โชคชะตาพาปลายฟ้าผู้หวาดกลัวเรื่องบนเตียงให้มารับงานเขียนนิยายอิโรติกตามใบสั่งของแฟนเก่า แต่ฟ้าก็ใจดีส่งชายหนุ่มผู้มากประสบการณ์เซกส์มาให้ โดยที่ดันลืมเตือนว่าเขาเป็นผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมคนรักตัวเอง

พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า - บทที่ 53 คำพิพากษาสุดท้าย โดย ณ มหรรณพ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ดราม่า,ชาย-หญิง,ไทย,รัก,ผู้ใหญ่,อิโรติก,สืบสวน ,ดราม่า,โรมานซ์,โรมานซ์สืบสวน,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

ดราม่า,ชาย-หญิง,ไทย,รัก,ผู้ใหญ่

แท็คที่เกี่ยวข้อง

อิโรติก,สืบสวน ,ดราม่า,โรมานซ์,โรมานซ์สืบสวน

รายละเอียด

พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า โดย ณ มหรรณพ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

โชคชะตาพาปลายฟ้าผู้หวาดกลัวเรื่องบนเตียงให้มารับงานเขียนนิยายอิโรติกตามใบสั่งของแฟนเก่า แต่ฟ้าก็ใจดีส่งชายหนุ่มผู้มากประสบการณ์เซกส์มาให้ โดยที่ดันลืมเตือนว่าเขาเป็นผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมคนรักตัวเอง

ผู้แต่ง

ณ มหรรณพ

เรื่องย่อ

เมื่อนิตยสารสารคดีที่ ปลายฟ้า เป็นนักเขียนประจำปิดตัว ทำให้ปลายผ้าต้องหันเหจากการเขียนแนววิชาการ ไปต้องเลี่ยนแนวไปเป็นนักเขียนนิยาย เพื่อหาเงินเลี้ยงดู แม่และน้องสาว โดยเฉพาะแม่ของเธอต้องรับการผ่าตัดตาในสิ้นปี ปลายฟ้าจึงเขียนนิยายรัก แล้วนำไปให้ กรินทร์ คนรักเก่าที่เป็นซีอีโอของสำหนักพิมพ์อักษรารัญจวนช่วยพิจารณา แต่กรินทร์ไม่ให้ผ่านเพราะแนวเรื่องไม่ตรงกันแนวของอักษรารัญจวนที่เน้นขายแนวนิยายอิโรติก

 แต่เพราะกรินทร์ยังมีใจให้ปลายฟ้า ด้วยความรักที่หลงเหลือ จึงให้ปลายฟ้าเขียนนิยายอิโรติกโดยที่มีเขาเป็นพระเอก และเธอเป็นนางเอก แลกกับเงินค่าจ้างที่เขาจะจ่ายให้เธอเป็นรายเดือนแต่ปลายฟ้ามีปมกับเรื่องเซกส์เพราะเคยถูก เปลว พ่อเลี้ยงล่วงละเมิดในวัยเด็กและมักมีอาการทางประสาทกำเริบหากถูกกระตุ้น ทว่าด้วยเงินที่กรินทร์เสนอให้ จึงทำให้ปลายฟ้าตอบรับงาน แต่เพราะกลัวว่าจะเขียนให้ถึงตอนจบไม่ได้ ปลายฟ้าจึงตั้งใจหางานเสริม และเธอก็ได้งานแม่บ้านรีสอร์ตที่มีชื่อว่า Beyond The Horizon โดยบังเอิญจากแม่บ้านคนเก่าที่ลาออกกระทันหัน

ที่รีสอร์ตนี้ ปลายฟ้าต้องทำงานเป็นแม่บ้านประจำโซนวิลล่าการ์เด้น โดยมี แหวว หัวหน้าแม่บ้านเป็นคนคุมงาน เธอมีหน้าที่ดูแลทำความสะอาดและอำนวยความสะดวกให้แขกประจำโซน ซึ่งหนึ่งในแขกที่เธอต้องดูและคือ เข้ เจ้าของห้องหมายเลข 222 ที่เขาแอบเลี้ยงแมวโดยมีแค่เธอและเขาเท่านั้นที่รู้ นอกจากแหววแล้ว ปลายฟ้าได้เจอ ชิด บาร์เทนเดอร์ที่คอยสอนงานในห้องอาหารให้เธอ 

ด้วยงานแม่บ้านนี้เองที่ปลายฟ้าจะยึดไว้เป็นอาชีพเสริมจนกว่าเธอจะเขียนนิยายอิโรติกให้กรินทร์จบ แต่มีเหตุเกิดขึ้นกับปลายฟ้าคือเธอเหยียบหางแมวที่คุณเข้เลี้ยงไว้ที่ริมสระน้ำ จนทำให้เธอตกสระ แต่เข้ก็ช่วยเธอไว้ได้ทัน ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้เข้รู้ว่าเธอต้องรับงานเขียนนิยายอิโรติกให้กรินทร์ แต่เธอไม่มีประสบการณ์เรื่องบนเตียง(แบบคู่รัก) เข้เลยเสนอว่าถ้าปลายฟ้ามาเป็นเพื่อนคุยให้เขา เขาจะเล่าประสบการณ์บนเตียงให้ฟัง ข้อตกลงแรกระหว่างปลายฟ้าและเข้จึงเริ่มขึ้น

แต่ปลายฟ้าไม่คาดคิดเลยว่าเธอจะกลายเป็นผู้เล่นคนหนึ่งในเกมล่าหาคำตอบของปริศนาฆาตกรรมในรีสอร์ทแห่งนี้

สารบัญ

พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทนำ ต้องคำสาบ,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๑ นักเขียนตามใบสั่ง,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๒ Beyond The Horizon 1/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๒ Beyond The Horizon 2/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๓ แม่บ้านคนใหม่ 1/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๓ แม่บ้านคนใหม่ 2/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๓ แม่บ้านคนใหม่ 3/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๔ ดีลที่หนึ่ง 1/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๔ ดีลที่หนึ่ง 2/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๔ ดีลที่หนึ่ง 3/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๕ Rum and Vanilla 1/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 5 Rum and Vanilla 2/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 6 Rum and Vanilla 3/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 6 คุณหนังเหนียว แต่กรามผมแข็งแรง 1/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 6 คุณหนังเหนียว แต่กรามผมแข็งแรง 2/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๖ คุณหนังเหนียว แต่กรามผมแข็งแรง 3/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๗ It's just not a glass of milk 1/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๗ It's just not a glass of milk 2/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๘ Second life 1/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บททึ่ 8 Second life 2/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๘ Second life 3/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๙ Second deal 1/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๙ Second deal 2/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๑๐ Amaretto Vanilla 1/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๑๐ Amaretto Vanilla 2/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๑๑ Amaretto Vanilla 3/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 12 ปริศนาชิ้นใหม่ 1/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 12 ปริศนาชิ้นใหม่ 2/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๑๒ ปริศนาชิ้นใหม่ 3/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๑๓ ล่อเหยื่อ 1/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๑๓ ล่อเหยื่อ 2/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๑๔ ความจริงอีกด้าน 1/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 14 ความจริงอีกด้าน 2/2 ,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๑๕ Brave Lady 1/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๑๕ Brave Lady 2/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๑๖ ทางเลือกที่แสนปวดใจ 1/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๑๖ ทางเลือกที่แสนปวดใจ 2/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 17 ทางเดินสู่หายนะ 1/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๑๗ ทางเดินสู่หายนะ 2/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 18 ความลับหลังหมึกดำ,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 19 เหยื่อความไว้ใจ,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 20 คนของผม,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 21 นักแสดงสาวเจ้าบทบาท กับชายหนุ่มผู้สวมหน้ากาก 1/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 21 นักแสดงสาวเจ้าบทบาท กับชายหนุ่มผู้สวมหน้ากาก 2/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 22 หลอมรวม 1/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 22 หลอมรวม 2/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 23 คนที่อันตรายที่สุดในเกม,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๒๒ หายใจไปพร้อมกัน 1/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๒๒ หายใจไปพร้อมกัน 2/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๒๒ ผู้หญิงที่ไม่ควรรัก กับความจริงที่ตายไปพร้อมพยาน,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๒๒ แผลสุดท้ายเลือนหายไปจากใจ 3/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๒๓ คนที่อันตรายที่สุดในเกม,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๒๔ หายใจไปพร้อมกัน 1/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๒๔ หายใจไปพร้อมกัน 2/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บททีี่ ๒๕ ผู้หญิงที่ไม่ควรรัก กับความจริงที่ตายพร้อมพยาน,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 26 ก่อวินาศกรรม,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 27 ชุมทางรถไฟ 2/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 28 ความจริงที่ถูกซ่อน 1/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 28 ความจริงที่ถูกซ่อน 2/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 29 แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 27 ชุมทางรถไฟ 1/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 30 เส้นขนาน,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 31 เม็ดทราย 1/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 31 เม็ดทราย 2/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 33 ตำตา 1/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 32 บททดสอบ,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 33 ตำตา 2/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 34 หมากตัวล่อ,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 35 เผยไต๋หมากตัวสุดท้าย,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 36 เกมเปิดโปงขบวนการแทงข้างหลัง,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 38 ล้มกระดาน 1/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 38 ล้มกระดาน 2/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 37 เผยหน้ากาก,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 37 ล้มกระดาน 2/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 39 แผลเก่า แผลใหม่ 1/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 39 แผลเก่า แผลใหม่ 2/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 40 ธงแดง ธงเขียว,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 41 ข้อเท็จจริงจากพยานวัตถุ กับคำให้การแทนตัวละครในนิยาย 2/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 42 คำตอบใต้แสงไฟ อันตรายใต้เงามืด 1/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 41 ข้อเท็จจริงจากพยานวัตถุ กับคำให้การแทนตัวละครในนิยาย 1/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 42 คำตอบใต้แสงไฟ อันตรายใต้เงามืด 2/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 43 คำให้การจากอดีต 1/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 43 คำให้การจากอดีต 2/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 44 เหตุผลบางอย่าง,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 45 ผู้กำกับหลังกล้อง,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 46 พยานที่รู้มากไป,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 47 ผู้เล่นนอกสนาม,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 48 ปลดตรวน,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 49 คู่ควร,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 50 เหยื่อคนสุดท้าย และทางเลือกที่ไม่ท้ายสุด,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 51 ชำระความแค้น,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 52 หลุมพรางกับภารกิจสุดท้ายของขบวนการ,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 53 คำพิพากษาสุดท้าย

