือ ถูกทำให้เห็นเพียงแค่ภาพที่พิมพ์ลดาต้องการ ซึ่งก็คือภาพของคำว่า ‘คู่ควร’

“แต่ถ้าคุณไม่มีนักการตลาดเก่ง ๆ ...Beyond The Horizon จะได้รับความสนใจหรือคะ”

“สำหรับผม การตลาดไม่จำกัดแค่สร้างภาพลักษณ์ ที่สำคัญคือผมไม่ต้องการสร้างภาพลวงให้ Beyond The Horizon ถึงแม้ภาพลักษณ์สวยหรูจะจำเป็นต่อการเรียกลูกค้าก็เถอะ แต่ถ้าผลักประตูทองเข้าไปแล้วเจอกองขยะ ตอนนั้นแหละที่ความจริงมันจะทำงาน”

“แต่...” ปลายฟ้ารู้สึกกังวลแทนเขาขึ้นมา แม้จะไม่ได้เป็นหนึ่งในคนที่รับผลประโยชน์ใด ๆ เลยนอกจากสุขใจอยู่ลึก ๆ หากเขาประสบความสำเร็จในสิ่งที่เขามุ่งมั่น

“แต่ความจริง ก็คือความจริง” ชายหนุ่มพูดแทรกก่อนที่เธอจะพูดจบ “ที่มันเกิดเรื่องไม่ดีมากมาย ตอนนี้ที่ผมต้องทำไม่ใช่หาวิธีบิดเบือนหรือปฏิเสธว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ...เหมือนเรื่องที่ผมทำกับคุณ มันเกิดขึ้นจริง และยอมรับทุกความผิด”

ดวงตาสีนิลที่สบมองมาเหมือนมีแรงดึงดูดจนปลายฟ้าไม่อาจหันหนี “ผมก็เป็นคนที่ทำให้คุณเจ็บ และความเจ็บที่ผมทำกับคุณมันมากกว่ากระสุนที่เจาะทะลุอกผมเป็นร้อยเท่าพันเท่า...”

บทสนทนาถูกเว้นวรรคไว้ด้วยความเงียบ เหมือนคลื่นที่เพิ่งสงบหลังพายุใหญ่ ปลายฟ้ามองเขาอยู่นาน มองให้ลึกไปกว่าบาดแผลที่หน้าอก และมองให้ลึกไปกว่าคำว่าผิดที่เขาแบกไว้

“แล้วถ้าฉันฟ้องคุณ...ฉันต้องอธิบายเรื่องที่เกิดอีกครั้ง...ต่อหน้าคนแปลกหน้า...”

เขาระบายลมหายใจหนักหน่วง “ผมรู้ว่ามันรู้สึกแย่แค่ไหนที่ต้องพูดเรื่องที่ทำให้คุณรู้สึกตกอู่ในฝันร้ายตลอดเวลา แค่เห็นร่างกายของคุณรับไม่ไหวหลังจากให้การในศาลในฐานะพยานฝ่ายจำเลยแล้ว ผมอยากเข้าไปอุ้มคุณออกมาตอนนั้น”

“แต่...คุณก็อยากให้ฉันทำ...แบบนั้น...อีกครั้ง”

“ผมต้องการให้คุณดำเนินคดีผม ใช้กฎหมายลงโทษผม ไม่งั้นผมก็จะเหมือนกับไอ้ชาติชั่วนั่น” ไม่มีการล้อเล่นในแววตาของเขา “ผมล้ำเส้นสิทธิเหนือร่างกายของคุณ”

“คุณไม่คิดจะใช้ดีลที่เราทำร่วมกันมาอ้าง หรือคิดว่าเป็นเพราะฉันหักหลังเลยทำให้คุณโกรธหรือคะ”

“ปลายฟ้า” หากครั้งใดที่เขาเรียกชื่อเต็ม นั่นหมายความว่าเขากำลังจริงจังกับวิ่งที่จะพูดต่อมา “จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ผมก็ไม่มีสิทธิ์ทำแบบนั้นกับคุณ ผมได้ยินชัดเจนว่าคุณบอกให้ผมหยุด แต่ผม...ไม่หยุด”

