โชคชะตาพาปลายฟ้าผู้หวาดกลัวเรื่องบนเตียงให้มารับงานเขียนนิยายอิโรติกตามใบสั่งของแฟนเก่า แต่ฟ้าก็ใจดีส่งชายหนุ่มผู้มากประสบการณ์เซกส์มาให้ โดยที่ดันลืมเตือนว่าเขาเป็นผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมคนรักตัวเอง
ดราม่า,ชาย-หญิง,ไทย,รัก,ผู้ใหญ่,อิโรติก,สืบสวน ,ดราม่า,โรมานซ์,โรมานซ์สืบสวน,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
พระเอกนิยายสุดปลายฟ้าโชคชะตาพาปลายฟ้าผู้หวาดกลัวเรื่องบนเตียงให้มารับงานเขียนนิยายอิโรติกตามใบสั่งของแฟนเก่า แต่ฟ้าก็ใจดีส่งชายหนุ่มผู้มากประสบการณ์เซกส์มาให้ โดยที่ดันลืมเตือนว่าเขาเป็นผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมคนรักตัวเอง
เมื่อนิตยสารสารคดีที่ ปลายฟ้า เป็นนักเขียนประจำปิดตัว ทำให้ปลายผ้าต้องหันเหจากการเขียนแนววิชาการ ไปต้องเลี่ยนแนวไปเป็นนักเขียนนิยาย เพื่อหาเงินเลี้ยงดู แม่และน้องสาว โดยเฉพาะแม่ของเธอต้องรับการผ่าตัดตาในสิ้นปี ปลายฟ้าจึงเขียนนิยายรัก แล้วนำไปให้ กรินทร์ คนรักเก่าที่เป็นซีอีโอของสำหนักพิมพ์อักษรารัญจวนช่วยพิจารณา แต่กรินทร์ไม่ให้ผ่านเพราะแนวเรื่องไม่ตรงกันแนวของอักษรารัญจวนที่เน้นขายแนวนิยายอิโรติก
แต่เพราะกรินทร์ยังมีใจให้ปลายฟ้า ด้วยความรักที่หลงเหลือ จึงให้ปลายฟ้าเขียนนิยายอิโรติกโดยที่มีเขาเป็นพระเอก และเธอเป็นนางเอก แลกกับเงินค่าจ้างที่เขาจะจ่ายให้เธอเป็นรายเดือนแต่ปลายฟ้ามีปมกับเรื่องเซกส์เพราะเคยถูก เปลว พ่อเลี้ยงล่วงละเมิดในวัยเด็กและมักมีอาการทางประสาทกำเริบหากถูกกระตุ้น ทว่าด้วยเงินที่กรินทร์เสนอให้ จึงทำให้ปลายฟ้าตอบรับงาน แต่เพราะกลัวว่าจะเขียนให้ถึงตอนจบไม่ได้ ปลายฟ้าจึงตั้งใจหางานเสริม และเธอก็ได้งานแม่บ้านรีสอร์ตที่มีชื่อว่า Beyond The Horizon โดยบังเอิญจากแม่บ้านคนเก่าที่ลาออกกระทันหัน
ที่รีสอร์ตนี้ ปลายฟ้าต้องทำงานเป็นแม่บ้านประจำโซนวิลล่าการ์เด้น โดยมี แหวว หัวหน้าแม่บ้านเป็นคนคุมงาน เธอมีหน้าที่ดูแลทำความสะอาดและอำนวยความสะดวกให้แขกประจำโซน ซึ่งหนึ่งในแขกที่เธอต้องดูและคือ เข้ เจ้าของห้องหมายเลข 222 ที่เขาแอบเลี้ยงแมวโดยมีแค่เธอและเขาเท่านั้นที่รู้ นอกจากแหววแล้ว ปลายฟ้าได้เจอ ชิด บาร์เทนเดอร์ที่คอยสอนงานในห้องอาหารให้เธอ
ด้วยงานแม่บ้านนี้เองที่ปลายฟ้าจะยึดไว้เป็นอาชีพเสริมจนกว่าเธอจะเขียนนิยายอิโรติกให้กรินทร์จบ แต่มีเหตุเกิดขึ้นกับปลายฟ้าคือเธอเหยียบหางแมวที่คุณเข้เลี้ยงไว้ที่ริมสระน้ำ จนทำให้เธอตกสระ แต่เข้ก็ช่วยเธอไว้ได้ทัน ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้เข้รู้ว่าเธอต้องรับงานเขียนนิยายอิโรติกให้กรินทร์ แต่เธอไม่มีประสบการณ์เรื่องบนเตียง(แบบคู่รัก) เข้เลยเสนอว่าถ้าปลายฟ้ามาเป็นเพื่อนคุยให้เขา เขาจะเล่าประสบการณ์บนเตียงให้ฟัง ข้อตกลงแรกระหว่างปลายฟ้าและเข้จึงเริ่มขึ้น
แต่ปลายฟ้าไม่คาดคิดเลยว่าเธอจะกลายเป็นผู้เล่นคนหนึ่งในเกมล่าหาคำตอบของปริศนาฆาตกรรมในรีสอร์ทแห่งนี้
“สวัสดีค่ะ ฉันมาพบคุณกรินทร์ค่ะ”
