โชคชะตาพาปลายฟ้าผู้หวาดกลัวเรื่องบนเตียงให้มารับงานเขียนนิยายอิโรติกตามใบสั่งของแฟนเก่า แต่ฟ้าก็ใจดีส่งชายหนุ่มผู้มากประสบการณ์เซกส์มาให้ โดยที่ดันลืมเตือนว่าเขาเป็นผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมคนรักตัวเอง

พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า - บทที่ 45 ผู้กำกับหลังกล้อง โดย ณ มหรรณพ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ดราม่า,ชาย-หญิง,ไทย,รัก,ผู้ใหญ่,อิโรติก,สืบสวน ,ดราม่า,โรมานซ์,โรมานซ์สืบสวน,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

ดราม่า,ชาย-หญิง,ไทย,รัก,ผู้ใหญ่

แท็คที่เกี่ยวข้อง

อิโรติก,สืบสวน ,ดราม่า,โรมานซ์,โรมานซ์สืบสวน

รายละเอียด

พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า โดย ณ มหรรณพ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

โชคชะตาพาปลายฟ้าผู้หวาดกลัวเรื่องบนเตียงให้มารับงานเขียนนิยายอิโรติกตามใบสั่งของแฟนเก่า แต่ฟ้าก็ใจดีส่งชายหนุ่มผู้มากประสบการณ์เซกส์มาให้ โดยที่ดันลืมเตือนว่าเขาเป็นผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมคนรักตัวเอง

ผู้แต่ง

ณ มหรรณพ

เรื่องย่อ

เมื่อนิตยสารสารคดีที่ ปลายฟ้า เป็นนักเขียนประจำปิดตัว ทำให้ปลายผ้าต้องหันเหจากการเขียนแนววิชาการ ไปต้องเลี่ยนแนวไปเป็นนักเขียนนิยาย เพื่อหาเงินเลี้ยงดู แม่และน้องสาว โดยเฉพาะแม่ของเธอต้องรับการผ่าตัดตาในสิ้นปี ปลายฟ้าจึงเขียนนิยายรัก แล้วนำไปให้ กรินทร์ คนรักเก่าที่เป็นซีอีโอของสำหนักพิมพ์อักษรารัญจวนช่วยพิจารณา แต่กรินทร์ไม่ให้ผ่านเพราะแนวเรื่องไม่ตรงกันแนวของอักษรารัญจวนที่เน้นขายแนวนิยายอิโรติก

 แต่เพราะกรินทร์ยังมีใจให้ปลายฟ้า ด้วยความรักที่หลงเหลือ จึงให้ปลายฟ้าเขียนนิยายอิโรติกโดยที่มีเขาเป็นพระเอก และเธอเป็นนางเอก แลกกับเงินค่าจ้างที่เขาจะจ่ายให้เธอเป็นรายเดือนแต่ปลายฟ้ามีปมกับเรื่องเซกส์เพราะเคยถูก เปลว พ่อเลี้ยงล่วงละเมิดในวัยเด็กและมักมีอาการทางประสาทกำเริบหากถูกกระตุ้น ทว่าด้วยเงินที่กรินทร์เสนอให้ จึงทำให้ปลายฟ้าตอบรับงาน แต่เพราะกลัวว่าจะเขียนให้ถึงตอนจบไม่ได้ ปลายฟ้าจึงตั้งใจหางานเสริม และเธอก็ได้งานแม่บ้านรีสอร์ตที่มีชื่อว่า Beyond The Horizon โดยบังเอิญจากแม่บ้านคนเก่าที่ลาออกกระทันหัน

ที่รีสอร์ตนี้ ปลายฟ้าต้องทำงานเป็นแม่บ้านประจำโซนวิลล่าการ์เด้น โดยมี แหวว หัวหน้าแม่บ้านเป็นคนคุมงาน เธอมีหน้าที่ดูแลทำความสะอาดและอำนวยความสะดวกให้แขกประจำโซน ซึ่งหนึ่งในแขกที่เธอต้องดูและคือ เข้ เจ้าของห้องหมายเลข 222 ที่เขาแอบเลี้ยงแมวโดยมีแค่เธอและเขาเท่านั้นที่รู้ นอกจากแหววแล้ว ปลายฟ้าได้เจอ ชิด บาร์เทนเดอร์ที่คอยสอนงานในห้องอาหารให้เธอ 

ด้วยงานแม่บ้านนี้เองที่ปลายฟ้าจะยึดไว้เป็นอาชีพเสริมจนกว่าเธอจะเขียนนิยายอิโรติกให้กรินทร์จบ แต่มีเหตุเกิดขึ้นกับปลายฟ้าคือเธอเหยียบหางแมวที่คุณเข้เลี้ยงไว้ที่ริมสระน้ำ จนทำให้เธอตกสระ แต่เข้ก็ช่วยเธอไว้ได้ทัน ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้เข้รู้ว่าเธอต้องรับงานเขียนนิยายอิโรติกให้กรินทร์ แต่เธอไม่มีประสบการณ์เรื่องบนเตียง(แบบคู่รัก) เข้เลยเสนอว่าถ้าปลายฟ้ามาเป็นเพื่อนคุยให้เขา เขาจะเล่าประสบการณ์บนเตียงให้ฟัง ข้อตกลงแรกระหว่างปลายฟ้าและเข้จึงเริ่มขึ้น

แต่ปลายฟ้าไม่คาดคิดเลยว่าเธอจะกลายเป็นผู้เล่นคนหนึ่งในเกมล่าหาคำตอบของปริศนาฆาตกรรมในรีสอร์ทแห่งนี้

