โชคชะตาพาปลายฟ้าผู้หวาดกลัวเรื่องบนเตียงให้มารับงานเขียนนิยายอิโรติกตามใบสั่งของแฟนเก่า แต่ฟ้าก็ใจดีส่งชายหนุ่มผู้มากประสบการณ์เซกส์มาให้ โดยที่ดันลืมเตือนว่าเขาเป็นผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมคนรักตัวเอง
ดราม่า,ชาย-หญิง,ไทย,รัก,ผู้ใหญ่,อิโรติก,สืบสวน ,ดราม่า,โรมานซ์,โรมานซ์สืบสวน,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
พระเอกนิยายสุดปลายฟ้าโชคชะตาพาปลายฟ้าผู้หวาดกลัวเรื่องบนเตียงให้มารับงานเขียนนิยายอิโรติกตามใบสั่งของแฟนเก่า แต่ฟ้าก็ใจดีส่งชายหนุ่มผู้มากประสบการณ์เซกส์มาให้ โดยที่ดันลืมเตือนว่าเขาเป็นผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมคนรักตัวเอง
เมื่อนิตยสารสารคดีที่ ปลายฟ้า เป็นนักเขียนประจำปิดตัว ทำให้ปลายผ้าต้องหันเหจากการเขียนแนววิชาการ ไปต้องเลี่ยนแนวไปเป็นนักเขียนนิยาย เพื่อหาเงินเลี้ยงดู แม่และน้องสาว โดยเฉพาะแม่ของเธอต้องรับการผ่าตัดตาในสิ้นปี ปลายฟ้าจึงเขียนนิยายรัก แล้วนำไปให้ กรินทร์ คนรักเก่าที่เป็นซีอีโอของสำหนักพิมพ์อักษรารัญจวนช่วยพิจารณา แต่กรินทร์ไม่ให้ผ่านเพราะแนวเรื่องไม่ตรงกันแนวของอักษรารัญจวนที่เน้นขายแนวนิยายอิโรติก
แต่เพราะกรินทร์ยังมีใจให้ปลายฟ้า ด้วยความรักที่หลงเหลือ จึงให้ปลายฟ้าเขียนนิยายอิโรติกโดยที่มีเขาเป็นพระเอก และเธอเป็นนางเอก แลกกับเงินค่าจ้างที่เขาจะจ่ายให้เธอเป็นรายเดือนแต่ปลายฟ้ามีปมกับเรื่องเซกส์เพราะเคยถูก เปลว พ่อเลี้ยงล่วงละเมิดในวัยเด็กและมักมีอาการทางประสาทกำเริบหากถูกกระตุ้น ทว่าด้วยเงินที่กรินทร์เสนอให้ จึงทำให้ปลายฟ้าตอบรับงาน แต่เพราะกลัวว่าจะเขียนให้ถึงตอนจบไม่ได้ ปลายฟ้าจึงตั้งใจหางานเสริม และเธอก็ได้งานแม่บ้านรีสอร์ตที่มีชื่อว่า Beyond The Horizon โดยบังเอิญจากแม่บ้านคนเก่าที่ลาออกกระทันหัน
ที่รีสอร์ตนี้ ปลายฟ้าต้องทำงานเป็นแม่บ้านประจำโซนวิลล่าการ์เด้น โดยมี แหวว หัวหน้าแม่บ้านเป็นคนคุมงาน เธอมีหน้าที่ดูแลทำความสะอาดและอำนวยความสะดวกให้แขกประจำโซน ซึ่งหนึ่งในแขกที่เธอต้องดูและคือ เข้ เจ้าของห้องหมายเลข 222 ที่เขาแอบเลี้ยงแมวโดยมีแค่เธอและเขาเท่านั้นที่รู้ นอกจากแหววแล้ว ปลายฟ้าได้เจอ ชิด บาร์เทนเดอร์ที่คอยสอนงานในห้องอาหารให้เธอ
