โชคชะตาพาปลายฟ้าผู้หวาดกลัวเรื่องบนเตียงให้มารับงานเขียนนิยายอิโรติกตามใบสั่งของแฟนเก่า แต่ฟ้าก็ใจดีส่งชายหนุ่มผู้มากประสบการณ์เซกส์มาให้ โดยที่ดันลืมเตือนว่าเขาเป็นผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมคนรักตัวเอง
ดราม่า,ชาย-หญิง,ไทย,รัก,ผู้ใหญ่,อิโรติก,สืบสวน ,ดราม่า,โรมานซ์,โรมานซ์สืบสวน,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
พระเอกนิยายสุดปลายฟ้าโชคชะตาพาปลายฟ้าผู้หวาดกลัวเรื่องบนเตียงให้มารับงานเขียนนิยายอิโรติกตามใบสั่งของแฟนเก่า แต่ฟ้าก็ใจดีส่งชายหนุ่มผู้มากประสบการณ์เซกส์มาให้ โดยที่ดันลืมเตือนว่าเขาเป็นผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมคนรักตัวเอง
เมื่อนิตยสารสารคดีที่ ปลายฟ้า เป็นนักเขียนประจำปิดตัว ทำให้ปลายผ้าต้องหันเหจากการเขียนแนววิชาการ ไปต้องเลี่ยนแนวไปเป็นนักเขียนนิยาย เพื่อหาเงินเลี้ยงดู แม่และน้องสาว โดยเฉพาะแม่ของเธอต้องรับการผ่าตัดตาในสิ้นปี ปลายฟ้าจึงเขียนนิยายรัก แล้วนำไปให้ กรินทร์ คนรักเก่าที่เป็นซีอีโอของสำหนักพิมพ์อักษรารัญจวนช่วยพิจารณา แต่กรินทร์ไม่ให้ผ่านเพราะแนวเรื่องไม่ตรงกันแนวของอักษรารัญจวนที่เน้นขายแนวนิยายอิโรติก
แต่เพราะกรินทร์ยังมีใจให้ปลายฟ้า ด้วยความรักที่หลงเหลือ จึงให้ปลายฟ้าเขียนนิยายอิโรติกโดยที่มีเขาเป็นพระเอก และเธอเป็นนางเอก แลกกับเงินค่าจ้างที่เขาจะจ่ายให้เธอเป็นรายเดือนแต่ปลายฟ้ามีปมกับเรื่องเซกส์เพราะเคยถูก เปลว พ่อเลี้ยงล่วงละเมิดในวัยเด็กและมักมีอาการทางประสาทกำเริบหากถูกกระตุ้น ทว่าด้วยเงินที่กรินทร์เสนอให้ จึงทำให้ปลายฟ้าตอบรับงาน แต่เพราะกลัวว่าจะเขียนให้ถึงตอนจบไม่ได้ ปลายฟ้าจึงตั้งใจหางานเสริม และเธอก็ได้งานแม่บ้านรีสอร์ตที่มีชื่อว่า Beyond The Horizon โดยบังเอิญจากแม่บ้านคนเก่าที่ลาออกกระทันหัน
ที่รีสอร์ตนี้ ปลายฟ้าต้องทำงานเป็นแม่บ้านประจำโซนวิลล่าการ์เด้น โดยมี แหวว หัวหน้าแม่บ้านเป็นคนคุมงาน เธอมีหน้าที่ดูแลทำความสะอาดและอำนวยความสะดวกให้แขกประจำโซน ซึ่งหนึ่งในแขกที่เธอต้องดูและคือ เข้ เจ้าของห้องหมายเลข 222 ที่เขาแอบเลี้ยงแมวโดยมีแค่เธอและเขาเท่านั้นที่รู้ นอกจากแหววแล้ว ปลายฟ้าได้เจอ ชิด บาร์เทนเดอร์ที่คอยสอนงานในห้องอาหารให้เธอ
ด้วยงานแม่บ้านนี้เองที่ปลายฟ้าจะยึดไว้เป็นอาชีพเสริมจนกว่าเธอจะเขียนนิยายอิโรติกให้กรินทร์จบ แต่มีเหตุเกิดขึ้นกับปลายฟ้าคือเธอเหยียบหางแมวที่คุณเข้เลี้ยงไว้ที่ริมสระน้ำ จนทำให้เธอตกสระ แต่เข้ก็ช่วยเธอไว้ได้ทัน ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้เข้รู้ว่าเธอต้องรับงานเขียนนิยายอิโรติกให้กรินทร์ แต่เธอไม่มีประสบการณ์เรื่องบนเตียง(แบบคู่รัก) เข้เลยเสนอว่าถ้าปลายฟ้ามาเป็นเพื่อนคุยให้เขา เขาจะเล่าประสบการณ์บนเตียงให้ฟัง ข้อตกลงแรกระหว่างปลายฟ้าและเข้จึงเริ่มขึ้น
แต่ปลายฟ้าไม่คาดคิดเลยว่าเธอจะกลายเป็นผู้เล่นคนหนึ่งในเกมล่าหาคำตอบของปริศนาฆาตกรรมในรีสอร์ทแห่งนี้
Trigger Warning: มีฉากการใช้ความรุนแรง, การทำร้ายร่างกาย, และการข่มขู่บังคับด้วยอาวุธ
