โชคชะตาพาปลายฟ้าผู้หวาดกลัวเรื่องบนเตียงให้มารับงานเขียนนิยายอิโรติกตามใบสั่งของแฟนเก่า แต่ฟ้าก็ใจดีส่งชายหนุ่มผู้มากประสบการณ์เซกส์มาให้ โดยที่ดันลืมเตือนว่าเขาเป็นผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมคนรักตัวเอง
ดราม่า,ชาย-หญิง,ไทย,รัก,ผู้ใหญ่,อิโรติก,สืบสวน ,ดราม่า,โรมานซ์,โรมานซ์สืบสวน,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
พระเอกนิยายสุดปลายฟ้าโชคชะตาพาปลายฟ้าผู้หวาดกลัวเรื่องบนเตียงให้มารับงานเขียนนิยายอิโรติกตามใบสั่งของแฟนเก่า แต่ฟ้าก็ใจดีส่งชายหนุ่มผู้มากประสบการณ์เซกส์มาให้ โดยที่ดันลืมเตือนว่าเขาเป็นผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมคนรักตัวเอง
เมื่อนิตยสารสารคดีที่ ปลายฟ้า เป็นนักเขียนประจำปิดตัว ทำให้ปลายผ้าต้องหันเหจากการเขียนแนววิชาการ ไปต้องเลี่ยนแนวไปเป็นนักเขียนนิยาย เพื่อหาเงินเลี้ยงดู แม่และน้องสาว โดยเฉพาะแม่ของเธอต้องรับการผ่าตัดตาในสิ้นปี ปลายฟ้าจึงเขียนนิยายรัก แล้วนำไปให้ กรินทร์ คนรักเก่าที่เป็นซีอีโอของสำหนักพิมพ์อักษรารัญจวนช่วยพิจารณา แต่กรินทร์ไม่ให้ผ่านเพราะแนวเรื่องไม่ตรงกันแนวของอักษรารัญจวนที่เน้นขายแนวนิยายอิโรติก
แต่เพราะกรินทร์ยังมีใจให้ปลายฟ้า ด้วยความรักที่หลงเหลือ จึงให้ปลายฟ้าเขียนนิยายอิโรติกโดยที่มีเขาเป็นพระเอก และเธอเป็นนางเอก แลกกับเงินค่าจ้างที่เขาจะจ่ายให้เธอเป็นรายเดือนแต่ปลายฟ้ามีปมกับเรื่องเซกส์เพราะเคยถูก เปลว พ่อเลี้ยงล่วงละเมิดในวัยเด็กและมักมีอาการทางประสาทกำเริบหากถูกกระตุ้น ทว่าด้วยเงินที่กรินทร์เสนอให้ จึงทำให้ปลายฟ้าตอบรับงาน แต่เพราะกลัวว่าจะเขียนให้ถึงตอนจบไม่ได้ ปลายฟ้าจึงตั้งใจหางานเสริม และเธอก็ได้งานแม่บ้านรีสอร์ตที่มีชื่อว่า Beyond The Horizon โดยบังเอิญจากแม่บ้านคนเก่าที่ลาออกกระทันหัน
ที่รีสอร์ตนี้ ปลายฟ้าต้องทำงานเป็นแม่บ้านประจำโซนวิลล่าการ์เด้น โดยมี แหวว หัวหน้าแม่บ้านเป็นคนคุมงาน เธอมีหน้าที่ดูแลทำความสะอาดและอำนวยความสะดวกให้แขกประจำโซน ซึ่งหนึ่งในแขกที่เธอต้องดูและคือ เข้ เจ้าของห้องหมายเลข 222 ที่เขาแอบเลี้ยงแมวโดยมีแค่เธอและเขาเท่านั้นที่รู้ นอกจากแหววแล้ว ปลายฟ้าได้เจอ ชิด บาร์เทนเดอร์ที่คอยสอนงานในห้องอาหารให้เธอ