ด้วยงานแม่บ้านนี้เองที่ปลายฟ้าจะยึดไว้เป็นอาชีพเสริมจนกว่าเธอจะเขียนนิยายอิโรติกให้กรินทร์จบ แต่มีเหตุเกิดขึ้นกับปลายฟ้าคือเธอเหยียบหางแมวที่คุณเข้เลี้ยงไว้ที่ริมสระน้ำ จนทำให้เธอตกสระ แต่เข้ก็ช่วยเธอไว้ได้ทัน ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้เข้รู้ว่าเธอต้องรับงานเขียนนิยายอิโรติกให้กรินทร์ แต่เธอไม่มีประสบการณ์เรื่องบนเตียง(แบบคู่รัก) เข้เลยเสนอว่าถ้าปลายฟ้ามาเป็นเพื่อนคุยให้เขา เขาจะเล่าประสบการณ์บนเตียงให้ฟัง ข้อตกลงแรกระหว่างปลายฟ้าและเข้จึงเริ่มขึ้น
แต่ปลายฟ้าไม่คาดคิดเลยว่าเธอจะกลายเป็นผู้เล่นคนหนึ่งในเกมล่าหาคำตอบของปริศนาฆาตกรรมในรีสอร์ทแห่งนี้
ลมทะเลยามอัสดงพัดผ่านผืนผ้าม่านโปร่งเบา ๆ กลิ่นเค็มปนกลิ่นชื้นของคลื่นที่ซัดเข้าฝั่งแฝงด้วยเค้าลางบางอย่าง เหมือนคำเตือนจากฟ้าไกลว่าความเปลี่ยนแปลงกำลังใกล้เข้ามา เสียงคลื่นซัดสลับเสียงลมคือท่วงทำนองกดดันที่ทำให้ทุกการเคลื่อนไหวบนโต๊ะอาหารตึงเครียดยิ่งขึ้น
เขตต์กลับคลี่ยิ้มบาง ๆ ท่ามกลางบรรยากาศที่เหมือนจะถูกบีบให้แน่นขึ้นทุกขณะ แล้วตอบคำถามแพรวพลอยเหมือนรู้ความหมายกำลังฉายชัดในดวงตาของเธอ
“ขวดนี้ไม่ใช่ขวดนั้นหรอก” เขาพูดชัดถ้อยชัดคำ “มันเป็นขวดที่ฉันกรอกออกมาจากภาชนะบ่ม ซึ่งก็ครบหนึ่งปีพอดี และเพื่อให้คืนนี้พิเศษขึ้นไปอีกสำหรับแขกพิเศษของ Beyond The Horizon คืนนี้”
เขารินของเหลวใสลงแก้วคริสตัลใบเล็กตรงหน้าพิมพ์ลดาเป็นคนแรก ตามด้วยแก้วของกรินทร์ ทุกการเคลื่อนไหวเชื่องช้า แต่มั่นคงเหมือนกำลังเล่าเรื่องผ่านของเหลวใสในแก้ว
“ในครั้งแรกที่ผมคิดสูตรเหล้าขวดนี้ ผมให้ชื่อมันว่า Beyond the Horizon…” เขาเอ่ยชื่อที่สะท้อนกับกำแพงห้องอย่างหนักแน่น “ผมตั้งชื่อไว้อย่างนั้น เพราะที่นี่เป็นที่เดียวที่ผมได้เห็นทั้งพระอาทิตย์ขึ้นและตกในสถานที่เดียวกัน ชีวิตจะด่ำดิ่งลงไปแค่ไหน…มันก็ยังมีวันที่จะกลับขึ้นมาส่องแสงอีกครั้ง ขอเพียงไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา และก้าวข้ามสู่เขตแดนใหม่ โลกใหม่ที่รอผมอยู่ตรงหน้า”
เขตต์ยกคอขวดขึ้นเล็กน้อยในมือ แล้วหันมาทางปลายฟ้า สบตาเธอเพียงเสี้ยววินาทีแต่เหมือนมีพลังไฟมหาศาลอัดแน่นภายในจนเหมือนเธอร้อมรุมไปทั้งกาย
“ถ้ายังมีลมหายใจอยู่ ต่อให้ผ่านเรื่องร้ายแค่ไหน มันก็จะยังคงอยู่ และเวลาจะช่วยบ่มทุกสิ่ง…จนกลายเป็นสถานที่ที่สะสมความทรงจำของผู้คน” เขาเอ่ยต่อด้วยรอยยิ้มไม่ใช่รอยยิ้มที่ปลอบประโลม แต่เหมือนรอยยิ้มของคนที่ผ่านการเผชิญกับความมืดมาแล้วจึงเข้าใจความหมายของแสง