เนื้อหา

บทที่ 53 คำพิพากษาสุดท้าย

ลมทะเลสงบจนได้ยินเสียงคลื่นทุกลูกที่ซัดกระทบตัวเรือ ห่างจากเรือออกไปไม่กี่กิโลเมตรก็จะถึงเกาะขนาดเล็กกลางทะเล ทว่าสมอถูกทอดก่อนจะเคลื่อนเข้าไปใกล้ชายฝั่ง ด้วยเหตุผลที่เขตต์คิดว่าหญิงสาวผู้มีอำนาจอยู่ปลายปืนไม่ต้องการไปพบปะสังสรรค์กับเรือยอชต์ลำไหนก็ตามที่มีจุดหมายปลายทางที่เกาะแห่งนั้น และเธอก็คงไม่ได้บีบบังคับให้เขาออกจากงานศพเพื่อพาเธอไปพักร้อนแน่นอน

กระนั้น เหตุผลที่แท้จริงยังคงอยู่ในใจของหญิงสาวที่สวมแว่นกันแดด และคาดหน้าด้วยหน้ากากอนามัย ตั้งแต่ออกจากชายฝั่งแผ่นดินใหญ่ แพรวพลอยก็โยนโทรศัพท์เขาลงทะเล ให้เขาปิดระบบติดตาม และให้เปิดแค่เรดาห์จับความเคลื่อนไหวของอะไรก็ตามที่เข้ามาในระยะใกล้กับเปิดไฟบางจุดเพื่อป้องกันการปะทะกันของเรือต่างลำระหว่างแล่นกลางทะเล

แต่จนความมืดเข้าครอบคลุมเต็มผืนฟ้า แพรวพลอยก็ยังคงยกปลายกระบอกปืนตรงมาที่เขา ไม่ว่าจะดับเครื่องยนต์หรือเดินกลับมาจากการทอดสมอ

“ตกลงแล้ว เธอพาฉันมาฆ่าแล้วก็โยนลงทะเลตรงนี้ใช่ไหม” เขตต์เอ่ยปากถามตรง ๆ แต่คำตอบที่ได้กลับเป็นการยืนแข็งค้างในท่ายกปืนเล็ง

“ถือเสียว่าเป็นการปรานีครั้งสุดท้ายให้ฉัน ช่วยบอกทีว่าที่ฉันคิดมันใช่”

“นายอยากได้ตอนจบของชีวิตแบบไหนล่ะ”

ไม่รู้ว่าตรงไหนที่ถูกและตรงไหนที่ไม่ถูก ฆ่าแล้วปล่อยศพให้เน่าบนเรือ หรือว่าไม่ฆ่าแต่บังคับให้เขากระโดดไปลอยคอกลางทะเลเย็นเฉียบ

“ถามอย่างกับฉันจะดื่มเหล้าผสมโซดาหรือว่าออกเดอะร็อกอย่างนั้นแหละ”

“เรื่องนั้นไม่ต้องถามหรอกนะ ถ้าเวลาแบบนี้นายคงเลือกเหล้าเพียว ๆ”

เธอตอบได้ถูกต้องตรงใจ สมกับที่เคยเมาหัวราน้ำด้วยกันข้ามวันข้ามคืน

“แล้วนายรู้ไหมว่า ถ้าเป็นตอนนี้ ฉันอยากดื่มเหล้าแบบไหน”

เขตต์จ้องอีกฝ่ายแน่วนิ่ง ใบหน้าที่ถูกบดบังไม่ทำให้เขาอ่านสีหน้าได้ แต่มือของเธอยังคงกระชับไกปืนแน่นจนเหมือนกับสั่นเบา ๆ

“ถ้าเธอแค่อยากเมา…เธอจะดื่มออนเดอะร็อก” เขาตอบอย่างที่เคยอยู่ในความทรงจำ

“แล้วถ้าฉันโมโหล่ะ”

“ก็ยังเป็นออนเดอะร็อก” เขตต์เอ่ยทันที “ต่างกันแค่ว่า…ตอนอยากเมา เธอดื่มเพื่อหนี แต่ตอนโมโห เธอดื่มเพื่อให้มันเผาอยู่ข้างใน”

สายตาเขามองเธอเหมือนอ่านหนังสือเล่มเดิมที่เคยอ่านจบไปแล้ว “แต่ถ้าเธอกังวล…เธอจะเลือกอะไรที่มันมี ‘พิธีกรรม’ ค็อกเทลที่ต้องเขย่า ต้องปรุง ต้องรอ เหมือนกำลังควบคุมอะไรบางอย่างในตัวเอง ทั้งที่จริง…เธอแค่พยายามกดมันไม่ให้ระเบิด อยากเช่น...มาการิต้า”

เขาเว้นจังหวะ แล้วขยับขาเข้าไปใกล้ทีละนิด “เกลือที่ขอบแก้ว…ทำให้เธอรู้สึกว่ามีอะไรยึดเอาไว้ ความเปรี้ยวของมะนาว ตัดความคิดฟุ้ง ๆ ได้ชั่วคราว แล้วแอลกอฮอล์…ก็พาเธอหนีไปได้แค่พักเดียว”

เสียงของเขาค่อย ๆ ลดต่ำลง ขณะย่างปลายเท้าอย่างแผ่วเบา “จิบแรก…เธอจะละเลียดช้า ๆ เพื่อแยกรสทีละส่วน เพราะเธอไม่อยากรับมันทั้งหมดในคราวเดียว แต่สุดท้าย…”

กระทั่งชายหนุ่มหยุดในระยะที่ปลายกระบอกปืนกดลงตรงกลางอกเขา “…เธอก็จะดื่มมันจนหมด หลังจากทุกรสชาติ…เผารวมกันในแก้วเดียว”

ผิวขาวที่เผยพ้นจากการบดบังมีรอยแดงเป็นจ้ำ มือที่กำปืนแน่นก็มีคราบสีแดงคล้ายเลือดแห้งกรังของเธอสั่นระริก แต่ยังไม่ทิ้งความสูงของกำลังจ่อหน้าอกของเขา ความเงียบทอดตัวระหว่างบทสนทนานานหลายนาที กระทั่งเธอลดปืนลงแล้วปลดแว่นกันแดดกับถอดหน้ากากอนามัยออก

“นายไปเอาอะไรก็ได้มาให้ฉันดื่ม...เอาที่เหมาะกับการฉลอง ฉันอยากฉลอง”

ใบหน้าของเธอเห่อบวม ดวงตาทั้งสองปูดและเขียวช้ำ จมูกโด่งทรงสวยบิดเบี้ยว ริมฝีปากเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือด

“ต้องรู้ก่อนกว่าฉลองเรื่องอะไร”

เธอคลี่ยิ้ม เป็นยิ้มของคนที่ไม่มีเรื่องต้องทุกข์ใจ แม้ใบหน้าของเธอจะฟ้องว่าเธอผ่านช่วงเวลาแห่งความทุกข์ทรมานมาหนักแค่ไหน 

“ฉันฆ่าเสี่ยสำเร็จแล้ว ทีนี้เราก็เหลือผู้ถือหุ้นแค่สามคนแล้วนะ มันควรต้องฉลองใช่ไหมล่ะ”

แต่แล้วจากใบหน้าของคนหมดทุกข์ก็แปรเปลี่ยนโศกเศร้าอย่างเหลือแสน เธอเปล่งเสียงร้องไห้ออกมา ดังเสียจนมันราวกับมันก้องสะท้อนไปทั่วลำเรือ