ด้วยงานแม่บ้านนี้เองที่ปลายฟ้าจะยึดไว้เป็นอาชีพเสริมจนกว่าเธอจะเขียนนิยายอิโรติกให้กรินทร์จบ แต่มีเหตุเกิดขึ้นกับปลายฟ้าคือเธอเหยียบหางแมวที่คุณเข้เลี้ยงไว้ที่ริมสระน้ำ จนทำให้เธอตกสระ แต่เข้ก็ช่วยเธอไว้ได้ทัน ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้เข้รู้ว่าเธอต้องรับงานเขียนนิยายอิโรติกให้กรินทร์ แต่เธอไม่มีประสบการณ์เรื่องบนเตียง(แบบคู่รัก) เข้เลยเสนอว่าถ้าปลายฟ้ามาเป็นเพื่อนคุยให้เขา เขาจะเล่าประสบการณ์บนเตียงให้ฟัง ข้อตกลงแรกระหว่างปลายฟ้าและเข้จึงเริ่มขึ้น
แต่ปลายฟ้าไม่คาดคิดเลยว่าเธอจะกลายเป็นผู้เล่นคนหนึ่งในเกมล่าหาคำตอบของปริศนาฆาตกรรมในรีสอร์ทแห่งนี้
ดวงตากลมไหวสั่นเหมือนกับแมวที่กำลังตื่นตระหนก หน้าอกของเธอก็สะท้อนขึ้นลงตามลมหายใจ ดูยั่วยวนจนเขาเขยิบเบียดกายแกร่งเข้าไปแนบชิด หัวใจที่เคยนิ่งสงบของเขาบัดนี้กลับเร่งเร้าราวกับต้องการจะแหวกทะลุออกจากอก เขากลืนน้ำลายอย่างฝืดเฝื่อน พยายามอย่างสุดกำลังที่จะข่มกลั้นความรู้สึกที่กำลังพลุ่งพล่านตอนนี้
ปลายฟ้าไม่เคยรู้เลยว่าตัวเองมีอำนาจกับเขามากเพียงใด เธอไม่เคยรู้เลยว่า เพียงแค่การอยู่ใกล้เธอเพียงเอื้อมมือถึง ก็ทำให้เขากลายเป็นชายหนุ่มที่ต้องต่อสู้กับความต้องการของตัวเองจนแทบบ้า
ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์ที่ดังจากกระเป๋ากางเกงของปลายฟ้า ก็เป็นระฆังสั่งให้เขากลับมาครองสติให้อยู่ในรูปในรอยอีกครั้ง แต่เขตต์ยังคงสบสายตากับหญิงสาวที่เบื้องหน้าต่ออีกครู่หนึ่ง ราวกับว่าทั้งคู่ต่างรอให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นผู้เบือนสายตาออกไปก่อน
แต่แล้วในที่สุด คนพ่ายก็เป็นเขา เขตต์ก็สูดลมหายใจลึกอย่างหนักหน่วง ค่อย ๆ คลายมือที่ตรึงเอวคอดอย่างฝืนใจแล้วถอยหลังออกมาอย่างเชื่องช้า
ปลายฟ้าจึงรีบคว้าโอกาสแห่งอิสระ หยิบโทรศัพท์ขึ้นรับสาย แล้วกรอกเสียงลงไป
“ปลายกำลังจะไปเดี๋ยวนี้ค่ะ พี่รินทร์เข้าไปรอปลายในห้องก่อนได้เลย”
ชื่อของชายหนุ่มอีกคนที่เอ่ยจากปากเธอเป็นเหมือนมีดทิ่มแทงอก เธอวางสายแล้วเดินเฉียดไหล่เขาไปหยิบกระเป๋าเสื้อผ้าของตนออกจากตู้ ก่อนหันกลับมาส่งสายตามองมายังจุดที่เขายืนอยู่ ทว่าเป้าหมายของดวงตากลมคู่โศกพุ่งตรงไปที่สิ่งของที่วางบนโต๊ะ ก่อนละสายตามาจ้องหน้าเขาตรง ๆ
“ขอบคุณที่เตือน แต่ฉันตั้งมั่นแล้วว่าจะร่วมลงเล่นเกมนี้จนจบ ทุกความจริงที่ถูกซ่อนที่นี่ ฉันจะตามหาให้เจอ”
