โชคชะตาพาปลายฟ้าผู้หวาดกลัวเรื่องบนเตียงให้มารับงานเขียนนิยายอิโรติกตามใบสั่งของแฟนเก่า แต่ฟ้าก็ใจดีส่งชายหนุ่มผู้มากประสบการณ์เซกส์มาให้ โดยที่ดันลืมเตือนว่าเขาเป็นผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมคนรักตัวเอง
ดราม่า,ชาย-หญิง,ไทย,รัก,ผู้ใหญ่,อิโรติก,สืบสวน ,ดราม่า,โรมานซ์,โรมานซ์สืบสวน,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
พระเอกนิยายสุดปลายฟ้าโชคชะตาพาปลายฟ้าผู้หวาดกลัวเรื่องบนเตียงให้มารับงานเขียนนิยายอิโรติกตามใบสั่งของแฟนเก่า แต่ฟ้าก็ใจดีส่งชายหนุ่มผู้มากประสบการณ์เซกส์มาให้ โดยที่ดันลืมเตือนว่าเขาเป็นผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมคนรักตัวเอง
เมื่อนิตยสารสารคดีที่ ปลายฟ้า เป็นนักเขียนประจำปิดตัว ทำให้ปลายผ้าต้องหันเหจากการเขียนแนววิชาการ ไปต้องเลี่ยนแนวไปเป็นนักเขียนนิยาย เพื่อหาเงินเลี้ยงดู แม่และน้องสาว โดยเฉพาะแม่ของเธอต้องรับการผ่าตัดตาในสิ้นปี ปลายฟ้าจึงเขียนนิยายรัก แล้วนำไปให้ กรินทร์ คนรักเก่าที่เป็นซีอีโอของสำหนักพิมพ์อักษรารัญจวนช่วยพิจารณา แต่กรินทร์ไม่ให้ผ่านเพราะแนวเรื่องไม่ตรงกันแนวของอักษรารัญจวนที่เน้นขายแนวนิยายอิโรติก
แต่เพราะกรินทร์ยังมีใจให้ปลายฟ้า ด้วยความรักที่หลงเหลือ จึงให้ปลายฟ้าเขียนนิยายอิโรติกโดยที่มีเขาเป็นพระเอก และเธอเป็นนางเอก แลกกับเงินค่าจ้างที่เขาจะจ่ายให้เธอเป็นรายเดือนแต่ปลายฟ้ามีปมกับเรื่องเซกส์เพราะเคยถูก เปลว พ่อเลี้ยงล่วงละเมิดในวัยเด็กและมักมีอาการทางประสาทกำเริบหากถูกกระตุ้น ทว่าด้วยเงินที่กรินทร์เสนอให้ จึงทำให้ปลายฟ้าตอบรับงาน แต่เพราะกลัวว่าจะเขียนให้ถึงตอนจบไม่ได้ ปลายฟ้าจึงตั้งใจหางานเสริม และเธอก็ได้งานแม่บ้านรีสอร์ตที่มีชื่อว่า Beyond The Horizon โดยบังเอิญจากแม่บ้านคนเก่าที่ลาออกกระทันหัน
ที่รีสอร์ตนี้ ปลายฟ้าต้องทำงานเป็นแม่บ้านประจำโซนวิลล่าการ์เด้น โดยมี แหวว หัวหน้าแม่บ้านเป็นคนคุมงาน เธอมีหน้าที่ดูแลทำความสะอาดและอำนวยความสะดวกให้แขกประจำโซน ซึ่งหนึ่งในแขกที่เธอต้องดูและคือ เข้ เจ้าของห้องหมายเลข 222 ที่เขาแอบเลี้ยงแมวโดยมีแค่เธอและเขาเท่านั้นที่รู้ นอกจากแหววแล้ว ปลายฟ้าได้เจอ ชิด บาร์เทนเดอร์ที่คอยสอนงานในห้องอาหารให้เธอ
