โชคชะตาพาปลายฟ้าผู้หวาดกลัวเรื่องบนเตียงให้มารับงานเขียนนิยายอิโรติกตามใบสั่งของแฟนเก่า แต่ฟ้าก็ใจดีส่งชายหนุ่มผู้มากประสบการณ์เซกส์มาให้ โดยที่ดันลืมเตือนว่าเขาเป็นผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมคนรักตัวเอง
ดราม่า,ชาย-หญิง,ไทย,รัก,ผู้ใหญ่,อิโรติก,สืบสวน ,ดราม่า,โรมานซ์,โรมานซ์สืบสวน,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
พระเอกนิยายสุดปลายฟ้าโชคชะตาพาปลายฟ้าผู้หวาดกลัวเรื่องบนเตียงให้มารับงานเขียนนิยายอิโรติกตามใบสั่งของแฟนเก่า แต่ฟ้าก็ใจดีส่งชายหนุ่มผู้มากประสบการณ์เซกส์มาให้ โดยที่ดันลืมเตือนว่าเขาเป็นผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมคนรักตัวเอง
เมื่อนิตยสารสารคดีที่ ปลายฟ้า เป็นนักเขียนประจำปิดตัว ทำให้ปลายผ้าต้องหันเหจากการเขียนแนววิชาการ ไปต้องเลี่ยนแนวไปเป็นนักเขียนนิยาย เพื่อหาเงินเลี้ยงดู แม่และน้องสาว โดยเฉพาะแม่ของเธอต้องรับการผ่าตัดตาในสิ้นปี ปลายฟ้าจึงเขียนนิยายรัก แล้วนำไปให้ กรินทร์ คนรักเก่าที่เป็นซีอีโอของสำหนักพิมพ์อักษรารัญจวนช่วยพิจารณา แต่กรินทร์ไม่ให้ผ่านเพราะแนวเรื่องไม่ตรงกันแนวของอักษรารัญจวนที่เน้นขายแนวนิยายอิโรติก
แต่เพราะกรินทร์ยังมีใจให้ปลายฟ้า ด้วยความรักที่หลงเหลือ จึงให้ปลายฟ้าเขียนนิยายอิโรติกโดยที่มีเขาเป็นพระเอก และเธอเป็นนางเอก แลกกับเงินค่าจ้างที่เขาจะจ่ายให้เธอเป็นรายเดือนแต่ปลายฟ้ามีปมกับเรื่องเซกส์เพราะเคยถูก เปลว พ่อเลี้ยงล่วงละเมิดในวัยเด็กและมักมีอาการทางประสาทกำเริบหากถูกกระตุ้น ทว่าด้วยเงินที่กรินทร์เสนอให้ จึงทำให้ปลายฟ้าตอบรับงาน แต่เพราะกลัวว่าจะเขียนให้ถึงตอนจบไม่ได้ ปลายฟ้าจึงตั้งใจหางานเสริม และเธอก็ได้งานแม่บ้านรีสอร์ตที่มีชื่อว่า Beyond The Horizon โดยบังเอิญจากแม่บ้านคนเก่าที่ลาออกกระทันหัน
ที่รีสอร์ตนี้ ปลายฟ้าต้องทำงานเป็นแม่บ้านประจำโซนวิลล่าการ์เด้น โดยมี แหวว หัวหน้าแม่บ้านเป็นคนคุมงาน เธอมีหน้าที่ดูแลทำความสะอาดและอำนวยความสะดวกให้แขกประจำโซน ซึ่งหนึ่งในแขกที่เธอต้องดูและคือ เข้ เจ้าของห้องหมายเลข 222 ที่เขาแอบเลี้ยงแมวโดยมีแค่เธอและเขาเท่านั้นที่รู้ นอกจากแหววแล้ว ปลายฟ้าได้เจอ ชิด บาร์เทนเดอร์ที่คอยสอนงานในห้องอาหารให้เธอ
ด้วยงานแม่บ้านนี้เองที่ปลายฟ้าจะยึดไว้เป็นอาชีพเสริมจนกว่าเธอจะเขียนนิยายอิโรติกให้กรินทร์จบ แต่มีเหตุเกิดขึ้นกับปลายฟ้าคือเธอเหยียบหางแมวที่คุณเข้เลี้ยงไว้ที่ริมสระน้ำ จนทำให้เธอตกสระ แต่เข้ก็ช่วยเธอไว้ได้ทัน ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้เข้รู้ว่าเธอต้องรับงานเขียนนิยายอิโรติกให้กรินทร์ แต่เธอไม่มีประสบการณ์เรื่องบนเตียง(แบบคู่รัก) เข้เลยเสนอว่าถ้าปลายฟ้ามาเป็นเพื่อนคุยให้เขา เขาจะเล่าประสบการณ์บนเตียงให้ฟัง ข้อตกลงแรกระหว่างปลายฟ้าและเข้จึงเริ่มขึ้น
แต่ปลายฟ้าไม่คาดคิดเลยว่าเธอจะกลายเป็นผู้เล่นคนหนึ่งในเกมล่าหาคำตอบของปริศนาฆาตกรรมในรีสอร์ทแห่งนี้
‘ปะ...ปล่อยหนู’
‘ยอมดีๆ ซะ จะได้ไม่ต้องเจ็บตัว’
‘ไม่ๆ หนูจะแต่งงาน หนูกำลังจะแต่งงาน...’