คำพูดนั้นเหมือนคมมีดที่ไม่ได้กรีดลงบนผิวหนัง หากแต่ผ่าลึกลงไปในบางอย่างที่เธอพยายามซ่อนเอาไว้ ทว่าปลายฟ้าไม่ตอบทันที เธอมองเขาอยู่อย่างนั้น มองคนที่ยืนยอมรับความผิดของตัวเองโดยไม่หลบตา ไม่แก้ตัว และไม่พยายามผลักความรับผิดชอบไปให้ใคร

“ถ้าฉันฟ้องคุณ มันไม่ใช่แค่คุณที่ต้องขึ้นศาล” เธอกลืนคำบางคำลงไปก่อนจะพูดต่อ “แต่ฉันก็ต้องขึ้นไปยืนตรงนั้นอีกครั้ง ต้องเล่าทุกอย่าง...ต้องให้คนอื่นมองฉัน เหมือนที่พวกเขาเคยมอง”

ทั้งครั้งแรกเมื่อหลายปีก่อน และครั้งที่สองในคดี Beyond The Horizon ภาพในห้องพิจารณาคดียังฝังอยู่ในความทรงจำ สายตาเหล่านั้น เสียงซุบซิบเบา ๆ และคำถามที่เหมือนมีดคมกริบชำแหละหัวใจเธอออกทีละชั้นๆ

“แล้วคุณคิดว่า...” เธอเงยหน้ามองเขา ดวงตาแดงเรื่อ “ฉันยังทำแบบนั้นได้อีกครั้งหรือคะ”

เขามองเธอด้วยแววตาของคนที่ยอมจำนนต่อเธอแล้วทุกอย่าง “คุณปลาย เจตนาของผมก็คือ...การชดใช้”

“คุณอาจคิดว่าการให้ฉันฟ้องคุณคือการชดใช้ แต่สำหรับฉัน…มันไม่ใช่”

“แล้วสำหรับคุณ…มันคืออะไร” คำถามนั้นออกมาจากเจ้าของริมฝีปากหยักที่มองเธอด้วยแววตาสั่นไหว แต่หัวใจของเธอก็สั่นไหวด้วยเช่นกัน

ปลายฟ้าสูดลมหายใจเข้า เหมือนตอนที่เธอต้องการรวบรวมความกล้า จากนั้นก้าวเข้าไปหาเขา แล้วจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาสีนิล

“มันคือการที่เลือกเองว่าจะทำยังไงกับเรื่องนี้”

“แล้วคุณเลือกแบบไหน...”

“ฉันเลือก…ไม่ฟ้องคุณ”

สิ้นประโยค ความเงียบก็โรยตัวลงมาระหว่างทั้งสอง ราวกับคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งแล้วถอยกลับ ทิ้งไว้แค่เสียงหายใจที่ไม่สม่ำเสมอ

“ไม่ใช่เพราะคุณไม่ผิดนะคะ แต่เพราะถ้าฉันเอาเรื่องนี้ไปให้กฎหมายตัดสิน มันจะกลายเป็นแค่คดีหนึ่งในตอนจบ...” ปลายฟ้าหยุดพูดไปชั่วอึดใจเมื่อเกิดก้อนความสงสัยก้องใหญ่ขึ้นมาจุกที่อก “หรือคุณคิดว่า...เรื่องที่เกิดขึ้นมัน...เป็นแค่คดีหนึ่ง...ใช่ไหมคะ คดีที่แค่เรามาสู้กันในศาล แล้วให้ใครคนหนึ่งตัดสินการกระทำ”

“มันไม่ใช่แค่คดี แต่มันเป็นสิ่งที่ถูกต้อง และยุติธรรมสำหรับคุณ ความผิดของผม ควรถูกลงโทษ...ด้วยกฎหมาย”

“พอถูกลงโทษความผิดด้วยกฎหมายแล้ว จากนั้นละคะ จะเป็นยังไงต่อ” ดวงตากลมคู่โศกสบตาเขานิ่งและนานพอให้เห็นคำตอบที่ถูกฝังลึกอยู่ในดวงตาคู่นั้น

