โชคชะตาพาปลายฟ้าผู้หวาดกลัวเรื่องบนเตียงให้มารับงานเขียนนิยายอิโรติกตามใบสั่งของแฟนเก่า แต่ฟ้าก็ใจดีส่งชายหนุ่มผู้มากประสบการณ์เซกส์มาให้ โดยที่ดันลืมเตือนว่าเขาเป็นผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมคนรักตัวเอง
ดราม่า,ชาย-หญิง,ไทย,รัก,ผู้ใหญ่,อิโรติก,สืบสวน ,ดราม่า,โรมานซ์,โรมานซ์สืบสวน,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
พระเอกนิยายสุดปลายฟ้าโชคชะตาพาปลายฟ้าผู้หวาดกลัวเรื่องบนเตียงให้มารับงานเขียนนิยายอิโรติกตามใบสั่งของแฟนเก่า แต่ฟ้าก็ใจดีส่งชายหนุ่มผู้มากประสบการณ์เซกส์มาให้ โดยที่ดันลืมเตือนว่าเขาเป็นผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมคนรักตัวเอง
เมื่อนิตยสารสารคดีที่ ปลายฟ้า เป็นนักเขียนประจำปิดตัว ทำให้ปลายผ้าต้องหันเหจากการเขียนแนววิชาการ ไปต้องเลี่ยนแนวไปเป็นนักเขียนนิยาย เพื่อหาเงินเลี้ยงดู แม่และน้องสาว โดยเฉพาะแม่ของเธอต้องรับการผ่าตัดตาในสิ้นปี ปลายฟ้าจึงเขียนนิยายรัก แล้วนำไปให้ กรินทร์ คนรักเก่าที่เป็นซีอีโอของสำหนักพิมพ์อักษรารัญจวนช่วยพิจารณา แต่กรินทร์ไม่ให้ผ่านเพราะแนวเรื่องไม่ตรงกันแนวของอักษรารัญจวนที่เน้นขายแนวนิยายอิโรติก
แต่เพราะกรินทร์ยังมีใจให้ปลายฟ้า ด้วยความรักที่หลงเหลือ จึงให้ปลายฟ้าเขียนนิยายอิโรติกโดยที่มีเขาเป็นพระเอก และเธอเป็นนางเอก แลกกับเงินค่าจ้างที่เขาจะจ่ายให้เธอเป็นรายเดือนแต่ปลายฟ้ามีปมกับเรื่องเซกส์เพราะเคยถูก เปลว พ่อเลี้ยงล่วงละเมิดในวัยเด็กและมักมีอาการทางประสาทกำเริบหากถูกกระตุ้น ทว่าด้วยเงินที่กรินทร์เสนอให้ จึงทำให้ปลายฟ้าตอบรับงาน แต่เพราะกลัวว่าจะเขียนให้ถึงตอนจบไม่ได้ ปลายฟ้าจึงตั้งใจหางานเสริม และเธอก็ได้งานแม่บ้านรีสอร์ตที่มีชื่อว่า Beyond The Horizon โดยบังเอิญจากแม่บ้านคนเก่าที่ลาออกกระทันหัน
ที่รีสอร์ตนี้ ปลายฟ้าต้องทำงานเป็นแม่บ้านประจำโซนวิลล่าการ์เด้น โดยมี แหวว หัวหน้าแม่บ้านเป็นคนคุมงาน เธอมีหน้าที่ดูแลทำความสะอาดและอำนวยความสะดวกให้แขกประจำโซน ซึ่งหนึ่งในแขกที่เธอต้องดูและคือ เข้ เจ้าของห้องหมายเลข 222 ที่เขาแอบเลี้ยงแมวโดยมีแค่เธอและเขาเท่านั้นที่รู้ นอกจากแหววแล้ว ปลายฟ้าได้เจอ ชิด บาร์เทนเดอร์ที่คอยสอนงานในห้องอาหารให้เธอ
