โชคชะตาพาปลายฟ้าผู้หวาดกลัวเรื่องบนเตียงให้มารับงานเขียนนิยายอิโรติกตามใบสั่งของแฟนเก่า แต่ฟ้าก็ใจดีส่งชายหนุ่มผู้มากประสบการณ์เซกส์มาให้ โดยที่ดันลืมเตือนว่าเขาเป็นผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมคนรักตัวเอง
ดราม่า,ชาย-หญิง,ไทย,รัก,ผู้ใหญ่,อิโรติก,สืบสวน ,ดราม่า,โรมานซ์,โรมานซ์สืบสวน,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
พระเอกนิยายสุดปลายฟ้าโชคชะตาพาปลายฟ้าผู้หวาดกลัวเรื่องบนเตียงให้มารับงานเขียนนิยายอิโรติกตามใบสั่งของแฟนเก่า แต่ฟ้าก็ใจดีส่งชายหนุ่มผู้มากประสบการณ์เซกส์มาให้ โดยที่ดันลืมเตือนว่าเขาเป็นผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมคนรักตัวเอง
เมื่อนิตยสารสารคดีที่ ปลายฟ้า เป็นนักเขียนประจำปิดตัว ทำให้ปลายผ้าต้องหันเหจากการเขียนแนววิชาการ ไปต้องเลี่ยนแนวไปเป็นนักเขียนนิยาย เพื่อหาเงินเลี้ยงดู แม่และน้องสาว โดยเฉพาะแม่ของเธอต้องรับการผ่าตัดตาในสิ้นปี ปลายฟ้าจึงเขียนนิยายรัก แล้วนำไปให้ กรินทร์ คนรักเก่าที่เป็นซีอีโอของสำหนักพิมพ์อักษรารัญจวนช่วยพิจารณา แต่กรินทร์ไม่ให้ผ่านเพราะแนวเรื่องไม่ตรงกันแนวของอักษรารัญจวนที่เน้นขายแนวนิยายอิโรติก
แต่เพราะกรินทร์ยังมีใจให้ปลายฟ้า ด้วยความรักที่หลงเหลือ จึงให้ปลายฟ้าเขียนนิยายอิโรติกโดยที่มีเขาเป็นพระเอก และเธอเป็นนางเอก แลกกับเงินค่าจ้างที่เขาจะจ่ายให้เธอเป็นรายเดือนแต่ปลายฟ้ามีปมกับเรื่องเซกส์เพราะเคยถูก เปลว พ่อเลี้ยงล่วงละเมิดในวัยเด็กและมักมีอาการทางประสาทกำเริบหากถูกกระตุ้น ทว่าด้วยเงินที่กรินทร์เสนอให้ จึงทำให้ปลายฟ้าตอบรับงาน แต่เพราะกลัวว่าจะเขียนให้ถึงตอนจบไม่ได้ ปลายฟ้าจึงตั้งใจหางานเสริม และเธอก็ได้งานแม่บ้านรีสอร์ตที่มีชื่อว่า Beyond The Horizon โดยบังเอิญจากแม่บ้านคนเก่าที่ลาออกกระทันหัน
ที่รีสอร์ตนี้ ปลายฟ้าต้องทำงานเป็นแม่บ้านประจำโซนวิลล่าการ์เด้น โดยมี แหวว หัวหน้าแม่บ้านเป็นคนคุมงาน เธอมีหน้าที่ดูแลทำความสะอาดและอำนวยความสะดวกให้แขกประจำโซน ซึ่งหนึ่งในแขกที่เธอต้องดูและคือ เข้ เจ้าของห้องหมายเลข 222 ที่เขาแอบเลี้ยงแมวโดยมีแค่เธอและเขาเท่านั้นที่รู้ นอกจากแหววแล้ว ปลายฟ้าได้เจอ ชิด บาร์เทนเดอร์ที่คอยสอนงานในห้องอาหารให้เธอ