“ผม...ไม่เข้าใจที่คุณถาม”

นักเขียนสาวกะพริบตาถี่ เพราะหยาดน้ำชื้นเริ่มเอ่อรินไหลล้นตามขอบ “คุณคงแค่ต้องการจบเรื่องด้วยชำระล้างความผิดด้วยกฎหมายเท่านั้นสินะ เพราะสิ่งที่คุณทำในคืนนั้นไม่ได้ทำให้คุณรู้สึกอะไรเลยนอกจากได้ระบายความโกรธใช่ไหมคะ”

“ไม่ใช่” น้ำเสียงนั้นหนักแน่นจนพยานจนฟูที่นั่งอยู่บนตักเขาแหงนหน้ามอง “ไม่ใช่ทั้งแค่ต้องการชำระความผิดด้วยกฎหมายแล้วก็จบ และเพราะผมรู้สึก รู้สึกมากจนทนไม่ได้ที่ปล่อยให้ตัวเองไม่ถูกลงโทษให้สาสมกับสิ่งที่ผมทำกับผู้หญิงที่ผมต้องปกป้อง”

ริมฝีปากอิ่มของเธอเม้มเข้าหากันแน่น ส่วนสองมือที่ประสานบนหน้าตักก็สั่นจนเธอรู้สึกได้ หัวใจนั้นหรือก็เต้นแรงอยู่ในอก “ต้องปกป้อง...”

“ผม...ควรปกป้องคุณ ปกป้องคุณจากคนพวกนั้น ไม่ใช่ยอมให้ความโกรธเข้าครอบงำจนไม่คิดอะไรให้มากพอ ผมยอมรับว่าผมดึงคุณเข้าใกล้เพราะอยากให้คุณอยู่ในสายตาและล่อแพรวพลอยเผยแผนการออกมา ผมไม่ไว้ใจคนของคุณแหวว ไม่เชื่อใจคนที่อยู่ใต้การปกครองของแพรวพลอย แต่พอได้อยู่ใกล้คุณ...กำแพงที่ผมสร้างไว้มันก็พังลง การได้ใกล้คุณทำให้ผมมีความสุข ตอนที่จูบคุณทำให้หัวใจของผมกลับมาเต้นแรงอีกครั้ง”

เขาหยุดพูดแล้วระบายลมหายใจเสียงยาว จากนั้นย้ายลงมานั่งบนผืนพรมข้างเธอ

“ผมเคยลั่นวาจาว่าจะให้น้ำตาลเป็นคนสุดท้าย จะไม่ยอมให้ใครตกเป็นเหยื่ออีก ถึงจะถูกน้ำตาลสาปไม่ให้สมหวังกับผู้หญิงคนไหนก็ตาม แต่ผมก็แอบหวังว่าจะได้อยู่กับคุณ...ผมจึงควรปกป้องคุณ” แล้วเขาก็แค่นหัวเราะเบา ๆ “สุดท้าย ผมดันเป็นคนที่ทำร้ายคุณ ผมไม่สมควรได้อยู่กับคุณ...ปลายฟ้า ไม่ต้องให้ใครมาตัดสินเลย”

“ใครที่คุณว่าไม่ใช่ฉัน...” ปลายฟ้าห้ามน้ำตาตัวเองไม่อยู่ “คุณบอกว่าคุณต้องปกป้องฉัน แต่การปกป้องของคุณคือมอบให้เป็นหน้าที่ของกฎหมายสินะคะ”

“คุณปลาย...” เสียงของเขาแผ่วลง “ถ้าอย่างนั้น ช่วยบอกทีว่าผมควรจะทำยังไงกับความรู้สึกผิด”

ผู้ชายที่เคยสู้เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเอง เขาเป็นคนที่ยืนหยัดในความคิด และละเมียดละไมในการตัดสินใจ แต่คนที่ยืนตรงหน้าเธอตอนนี้ กลับแสดงความไม่มั่นใจโดยไม่ปิดบังเธอเลย

“คุณถามเหมือนจำเลยคดีอาญาขอคำพิพากษาจากศาล แต่ฉันไม่ได้ต้องการแค่นักโทษ”