“ฉันรอมานานแล้ว รอให้ทุกอย่างมันเป็นไปตามที่ฉันค่อย ๆ วางหมากไว้ หนี้แค้นที่สะสมมา ฉันให้มันใช้ดอกทีละนิด ทีละนิด ทนให้มันเตะต่อยจนกว่าจะได้เห็นมันพินาศ แต่กรรมมันทำงานช้าเกินไป ฉันเลยต้องรับอาสาส่งผลไปรับกรรมในนรกเร็วขึ้น”

“ถ้างั้น...ก็ฉลองที่เธอไอ้เสี่ยชั่วไปรับกรรม” เขตต์พยักพเยิดให้แพรวพลอยเดินตามเข้าไปโถงเรือ แต่ในตอนที่เขตต์ขยับขานำหน้า ปากกระบอกปืนก็ถูกยกขึ้นอีกครั้งคล้ายว่ายังไม่คลายความระแวดระวัง

“อย่าห่วง ฉันไม่ทำร้ายเธอ แต่เงื่อนไขคือเธอต้องไม่ทำร้ายฉันก่อน” เขาพูดพลางหมุนตัวหันหลัง จนถึงเคาน์เตอร์บาร์ หยิบขวดเหล้าออกจาก ตอนนั้น เขาเหลือบไปทางหน้าจอเรดาห์ที่จับความเคลื่อนไหวของวัตถุบางอย่าง และมันกำลังใกล้เข้ามา แม้สัญญาณจะจางมากแต่การเคลื่อนไหวแบบนั้นไม่เหมือนขยะทะเลหรือขอนไม้แน่นอน ในขณะที่ยังระบุไม่ได้ว่าคืออะไร เขาต้องหาทางเบี่ยงเบนสายตาของเจ้าของเสียงฝีเท้าที่ดังใกล้เข้ามา

“เพียว ๆ ไม่ต้องแต่งเติม” เขาหันหน้าไปทางคนที่ยังเล็งปืนมาทางเขา บิดฝาขวดเหล้า แล้วยื่นส่งให้ “ถึงแม้รสชาติของมันจะขมบาดคอ แต่เธอก็ยังยินดีที่ดื่มรสชาติที่ผ่านการบ่มมานานเป็นสิบปีใช่ไหม”

“แล้วนายล่ะ จะดื่มด้วยกันกับฉันมั้ย”

“คนกำลังตายควรปฏิเสธหรือเปล่า..”

“ฉันไม่ให้นายปฏิเสธแน่นอน”

สิ้นคำ พรวพลอยก็ถอนมือข้างหนึ่งจากไกปืน แล้วคว้าขวดเหล้าไปจ่อปากขวดกับปากเห่อบวมของตัวเอง โดยที่อีกข้างยังคงรักษาระดับความสูงอยู่ที่หน้าอกของเขา กระทั่งปริมาณของเหล้าพร่องลงจนเกือบครึ่ง เธอก็ยื่นส่งคืนมาให้เขา

“ไปนั่งดื่มบนทรัมโพลีน [1] ไหม” เขตต์ออกปากชวน ในขณะที่ดวงตาของเธอยังมองมาด้วยแววตาเคลือบแคลง “เผื่อว่าเธออาจอยากฆ่าฉัน ตรงนั้นน่าจะช่วยจัดการกับศพได้ง่ายกว่า อีกอย่างคืนนี้ลมสงบ ฟ้าน่าจะใสเห็นดาว”

“อยากดูดาวก่อนตาย โรแมนติกไม่เปลี่ยนเลยนะ”

เขตต์ไหวไหล่ “จะได้ไปบอกพ่อกับแม่ว่าท้องฟ้ากลางทะเลตอนกลางคืนก่อนฉันตาย มันสวยแค่ไหน”

ดวงตาของหญิงสาวไหวสั่นเล็กน้อย แต่แล้วก็เปลี่ยนเป็นแข็งกร้าว มุมปากม่วงช้ำยกขึ้นเป็นรอยยิ้มร้าย หากแต่การขยับหน้าเพียงนิดคงสร้างความเจ็บปวดให้เธอไม่น้อย เลือดตรงปลายจมูกก็เริ่มไหลซิบออกมา

“ถ้างั้นก็ไปบอกพวกเขาด้วยว่า คืนที่พวกเขาตาย มันเกิดอะไรขึ้น”

ครั้งนี้เป็นเขาบ้างที่คลี่ยิ้มร้ายกาจกลับ “มันจะไม่เกิดเรื่องแบบนั้น ถ้าแม่เธอไม่บงการ”

“แม่แค่ต้องการเตือน ไม่ได้อยากฆ่า!”

เขตต์ต้องลึกไปในดวงตาของเธอ “แต่ผลลัพธ์ของมันคือทำให้พ่อแม่ฉันตาย แล้วหลักฐานก็คือแหวนสลักชื่อแม่เธอที่ตกในที่เกิดเหตุ หน้าห้องนอนพ่อกับแม่ของฉัน!”

แพรวพลอยแค่นหัวเราะ ขยับตัวเข้ามาใกล้จนเขาเห็นปลายกระบอกปืนชัดเจน “นายเคยถามไอ้แก้วไหมว่าเจอพ่อแม่ของนายครั้งสุดท้ายจุดไหนของล่องนาวา”

เขตต์ชะงักไปชั่วขณะ แต่ยังจ้องไปที่ปลายนิ้วตรงไกปืน

“ถ้าไม่รู้ ฉันจะเล่าให้ฟัง แต่เรื่องที่ฉันเล่าไม่ได้มีฉากอีโรติกแบบที่ยายนักเขียนลวงโลกนั่นเล่าให้นายฟังเกือบทุกคืนหรอกนะ”

ข้อตกลงระหว่างเขากับปลายฟ้าไม่มีทางรั่วไหลจากปากของเขาและเธอแน่นอน นี่ก็ยืนยันได้อีกอย่างว่าแพรวพลอยใช้กล้องแอบถ่ายที่ติดในห้องเพื่อเฝ้าจับตามองเขา ทั้งตอนที่เขาพิมพ์รหัสเปิดการใช้งานโน้ตบุ๊ค รวมไปถึงรู้ว่าเขาค้นหาข้อมูลของไดอะซีแพม มากไปกว่านั้นคือใช้มันบันทึกตอนที่เขาถูกเธอล่วงละเมิดหลังจากมึนจากการถูกมอมยาจนหลับ

“งั้นก็ช่วยทำให้กระจ่างหน่อย ทุกเรื่องที่เธอเก็บงำมาตลอด ทั้งเรื่องที่ไม่เห็นฉันในสายตาตอนที่ฉันไปตามเธอที่โรงแรมตอนนั้น รวมไปถึงเรื่องที่เธอระเบิดความแค้นใส่ทุกคน”

เขตต์ขยับขาเดินไปยังตำแหน่งที่บังสายตาของแพรวพลอย พลางแลหางตาไปทางจอเรดาห์ ทว่าจุดสัญญาณนั้นหายไปแล้ว หัวใจของเขตต์จึงเต้นรัวอย่างห้ามไม่อยู่ เขาต้องรีบนพแพรวพลอยออกจากโถง เดินผ่านท้ายเรือที่มีบันไดขึ้นลง มุ่งไปยังทรัมโพลีนให้เร็วที่สุด

“ไปสิ จะเป็นเรื่องหักมุม หรือหักหลังแบบไหน เขตต์ก็พร้อมจะฟัง คำให้การของเธอครั้งนี้อาจเป็นคำให้การครั้งสุดท้ายที่ฉันจะได้ฟังจากปากของเธอเอง”

จากนั้นเดินนำหน้าโดยไม่รอคำตอบ แต่เมื่อได้ยินเสียงเดินตาม ก็ใจชื้นขึ้นมา เพียงแต่ตอนที่ออกไปด้านนอก ขออย่าให้ต้นเหตุของจุดสัญญาณที่เรดาห์จับได้โผล่ขึ้นมาก็แล้วกัน ไม่งั้นลูกกระสุนจากปืนของหญิงสาวน่าจะทะลุผ่านหลังเขารวดเร็วแบบไม่ทันร้องขอชีวิต

ทรัมโพลีนขยับขึ้นลงตามคลื่นที่พาเรือโคลง เขตต์หย่อนตัวนั่งลงก่อน ส่วนแพรวพลอยเลือกนั่งด้านหลังเขา ซึ่งนั่นเป็นตำแหน่งที่ปลอดภัยสำหรับเธอ รวมถึงการจิ้มปืนค้างไว้บนแผ่นหลังเขาด้วยเช่นกัน

เขตต์ยกขวดเหล้าขึ้นเสมอปากแล้วกรอกของเหลวสีอำพันให้ไหลผ่านคอ พลางแหงนคอมองดาวบนฟ้า ดาวซีรีอุสกำลังส่องแสงกะพริบวิบวับสวยงาม ถัดไปเป็นดาวอังคารสีแดง ตรงนั้นคือดาวพฤหัส หากเขาแหงนคอขึ้นอีก ก็คงเห็นกลุ่มดาวนายพราน

จะตายแล้วยังโรแมนติก...จริงอย่างที่แพรวพลอยพูด น่าขันชะมัดยาด บ้าจริง ถ้ารู้ชะตาชีวิตล่วงหน้า เขาควรจะฝากฝังเบอร์เบินไว้กับลียง แต่หมอนั่นมักเอะอะใส่มันเป็นประจำ แล้วใครจะดูแลมันดีได้เท่าเขาล่ะ

ปลายฟ้า... ชื่อของนักเขียนสาวลอยเด่นชัดเหมือนดาวฤกษ์บนท้องฟ้า

ถึงเธอจะทำให้มันเสียแมว แต่เธอก็รักมัน รักเหมือนที่เขารัก...