ด้วยงานแม่บ้านนี้เองที่ปลายฟ้าจะยึดไว้เป็นอาชีพเสริมจนกว่าเธอจะเขียนนิยายอิโรติกให้กรินทร์จบ แต่มีเหตุเกิดขึ้นกับปลายฟ้าคือเธอเหยียบหางแมวที่คุณเข้เลี้ยงไว้ที่ริมสระน้ำ จนทำให้เธอตกสระ แต่เข้ก็ช่วยเธอไว้ได้ทัน ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้เข้รู้ว่าเธอต้องรับงานเขียนนิยายอิโรติกให้กรินทร์ แต่เธอไม่มีประสบการณ์เรื่องบนเตียง(แบบคู่รัก) เข้เลยเสนอว่าถ้าปลายฟ้ามาเป็นเพื่อนคุยให้เขา เขาจะเล่าประสบการณ์บนเตียงให้ฟัง ข้อตกลงแรกระหว่างปลายฟ้าและเข้จึงเริ่มขึ้น
แต่ปลายฟ้าไม่คาดคิดเลยว่าเธอจะกลายเป็นผู้เล่นคนหนึ่งในเกมล่าหาคำตอบของปริศนาฆาตกรรมในรีสอร์ทแห่งนี้
การพิจารณาคดีครั้งที่สาม
บรรยากาศในห้องพิจารณาคดีวันนี้ตึงเครียดจนเหมือนอากาศถูกขังไว้ใต้ฝ่าเท้า ไฟนีออนสีขาวด้านบนส่องลงมาเหมือนแสงที่ใช้ตรวจสอบความผิดของมนุษย์ ไม่ยินดียินร้าย แต่ไม่อาจหลบพ้นได้
ด้านหน้าบัลลังก์ ผู้พิพากษานั่งนิ่งในดูน่าเกรงขาม โต๊ะของอัยการที่อยู่ทางซ้ายนั้นเต็มไปด้วยเอกสารถูกจัดเป็นตั้งจนเหมือนกำแพง ส่วนโต๊ะฝ่ายจำเลยอยู่ทางขวา เขาเห็นเอกสารน้อยกว่าแต่ผ่านมือทนายความที่เขาเชื่อมั่นฝีมือ
วีรชัย นั่งข้างเขาอย่างสงบด้วยสีหน้าที่ไม่สะท้อนความกังวล ส่วนเขา ผู้ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรม นั่งอยู่ในพื้นที่เล็กๆ ที่เหมือนกล่องใส่ความบาปกลางห้องพิจารณา แม้ไม่มีโซ่ตรวน แต่ด้วยสายตาของทุกคนที่มองมา ก็ผูกเขาได้แน่นพอๆ กัน
ด้านหลังอัยการ แพรวพลอยนั่งไขว้ขวาอย่างเย่อหยิ่ง เธอเป็นฝ่ายโจทก์ผู้ผลักเรื่องนี้ให้คืบหน้า และเชื่อว่าจะลากเขาเข้าคุกได้ ข้างๆ กันนั้นคือแหวว หัวหน้าแม่บ้านของรีสอร์ต ที่มีสีหน้าเรียบสนิทราวกับรูปปั้น และในวันนี้ แถวหลังของผู้เข้าร่วมฟังการพิจารณาคดี มีกรินทร์มาจับจองเก้าอี้เป็นคนแรก
เสียงสัญญาณเปิดการพิจารณาดังขึ้น ผู้คนที่นั่งเป็นแถวหลังห้องต่างขยับตัวเล็กน้อย ความคาดหวังและแรงตึงรัดปะทุขึ้นทันที
ผู้พิพากษากวาดตามองทั่วห้องก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบแต่ทรงพลัง “ฝ่ายจำเลยยังยืนยันคำให้การเดิมว่าบริสุทธิ์อยู่หรือไม่”
“ยืนยันครับ ศาล” วีรชัยลุกขึ้นตอบน้ำเสียงของเขาหนักแน่น พลางรวบเอกสารชุดหนึ่งขึ้นมาถือไว้ในมือ เสียงกระดาษเสียดสีกันเบาๆ กลับดังชัดเจนเพราะทั้งห้องเงียบจนได้ยินลมหายใจของกันและกัน