เมื่อเสียงหวานใสของ ปลายฟ้า เอ่ยแสดงความจำนงกับพนักงานต้อนรับสาวด้วยท่าทางนอบน้อม อีกฝ่ายจึงทำท่าเหมือนหาข้อมูลการนัดหมายจากหน้าจอคอมพิวเตอร์
ระหว่างรอ ปลายฟ้าจึงกวาดตามองภายในสำนักงานของสำนักพิมพ์อักษรารัญจวนที่ตั้งอยู่บนอาคารสูงในย่านธุรกิจของกรุงเทพมหานคร ตัวสำนักงานกินพื้นที่ทั้งชั้น แบ่งกั้นแต่ละแผนกด้วยกระจกใส มองทะลุปรุโปร่งอย่างทั่วถึง ปลายฟ้าจึงได้เห็นความวุ่นวายยามบ่ายของอักษรารัญจวน สำนักพิมพ์ที่เป็นความหวังสุดท้ายของเธอ
แต่ในตอนที่เธอกำลังมองสิ่งรอบตัวด้วยความสนใจ สายตาก็ไปสะดุดกับชายหนุ่มร่างสูงที่เดินมาตามทางเดินแคบ ๆ ของสำนักงานเคียงคู่หญิงสาวใบหน้างดงามเจ้าของผมดำเงายาวสลวย
ส่วนฝ่ายชายคือคนที่นัดหมายเธอให้มาเข้าพบในวันนี้ ส่วนฝ่ายหญิงนั้นเป็นคนรักที่คบหากันอยู่หรือไม่ เธอไม่อยากเดา กระนั้นเขาก็เป็นชายหนุ่มที่มีแต่สาวหมายปองมาตั้งแต่สมัยอยู่มหาวิทยาลัย แล้วแปลกตรงไหนถ้าเขาจะมีหญิงสาวข้างกาย
ถ้าไม่นับเครื่องหน้าที่จัดอยู่ในหมวดหนุ่มหล่อในฝันของสาว ๆ การแต่งกายด้วยเสื้อเชิ้ตสีแดงเลือดหมู และเนคไทสีแดงอมม่วงที่เข้าคู่กับกับกางเกงสแล็คสีเทานั้นแม้จะดูเรียบง่าย แต่ด้วยรูปร่างสูงสมาร์ทอกผายไหล่ผึ่ง ก็ทำให้เขาเหมือนลอยเด่นออกมากจากสภาพแวดล้อมที่วุ่นวายของสำนักงาน
แล้วปฏิกิริยาก็ตอบสนองอัตโนมัติ ปลายฟ้ารีบหมุนตัวหันหลังทันทีในตอนที่ชายหนุ่มผินหน้ามาทางประตู ทั้ง ๆ ที่เขาเป็นคนที่เธอมาพบ แต่ทำไมถึงรู้สึกประหม่า กระทั่งได้ยินเสียงฝีเท้าผ่านหลังไป พนักงานต้อนรับสาวก็นำเธอเข้าสู่ห้องทำงานของกรรการผู้จัดการใหญ่
แต่ภายในห้องนั้น กลับไม่มีใครอยู่ ปลายฟ้าจึงทำได้แต่นั่งประสานมือบนหน้าตักแล้วรอ
ห้องทำงานของเขาช่างกว้างใหญ่ ฝั่งหนึ่งเป็นกระจกใสสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเมืองหลวงได้เต็มตา โต๊ะทำงานก็กว้าง สามารถวางหน้าจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ แล้วก็ยังมีพื้นที่เหลือให้วางโน้ตบุ๊คได้สบาย ๆ ผิดกับโต๊ะนักเขียนคอลัมน์ที่ใหญ่กว่าโต๊ะนักเรียนนิดเดียวของเธอในสำนักพิมพ์เก่า
ถึงกระนั้น สำหรับปลายฟ้าแล้ว บรรยากาศที่นี่กลับชวนให้รู้สึกอึดอัด และความรู้สึกนั้น ก็มาจากภาพวาดที่แขวนอยู่บนผนังด้านหลังเก้าอี้กรรมการผู้จัดการใหญ่
มันเป็นภาพขยายจากปกนิยายอิโรติกขายดีของอักษรารัญจวน ที่ใต้ภาพมีชื่อเจ้าของผลงานนิยายเขียนไว้ว่า...วาดฟ้า
ถึงจะรู้ดีว่าการมาที่นี่ อาจพบเจอสิ่งกระตุ้นความทรงจำเลวร้าย แต่ก็ไม่คิดว่าจะเจอในสถานที่ที่เธอมิอาจหลีกเลี่ยงได้
ฉับ ฉับ ฉับ
วินาทีนั้น มีเสียงของบางสิ่งฟาดอากาศค่อย ๆ ดังก้องในหูของปลายฟ้า ในขณะที่ดวงตาของเธอก็จับจ้องไปยังสาวงามร่างอวบอิ่มในชุดเดรสลูกไม้สีขาวเนื้อบางที่กำลังนอนพลีกายใต้การครอบครองของชายหนุ่มตัวโต
ฉับ ฉับ ฉับ
ข้อมือบางทั้งสองของหญิงสาวในภาพถูกรวบไว้เหนือหัว ดวงตาดุดันของชายหนุ่มเหนือร่างก็จดจ้องเธอราวกับเห็นเป็นเหยื่ออันโอชะ ทว่าหญิงสาวในภาพหาได้สบประสานสายตาเร่าร้อนมองเจ้าของร่างแกร่งเบื้องบนไม่ แต่กลับจ้องมาทางปลายฟ้า ราวกับกำลังเชื้อเชิญให้เธอเข้าไปร่วมวงกาม
“ปลาย”
ฉับ ฉับ ฉับ!