‘กับไอ้เขตต์ขี้แพ้นั่นน่ะเหรอ มันทำให้หนูสบายได้ไม่เท่าฉันหรอกนะ อย่าดื้อเป็นเด็กของฉันนอกจากจะปลดหนี้ให้แม่เธอแล้วยังมีเงินใช้ไม่ต้องมาเปิดร้านขนมแบบนี้หรอกนะ’
‘ไม่...อ๊ะ...’
‘นั่นแหละ แบบนี้แหละ ...’
‘ไม่...ไม่...มะ...’
‘ว่าง่ายแบบนี้แหละ ดีมาก ดีมาก’
ภาพที่กำลังฉายบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือนั้น มันเป็นอาคารที่กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างร้านขนมของน้ำตาล ทั้งภาพและเสียงของหญิงสาวนั้นก็คล้ายกับว่ามึนเมา และเธอถูกกดให้อยู่ใต้การครอบครองของชายใจทรามที่กำลังฉาย ดวงตาสีนิลที่จับจ้องไปยังการกระทำต่ำช้าฉายแวววาวโรจน์เหมือนมีไฟลุกโหม สันกรามของเขาขบแน่นจนสั่น ทว่าความโกรธที่พลุ่งพล่านก็ไม่อาจทำให้เขาฝืนทนดูต่อไป เขตต์คว่ำโทรศัพท์ลงกับโต๊ะอย่างแรงจนวีรชัยลอบกลืนน้ำลายแล้วมองมาที่โทรศัพท์เครื่องนี้ด้วยแววตาเป็นกังวล
“ผมรู้ว่าคุณเขตต์ทำใจยากที่จะดู แต่ผมยังยืนยันให้ดูต่อจนจบ”
ถึงจะบอกแบบนั้นก็เถอะ แต่ผู้หญิงที่อยู่ในคลิปคือน้ำตาล ผู้หญิงที่เขารักจนตัดสินใจแต่งงานกับเธอแม้จะเป็นการแต่งงานตามคำยืนกรานของเธอเพื่อให้เธอมั่นใจในรักของเขาก็ตาม และแม้จะมีอะไรเลวร้ายเกิดขึ้นจนเขาจำต้องตัดความสัมพันธ์ที่เป็นเหมือนตัดขั้วใจ แต่ความรักที่เคยมีให้น้ำตาลยังคงสถิตอยู่ ยิ่งได้เห็นหลักฐานที่ยืนยันคำพูดเธอวันเกิดเหตุแล้ว
‘...ฉันไม่เคยอยากเป็นของคนอื่นเลย’
หัวใจเขาเหมือนจะสลายให้ได้ในนาทีนี้ “มันอาจเป็นหลักฐานมัดตัวเสี่ยเรื่องใช้กำลังขืนใจน้ำตาลที่อยู่ในสภาพมึนเมาได้ แต่ผมทนดูให้จบไม่ได้”
“ไม่ใช่แค่หลักฐานมัดตัวเสี่ยเรื่องนั้น แต่มันจะช่วยให้รู้ว่ามีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งรับรู้เรื่องที่เกิดขึ้น หนึ่งในนั้นจะเป็นพยานคนต่อไปให้เรา และอีกหนึ่ง...” วีรชัยหยุดพูดแล้วขยับหน้าเข้ามาใกล้ “คือคำตอบที่ทำให้รู้ว่าแผงยาไดอะซีแพมที่มีลายนิ้วมือของคุณบังอรไปอยู่ที่นั่นได้ยังไง”
คิ้วเข้มย่นเข้าหากันมากกว่าเดิม ลมหายใจของเขตต์ก็แปรปรวนมากกว่าเดิม และสายตาของวีรชัยก็ทวีความเร่งเร้ามากขึ้นกว่าเดิมเช่นกัน เขาจำใจพลิกโทรศัพท์แล้วแตะหน้าจอเพื่อให้คลิปเล่นต่อไป แต่ภาพที่ปรากฏก็เลวร้ายเกินทน มือทั้งสองข้างจึงกำแน่นจนเส้นเลือดปูดโดยไม่รู้ตัว
‘เฮ้ย ไอ้ชิด!’