ฝนพรำสายตั้งแต่พระอาทิตย์ตกดิน จนกระทั่งดาวดวงแรกเริ่มส่องแสงก็ยังไม่หยุด ถึงกระนั้น งานเปิดตัวโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวชายฝั่งตะวันออกก็ยังคงจัดตามกำหนด และเธอก็ยังต้องมาร่วมงานตามความประสงค์ของผู้บริการอักษรารัญจวนทั้งสองคน
ปลายฟ้ากระชับผ้าคลุมไหล่เมื่อลมเย็นของเครื่องปรับอากาศในรถเอสยูวีของกรินทร์ทำงานได้ดีเกินควร หรือไม่ก็เป็นเธอเองที่สวมเดรสเกาะอกสีดำแถมยังสั้นเหนือเข่า เลยไม่สามารถทนทานต่ออุณหภูมิที่เริ่มเย็นลงในรถท่ามกลางสายฝนพรำ เพราะหากเทียบกับกรินทร์ในชุดสูทสีดำที่นั่งอ่านเอกสารต่าง ๆ ระหว่างรอจังหวะเหมาะเพื่อพาเธอลงจากรถแล้ว เขายังดูสบาย ๆ ไม่ได้สะทกสะท้านอะไร แต่กิริยาท่าทางของเธอคงสะกิดใจเขา ชายหนุ่มจึงถอดสูทของตัวเองแล้วสวมทับให้เธออีกชั้น
“ขอบคุณค่ะ” ปลายฟ้าเอ่ยขอบคุณเสียงเบา
ชายหนุ่มดูแลเธอดีอย่างที่เขาเคยบอก หรืออาจดีเกินคาดเมื่อปลายฟ้าตัดสินขอพักอาศัยในคอนโดเขาเป็นการชั่วคราวระหว่างที่ยังอยู่ในช่วยการพิจารณาคดีของ Beyond The Horizon
ไม่ใช่แค่เรื่องการเอ้ออาทรที่หลับที่นอนสำหรับการคุ้มครองพยานเช่นเธอ แต่ยังรวมไปถึงการช่วยเดินเรื่องยื่นคำร้องมาตรา 337 เพื่อให้เธอไม่ถูกดำเนินคดีในการบุกรุกเข้าเคหสถานที่เข้าไปแจ็กเกตอะซีแพมในห้องแม่บ้านครั้งก่อน และอีกเรื่องที่ปลายฟ้ายกย่องกรินทร์ครั้งแล้วครั้งเล่าคือการที่เขาใช้สื่อในมือกระตุ้นคดีความของ Beyond The Horizon ให้ได้รับความสนใจในสังคม โดยมีของแถมที่ปลายฟ้าไม่คาดว่าจะได้มาคือการขุดคุ้ยคดีเก่าที่เกิดขึ้นระหว่างแม่ของแพรวพลอยและเขตต์
ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องที่ปลายฟ้าอยากรู้ที่สุด... และข้อมูลเกี่ยวกับมันก็อยู่ในมือของกรินทร์แล้วในตอนนี้
“รออยู่ใช่ไหมว่าเมื่อไหร่พี่จะยื่นข้อมูลให้”
หน้าเธอมันฟ้องเขาชัดเจนสินะ เขาถึงได้พูดแบบนั้น
“ไว้จบงานเปิดตัวโครงการก่อน แล้วพี่จะให้ปลาย”
ปลายฟ้าได้ยินแล้วก็ถอนหายใจแทบจะทันที ความผิดหวังที่แสดงออกโดยไม่ปิดบังแบบนี้คงทำให้เขาหงุดหงิดใจไม่น้อย จึงมองเธอด้วยแววตาตำหนิกลาย ๆ
“แต่พี่จะเล่าคร่าว ๆ ให้ก่อนว่า ไม่มีต้องไหนของข้อมูลอ้างถึงความเกี่ยวข้องกันกับคดีของ Beyond The Horizon และตัวละครซ้ำก็มีแค่เขากับทนายความคนนั้น ต่างกับแค่รอบที่แล้วรับบทโจทก์ แต่รอบนี้เขารับบทจำเลย”
แค่ได้รู้เรื่องราวของเขาให้มากที่สุด ปลายฟ้าก็พอใจแล้ว ส่วนความเกี่ยวพันของทั้งสองคดี ต้องเป็นหน้าที่ของวีรชัย ได้แต่หวังให้ทนายความคนนั้นใช้ประโยชน์จากสิ่งที่ได้มาในการแก้ต่างอย่างเต็มที่ ทั้งการขุดคุ้ยความเกี่ยวพันของบุคคลในอดีต และจากหลักฐานชิ้นใหม่สองชิ้นที่เธอเพิ่งส่งมอบให้วันก่อน
‘แนวโน้มคำตัดสินเอนเอียงมาทางฝ่ายเรามากขึ้น ต้องขอบคุณไดอะซีแพมแผงใหม่กับแผงยาแก้ปวดอาการไหมเกรนที่คุณปลายเก็บได้’
วีรชัยส่งข่าวให้เธอหลังการพิจารณาคดีครั้งที่สี่เสร็จสิ้น เป็นข่าวดีที่ทำให้ปลายฟ้ารู้สึกเบาใจที่สุดตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา แต่...