สารบัญ

พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทนำ ต้องคำสาบ,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๑ นักเขียนตามใบสั่ง,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๒ Beyond The Horizon 1/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๒ Beyond The Horizon 2/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๓ แม่บ้านคนใหม่ 1/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๓ แม่บ้านคนใหม่ 2/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๓ แม่บ้านคนใหม่ 3/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๔ ดีลที่หนึ่ง 1/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๔ ดีลที่หนึ่ง 2/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๔ ดีลที่หนึ่ง 3/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๕ Rum and Vanilla 1/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 5 Rum and Vanilla 2/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 6 Rum and Vanilla 3/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 6 คุณหนังเหนียว แต่กรามผมแข็งแรง 1/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 6 คุณหนังเหนียว แต่กรามผมแข็งแรง 2/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๖ คุณหนังเหนียว แต่กรามผมแข็งแรง 3/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๗ It's just not a glass of milk 1/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๗ It's just not a glass of milk 2/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๘ Second life 1/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บททึ่ 8 Second life 2/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๘ Second life 3/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๙ Second deal 1/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๙ Second deal 2/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๑๐ Amaretto Vanilla 1/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๑๐ Amaretto Vanilla 2/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๑๑ Amaretto Vanilla 3/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 12 ปริศนาชิ้นใหม่ 1/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 12 ปริศนาชิ้นใหม่ 2/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๑๒ ปริศนาชิ้นใหม่ 3/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๑๓ ล่อเหยื่อ 1/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๑๓ ล่อเหยื่อ 2/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๑๔ ความจริงอีกด้าน 1/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 14 ความจริงอีกด้าน 2/2 ,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๑๕ Brave Lady 1/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๑๕ Brave Lady 2/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๑๖ ทางเลือกที่แสนปวดใจ 1/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๑๖ ทางเลือกที่แสนปวดใจ 2/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 17 ทางเดินสู่หายนะ 1/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๑๗ ทางเดินสู่หายนะ 2/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 18 ความลับหลังหมึกดำ,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 19 เหยื่อความไว้ใจ,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 20 คนของผม,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 21 นักแสดงสาวเจ้าบทบาท กับชายหนุ่มผู้สวมหน้ากาก 1/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 21 นักแสดงสาวเจ้าบทบาท กับชายหนุ่มผู้สวมหน้ากาก 2/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 22 หลอมรวม 1/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 22 หลอมรวม 2/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 23 คนที่อันตรายที่สุดในเกม,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๒๒ หายใจไปพร้อมกัน 1/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๒๒ หายใจไปพร้อมกัน 2/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๒๒ ผู้หญิงที่ไม่ควรรัก กับความจริงที่ตายไปพร้อมพยาน,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๒๒ แผลสุดท้ายเลือนหายไปจากใจ 3/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๒๓ คนที่อันตรายที่สุดในเกม,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๒๔ หายใจไปพร้อมกัน 1/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๒๔ หายใจไปพร้อมกัน 2/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บททีี่ ๒๕ ผู้หญิงที่ไม่ควรรัก กับความจริงที่ตายพร้อมพยาน,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 26 ก่อวินาศกรรม,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 27 ชุมทางรถไฟ 2/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 28 ความจริงที่ถูกซ่อน 1/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 28 ความจริงที่ถูกซ่อน 2/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 29 แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 27 ชุมทางรถไฟ 1/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 30 เส้นขนาน,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 31 เม็ดทราย 1/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 31 เม็ดทราย 2/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 33 ตำตา 1/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 32 บททดสอบ,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 33 ตำตา 2/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 34 หมากตัวล่อ,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 35 เผยไต๋หมากตัวสุดท้าย,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 36 เกมเปิดโปงขบวนการแทงข้างหลัง,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 38 ล้มกระดาน 1/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 38 ล้มกระดาน 2/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 37 เผยหน้ากาก,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 37 ล้มกระดาน 2/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 39 แผลเก่า แผลใหม่ 1/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 39 แผลเก่า แผลใหม่ 2/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 40 ธงแดง ธงเขียว,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 41 ข้อเท็จจริงจากพยานวัตถุ กับคำให้การแทนตัวละครในนิยาย 2/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 42 คำตอบใต้แสงไฟ อันตรายใต้เงามืด 1/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 41 ข้อเท็จจริงจากพยานวัตถุ กับคำให้การแทนตัวละครในนิยาย 1/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 42 คำตอบใต้แสงไฟ อันตรายใต้เงามืด 2/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 43 คำให้การจากอดีต 1/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 43 คำให้การจากอดีต 2/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 44 เหตุผลบางอย่าง,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 45 ผู้กำกับหลังกล้อง,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 46 พยานที่รู้มากไป

เนื้อหา

บทที่ 45 ผู้กำกับหลังกล้อง

“ตอนจบเลือกได้อย่างนั้นเหรอคะ”

องุ่นส่งเสียงถามพร้อมกับมองเธอด้วยดวงตากลมแป๋ว แน่นอนว่าไม่ใช่แค่องุ่นเท่านั้น แต่กรินทร์เองก็ร้องหาทันทีที่เธอส่งตอนต่อไปให้

“ใช่ ถึงวาดฟ้าจะยอมให้พี่เลือกตนจบเองได้โดยไม่ต้องเขียนตามเส้นเรื่องที่พี่รินทร์วางไว้ พี่ก็คิดว่านักอ่านก็ควรเลือกได้เหมือนกับพี่”

“อืม...มันก็ดีนะ” องุ่นทำท่าเห็นด้วยพร้อมกับส่งยิ้มมาให้ “เพราะของพรีเมียมก็มีทั้งของภูมินทร์แล้วก็ของเคนอยู่แล้ว แต่พี่ปลายต้องทำงานเพิ่มอีกเท่าตัวเลยนะคะ เวลาเหลือไม่มากแล้วนะ”

“ไหวสิ ยังไงก็ไหว แล้วจะส่งตอนจบทั้งสองแบบให้ทันวันแต่งงานของคุณวาดฟ้าด้วย” ปลายฟ้าตั้งใจแบบนั้น และในทุกคืนตั้งแต่ขึ้นให้การในฐานะพยานในศาล ปลายฟ้าก็ขังตัวเองอยู่แต่ในห้อง