“ผมไม่ได้อยากเป็นแค่นักโทษ” ชายหนุ่มส่ายหน้าเบา ๆ “และผมถามในฐานะผู้ชายคนหนึ่งที่รอการตัดสินจากผู้หญิงที่เขา...รัก”

หัวใจของปลายฟ้าเต้นไหวรุนแรง นาทีก่อนหน้า เขากำลังขอการลงทัณฑ์ ทว่าในวินาทีถัดมา คำว่ารักที่เปล่งออกมานั้น ฟังราวกับเป็นบทบัญญัติมาตราของกฎหมายที่เธอต้องรับไว้พิจารณา

“ก็...อยู่กับมันต่อไปสิคะ อยู่กับความรู้สึกผิด แปรเปลี่ยนมันให้เป็นการปกป้อง รับผิดชอบความรู้สึกของฉันทั้งชีวิตด้วยหัวใจของคุณเอง”

“ปลายฟ้า...”

“ผู้พิพากษาตัดสินแล้วค่ะ” ปลายฟ้าอุ้มเบอร์เบินลงมานั่งตัก แล้วจับมันหันหน้าตรงไปทางจำเลยหนุ่ม “คณะแม่ขุนก็มีมติเห็นพ้อง ถือว่าคดีนี้สิ้นสุดแล้ว ได้โปรดยอมรับการกำหนดโทษขั้นสุดด้วยค่ะ”

ชายหนุ่มหรี่ตามองคณะแม่ขุน ที่มีแค่ตัวเดียวบนหน้าตักของเธอ มันส่งเสียงร้องตามประสาก่อนเดินมองผีเสื้อที่บินโฉบไปมาบนระเบียง

“นักโทษที่ไม่ถูกตัดสินเหมือนอยู่ในโลกของนิยายที่ไม่มีตอนจบ ช่างเป็นโทษขั้นสุดที่...ผมยินดีรับโทษ”

“อย่าเพิ่งพูดถึงตอนจบ ถ้าเรายังไม่เริ่มต้นที่บทนำนะคะ”

“ถ้างั้น...เล่าบทนำของคุณให้ฟังหน่อยได้ไหม”

ปลายฟ้าส่ายหน้าน้อย ๆ “ครั้งนี้...ฉันจะขอให้คุณเล่าให้ฟังบ้าง”

“บทนำของผม...” เขาเปล่งคำพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นไม่สั่นไหว “คือเริ่มจาก...อยู่ร่วมกันกับคุณตลอดไป”

เสียงตึกตักดังจากในอกของเธอ มันดังเป็นจังหวะเดียวกับแสงระยิบระยับที่ส่องประกายอยู่ในดวงตาสีนิล

ปลายฟ้าคลี่ยิ้ม น้ำตาของเธอไหลรินออกมาอีกครา

“จะให้ฉันอยู่...ในฐานะอะไรคะ”

“ในฐานะนางเอกผม”

รอยยิ้มเปล่งประกายของเขาทำให้ปลายฟ้าอดยิ้มตามไม่ได้ ต่อให้น้ำตาไหลพรากออกมาแค่ไหน แต่มันก็เป็นน้ำตาที่อาบรดหัวใจให้ชุ่มฉ่ำ

“ให้ผมเป็นพระเอกของคุณ...ได้ไหมปลายฟ้า เป็นพระเอกที่ได้ปกป้องนางเอกของเขาให้ปลอดภัย เป็นที่ได้เห็นผู้หญิงที่ตัวเองรักยิ้มอย่างมีความสุข เป็นพระเอกที่ได้มอบความรักให้ผู้หญิงที่ตัวเองรักในขณะที่ยังมีลมหายใจ”

เธอหัวเราะพลางปาดน้ำตา “คุณจะเป็นเขาคนนั้นได้ ก็ต้องเขียนใบสมัครมาส่งให้ฉันพิจารณานะคะ”

เขตต์จึงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แล้วก้าวขาเข้าไปในห้องน้ำครู่หนึ่งก็กลับมาพร้อมกับกระดาษฝากข้อความ ที่เติมคำในช่องว่างเรียบร้อยว่า