ด้วยงานแม่บ้านนี้เองที่ปลายฟ้าจะยึดไว้เป็นอาชีพเสริมจนกว่าเธอจะเขียนนิยายอิโรติกให้กรินทร์จบ แต่มีเหตุเกิดขึ้นกับปลายฟ้าคือเธอเหยียบหางแมวที่คุณเข้เลี้ยงไว้ที่ริมสระน้ำ จนทำให้เธอตกสระ แต่เข้ก็ช่วยเธอไว้ได้ทัน ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้เข้รู้ว่าเธอต้องรับงานเขียนนิยายอิโรติกให้กรินทร์ แต่เธอไม่มีประสบการณ์เรื่องบนเตียง(แบบคู่รัก) เข้เลยเสนอว่าถ้าปลายฟ้ามาเป็นเพื่อนคุยให้เขา เขาจะเล่าประสบการณ์บนเตียงให้ฟัง ข้อตกลงแรกระหว่างปลายฟ้าและเข้จึงเริ่มขึ้น
แต่ปลายฟ้าไม่คาดคิดเลยว่าเธอจะกลายเป็นผู้เล่นคนหนึ่งในเกมล่าหาคำตอบของปริศนาฆาตกรรมในรีสอร์ทแห่งนี้
***
[หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับคนขับรถบรรทุกผู้รับว่างจ้างจากอริสาได้แล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ส่งกำลังเข้าล้อมจับหญิงสาวผู้บงการ แต่เธอหายออกจากคฤหาสน์ตระกูลไชยชาญ แม้แต่ที่บริษัทหรือกิจการในเครือก็ไม่พบร่องรอยของหญิงสาว ราวกับเธออันตรธานไปจากโลก
กระนั้น ภูมินทร์ก็ไม่ยอมหยุดแค่นั้น เขาจ้างวานนักสืบเอกชนรวมถึงตั้งค่าหัวเป็นเงินจำนวนมากเพียงเพื่อนำตัวหล่อนมาลงโทษ ทั้งความผิดที่ฆาตกรรมน้องสาว รวมไปถึงเชื้อไขของเขาที่ไม่มีบุญได้เกิด เหล่านี้ล้วนเป็นความผิดที่ต้องได้รับการลงโทษตามกฎหมาย เว้นแต่ความดีของอริสาก็มีอยู่บ้างคือการทำให้ลัลลาบายกลับมาพบเจอเขา แม้ในตอนแรกเธอจะมาเพื่อแก้แค้นก็ตาม
เด็กในท้องตัวโตขึ้นมา อีกไม่กี่เดือนภูมินทร์ก็จะได้เห็นหน้าเจ้าหนูแล้ว ตื่นเต้นบอกไม่ถูก เห่อซื้อข้าวของรอจนเต็มบ้าน ทำเอาป้าหวีส่ายหน้า เพราะหมั่นไส้คนขี้เห่อทั้งที่ก่อนหน้าไม่คิดจะดูแลหญิงสาว ก็ไม่รู้ว่าอะไรเข้าสิงถึงได้เปลี่ยนซาตานให้กลับมาเป็นเทพบุตร กระทั่งเด็กน้อยลืมตาดูโลก ภูมินทร์ก็เกิดความรักใคร่เอ็นดู
แต่ฝ่ายหญิงดูเหมือนว่าจะหวาดหวั่นกับความเปลี่ยนแปลง อาจเป็นเพราะอาการผวาที่ถูกทำร้ายจนเกือบแท้ง ลัลลาบายจึงมีท่าทางวิตกจริตทุกครั้งที่ได้ยินเสียงภูมินทร์ และเมื่อเธอเป็นแบบนี้ ความรู้สึกผิดที่ผนวกเข้ากับความรักและห่วงหวงก็ทวีคูณมากกว่าแต่ก่อน