ทว่าเมื่อเธอเอ่ยประโยคนั้นจบ รอยยิ้มของซีอีโอสาวก็เจื่อนลงจนผิดสังเกต

“เป็นอะไรหรือเปล่า หรือว่าไม่เชื่อว่าพี่จะเขียนจบทัน”

“เปล่าค่ะ” อีกฝ่ายโบกมือไปมา แล้วเอ่ยต่อ “พอพูดถึงงานแต่งงานของคุณวาดฟ้า องุ่นก็ลืมไปว่าต้องไปซื้อของขวัญสำหรับเซอร์ไพรส์ให้คุณวาดฟ้าในงานแต่งน่ะ”

“ของขวัญสำหรับเซอร์ไพรส์ให้คุณวาดฟ้าในงานแต่งเหรอ” ปลายฟ้าทวนคำ

“ใช่ค่ะ งั้นองุ่นขอตัวไปห้างที่พัทยานะคะ ไปตอนนี้น่าจะทันซื้อของก่อนห้างปิด”

“พี่...ก็อยากฝากซื้อของขวัญให้คุณวาดฟ้าด้วย”

“งั้นไปด้วยกัน”

ปลายฟ้าเม้มริมฝีปาก แถมก่อนออกก็ต้องโทรศัพท์ไปบอกลียงก่อน ทั้งๆ ที่คนที่ควรบอกน่าจะเป็นเขตต์ แต่ด้วยเหตุผลของรูปคดี การไม่ติดต่อกันจะดีกว่า ทำให้ปลายฟ้าไม่มีเบอร์ติดต่อเขา ผู้ที่กำชับเธอให้อยู่แต่ในห้องเท่าที่ทำได้ หรือมีเรื่องจำเป็นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้อย่างเช่นเรื่องของครอบครัว

แต่...คุณวาดฟ้าก็อาจถือได้ว่าเป็นคนในครอบครัว แม้จะไม่ได้มีสายเลือดเดียวกัน...

ปลายฟ้าจึงต่อสายไปหาลียงจากโทรศัพท์ของห้อง เวลานี้เชฟหนุ่มต้องยังวุ่นวายกับงานในห้องครัวแน่นอน

“เธอคิดว่าตอนนี่เธออยู่ในสถานการณ์แบบไหนกัน!”

และแน่นอนว่าเขาต้องพ่นความเกี้ยวกราดใส่ทันทีที่เธอขอออกไปข้างนอก

“เป็นพยานที่ถูกกักขังหน่วงเหนี่ยวหนึ่ง แล้วก็เป็นผู้ป่วยจิตเภทที่ถูกฝืนบังคับให้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้อต่ออาการอีกหนึ่งค่ะ” ทั้งสองเหตุผลล้วนเป็นข้อเท็จจริง ไม่ได้เอ่ยเพื่อปั่นหัวเขาแต่อย่างใด

“คุณวีรชัยรับปากกับฉันว่า หากฉันอยู่ใกล้ๆ กับคุณเขตต์ไว้ จะช่วยให้ฉันปลอดภัย แต่นั่นคือในแง่ของร่างกาย เพราะหากฉันไม่รู้สึกถึงความปลอดภัย ฉันก็มีสิทธิได้รับการคุ้มครองด้านชีวิต ร่างกาย และเสรีภาพ”

ประโยคต่อมาคือไพ่ที่เธอเก็บไว้ ต้องขอบคุณวีรชัยที่อธิบายเธอไว้อย่างละเอียด

“เธอนะเธอ” ปลายสายพูดเล็ดลอดไรฟัน

“ฉันไปกับองุ่น จะรีบไปรีบกลับค่ะ”

“ฉันจะไปด้วย”

“อะไรนะคะ”

“ฉันจะไปด้วย ถ้าเกิดอะไรกับเธอ คดีของไอ้เข้ก็จบเห่!”

จากนั้นกระแทกหูใส่ ปลายฟ้าส่ายหน้าถอนหายใจอย่างระอาในความขี้โมโหของเชฟหนุ่ม แต่ลึกๆ เธอก็รู้สึกสนุกที่ได้เอาคืนจากการที่เขารวมหัวกับเขตต์ซ้อนแผนเธอ เรียกได้ว่าเธอถูกทำให้คิดว่ากำลังเดินตามแผนชิงป้ายเหล้า ในแผนคือลียงต้องคอยจับตาดูเธอตอนที่เอาป้ายเหล้านั้นไปยื่นให้แพรวพลอย โดยที่เขาจะต้องเป็นคนเข้าไปเจอตอนส่งมอบ ก็เพื่อให้รู้ว่าแพรวพลอยอยากได้ป้ายเหล้าที่เธอไปพูดปูทางไว้ว่ามีจุดผิดปกติ และน่าจะซ่อนความลับบางอย่างไว้

ทว่าเธอถูกพวกเขาซ้อนแผน และเพื่อไม่ให้เธอถูกดำเนินคดีในความผิดข้อหาเดิม เธอต้องยอมเป็นพยานให้เขตต์ในชั้นศาล และตอนนั้นเองที่วีรชัยอธิบายสิทธิของพยานให้ฟัง

ถึงอย่างนั้นก็ตาม การได้รับความคุ้มครองจากคนที่ไม่ค่อยจะเต็มใจทำให้ กลับทำให้เธอรู้สึกเหมือนพ่อที่มาคุมเข้มลูกตอนหนีเที่ยวเสียมากกว่า

“พี่ปลายคะ องุ่นอยากดูชุดชั้นใน มาช่วยองุ่นเลือกได้ไหม”

ประโยคนั้นทำให้ลียงที่เดินตามติดทุกฝีก้าวถึงกับชะงัก

“ไหนว่าจะมาซื้อของให้คุณวาดฟ้าอะไรนั่น” ลียงแย้ง

“ก็ชุดชั้นในนี่ไงคะ คืนแรกอันแสนหวานของคู่บ่าวสาวจะขาดชุดชั้นในสุดวาบหวามไปได้ยังไง” องุ่นเท้าเอวพูด และไม่ได้พูดธรรมดา เรียกว่าป่าวประกาศด้วยเสียงดังเกินจำเป็นจนคนที่เดินห่างไปเกือบสามเมตรก็น่าจะได้ยิน