เหมือนดั่งต้องมนตร์ ปลายฟ้ารู้สึกราวกับเข้าไปสวมสิงร่างบอบบางที่นอนแผ่หลาแยกปลีขาโอบเอวแกร่งตรึงให้แนบแน่นกับเนื้อกายตน
ฉับ ฉับ ฉับ ฉับ!
ร่างกายของเธอสะท้านวูบวาบ ความเสียวซ่านแล่นไปทั่วทั้งสรรพางค์ สัมผัสได้ถึงแรงกระทั้นกระแทก ณ จุดกึ่งกลางกาย
ครึ่ก ครึ่ก ครึ่ก ครึ่ก
‘อูย ซี้ด อีปลายเอ๋ย’
มือบางทั้งสองขยุ้มเนื้อผ้ากระโปรงจนยับย่น
“ปลาย”
ครึ่ก ครึ่ก ครึ่ก ครึ่ก
ร่างบางหายใจหอบจนหน้าอกสะท้อนขึ้นลง พึงใจในการถูกกดขี่เช่นนั้นหรือ ครึกครื้นหฤหรรษ์ที่ถูกขืนบังคับใช่ไหม กายเธอถึงตอบสนองจนเกิดความชื้นแฉะกางเกงในลูกไม้ชิ้นบาง
“ไม่...ไม่...”
ปลายฟ้าพึมพำ แล้วหลับตาปิดกั้นการมองภาพวาดวาบหวิวนั้น ทว่าก็สายเกินไปเมื่อเกิดมโนภาพวูบไหวในสมองดึงเธอให้หลุดเข้าสู่ห้วงดำมืดของความทรงจำ
เป็นอีกครั้งที่มันกลับมีอำนาจเหนือชีวิต แล้วก็เป็นอีกครั้งที่มันกลับมาย่ำยีเธอในความคิด
ไม่! เธอจะไม่ยอมให้มันทำร้าย เธอจะไม่สนองตอบต่อมัน สิ่งที่เกิดขึ้นก็แค่ปฏิกิริยาของร่างกาย เธอไม่ได้มีอารมณ์กับมันเลยสักนิดเดียว!
แต่แล้วภาพใบหน้าหื่นกระหายที่ฉายในจินตนาการเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นเงาดำของมนุษย์ร่างใหญ่โต
‘ฆ่า...ฆ่า’
มีเสียงกระซิบแหบพร่าดังรอบกายของปลายฟ้า ร่างใหญ่ราวอสุรกายที่เห็นนั้นก็กำลังแกว่งแขนวาดเหวี่ยงมีดในมือ แล้วก้าวเข้ามาหาทีละก้าว
‘ฆ่า...ฆ่ามัน’
เงาดำนั้นเคลื่อนเข้าใกล้เธอมากขึ้นทุกที เสียงกระซิบก็ดังมากขึ้นทุกขณะ กระทั่งระยะห่างร่นเข้ามาเหลือแค่คืบ จนในที่สุดโฉมหน้าของผู้ถือมีดก็ประจักษ์ต่อสายตา และจดจ้องเธอด้วยดวงตาแดงก่ำที่อัดแน่นไปด้วยความชิงชัง
‘ฆ่า...ฆ่ามัน ฆ่ามันให้ตาย!’
เงาดำนั้นคือเธอ! เธอที่มือเปื้อนเลือด เลือดของมัน เลือดของไอ้ชั่วคนนั้น! เธอจะฆ่ามัน จะฆ่ามัน!