ทว่าสัญญาที่ให้ไว้กับเคนยังไม่มีผลจนกว่าอริสาจะถูกจับและสารภาพว่าหล่อนคือผู้จ้างวานฆ่าอรัญญา
“ฉันโทรมาแจ้งข่าวว่าพบอริสาแล้ว” วันหนึ่งเคนติดต่อหาเขาจากจังหวัดชายแดนติดกับกัมพูชา “หล่อนกำลังจะขึ้นเครื่องบินเจ็ทหนีพรุ่งนี้ ฉันจับตาหล่อนอยู่ที่สนามบินส่วนตัว แกต้องรีบแจ้งตำรวจเดี๋ยวนี้”
ยอมรับว่าเขาต้องการจับอริสา แต่หากทุกอย่างเป็นไปตามที่เคนบอก เท่ากับเขาต้องคืนลัลลาบายให้มัน ความคิดยอกย้อนกันระหว่างชั่วกับดี แต่ถ้าลัลลาบายยังหลงเหลือความรักให้เขาอย่างที่เคยบอก เขาหันไปมองหญิงสาวที่กำลังกล่อมเด็กน้อยให้หลับ แล้วเดินออกมาคุยนอกบ้านเพราะไม่ต้องการให้ลัลลาบายรู้เห็นเกี่ยวกับสิ่งที่เขาและเคนกำลังทำ
“ฉันจะรีบแจ้งตำรวจ ส่วนแกก็คอยเฝ้าหล่อนไว้อย่าให้คลาดสายตา”
“อย่าลืมว่าแกสัญญาอะไรกับฉันไว้” เคนย้ำเสียงขรึม
“ฉันไม่ลืมสัญญาที่จะคืนบายถ้าพิสูจน์ว่าอริสาเป็นตัวบงการแน่”
ภูมินทร์ทวนคำพูด แต่เขาไม่รู้ตัวว่ามีใครแอบฟังอยู่ จนในเช้าวันต่อมาชายหนุ่มคำรามลั่นบ้านเมื่อพบข้อความทิ้งไว้ว่าเธอจะไปหาเคนเพราะความเป็นห่วงกลัวว่าจะเกิดอันตรายกับอดีตแฟนหนุ่ม]
***
กรินทร์อ่านบทล่าสุดของปลายฟ้าที่ถูกอัพโหลดขึ้นแพลทฟอร์มไปแล้ว แน่นอนว่าเขาไม่ได้เป็นบรรณาธิการให้เธออีกต่อไป การแสดงความเห็นใด ๆ ก็ทำได้แค่อยู่ในใจ เพียงแต่จากบทนี้เป็นต้นไป วาดฟ้าจะไม่สามารถตรวจสอบด้วยอีก เพราะอาการของเธอแย่ลงขนาดหนัก แค่ลุกจากเตียงก็ฝืนเกินไปด้วยมะเร็งลุกลามไปทั่วร่างกายเร็วกว่าที่คาดคิด
ชายหนุ่มถอนหายใจหนักอีกครั้ง หากวาดฟ้าจากไปก่อนกิจกรรมทายนามปากกาจะประกาศผล แล้วข่าวนี้ถูกแพร่สะพัดออกไป เขาอาจถูกนักอ่านแหกอก เลวร้ายไปกว่านั้น อาจเสียแฟนคลับของวาดฟ้าที่เป็นลูกค้ากลุ่มใหญ่ของสำนักพิมพ์ด้วยเหตุผลหลอกลวง และนั่นจะเป็นจุดพลิกผันของอักษรารัญจวน ในขณะที่องุ่นคิดว่าจะพาสำนักพิมพ์เหินฟ้า ทว่าเขากลับเห็นภาพเธอร่วงไม่เป็นท่าอยู่รำไร เขาเองก็ห่วงความรู้สึกขององุ่นอยู่มากเหมือนกัน แต่มั่นใจว่ายายเด็กแสบไม่มีทางยอมแพ้แน่ นี่คือความแตกต่างระหว่างเขาและเธอ