“ในครั้งนี้ ผมใคร่ขอเสนอต่อศาลเป็น รายงานผลชันสูตรทางพิษวิทยา ซึ่งได้จัดทำโดยฝ่ายนิติวิทยาศาสตร์โรงพยาบาลXXX” วีรชัยเอ่ยแล้วก้าวเข้าไปยืนหน้าบัลลังก์ จากนั้นยื่นเอกสารให้เจ้าหน้าที่ศาลส่งต่อให้ผู้พิพากษา
ผู้พิพากษารับรายงาน เปิดดูเงียบๆ ในขณะที่อัยการโน้มตัวมองเอกสารอีกฝั่งราวกับกำลังไล่ล่าจุดอ่อน แพรวพลอยยื่นหน้าเล็กน้อย ดวงตาแข็งแต่มีประกายไม่แน่ใจ แหววไม่ขยับแม้แต่ปลายเล็บ ส่วนเขตต์…เขารู้สึกเหมือนโลกถูกขึงด้วยเส้นลวดบางๆ ที่กำลังจะตัดผ่านผิวหนัง
ผู้พิพากษากวาดสายตาไล่อ่านแล้วเงยหน้าขึ้นมอง ซึ่งวีรชัยรอจังหวะนี้อยู่แล้ว จึงกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงเรียบ แต่มีความหนักแน่น
“ผมขอให้ศาลโปรดพิจารณาตรงข้อสรุปข้อสามของรายงานนี้เป็นพิเศษครับ”
ได้ยินเช่นนั้น ผู้พิพากษาจึงให้เจ้าหน้าที่อ่านออกไมค์ตามระเบียบด้วยเสียงก้องเล็กน้อยไปทั่วห้องว่า
‘สรุปผลการตรวจ (Interpretation) :
1. การตรวจพบ Diazepam และเมตาบอไลต์ Nordiazepam ยืนยันว่าผู้ถูกตรวจได้รับยาไดอะซีแพมภายในช่วงเวลาก่อนเกิดเหตุ
2. การตรวจพบแอลกอฮอล์ในระดับปานกลางถึงสูง ทำให้เกิด ผลเสริมฤทธิ์กดประสาท (Synergistic CNS Depression)
3. สภาวะดังกล่าวสัมพันธ์กับอาการต่อไปนี้
- มึนงง
- สูญเสียการตัดสินใจ
- ความจำขาดช่วง
- การทำงานของกล้ามเนื้อผิดปกติ
4. ไม่มีหลักฐานชี้ว่าผู้ถูกตรวจตั้งใจมอมตนเอง (self-administration)
5. รูปแบบการตรวจพบสอดคล้องกับกรณีถูกมอมยาด้วยไดอะซีแพมร่วมกับแอลกอฮอล์’
ทันทีที่ประโยคสุดท้ายถูกอ่านจบ ทั้งห้องพิจารณาเหมือนขยับไปข้างหน้าหนึ่งก้าวโดยไม่ทันรู้ตัว
อัยการขมวดคิ้ว แพรวพลอยกัดฟันแน่นจนกรามขึ้นสัน แหววหายใจแรงขึ้นเล็กน้อย แต่ทุกสายตา ไม่ว่าจะเป็นของผู้พิพากษา หรือคนที่มานั่งฟังคดีกลับมาจดจ่อที่เขตต์เหมือนต้องการหาคำตอบจากเขาโดยตรง
วีรชัยจึงไม่ปล่อยให้ความสนใจนั้นหลุดลอย เขาต่อทันทีด้วยเสียงที่กดน้ำหนักมากขึ้นกว่าก่อน
“เพื่อให้ศาลเห็นภาพผลกระทบจากยาไดอะซีแพมร่วมกับแอลกอฮอล์ในสถานการณ์จริง ผมมีพยานบุคคลหนึ่งที่จะขึ้นให้การยืนยันอาการที่เกิดขึ้น ซึ่งพยานท่านนี้เคยประสบกับอาการเช่นเดียวกันอย่างตรงไปตรงมา”
เขาหันไปมองผู้พิพากษา “ผมจึงขออนุญาตนำพยานขึ้นเบิกความครับ เป็นพยานปากนี้สำคัญต่อข้อเท็จจริงใหม่ที่เพิ่งปรากฏในรายงานพิษวิทยา”
ผู้พิพากษาพยักหน้า “ศาลอนุญาต นำพยานขึ้นให้การได้”