‘...ผมอยากเป็น...พระเอกในชีวิตจริงของคุณ

“ใบสมัครพร้อม แต่เขาคนนั้นต้องมีคุณสมบัติของพระเอกแบบไหนบ้าง”

ภาพตรงหน้าทำให้ปลายฟ้าน้ำตาร่วงเผาะใส่กระดาษฝากข้อความที่เขาใช้ต่างใบสมัคร “เขาคนนั้น...ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ชายแบบพระเอกในนิยายหรอกคะ ขอแค่เป็นคนคุยเก่ง แต่ต้องฟังเก่งกว่า เป็นคนรักแมว แต่ต้องไม่แย่งความรักจากแมว เป็นคนขี้แกล้ง แต่ต้องแกล้งให้ยิ้ม ไม่ใช่แกล้งให้ร้องไห้...”

“ผมฟังเก่งแน่นอน เรื่องรักแมวนี่ถึงขั้นชำนาญการ ส่วนแย่งความรักจากแมวนั้น...” ชายหนุ่มหยุดพูดพลางทำท่าครุ่นคิดหนัก “การที่ผมห้ามคุณไม่ให้ขนมแมวเลียวันละสองซองนั่น...อยู่ในข่ายแย่งความรักจากแมวหรือเปล่า”

ปลายฟ้าอดหัวเราะไม่ได้เลย เธอส่ายหน้าให้เป็นคำตอบ แล้วเขาก็พยักหน้ามั่นเหมาะ “คุณหัวเราะแล้ว งั้นผมก็ผ่านทุกข้อละนะ”

“ยังเหลือคุณสมบัติสำคัญที่สุดข้อสุดท้ายค่ะ...พระเอกในชีวิตจริงของฉัน ต้องเป็นเหล้าที่ทำให้ฉันอยากหลอมละลายรวมรสชาติเป็นหนึ่งเดียวกัน”

“ข้อสุดท้าย...ต้องใช้เวลา กว่าจะได้รสชาติที่เข้ากัน” เขาเอ่ยเสียงเบา แต่มีหนักแน่นจนปลายฟ้ารู้สึกได้จากดวงตาสีนิล “คุณจะยอมสละเวลาทั้งชีวิตเพื่อพิสูจน์กับผมไหม”

“หนึ่งคือเวลา สองคือโชคชะตา สามคือความท้าทาย... คุณเคยบอกฉันแบบนั้น...”

เขาให้ความเงียบเป็นคำตอบ แต่ท่ามกลางบทสนทนาไร้เสียงนั้น ปลายฟ้าสัมผัสได้ถึงหัวใจเต้นเป็นจังหวะใต้ฝ่ามือบางทั้งสองที่ยื่นไปวางทาบอกแกร่ง มันร้อนรุ่มและกระเพื่อมขึ้นลงพร้อมกันกับจังหวะหัวใจเต้นของเธอ

“แต่ยังมีอีกข้อที่ทำให้ฉันอยากพิสูจน์กับคุณ”

“อะไร...”

“ความกล้า”

ตอนนี้ และเดี๋ยวนี้เท่านั้น แรงผลักจากความต้องการของหัวใจ ส่งผลให้ปลายฟ้าเคลื่อนใบหน้าเข้าไปแนบจุมพิตบนริมฝีปากหยัก ทว่าชายหนุ่มกลับตัวแข็งทื่อ ถ้าไม่ได้สัมผัสความอุ่นของเรียวปากกับการหายใจเข้าออกรุนแรง ปลายฟ้าก็คิดว่าเขากลายเป็นหินไปแล้ว แต่เมื่อเธอถอนริมฝีปากออก สองมือหนาก็ยกขึ้นโอบสองแก้มของเธอให้นิ่งค้าง

“คุณเป็นผู้หญิงที่กล้าหาญมาก...My brave lady กล้าหาญ เข้มแข็ง แต่ก็อ่อนโยนจนผมอยากใกล้ชิดคุณตลอดเวลา”