“ปลายฟ้า!”
ลั่นเสียงเรียกทำลายมโนภาพฉับพลันก่อนปลายมีดจะฟาดลงแหวกอากาศ หญิงสาวเจ้าของชื่อสะดุ้งตื่นจากภวังค์ กลับสู่โลกจริงที่ชายหนุ่มกำลังโน้มหน้าเข้ามามองใกล้ ๆ ด้วยใบหน้าเคร่งเครียด
“เป็นอะไร พี่เรียกตั้งหลายรอบแล้วทำไมไม่ตอบ”
“คือ...ปลาย”
หัวใจของเธอยังเต้นรัวจนเจ็บร้าวไปทั่วอก แต่ไม่ทันได้หาคำตอบให้เขา น้ำย่อยรสขมก็ตีตื้นจากกระเพาะ ปลายฟ้าจึงรีบยกมือปิดปากแล้วใช้มืออีกข้างคว้าขวดน้ำเย็นที่พนักงานต้อนรับเอามาวางไว้ดื่มจนหมด เพื่อให้สิ่งที่เอ่อล้นตรงคอไหลกลับสู่ที่เดิมของมัน
จนร่างกายเริ่มเข้าที่เข้าทาง ก็ปั้นหน้ายิ้มในแบบที่คิดว่าปกติที่สุด “พี่รินทร์สะดวกคุยแล้วหรือคะ”
แต่เจ้าของดวงตาเรียวกลับหรี่แคบมองมาราวกับกำลังหาสิ่งที่หลบซ่อนภายใต้รอยยิ้มจอมปลอม ในขณะที่กรอกคำพูดใส่โทรศัพท์สั่งการว่า
“ให้ทีมมาร์เก็ตติงเร่งการจัดกิจกรรมส่งเสริมยอดขายให้เร็วขึ้น เรารอให้ถึงปลายปีไม่ได้แล้ว บอกพวกเขาให้ส่งจดหมายเชิญนักเขียนในสังกัดทุกคนเข้าร่วมกิจกรรมด้วย”
สิ้นคำพูดเสียงเข้มกับปลายทางก็ตัดสาย แล้วหันมายืนกอดอกเอียงคอมองหน้าคนที่ปั้นยิ้มรอจนเหงือกแห้ง
“ไม่สบายหรือเปล่า ทำไมหน้าซีด”
“เปล่าค่ะ สบายดีมาก ๆ เลย”
“สบายดีมาก ๆ อย่างนั้นหรือ” คิ้วเข้มของเขาเลิกขึ้น “ดีมาก ๆ แบบไหนกันล่ะ ถึงได้อยากเปลี่ยนสายจากนักเขียนบทความสารคดีมาเป็นนักเขียนนิยายรัก”
“ก็...” ปลายฟ้าลอบกลืนน้ำลาย “ปลายอยากลองขยายทักษะในสายงานบ้างค่ะ เผื่อว่าจะเอาไปใช้เขียนหัวข้อการสืบพันธุ์หมีแพนดายักษ์ครั้งหน้าให้ดูโรแมนติกมากขึ้น”
กรินทร์หัวเราะในลำคอ หมุนตัวเดินไปหย่อนกายนั่งบนเก้าอี้ผู้บริหาร “เป็นคนตลกหน้าตายไม่เปลี่ยน แต่รู้สึกว่าคนตลกคนนี้กำลังจะไม่มีอะไรบริโภค”
คนไม่มีอะไรจะบริโภคเม้มริมฝีปาก แต่ก่อนจะถูกจิกกัดด้วยคำพูดคม ๆ เหมือนมีดผ่าตัด ปลายฟ้าขอชิงพูดเข้าธุระสำคัญของวัน
“พี่รินทร์เรียกปลายมาฟังผลการพิจารณาต้นฉบับนิยายของปลายนี่คะ ผลเป็นยังไงบ้างคะ”
เขาเอนหลังกับพนักเก้าอี้มองเธอด้วยแววตาพิจารณา “นี่เป็นนิยายรักเรื่องแรกของปลายใช่ไหม”
“ใช่ค่ะ” เธอให้คำตอบทันทีขณะถูมือชื้นเหงื่อทั้งสองที่ประสานกันไว้บนหน้าตัก “พอมีหวังว่าจะผ่านการพิจารณาของอักษรารัญจวนหรือเปล่าคะ”
“พอมีหวังไหมน่ะหรือ” มุมปากหยักได้รูปยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม “ปกติแล้วต้นฉบับนิยายจากนักเขียนหน้าใหม่จะต้องถูกทีมบรรณาธิการกรองหลายชั้นก่อนจะตัดสินว่าผ่านหรือไม่ผ่าน แต่สำหรับปลาย พี่ขอพิจารณาด้วยตัวเองในฐานะที่เป็นคนที่เคยคุ้นเคยกัน”
คำว่า ‘เคยคุ้นเคยกัน’ ทำให้ปลายฟ้าลอบกลืนน้ำลาย “นับเป็นเกียรติอย่างยิ่งค่ะ แต่ปลายไม่ขอใช้สิทธิ์นั้น พี่รินทร์พิจารณาตามเกณฑ์ของสำนักพิมพ์ดีกว่า”
“คุ้นเคยกันของพี่ไม่ได้หมายความว่าพี่จะใจดีให้ผ่านหรอกนะ แต่ตรงกันข้าม...” พูดจบก็หยิบต้นฉบับปึกใหญ่ออกจากลิ้นชักมาวางบนโต๊ะ
“เวลาสามเดือนของการเขียนนิยายรัก ความยาวกว่าสามร้อยหน้าเอสี่ของนักเขียนสายสารคดี พี่ขอบอกว่า...”