รัก...

คำคำนั้น...ก่อความรู้สึกซาบซ่านไปทั้งตัวและหัวใจ จนความรู้สึกของปลายปืนที่กดแผ่นหลังเลือนรางจนเหมือนเขาไม่สนใจมันอีกแล้ว

“ฉันพร้อมจะฟังแล้ว”

เอ่ยพลางส่งขวดเหล้าไปด้านหลัง จากนั้นก็ได้เสียงดื่มดังอึก ๆ ราวกับคนเดินทางรอนแรมกลางทะเลทรายแล้วเจอบ่อน้ำบ่อใหญ่

 

ติ๊ง ติ๊ง ติ๊ง

เสียงข้อความเข้าดังต่อเนื่องอยู่อย่างนั้น แต่แพรวพลอยยังไม่คิดเอื้อมมือไปหยิบ เพราะรู้ว่าเป็นข้อความจากใคร และเนื้อหาของข้อความคืออะไร เธออยากข่มตาหลับอีกครั้ง หรือไม่ก็คว้าขวดเหล้าที่ดื่มค้างกับเขาเมื่อคืนมาดื่มให้เมาอีกหน แต่ต่อให้ทำแบบนั้นร้อยครั้งพันครั้ง แพรวพลอยก็รู้ว่าไม่อาจหนีความจริงพ้น

เสียงผ่อนลมหายใจและการขยับตัวบอกให้เธอว่าชายหนุ่มที่หลับเป็นตายด้านหลังกำลังตื่นเพราะเสียงข้อความเข้า

“แพรว พ่อให้โทรกลับ”

เขาคงเห็นข้อความที่ปรากฏหน้าจอแล้ว จึงปลุกเธอด้วยเสียงละมุนข้างหู แพรวพลอยยังไม่พร้อมทำตามที่เขาบอก เธอจึงแสร้งปิดเปลือกตาแล้วส่งเสียงงัวเงียในขณะเดียวกัน เสียงข้อความสุดท้ายก็ดังอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ชายหนุ่มกลับอยู่ในความเงียบ นานหลายนาทีกว่าที่เขาจะดันตัวเองลุกเพื่ออาบน้ำชำระร่างกาย

เขตต์...เพื่อนสมัยมัธยมปลาย ใบหน้าหล่อเหลา ตัวสูง รูปร่างดีโดดเด่นที่สุดในรุ่น ผลการเรียนไม่ได้อยู่ระดับท้อป แต่ไม่ได้ย่ำแย่ และเพราะเขาเป็นคนอัธยาศัยดี ยิ้มง่าย มีน้ำใจ ทำให้ใคร ๆ ก็รักเขา

แต่คุณสมบัติพวกนั้น ไม่พอให้พ่อและแม่ของเธอพึงใจ

“ลูกไอ้นาวา มันก็คงพูดจาอวดดีอวดเก่งเหมือนพ่อมันนั่นแหละ อย่างดีก็คงเป้นได้แค่เจ้าของร้านอาหารต๊อกต๋อยเท่านั้น” เสียงของแม่ลอยมาจากที่นั่งข้างคนขับ

“ยิ่งกว่าอวดดีคือโง่ อุตส่าห์จะไปจองโต๊ะที่ร้านมัน ก็คิดว่าจะให้ร้านมันได้มีหน้ามีตา เลี้ยงรับรองท่านผู้ว่า แต่กลับไล่ฉันออกจากร้าน แถมยังด่าฉันเสีย ๆ หาย ๆ” พ่อเสริมจากหลังพวงมาลัย ตำแหน่งที่พ่อมักยืดอก และเปิดกระจกทุกครั้งเพื่อให้ทุกคนได้เห็นว่าใครเป็นคนขับในตอนที่มารับเธอที่โรงเรียน

นาวาที่พ่อแม่เอ่ยถึง คือเจ้าของร้านอาหารล่องนาวา เป็นร้านที่มีชื่อและเป็นหนึ่งในไม่กี่ร้านในแถบบ้านเธอที่ได้มิชลินสตาร์ พูดได้ว่าต่อให้พ่อไม่ไปจองโต๊ะเพื่อเลี้ยงรับรองท่านผู้ว่า ก็เดาได้ไม่ยากว่าท่านผู้ว่าต้องหาทางมากินเองอยู่แล้ว ส่วนการที่เขาคนนั้นตะเพิดพ่อของเธอ ก็เพราะไปรู้เรื่องความไม่โปร่งใสในการทำงานของพ่อเธอนั่นเอง

แต่ตอนนั้น เธอไม่สนใจเรื่องอะไรอื่นนอกจากการเฝ้าพยายามหาทางสอบเข้าไปเรียนในมหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ

พ่อกับแม่บังคับกะเกณฑ์เกินไป แม้ว่าเธอจะได้ทุกอย่างที่เธออยากได้ หรือมีชีวิตหรูหรากว่าเพื่อนทุกคนด้วยความที่นอกจากพ่อของเธอจะเป็นข้าราชการระดับสูง มีคนก้มหัวให้ พ่อยังทำลงทุนในอะไรสักอย่างจนได้ผลกำไรเป็นกอบเป็นกำ

แต่ชีวิตหรูหราแบบนั้น สำหรับแพรวพลอยแล้วก็ยังเหมือนขาดอะไรบางอย่าง เป็นบางอย่างที่ข้าวของแบรนด์เนมไม่อาจเติมเต็มได้ บางอย่างที่เธอก็ไม่รู้ว่าคืออะไร จะรู้ก็แค่ว่าเวลาที่เธอเอาของที่มียกให้เพื่อน พวกนั้นมักจะทำดีกับเธอ ชมเธอ และทำให้เธอถูกห้อมล้อมเหมือนเดือนกลางดาว

กระนั้น...เธอก็อยากให้เขตต์เข้ามาใกล้เธอ แต่ด้วยเหตุผลที่พ่อแม่แม่ถูกกัน ก็คงทำให้เขาเกลียดเธอไปด้วยกระมัง

แต่ที่เธอคิดไม่เป็นความจริงเลย เธอได้พบกับเขตต์อีกครั้งในร้านเหล้าใกล้มหาวิทยาลัย และได้รู้ว่าเขาเรียนที่เดียวกันแต่คนละคณะ ในเมื่อมาเจอในที่ที่ไม่มีสายตาพ่อแม่ เขาเองก็แสดงออกมาปรารถนาในตัวเธอแบบไม่ปิดบัง แล้วจะรออะไร

ความเร่าร้อนของเขา หรือเป็นเพราะการได้เติมเต็มความรู้สึกขาดหายที่ตามหามาตลอดกันที่ทำให้แพรวพลอยโหยหาแต่รสรักจากเขา ไม่ว่าจะกี่ครั้ง ไม่ว่าจะกี่หน เธอก็ไม่มีวันรู้สึกอิ่ม หากไม่มีชั่วโมงเรียนที่เขตต์ว่าง เตียงนอนของเขาจะขยับด้วยแรงขับพลุ่งพล่านของไฟสวาท

แต่ความสุขนั้นก็ไม่อาจอยู่กับเธอนาน ในวันที่ผลของความฟุ้งเฟ้อของพ่อแม่ปรากฏผลเป็นหนี้จำนวนมหาศาล และคำขาดที่พ่อแม่ยื่นให้เธอเพื่อหาทางแก้ไขสถานการณ์ซึ่งแท้จริงแล้วมันคือการรักษาหน้าตาทางสังคมของทั้งคู่มากกว่า

แต่งงานกับเสี่ยปอง

ผู้ชายที่อายุมากกว่าเธอเป็นสิบปี มีข่าวเรื่องค้าของผิดกฎหมาย เป็นเจ้าหนี้เงินกู้นอกระบบ และเปิดบ่อนพนัน ผู้ชายแบบนั้นที่พ่อแม่ขอเธอเห็นดีเห็นงาม

“แค่กินข้าวก็พอใช่ไหม”

เธอถามย้ำกับแม่ในวันหนึ่งหลังจากกลับบ้านโดยไม่บอกเขตต์ สองวันก่อนหน้าเสี่ยปองมาหาแม่แล้วครั้งหนึ่ง พร้อมกับเอาไพลินเม็ดงามมาให้

“คุณไพลินจะเก็บเอาไว้ก่อนก็ได้ ถ้าไม่ชอบใจค่อยคืนผม”

ตอนนั้นแม่พูดอย่างหน้าใหญ่ว่าจะเอาไปให้ช่างที่เก่งที่สุดในจังหวัดเจียระไนทรงพิเศษเพื่อทำแหวนไว้ใส่ในงานราตรีสโมสร