เสียงกร้าวของผู้ชายคนหนึ่งเล็ดลอดเข้าโทรศัพท์ พลันนั้นภาพท่อนล่างล่อนจ้อนที่ทาบซ้อนช่วงล่างระทวยของน้ำตาลก็เปลี่ยนวูบตามการขยับของเจ้าของโทรศัพท์ที่ถูกเอ่ยนาม และคนที่ปรากฏในจอภาพนั้นคือหนึ่งในลูกน้องของเสี่ยปอง
“นี่เป็นแค่ส่วนหนึ่ง ไม่ใช่ตอนจบของคลิป”
วีรชัยพูดราวกับต้องการให้เขาดูต่อ และในตินที่ดวงตาสีนิลก้มมองหน้าจอ ภาพที่เห็นก็สั่นไหวคล้ายขยับตามจังหวะสะบัดแขนของคนกำลังวิ่งสุดชีวิต จนเสียงตะโกนไล่หลังเริ่มค่อยลง แต่มีอีกเสียงดังแทนที่ และเป็นเสียงที่ที่ทำให้เขตต์ถึงกับสูดลมหายใจเข้า
‘ไอ้ชิด เข้ามาหลบในนี้’
วินาทีนั้น แสงในภาพก็หม่นลง ภาพหน้าจอกลับกลายเป็นสีดำแต่แค่เพียงชั่วขณะก่อนเปลี่ยนเป็นภาพคล้ายฝ่ามือ
“ชิดเปิดกล้องค้างไว้ตลอดเวลา คงเพราะตกใจจนลืม”
เสียงของวีรชัยแทรกมาในอากาศระหว่างที่เขตต์เพ่งสมาธิไปยังเสียงสนทนาที่ถูกบันทึกไว้
‘ทำไมแกมาอยู่ที่นี่’
‘ฉัน...ฉัน...แอบตามน้ำตาลมา’ อาการกระหืดกระหอบที่ยังตกค้างทำให้ชิดพูดติด ๆ ขัด ๆ ‘ตะ...แต่ลุงแก้วนั่นแหละ ทำไมมาอยู่ที่นี่’
‘นั่นสิ...ทำไมมาอยู่ที่นี่’
และเสียงใหม่ที่แทรกเข้ามาเสียงสุดท้ายทำให้เขตต์ถึงกับคำรามในลำคอ
“แพรวพลอย”
“และนั่นเป็นสิ่งสุดท้ายที่ถูกบันทึกในคลิปครับ ซึ่งผมจะหาวิธีใช้มันเป็นให้เป็นประโยชน์ต่อคดีในฐานะพยานวัตถุชิ้นสำคัญ”
คำพูดของวีรชัยดึงสายตาเขตต์ออกจากหน้าจอโทรศัพท์ ทว่าก็ยังมีข้อกังขามากมายไหลบ่าเข้ามาให้หัว นอกจากน้ำตาลกับเสี่ยปองแล้ว ตัวละครที่เหลือทั้งสามมีความเกี่ยวพันยังไงกับคดี
ที่สำคัญ ลายนิ้วมือที่อยู่บนเศษฟอยล์ห่อยาที่เจอในตึกเป็นลายนิ้วมือของพี่บังอร แม่บ้านคนเก่า เขตต์ประมวลผลความคิดในหัวอย่างหนัก ซึ่งหากใช้การตัดตัวเลือกที่อยู่ผิดที่ผิดทางที่สุดแล้วละก็
“ก่อนหน้านี้...คุณวีรชัยบอกว่าอาจมีการสร้างสถานการณ์...แล้วที่ยาแผงนั้นไปตกในตึกของน้ำตาลได้ก็เพราะ...” เขตต์สบตาทนายความของตน และคำตอบนั้นก็ฉายชัดในดวงตาของอีกฝ่าย