หัวใจของปลายฟ้าเต้นถี่เหมือนฟังผลสอบเข้ามหาวิทยาลัย ดวงตากลมโตก็จับจ้องไปที่ใบหน้าหล่อเหลาแบบชายไทยเชื้อสายจีนที่ค่อย ๆ คลี่คำวิจารณ์ออกมาว่า
“น่าเบื่อ”
แต่แค่คำแรก ปลายฟ้าก็รู้สึกเจ็บแปลบที่หน้าอกราวกับถูกเขาขว้างหินก้อนยักษ์ใส่เต็มแรง
“ขนาดบทนำยังจืดชืดจนอยากคว่ำต้นฉบับหนี ต่อให้เป็นนักอ่านสายแข็งก็เถอะ อ่านไปถึงกลางเรื่องก็นับว่าเก่ง แต่ก็งง ๆ อยู่ว่าที่ปลายส่งมาให้พี่พิจารณานี่มันนิยายรักหรือเป็นบทความชีวิตลิงชิมแปนซี”
ตามด้วยหินก้อนต่อมาที่เพิ่มน้ำหนักถ่วงความมั่นใจของปลายฟ้าให้หนักอึ้งจนไหล่ห่อลู่
“คือ...ปลายอยากแทรกความรู้เกี่ยวกับลิงชิมแปนซีเข้าไปด้วย นักอ่านจะได้รู้จักลิงชิมแปนซีไปพร้อม ๆ กัน”
“แต่คนที่ซื้อนิยายรักเพราะอยากรู้ว่าคนสองคนรักกันยังไง ไม่ได้อยากรู้ว่าชิมแปนซีมีพัฒนาการแบบไหน เกือบหกสิบเปอร์เซ็นต์ของนิยายเรื่องนี้มันเป็นแบบนั้น”
“สรุปสั้น ๆ คือไม่ผ่านใช่ไหมคะ” ถึงแม้ดวงตาของเขาจะบอกคำตอบชัดเจนอยู่แล้ว แต่ปลายฟ้าต้องการคำยืนยัน
“ที่พูดไปก็ยังไม่รวมเหตุผลของแนวเรื่องที่ไม่ตรงกับแนวของอักษรารัญจวน แล้วถึงปลายจะเอาไปส่งที่อื่น พี่ว่าเขาคงโยนต้นฉบับของปลายเข้าเครื่องบดกระดาษก่อนหยิบมาอ่านด้วยซ้ำ”
“แล้วถ้าปลายกลับไปรีไรท์ใหม่ละคะ ลดบทของเจ้าลิงลงบ้าง พี่รินทร์พอจะช่วยแนะนำปลายได้ไหม” อย่างไรเสียก็ขอให้ได้อะไรกลับไปบ้าง เธอไม่ยอมให้การอดหลับอดนอนตลอดสามเดือนเพื่อเขียนนิยายเรื่องนี้กลายเป็นสิ่งสูญเปล่า
แต่อีกฝ่ายถอนลมหายใจทิ้ง “แทนที่จะรีไรท์ พี่แนะนำให้ปลายโละเรื่องลิงสื่อรักทิ้งแล้วไปหาเรื่องใหม่เขียนจะดีกว่า แต่กว่าที่ปลายจะเขียนเรื่องใหม่จบ กว่ากองบรรณาธิการจะพิจารณา กว่าจะทำสัญญา กว่าจะตีพิมพ์ และกว่าที่ปลายจะได้เงินจากส่วนแบ่งการขาย ไม่มีทางทันสิ้นปีตามที่ปลายต้องการเลย”
สุดท้ายแล้วเขาก็โยนความหวังของเธอทิ้งด้วยคำพูดของคนคุ้นเคยกันเท่านั้นที่จะกล้าพูดใส่กัน และในเมื่อเปล่าประโยชน์ที่จะยื้อให้ยอมรับผลงานที่ไม่มีใครต้องการ ปลายฟ้าก็จะไม่ดื้อดึง ซึ่งถ้าการเปลี่ยนแนวงานเขียนไม่ใช่ทางออก เธอก็ต้องมองหางานอื่นที่ได้เงินมากพอก่อนสิ้นปี
“ปลายเข้าใจแล้วค่ะ ขอบคุณพี่รินทร์ที่สละเวลาให้ปลายเข้าพบ” หญิงสาวบอกพลางเก็บต้นฉบับนิยายรักเรื่องแรกในชีวิตใส่กระเป๋า แล้วลุกขึ้นเตรียมเอ่ยคำลา
“ไม่ได้เจอกันตั้งนาน แต่อุตส่าห์มาพบพี่เพราะธุระเรื่องเดียวอย่างนั้นหรือ”