‘คุณเขตต์ไม่พอใจผมมากทีเดียวที่ไม่ยอมบอกว่าคุณปลายพักที่ไหน’
ประโยคถัดมา ปลายฟ้าไม่แน่ใจว่าควรจัดอยู่หมวดข่าวดีหรือข่าวร้าย
‘นัดหน้าจะเป็นครั้งสุดท้าย และผมคงต้องใช้หลักฐานชั้นสำคัญชิ้นสุดท้ายในการว่าความ’
ถัดมานั้น อาจเป็นคำเตือนให้เธอเตรียมใจมากกว่าคำขออนุญาต แต่ปลายฟ้ารู้แก่ใจอยู่แล้วว่าหลักฐานทุกชิ้นจะถูกตรวจสอบอย่างละเอียด ในอีกทางก็เพื่อความยุติธรรมและเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงของทั้งสองฝ่าย หรือพูดให้ชัดเจนว่าเปิดโปงฝ่ายที่พ่นคำโป้ปด
ทว่า ปลายฟ้าไม่อาจรู้เลยว่า ฝ่ายพิสูจน์หลักฐานจะพบอะไรบ้าง จนกว่าเธอจะถูกเรียกสอบปากคำอีกครั้ง
“ท่านรัฐมนตรีมาถึงแล้วค่ะ” องุ่นที่อาสาสังเกตการณ์กลับมาเปิดประตูแล้วรายงาน “พิธีจะเริ่มในอีกไม่เกินสามสิบนาที”
หมายความว่าต้องรีบเข้าไปก่อนประตูห้องจัดพิธีจะปิด ปลายฟ้าถอดสูทคืนให้กรินทร์ แล้วคลี่ผ้าคลุมไหล่ห่อหุ้มผิวให้มิดชิดที่สุดเท่าที่จะทำได้ บอกตามตรง ถ้าไม่รบกวนกรินทร์เกินไป เธออยากขอสูทของเขามาใส่จนจบงาน แต่นั่นหมายถึงการถูกองุ่นมองค้อน เพราะคนที่จัดแจงชุดออกงานให้ก็คือซีอีโอสาว
กรินทร์สวมสูทแล้วลงจากรถ นำหน้าเธอเข้าสู่ตัวโรงแรมใหญ่ใจกลางกรุงเทพมหานคร ส่วนองุ่นกับเธอก็เดินตามไปโดยจงใจทิ้งระยะให้เธอได้สนทนากับหญิงสาววัยน้อง
“บทวิเคราะห์เรื่องมุมกล้องที่องุ่นทำให้พี่อาจถูกใช้เป็นข้อมูลประกอบการว่าความของคุณวีรชัยในนัดหน้า” ปลายฟ้าจำเป็นต้องบอกเรื่องนี้ไว้
“คงไม่ต้องถึงขนาดให้องุ่นไปยืนในแท่นพยานใช่ไหมคะ”
นักเขียนสาวส่ายหน้า ถ้าจำเป็น วีรชัยคงบอกเธอไปแล้วในวันที่เธอพบกับวีรชัยเพื่อส่งมอบหลักฐาน และถ้าใครจะไปยืนใยแท่นพยานละก็ คงเป็นเธอ ผู้ที่ใช้เวลาในห้องพักชายหนุ่มเป็นเวลาหลายเดือนกว่าจะสังเกตเห็น แต่นั่นก็เป็นเพราะองุ่นที่พูดถึงเรื่องมุมกล้องให้เธอฟังโดยบังเอิญ
“ในงาน องุ่นจะแนะนำพี่ปลายในฐานะนักเขียนรุ่นปั้นใหม่ของอักษรารัญจวน”
องุ่นเริ่มบรีฟงานให้ฟัง แม้ความจริงแล้ว ปลายฟ้าไม่อยากรับบทบาทหน้าที่นี้เลย แต่มันเป็นคำขอจากวาดฟ้า ที่เล็งเห็นว่าเธอเท่านั้นที่ทำได้ และถ้าเธอจะมอบสิ่งสุดท้ายให้นักเขียนดาวค้างฟ้าก่อนที่แสงสว่างจะดับสลาย ก็คือการรับปากว่าจะทำให้ดีที่สุดในแบบที่เป็นเธอเอง