เขาคิดมากไป กังวลมากไป จนทำให้ตัดสินอะไรช้าไป สุดท้ายก็กลายเป็นว่าสายเกินไป แต่ในตอนนี้ มีแค่สิ่งเดียวที่เขาไม่อยากให้พูดคำว่าสายเกินไป นั่นคือเรื่องของปลายฟ้า แต่ก็ได้แต่หวังว่าเขาจะตัดสินใจไม่ผิด
‘คุณต้องเดินเรื่องไม่ให้ปลายฟ้าถูกดำเนินคดีตามมาตรา 337 ครั้งก่อนให้สำเร็จ ส่วนครั้งนี้ที่เธอตั้งใจลอบปลดล็อกตู้เก็บเหล้าของผม ผมจะให้ความกับตำรวจไปว่าเธอทำตามคำสั่งของผม เธอจะได้ไม่ถูกดำเนินคดีในฐานกระทำความผิดซ้ำ’
คำพูดที่ก้ำกึ่งระหว่างข่มขู่กับข้อเสนอของผู้ชายที่ชื่อเขตต์ทำให้เขาลังเล และหากประโยคนั้นเป็นการข่มขู่ ประโยคต่อมาของเขาคือข้อเสนอ
‘แล้วเธอก็สามารถเขียนนิยายให้คุณได้จนจบในห้องพักของผม หรือไม่งั้นคุณอาจจะได้นิยายตอนใหม่ของเธอจากในคุกแทน’
เป็นข้อเสนอที่ถึงกับเรียกคำสบถหยาบคายออกมาแทบทันที ให้เธอเขียนนิยายในห้องพักของเจ้านั่น กับให้เธอเขียนในคุก ไม่ว่าแบบไหน แค่นึกภาพก็ทำร้ายหัวใจเขาได้ทั้งนั้น
‘แค่สามเดือนจนถึงวันที่ศาลพิพากษา จากนั้นปลายฟ้าจะเป็นของคุณ’
คดีที่หมอนั่นถูกส่งฟ้องคือการทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส และตอนนี้อยู่ในขั้นตอนโต้แย้งว่าเจตนาหรือไม่ได้เจตนา โดยที่ผ่านมาเขายืนกรานมาตลอดว่าจำเรื่องราวช่วงก่อนเกิดเหตุไม่ได้เลยด้วยฤทธิ์ของไดอะซีแพมที่ทำให้ความจำเสื่อมชั่วขณะ จนกระทั่งมีหลักฐานชิ้นใหม่ถูกเสนอในโต๊ะดินเนอร์คืนนั้นก่อนที่ปลายฟ้าจะสลบไปเพราะความเครียดจัด
ในอดีต สภาพจิตใจของปลายฟ้าย่ำแย่แค่ไหนเขาไม่เคยรู้ และถึงแม้ได้รู้แล้ว ก็ดูเหมือนเธอพึงใจที่จะย่ำอยู่ในทางเดินสู่หนทางแห่งความเจ็บปวด เป็นตัวละครที่ยินยอมอยู่บนเส้นทางวิบาก แต่ปลายทางนั้นจะได้พบกับสิ่งที่ตามหาอยู่หรือไม่ เขามั่นใจว่าแม้แต่ปลายฟ้าก็คงไม่รู้เหมือนกัน
ที่แน่ ๆ หมอนั่นรู้ว่าตัวเองกลายเป็นคนคุมเกม ทิศทางคดีเปลี่ยนเหมือนลมเปลี่ยนทิศ ไม่สิ หมอนั่นอดทนบังคับพวงมาลัยเรือต้านคลื่นพายุกระหน่ำจนถึงวันที่คลื่นลมเป็นใจพัดใบเรือให้ล่องลอยไปได้เองโดยไม่ต้องกุมพวงมาลัยแล้วต่างหาก
‘ความปลอดภัยของปลายฟ้าเท่ากับชีวิตของผม เพราะผมให้เธอกลายเป็นพยานปากสำคัญของผม ในทางกลับกันเธอก็อาจเป็นจำเลยหากผมฟ้องกลับพวกที่คิดร้ายกับผม’
คนที่คิดร้ายอย่างนั้นหรือ...อย่างปลายฟ้าจะคิดร้ายกับใครได้