คำถามน้ำเสียงประชดทำให้เธอรู้สึกผิด “ปลายไม่อยากรบกวนเวลางานของพี่รินทร์”
นั่นคือความจริง แต่อีกเหตุผลสำคัญที่ทำให้ไม่อยากอยู่ตรงนี้นานนัก ก็เพราะการจากกันครั้งสุดท้ายของเธอและเขามันไม่สวยงาม แล้วเธอก็ไม่อยากสร้างความตะขิดตะขวงใจให้เขาไปมากกว่านี้
“แต่ถ้าอยากรบกวนเรื่องเงิน พี่ก็เต็มใจนะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ ปลายไม่อยากสร้างหนี้เพิ่ม”
ถึงกรินทร์จะปากร้ายแต่เขาก็เป็นคนใจป้ำรักการเปย์ กระนั้นสถานะระหว่างเธอและเขาตอนนี้ไม่ควรให้เขามาเปย์อะไรให้ทั้งนั้น
“ทำแบบนี้แล้วมันช่วยให้อิ่มท้องตรงไหน”
“ทำแบบไหนคะ” ปลายฟ้าเลิกคิ้ว
กรินทร์แค่นหัวเราะราวกับระอาในคำถาม จากนั้นเปิดแท็บเล็ตแล้วขยับนิ้วพิมพ์บางอย่างลงไป ก่อนเอ่ยคำพูดออกมาว่า
“ยุคดิจิทัลทำพิษ Wild Life Nature ปิดตัว เจ๊งแล้วอีกราย”
แล้วลุกจากเก้าอี้ พาร่างสูงของตนเดินมาหยุดยืนข้างหญิงสาว วางแท็บเล็ตลงบนโต๊ะให้ปลายฟ้าเห็นพาดหัวข่าวที่พูดถึงการปิดตัวของนิตยสารวิชาการที่เป็นเหมือนหม้อข้าวใบเดียวของเธอ แต่หม้อข้าวใบเดียวใบนี้ก็บุบสลายไปแล้ว
“จะไม่ใช่แค่ Wild Life Nature แต่นิตยสารวิชาการหลายหัวกำลังเผชิญวิกฤตแบบเดียวกัน ผู้บริโภคเปลี่ยนวิธีเสพ ความรู้พวกนี้หาอ่านกันเองได้ในอินเทอร์เน็ต สำนักพิมพ์หลายที่ก็เลยต้องปรับตัว แต่ถ้าปรับตัวไม่ได้ ก็ต้องปิดตัว”
โดยไม่ทันระวัง ร่างสูงโน้มตัวลงกั้นเธอให้อยู่ระหว่างแขนแกร่งทั้งสองจากด้านหลัง ก่อนก้มหน้ากระซิบคำพูดใกล้ชิดจนแก้มนวลสัมผัสลมหายใจอุ่น
“ปลายเองก็ต้องปรับตัว”
ปลายฟ้าสูดลมหายใจลึก แล้วตอบกลับไปว่า “ปลายก็กำลังปรับตัวอยู่นี่ไงคะ ผันตัวจากงานเขียนสารคดีสัตว์โลกมาเป็นเรื่องราวความรักของมนุษย์”
“แต่ดูเหมือนว่าการปรับตัวของปลายจะไปไม่รอด” เขายังคงจงใจพูดใกล้ใบหู “ถ้าเทียบกับสัตว์ละก็ ปลายคงจะสูญพันธุ์ในไม่ช้า”
คำพูดของเขาทำให้ปลายฟ้าสูดลมหายใจเข้าแรงจนหน้าอกกระเพื่อม แต่ไม่อาจยับยั้งความร้อนรุ่มที่เริ่มแผดเผาในอก
“แต่ถ้าปลายไม่อยากสูญพันธุ์ พี่ก็ขอแนะนำในฐานะที่เราเคยเกือบมีความสัมพันธ์กันลึกซึ้งว่า แค่ความรักอย่างเดียว มันไม่พอทำให้ตัวละครไปพบกับความสุขในตอนจบหรอก”
“ถ้าความรักไม่พอสำหรับนิยายรัก แล้วมันต้องการอะไรอีกคะ”
“ความใคร่ไงปลายฟ้า” น้ำเสียงของเขาลุ่มลึกพิกล