“ในนัดครั้งหน้า ลุงแก้วขึ้นศาลให้การในศาลครับ”
“แล้วชิดละครับ”
แววตาเป็นประกายของวีรชัยหม่นวูบลงเล็กน้อย “ชิดอาจเป็นพยานให้ได้ แต่ชิดอาจเสี่ยงถูกดำเนินคดี”
“ทำไม” น้ำเสียงของเขตต์เคร่งเครียด
“ก่อนที่ผมจะได้คคลิปมา ชิดตัดสินใจเผยแพร่คลิปในโซเชียลเน็ตเวิร์กแอคเคาน์ของตัวเองไปแล้ว”
ริมฝีปากของเขตต์เม้มเป็นเส้นตรงทันทีที่ได้ยิน “เผยแพร่...ตั้งแต่ต้น”
พอวีรชัยพยักหน้าเป็นคำตอบ เขตต์ก็ลั่นคำสบถออกมา แต่นั่นยังไม่พอทำให้ความขุ่นเคืองในพลุ่งพล่านหายไป เขาไม่รู้ว่าชิดเผยแพร่คลิปนั้นด้วยเหตุผลอะไร แต่ผลลัพธ์อย่างแรกคือการสร้างความเสียหายให้แก่น้ำตาล ผู้หญิงที่ถูกกระทำชำเราในขณะที่มีอาการมึนเมา ส่วนผลลัพธ์อย่างที่สองคือ ชิดกำลังกวักมือเรียกความตายให้เข้าไปหาตัวเอง
“ผมรีบทำการลบโพสต์บนโซเชียลไปแล้ว แต่คลิปก็ถูกเผยแพร่ไปแล้วนานกว่าสิบนาที”
“ถ้ามองในแง่ดี คลิปจะแพร่กระจายในสาธารณะถูกจำกัดความเสียได้บ้างใช่ไหมครับ”
“ใช่ครับ และผมสามารถทำให้ชิดเข้าสู่กระบวนการคุ้มครองพยานได้”
“คุ้มครองพยานเหรอครับ”
“ตอนนี้ชิดอาจกลายเป็นพยานที่รู้มากเกินไปไม่ต่างกับคุณปลายฟ้า และมันก็อันตรายมากพอที่ทำให้เขามีความจำเป็นต้องถูกคุ้มครอง ทั้งนี้ก็เพื่อคดี”
นั่นหมายความว่า ชิดต้องแลกกับอิสระ เปลี่ยนที่พัก ไม่ติดต่อใคร ใช้ชีวิตอยู่ในเงาจนกว่าคดีจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด
“อ้อ อีกเรื่องสำคัญที่ผมเพิ่งข้อมูลมาสด ๆ ร้อนๆ”
วีรชัยหยิบเอกสารสองแผ่นออกจากกระเป๋า แล้วเลื่อนมาให้เขาดู หากมองผ่าน ๆ ก็คือทะเบียนราษฎร์ แต่เมื่อจ้องให้ชัด ใบแรกคือทะเบียนราษฎร์ที่แสดงประวัติการย้ายเข้าย้ายออกของนางบังอร และใบที่สองคือทะเบียนราษฎร์ที่แสดงประวัติการย้ายเข้าย้ายออกของลุงแก้ว
“ศาลมีคำสั่งเรียกเอกสารตามคำร้องของผม ซึ่งอย่างที่คุณเขตต์เห็น ที่อยู่ล่าสุดก่อนย้ายมาอยู่ที่ชลบุรีของทั้งคู่...”
คือจันทบุรี... บ้านเลขที่ที่ระบุ เป็นบ้านของแพรวพลอย...