“งั้นฉันจะรอที่แคชเชียร์ตอนพวกเธอไปจ่ายเงิน”

นั่นคงเป็นสิ่งเดียวที่ทำได้ ต่อให้เป็นลียง ก็คงไม่เดินตามต้อยๆ เข้าไปในดงที่มีแต่ชุดชั้นในสตรี

แต่ลียงก็คงได้แค่รอเก้อ เพราะองุ่นพาปลายฟ้าผ่านช่องนู้นออกช่องนี้ จนในที่สุดทั้งคู่ก็มาหยุดยืนหน้าบาร์แห่งหนึ่ง

“พี่ว่าเรากลับไปหาเขาเถอะ ทำแบบนี้เขาจะโกรธเอา”

“แต่ก็ดูเขาโกรธตั้งแต่ออกจากรีสอร์ตแล้วนะคะ” องุ่นไม่ได้รู้สึกว่าต้องใส่ใจ แล้วดึงเธอให้เดินต่อ “จริงๆ แล้วองุ่นอยากดูชุดชั้นในจริงๆ นั่นแหละ แต่ไม่ใช่แบบที่ขายในห้าง”

ปลายฟ้ามองกลับด้วยแววตาฉงน แต่แล้วเธอก็ได้คำตอบเมื่อสายรุ่นน้องดึงเอเข้าสู่ร้านเซกส์ทอยที่ตั้งอยู่กลางซอยที่เต็มไปด้วยบาร์เหล้าและผับมากมาย

“แบบนี้ต่างหากที่เรียกว่าชุดชั้นในสุดวาบหวาม”

สิ่งที่องุ่นคลี่ให้ดู สำหรับปลายฟ้าแล้ว แทบไม่เรียกว่าเสื้อผ้าอาภรณ์เลยด้วยซ้ำ เพราะมันแทบไม่ปกปิดอะไรเลย

“พี่ปลายดูสิ” องุ่นวางชุดชั้นในชิ้นเดิมลง แล้วตื่นตาตื่นใจกับชุดคอสเพลย์ที่อยู่บนหุ่นเพศชายกล้ามแน่น “ลองนึกว่าถ้าให้พี่รินทร์ใส่ ก็คงดูตลกมากกว่าเซ็กซี่”

มันคือกางเกงในหรือเปล่า ปลายฟ้าไม่แน่ใจ เพราะสิ่งที่จะเกาะเกี่ยวกับบั้นเอวเป็นแค่สายยางยืดบางๆ ที่เชื่อมต่อกับเป้าที่มีลักษณะคล้ายกับปลอกแขน รอบๆ ปลอกแขนมีหมุดเหล็กตอกโดยรอบ

“ต้องการไซซ์ไหนบอกได้นะจ๊ะพี่สาว” เสียงหวานของสาวสองพนักงานร้านเอ่ย “ถ้าไม่รู้มีตัวอย่างให้ลองกะค่ะ”

จากนั้นก็หยิบกล่องที่มีดิลโด้ไซซ์ต่างๆ ยื่นมาตรงหน้าปลายฟ้า

“เอ่อ...” นักเขียนสาวหน้าแดงขึ้นฉับพลัน

“นี่...หรือนี่...” พนักงานสาวสองคงชี้ตามสายตาของปลายฟ้าที่เธอเองก็ห้ามตัวเองไม่ได้

“มะ...ไม่ใช่ค่ะ”

“อ้อ นี่ใช่ไหมคะ” ปลายเล็บแหลมฉาบกากเพชรแวววาวขยับเลื่อนไปหาตัวเลขที่มากขึ้น

“ไม่ใช่ค่ะ... ฉันไม่ใช่คนซื้อ” ปลายฟ้ารู้สึกร้อนจนอยู่ในร้านไม่ได้ “องุ่น พี่ออกไปรอหน้าร้านนะ”

โดยไม่รอคำตอบ ปลายฟ้ารีบพาตัวเองมายืนตัวแดงหน้าร้าน แต่นั่นก็ไม่ทำให้เธอรู้สึกสบายใจมากนัก เพราะความไม่คุ้นชินกับสถานที่ เสียงเพลงที่ดังมาจากรอบตัว ผู้คนมากมายที่ส่งเสียงเรียกลูกค้า และเดินไปมา หรือแม้แต่กลิ่นที่ลอยอวลรอบตัวนั้น ทำให้เธออยู่ในภาวะวิตกกังวล

หากเพียงแค่ระดับนี้ ปลายฟ้ายังสามารถทำให้ตัวเองสงบได้ ทว่าหัวใจของเธอกลับเต้นกระหน่ำเมื่อเห็นกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่ยืนตรงหน้า

“ชื่อปลายฟ้าสินะ”

ปลายฟ้ากลืนน้ำลายลงคอ ไม่พูดและไม่ตอบอะไรทั้งนั้น

“ไปเป็นพยานให้ฝั่งไอ้เขตต์นี่ แสดงว่าเป็นคนละฝั่งกับยายแพรวพลอย”

นักเขียนสาวยังยืนแข็งเป็นหิน แม้อีกฝ่ายที่เป็นหัวจะก้าวเข้ามาใกล้มากขึ้นทุกที

“เลือกข้างได้ก็ดี แต่ไม่ว่าจะเลือกข้างไหน พวกมันก็ต้องชดใช้สิ่งที่ทำกับฉัน” เสียงเหี้ยมเกรียมเอ่ยใกล้ใบหู

“เสี่ยปอง”

เสียงเรียกนั้นทำให้เจ้าของชื่อหันไป แล้วแสยะยิ้มใส่ให้เจ้าของเสียงเรียกนั้น ก่อนหันสายตามาทางเธอแล้วหมุนตัวเดินจากไปพร้อมกับสมุนทั้งหลาย