ด้วยงานแม่บ้านนี้เองที่ปลายฟ้าจะยึดไว้เป็นอาชีพเสริมจนกว่าเธอจะเขียนนิยายอิโรติกให้กรินทร์จบ แต่มีเหตุเกิดขึ้นกับปลายฟ้าคือเธอเหยียบหางแมวที่คุณเข้เลี้ยงไว้ที่ริมสระน้ำ จนทำให้เธอตกสระ แต่เข้ก็ช่วยเธอไว้ได้ทัน ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้เข้รู้ว่าเธอต้องรับงานเขียนนิยายอิโรติกให้กรินทร์ แต่เธอไม่มีประสบการณ์เรื่องบนเตียง(แบบคู่รัก) เข้เลยเสนอว่าถ้าปลายฟ้ามาเป็นเพื่อนคุยให้เขา เขาจะเล่าประสบการณ์บนเตียงให้ฟัง ข้อตกลงแรกระหว่างปลายฟ้าและเข้จึงเริ่มขึ้น
แต่ปลายฟ้าไม่คาดคิดเลยว่าเธอจะกลายเป็นผู้เล่นคนหนึ่งในเกมล่าหาคำตอบของปริศนาฆาตกรรมในรีสอร์ทแห่งนี้
ท่ามกลางความสับสนไหลวนในบรรยากาศของห้องพัก ปลายฟ้านั่งจ้องแผงยาไดอะซีแพมแผงใหม่ที่เพิ่งค้นพบ คืนนั้นหลังจากที่เขตต์ออกจากห้องไปแล้ว ปลายฟ้าก็พบอีกว่าบานประตูเลื่อนที่เธอมั่นใจว่าล็อกก่อนออกจากห้องกลับไม่ได้เป็นอย่างนั้น
มีใครบางคนเข้ามาในห้อง แต่จะเข้าทางไหนและออกจากห้องด้วยวิธีใดนั้น ปลายฟ้ายังคิดไม่ออก แต่เรื่องนั้นยังไม่ทำให้ปลายฟ้าปวดหัวได้เท่ากับเหตุผลที่ใครคนนั้นเอายาแผงนี้มาไว้ในห้อง แถมยังวางในตำแหน่งที่ง่ายต่อการถูกค้นพบ
หรือว่า...จงใจให้พบ
ถ้าข้อสันนิษฐานนี้ถูก ก็ต้องเป็นคนที่รู้ว่าเขาเลี้ยงแมวในห้อง และรู้ว่าเขาเก็บอาหารแมวไว้ที่ไหน
ภาพใบหน้าแม่บ้านคนเก่าผุดขึ้นมาในหัวของปลายฟ้าทันที!
ทันใดนั้น เสียงกริ่งห้องที่ดังกะทันหันก็ทำให้ปลายฟ้าสะดุ้งเฮือก เธอรีบเอาไดอะซีแพมกลับไปเก็บที่เดิม แล้วเดินไปที่ประตูแล้วมองผ่านช่องตาแมว แต่แล้วปลายฟ้าก็ต้องสูดลมหายใจเข้าลึกเพราะไม่คาดคิดว่าจะเห็นแพรวพลอยมายืนกอดอกหลังประตูบานนี้
ในทีแรก ปลายฟ้าตัดสินใจว่าจะเพิกเฉย ด้วยมั่นใจว่าแพรวพลอยยังไม่รู้เรื่องของเธอ ทว่าความมั่นใจของนักเขียนสาวก็สั่นคลอนอย่างรวดเร็วในตอนที่แพรวพลอยหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาโทรหาใครสักคน แล้วในวินาทีต่อมา เสียงเรียกเข้าก็ดังจากโทรศัพท์ของปลายฟ้าแทบจะทันที
บังเอิญ มันเป็นเรื่องบังเอิญ!