“กะ...ก็ทำสิคะ” ดวงตาคู่นั้นทำให้เธอใจสั่น

“หมายความว่า ผมผ่านการพิจารณาแล้วใช่ไหม” น้ำเสียงบงบอกถึงความปรีดาผสานกับเสียงร้องเหมียว ๆ ของแมวตัวโปรดที่กำลังหงายพุงเรียกร้องความสนใจจากทั้งคู่

“ยังมั้งคะ”

เขาทำหน้าเหมือนหมาหงอยทันที ปลายฟ้าเห็นแล้วหัวเราะคิก

“ให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์เถอะค่ะ แต่คุณจะไม่ลองให้ฉันชิมสักจิบเพื่อประกอบการตัดสินใจหน่อยหรือคะ”

“งั้นลองดื่มเฟรนช์คอนเนคชันที่ผมทำให้สิ”

“...อืม” ปลายฟ้าทำท่าครุ่นคิด แล้วหยิบค้อกเทลแก้วนั้นขึ้นดื่ม

รสหวานเข้มของบรั่นดีแตะปลายลิ้นก่อนจะไหลนุ่มลงไปพร้อมกลิ่นอัลมอนด์บาง ๆ ที่แทรกอยู่ใต้ชั้นรสทั้งหมด ปลายฟ้าหลับตาเสี้ยววินาทีเหมือนกำลังฟังเพลงที่คุ้นเคย แต่...

“รสชาติที่ฉันชอบ ไม่ใช่รสชาตินี้นะคะ...”

เขตต์เลิกคิ้วมอง

“ครั้งก่อน...” ปลายฟ้าเว้นจังหวะเล็กน้อย “มันอุ่นกว่านี้...แล้วก็ละมุนกว่านี้”

บรรยากาศเงียบลงชั่วขณะ เหมือนคำพูดนั้นไปแตะอะไรบางอย่างที่ทั้งคู่ต่างรู้ แต่ไม่มีใครพูดออกมาตรง ๆ เขาขบริมฝีปากตัวเอง มองเธอด้วยแววตาสื่อความหมายชัดเจน

“ครั้งนั้น...คุณไม่ได้ดื่มจากแก้ว”

“แล้ว...แบบไหน...คือรสชาติที่แท้จริงคะ”

เขตต์ไม่ตอบทันที เขาเอื้อมมาจับแก้วในมือเธอออกไปวางบนโต๊ะเบา ๆ เหมือนกำลังตัดตัวแปรทั้งหมดออกจากสมการ

“บางอย่าง…” แล้วพูดช้า ๆ พลางสบสายตากับเธอ “ต้องลองอีกครั้ง ถึงจะรู้คำตอบ”

ปลายฟ้ากลืนน้ำลายเบา ๆ แต่ไม่ถอย

“แล้วถ้าฉันยังตัดสินไม่ได้ล่ะคะ”

“ผมก็…” เขายิ้มบาง “จะให้คุณลองจนกว่าจะตัดสินใจได้”

คำพูดนั้นเหมือนเป็นสัญญา…หรือคำท้าทายกันแน่ เธอก็ไม่แน่ใจ แต่ครั้งนี้ เธอไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่ม

เขตต์ยกมือขึ้นแตะแก้มเธออย่างแผ่วเบา ก่อนจะโน้มตัวลงช้า ๆ จนริมฝีปากแตะกันอีกครั้ง ต่างจากครั้งแรกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่ใจ ครั้งนี้มันนิ่ง…และตั้งใจ

รสหวานของเฟรนช์คอนเนคชันยังคงอยู่…แต่กลับไม่เหมือนเดิม มันอุ่นขึ้น ลึกขึ้น และละลายเข้าด้วยกัน รสชาติลึกล้ำที่ส่งผ่านปลายลิ้นร้อนทำให้ปลายฟ้าเผลอกำชายเสื้อเขาไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว จังหวะหัวใจของเธอกับเขาเหมือนค่อย ๆ ซ้อนทับกันอย่างประหลาด

จนเมื่อเขาถอนริมฝีปากออก แต่ดวงตาสีนิลยังคงจ้องเธอไม่ห่าง

“คราวนี้…” เขาถามเสียงแผ่ว “เป็นยังไงบ้าง”