“เข้าไปตามแม่นั่นออกมา เราจะกลับรีสอร์ตเดี๋ยวนี้”

น้ำเสียงของลียงแข็งกร้าวกว่าที่เคย ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต่อต้าน ปลายฟ้ารู้สึกได้โดยสัญชาตญาณว่าเรื่องไม่ดีกำลังเกิดขึ้น เรื่องไม่ดีมากๆ

สิ่งที่เสี่ยปองพ่นออกมา ไม่ใช่คำขู่ แต่คือคำเตือน

ลียงพาและองุ่นมาถึงรีสอร์ตโดยไร้คำพูดคำจา ถึงแม้ขาไปก็เป็นแบบนั้น แต่บรรยากาศที่แผ่ออกจากเชฟหนุ่มเหมือนหมอกมัวแห่งความเครียดรุนแรง

“พรุ่งนี้องุ่นจะเข้ากรุงเทพฯ นะคะ มีประชุมสำคัญที่อักษรารัญจวน” องุ่นบอกตอนมาส่งเธอที่หน้าห้อง “แล้วก็นี่ค่ะ”

องุ่นยื่นถุงกระดาษสีชมพูช็อกกิ้งพิงค์พิมพ์ชื่อร้านเซกส์ทอยมาให้ “องุ่นซื้อมาเผื่อ”

“อะ...ไร พะ...พี่ไม่เอา”

“เอาไปเถอะค่ะ” องุ่นจับมือเธอกำหูหิ้ว “องุ่นรู้ว่าพี่ปลายเคยเจออะไรมา แต่ไม่ได้หมายความว่าอดีตแบบนั้นจะหยุดไม่ให้พี่ปลายได้มีความสุขสักหน่อย เอาเจ้านี่ไปใช้กับใครก็ตามที่ทำให้ชีวิตพี่ปลายมีความสุขนะคะ”

พูด...พูดคล้ายพุดซ้อน....

“แล้วก็...” องุ่นเอ่ยต่อ พลางจ้องตาเธอแน่วนิ่ง “ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคดีที่พี่ปลายเข้าไปเกี่ยวโดยไม่จำเป็นหรือจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น ก็เขียนนิยายเรื่องนี้ให้จบในแบบที่พี่ปลายต้องการก็พอ”

น้ำเสียงที่ใช้ไม่ใช่น้ำเสียงของเจ้านายที่สั่งงาน แต่เป็นน้ำเสียงเหมือนคนที่กำลังเวทนา แต่เธออาจคิดไปเองก็เป็นได้ หลังจากประจันหน้ากับเสี่ยปอง คนที่วีรชัยสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับการตายของแม่บ้านคนเก่า ความคิดความอ่านของปลายฟ้าก็ยังไม่สงบ ยิ่งคิดถึงคำพูดที่ฝากไว้ เธอก็รู้สึกเย็นวาบจากกลางหลัง

ปลายฟ้าร่ำลาองุ่น แล้วเปิดประตูเข้าห้อง สถานที่ที่ทำให้เธอรู้สึกถึงความปลอดภัย ทว่าไฟห้องที่สว่างรอนั้นทำให้ปลายฟ้าชะงักเท้า

“คุณไม่ควรทำแบบนั้น”

เสียงทุ้มต่ำที่ดังจากโซฟา เป็นเสียงของคนที่คิดว่าตัวเองมีสิทธิ์ออกคำสั่งในห้องนี้

“คุณเข้...”

“คุณทำให้ลียงโมโหมาก” เขายกวิสกี้ขึ้นจิบ ในขณะที่อีกมือก็ลูบหัวเบอร์เบินแผ่วเบา ส่วนดวงตาที่กำลังมองเธอนั้น บอกว่าเขาเองก็โกรธไม่แพ้ลียง หรืออาจมากกว่า

“ถ้าลียงไม่วิ่งตามหาจนเจอ คุณคิดหรือว่าเสี่ยจะทำแค่พูดคุยทักทายกับคุณ”

“แล้วคุณคิดว่าเสี่ยจะทำอะไรฉันหรือคะ” ปลายฟ้าเลือกจะถามเขากลับโดยไม่บอกเรื่องที่เธอถูกเสี่ยเตือน

“เขาคงจะเลี้ยงเหล้าคุณสักแก้วละมั้ง” เขาใช้น้ำเสียงประชดประชันน่าหมั่นไส้

“อย่างนั้นหรือคะ น่าเสียดาย ฉันอยากรู้จังว่าเสี่ยจะเลี้ยงเหล้าแบบไหนให้ฉัน”

ชายหนุ่มแค่นยิ้ม วางแก้วลงกระทบโต๊ะเกิดเสียงดังกว่าปกติ แล้วอุ้มเบอร์เบินออกจากตัก ความมุ่งหมายในแววตาคู่นั้นบอกปลายฟ้าให้รู้ว่าเธอควรหยุดการก้าวของเขาไว้แค่ขอบโต๊ะ ทว่าในตอนที่แสงไฟดาวน์ไลท์จากเพดานกระทบใบหน้าคมสัน รอยแดงเป็นจ้ำรอยใหญ่ที่ปรากฏชัดบนแก้มข้างซ้ายก็ทำให้ปลายฟ้ามองตาค้าง

“หน้าคุณ...ไปโดนอะไรมา” คำถามง่ายๆ แต่กลับหยุดขาเขาได้ชะงัก

“ก็แค่การหยอกกันระหว่างผมกับพิมพ์ลดา” เขาพูดเหมือนไม่ใช่เรื่องสำคัญ

“หยอกกัน...อย่างนั้นเหรอ” ปลายฟ้ายังเพ่งมองรอยแดงนั้นตาไม่กะพริบ บางรอยถึงขั้นมีสีเขียวคล้ำ “หยอกกันแบบไหนถึงทิ้งรอยช้ำขนาดนั้น...”