วีรชัยหันไปทางประตูด้านหลัง เสียงรองเท้าแตะพื้นดังขึ้นทีละก้าวนั้นแสนเบาบอกเขตต์ว่าปลายฟ้ากำลังก้าวเข้าสู่ห้องพิจารณาคดี และทุกก้าวของเธอนั้นคล้ายตอกตะปูลงกลางอกเขตต์
ปลายฟ้า เธอกำลังเดินเข้ามาในห้องพิจารณาคดี
ใบหน้าของเธอซีดนิดๆ มือกุมแฟ้มแน่นจนเห็นเส้นเลือดขึ้น แต่ดวงตาคู่นั้น ถึงจะสั่นแต่ดูเหมือนยังมีแรงพอจะมองไปข้างหน้า
เสียงเจ้าหน้าที่เรียกชื่อเธอดังก้อง “เชิญพยานปลายฟ้าขึ้นแท่นพยาน”
เขตต์กลั้นลมหายใจ ทั้งกังวล ทั้งเจ็บ ทั้งอยากลุกไปประคองเธอ แต่ทำได้แค่กดเล็บลงกับฝ่ามือของตัวเองจนแสบ
ปลายฟ้าขึ้นยืน เธอเหลือบมองเขาเพียงชั่วแวบหนึ่ง เพียงพอแล้วที่จะทำให้เขารู้ว่า เขาคือหนึ่งในเหตุผลที่เธอต้องมายืนตรงนี้ และเขาก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่สภาพจิตใจของเธอเปราะบางจนแทบแตะไม่ได้
เมื่อปลายฟ้าไปยืนที่พยานบัลลังก์ หัวใจของเขตต์ก็เต้นแรงจนแทบทะลุอก
นี่คือสถานที่ที่ความจริงจะถูกบีบออกมาให้มนุษย์ทั้งห้องได้เห็นพร้อมๆ กับความเจ็บของเธอที่เขาไม่อยากให้ใครเห็นเลยแม้แต่น้อย ทว่าเขากำลังใช้ความเจ็บปวดนั้นเป็นกุญแจไขประตูสู่ความจริง
วีรชัยลุกขึ้นเสียงเก้าอี้ขยับเบาๆ แล้วเอ่ยคำถามด้วยน้ำเสียงสุภาพ แต่สำหรับเขา มันดังเหมือนเสียงลั่นของกรงเหล็ก
“คุณปลายฟ้า คุณรู้จักยาไดอะซีแพมได้อย่างไรครับ”
เขาเห็นไหล่บางของเธอเกร็ง เห็นลมหายใจที่สะดุด เห็นดวงตาของเธอเอ่อชื้นด้วยหยาดน้ำบางเบาแต่มากพอที่จะท่วมหัวใจเขา
“…จากพ่อเลี้ยงค่ะ”
แค่สามคำ ก็เหมือนมีใครจับมีดปลายทู่มากรีดอกเขาอย่างช้าๆ เขารู้เรื่องนี้จากแม่ของเธอ แต่การได้ยินเธอพูดออกมา… ในที่แห่งนี้… มันโหดร้ายยิ่งกว่าเดิมหลายเท่า
“เขาใช้ยาไดอะซีแพมอย่างไรกับคุณครับ” วีรชัยถามต่ออย่างนุ่มนวล
ปลายฟ้าหลุบตา ใบหน้าของเธอเริ่มซีดลงทีละน้อย เหมือนเลือดในร่างกำลังหลบหนีจากความทรงจำที่กำลังไล่ตามเธอ
“เขา…กรอกเหล้าที่ผสมไดอะซีแพมใส่ปากฉันค่ะ…”
“จากนั้นเกิดอะไรขึ้นกับคุณ”
“ฉันควบคุมตัวเองมึนงง และง่วงมากจนทนไม่ได้...” เธอพูดทั้งที่เสียงสั่น ไม่ใช่เพราะอ่อนแอ แต่เพราะเธอฝืนยืนต่อหน้าความจริงที่เธอไม่ควรถูกบังคับให้พูดที่ไหนทั้งนั้น โดยเฉพาะ…ในห้องที่คนเป็นร้อยกำลังมองเธออยู่
“แล้วจากนั้นล่ะครับ”
“ฉันตื่นขึ้นมาอีกครั้ง แล้วเจ็บปวดไปหมดทั้งร่างกาย แต่ฉันจำอะไรได้ไม่ชัดเจนว่าจากนั้นเกิดอะไรขึ้น แต่...”