ไม่มีใครบอกได้ว่าวาดฟ้าจะสิ้นใจเมื่อไร แต่วาดฟ้ารู้แน่นอนว่าฉากสุดท้ายของชีวิต มีคนที่เธอรักและรักเธอข้างกาย เป็นตอนจบที่วาดฟ้า...ไม่ได้เลือกแต่แรก แต่ก็เลือกเผชิญด้วยจิตใจมั่นคงดีกว่าทุรนทุรายจนวินาทีแห่งความสุขหายไปก่อนหมดลมหายใจ
นิยายของเธอก็เป็นแบบนั้น บทสุดท้ายของตัวละคร ไม่ว่าจะเป็นลัลลาบาย ภูมินทร์ หรือเคน ต่างก็ต้องเลือก ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ความแปลกใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนในนิยายของอักษรารัญจวนจึงสร้างเสียงฮือฮาในหมู่แฟนคลับของวาดฟ้า แม้จะได้กระแสนิยม แต่สำหรับปลายฟ้า มันคือดาบสองคม และอีกด้านของปลายคมนั้น แค่จินตนาการก็น่ากลัวเหลือเกิน
“ไม่คิดว่าจะได้เจอกันที่นี่” เสียงห่ามห้าวที่ได้ยินจากด้านหลังทำให้ปลายฟ้าขนลุกชัน พอหันหน้าไปประจันก็เห็นรอยยิ้มมีเลศนัยของเสี่ยใหญ่ ถัดไปด้านหลังคือลูกน้องผู้ภักดีราวสามถึงสี่คน
“ตกลงเธอเป็นอะไรกันแน่ฮะ คนของแพรวพลอย คนของไอ้เขตต์ หรือคนของใคร”
ปลายฟ้าได้แต่ยืนนิ่งปล่อยให้อีกฝ่ายส่งเสียงพูดพลางเดินวนรอบตัวเธอ
“คุณปองศักดิ์ มณีจันทร์ มาในฐานะหนึ่งในผู้ถือหุ้นของ Beyond The Horizon สินะคะ” องุ่นก้าวมายืนขวางระหว่างเธอกับเสี่ยใหญ่ “องุ่นไปพักที่รีสอร์ตก็เกือบเดือนอยู่ ไม่เคยเห็นคุณปองศักดิ์ที่รีสอร์ต ได้ยินว่ากำลังหาเสียงเลือกตั้ง ก็อาจจะยุ่งจนไม่มีเวลา แต่วันนี้มาร่วมงานได้ นับว่าเป็นเรื่องโชคดีสำหรับอักษรารัญจวนที่จะได้ออกงานพร้อมกับผู้ถือหุ้นรีสอร์ตที่เราเลือกเป็นสถานที่สำหรับเข้าร่วมโครงการ”
เสี่ยปองเหยียดยิ้ม “หึ โครงการอะไรนั่น ฉันไม่สนใจหรอกนะ แต่ฉันก็รู้จักกับท่านรัฐมนตรีเป็นการส่วน ท่านออกปากชวนฉันมางาน ฉันก็ต้องมาร่วมงานอยู่แล้ว”
ข้อมูลใหม่ถูกบันทึกไว้ในหัวของปลายฟ้า ส่วนเรื่องการมาร่วมงานเพื่อเอาหน้าในช่วงหาเสียงก็เป็นพฤติกรรมของนักการเมืองท้องถิ่นบางคนที่กระหายอยากได้ผลประโยชน์จากตำแหน่งมากกว่าทำงานเพื่อประชาชน
แชะ! แชะ! แชะ!