ชายหนุ่มไหวไหล่ แล้วหันสายตาไปทางอื่น “ก็...แบบหยอกแบบแรงๆ อย่างพวกที่ชอบนิยมความรุนแรง” จากนั้นหันกลับมามองเธอ “เหมือนนายภูมินทร์ แต่ต่างกันที่พิมพ์ลดาไม่เหมือนลัลลาบาย”

ภูมินทร์ใช้ความรุนแรงเพราะความแค้น ในทางกลับกันลัลลาบายไม่เคยโต้กลับและเป็นฝ่ายยอมเสมอ เธอรู้จักตัวละครของเธอดี

“คุณก็ไม่มีทางเหมือนภูมินทร์”

มุมปากของเขายกขึ้นรอยยิ้ม “จะบอกว่าผมเป็นพระเอกในนิยายของคุณสินะ อ้อ ไม่ใช่แค่พระเอกในนิยาย แต่ในชีวิตจริง คุณก็มีกรินทร์เป็นพระเอกแล้วนี่นา”

ปลายฟ้าเม้มริมฝีปากแน่น เขาจะพูดอะไรก็พูดไปเถอะ เพราะเธอสนใจแต่ที่มาของรอยเหล่านั้น ทว่าเพราะมัวแต่เพ่งสมาธิไปที่ใบหน้าของเขา รู้ตัวอีกทีร่างสูงก็เข้ามาใกล้จนบดบังแสงไฟจนมิด

“แต่แย่หน่อยที่คนที่อยู่กับคุณตอนนี้เป็นแค่ไอ้ตัวร้าย”

พูดจบก็โน้มหน้าลงมาใกล้ไม่ทันให้เธอตั้งตัว ความตกใจทำให้ปลายฟ้าผงะถอยหลัง ในจังหวะเดียวกันกับที่แขนแกร่งเข้ามาสอดรอบเอวบาง แล้วดึงเธอเข้าไปหา ปลายฟ้าจึงปล่อยมือจากถุงกระดาษ แล้วใช้มือดันเจ้าของอกแกร่งอย่างสุดกำลังที่มี

“แต่ไอ้ตัวร้ายคนนี้ก็ไม่ยอมให้เรื่องแบบในวันนี้เกิดขึ้นอีก”

“เพราะกลัวว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นกับฉัน คดีนี้จะจบเห่แล้วคุณจะถูกพิพากษาจำคุกสินะ” ปลายฟ้าสู้ตาเขา ภาวนาในใจขอให้เขาไม่ได้ยินเสียงหัวใจเต้นของเธอ

“บอกอะไรไว้อย่าง ผมไม่กลัวการเข้าไปนอนในคุก”

รอยยิ้มของเขาทำให้ปลายฟ้าสั่นสะท้านไปถึงหัวใจ คล้ายรอยยิ้มของคนที่ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น...คล้ายรอยยิ้มของไอ้เปลว ในวันที่มันถูกศาลตัดสินจำคุก

เขาพูดอะไรออกมา ปลายฟ้าเบิกตามองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความรู้ที่เรียกไม่ถูกว่าหวาดหวั่นหรือประหลาดใจ เธอหาคำพูดโต้ตอบไม่ได้ นอกจากจ้องตาอีกฝ่าย แต่ก็เห็นแต่ความมั่นคงและแน่วแน่พร้อมชนในแบบตัวร้ายในนิยาย

“ถะ...ถ้าอย่างนั้น คุณจะสู้คดีไปเพื่ออะไร ไม่ใช่เพราะคุณอยากยืนยันความบริสุทธิ์หรือไง”

“คนเรามีทั้งขาวและดำไม่ใช่หรือปลายฟ้า เราอาจบริสุทธิ์ในการกระทำหนึ่ง แล้วก็สามารถเป็นคนเลวในอีกการกระทำหนึ่ง”

ประโยคนั้นที่เปล่งออกจากริมฝีปากหยักได้อย่างธรรมชาติเสียจนปลายฟ้าไม่อยากเชื่อว่าเป็นคนคนเดียวกับคนที่บอกเล่าถึงความฝันของพ่อด้วยดวงตาเปล่งประกาย หรือเป็นคนที่อ่อนโยนกับบทรักใต้แสงจันทร์จนทำให้เธอปลดปล่อยตัวเองจากภาพอดีต

“แล้วคนอย่างผม จะเลือกเล่นบทอะไรก็ได้ ต่อให้เป็นบทคนคุก นั่นก็เป็นเพราะผมเลือกเอง”

ความกดดันจากดวงตาสินิลมีอานุภาพรุนแรงจนปลายฟ้าขาอ่อน ทรุดตัวฮวบทว่าลำแขนแกร่งที่โอบพยุงร่างไม่ยอมให้เธอร่วงหล่นไปกองกับพื้น

“แข้งขาอ่อนแรงแบบนี้ ดูเหมือนว่าถึงเวลาที่คุณต้องการการพักผ่อนหลังจากออกแรงเล่นวิ่งไล่จับกับลียงเมื่อค่ำ”

“ฉะ...ฉันไม่ได้อยากพักผ่อน”

“งั้นเหรอ แล้วอยากทำอะไร...” ดวงตาสีนิลเลื่อนจากใบหน้าลงไปหยุดตรงหน้าอกของเธอที่หายใจแรงจนกระเพื่อม จากนั้นคิ้วเข้มได้รูปก็ขมวดเข้าหากันในตอนที่นัยน์ตาคู่นั้นเหลือบลงต่ำ

เขาประคองเธอให้ทรงตัว แล้วก้มหยิบสิ่งที่อยู่บนพื้นขึ้นมามองด้วยแววตาฉงน “นี่อะไร”

ปลายฟ้ากรีดร้องในใจทันที ในตอนที่มือหนาคลี่ชิ้นผ้าที่เธอจำได้ว่าเคยเห็นมันอยู่บนหุ่นในร้านเซกส์ทอย