ชายหนุ่มแค่นยิ้ม “อย่าเล่นบทนักสืบจนลืมไปว่าตัวเองเป็นนักเขียนเสียล่ะ ไม่งั้นตัวละครของคุณจะไม่ถึงฝั่งฝัน เพราะอาจมีอะไรเกิดขึ้นกับคุณเสียก่อน”
“คุณกำลังขู่ฉันหรือคะ”
“นั่นก็แล้วแต่คุณจะตีความ”
ปลายฟ้าทำแค่มองเขาด้วยแววตาที่เหมือนมีคำพูดเป็นหมื่นล้านคำ แต่ก็เลือกก้าวขาเดินออกจากห้องไป
เขตต์ระบายลมหายใจ แล้วตัวลงบนเก้าอี้อย่างช้า ๆ ทอดตามองสมุดโน้ตของปลายฟ้าที่เจ้าของไม่ได้นำติดตัวออกไป เขาถอนหายใจออกมายาวเหยียด พยายามเรียกสติคืนมาจากความว้าวุ่นในใจที่ดูเหมือนจะไม่สงบลงง่าย ๆ ดื่มเหล้าล่องนาวาจนหมดขวด ก็คงไม่ช่วยอะไร
เสียงข้อความเข้าดังติดต่อกันสามครั้ง เขตต์ล้วงโทรศัพท์ออกมาแล้วด้วยความรู้สึกอ่อนล้าจิตใจ ลียงส่งแจ้งเตือนแล้วว่าถึงเวลาที่เขาต้องพาร่างไปร่วมงานฉลองวันเกิดท่านรัฐมนตรี บิดาของพิมพ์ลดา และเป็นแขกสำคัญที่จะชี้เป็นชี้ตายว่า Beyond The Horizon จะได้อยู่ในลิสต์สถานที่พักที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวแนวชายฝั่งตะวันออกหรือไม่
ชายหนุ่มจึงออกจากห้องพักไปโดยที่ยังไม่ได้รู้สึกถึงการพัก มุ่งหน้าสู่ห้องอาหารริมทะเลที่วางอยู่เบื้องหน้า มีแสงอาทิตย์ยามเย็นคลี่ตัวอยู่เหนือเส้นขอบฟ้า
“สวัสดีครับท่านรัฐนตรี”
เมื่อเดินไปถึงโต๊ะงานเลี้ยง เขาก็ประนมมือไหว้ กล่าวคำทักทายตามมารยาท ทว่าอีกฝ่ายทำแค่ยกมือขึ้นข้างเดียว แล้วยกยิ้มที่มุมปาก มองเขาด้วยแววตาของคนที่คิดว่ามีอำนาจเหนือกว่า
“อ้าว เขตต์ เพิ่งเสร็จธุระหรือคะ” พิมพ์ลดาส่งยิ้มสดใส แล้วแตะลงบนพนักเก้าอี้ตัวที่เหมือนตั้งใจเว้นไว้ให้เขาโดยเฉพาะ “นั่งสิ เรากำลังพูดถึงคุณอยู่เลย”
เขาจึงนั่งลงอย่างเสียมิได้ “กำลังพูดถึงผม?”
“ใช่ค่ะ พิมพ์กำลังเล่าให้คุณพ่อและทุกคนฟังว่าเราสองคนรู้จักกันที่งานส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยที่นิวยอร์กได้ยังไง”
เขตต์พยักหน้าเบา ๆ รับรู้ แล้วทิ้งตัวในความเงียบสงบอ้างว้างท่ามกลางความครึกครื้นของงานเลี้ยงที่เหมือนอยู่กันคนละโลกกับตัวเอง
“ที่นี่มีซิกเนเจอร์เฉพาะคือค็อกเทลปรุงพิเศษที่ไม่เหมือนที่ไหนค่ะ เหมาะมากสำหรับการเป็นหนึ่งในโรงแรมและรีสอร์ตที่ต้องดึงเข้าร่วมโครงการ แล้วเขตต์เล่าให้พิมพ์ฟังว่าจะมีแผนทำโรงบ่มเหล้าของรีสอร์ตใน อนาคตด้วย”