“ก๊อกๆ”
เสียงที่เลียนแบบการเคาะประตูทำให้เขาหลุดจากภวังค์ เจ้าของเสียงนั่นเป็นใครไม่ได้นอกจากยายองุ่น
“ที่บอกให้เคาะประตู หมายถึงเคาะที่เป็นเคาะจริงๆ ก่อนเข้าห้อง ไม่ใช่เข้ามาส่งเสียงแบบนี้” เขาหน่ายที่จะทำเสียงเข้มแสร้งเป็นดุแล้ว
“แหม ถ้าพี่รินทร์ไม่นั่งใจลอย ก็คงได้ยินเคาะประตูไปแล้ว แต่นี่ไม่มีเสียงตอบ องุ่นก็เลยเข้ามานี่ไง แล้วถ้าส่งเสียงแล้วพี่ไม่ได้ยิน ก็ว่าจะเคาะหัวพี่แทน”
กรินทร์เอียงคอเล็กน้อย เขาคิดอะไรในหัวจนไม่ได้ยินเสียงขนาดนั้นเลยหรือ
“คิดเรื่องอะไรอยู่หรือคะ ตั้งแต่กลับจากรีสอรต์พี่รินทร์ก็ดูเหม่อๆ นะคะ”
เธอเอ่ยถามพลางวางซองเอกสารลงบนโต๊ะ แล้วชะโงกตัวเข้ามาถาม แม้ในวันนี้ที่อยู่ในชุดเชิ้ตพอดีตัวกับกางเกงผ้าทรงทะมัดทะแมงดูสมกับผู้บริหาร แต่อากัปกิริยายังดูเป็นเด็กไม่เคยเปลี่ยน
“คิดว่าเมื่อไหร่เธอจะเลิกมาตอแยฉันที่ห้องเสียที แค่ส่งเอกสารก็ส่งผ่านเลขาฉันก็ได้”
อีกฝ่ายส่งเสียงหัวเราะ ไม่ได้รู้สึกสะทกสะท้าน “ก็องุ่นชอบห้องทำงานของพี่นี่คะ เลยต้องเข้ามาบ่อย ๆ ทำความคุ้นเคยไว้ เผื่อว่าตอนย้ายมานั่นเก้าอี้ตัวนั้น จะได้ไม่รู้สึกแปลกที่”
ไม่คาดหวังเท่ากับไม่ผิดหวัง แต่บางทีก็เขาอยากเดาผิดบ้างแต่จะไปเอาอะไรกับยายเด็กคนนี้
กรินทร์พ่นลมหายใจทิ้ง หยิบซองเอกสารมาเปิด
ภายในนั้นมีรายชื่อโรงแรมสถานที่พักที่เข้าร่วมโครงการ กำหนดการโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวชายฝั่งทะเลตะวันออก และรางวัลสำหรับผู้ชนะการประกวดนิยายเชิงท่องเที่ยวสำหรับกลุ่มสำนักพิมพ์ที่เพิ่งได้ข้อสรุปเมื่อไม่นานมานี้
“เงินรางวัล ถ้วยเกียรติยศ และได้รับการส่งเสริมจัดทำเป็นภาพยนตร์”
กรินทร์อ่านแล้วเงยหน้ามองหญิงสาวที่มีประกายเจิดจรัสในดวงตา
“สเต็ปต่อไปของอักษรารัญจวน”
เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่นเป็นการเป็นงานขนาดนั้น ฟ้าจะถล่มดินจะทลายยังไงก็คงรั้งไม่อยู่
“แล้วฉันต้องทำอะไร” รับคำสั่งเท่านั้นคือสิ่งที่ยายนี่ต้องการ
“ส่งพี่ปลายเข้าร่วมโครงการ” องุ่นดึงเอกสารไปจากมือเขา พลิกหน้าไปเรื่อย ๆ จนหยุดตรงหน้าที่ต้องการ แล้ววางลงหน้าเขาอีกครั้ง “เลือก Beyond The Horizon เป็นโลเกชันของนิยาย”