แสงแฟลชสว่างวาบรอบข้าง เสียงกดชัตเตอร์ก็ดังรัว ตามมาด้วยไมโครโฟนเป็นสิบที่ยื่นเข้ามาจ่อเสี่ยปองจนเขาถึงกับผงะ ตอนนั้น มีมือหนึ่งมาดึงเธอให้ออกจากวงล้อมนั้น แล้วดึงเข้าสู่ตัวอาคารของโรงแรม
“อย่าอยู่โดยไม่มีพี่แบบนั้นอีก” กรินทร์พูดเสียงเข้มก่อนปล่อยมือเธอเมื่อเข้าสู่ตัวงาน
“องุ่นก็อยู่ด้วย ปลายไม่ได้อยู่คนเดียว”
“แล้วแม่นั่นช่วยอะไรปลายได้มั้ย”
อย่างน้อยก็ช่วยให้เธอไม่ถูกปะทะใส่ตรง ๆ แต่ปลายฟ้าเก็บคำตอบไว้ในใจ แล้วเลือกเดินเข้าสู่ที่นั่งที่ถูกจัดไว้แล้วเงียบ ๆ องุ่นตามมาในไม่ช้า แล้วเล่าให้ฟังว่าเสี่ยกำลังถูกรุมซักถามเรื่องการตายของลูกหนี้คนหนึ่งที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังขยายผลไปเจอเว็บพนันออนไลน์ที่มีเบาะแสว่าเสี่ยอยู่เบื้องหลัง
“ฤกษ์ไม่ดีตั้งแต่วันเปิดงาน” กรินทร์พูดอย่างไม่สบอารมณ์ “สู้ไม่ต้องมา แล้วเก็บตัวอยู่เงียบ ๆ จะเป็นประโยชน์กับภาพลักษณ์ของรีสอร์ตแท้ ๆ”
แต่ปลายฟ้าเห็นค้านในใจ เพราะคนที่ควรเก็บตัวมากที่สุดตอนนี้คงไม่ใช่เสี่ย ส่วนคนที่เคยเก็บตัวนั้น ก็กลับมาเฉิดฉายใต้แสงไฟสปอตไลท์
หัวใจของปลายฟ้าเต้นแรงจนเหมือนมันจะกระเด็นออกจากอก เมื่อร่างสูงใหญ่ของเขตต์ปรากฏบนเวทีพร้อมกับตัวแทนจากโรงแรมและรีสอร์ตที่เข้าร่วมโครงการหลังจากที่พิธีกรเรียกเชื่อหลังประธานในพิธีกล่าวเปิดงานจบ
เขาช่างดูดีจนกลบทุกคนบนเวที ลบล้างภาพผู้ชายที่มักสวมเสื้อยืดกางเกงวอร์มที่เธอเห็นไปจนสิ้น ด้วยสูทสีดำสนิท สวมทับเชิ้ตสีขาวที่ซ้อนด้วยแจ็กเกตติดกระดุมทุกเม็ดนั้น ดูมิดชิดแต่ก็ส่งเสริมเรือนร่างแกร่งของคนที่ว่ายน้ำได้เป็นชั่วโมงให้ชัดเจนมากขึ้น
ลำดับต่อมา คือการเรียกตัวแทนของบริษัทสื่อขึ้นเวที แล้วตัวแทนจากอักษรารัญจวนจะเป็นใครไม่ได้นอกจากกรินทร์ที่ขอรับผิดชอบโครงการนี้เป็นการทิ้งทวนก่อนส่งต่อหน้าที่ผู้บริหารให้กับองุ่น โดยที่เขาจะลดบทบาทลงไปเป็นเพียงหนึ่งในกรรมการผู้จัดการเท่านั้น
“ดูเหมือนพวกเขาไม่ค่อยเต็มใจจับมือกันเท่าไหร่นะคะ”
องุ่นเอียงหัวมาส่งเสียงกระซิบขณะมองเขตต์กับกรินทร์เชคแฮนด์แบบพอเป็นพิธี แต่เรียกว่าแปะมือกันจะเหมาะกว่าเพราะมันเกิดขึ้นและจบในพริบตา ก่อนต่างฝ่ายต่างยืนเอามือไพล่หลังในขณะที่กลุ่มอื่นแลกเปลี่ยนบทสนทนากัน
ปกติแล้วกรินทร์เป็นคนช่างเจรจา โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในหน้าที่ ส่วนชายหนุ่มอีกคน เธอไม่เคยเห็นเขาออกงานสังคม หรือไม่แต่การรับแขกในรีสอร์ต จึงไม่รู้ว่าเขามีบุคลิกแบบไหนยามเขาออกจากสังคม ที่เธอเห็นก็คือผู้ชายเขาเป็นคนละเอียด จริงจังกับงาน แต่ขี้แกล้งเป็นที่หนึ่ง และรักแมวของเขามาก
อา...เธอคิดถึงเบอร์เบินเหลือเกิน เจ้าแมวลายทักซิโดจะเป็นยังไงบ้างนะ
“เขาเหมาะสมกับอะไรแบบนี้ว่าไหม”
พิมพ์ลดานั่งลงบนเก้าอี้ข้างเธอ แล้วเอ่ยออกมาขณะมองไปยังเวที
“ตอนที่ฉันกับเขาเจอกันครั้งแรกในงานประชาสัมพันธ์โครงการนี้ที่นิวยอร์ก แค่เขาพูดถึง Beyond The Horizon ฉันก็รู้ได้ทันทีว่าผู้ชายคนนี้คู่ควรกับคำว่าประสบความสำเร็จ”