“หมายความว่ายังไงที่ว่า เหล้าขวดนี้ไม่ใช่ขวดนั้น แล้วบ่มครบปีนั่นอะไร แล้วป้ายเหล้านั่นควรจะถูกเก็บเป็นหลักฐานที่ตำรวจไม่ใช่หรือ”
เขตต์จุ๊ปาก แล้วรินเหล้าใส่แก้วยื่นให้แพรวพลอย “ก็บอกแล้วไงว่าไม่ใช่เหล้าขวดนั้น” แล้วหย่อนตัวนั่งลงข้างพิมพ์ลดาตามเดิม “จำเรื่องโรงบ่มสุราชุมชนที่ผมเล่าให้คุณฟังตอนอยู่นิวยอร์กได้ไหมพิมพ์ ถ้าจำได้คุณช่วยบอกทุกคนหน่อยสิว่า Beyond The Horizon กำลังทำอะไรนอกจากให้บริหารที่พักริมชายทะเล”
พิมพ์ลดาทำหน้าเหมือนถูกส่งบทละครที่ไม่เคยซ้อม แต่เพียงไม่กี่วินาทีเธอก็ไล่เรียงคำพูดออกมา ทั้งเรื่องโรงบ่มสุราชุมชนที่ชายหนุ่มร่วมมือกับชาวบ้านผลิตสุราชุมชนโดยที่รีสอร์ตเป็นผู้ลงทุนสร้างโรงบ่มให้ และให้อบรมความรู้แก่ชาวบ้านึงการบ่มเหล้าที่ถูกต้องตามมาตรฐานสากล ร่วมกับการให้ความรู้ด้านการตลาดและการสร้างแบรนด์ เป้าหมายคือชุมชนจะแข็งแกร่งไปพร้อมกับการเติบโตของรีสอร์ต
“เยี่ยมเลย สมกับเป็นเอเจนซี่คนเก่งของผม” คำชมน้ำเสียงหวานเลี่ยนหูทำให้พิมพ์ดลายิ้มน้อยยิ้มใหญ่ “แล้วผมจะทำตามสัญญา ให้คุณได้เห็นของสำคัญที่สุดของผมในคืนนี้”
พิมพ์ลดาทำปากยื่นเล็กน้อย “ไม่ตุกติกกับพิมพ์เหมือนคืนนั้นแน่นะคะ คราวนี้ถ้ามีลูกเล่นอีกละก็พิมพ์ลาออกจากเอเจนซี่คนเก่งของคุณจริง ๆ”
“แสดงว่าตอนนี้โรงบ่มชุมชนอะไรนั่นเริ่มเปิดใช้งานมาอย่างน้อยก็หนึ่งปีแล้วอย่างนั้นสิ” กรินทร์แทรกคำถามในขณะที่ยังไม่คิดหยิบเหล้าขึ้นชิม
“ก็ทำนองนั้น”
เขตต์ตอบโดยไม่หันไปมองคนถาม ทว่าสายตาคู่นั้นจับจ้องมาทางปลายฟ้าที่ยังเก็บตัวเองอยู่ในความเงียบ แล้วจดจ้องไปยังป้ายเหล้าราวกับต้องการค้นหาอะไรบางอย่างจากมัน
“แล้วป้ายเหล้านั่น... มันถูกเขียนเมื่อไหร่” คำถามที่ทุกคนในโต๊ะไม่คาดคิดว่าปลายฟ้าจะถาม ยกเว้นเขตต์ที่กระตุกยิ้มให้ทันทีเหมือนรออยู่แล้ว
“เขียนเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี่เอง”
คำตอบของชายหนุ่มมาพร้อมกับเนื้อวากิวย่างถูกวางหน้าสมาชิกทุกคน กลิ่นหอมของมันอาจยั่วน้ำย่อยในกะเพราะของใครหลายคน แต่สำหรับปลายฟ้า เธอกลับรู้สึกท้องไส้ปั่นป่วน ไม่รู้เลยว่าชายหนุ่มคนนี้กำลังทำอะไร ขออย่างเดียวคืออย่าได้ล่วงรู้แผนของเธอ
“แล้วที่เอามาให้พวกเราดื่มนี่ยังไม่ใช่อะไรที่สำคัญหรือคะ เมื่อกี้เพิ่งบอกว่าเคยคิดตั้งชื่อให้เหล้าขวดนั้นว่า Beyond The Horizon” พิมพ์ลดาถามหลังจิบแรกเข้าไปแล้วทำท่าชื่นชมรสชาติของมัน
“มีสิ่งสำคัญกว่า สำคัญขนาดเปลี่ยนชีวิตผมได้เลย สำคัญขนาดที่ผมต้องเก็บรักษาให้เท่าชีวิต”