“มะ...ไม่ใช่อะไร” หาคำตอบให้ไม่ได้ แต่มือไขว่คว้าจะเอาคืน

ไม่ต่างกับตอนที่เขายึดสมุดบันทึกของเธอไปเมื่อครั้งนั้น เขาใช้ความสูงเอาเปรียบเธอ ชูสิ่งที่อยู่ในมือขึ้นมอง

“เมื่อไหร่จะเลิกแกล้งฉันแบบนี้เสียที” ปลายฟ้ายังกระโดดเหย็งๆ แต่ก็ยังคว้าคืนไม่ได้สักที

“ก็แค่อยากรู้ว่าคืออะไร” ร่างสูงก้าวถอยหลัง หลบหลีกเธอพลางพินิจพิจารณาสิ่งถืออยู่ในมือ

“มันไม่ใช่อะไรหรอกน่า คืนมาเดี๋ยวนี้”

ปลายฟ้าสาวเท้าเข้าไปหา หนนี้เธอต้องได้คืนมา เธอรุกไล่ไม่หยุด จะไม่ยอมให้เขายึดไปได้เหมือนสมุดโน้ตอีกแล้ว ในจังหวะที่คว้าปลายฟ้าได้ ปลายฟ้าก็พยายามยืดขายื้อยุดอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่พอได้ยินเสียงหัวเราะเหมือนเห็นเธอเป็นตัวตลก ความฉุนทำให้ปลายฟ้าตัดสินใจกระโดดเกาะเขา

“เฮ้ย” ชายหนุ่มร้องด้วยความตกใจ

แต่เธอไม่ปล่อยให้เสียจังหวะ ใช้สองขาเกี่ยวเอวสอบแน่น ในขณะที่ใช้มือขวายึดบ่ากว้าง มือซ้ายก็ฉุดคว้าชิ้นผ้า

การกระทำที่ไม่คาดคิดของนักเขียนสาวทำให้ชายหนุ่มที่ไม่ได้ตั้งการถูกเกาะเป็นปลิง แล้วเธอก็ไม่ใช้เด็กตัวน้อย มือข้างที่ชูชิ้นผ้านั้นจึงยอมลดลด ส่งผลให้ปลายฟ้าได้ถือครองชิ้นผ้า ทว่ารู้ตัวอีก ร่างสูงก็หงายทรุดนั่งลงบนโซฟาเพราะแบกรับน้ำหนักที่ถูกจู่โจมกะทันหันโดยที่เธอยังคงอยู่ในท่าเกี่ยวขาเกาะเอวแกร่ง

ชั่วขณะนั้น เกิดความเงียบภายในห้องพัก ดวงตาสองดวงก็จ้องมองกันนิ่ง ไร้คำพูดตอบโต้ ไม่มีการแย่งชิงกันอย่างก่อนหน้า หน่วยประมวลผลของปลายฟ้าเกิดการหยุดทำงาน แต่ผ่านไปเพียงเสี้ยววินาที ดวงตาสีนิลก็เริ่มส่องประกาย ตอนนั้นแหละที่ปลายฟ้าถึงรู้ว่า ที่คิดว่าคว้าชัยชนะได้ กลับกลายตกเป็นเชลยเพราะตัวเองแท้ๆ

บ้าชะมัด!

นักเขียนสาวจะพาตัวเองออกจากร่างแกร่ง แต่สองมือหนากลับยึดบั้นท้ายเธอไว้แน่น

“ปล่อยฉัน” เธอเอ่ยเสียงจริงจัง

“อยากจะปล่อยอยู่ แต่ไม่รู้ทำไมมือของผมมันยอมไม่ทำตามความคิด”

ตอบเธอหน้าตาเฉย แถมยังยิ้มเจ้าเล่ห์นั่นอีก หน้าหมั่นไส้เสียจนปลายฟ้ายกมือซ้ายข้างที่กำชิ้นผ้าแน่นทุบอกเขา

“มือมันเป็นแค่อวัยวะ มันไม่มีสมองสักหน่อยค่ะ”

ชายหนุ่มรีบผละมือข้างขวาจากบั้นท้ายนุ่มแล้วกุมมือข้างซ้ายของปลายฟ้าแน่น “มือเป็นแค่อวัยวะ ไม่มีสมอง แต่มันก็มีความเคยชินของมันเอง...เหมือนกับอวัยวะอย่างอื่น...”

ปลายฟ้าหน้าร้อนผ่าวทันที เมื่อเธอรู้ว่าอวัยวะอันอื่นของเขา...หมายถึงอะไร เพราะเธอเองก็มีความรู้สึกบางอย่างเกิดขึ้นในตำแหน่งที่ร่างกายบดเบียดกัน

“ตะ...แต่ฉันไม่ชิน” หญิงสาวหาทางผละตัวเองออกจากสถานการณ์น่าอาย

แต่คล้ายว่ามืออีกข้างของเขากลับกระชับสะโพกเธอแน่นขึ้น และคล้ายว่ามีแรงกดเบาๆ เหมือนต้องการให้ร่างกายเธอกดทับร่างกายเขามากขึ้น ดวงตาสีนิลก็ส่องประกายวิบวับ แข่งกับหมุดเหล็กที่เย็บตรึงกับชิ้นผ้าใบมือเธอไม่ต่างกับประกายของแหวนเพชร

ชั่ววินาทีนั้น ปลายฟ้าตระหนักได้ถึงบางสิ่ง

ท่วงท่าแบบนี้ มุมนี้ แสงและเงานี้

ทันเท่าใจคิด เธอรีบปลดกระดุมเชิ้ตของเขาทุกเม็ด แล้วแหวกสาบเสื้อออกจนเผยให้เห็นกล้ามอกสีแทนแน่นที่มีรอยสักรูปกงจักรประดับบนอกขวา

“คุณปลาย...”