ปลายฟ้าคิดแบบนั้น จนกระทั่งแพรวพลอยยื่นหน้าจอเครื่องของตัวเองเข้าใกล้ช่องตาแมว ราวกับรู้ว่ามีคนยืนสังเกตการณ์อยู่ด้านใน และจงใจให้เห็นว่าชื่อของหมายเลขที่กำลังโทรศัพท์หานั้นคือ... หมายเลขโทรศัพท์ของปลายฟ้าเอง
แพรวพลอยรู้ถึงการมีอยู่ของเธอได้อย่างไร และจงใจมาหาเพื่ออะไร แต่ต่อให้หลบอยู่หลังประตูต่อไป ก็ไม่ช่วยอะไรอีกแล้ว และปลายฟ้าก็อยากรู้ว่าหญิงสาวผู้นี้ต้องการอะไรจากเธอ จึงเปิดประตูรับผู้มีใบหน้าและผิวพรรณผุดผ่องเทียบเคียงระดับดารานำหญิงของเมืองไทย
“สวัสดี...ปลายฟ้า” ฝ่ายนั้นส่งคำทักทายมาพร้อมกับรอยยิ้ม
อีกฝ่ายรู้เรื่องของเธออยู่แล้วอย่างไม่ต้องสงสัย ส่วนเธอก็ไม่จำเป็นต้องเสแสร้งไม่รู้จักผู้หญิงตรงหน้า
“สวัสดีค่ะ...คุณแพรวพลอย”
"ฉันรู้เรื่องของเธอจากคุณแหววแล้ว..." แพรวพลอยเอ่ยเสียงเรียบ แล้วมองเธอด้วยดวงตาคม “แต่คิดว่าเธอคงไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับฉัน...ก็เลยจะมาทความรู้จัก...สักหน่อย”
คำพูดหยุดไว้แค่นั้นก่อนมองเลยไหล่ของปลายฟ้าไป
“คุณเขตต์ไม่อยู่ค่ะ”
นักเขียนสาวให้คำตอบด้วยรู้ว่าดวงตาคู่นั้นกำลังค้นหาอะไรบางอย่างเบื้องหลัง ซึ่งก็เป็นความสัตย์จริง อย่าว่าแต่ในห้องพักเลย ทั่วทั้งรีสอร์ต เธอก็ไม่เห็นเงาของเขา
แพรวพลอยจึงวกกลับมามองใบหน้าเธออีกครั้ง “ฉันขอเข้าไปคุยในห้องได้ไหม เป็นเรื่องที่ต้องคุยกับเธอ”
เหตุผลที่บอกมาก็นับว่ามีความหนักแน่นพอ แต่ห้องนี้ไม่ใช่กรรมสิทธิ์ของเธอ ใครจะเข้าจะออก ก็ควรได้รับความยินยอมจากเจ้าของห้องเสียก่อน
ฟ่อ!!!
ทันในนั้น เสียงขู่ฟ่อก็ดังขึ้นจากลำคอของเบอร์เบิน ร่างกายของมันโค้งเกร็ง หลังโก่งขนพองฟู ดวงตากลมโตหรี่ลงจับจ้องแขกสาวอย่างไม่ไว้ใจ คล้ายแม่แมวที่พร้อมจะต่อสู้สุดชีวิตเพื่อปกป้องลูกอันเป็นที่รักของมันจากอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามาTop of Form
Bottom of Form
ปลายฟ้าเห็นแล้วไม่อยากเสี่ยงให้ผิวสวยเนียนของแขกสาวมีริ้วรอยเพราะคมเล็บแหลมของเบอร์เบิน เธอจึงบอกกับแขกสาวว่า
“ไปหาที่คุยข้างนอกดีกว่าค่ะ”
“ก็ได้ ถ้าอย่างงั้นก็ตามฉันไปที่ลานจอดรถหน้าล็อบบี้”
แพรวพลอยเอ่ยแล้วปรายตามองทางเจ้าเหมียวเพียงชั่วแวบ จากนั้นหมุนตัวเดินลงบันไดลงไปด้วยก้าวเดินแสนเชื่องช้า แต่แล้วก็หยุดยืนมองอะไรบางอย่างที่พื้นเมื่อก้าวลงไปที่ขั้นสุดท้าย
“แล้วเธอจะได้รู้อีกว่าเกิดอะไรขึ้นที่นี่ ในห้องนี้ที่เธอใช้หลับนอนกับเขตต์อย่างสุขสบาย”
ประโยคนั้นเสียดแทงหัวใจของปลายฟ้า เธอสบสายตากับหญิงสาวที่อยู่เบื้องล่างนิ่งแต่ไม่คิดโต้ตอบ เพราะเธอเองก็ไม่แน่ใจว่าเรื่องระหว่างเธอและชายหนุ่มนั้น จะเรียกว่าหลับนอนอย่างเป็นสุขได้หรือไม่
ปลายฟ้าออกจากห้อง โดยพาเบอร์เบินออกมาด้วยและไม่ลืมล็อคบานประตูเลื่อน ตรวจตราความเรียบร้อยของประตูห้องให้มั่นใจว่าล็อคเรียบร้อย แล้วมุ่งหน้าไปยังลานจอดรถของรีสอร์ต
ผู้ถือหุ้นสาวยืนกอดอดข้างรถเก๋งสัญชาติยุโรปสีขาวคันโตแล้วในตอนที่ปลายฟ้าไปถึง
“ขึ้นรถสิ”