ปลายนิ้วเธอเริ่มซีด สันกรามของเธอก็สั่น ก่อนเอ่ยต่อว่า “แต่...ฉันจำภาพพ่อเลี้ยงเขา...เขาอยู่บนตัวฉัน...กำลัง...กำลัง...” แต่แล้วเสียงของเธอก็เลือนหาย ดวงตาคู่นั้นก็จ้องเขม็งราวกับเห้นอะไรสักอย่างตรงหน้าที่ว่างเปล่า
เขตต์กัดฟันแน่นจนกรามขึ้นเป็นสันนูนอย่างห้ามไม่ได้ แล้วก็ทำอะไรไม่ได้ไปมากกว่าอดทนให้วีรชัยป้อนคำถามให้เธอ
“คุณปลายฟ้าครับ” วีรชัยคงต้องการเรียกชื่อเพื่อดึงเธอกลับมาอยู่กับปัจจุบัน “ผมอ่านข้อมูลการก่อเหตุในอดีตของคุณแล้ว และเอกสารชุดนั้นก็ได้ยื่นเป็นเอกสารประกอบคำให้การแล้วเช่นกัน ผมขอให้อัยการกับท่านผู้พิพากษาอ่านเอกสารชุดนั้น ระหว่างที่ผมซักถามต่อ คุณปลายฟ้าครับ คุณยังยินดีให้การต่อหรือไม่”
“ยินดีค่ะ” เสียงเธอสั่นพร่า แล้วละสายตาจากความว่างเปล่าตรงหน้าสบตาวีรชัย
My brave lady… เขตต์ครางคำพูดนั้นในใจ
“ภาพที่ฉันจำได้ แม้มีสติครึ่งๆ กลางๆ คือภาพที่เขากำลัง...ข่มขืนฉัน..อย่างกับสัตว์เดรัจฉาน...”
เกิดเสียงฮือดังในห้องพิจารณาคดี แต่ทันทีเธอเปล่งเสียงพร่าต่อ คนทั้งห้องก็เงียบฟังพร้อมเพรียงกันราวกับเงี่ยหูฟังเสียงกระซิบของลม
“หลายต่อหลายครั้ง...”
“หลายต่อหลายครั้ง? หมายความว่ายังไงครับ”
“เขาใช้ความรุนแรง ทำร้ายฉันแล้วบังคับให้ฉันกินเหล้าที่ผสมไดอะซีแพมเวลาที่แม่ไม่อยู่ เพื่อมอมฉันก่อนจะขืนใจ...หลายต่อหลายครั้ง”
ผู้พิพากษาเลิกคิ้ว อัยการดูเหมือนจะลุกขึ้นค้าน แต่เขตต์ไม่สนใจใครทั้งนั้น สายตาเขามีแค่ปลายฟ้า
ที่ยืนตัวแข็งเหมือนกำลังจะหายใจไม่ออก
วีรชัยเหลือบมองเขตต์เพียงหนึ่งวินาที หนนี้เขายอมตามความต้องการที่ไม่จำเป็นต้องส่งสัญญาณอะไรทั้งนั้น เพราะใบหน้าของเขามันฟ้องไปหมดแล้วทุกคำ
“ท่านผู้พิพากษา” เสียงของวีรชัยนิ่งเรียบ แต่มีน้ำหนักพอจะหยุดลมหายใจคนทั้งห้อง
“จากคำให้การของพยานในวันนี้ ผมขอสรุปประเด็นสำคัญต่อศาลดังนี้ครับ” เขาเว้นจังหวะหนึ่งหายใจห้องเงียบสนิท จนได้ยินเสียงกระดาษเสียดสีบนโต๊ะอัยการเบาๆ
“หนึ่ง พยานยืนยันว่าเคยประสบภาวะมึนงง การควบคุมร่างกายลดลง และความจำขาดช่วง เมื่อถูกให้ดื่มแอลกอฮอล์ที่ผสมไดอะซีแพมโดยไม่สมัครใจ ซึ่งสอดคล้องกับกลไกของยาในรายงานพิษวิทยาที่ศาลได้รับทราบก่อนหน้านี้”
เขตต์เห็นปลายฟ้าเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย เหมือนพยายามกลืนลมหายใจที่สะดุดนั้นกลับเข้าไปในลำคอ
วีรชัยดำเนินต่อด้วยจังหวะที่แม่นยำ ราวกับกำลังวางหินก้อนสุดท้ายลงบนโครงสร้างที่ไม่มีใครล้มได้
“สอง รายงานพิษวิทยาชี้ชัดว่าจำเลยมีสารไดอะซีแพมและแอลกอฮอล์ในระดับที่เกิดผลเสริมฤทธิ์กดประสาท ซึ่งก่อให้เกิดอาการเดียวกับที่พยานเล่าถึง ได้แก่ มึนงง สูญเสียการตัดสินใจ ความจำขาดช่วง และการประสานงานของร่างกายที่ผิดปกติ”