“เสี่ยจะทำอะไรบ้างก็ทำไปเถอะน่ะ”

“พูดแบบนั้นหมายความว่าไงน่ะแม่”

“ก็...ไม่มีอะไร หมายถึงกินข้าวแล้วจะไปดูหนังฟังเพลงอะไรก็ไปกับเขาเถอะ”

“ไม่ไปอย่างอื่น แค่กินข้าวเสร็จ แพรวก็จะกลับ ให้คนขับรถไปรอรับแพรวด้วย”

แม่ของเธอพ่นลมหายใจแรง แล้วหายเข้าไปในครัว ทิ้งเธอให้นั่งหน้างอกอดอกบนโซฟา แม่กลับมาอีกครั้งพร้อมกับแก้วเหล้าในมือสองแก้ว

“แม่ ไหนบอกว่าจะไม่กินเหล้าแล้วไง” เธอมองแม้ด้วยสายตาตำหนิ “แล้วพ่อรู้ไหมว่าแม่กลับมากินอีก”

“พ่อแกรู้แล้วจะทำไม เดี๋ยวนี้วัน ๆ เอาแต่เฝ้ากล้วยไม้ หวงเสียยิ่งกว่าลูกเมีย วันก่อนก็ไล่ไอ้แก้วออก ฐานที่ปล่อยกล้วยไม้สุดโปรดตาย ได้ข่าวว่ามันไปทำงานร้านไอ้นาวา” แม่แค่นหัวเราะ “คนติดเหล้าชอบเล่นพนันจนเสียงานแบบนั้น ก็ยังกล้ารับเข้าทำงาน ไอ้นาวาที่มันโง่จนถึงที่สุด”

แม่พูดจบก็แก้วเหล้าขึ้นดื่ม แล้วชี้นิ้วมาที่อีกแก้วที่เหลือ “อีกแก้วนั่น ฉันทำมาให้”

แพรวพลอยมองด้วยแววตาสงสัย

“หึ อย่าทำมาเป็นสงสัย ฉันรู้นะว่าแกแอบคบกับไอ้เขตต์ คิดหรือว่าแกไปอยู่ที่นั่นแล้วฉันจะไม่เห็นว่าแกทำอะไรบ้าง ขนาดไปค้างอ้างแรมกับมันทั้ง ๆ ที่ยังไม่แต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝา รู้ไปถึงไหนก็อายไปถึงนั่น”

แพรวพลอยเม้มริมฝีปาก สบตาผู้พูดที่ยังมองเธออยู่ขณะจิบเหล้า “แล้ว...พ่อรู้หรือเปล่า”

พ่อเธอเป็นหัวอนุรักษนิยม ไม่ชอบเรื่องที่ผิดจารีตประเพณี แต่เวลาที่มีข่าวข่มขืน คนที่ถูกพ่อตำหนิจนเสียหายกลับเป็นเหยื่อสาวผู้เคราะห์ร้าย แต่งตัวโป๊ะบ้างล่ะ ไม่ระวังตัวบ้างล่ะ สมยอมบ้างล่ะ

ซึ่งนั่นทำให้แพรวพลอยหวาดกลัว เธอกลัวคำตำหนิของพ่อเป็นที่สุด

“กินเหล้านั่นสิ เผื่อจะทำให้รู้สึกโล่งขึ้นมาบ้าง ก่อนไปกินข้าวกับเสี่ย แค่ไปกินข้าว ส่วนจากนั้นก็ค่อยว่ากัน”

ค่อยว่ากันที่แม่พูดไร้ความหมายแบบเฉพาะเจาะจง แพรวพลอยหยิบเหล้าขึ้นดื่มจนหมดแก้ว ออนเดอะร็อกเชียวล่ะ รสขมลึกและความเย็นของน้ำแข็งทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นมาบ้าง แต่ไม่ทำให้เอเปลี่ยนความรู้สึกต่อเสี่ยปอง ทว่าตอนที่นั่งรถของเสี่ยออกจากบ้าน แพรวพลอยก็รู้สึกมึนหัวประหลาด เหล้าแค่แก้วเดียวไม่ทำให้เธอเมา แต่ทำให้เธออ่อนเปลี้ยเกินกว่าจะขัดขืนเสี่ย

ตอนนั้น ตอนที่เสี่ยกดเธอลงบนเตียง แล้วจ้องเธอเหมือนหมาในกำลังได้กินเหยื่อแสนโอชะ ดวงตาที่เสี่ยมองเธอ ช่างคล้ายกับดวงตาของแม่

แม่...มอมเธอ แล้วจัดส่งเธอเหมือนสินค้า

พอตระหนักถึงเรื่องนั้น โลกของเธอที่ไม่เคยเป็นรูปร่างมั่นคงก็พังทลายในพริบตา ความเชื่อมั่น ความศรัทธาในสถาบันครอบครัวที่ควรเป็นพื้นที่ปลอดภัยกลับกลายเป็นที่ที่อันตราย พ่อกับแม่เรียกเธอกลับบ้าน จัดส่งเธอให้ถึงมือคนที่อยู่เบื้องหลังหนี้สินทุกบาททุกสตางค์ เรียกอีกอย่างได้ว่าใช้หนี้ด้วยลูกสาวตัวเอง

แต่สินค้าที่เสี่ยได้ ไม่ได้เป็นสินค้ามือหนึ่ง เรื่องนั้นเสี่ยไม่รู้จนกระทั่งเห็นเบอร์โทรศัพท์ของเขตต์ขึ้นหน้าจอเธอ

ในตอนที่เห็นเขตต์หน้าล็อบบี้ของโรงแรม แพรวพลอยไม่ได้ดีใจเลยสักนิด แต่เจ็บปวดและอับอายเกินกว่าจะสู้หน้า การเพิกเฉยเหมือนเขาไม่มีตัวตนจึงเป็นการตอบสนองของเธอในตอนนั้น เขาคงเจ็บ แต่เธอต้องทำเหมือนไม่เจ็บ ทำเหมือนไม่รับรู้

แล้วในคืนเดียวกัน แพรวพลอยก็ได้รู้ว่าเขตต์...เจ็บปวดเจียนตายเพราะการจากไปของพ่อแม่ในกองเพลิง

 

“ฉัน...ฉันเสียใจด้วยจริง ๆ” พอเล่ามาถึงตอนนี้ เสียงของหญิงสาวที่อยู่ด้านหลังก็สั่นไหวรุนแรง

“เธอเสียใจกับเรื่องที่แม่เธอเป็นคนบงการอย่างนั้นหรือ”

“อย่างที่ฉันบอกเธอไปแล้ว แม่บอกว่าไม่ได้ต้องการให้ใครตาย”

“เธอเชื่อคนที่มอมยาเธอแล้วขายเธอเป็นเมียให้เสี่ยอย่างนั้นหรือ” เขาไม่ต้องการพูดอะไรที่มันตอกย้ำอดีตแสนเจ็บปวดของเธอเลย

“นั่นเพราะแม่เชื่อว่ามันเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดเหมือนขึ้นสวรรค์ หนี้จะหายไป และฉันจะได้แต่งงานกับคนที่แม่เชื่อว่าดูแลทั้งฉันและพ่อกับแม่ได้ แต่...” เสียงของแพรวพลอยขาดไป เธอกำลังกลืนเหล้าเข้าไปอึกใหญ่อีกครั้ง “แต่...มันเป็นทางเลือกที่พาลงสู่อเวจี”

“อเวจีแบบไหน แบบที่แม่ของเธอผิดตามข้อกล่าวหา แบบที่พ่อของเธอลาตายเพราะอับอายในความอัปยศ แบบที่เธอไม่ได้เป็นที่ชื่นชอบของเสี่ยจนดึงเสี่ยไม่ให้มีผู้หญิงอื่นเป็นร้อยเป็นพัน อเวจีแบบนั้นมันเท่าเทียมกับผลกรรมที่คร่าชีวิตของผู้บริสุทธิ์สองคนไหม”

“ที่เธอฟังมา ยังไม่รู้อีกหรือว่าฉันกำลังบอกอะไร!” แพรวพลอยกระชากเสียงพร้อมกับกระแทกกระบอกปืนเข้าที่กลางหลังเขาอย่างแรง “ไพลินนั่นมาจากไหน พ่อของนายไว้ใจใคร!”

คิ้วเข้มของเขาย่นเข้าหากัน แล้วค่อย ๆ หันไปทางหญิงสาวที่เพ่งมองมาด้วยแววตาแข็งกร้าว

“แหวนไพลินหายก่อนวันงานที่แม่จะได้ใส่ มูลค่ามันมากหนี้ที่ไม่รู้จะจ่ายไหวไหมถูกเพิ่มเข้าไปอีกหลายหลัก แม่ที่รู้ว่านายชกต่อยกับเสี่ยวันนั้นก็กลัวว่าเสี่ยจะไม่รับฉันเป็นเมีย แม่เลยจ้างคนของเสี่ยให้วางเพลิงให้ล่องนาวาปั่นป่วนเพื่อเอาใจเสี่ยเท่านั้น”

“แล้วแหวนวงนั้นอยู่ในที่เกิดเหตุได้ยังไง!”