“เราจะไปไหนกันหรือคะ” ที่เธอบอกให้หาที่คุยข้างนอก ไม่ได้หมายความว่าต้องออกไปนอกเขตรีสอร์ต
“ไปสถานที่ที่จะทำให้เธอตาสว่างด้วยไงล่ะ”
ปลายฟ้ามองอีกฝ่ายด้วยดวงตาฉงน แต่หากมัวแต่ถามอยู่อย่างนี้ ก็ไม่ทำให้รู้อะไรงจึงขึ้นรถตามคำบอก แล้วปล่อยให้แพรวพลอยนำเธอไปยังที่ถูกบอกว่าจะช่วยให้เธอ...ตาสว่าง
แต่เมื่อมาถึงจุดหมาย นักเขียนสาวก็ยิ่งงุนงงเพราะสถานที่ที่แพรวพลอยพานั้นคือโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดระยอง จากนั้นลงจากรถแล้วเดินนำเธอเข้าไป
กระทั่งนักเขียนสาวถูกนำมาหยุดหน้าห้องผู้ป่วยห้องหนึ่ง โดยที่ป้ายชื่อผู้ป่วยหน้าห้องทำให้ปลายฟ้าถึงกับกลั้นลมหายใจ
“น้ำตาล...” นักเขียนสาวรำพึงอออกมาอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง
“มองเข้าไปสิ” แพรวพลอยพยักพเยิดไปทางช่องกระจกที่กรุบนบานประตู แล้วถอยเท้าหลีกทางให้ปลายฟ้า
ด้านในนั้น เธอเห็นแหววในชุดนอกเครื่องแบบเป็นครั้งแรก และเป็นครั้งแรกที่เธอเห็นริ้วรอยความโศกเศร้าอาบเต็มใบหน้า และก็เป็นครั้งแรกเช่นกันที่เธอได้รู้ว่าหญิงสาวที่สงสัยใคร่อยากรู้มาตลอดว่าคือใครนั้น กำลังนอนทอดร่างนิ่งโดยมีท่อพลาสติกยาวเชื่อมโยงกับร่างกาย
“เขาทำให้น้ำตาลอยู่ในสภาพนั้น”
“เขา...” ปลายฟ้ารำพึงคำพูดตาม แต่ยังอุทิศดวงตากลมทอดมองไปยังภาพเบื้องหน้า
“เขตต์...เขาเมายาจนคลั่ง ทำร้ายร่างกายน้ำตาลยังไม่พอ ยังผลักน้ำตาลที่ท้องใกล้คลอดตกบันไดกระแทกพื้นวิลล่า ก็คงจะหึงหวงที่น้ำตาลไปได้เสียกับเสี่ยปองจนท้อง”
แพรวพลอยเขยิบเข้าใกล้เธอมากขึ้นจนเสียงพูดดังใกล้ใบหู
“วิลล่าที่เขาใช้หลับนอนกับเธอไงล่ะปลายฟ้า มันเป็นที่ที่เขาใช้กักขังหน่วงเหนี่ยว มอมยา ข่มขืนน้ำตาลทั้ง ๆ ที่ท้องแก่ใกล้คลอดขนาดนั้น”
“มอมยา ข่มขืน...”
“ใช่” แพรวพลอยแสยะยิ้ม “เลวยิ่งกว่าเดรัจฉาน”
เธอได้ยินทุกคำพูดที่ออกจากปากแพรวพลอย ได้ยินแม้กระทั่งความเกลียดชังที่เต็มแน่นในน้ำเสียง แต่ปลายฟ้ายังคงยืนจ้องเข้าไปในห้องอย่างนิ่งงัน
“คุณแหววเคยห้ามน้ำตาลไม่ให้คบกับเขา แต่ดูเหมือนน้ำตาลจะไม่เชื่อ ฉันเองก็เคยช่วยพูด แต่ยามคนเราตกอยู่ห้วงความรักน่ะ ดวงตามันก็มืดบอดเสียสนิท รู้ตัวอีกทีคนเป็นแม่ก็สูญเสียลูกสาวคนเดียวไปอย่างไม่มีวันกลับ”
“แต่เธอยังมีเครื่องช่วยหายใจอยู่นี่คะ...” ปลายฟ้าหันไปถามด้วยเสียงสั่น “เธอยังไม่ตาย”
“ก็เป็นเหตุผลทางการแพทย์น่ะ ถ้าถอดก็เกมโอเวอร์นั่นแหละ” ริมฝีปากเคลือบลิปสติกสีชมพูเหยียดยิ้ม “แต่ฉันหวังว่าเธอจะตาสว่างก่อนกลายเป็นน้ำตาลคนต่อไป”
คำเตือนจากคนที่เพิ่งได้คุยกันครั้งแรกอาจสั่นคลอนความคิดของปลายฟ้าที่มีต่อชายหนุ่ม แต่สำหรับปลายฟ้า ต่อให้สิบปากว่าก็ไม่เท่าตาเห็น แล้วเธอก็เห็นความชั่วร้ายที่เกิดกับตนมาแล้วครั้งหนึ่งในวัยเยาว์ หากแต่จะยอมให้เกิดขึ้นอีกครั้งอย่างนั้นหรือ
“ขอบคุณคุณแพรวพลอยที่ให้ปลายไม่หน้ามืดตามัวนะคะ”
แพรวพลอยส่งยิ้มกลับมา แต่แล้วรอยยิ้มนั้นก็สลายไปแทบทันทีที่มีเสียงพูดของใครคนหนึ่งดังจากด้านหลังของปลายฟ้า
“แพรวพลอย!”