“งานนี้ อักษรารัญจวนก็มุ่งเป้าไปที่ความสำเร็จค่ะ” องุ่นเสริมอย่างรู้จังหวะ “ถ้าทั้งสองฝ่ายมีเป้าหมายเดียวกัน แบบนี้เรียกได้ว่าคู่ควรต่อกันและกันนะคะ”
พิมพ์ลดาคลี่ยิ้ม “มีเป้าหมายเดียวกัน ก็ใช่ว่าจะคู่ควรกัน ที่ถูกต้องคือ เหมาะสมที่จะควรคู่กับอีกฝ่ายหรือเปล่า”
ปลายฟ้าอาจรู้สึกไปเอง แต่คล้ายว่าคำพูดนั้นมุ่งหมายมาที่เธอ เพราะการตวัดตามองของหญิงสาวผู้พูดนั้น ทำให้เธอรู้สึกเหมือนมีเข็มแหลมทิ่มแทงเข้าที่หน้าอก
“พี่ปลายใช้เวลาใน Beyond The Horizon เพื่อเขียนนิยายตั้งหลายเดือน รู้จักทุกซอกทุกมุมของที่นั่น และรู้ว่าเมนูอาหารหรือเครื่องดื่มอะไรที่เด่นดัง แบบนี้พอที่จะควรคู่หรือยังคะ”
“นั่นสินะ...ว่าแต่เขียนเรื่องอะไรล่ะ” พิมพ์ลดาเอ่ยพร้อมกับเสียงปรบมือที่ดังไปทั่วห้องจัดงาน ส่วนทางฝ่ายเธอกลับนิ่งเงียบเพราะไม่อาจตอบคำถามนั้นได้
“จะรู้ได้ว่าควรคู่หรือเปล่า...” นักการตลาดสาวพูดพลางลุกขึ้นยืน แล้วปรายตามองปลายฟ้า “มันก็ต้องถูกเปรียบเทียบกับอะไรสักอย่าง แล้วจะได้คำตอบที่ชัดเจน”
จากนั้นก็เดินนวยนาดออกจากโต๊ะพลางหยิบค้อกเทลสองแก้วตรงไปยังชายหนุ่มที่กำลังเดินลงจากเวที ตามมาด้วยรัฐมนตรีที่ส่งเสียงพูดคุยกับแขกเหรื่อคล้ายแนะนำตัวบุตรสาวคนสวยพร้อมด้วยชายหนุ่มที่ยืนนิ่งคนนั้น
ระยะทางที่ห่างกันเพียงแค่ไม่กี่ก้าว แต่ปลายฟ้ารู้สึกเหมือนไกลจนไม่อาจเอื้อมถึง พิมพ์ลดาทั้งสวยสง่า พรั่งพร้อมทั้งความสามารถและฐานะบรรดาศักดิ์ ไม่ว่าจะมองจากมุมไหน ชายหญิงที่ยืนเคียงข้างกันท่ามกลางแสงไฟของสังคมก็ดูเหมาะสมเสียจนไม่อาจคิดหาเหตุผลใดมาโต้แย้งได้เลย
“พี่รู้สึกไม่ค่อยดี ขอไปสูดอากาศข้างนอกหน่อย” เธอไม่ได้โป้ปด แต่อาการหายใจลำบากเกิดขึ้นเหมือนกำลังจะจมน้ำ
“จะไปไหน” แต่เดินออกจากโต๊ะไม่กี่ก้าว กรินทร์ก็คว้าข้อมือเธอได้
“ปลาย...อึดอัดค่ะ” เธอตอบโดยไม่สบตา “งานแบบนี้ไม่เหมาะกับปลายเลย”
กรินทร์เงียบไปชั่วขณะ แล้วถอนหายใจเสียงหนัก “ดูเหมือนเสี่ยน่าจะหาทางหลบพวกนักข่าวจนกว่าทางจะปลอด แต่ไม่รู้ว่าไปหลบที่ไหน ถึงไม่มีอะไรยืนยันได้ว่าเสี่ยจะทำอะไรปลาย แต่หากเขาคือฝั่งตรงข้ามกับนายเขตต์ ปลายก็คือศัตรู”
“ในขณะที่คดียังไม่สิ้นสุด ทุกคนก็คือศัตรูของกันและกัน” ปลายฟ้าเอ่ยเสียงแผ่ว แล้วเงยหน้ามองอีกฝ่าย “เสี่ยเองก็ต้องรู้ตัวอยู่แล้วว่าถ้ามาร่วมงานก็คงต้องเจอนักข่าว พี่รินทร์ไม่คิดว่ามันแปลกหรือคะ”
หัวคิ้วของกรินทร์ย่นเข้าหากัน “ปลายคิดว่าเสี่ยจงใจมาร่วมงานทั้ง ๆ ที่รู้น่ะหรือ”
“เสี่ยบอกว่าท่านรัฐมนตรีเชิญมา จริงอยู่ที่เสี่ยเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นของ Beyond The Horizon แต่คนที่มาภาพลักษณ์ในทางลบแบบนั้น จะถูกเชิญมาจริง ๆ หรือคะ”