“ใครเป็นคนที่พ่อเธอฝากเอาเหล้าล่องนาวามาส่งให้ถึงมือนายล่ะ!”

เขตต์แทบกลั้นลมหายใจ ลุงแก้ว...อีกแล้วอย่างนั้นหรือ

“เธอ...เธอรู้ได้ยังไง”

“ฉันเค้นคอเสี่ยให้บอกทุกอย่างที่เกิดขึ้น เวลาคนกลัวตายก็ยอมคายความชั่วออกมาทั้งหมดนั่นแหละ มันคือคนอยู่เบื้องหลังการลงทุนที่หลอกให้พ่อฉันกู้หนี้ยืมสินไปลงทุน มันจงใจให้พ่อแม่ฉันเป็นหนี้เพื่อหวังให้พ่อแม่ยกฉันเป็นเมีย แล้วมันจะได้ใช้อำนาจของพ่อทำเรื่องผิดกฎหมายได้อย่างสบาย เรื่องไพลินนั่น มันก็ใช้เป็นเครื่องมือซื้อแม่ แต่ก็หักหลังด้วยให้ไอ้แก้วเข้าไปขโมย”

“ลุงแก้ว...เป็นคนวางเพลิง...งั้นหรือ” หน้าอกของเขตต์เจ็บจนเหมือนถูกมีดที่มองไม่เห็นคว้านทะลวง

“คนวางเพลิงคือลูกน้องของเสี่ยที่ชี้ตัวแม่ฉัน แต่ไอ้แก้วเป็นแค่หนึ่งในหมากของเกมหักหลัง แล้วการที่แหวนวงนั้นอยู่ในที่เกิดเหตุเพราะไอ้แก้วอยากทิ้งหลักฐานซัดทอดให้แม่ของฉัน มันก็แค่ทำตามคำสั่งของเสี่ย”

เขตต์ขบกรามแน่น “แล้วฉันจะรู้ได้ยังไงว่าที่เธอพูดมาเป็นความจริง”

“นายก็ไปถามเสี่ย” แพรวพลอยเอียงคอ คลี่ยิ้มมอง “แต่ต้องตามไปถึงนรกนะ”

เขาสบตาเธอแน่วนิ่ง สองมือกำแน่นจนเกร็ง “หมายความว่าสิ่งที่เธอทำกับฉัน มันคือการแก้แค้นที่ฉันลากแม่เธอไปนอนในคุกแทนที่จะเป็นเสี่ยอย่างนั้นหรือ แต่อย่าลืมว่าคนที่บงการการวางเพลิงก็คือแม่ของเธอ”

“ไม่เลยเขตต์ กับนายมันต่างกันออกไป” ปลายกระบอกปืนเลื่อนจากกลางอก ขึ้นไปตามแนวสันกราม ก่อนไล้ลงบนริมฝีปากของเขา “มันไม่ได้เป็นการแก้แค้น แต่... ฉันทำเพื่อนาย”

“เธอ…ทำอะไรนะ” เขตต์แทบลืมหายใจไปชั่วขณะเมื่อแววตาของหญิงสาวตรงหน้าช่างเย็นชาเกินกว่าจะเป็นแววตาของคนที่มีเลือดเนื้อและหัวใจ

“ฉันทำเพื่อนาย เขตต์ ทุกอย่างที่ฉันทำ มันก็เพื่อนาย”

เขาขบกรามแน่นจนสันกรามกระตุกสั่น “ทั้งการวางเพลิงวิลล่าเพื่อสร้างเรื่องว่าฉันเผาเอาประกัน ทั้งการมอมฉันแล้วอัดคลิปเป็นเครื่องต่อรองขายหุ้น ที่เลวทรามที่สุดก็คือให้ร้ายฉันจนน้ำตาลไม่เชื่อใจในความรักที่ฉันมี ซ้ำยังมอมยาเธอ ถ้าให้ฉันเดา เธอใช่ไหมที่เป็นตัวการให้น้ำตาลถูกเสี่ยข่มขืนในวันนั้น ตรงไหนที่เธอทำเพื่อฉัน!”

“ตรงที่แสดงให้เห็นว่าทุกคนรอบตัวนายเห็นแก่ตัวกันทั้งนั้น!”

เขตต์แค่นหัวเราะ ก้าวขาเข้าไปใกล้ ไม่สนใจปืนที่ยกขึ้นเล็งมาที่ใบหน้า “รู้ไหม ลียงมักเรียกเธอว่ายายโรคจิต แต่ฉันไม่เคยคิดแบบนั้นจนได้ยินประโยคบ้า ๆ จากปากเธอ!”

“นายก็ลองคิดดูให้ดีสิ ไม่ว่าคนไหนที่อยู่ใกล้นาย พวกเขาล้วนแต่เอาเปรียบนายทั้งนั้น ลียงที่ต้องการให้นายคบกับพิมพ์ลดาที่จะทำให้กิจการที่เขาเป็นผู้ถือหุ้นกลับมารุ่งเรือง พิมพ์ลดาที่เข้าหานายเพราะต้องการควบรวมทั้งตัวนายแล้วก็หุ้นของรีสอร์ต น้ำตาลที่หวังแต่ตักตวงความรักจากนายฝ่ายเดียวโดยไม่คิดถึงความรักที่นายมีให้ ชิด บังอร ลุงแก้ว ที่เห็นแก่เงิน คุณแหววที่ห่วงลูกสาวตัวเองจนหน้าไม่มองความเป็นจริง และปลายฟ้า...”

แพรวพลอยคลี่ยิ้ม แล้วตบกระบอกปืนเบา ๆ ที่แก้มเขา “ผู้หญิงที่เห็นนายเป็นแค่เครื่องมือหนึ่งในการเยียวยาบาดแผลตัวเองในอดีต”

“หยุดพูดถึงปลายฟ้าแบบนั้น” เขาพยายามข่มกลั้นความโกรธอย่างที่สุด

“ดีลอะไรนะ ที่หล่อนยื่นเสนอให้นาย พาหล่อนข้ามผ่านความกลัวอย่างนั้นหรือ ฟังคล้ายกับว่าหล่อนใช้บริการโฮสต์เพื่อแก้ปมเรื่องเซกส์”

“แพรวพลอย!”

ลั่นเสียงของเขตต์ก้องสะท้อนไปทั่วบริเวณ แต่หญิงสาวหาได้กลัวไม่ ไม่ใช่เพราะเธอมีอาวุธอยู่ที่ปลายมือ แต่เพราะเธอไม่กลัวอะไรแล้วต่างหาก ดวงตาของเธอบอกเขาแบบนั้น

“แต่ก็ตรงกันข้ามกับน้ำตาล แม่เชฟขนมหวานนั่น เรียกหาแต่นายไม่หยุด คิดว่าเซกส์คือการแสดงออกถึงความรักที่สมบูรณ์ น่าสมเพชสิ้นดีที่ผู้หญิงแบบนั้นเป็นที่ชื่นชอบทั้งของนายแล้วเสี่ย...” ชั่วขณะหนึ่ง เธอเหยียดริมฝีปากเป็นเส้นตรง “ทั้งที่ตรงนั้น ไม่ว่าข้างนายหรือข้างเสี่ยมันควรเป็นฉัน ฉันควรได้รับความรักแบบนั้นไม่ใช่หรือ มันต้องเป็นฉันสิ ต้องเป็นฉัน”

ดวงตาแข็งกร้าวของเธอสะท้อนความเจ็บปวด ปากก็พร่ำพรรณนาถึงความอยุติธรรม “ฉันไม่ควรต้องเจอเรื่องแบบนั้น ไม่ควรต้องเจ็บปวดนั้น เป็นเพราะทุกคน ทุกคนเห็นแก่ตัว เห็นแก่ตัว! ทั้งพ่อและแม่ และเพื่อนทุกคน พวกเขาเอาตักตวงผลประโยชน์ ฉันเลยต้องทำให้นายเห็น ให้นายเห็นว่าคนทุกคนเป็นยังไง! เมื่อนายเห็น นายจะเชื่อฉัน นางจะกลับมามองฉัน!”