ปลายฟ้าหลุบตามองแก้วเหล้า ใบหน้าของเธอร้อนผ่าวขึ้นมาได้เพียงแค่สบตาเขา ทว่าความอุ่นจากฝ่ามือหนาของกรินทร์ที่เคลื่นเข้ามาโอบไหล่โดยไม่บอกล่วงหน้าทำให้ปลายฟ้าหายใจติดขัด
“ตื่นเต้นจัง พิมพ์อยากรู้แล้วว่าคืออะไร” พิมพ์ลดาถามเสียงหวาน
“ก่อนอื่น จัดการเนื้อวากิวตรงหน้าพวกคุณ ระหว่างนี้ฟังผมเล่าเรื่องอะไรให้ฟัง รับรองตื่นเต้นไม่แพ้กัน”
ความท้าทายที่ทิ้งไว้ตรงท้ายเสียงทำให้ปลายฟ้าใจเต้นขึ้นมา เธอลอบมองไปทางแพรวพลอยที่นั่งนิ่ง ริมฝีปากที่เหยียดเป็นเส้นตรงขยับขบกันราวกับกำลังขบเขี้ยวเคี้ยวฟันใครบางคน เห็นแล้วก็ยิ่งร้อนรนในใจ แต่ทางเดียวที่จะทำได้ตอนนี้คือการเล่นให้สมบทบาท
“กินอะไรให้หนักท้องก่อนเถอะปลาย ยังไม่ได้กินอะไรตั้งแต่กลางวันไม่ใช่หรือ” กรินทร์กระซิบใกล้หู ทว่าการจัดการเนื้อย่างชิ้นโตอาจหนักท้องจริง แต่มันจะยิ่งกระตุ้นอาการผะอืดผะอมเข้าไปใหญ่ มือบางจึงเลื่อนไปหยิบแก้วเหล้าที่เขาบอกว่าเพิ่งกรอกจากภาชนะบ่ม กับป้ายคล้องคอขวดที่เพิ่งเขียนแบบสดใหม่ที่เขาถอดวางไว้กลางโต๊ะราวกับจงใจ
ลายเส้นนั้น น้ำหนักของหมึกนั้น... คล้ายการลงพู่กันด้วยสีน้ำ แตกต่างจากลายเส้นที่อยู่บนแผ่นป้ายเหล้า ‘น้ำตาล’ ที่หากไม่สังเกต ก็มองไม่ออก
แล้วรสชาติของเหล้าขวดนี้ จะบอกเล่าอะไรถึงเหตุการณ์ในวันนั้นได้หรือ
คำถามในหัวเกิดขึ้นพร้อมกับริมฝีปากอิ่มของเธอแตะลงบนขอบแก้ว แล้วลิ้มรสของเหลวใสไร้สี พลันนั้นคิ้วเข้มธรรมชาติของปลายฟ้าก็เลิกขึ้นแล้วจ้องมองสุราในแก้ว
“บรรยายรสชาติของมันให้ผมฟังหน่อยสิ”
ดวงตากลมเงยมองเจ้าของประโยคเสียงทุ้มที่นั่งมองเธอด้วยแววตานิ่งเหมือนทะเลในวันคลื่นสงบ ทว่ารอยยิ้มที่ประดับบนใบหน้าคมเข้มนั้นบอกเธอว่าพายุกำลังเริ่มก่อตัวแล้ว
“รสแรกเริ่มด้วยอบเชยและผิวส้ม ช่วงกลางลิ้นเริ่มอุ่นเพราะขิงกับพริกไทย ตามมาด้วยเมล็ดผักชีกับกระวานเย็นปลายลิ้น แล้วก็...” ปลายฟ้าหยุดเพื่อคิดคำนึงถึงสิ่งที่อยู่ในหัวก่อนเอ่ยต่อว่า “...เหมือนมีกลิ่นจากดอกตะแบกเบา ๆ”
“นี่ปลายแยกรสชาติได้ขนาดนี้เลยหรือ” กรินทร์กล่าวด้วยน้ำเสียงทึ่ง “หรือว่ารู้ส่วนผสมของเหล้าอยู่แล้ว”
ไม่ใช่แค่กรินทร์ แต่คนที่เหลือนอกจากเขตต์มองเธอด้วยดวงตาประหลาดใจ เรื่องส่วนผสมนั้นเธอไม่รู้แน่นอน แต่เพราะการทำงานเป็นแม่บ้านให้เขาทำให้ได้ชิมสุราต่างรสมากมาย ทั้งนี้ แรกเริ่มเดิมทีก็เพียงเพื่อใช้ในงานเขียน ไม่ได้ใช้เพื่อหาทางพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของใคร
“คนที่รู้ส่วนผสมมีแค่ผมกับน้ำตาลเท่านั้น แต่คนที่รู้ว่าเหล้าที่บ่มในภาชนะบ่มจนครบปีกับเหล้าที่บ่มในขวดแก้วแล้วเก็บไว้ในตู้ควบคุมอุณหภูมิมีรสชาติและกลิ่นแตกต่างกันยังไงนั้น คนที่รู้ลึกเรื่องการบ่มเหล้าเท่านั้นที่จะรู้ ซึ่งแน่นอนว่าไม่ได้มีแค่ผมคนเดียวในโลก”
“เหล้าที่บ่มในภาชนะบ่มจนครบปีกับเหล้าที่บ่มในขวดแก้วแล้วเก็บไว้ในตู้ควบคุมอุณหภูมิ...” ปลายฟ้าทวนคำพูดนั้นเหมือนพูดกับตัวเอง
“อัตลักษณ์ของมันแตกต่างกันทั้งรสชาติและกลิ่นในขวดกับในภาชนะบ่ม แต่สำหรับผมความพิเศษไม่ได้อยู่แค่ตรงนั้น แต่อยู่ที่...” เขตต์ให้คำตอบเหมือนอ่านใจเธอออก “ลายเซ็นที่ปรากฏบนป้ายเหล้า”
แล้วเอ่ยต่อทันทีเมื่อปลายฟ้าหันสายตาไปทางป้ายชื่อเหล้า ทว่าเพียงอึดใจเดียวเขาก็ลุกขึ้นแล้วเดินออกจากตรงนั้น ทิ้งปริศนาไขความลับจักรวาลให้เธอ และคงมีเพียงที่ตกอยู่ในภวังค์ขบคิดจนกรินทร์สะกิดแล้วพูดให้ได้ยินเพียงสองคนว่า
“มีตำรวจมาที่นี่”
เมื่อมองตามเขาไปถึงเห็นว่าในที่นั้นยังมีใครอื่นอีกคน หนึ่งคือชายหนุ่มสวมใส่สูทกับแว่นตากรอบหนา และอีกหนึ่งสวมแจ๊กเก็ตมองคล้ายเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบอย่างที่กรินทร์บอก และเขาคนนั้นก็รับขวดเหล้าจากเขตต์ไป
“ฉันได้ยินจากเขาว่าอาจมีโครงการเปิดหลักสูตรบ่มเหล้าและผสมค้อกเทล” พิมพ์ลดายืดอกพูดด้วยใบหน้าชื่นชมในขณะที่ยังมองไปทางชายหนุ่มด้วยแววตาเป็นประกาย “ผู้ชายคนนี้มีอะไรให้ฉันภูมิในเสมอ แล้วถ้าไม่เป็นการพูดออกนอกหน้าเกินไป ฉันกับเขาเจรจาเรื่องการซื้อหุ้นรีสอร์ตกันแล้ว ดีลลับที่ฉันคิดว่าเปิดเผยให้สาธารณะชนรู้ได้ไม่อายใคร”
“เขาจะขายหุ้นได้ยังไง ในเมื่อต้องให้ฉันกับเสี่ยลงความเห็นก่อน” แพรวพลอยคลี่ยิ้มเย็น
“ถ้าฉันอ่านเกมตอนนี้ออก เสี่ยไม่น่าถือหุ้นที่ปันผลเทียบเท่าเงินทอนไว้ เขาอาจได้ขายเร็ว ๆ นี้เพราะไม่อยากพัวพันคดีที่ตัวเองไม่ได้เป็นคนก่อ” คราวนี้รอยยิ้มย้ายไปทางพิมพ์ลดา
“แล้วถ้าให้เทียบความสมน้ำสมเนื้อของคนที่จะเป็นผู้ถือหุ้นที่นี่ มันก็คงเป็นฉันนะคะ แล้วถ้าคุณแพรวพลอยอยากปล่อยที่นี่ ฉันก็ยินดีรับช่วง”
แพรวพลอยกำมือที่วางบนโต๊ะ แต่สีหน้ายังเรียบสนิท จ้องมาทางปลายฟ้าด้วยดวงตาที่มีไฟลุกโชน แม้เธอไม่ได้เป็นคู่กรณีของบทสนทนา ทว่าปลายฟ้ารู้ดีว่าแพรวพลอยต้องการอะไร