เขตต์เงยหน้าสบตาวีรชัย โดยไม่ต้องเอื้อนเอ่ยคำใด แต่รู้กันว่าเส้นทางที่พวกเขากำลังวิ่งอยู่ในความมืดนั้น ค่อยๆ เห็นแสงรำไรอีกครั้ง
วีรชัยตระเตรียมและซักซ้อมการถามตอบกับเขาเพื่อใช้ในการขึ้นให้การในครั้งต่อไปจนพอใจแล้ว เขตต์ก็พาวีรชัยขึ้นเรือยางแล้วพากลับเข้าฝั่ง ถึงจะค่ำมืดดึกดื่นแค่ไหน ทนายความคนนี้ก็ไม่อยากทุ่มเทเวลาที่มีทำทุกอย่างเพื่อให้ลูกความอย่างเขาเดินออกจากศาลพร้อมกับกำคำตัดสินว่าบริสุทธิ์ไว้ในฝ่ามือ
ตอนนี้เขาเก็บตัวแปรสำคัญได้แล้วสามคน ลุงแก้วที่อยู่ในเรือนจำ ชิดที่วีรชัยจะพาไปเก็บตัวในสถานที่ปลอดภัย และปลายฟ้าที่ตอนนี้เธออาจกำลังหลับใหลหรือไม่ก็รังสรรค์นิยายตอนใหม่ของเธออยู่
นิยายของเธอ หนึ่งหญิงกับสองชาย ความรักที่ปลายเป็นรักสามเส้า หากแต่นางเอกจะเลือกมอบรักให้ใครนั้น ขึ้นอยู่กับหัวใจของนักอ่านแต่ละคน ก็ในเมื่อตัวเลือกไม่ได้มีหนึ่งเดียวนี่นา ทว่าพอคิดว่าถึงตรงนี้แล้ว เขาก็รู้สึกเจ็บแปลบที่หน้าอก
บางที...เขาอาจเป็นหนึ่งในสองตัวเลือกของปลายฟ้า
เสียงข้อความแจ้งเตือนจากกล้องวงจรปิดดึงเขาออกจากความคิด เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่ลียงนำอาหารมาส่งนักเขียนสาว ความเป็นไปได้เดียวคือปลายฟ้าเองที่อาจกำลังออกจากห้อง จึงเปิดแอปพลิเคชันที่เชื่องต่อกับกล้อง ก็เป็นตามที่คิด แต่เธอไม่ได้อยู่คนเดียว ยังมีองุ่นอยู่ด้วย
จะออกไปไหนกัน...เมื่อเพ่งมองให้ละเอียด คิ้วเข้มก็ขมวดเข้าหากัน เพราะมือไหล่ข้างหนึ่งของนักเขียนสาวมีกระเป๋าสัมภาระใบที่เธอใช้เวลาเดินทางกลับบ้าน เสี้ยววินาทีต่อมา ปลายฟ้าก็แหงนมอง
ดวงตาคู่นั้น...ราวกับกำลังบอกลา
ไม่ให้ไปไหนหรอก ไม่มีทางให้เธอห่างเขาหรอก!
คิดได้แค่อย่างเดียว ขายาวจึงรีบสับไวขึ้น แต่มีความประหลาดก็ขวางทางอยู่ตรงหน้า
“คุณแหวว...”
เมี้ยว
แทบจะพร้อมกันกับที่เขาหยุดขา เบอร์เบินก็กระโดดออกจากพุ่มไม้ข้างทาง แล้วเข้ามาไถตัวกับขาของเขา ไม่มีท่าทางระแวงระวังบุคคลอื่นที่ยืนห่างออกไปไม่กี่ก้าวเลยสักนิด
“กฎของรีสอร์ตคือห้ามเลี้ยงสัตว์ในห้องนี่นะ” เสียงขรึมกับสายตาเข้มงวดเหมือนครูฝ่ายปกครองที่มองลอดแว่นสร้างความกดดันให้เขตต์ได้พอดู
“ผมจะมาถกกับคุณแหววเรื่องนี้ทีหลัง” ชายหนุ่มอุ้มเบอร์เบินขึ้นแล้วจะก้าวขาเดินต่อ แต่ก็ต้องเลิกคิ้วขึ้นเพราะหัวหน้าแม่บ้านขยับตัวกั้นทางไว้เหมือนจนใจ
“ความกังขาในเรื่องกฎของรีสอร์ตถือเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องยกขึ้นมาถกกัน คุณเองไม่ใช่หรือคะ ที่เป็นคนพูดแบบนั้น”
“แต่ตอนนี้ มันอยู่นอกห้อง” รู้ตัวว่าตอบแบบเอาสีข้างเข้าถู แต่เขาไม่อยู่ในภาวะอารมณ์ที่จะมาโต้แย้งเรื่องนี้