คำทุกคำที่เปล่งออกมาสะท้อนความเจ็บปวดที่เธออยู่กับมันมานานแสนนาน

“ไม่...แพรว ฉันเชื่อคนที่ทำร้ายคนที่ฉันรักไม่ได้”

แพรวพลอยตัวแข็งค้างไปชั่วขณะ

“และฉันก็ไม่อาจมองเธอเหมือนเดิมได้แล้ว...แพรวพลอย” เพราะยามใดที่เขาสบตาเธอ เขามักจะเห็นความเจ็บปวดของตัวเองในอดีตเรื่อยมา

“อย่างนั้นหรือ” น้ำเสียงของเธอสั่นแต่ดวงตาคู่นั้นฉายแววความเจ็บช้ำ “ฉันเข้าใจความรู้สึกของน้ำตาลในคืนเกิดเหตุแล้วล่ะ”

ประโยคของเธอกระตุกความทรงจำนั้นให้ผุดขึ้นมาอีกครั้ง เขตต์สบตาของแพรวพลอยนิ่ง ขณะเดียวกันก็หาจังหวะแย่งปืนเธอมา แต่ในตอนนั้น เขาเห็นความเคลื่อนไหวบางอย่างถัดไปทางหัวเรือด้านหลังหญิงสาว

“คืนนั้นนายบอกน้ำตาลว่า...กลับไปเป็นเหมือนเดิมไม่ได้” แพรวพลอยพูดซ้ำประโยคของเขา เป็นการยืนยันอีกครั้งถึงวัตถุประสงค์ของกล้องแอบถ่าย “จากนั้น...น้ำตาลก็พูดว่า...ขอให้นายไม่สมหวังกับผู้หญิง...คนไหนเลย”

แพรวพลอยทิ้งขวดเหล้าที่อยู่ในมือข้างหนึ่งลงบนผืนตาข่ายของทรัมโพลีน แล้วยกขึ้นกระชับไกปืน ดวงตาคู่นั้นจับจ้องมาทางเขา ไม่ต้องบอกว่าปลายกระบอกปืนก็เล็งมาทิศทางเดียวกัน ภาพจำในวันนั้นถูกฉายซ้ำตรงหน้า ต่างกันที่เธอไม่ใช่น้ำตาล อาวุธในมือก็ไม่ได้เป็นขวดปากฉลาม แต่สิ่งเดียวที่เหมือนเดิมคือความตายที่รอเขาในเสี้ยววินาทีข้างหน้า

“ขอให้นาย...ไม่สมหวังกับผู้หญิงคนไหนเลย!”

ปัง!

“Shit!” ดวงตาของเขตต์เบิกกว้าง ภาพตรงหน้าที่เห็นไม่ใช่แค่แพรวพลอยที่ลั่นไก แต่ด้านหลังนั้น

ปลายฟ้า! เธอกำลังวิ่งกระโจนเข้าหาแพรวพลอย

พลั่ก!

ทุกอย่างเกิดขึ้นพร้อมกันในชั่วพริบตา ลั่นเสียงกระสุนดังก้องไปทั่ว ในระยะที่แม้แต่คนไม่เคยจับปืนไม่น่าพลาดเป้ากลางอก แต่ลูกตะกั่วเบนทิศจากจุดตายแล้วพุ่งอัดทะลุเข้าที่เหนืออกขวา เป็นเพราะปลายฟ้าเข้าผลักแพรวพลอยแล้วพากันล้มลงบนผืนตาข่าย

“ปลายฟ้า! แก!” แพรวพลอยกรีดร้อง

“พอได้แล้วนะ ถึงคุณจะไม่ได้เป็นคนเริ่มต้น แต่ตอนนี้คุณกำลังทำให้ทุกอย่างเลวร้ายลง!”

“ฉันทำเลวร้ายลงงั้นหรือ! การที่ฉันแก้แค้นคืนมันผิดงั้นหรือ! ฉันทนเป็นเหยื่อความเห็นแก่ตัวของทุกคน ยอมเก็บความทุกข์ตรงไว้เงียบ ๆ อย่างแกมันดีกว่าอย่างนั้นหรือไง!”

แพรวพลอยยังกำไกปืนแน่น มืออีกข้างก็ยื้อยุดกับปลายฟ้า แต่แรงคลั่งทำให้แพรวพลอยมีกำลังมากกว่า อีกทั้งเสื้อชูชีพที่ปลายฟ้าใส่ก็เป็นจุดอ่อนทำให้นักเขียนสาวขยับไม่คล่อง ปลายฟ้าจึงถูกกระชากตัวพลิกหงาย เปลี่ยนตำแหน่งจากด้านบนไปเป็นนอนให้แพรวพลอยได้โอกาสขึ้นไปนั่งคร่อม แล้วจ่อปืนเข้าที่กลางหน้าของปลายฟ้า

ในเสี้ยววินาทีผ่าแปด ก่อนที่ไกปืนกำลังถูกเหนี่ยว เขตต์ก็กระชากตัวของแพรวพลอยแล้วเหวี่ยงเธอให้กลิ้งไปบนผืนตาข่าย พร้อมกับปืนที่กระเด็นหลุดจากมือ ชายหนุ่มไม่รอให้เธอขยับตัวได้ เขารีบเข้าไปกดเธอไว้ทันที

“หยุดได้แล้วนะแพรวพลอย!” เขตต์ลั่นเสียงใส่

ทว่าผู้หญิงที่กรีดร้องอย่างบ้าคลั่งไม่มีสติพอที่จะรับรู้อะไรอีกต่อไป แพรวพลอยดิ้นพล่าน ดวงตาของเธอแดงก่ำ ใบหน้านั้นก็เต็มไปด้วยความชิงชัง ต่อให้เลือดกำเดาไหลพรากของออกจากจมูกที่บิดเบี้ยวก็ดูเหมือนไม่อะไร

“ทุกคนเห็นแก่ตัวทั้งนั้น เห็นแก่ตัวแต่ก็ยังมีความสุข แต่ฉันกลับเป็นคนที่ถูกทำร้าย ถูกทำร้ายมาตลอด! แม้แต่นาย นายทำเหมือนฉันเป็นแค่สิ่งมีชีวิตชั้นต่ำ นายไม่เคยมองหน้าฉันตรง ๆ หรือแม้แต่จะเอ่ยทักทายตอนเจอกัน! ทั้ง ๆ ที่ฉัน...”

น้ำตาของเธอไหลรินปนกับเลือดข้นคลั่ก “ทั้ง ๆ ที่ฉันยัง...รักเธอ”

ริมฝีปากบวมช้ำค่อย ๆ ขยับเป็นคำ แต่เสียงของเธอแผ่วเบาจนเกือบเลือนหายไปพร้อมกับเสียงคลื่นกระทบลำเรือ

เขตต์ยังคงนิ่งค้าง จดจ้องใบหน้าของหญิงสาวเบื้องล่าง ลมหายใจของเขาเริ่มขาดช่วง เลือดจากรูกระสุนก็ไหลออกมาไม่หยุด ความเจ็บปวดเริ่มเล่นงานอีกครั้งหลังจากการขยับตัวมากเกิน มือที่ตรึงข้อมือของเธอก็เริ่มคลายกำลังลง

“ไม่...แพรวพลอย...เธอไม่ได้รักฉัน” เขาส่ายหน้าพลางหายใจหอบ “ที่เธอทำ ก็คือการดึงฉันเข้าไปอยู่ในความเจ็บปวดเดียวกับเธอ อยู่ในโลกที่เธอสร้างขึ้นมาเพื่อปิดกั้นตัวเองจากบาดแผล”

“งั้นก็...ลองรู้สึกดูว่าฉันเจ็บปวดแค่ไหน”

มือเล็กแต่อัดแน่นไปด้วยความเกรี้ยวโกรธทุบตรงตำแหน่งที่กระสุนฝังบนอกเขาเต็มแรง เจ็บจนเขากลั้นเสียงร้องไม่อยู่ ครั้งเดียวไม่สาแก่ใจ สองครั้ง สามครั้ง สี่ครั้ง และครั้งที่ห้า เขาทรุดตัวลงไปนอนบนทรัมโพลีน แล้วตามขึ้นมานั่งคร่อม

“โลกที่ฉันสร้างขึ้นเพื่อปิดกั้นตัวเองจากบาดแผลงั้นหรือ ทั้งที่ฉันเป็นเหยื่อ แต่ทำไมถึงถูกกล่าวโทษกันเล่า แบบนี้มันยุติธรรมหรือไง!”

“อั่ก!”

แพรวพลอยคว้าขวดเหล้าที่ตกแถวนั้น แล้วฟาดใส่แผลเขาอย่างแรง

“น้ำตาลโดนกระทำ น้ำตาลน่าสงสาร นางปลายฟ้าโดนกระทำ มันก็น่าสงสาร ทุกคนน่าสงสารในสายตาเธอ แต่ฉัน ฉันดันเป็นนางร้าย”

ปัง!

ขวดเหล้าที่แพรวพลอยเงื้อขึ้นสูงเพื่อเตรียมฟาดใส่เขาครั้งต่อไปแตกละเอียดด้วยแรงอัดของกระสุนปืน

“อย่าทำร้ายเขานะ! ไม่งั้นฉันยิงเธอแน่!”

ปลายฟ้า... เสียงของเธอดังจากตรงไหนสักแห่ง แต่เขตต์เจ็บจนไม่มีแรงพอให้ฝืนสู้กลับ ปลายฟ้า...เธอไม่ควรอยู่ที่นี่ ไม่ควรเลย

“ดูสิ Brave lady ของนายช่างเก่งกล้าจริง ๆ” แพรวพลอยหัวเราะเย้ยหยัน แล้วใช้สองมือรวบลำคอของเขา “ไหนดูสิว่าจะกล้าพอที่จะยิงฉันจริงหรือเปล่า”

เขตต์ขบกรามแน่น แต่ทำได้แค่ส่งเสียงคำราม เพราะความอึดอัดทรมานเกิดขึ้นทันทีที่สองมือเริ่มออกแรงบีบ

“ปล่อยเขาเดี๋ยวนี้!”