เงื่อนไขระบุว่าสำนักพิมพ์จะเสนอชื่อนักเขียน และเลือกสถานที่พักที่ได้รับการคัดเลือกในรายชื่อหนึ่งแห่งเพื่อใช้เป็นโลเกชันในการเขียนเรื่องราวโดยมุ่งเน้นการประชาสัมพันธ์ความงามของสถานที่
กรินทร์แค่นหัวเราะ “เธอคิดว่าที่นี่มันดีพอที่จะเป็นก้าวต่อไปของเธอ ไม่ใช่สิของอักษรารัญจวนได้อย่างนั้นหรือ”
ในเมื่อเธอยังไม่รู้ตื้นลึกหนาบางของที่นี่และความลับดำมืดมากมาย เขาก็ควรจะบอกเธอให้เปลี่ยนตัวเลือก ส่วนหนึ่งซึ่งก็เป็นส่วนใหญ่เลยคือหลังจากจบคดีของหมอนั่น เขาจะถอนตัวปลายฟ้าคืนมา ฉะนั้นเรื่องอะไรที่จะปล่อยให้เธอกลับไปหามันอีก
“ที่นี่เป็นรีสอร์ตคุณวาดฟ้าเลือกเป็นสถานที่จัดงานแต่งงาน”
“อะไรนะ”
“ในการ์ดเชิญของคุณวาดฟ้าไม่ได้ระบุสถานที่ เพราะยังตัดสินใจไม่ถูกว่าจะจัดที่ไหน แต่คุณวาดฟ้าก็สรุปแล้วว่าเลือกที่นี่เพราะนิยายเรื่องสุดท้ายที่เธอดูแลเองแม้จะไม่ได้เขียนเอง ถูกเขียนจากที่นี่”
กรินทร์คำรามในลำคอ “แต่อาการของวาดฟ้าไม่ดีแล้ว ถ้าพูดแล้วอาจฟังดูไม่ดี แต่วาดฟ้าไม่น่าจะอยู่...ถึง”
“ก็จะจัดค่ะ ว่าที่สามีของคุณวาดฟ้าบอกแบบนั้น จัดงานแต่งกับรูป กับกระดูก หรือกับอะไรก็ตามที่เป็นตัวแทนคุณวาดฟ้า”
กรินทร์อึ้งไปแทบจะทันที พร้อมๆ กับเสียงข้อความเข้าจากนักข่าวที่เขาส่งไปติดตามคดีของ Beyond The Horizon ดัง
เสี่ยปองเริ่มเคลื่อนไหว วงในบอกว่าเสี่ยให้การว่าไม่ได้ใช้กำลังปลุกปล้ำผู้หญิงที่ชื่อน้ำตาล แต่เธอมีท่าทียินยอม
หว่างคิ้วของกรินทร์เกิดรอยย่นทันที ต่อให้เสี่ยปองยืนกรานอย่างไร ก็ไม่มีหลักฐาน แถมเจ้าทุกข์ก็นอนนิ่งเป็นกิ่งไม้แห้ง บวกกับประวัติเสือผู้หญิงโชกโชนอย่างนั้น พูดได้เต็มปากว่าอมพระไปพูด ตำรวจก็ยังไม่เชื่อง่าย ๆ
แพรวพลอยยืนยันมีหลักฐาน แต่ขอยื่นผ่านทนายความ
ผู้หญิงคนนี้เล่นด้วยไม่ง่าย ๆ จริงดังคาด
นายแก้ว ถูกควบคุมตัวแต่ยังไม่ปริปากพูด
มีแค่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสูงวัยที่ถูกควบคุมตัวในคืนดินเนอร์
ผลพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ออกมาแล้ว ป้ายเหล้าของจริงมีส่วนผสมของเหล้า ส่วนป้ายปลอมที่ถูกเก็บในคลังเป็นป้ายปลอมที่พิมพ์จากเครื่องถ่ายเอกสาร
อัตลักษณ์ของเหล้า...