อัยการเงียบ แพรวพลอยขยับตัวไม่สบายใจชัดเจน แหววเม้มปากจนแทบไม่มีสีเลือด แต่วีรชัยยังพูดต่อไปอย่างมั่นคง
“สาม ผลการตรวจไม่พบหลักฐานใดสนับสนุนว่าจำเลยมอมตนเอง และรูปแบบการตรวจพบของสารทั้งสองชนิดเข้ากับกรณีถูกมอมยาโดยบุคคลภายนอก”
เขตต์รู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างหนักอึ้งที่อกค่อยๆ ถูกยกออกทีละชั้น แต่ความรู้สึกโล่งนั้นมีปนเจ็บ เพราะทุกคำพูดของวีรชัยคือการตักเอาความจริงของปลายฟ้ามาวางไว้กลางห้องต่อหน้าคนเป็นร้อย
แล้ววีรชัยก็พูดประโยคสุดท้าย ประโยคที่เหมือนลั่นฆ้องกลางใจเขา
“เมื่อพิจารณาจากอาการทั้งสี่ดังกล่าว มึนงง สูญเสียการตัดสินใจ ความจำขาดช่วง และการทำงานของกล้ามเนื้อผิดปกติ จำเลยจึงไม่อยู่ในสภาพที่จะมีเจตนาหรือก่อเหตุฆาตกรรมได้ในคืนเกิดเหตุครับ”
ห้องพิจารณาคดีตกอยู่ในเงียบจนราวกับเขตต์ได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองกลับมาเต้นดังอีกครั้งในอก และในเสี้ยววินาที เขาเห็นดวงตาของปลายฟ้าสั่นไหว ทั้งเจ็บและปลดปล่อยในเวลาเดียวกัน
สิ้นคำสรุป วีรชัยก็กลับมานั่ง ทิ้งท้ายความเงียบที่คมพอจะหั่นคดีออกเป็นอีกทิศทางหนึ่ง
ทว่าอัยการก็ลุกขึ้นเหมือนนาฬิกาที่รอจังหวะระเบิด
“ผมอนุญาตให้ซักค้านพยาน” เสียงอัยการดังชัดเจน และเมื่อได้รับอนุญาตก็พลิกแฟ้ม ก่อนเหลือบตามองปลายฟ้า
“คุณปลายฟ้า” ถึงอย่างนั้น น้ำเสียงเขานุ่มกว่าที่คาด แบบที่ทำให้รู้ว่าพายุจะตามมาแน่นอน
“ในเอกสารประกอบคำให้การของจำเลย มีการกล่าวถึงเหตุการณ์ในอดีตของคุณ เป็นเหตุการณ์ที่คุณใช้อาวุธมีดคัตเตอร์ทำร้ายพ่อเลี้ยง…จนดวงตาข้างหนึ่งของเขาบอด ระหว่างที่เขากำลังขืนใจคุณ”
ตัวของปลายฟ้าชะงัก หน้าของเธอซีดลงในทันที
“ในเหตุการณ์นั้น คุณก็ถูกมอมด้วยไดอะซีแพมเช่นกัน ใช่หรือไม่”
ปลายฟ้ากลืนน้ำลาย แล้วตอบเสียงแผ่ว “…ใช่ค่ะ”
“และถึงแม้จะถูกมอม แต่คุณยังสามารถ ล่อให้พ่อเลี้ยงหลงเชื่อว่าคุณยอมเขา ก่อนจะใช้จังหวะนั้นทำร้ายเขาอย่างรุนแรงจนดวงตาบอด ถูกต้องไหมครับ”
เขตต์กัดฟันจนกรามขึ้นสัน อยากจะเดินไปกระชากคอเสื้อนั่นแล้วลากออกนอกศาล แต่มือหนาหนักของวีรชัยกดที่หน้าตักเขาไว้
“…ฉัน… ฉันต้องป้องกันตัว…”
อัยการสวนทันที “ใช่ครับ เป็นการป้องกันตัว และศาลได้วินิจฉัยไปแล้วในคดีนั้น แต่คำถามของผมคือ…”
เขาหยุดหนึ่งจังหวะ กวาดสายตาไปรอบห้องแล้วหันกลับมากดน้ำหนักใส่เธอ
“ถ้าการถูกมอมนี้ ไม่ว่าจะโดยเจตนาของใครทำให้คุณหรือผู้ใดก็ตาม ก่อเหตุทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนสูญเสียอวัยวะหรือถึงแก่ความตาย มันยังถือว่าเป็นการป้องกันตัวอยู่หรือไม่ หรือว่าเป็นการกระทำที่เกินสมควรแก่เหตุ?”
ทั้งห้องพิจารณาชะงัก แม้แต่ผู้พิพากษาก็เงียบรอฟังคำตอบ