กรินทร์ทำท่าครุ่นคิด แต่แล้วเขาก็สรุปในแบบที่ปลายฟ้าส่ายหน้าให้ว่า “ก็มีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้องทั้งนั้น แต่พี่ว่าปลายไม่ต้องไปสนใจเรื่องนั้นหรอก ตอนนี้แค่ยึดมั่นอยู่ที่การส่งต้นฉบับให้กับโครงการอย่างเดียวก็พอ ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง หลังงานแต่งงานวาดฟ้า ปลายต้องเริ่มเขียนต้นฉบับ”
ถ้าเป็นตอนนั้น คดีของ Beyond The Horizon ก็คงมีคำตัดสินออกมา แต่เธอจะต้องเขียนโดยไม่สามารถกลับไปซึมซับบรรยากาศที่นั่นได้อีกแล้วตามเงื่อนไขที่ตกลงกับกรินทร์ไว้ และนี่ก็คือผลประโยชน์ที่ตกลงร่วมกัน
“ปลายอยากกลับบ้านแล้วค่ะ ปลาย...เหนื่อย อยากจะพัก”
กรินทร์พยักหน้ารับรู้ “พี่จะบอกองุ่น ให้อยู่ร่วมงานเป็นตัวแทนจนกว่าจะจบ”
“ไม่ค่ะ พี่รินทร์จะปล่อยให้องุ่นอยู่คนเดียวไม่ได้” ปลายฟ้าค้านเสียงแข็ง “งานนี้เป็นชีวิตของอักษรารัญจวน ถึงพี่บอกว่าจะถ่ายโอนอำนาจ แต่นี่มันไม่ใช่เรื่องของอำนาจหรืออะไรทั้งนั้น มันคือความรับผิดชอบของพี่ที่มีต่ออักษรารัญจวน”
คำพูดของเธอทำให้กรินทร์ชะงักงัน
“ปลายจะกลับบ้าน ไปหาแม่ ปลายคิดถึงแม่” นักเขียนสาวบอกความต้องการของเธอ
สายตาเด็ดเดี่ยวของปลายฟ้ามีพลังมากพอจะทำให้กรินทร์ยอมอย่างจนใจ และเธอก็อนุญาตให้ความห่วงของเขาสิ้นสุดเพียงแค่ส่งเธอขึ้นรถแท็กซี่ โดยเธอต้องสัญญาว่าเมื่อถึงบ้านแล้วจะรีบโทร.บอกเขาทันที แต่ยังไม่ทันได้โบกรถที่ริมถนน สายเรียกเข้าจากองุ่นก็ทำให้กรินทร์เบิกตากว้างทันทีที่แนบโทรศัพท์กับหู
“เกิดอะไรขึ้นหรือคะ” ปลายฟ้าอดถามไม่ได้
“มีเรื่องในงานนิดหน่อย” เขาบอกแค่นั้น แล้วโบกแท็กซี่ที่แล่นใกล้เข้า จากนั้นเปิดประตูให้แล้วดันเธอเข้าไป “ถึงแล้วต้องโทรพี่ ห้ามลืม”
ไม่ทันให้เธอได้ตบปากรับคำ กรินทร์ก็ปิดประตูแล้ววกกลับเข้าไปในโรงแรมทันที ที่บอกว่ามีเรื่องนิดหน่อยนั่น คืออะไรกัน
แท็กซี่พาเธอมาลงปากทาง แม้จะดึกมากแล้ว แต่ก็มีร้านขายข้าวตามสั่ง และร้านค้าบางร้านที่ยังคงเปิดให้บริการ แต่ถ้าเดินเข้าซอยไปแล้ว ไฟทางก็เริ่มหรี่ลง เหลือเพียงแสงไฟจากบ้านเรือนที่เล็ดลอดออกมาพอให้เห็นถนนชื้นแฉะที่เพิ่งผ่านวันฝนพรำ
บ้านของปลายฟ้าเป็นทาวน์เฮาส์ชั้นเดียว อยู่ในหมู่บ้านขนาดเล็กที่ใช้ทางเข้าร่วมกับอาคารพาณิชย์ ด้านนอกอาจดูคึกคัก มีคนพลุกพล่าน แต่ด้านในนั้น พอตกค่ำก็ค่อนข้างเงียบสงัด อาจเป็นเพราะส่วนใหญ่ประกอบอาชีพพ่อค้าแม่ค้า การนอนเร็วและตื่นแต่เช้ามืดเพื่อเตรียมข้าวของไปตลาดจึงกลายเป็นเรื่องปกติ แม่กับพุดซ้อนก็อยู่ในประเภทนั้น มีแค่เธอที่ใช้เวลาสวนทางกับสมาชิกในบ้าน
ประตูทางเข้าตัวบ้านของปลายฟ้าเป็นประตูรั้วเก่า ๆ ล็อกด้วยโซ่และแม่กุญแจ ส่วนประตูตัวบ้านนั้นเป็นเหล็กดัดติดมุ้งลวดที่เพิ่งเปลี่ยนใหม่ไปไม่นาน
ตอนนี้แม่กับพุดซ้อนคงหลับไปแล้วแน่นอน ปลายฟ้าจึงพยายามควานหากุญแจในกระเป๋า แต่ในตอนที่เธอกำลังหยิบออกมาเพื่อไขประตู เธอก็รวบตัวจากด้านหลังพร้อมกับการถูกปิดปากจนสนิทด้วยผ้าผืนหนา ความตกใจบวกกับสัญญาณเตือนอันตรายดังลั่นในหัว ปลายฟ้าจึงดิ้นเพื่อให้หลุดจากการถูกจับ แต่พอได้กลิ่นบุหรี่และกลิ่นเหล้าฉุนกึก ร่างกายของเธอก็ชะงักงัน
ไอ้เปลว!