ปลายฟ้าหันขวับตามเสียง ดวงตาเธอเบิกกว้างเมื่อพบกับชายร่างใหญ่ในชุดเชิ้ตปกฮาวาย ปลดกระดุมบนเผยให้เห็นสร้อยทองเส้นหนา
“เธอมาทำอะไรที่นี่!” เสียงนั้นแฝงแววดูถูกดูแคลน แต่ไม่ใช่เธอที่เขาหมายถึง ดวงตาแข็งกร้าวคู่นั้นจับจ้องไปที่แพรวพลอยผู้กำลังยืนนิ่งสีหน้าเรียบเฉยอย่างท้าทาย
“แพรวก็แค่พาเพื่อนใหม่ของเขตต์มาทำความรู้จักน้ำตาล หรือคิดว่าแพรวมีจุดประสงค์อื่นหรือคะเสี่ย” น้ำเสียงของแพรวพลอยนิ่งเรียบ แต่ทุกคำกลับแฝงด้วยคมมีดที่พร้อมกรีดลึกเข้าไปในจิตใจของคนฟัง
เสี่ยปองหัวเราะในลำคอเสียงต่ำ ดวงตาเขาเต็มไปด้วยความโกรธเคืองและชิงชังอย่างไม่ปิดบัง “ปากเก่งแบบนี้ให้ตลอดรอดฝั่งเถอะยายตัวดี”
“แพรวดีอยู่แล้วค่ะ” หญิงสาวส่งเสียงหัวเราะเย็นชา “เสี่ยสิคะยังดีอยู่มั้ย เห็นทุกวันนี้แค่ก้าวออกจากบ้าน ก็เหมือนกับมีชนักติดหลังเน่า ๆ ไม่ใช่หรือคะ”
สีหน้าของเสี่ยปองแดงก่ำด้วยโทสะ “เธอคิดหรือว่าจะชนะเกมนี้”
แพรวพลอยแค่นยิ้มขยับเข้าไปใกล้สามี จ้องตาเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสมเพชและเกลียดชัง “จะชนะหรือเปล่าก็ไม่รู้สิคะเสี่ย แต่ดูเหมือนว่าแพรวจะเป็นคนคุมเกม”
เสี่ยปองกัดกรามแน่น ก่อนจะหัวเราะเยาะดังลั่นราวกับคนเสียสติ “ดี... ดีมาก แพรวพลอย คุมให้ดีล่ะ แต่จำไว้เถอะว่า ถ้าฉันแพ้ เธอก็ต้องแพ้เหมือนกัน!”
ปลายฟ้าจับอารมณ์ความขัดแย้งที่ไหลวนอยู่ระหว่างทั้งสองอย่างชัดเจน เธอรู้สึกเหมือนตกอยู่ท่ามกลางสมรภูมิที่มองไม่เห็น
“กลับกันเถอะปลายฟ้า” ข้อมือของนักเขียนสาวถูกกระชับแล้วดึงให้เดินตามไปขึ้นรถ “เธอตาสว่างแล้วใช่ไหมปลายฟ้า เห็นน้ำตาลเป็นแบบนั้นแล้วก็หนีไปให้ไกลจากเขา”
“แต่... ฉันยังติดสัญญาจ้างแม่บ้านกับเขา...”