ปลายฟ้าไม่ตอบทันที เธอหายใจเบา ๆ แล้วเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง ดวงตาเต็มไปด้วยอะไรบางอย่างที่ชัดกว่าคำพูด “รสชาติของมัน...ดีกว่าเดิมมาก แล้วฉันก็...อยากจิบให้มากกว่าเดิม...” แล้วเคลื่อนสองมือโอบสันกรามแกร่งให้เข้ามาใกล้มากขึ้น ก่อนกระซิบเสียงแผ่วว่า “ด้วยวิธีอื่น...”

อุณหภูมิของร่างแกร่งสูงขึ้นจนเธอสัมผัสได้ ลมหายใจของเขาที่รดพวงแก้วก็ร้อนจนผิวปลายฟ้าวูบวาบ ดวงตาสีนิลที่สบมองก็บอกถึงแรงปรารถนาอันแรงกล้า แต่ไม่ใช่แค่ความต้องการ หากเป็นบางอย่างที่นิ่ง ลึก และมั่นคงกว่านั้น

ปลายนิ้วแกร่งไล้ผ่านแก้มเธอแผ่วเบา “ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหน...ผมจะทำมันมีรสชาติ...ตามการเลือกของคุณ”

เสียงกระซิบแสนนุ่ม แต่มีแรงสั่นสะเทือนหัวใจของปลายฟ้า เธอขยับเข้าไปใกล้เขาอีกนิดแล้ววาดแขนโอบรอบลำคอแกร่งโดยไม่ลังเล แบบนี้คือความกล้าหรือเปล่า เธอเคยกลัวเซกส์ นั่นเป็นความจริง แต่ความรู้สึกที่เกิดขึ้นจนไม่อาจหยุดยั้งไว้คือความต้องการ และมันความจริงที่เกิดขึ้นแล้ว ตอนนี้

“ฉัน...ไม่ได้ต้องการรสชาติอย่างเดียว...แต่ฉันอยากรู้ด้วยว่า ‘หลอมรวม’ ที่คุณเคยพูดถึง มันเป็นยังไง...”

แววตาของชายหนุ่มเข้มขึ้น แล้วสอดแขนแข็งแรงเข้าใต้ข้อพับและแผ่นหลังบาง ร่างของปลายฟ้าถูกอุ้มขึ้นอย่างชำนาญราวกับเขาคุ้นเคยกับทุกสัดส่วนของปลายฟ้า

“ผมชอบบทนำแบบนี้จัง...”

เขากดจูบบนหน้าผากไล่ลงตรงปลายจมูกและหยุดที่ริมฝีปากอิ่ม รสชาติเฟรนช์คอนเนคชันเจือจางลงไปแล้ว เหลือแต่ความหวานลึกล้ำที่ไม่มีเหล้าใด ๆ ในโลกทำได้

“ส่วนฉัน...ไม่อยากให้ถึงตอนจบเลย...”

ริมฝีปากหยักคลี่ยิ้มละมุน แล้วร่างบางก็ถูกโอบอุ้มให้แนบแน่นในวงแขน พาเธอเข้าห้องนอน แต่ก่อนที่จะปิดประตู

“ขนมแมวเลียสองซองสำหรับเด็กดีที่รอพ่อแม่อยู่ตรงนี้”


ขอบคุณที่ติดตามจนกถึงตอนนี้ค่ะ ครั้งหน้า เราจะเจอกันเป็นครั้งสุดท้ายค่ะ แน่นอนว่าเป็นตอนจบของเรื่องราวความรักและคดีของเขตต์ หลังอัพตอนสุดไท้ายแล้ว จะเปิดให้อ่าน 7 วัน หลังจากนั้น ไรท์ขอปิดการอ่านเพื่อเข้าสู่กระบวนการบรรณาธิการ และจัดทำเป็นอีบุ๊กค่ะ กำหนดการออกอีบุ๊ก ยังไม่แน่ชัด สามารถติดตามการอัพเดทได้ด้วยการกดติดตามไรท์ทั้งใน RAW หรือทาง FB