“ความรักจำเป็นต้องมีความใคร่ด้วยหรือคะ”
“เพราะคิดแบบนี้ไง งานเขียนของปลายเลยน่าเบื่อยิ่งกว่าอ่านบทความสารคดี” กรินทร์พูดเจือเสียงหัวเราะราวกับเธอเพิ่งถามว่าโลกกลมหรือโลกแบน “ตัวละครเป็นมนุษย์ ไม่ใช่สัตว์ที่แค่สืบพันธุ์ตามสัญชาตญาณ ความใคร่ถือเป็นส่วนสำคัญของความรักของมนุษย์”
“แล้วความใคร่ที่ทำให้พี่รินทร์แอบไปมีสัมพันธ์สวาทกับผู้หญิงคนอื่นล่ะคะ เป็นส่วนสำคัญของความรักของพี่ด้วยใช่ไหม”
หนึ่งคำก็จืดชืด สองคำก็น่าเบื่อ ต่อให้พยายามเก็บความอ่อนไหวไม่ให้เล็ดลอดออกจากหัวใจ แต่ก็ไม่อาจห้ามตัวเองไม่ให้โต้เถียงเขาได้
“เพราะพี่ระบายความใคร่กับเธอไม่ได้ไงปลายฟ้า แล้วเธอก็ไม่เคยแสดงออกว่าใคร่พี่เลยตั้งแต่คบกันจนถึงคืนสุดท้ายคืนนั้น!”
คำพูดที่ลั่นออกจากปากหยักมีอานุภาพเหมือนสายฟ้าฟาดกลางใจ แต่จะขุดเอาอดีตมาซ้ำเติมบาดแผลกันและกันไปทำไม อีกทั้งการเป็นฝ่ายบอกลาของเธอตอนนั้นก็ทำเพื่อตัวเขาเอง
“ปลายหมดธุระแล้วจริง ๆ ปลายขอลานะคะ” ปลายฟ้าบอกพลางหันไปประจันหน้ากับคนที่กำลังนิ่วหน้ามองเธอ “แล้วก็ขอโทษอีกครั้งที่ปลายไม่มีความใคร่พอที่จะทำให้ความรักของเราสมบูรณ์”
จากนั้นก้าวขาเดินผ่านไหล่ของชายหนุ่ม แต่ไม่พ้นขอบเขตของวงแขนกว้าง เอวบางจึงถูกรวบแล้วหมุนตัวให้กลับเข้าไปแนบชิดกับร่างแกร่ง
"พี่ไม่เคยลืมคืนสุดท้ายของเราเลย แม้มันจะไม่น่าจดจำสำหรับปลายก็ตาม”
เขาโน้มหน้าลงมาใกล้จนปลายฟ้าเห็นเงาสะท้อนของตัวเองในดวงตาเรียว เธอเองไม่เคยลืมคืนนั้น คืนที่เธอทำทุกอย่างพัง คืนที่เธอรู้ชัดแก่ใจว่าไม่อาจหลุดจากอดีตร้ายที่ทำลายชีวิตของเธอได้
ทว่าปลายฟ้าไม่อยากทำให้หัวใจของตัวเองและของเขาบอบช้ำไปมากกว่านี้อีก จึงดันตัวเองสุดแรงให้หลุดจากวงแขนแกร่ง แล้วเชิดหน้าขึ้นด้วยท่าทางหยิ่งผยองตรงข้ามกับน้ำเสียงที่สั่นไหว
“ปลายก็ไม่ลืมคนที่บอกว่าปลายเป็นกามตายด้านเหมือนกัน” คำพูดโต้กลับของเธอสร้างความขุ่นเคืองให้กับชายหนุ่มไม่น้อย
“เพราะเป็นแบบนี้ไง นิยายของปลายเลยจืดชืด!”
“จืดชืดยังไงมิทราบ!”
"ก็เหมือนคืนสุดท้ายของเรา ปลายไร้อารมณ์ร่วมในบทรักที่พี่พยายามส่งให้ยังไง การเขียนนิยายรักของปลายก็จืดชืดพอกัน!"
"แต่นิยายเรื่องนี้ของปลายมันเป็นแนวฟีลกู้ด!”
“แล้วที่ลำบากเรื่องเงินอยู่ตอนนี้ มันฟีลกู้ดตรงไหน!”
ปลายฟ้ากำมือที่แนบข้างลำตัวทั้งสองข้างจนแน่น “ขอโทษที่เอาต้นฉบับนิยายจืดชืดมาทำให้พี่เสียเวลา!”