‘ถ้าได้หลักฐานที่เธอมั่นใจว่าจะเปิดโปงความชั่วของเขาได้ ทีนี้เขาก็จะเสียชื่อเสียง และยอมเสียที่นี่ไป ถึงตอนนั้นฉันจะได้เป็นผู้ถือหุ้นที่นี่คนเดียว’
‘คุณแพรวพลอยคะ ฉันขอถามอะไรสักอย่างก่อนเริ่มแผนคืนนี้ แท้จริงแล้วคุณแพรวพลอยต้องการอะไรจากคุณเข้คะ ต้องการให้เขารับโทษในสิ่งที่เขาก่อ หรือต้องการที่นี่ที่เป็นเหมือนชีวิตของเขา’
ในตอนที่เธอเอ่ยถามไป แพรวพลอยจ้องตาเธอนิ่ง แม้เครื่องหน้าทุกอย่างงดงามหมดจด แต่ปลายฟ้าสัมผัสได้ถึงความกระหายอยากทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้า ต่อให้เป็นคนเคยรักกันก็เผาผลาญให้มอดไหม้ด้วยไฟที่ลุกโหมในดวงตา
‘ที่ฉันต้องการจากเขาอย่างนั้นหรือ ก็แค่เพื่อให้เขารู้ว่าฉันเป็นผู้หญิงที่ใครจะเมินใส่ไม่ได้’
หากไม่ได้ฟังเรื่องราวกับคุณแหววมาก่อน ปลายฟ้าก็คงไม่เข้าใจประโยคนั้นของแพรวพลอย ผู้หญิงที่มองภายนอกอาจคิดว่ามีชีวิตที่ดีงามและสวยหรู ไปไหนมาไหนมีแต่ไฟสปอตไลท์ส่อง แต่เปล่าเลย...
“เอาล่ะ ผมขอเสิร์ฟของหวานที่เป็นจานสุดท้ายของคอร์สนี้” เสียงประกาศของลียงดังแค่ไหน แต่ปลายฟ้าได้ยินเพียงเสียงแว่วผ่านลม “ดาร์กช็อกโกแลตมูส เสิร์ฟคู่ราสป์เบอร์รี่สด และซอสเหล้ารัมเผาไฟ ใช้ชื่อเมนูว่าความลับที่หวานขม”
แต่เมื่อมีเสียงจานสีขาวที่มีชิ้นขนมสีน้ำตาลเข้มกระทบกับพื้นโต๊ะตรงหน้า สติของปลายฟ้าก็กลับมาอีกครั้ง
“พี่รินทร์คะ ปลายขอไปห้องน้ำนะคะ”
กรินทร์มองเธอเหมือนอยากพูดอะไรสักอย่าง แต่ก็พยักหน้ารับรู้ ปลายฟ้าจึงวางผ้าเช็ดปากไว้บนเก้าอี้จากนั้นเดินออกจากโต๊ะอาหารสวนทางกับเขตต์เดินกลับมา ในระยะที่แขนเฉียดกัน เธอได้ยินเขาบอกว่า
“เกมนี้มีแค่คุณคนเดียวที่ถูกกิน”
จู่ ๆ ปลายฟ้าก็รู้สึกเย็นวาบไปทั่วแผ่นกลัง จะเป็นเพราะสายลมที่พัดผ่านมาจนสร้างเสียงยอดไม้ไหวกระทบกันหรือเปล่าเธอไม่แน่ใจ แต่ไม่มีเวลาให้เธอหาคำตอบ สัญญาณถูกส่งมาแล้วว่าเธอต้องเริ่มแผนให้ไวและต้องสำเร็จ เกมนี้ไม่ว่าใครจะถูกใครกินก็ตาม แต่คนที่มีหมากเหลือมาที่สุดจะเป็นผู้ชนะ แต่ในบางเกมแม้จะเหมือนแค่หมากตัวเดียวก็ไม่ได้หมายความว่าจะแพ้เว้นแต่จะยอมยกธง ซึ่งคนคนนั้นไม่ใช่เธอที่มีหมากสำคัญในมือแค่ตัวเดียว
เกมนี้ ใครจะเป็นผู้ครองกระดาน แล้วหมากสำคัญที่อยู่ในมือของปลายฟ้า จะทำให้เธอเจอคำตอบของปริศนาหรือไม่ ติดตามกันต่อในตอนหน้านะคะ
ขอบคุณนักอ่านที่ติดตามนิยายเรื่องมาตลอด ถ้าชอบ ถูกใจก็คอมเมน?หรือแปะสติ๊กเกอร์เป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ
จุ๊บๆ