ปลายฟ้าตะโกนลั่น แต่เพียงแค่นั้นไม่ทำให้แพรวพลอยหยุดการกระทำ

“เอาสิ ยิงฉัน ยิงเลย!”

“ปล่อยเขา ฉันบอกให้ปล่อยเขา!”

“เลือกเอาสิว่า จะยิงฉันหรือจะทิ้งปืน!”

แพรวพลอยกรรโชกกลับ แต่เขตต์เริ่มฟังไม่ออกแล้วว่าต่อจากนั้นใครพูดอะไร หูของเขาเริ่มอื้อ ดวงตาเริ่มหรี่ลง

พลั่ก! พลั่ก! พลั่ก!

เสี้ยวนาทีที่ได้ยินเสียงกระแทกกันของเนื้อ เขตต์ก็กลับมาหายใจได้อีกครั้ง แต่นั่นยังไม่การันตีความปลอดภัย เขากัดฟันชันตัวเองลุกขึ้น เมื่อทรงตัวได้แล้วเห็นว่าแพรวพลอยกำลังถูกผู้ชายคนหนึ่งชกใส่ใบหน้าอย่างแรงจนเลือดอาบ

“ชิด...ยะ อย่า...อย่าทำเธอ”

บาร์เทนเดอร์หนุ่มขึ้นเรือมาได้อย่างไร ไม่ใช่เรื่องที่เขาต้องรู้ แต่การที่ชิดรัวหมัดใส่แพรวพลอยไม่ยั้งเหมือนเธอเป็นแค่ตุ๊กตาอัดนุ่นแบบนั้น เขาต้องเข้าไปห้าม

“อย่า...อย่าทำ”

ใบหน้าของแพรวพลอยปูดโปน ดวงตาท้องสองปิดมิด จมูกที่เบี้ยวโย้นั้นเละบี้ แต่ภาพตรงหน้าเริ่มเลือนราง ความร้าวรานจากบาดแผลก็แผ่ซ่าน ทว่าเขาก็ยังพยายามก้าวขาเข้าไป อีกเพียงไม่กี่ก้าว ไม่กี่ก้าวเท่านั้น

“พอเถอะค่ะพี่ชิด”

ปลายฟ้า เธอเข้าไปเอาคว้าหมัดของบาร์เทนเดอร์หนุ่มไว้ “เธอเจ็บมาพอแล้ว... อย่าให้เธอเจ็บไปมากกว่านี้เลย...”

ในตอนนั้นเอง ที่ร่างกายของเขตต์ก็ไม่อาจฝืนทน เขาล้มลงในก้าวสุดท้าย ลมหายใจขาดห้วง พยายามเหลือเกินที่จะยื้อยุดเอาอากาศเข้าร่าง ทว่าการนอนคว่ำหน้ากับตาข่ายของทรัมโพลีนที่เสียดสีบาดแผลก็ยิ่งทำให้เขาหายใจสั้นและถี่ แต่เมื่อร่างของเขาถูกพลิกให้นอนหงาย ภาพตรงหน้าก็เปลี่ยนจากผิวทะเลดำมืดเป็นใบหน้าเปื้อนน้ำตาของปลายฟ้า

“คุณเข้ แข็งใจรอก่อนนะคะ เรือของเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังใกล้เข้ามาแล้ว” เธอพูดเสียงเคล้าน้ำตา แล้วพยายามช้อนหลังประคองเขาให้อยู่ในท่ากึ่งนั่ง แล้วกดมือแน่นเหนือบาดแผล

“คุณปลาย...แค่ก ๆ” เขตต์เอ่ยได้แค่ชื่อเธอ แล้วไอออกมาพร้อมกับเลือด เสียงลมหายใจของเขาแตกเป็นจังหวะไม่เท่ากัน

“เลือดคุณออกเยอะมาก อย่าเพิ่งพูดอะไรเลย” เธอร้องไห้จนหยดน้ำตาร่วงเผาะบนลงบนท่อนแขนของเขา “รออีกเดี๋ยว อีกไม่นาน คุณจะปลอดภัย”

ชายหนุ่มคลี่ยิ้ม พยายามยกมืออีกข้างขึ้นแตะพวงแก้มเนียน “ผมไม่แน่ใจว่าจะรอไหวไหม...แค่ก ๆ แต่...แต่ถ้าไม่ไหว เบอร์เบินต้องการแม่...ดูแลมันแทนผมด้วย”

“ไม่ ๆ ฉันไม่รับปาก คุณต้องกลับไปหามัน ต้องกลับไปให้ได้”

เขาสูดลมหายใจอีกครั้ง แต่ก็ทำได้ไม่สุดปอด กระนั้นความเจ็บปวดก็ไม่อาจทำลายช่วงเวลาสำคัญ “เฮ้ ดูนั่นสิคุณปลาย...แหงนดูดาวบนนั้น...ผมเคยคิดว่าอยากพาคุณมาล่องเรือชมดาว นี่...ถือว่าผมทำสำเร็จ ตอนจบของชีวิตผมมัน...เยี่ยม...ไปเลย”

“ไม่เอา ไม่เอาแบบนี้ ไม่จบแบบนี้” หญิงสาวร้องครวญคราง น้ำหนักมือที่กดลงบนหน้าอกขวาก็หนักขึ้น เขาสัมผัสได้ถึงความชุ่มโชกของเสื้อที่เปื้อนเลือด

“จริงสิ...ตอนจบแบบแรก เคน...ตายใช่ไหม ความรู้สึกมันเป็นแบบนี้เอง...”

“ไม่...คุณเข้ คุณไม่ตายหรอก คุณไม่ได้ใจเสาะขนาดนั้นนะ ยังเหลือตอนจบอีกตั้งสองแบบ คุณต้องรอดชีวิตกลับไปให้ฉันเล่าให้คุณฟัง ฉันยังมีเรื่องเล่ามากมาย ฉันจะเขียนเรื่องราวในรีสอร์ตของคุณ จะเล่ามันออกมาให้ดีที่สุด”

เขตต์ยกมือประคองใบหน้าของหญิงสาว แล้วจ้องมองด้วยความรู้สึกอิ่มเอม “แต่จนถึงวินาทีนี้ คุณคือเรื่องเล่าที่ดีที่สุดในชีวิตของผม แต่ขอโทษที่ผมทำให้เรื่องราวของคุณแปดเปื้อนอีกครั้ง...แค่ก ๆ”

“พอแล้วไม่ต้องพูดแล้ว ได้โปรด ฉันเอามือปิดปากคุณไม่ได้ ไม่งั้นเลือดคุณจะออกมากกว่านี้”

“งั้นก็ปล่อยให้ผมพูดเถอะ...ผมคงไม่ได้กลับไปเป็น...จำเลย...ให้การในคดี...คดี...” เขาเริ่มเหนื่อยหอบมากกว่าเดิม ทุกครั้งที่สูดลมหายใจ ก็เหมือนมีเหล็กแหลมทิ่มแทงในอก

“คดีมันจบไปแล้ว คุณได้รับคำพิพากษายกฟ้อง”

“ไม่...ไม่ คดี...คดีที่ผม...ทำร้าย...คุณ”

ปลายฟ้าร้องไห้เสียงดัง น้ำตาของเธอก็หลั่งราวกับน้ำป่า “งั้นคุณต้องรอดกลับไป คุณต้องกลับให้ฉันเป็นโจทก์ของคุณ ฉันไม่อนุญาตให้คุณต้องโทษตาย คุณต้องกลับรับพิพากษาของฉัน คำพิพากษาสุดท้ายที่ฉันจะตัดสินคุณ คุณเข้ ได้ยินไหม คุณเข้!”

คุณเข้ คุณเข้ คุณเข้

เสียงเรียกชื่อเขาก้องกังวาน เสียงสุดท้ายแสนหวานที่เขาอยากได้ยินตลอดไป...

 

เชิงอรรถ

  1. ^ส่วนที่เป็นตาข่ายด้านหน้าของเรือคาตามารัน มีลักษณะเป็นตาข่ายขึงระหว่างลำเรือสองฝั่งบริเวณหัวเรือ มีหน้าที่ในการลดแรงต้านลม ช่วยเรื่อความปลอดภัย และเป็นพื้นที่สำหรับให้ลูกเรือนั่ง นอน ทำงาน มักใช้เป็นที่นอนอาบแดด หรือเป็นจุดชมวิว

ขอบคุณนักอ่านที่ติดตามกันมาจนถึงตอนนี้นะคะ ไรท์ขอแจ้งให้ทราบว่า เราจะเจอกันอีก 5 ครั้ง ทุกวันจันทร์ จากนั้นไรท์จะเปิดให้อ่านฟรีต่ออีก 7 วันนับจากวันที่ลงตอนจบ เมื่อครบกำหนด ไรท์ขอทำการปิดการอ่าน เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนบรรณาธิการ และไรท์จะพาตัวละครทั้งหมดกลับมาเจอนักอ่านในรูปแบบอีบุ๊กค่ะ