“จะนอกหรือจะใน กฎก็ต้องเป็นกฎ คนที่ละเมิดกฎก็ต้องถูกลงโทษ ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามไม่ใช่หรือคะ”
“แล้วดึกขนาดนี้ ทำไมคุณแหววถึงยังเดินอยู่แถวนี้ล่ะครับ แพรวพลอยเขาเปลี่ยนกฎให้หัวหน้าแม่บ้านทำงานตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงแล้วหรือไง”
แหววยักไหล่ “ถ้างานแม่บ้านก็ยังปฏิบัติตามสัญญาว่าจ้างเดิมค่ะ แต่ที่ฉันออกมาเดินกลางดึกกลางดื่นก็เผื่อว่าเจอเบาะแสอะไรเกี่ยวกับคดีลูกสาวของฉันได้บ้าง”
“แล้วเจอเบาะแสอะไรหรือยัง”
ดวงตาคู่นั้นจับจ้องมายังสิ่งมีชีวิตที่ซุกตัวกับแขนของเขาราวกับว่าถ้ามุดเข้าไปอยู่ในตัวเขาได้ มันก็คงทำ
“นัดพิจารณาคดีครั้งหน้า ฉันจะขึ้นให้การ แล้วอัยการก็จะเป็นคนบอกเองว่าฉันเจออะไรบ้าง”
เขตต์แค่นหัวเราะ แล้วจะเดินผ่านไหล่เธอเพื่อผลักประตูวิลล่าของตน ทว่าประโยคสุดท้ายของแหววนั้นทำให้เขาชะงักมือที่กำลังเอื้อมไปแตะประตู
“ฉันขอถามคุณสักหน่อย ตอนที่ฉันคุยกับคุณครั้งก่อนตอนที่คุณกลับจากนิวยอร์กล่าสุด คุณบอกว่าคุณไม่กลัวเรื่องเข้าคุก แล้วก็ไม่ได้สู้เพื่อตัวเอง...”
เขตต์เอี้ยวตัวหันไปมองคนพูดอีกครั้ง และครั้งนี้เขามองไม่เห็นความเข้มงวดในแววตาคู่นั้น แต่มีความอ่อนแอสุดกลั้นของผู้หญิงคนหนึ่ง กระนั้นก็สัมผัสได้ถึงพลังของการไม่ยอมแพ้
“ฉันจะไม่ถามต่อว่าคุณสู้เพื่อใครหรือเพื่ออะไร แต่สำหรับฉันมีแค่สู้เพื่อน้ำตาลเท่านั้น! ฉันเลี้ยงน้ำตาลด้วยตัวเองคนเดียวและสู้เพื่อน้ำตาลมาตลอด ต่อให้น้ำตาลจะไม่รับรู้แล้ว ฉันก็จะทำแบบนั้นต่อไป!”
เขตต์ตอบกลับเสียงแข็ง “ผมก็ทำแบบนั้นอยู่!”
แล้วรีบวิ่งออกจากตรงนั้น ตรงไปผลักประตูเข้าไปในวิลล่าหมายเลข 222 ท่ามกลางความเงียบผสมเสียงจิ้งหรีด ผสานเสียงเหยียบย่ำขึ้นบันได แต่ในทุกก้าวย่างที่เท้าเขากระแทกพื้น ก็เหมือนกระทุ้งภาพอดีตที่เกิดขึ้นตรงนี้ให้ย้อนกลับมา
ตรงบันไดขั้นสุดท้าย มีเลือดชุ่มโชกไหลทะลักจากร่างที่หายใจโรยรินของน้ำตาล ที่หน้าห้องตรงนี้ เขาและเธอยื้อยุดฉุดกระชากกัน ปลายแหลมของขวดปากฉลามแฉลบศีรษะเขาไปมา ใบหน้าบิดเบี้ยวเพราะความเกรี้ยวกราดของเธอเหมือนถูกปีศาจเข้าสิง เบอร์เบิน แมวน้อยใจเด็ดที่ต่อให้โดนเหวี่ยงไปไกลแค่ไหน ก็พุ่งตัวเข้ากัดเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า และจากนั้น...
‘น้ำตาล!’
เขาได้ยินแต่เสียงของตัวเองตะโกนก้องเรียกเธอ เห็นเธอปัดป่ายแขนทั้งสองไปมาในอากาศราวกับคว้าหาที่ยึด และสัมผัสสุดท้ายในขณะที่เธอยังมีลมหายใจยังติดตรึงอยู่ตรงปลายนิ้ว สัมผัสสุดท้ายที่ไม่มีวันหวนกลับมาอีก
เบอร์เบินกระโจนลงจากตัวเข้าห้องทันทีที่ประตูถูกเปิด แต่ภายในห้องกลับมืด
ปลายฟ้า...เธอไม่ได้แค่ไม่อยู่ แต่ทั้งโน้ตบุ๊ค สมุดบันทึก หรือแม้แต่เสื้อผ้า ก็หายไปจนหมดสิ้น!