เขายิ้มบางๆ ตามมารยาท พยักหน้าเป็นครั้งคราวเมื่อพิมพ์ลดาเอ่ยถึงโครงการใหม่ แต่ในหัวเหมือนมีม่านบาง ๆ กั้นระหว่างเสียงกับจิตใจจริง ๆ ของเขา ทุกอย่างดูพร่าเลือนเหมือนแค่ภาพฉาบไว้เพื่อกลบเสียงในใจที่อื้ออึงไม่หยุด
“เขตต์ลองเล่าให้คุณพ่อฟังสิคะ เรื่องที่เราคุยกัน”
“เรื่องที่เราคุยกัน?” ชายหนุ่มทวนคำพูด เมื่อพิมพ์ลดาหัวเราะสดใส หันมาส่งบทสนทนาต่อให้โดยไม่ได้บอกล่วงหน้า
“เรื่องโรงบ่มเหล้าที่ร่วมทำกับชาวชุมชนไงคะ”
“มันยังเป็นโครงการในกระดาษครับ ยังไม่แน่ใจว่าจะพร้อมเริ่มได้เมื่อไหร่” เขากล่าวตามความเป็นจริง ไม่มีประโยชน์ที่จะโอ้อวดสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น
รอยยิ้มของพิมพ์ลดาเจื่อนลงเล็กน้อย แต่ก็เพียงไม่กี่วินาที เธอหันไปบอกพ่อของเธอด้วยใบหน้าแช่มชื่นราวกับมีปุ่มเปลี่ยนอารมณ์อัตโนมัติในสามวินาที
“จริง ๆ แล้วก็เริ่มได้ทันที แถมเหล้าสูตรเฉพาะของคุณก็บ่มที่โรงบ่มนั่นจนใกล้ครบกำหนดแล้วไม่ใช่หรือคะ พิมพ์ได้อ่านโครงการที่เขตต์เขียนไว้ตอนที่ไปออกบู๊ทงานส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยที่นิวยอร์กแล้วค่ะคุณพ่อ ละเอียดยิบครบถ้วนจนพิมพ์เห็นภาพชัดเลยว่าต้องไปได้ดีแน่”
“เหล้าหรือ ทำไมไม่เป็นไวน์ล่ะ บ่มไวน์น่าจะดีกว่า ฉันเห็นพื้นใกล้เขาแถวนี้ก็มีไร่องุ่นอยู่เยอะนี่ บางรีสอร์ตก็เป็นเจ้าของไร่องุ่นเองเลยด้วย คุณลองหาซื้อที่สักสิบไร่สิ เสี่ยปองกับคุณแพรวพลอยเขาก็เป็นคนกว้างขวาง น่าจะหาที่สวย ๆ ได้ไม่ยาก”
นอกจากจะไม่ถามถึงชนิดหรือความพิเศษของเหล้าที่เขาต้องการบ่มแล้ว ยังยัดเหยียดการบ่มไวน์ที่เขาไม่ได้อยากทำมาให้แบบนี้ก็ทำให้เขาระอาใจพอทน แต่ที่รู้สึกแย่จนอยากลุกจากตรงนี้คือเอ่ยชื่อของคนสองคนที่เขาเกลียดเข้าไส้
“ที่พวกเราอยากบ่มเหล้าเพราะอยากช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่นครับ” ลียงที่เข้ามาเสิร์ฟอาหารจานหลักได้ยินพอดี และด้วยความที่รู้จักเขาดีกว่าใครในโต๊ะ แค่มองหน้าปราดเดียวก็รู้ว่าเขากำลังคิดอะไร
“กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น?” พ่อของพิมพ์เลิกคิ้วถาม รวมไปถึงคนฟังเกือบทั้งโต๊ะก็คงอยากรู้ เขตต์พยักหน้ามอบหน้าที่ให้ลียงขยายความต่อ
“ที่นี่เป็นแหล่งปลูกสับปะรด เหมาะมากสำหรับการใช้บ่มเหล้าครับ เราอุดหนุนสับปะรดของชาวบ้าน ให้พวกเขานำผลผลิตมาส่งที่โรงบ่ม เราจะทำการบ่มให้ฟรี จากนั้นเมื่อบ่มครบตามเวลา ก็จะกรอกใส่ขวดตามขั้นตอนที่ได้มาตรฐานแล้วแจกจ่ายให้พวกเขาไปจำหน่าย โดยที่เราจะทำฉลากและทำการตลาดให้ภายใต้แบรนด์สุราชุมชน”