ปลายฟ้าไม่สนใจดวงตาประประหลาดใจของเจ้าของเรือนร่างกำยำ เธอใช้ชิ้นผ้าพันรอบนิ้วจงใจให้หมุดเหล็กอยู่ในตำแหน่งนิ้วนางด้านซ้าย จากนั้นเพ่งมองนิ่ง ในหัวก็ดึงภาพคลิปนั้นออกมาซ้อนทับกับภาพตรงหน้า

“ใช่...ใช่แน่ๆ”

นักเขียนสาวรำพึง แล้วเอี้ยวตัวหันไปแหงนมองไฟดาวน์เหนือโต๊ะกลางของโซฟา จากนั้นก็ถอนตัวเองออกจากหน้าตักแกร่ง แล้วหันไปทางโต๊ะเขียนหนังสือ

“...ถ้ามันไม่ใช่แค่เรื่องบังเอิญ”

“คุณปลาย” เขตต์มองเธอด้วยแววตาสงสัย “คุณกำลังพูดอะไรอยู่น่ะ บังเอิญอะไร”

ถ้าสิ่งที่เธอสงสัยเป็นความจริง มันก็ไม่ควรถูกพูดในห้องนี้ และในตอนนี้!

“บังเอิญว่า...ที่เราทำกันเมื่อกี้มัน...เหมือนฉากในนิยายที่ฉันเขียนแบบ...เหมือนกันมาก แล้วฉันก็กำลังติดกับฉากนี้อยู่”

ดวงตาสินิลเพ่งมองเธอราวกับเจ้าหน้าที่สอบสวน ก่อนจะลุกขึ้นจากโซฟาแล้วค่อยๆ ก้าวเข้ามาหา “ติดยังไง”

“ตะ...ติดว่า...จะเขียนยังไงต่อ” ปลายฟ้าลอบกลืนน้ำลายลงคอ มองอีกร่างสูงที่ใกล้เข้ามาทุก ก้นของเธอก็ขยับแนบชิดกับขอบโต๊ะจนไม่มีทางหนี

“ถ้างั้นก็เขียนจาก...”

เจ้าของเสียงทุ้มต่ำเข้ามาหยุดยืนตรงหน้า ในระยะที่เธอเห็นลวดลายของลายสักบนแผงอกชัดเจนทุกเส้น เห็นรอยแดงบนใบหน้าของเขาชัดเจนมากขึ้น เห็นแพขนตาที่ล้อมกรอบดวงตาสีนิลเรียงตัวสวย และเห็นริมฝีปากหยักรุ่นกลิ่นแอลกอฮอล์เผยออ้า

ทว่าจังหวะนั้น เสียงโทรศัพท์ที่ดังแทรกห้วงเวลาที่เกือบหยุดนิ่ง ดึงปลายฟ้าให้ออกจากสภาวะถูกมนต์สะกด กระนั้น ตัวของเธอก็ยังแข็งค้าง สบประสานสายตากับเขานิ่งในขณะที่เสียงโทรศัพท์ยังดังต่อเนื่องไม่หยุด

นานหลายนาทีกว่าที่ชายหนุ่มจะยอมก้าวขาถอยหลังแล้วหยิบโทรศัพท์ของตัวเองออกมาก่อนจะขมวดคิ้วมุ่นในขณะที่มองหน้าจอ

“ว่าไงครับคุณวีรชัย”

ชายหนุ่มกรอกคำทักทายเสียงขรึม ซึ่งเป็นเรื่องที่ปลายฟ้าเข้าใจได้เพราะนี่ก็ดึกมากจนไม่คิดว่าคนเป็นทนายความจะโทรศัพท์หาลูกความเพียงแค่คุยเรื่องทั่วไป

“ผมจะไปเดี๋ยวนี้”

ไม่ใช่เรื่องทั่วไปอย่างที่เธอคิด

“เกิดอะไรขึ้นหรือคะ”

เธอต้องการคำตอบ แต่เขามีเพียงสบตาเธอนิ่งแล้วเอ่ยประโยคออกมาว่า

“อย่าทำอะไรโง่ๆ อย่างในวันนี้อีก แล้วก็ไอ้นั่น...” เขาพยักพเยิดหน้ามาทางชิ้นผ้าที่ยังพันรอบนิ้วของปลายฟ้า “มันไม่ใช่ไซซ์ของผม คุณก็น่าจะรู้ไม่ใช่เหรอ เว้นเสียแต่ไม่ได้ซื้อให้ผมใส่”

ราวกับเลือดทั้งกายไหลมารวมกันบนใบหน้าของปลายฟ้า “คุณรู้ได้ไงว่าไม่ใช่ไซซ์คุณ คุณยังไม่ได้ลองใส่เลยสักหน่อย แล้วฉันจะไปรู้เหรอว่าคุณใส่ไซซ์ไหน!”

“อ้อ...จบเรื่องยุ่งๆ แล้วค่อยมาวัดด้วยกัน”

สิ้นคำก็ยกยิ้มที่มุมปาก ดูช่างน่าหมั่นไส้จากสายตาคนมองแล้วหมุนตัวเดินออกจากห้องไป

อีตาบ้า! ปลายฟ้าได้แค่ว่ากล่าวในใจ แล้วไปทิ้งตัวบนโซฟา เงยมองไฟดาวน์ไลท์ดวงนั้นพร้อมๆ กับนึกถึงบทสนทนากับองุ่นในคืนก่อน พลันนั้น เกิดก้อนความรู้สึกบางอย่างกดทับหน้าอกของเธอจนปวดร้าวอยู่ภายใน

“...ต้องดูคลิปนั้นอีกครั้งจริงๆ สินะ”

เธอไม่รู้หรอกว่าเรื่องยุ่ง ๆ ที่เขาบอกจะจบเมื่อไหร่ ในฐานะที่เธอก็คือหนึ่งในตัวแสดง ก็มีส่วนช่วยให้ไปถึงตอนจบ แต่ไม่ว่ามันจะจบแบบไหนก็ตาม ที่แน่ ๆ ต้องไม่ใช่แบบที่ผู้กำกับที่นั่งอยู่หลังกล้องคนนั้นต้องการ