เขตต์พร้อมสู้ในศาลยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเอง ไม่ได้เป็นทั้งเจตนาหรือไม่เจตนา และยืนกรานว่าเขาก็เป็นเหยื่อคนหนึ่ง แต่ยังหาหลักฐานสำคัญไม่ได้
‘คุณไม่มีทางอื่นนอกจากเชื่อใจผม’
กรินทร์พ่นลมหายใจแรง แต่ไม่อาจระบายความอัดอั้นให้ออกไปจากอก สิ่งที่เขาเป็นไม่รอดพ้นสายตาหญิงสาวที่จับจ้องมองด้วยแววตาสงสัยตลอดเวลา
“กำหนดการปิดกิจกรรมทายนามปากกาจะสิ้นสุดในเดือนหน้า เราจะเลื่อนการประกาศผลให้เร็วขึ้น เพื่อให้ปลายฟ้ามีเวลาเตรียมตัวสำหรับเขียนนิยายส่งประกวดในโครงการ ปลายฟ้าจะอยู่ที่รีสอร์ตเพื่อเขียนให้จบภายในหนึ่งเดือนเท่านั้น”
“หนึ่งเดือน! พี่รินทร์จะบ้าหรือคะ ใครจะเขียนได้ไวขนาดนั้น”
“ปลายฟ้ารู้จักที่นั่นดีอยู่แล้ว” นี่เป็นเหตุผลข้อที่หนึ่ง “และพี่ก็อยากให้วาดฟ้าได้อ่านงานนั้นก่อนสิ้นใจ” เหตุผลข้อที่สอง ส่วนเหตุผลข้อที่สามที่เขาไม่ได้บอกไปคือ
เขาต้องการให้ปลายฟ้าห่างจากหมอนั่นมากที่สุดและไวที่สุด ไม่ว่าอย่างไรกรินทร์ยังยืนให้ปลายฟ้ารักษาสัญญานั่นคือยุติทุกความสัมพันธ์กับผู้ชายที่ชื่อ เขตต์ สมุทรกุมภีล์
อดทนจนสามเดือนน่ะไม่นานหรอก แต่ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับปลายฟ้าระหว่างที่เธอยังอยู่ในรีสอร์ตนรกนั่น เขาคงเสียใจไปตลอดกาล
“แล้วเธอ องุ่น งานนี้เป็นงานแรกที่เธอจะแสดงฝีมือในฐานะซีอีโอ เธอต้องไปอยู่ที่รีสอร์ตกับปลายฟ้าจนกว่าเธอจะเขียนนิยายจบ”
“อะไรนะ!”
“ถ้าทำไม่ได้ ก็อย่าเรียกตัวเองว่าเป็นผู้นำกับพี่ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวกับอักษรารัญจวนมานานจนถึงวันที่พี่กำลังจะเก้าอี้ตัวนี้ต่อให้เธอ”
“พี่รินทร์...”
“ถือว่าพี่ขอร้อง...”
อาจฟังดูไม่ดีหากองุ่นรู้ว่า เขายืมตัวเธอใช้เป็นไม้กันหมาในขณะที่ตัวเขาไม่สามารถทำได้ด้วยเอง เพราะนอกจากเร่งยื่นคำร้องมาตรา 337 แล้วเขายังต้องจัดการอีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กัน นั่นคือการขุดคุ้ยประวัติของแพรวพลอยและเสี่ยปอง
ไม่ได้อยากจะช่วยเจ้าหมอนั่นหรอก แต่ก็มีตัวอย่างให้เห็นมานักต่อนักแล้วว่าหากใช้สื่อสร้างกระแส สังคมก็จะจับตามองดังที่เกิดขึ้นกับกรณีเสี่ยปอง ผลลัพธ์คือความเห็นใจต่อจำเลยมีมากขึ้น แต่อีกด้านคือชื่อเสียงของ Beyond The Horizon อาจแย่ลงถึงขั้นตกเหว ซึ่งหากเขาอ่านสายตาของพิมพ์ลดายามมองหมอนั่นไม่ผิด ก็มั่นใจว่าลูกสาวนายกรัฐมนตรีไม่มีทางปล่อยให้ Beyond The Horizon ตกระกำลำบาก
และนั่นจะทำให้หลุมระหว่างปลายฟ้ากับมันกว้างขึ้นทุกที...
กรินทร์แค่นยิ้มในใจ ก็เหมือนกับเหรียญที่มีสองด้านนั่นแหละ หมอนั่นก็ไม่ได้ดีเด่หรือเลวชาติ เขาเองก็ไม่ใช่พระเอกขี่ม้าขาวแล้วก็ไม่ได้เป็นไอ้โบ้ไร้สมองที่ไหน ในโลกที่ไม่ใช่นิยาย พระเอกกับผู้ร้ายบางครั้งก็อยู่ในร่างเดียวกัน ขึ้นอยู่กับว่าทำเพื่อตัวเองหรือเพื่อใคร