“แล้วรีสอร์ตจะได้อะไรล่ะ ทำให้พวกชาวบ้านฟรี ๆ แล้วจะหากำไรจากตรงไหน” เสียงคำถามดังมาจากคนเป็นพ่อของหญิงสาวที่มีอำนาจสูงสุดในโต๊ะ “ขอโทษทีนะ เห็นหนูพิมพ์บอกว่าจะลงขันกับคุณ ผมก็เลยอยากมั่นใจว่าลูกสาวผมจะไม่ขาดทุน”
"เราได้ความยั่งยืนครับ ถ้าชุมชนแข็งแรง ธุรกิจของเราก็แข็งแรง”
เขตต์เก็บปากเก็บคำจนเกือบสำเร็จแล้ว แต่เมื่อได้ยินคำถามสะกิดใจแบบนั้น เขาก็ไม่อาจทนเงียบต่อได้ น้ำเสียงของเขาจึงแข็งทื่อเสียจนตัวเองยังรู้สึกได้
“Beyond The Horizon ตั้งอยู่ใกล้ไร่สับปะรดที่มีมากมาย ไม่จำเป็นต้องไปซื้อที่เพาะปลูกหรือลงทุนอะไรเกินจำเป็น หรือแทนที่จะซื้อวัตถุดิบจากที่อื่น เราสนับสนุนของดีในพื้นที่ สร้างแบรนด์สุราชุมชนขึ้นมา คนท้องถิ่นภูมิใจ นักท่องเที่ยวก็อยากมาสัมผัสประสบการณ์จริง รีสอร์ตก็มีเรื่องเล่า มีเสน่ห์ที่ไม่มีใครเลียนแบบได้ แล้วผมก็ไม่ต้องการทำตามใคร"
เขตต์หยุดพูดแล้วมองคนฟังด้วยแววตานิ่งลึก ก่อนเสริมว่า "กำไรของผมไม่ใช่แค่เงิน แต่คือความไว้วางใจที่เราลงทุนปลูกไปพร้อมกับพวกเขา ผมกับลียงคือนักลงทุนเพื่อประโยชน์ที่ยั่งยืนร่วมไปกับชุมชน ไม่ใช่นายทุนที่หวังแต่หากำไร"
สิ้นสุดการอธิบาย ทั้งโต๊ะก็เกิดภาวะสุญญากาศ ทว่าความเป็นเอเยนซี่ที่ต้องดีลลูกค้าตลอดเวลานั้น ทำให้พิมพ์ลดารีบเปลี่ยนบรรยากาศทันที
“แหม ฟังแค่นี้พิมพ์ก็นึกภาพนักท่องเที่ยวมาพักรีสอร์ตแล้วอาจได้ชมโรงบ่มเหล้าชุมชน เป็นการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมได้ไม่เลวเลยใช่ไหมคะคุณพ่อ พิมพ์พร้อมแล้วที่ลงทุนปลูกความวางจำไปพร้อมกันกับเขตต์นะคะ”
หญิงสาวหันมาสบตาที่สื่อความหมายลึกซึ้งมากกว่าประโยคที่พูด ทว่าชายหนุ่มทำเพียงคลี่ยิ้มบาง ก่อนส่งสัญญาณผ่านสายตาไปทางลียงที่นั่งเก้าอี้ตัวถัดไป
“เมนดิชวันนี้เป็นสเต๊กเนื้อวัวมัตสึซากะครับ เราย่างจนไขมันแทรกละลายไปกับเนื้อ” ลียงอธิบายพลางเอื้อมไปหยิบไวน์รินเสิร์ฟให้กับแขกทุกคนจนหมดขวดก่อนที่จะครบคน “จริงสิเข้ งานวันเกิดของท่านทั้งที ทำไมไม่ไปเอาสาเกจากคลังสะสมสมบัติของนายมาเปิดให้ท่านดื่มล่ะ”
เขตต์ระบายลมหายใจ “เกรงว่าจะไม่ได้”
ลียงถลึงตาใส่ เตรียมอ้าปากจะพูดอะไรสักอย่าง แต่เขตต์เอ่ยต่อพร้อมมองด้วยแววตาจริงจัง