ต่อให้นิยายรักของเธอจืดสนิทยิ่งกว่าน้ำเปล่าจริงดังเขาว่า แต่เธอก็ไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องอยู่ให้เขาตอกย้ำชีวิตรสขมปี๋ของเธอ
“โอเค พี่ขอโทษที่พูดไปแบบนั้น” กรินทร์ยกมือทั้งสองทำราวกับขอยอมแพ้การวิวาท “อันที่จริง นิยายเรื่องนี้ของปลายมันก็ไม่ได้จืดชืดทั้งหมดหรอก สำนวนภาษาของปลายก็ดีมาก”
“แล้วทำไมพี่รินทร์ถึงคิดว่ามันไม่ดีพอสำหรับตีพิมพ์!”
“แนวเรื่องแบบนี้มันไม่สร้างยอดขายแล้วมันก็เป็นเหตุผลสำคัญของสำนักพิมพ์”
“ไม่สร้างยอดขาย...” คิ้วเข้มธรรมชาติขยับเข้าชิดกัน
“จะเขียนให้ขายได้ ก็ต้องเขียนนิยายตามกระแส ยิ่งนามปากกาโนเนม ยิ่งต้องอาศัยกระแสดันตัวเองให้อยู่เหนือคลื่น”
“แต่นิยายกระแสก็มีคู่แข่งเยอะไม่ใช่หรือคะ แล้วปลายก็ไม่เคยมีผลงานนิยายรักมาก่อน กว่าจะอยู่เหนือคลื่นต้องใช้เวลาเท่าไหร่ ต้องเขียนให้ได้กี่เรื่อง ต้องคลอดกี่พล็อต แล้วปลายจะรู้ได้ยังไงว่ากระแสไหนมากระแสไหนไป”
เขาถอนหายใจอย่างระอา มองเธอเพียงชั่วครู่เดียวแล้วเดินกลับไปหยุดยืนกอดอกหน้ารูปวาดแขวนผนังก่อนใช้ปลายนิ้วแตะแผ่นอะคริลิกที่เป็นรางวัลเกียรติยศจากสมาคมสื่อสิ่งพิมพ์ ปีพุทธศักราชที่ระบุนั้นนับย้อนไปได้ก็ช่วงที่เธอเพิ่งอยู่มัธยมปลาย
“นักเขียนก็มีปัญหาเหมือนสำนักพิมพ์ จะเขียนอะไรให้ขายได้ก็ต้องดูกระแส ไม่งั้นทั้งนักเขียนทั้งสำนักพิมพ์ก็ไม่รอด แล้วปลายก็รู้ใช่ไหมว่านิยายกระแสที่ทำเงินมาตลอดหลายปีไม่มีเปลี่ยนของอักษรารัญจวนคือนิยายอิโรติก” จากนั้นก็หันมาสบตาเธออีกครั้ง “แนวที่ปลายแอนตี้มาตลอด แต่ก็ทำเงิน”
ปลายฟ้ารู้ว่าที่เขาพูดมานั้นต้องการอะไร “ปลาย...ปลายเขียนแนวนั้นไม่ได้”
“บอกพี่ทีซิว่าทำไมถึงเขียนนิยายอิโรติกไม่ได้”
“คือ...” หญิงสาวลอบถอนหายใจ เพราะไม่อาจให้คำตอบเขาได้ แต่เขาก็ไม่จำเป็นต้องรู้
“ปลายต้องไปแล้วจริง ๆ ค่ะ ขอบคุณพี่รินทร์อีกครั้ง” เธอเอ่ยคำลา แล้วรีบก้าวขาเดินไปที่ประตูให้เร็วที่สุด
"เขียน!" ทว่าเสียงเข้มของชายหนุ่มหยุดขาเธอชะงัก
“พี่รินทร์ว่าอะไรนะคะ” พอหันหลังกลับไปก็เห็นความขึงขังในดวงตาเรียวชัดเจนแม้จะยืนห่างกันหลายก้าว
“ปลายต้องเขียนนิยายอิโรติกมาส่งพี่!”
"ปะ... ปลายกลัวไม่ผ่าน"
"มันจะผ่านถ้าพระเอกในเรื่องคือพี่ และนางเอกคือปลาย!"
คราวนี้ได้ยินเต็มสองรูหู แต่ไม่คิดว่าเขาจะพูดประโยคนั้นออกมา คนฟังจึงอ้าปากค้างไปชั่วขณะ “ปลายคิดว่า...คงไม่...”
“คิดให้ดีแล้วค่อยตอบ ครั้งหน้าที่พี่จะอ่านนิยายของปลาย พี่ต้องได้อ่านบทนำโดยเริ่มจากฉากร่วมรักของเราบนเตียง”
นี่เขาไม่ได้ล้อเธอเล่นใช่ไหม!