“เขาจ้างเธอเท่าไหร่ ฉันจะให้มากกว่าที่เขาให้” คำถามของแพรวพลอยคล้ายโยนเหยื่อลงในน้ำลึก “...และที่สำคัญคือเธอจะปลอดภัย ไม่ต้องอยู่ในวังวนของความอันตรายแบบนั้นอีก”
คำพูดนั้นทำให้ปลายฟ้าเม้มริมฝีปากแน่น เธอไม่อาจปฏิเสธในทันที แต่ก็ไม่สามารถตอบรับได้เช่นกัน
“แล้วถ้าเธอร่วมมือกับฉัน เราอาจกำจัดคนชั่วออกจากรีสอร์ตของฉันได้”
“ถ้าเป็นเรื่องไม่ดี ต่อให้เป็นใคร ฉันก็จะอยู่ข้างความถูกต้องยุติธรรมเสมอ”
“ขอให้เธอเลือกอยู่ถูกข้างก็แล้วกันนะปลายฟ้า”
“แล้วถ้าฉันบอกกับคุณแพรวพลอยว่า เพิ่งเจอไดอะซีแพมหนึ่งแผงบนตู้แขวนผนังเหนือบาร์เหล้าในห้องคุณเข้ คุณแพรวพลอยว่าฉันเลือกอยู่ข้างไหนคะ”
รอยยิ้มของอีกฝ่ายเลือนหายไป “เธอกำลังจะบอกอะไรฉัน”
“ไดอะซีแพมเป็นยาแก้อาการวิตกกังวล แต่ก็มีบางคนที่กินเพื่อหยุดความกระวนกระวายจากการรักษาอาการติดเหล้า” ปลายฟ้าหยุดพูดขณะมองริมฝีปากทรงกระจับของอีกฝ่ายที่เหยียดออกเป็นเส้นตรง ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนคู่นั้นก็จับจ้องเธอนิ่ง “คุณแพรวพลอยคิดว่าคุณเข้มีไดอะซีแพมติดไว้เพราะต้องการเลิกเหล้าหรือเปล่าคะ”
“คนอย่างเขาน่ะหรือจะเลิกเหล้า” เสียงตอบค่อนไปทางแข็ง “ฉันเจอเขาครั้งแรกที่ร้านเหล้าสมัยเรียนมหาวิทยาลัย ตอนนั้นเขาเป็นบาร์เทนเดอร์ฝึกหัดในร้านเหล้าร้านนั้น ชีวิตเขาวนเวียนอยู่กับเหล้ามาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว จนถึงตอนนี้ที่เขากำลังคิดทำธุรกิจโรงบ่มเหล้า เธอคิดว่าเขาจะเลิกเหล้าได้หรือไง”
ปลายฟ้าเอียงคอมองอีกฝ่าย “คุณแพรวพลอยรู้จักคุณเข้มานานแล้วหรือคะ”
“นานมาก นานพอที่จะรู้ว่าเขามีขี้แมลงวันขึ้นตรงไหนที่ของลับ”
นั่นเป็นแค่คำเปรียบเปรยหรือไม่ ปลายฟ้าไม่แน่ใจ แต่คำพูดนั้นเป็นต้นเหตุของความรู้สึกเจ็บเสียดที่เกิดขึ้นกลางอกตอนนี้แน่นอน
“ถ้าอย่างงั้น คุณแพรวพลอยคิดว่าเขามีไดอะซีแพมเก็บไว้ทำไมคะ”
คนถูกถามหันหน้ามามองเธอด้วยสายคาดคะเน แต่แล้วก็เหยียดปากพูดก่อนหันไปมองท้องถนน “ฉันจะบอกให้เธอรู้ไว้อย่าง ผลตรวจเลือดของน้ำตาลหลังจากวันเกิดเหตุบอกว่ามีปริมาณไดอะซีแพมในเลือดสูง แถมวันนั้น เขาก็มีอาการมึนเมาเหมือนคนเมายา เธอว่าเขามียานั่นไว้ทำไมล่ะ”
“คุณแพรวพลอยคิดว่า... เขาเป็นคนใส่ไดอะซีแพมในเหล้าให้คุณน้ำตาลกินหรือคะ...”
“ไม่ใช่เขาแล้วจะเป็นใคร”
“ก็ต้องเป็น...” ปลายฟ้าเอ่ยขณะสบตามองคนฟัง “คนที่รู้จักไดอะซีแพมดีกว่าทุกคนในรีสอร์ต...”