“แต่เป็นวินเทจไวน์แทนน่าจะดีกว่า”
“วินเทจไวน์ หมายถึงไวน์ที่อายุบ่มนาน ๆ ใช่ไหม” ท่านที่ลียงเอ่ยถึงมีดวงตาเป็นประกาย “ราคามันเกือบหลักแสนได้เชียว”
“ราคาหลักแสนจริง แต่ที่ราคาแพงไม่ใช่เพราะมันบ่มนานอย่างเดียว” ชายหนุ่มผู้รักเรื่องราวของสุราหยุดปากตัวเองไม่ได้อีกครั้ง “วินเทจไวน์หมายถึงไวน์ที่ทำจากองุ่นที่เก็บเกี่ยวในปีเดียวกันทั้งหมด ไม่เอาองุ่นปีเก่าปีใหม่มาผสมกัน แล้วปีนั้นต้องมีลักษณะพิเศษอย่างเช่นสภาพอากาศดี ผลผลิตดี หรือรสชาติองุ่นโดดเด่นเป็นพิเศษ แบบนี้เรียกว่าวินเทจไวน์”
“มันก็คือไวน์ที่บ่มนานนั่นแหละ ปั๊ดโถ่เอ๊ย!” ริ้วรอยที่หว่างคิ้วของพ่อหญิงสาวชัดเจน ริมฝีปากหนาคล้ำก็เหยียดออก
“เข้ ไปเอาวินเทจไวน์ราคาเหยียบแสนที่อยู่ในตู้เก็บไวน์มาสิ รับรองว่าท่านต้องถูกใจ”
ลียงคงเห็นท่าไม่ที รีบตัดบททันควัน เขตต์เองก็ไม่สนใจว่าอธิบายแล้วอีกฝ่ายจะเข้าใจแบบไหน แล้วก็ไม่ได้อยากประชาสัมพันธ์ข้อดีของรีสอร์ตหรือจุดขายของรีสอร์ตอะไร เขายอมรับว่างานด้านการตลาดเป็นสิ่งที่ไม่ถนัด การได้พิมพ์ลดามาลดข้อบกพร่องนี้ อาจทำให้เขาไปโฟกัสที่งานอื่นที่สำคัญกว่า นั่นคือการซื้อหุ้นคืนจากเสี่ยปองและแพรวพลอยมาให้ได้ จากนั้นก็วางแผนฟื้นฟูระบบบริหารจัดการใหม่ทั้งหมด
ดังนั้น เขาจะไม่ทิ้งโอกาสที่ลียงตั้งใจสร้างให้ จึงขยับตัวออกจากโต๊ะโดยไม่ต้องแสร้งยิ้มอีกต่อไป มุ่งหน้าสู่คลังเหล้าที่มีแสงสว่างจากโคมไฟสีนวลทอดเงาเหลื่อมซ้อนบนพื้นไม้ดังที่เคยเป็นมา
เขตต์มุ่งไปยังตู้เก็บไวน์แล้วหยิบวินเทจไวน์ตู้เก็บ แต่ก็อดห้ามใจไม่ให้เดินเลยไปยังตู้เก็บสมบัติล้ำค่า เพื่อเพ่งมองไปยังเหล้าบ่มพิเศษขวดนั้น
‘น้ำตาล’
ชื่อของอดีตว่าที่เจ้าสาวปรากฏบนป้ายกระดาษที่เขียนด้วยลายเส้นคาลิกราฟีอย่างประณีตสวยงาม แต่ทว่าไร้ซึ่งอัตลักษณ์ของความพิเศษที่อยู่ในเหล้าอย่างที่มันควรจะเป็น
‘คืนก่อน หล่อนเข้าไปคลังเหล้า แล้วเอาแต่จ้องเหล้าน้ำตาล’
ปลายฟ้า...เธอเห็นอะไรแล้วอย่างนั้นหรือ
ในขณะที่เขาด่ำดิ่งในความคิด เสียงส้นรองเท้ากระทบพื้นก็ดึงให้เขาหันไปมอง
“คุณพิมพ์”
พิมพ์ลดายืนส่งยิ้มตรงทางเข้า แล้วเดินเข้ามาหยุดยืนในระยะที่ปลายรองเท้าเกือบชิดชนกัน และก่อนที่เขาจะเอ่ยอะไรได้ เธอก็เอื้อมมือจับต้นแขนเขาแล้วดึงเข้าไปใกล้ แนบริมฝีปากฉาบสีแดงไวน์แตะบนริมฝีปากหยักอย่างรวดเร็วและอาจหาญ