ปลายฟ้าพยายามส่งเสียงให้ลอดผ่านผืนผ้าหนา แต่สิ่งที่ตามมาโดยไม่คาดคิดคือปลายมีดที่เคลื่อนเข้ามาจ่อที่ลำคอ
“เอาสิ ถ้ามึง...ร้อง กูจะ...เชือดมึง...ทันที”
น้ำตาไหลรินเหมือนน้ำป่า แค่ปลายเย็นของมีดเลื่อนบาดเพียงนิดก็แสบพอแล้ว ถ้ามันเฉือนลึกลงไป จะทรมานแค่ไหนกัน เพียงแค่คิดปลายฟ้าก็ตัวแข็งค้าง ต่อให้อยากขัดขืนการถูกลากตัวให้ออกห่างจากประตูแค่ไหน ก็ไม่อาจต้านการข่มขู่ที่ใช้ชีวิตเป็นเดิมพัน
จนหญิงสาวถูกดึงเข้าไปในซากรถเก่าที่จอดไกลตาคนท้ายซอย มันก็ขู่กรรโชกเธอ “เอานาฬิ...กา โทร...ศัพท์ แล้วก็เงิน...เงิน...มาให้กู”
ดวงตาข้างเดียวที่เหลือนั้นแดงก่ำ น้ำเสียงพูดไม่เป็นคำ บอกเธอชัดว่ามันไม่มีสติหลงเหลือ หนักยิ่งกว่าคือปลายคมของมีดที่จ่อคอฟ้องว่าความชั่วที่อัดแน่นในตัวสั่งให้มันทำอะไรก็ได้โดยไม่รู้สึกผิด
ปลายฟ้าจึงยกมืออันสั่นเทา ถอดนาฬิกาที่แทบไม่มีราคาค่างวดอะไร โทรศัพท์มือถือที่ไม่ใช่ของรุ่นใหม่ และเงินที่มีแค่ติดตัวเพียงพอค่ารถหากเธอต้องเดินทางด้วยตัวเอง
ทุกอย่าง ทำตามที่มันขอ แต่ไอ้เปลวไม่เคยพอ สายตาของมันที่มอง ลมหายใจกลิ่นน่าสะอิดสะเอียนของมันที่พ่นเข้าออกเหมือนหมาบ้า ทำเอาเธอปั่นป่วนอยากคลื่นไส้
“ยะ...อย่า...อุ๊บ”
มือหยาบเข้าปิดปาก ร่างโสโครกขยับเข้ามาให้ พร้อมด้วยปลายมีที่กดลงบนใบหน้าเป็นเหมือนคำเตือนให้เธอหยุดการเคลื่อนไหว
“มารำลึก...ความหลังก่อน...หน่อยเป็นไง อี...ปลาย”
“ฮื้อ” ปลายฟ้าได้แต่กลั้นเสียง กลัวทั้งคมมีดที่เริ่มกดลึก ขยะแขยงทั้งมือหยาบที่ล้วงควักเข้าใต้กระโปรง
“ไหน ไหน ไหน ใครกลัวกันล่ะ” มันแสยะยิ้ม กลิ่นปากก็เหม็นจนแทบอยากอาเจียน “แบบนี้กลัวจริงหรือ”
“มึงเอาเงินไปแล้ว ก็...ก็ปล่อยกู” ปลายฟ้ากัดฟันพูด พยายามข่มทุกประสาทการรับรู้ไม่ตอบสนองต่อการโจนจ้วง แต่พอมันเคลื่อนปลายมีดมาที่ริมฝีปาก แล้วสอดปลายแหลมสะกิดที่ผิว ความเจ็บแสบก็เกิดขึ้นทันที
มันแลบลิ้นเลียริมฝีปากตัวเอง มือหยาบช้าก็ยังตะโบมกายเธอจนเจ็บร้าว แต่หากร้องออกไป ปลายคมของมีดที่จ่อมุมปากจะบาดลึกจนเธออาจเจ็บปวดจนต้านไม่ไหว หัวใจของปลายฟ้าเริ่มเต้นถี่ หายใจกระชั้นเร็วและแรงจนเจ็บร้าว ภาพตรงหน้าเริ่มบิดพร่า
กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง
เสียงโทรศัพท์! อาจเป็นกรินทร์!
กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง
แต่อาการแน่นหน้าอกรุนแรงขึ้น ท้องของเธอบิดเกร็ง กลิ่นเหม็นที่โชยจากไอ้เปลวก็ทำให้ปลายฟ้าอยากโก่งคออาเจียน
“อย่า...อย่า”
คล้ายเสื้อผ้าของเธอถูกปลดเปลื้อง แต่แค่หายใจก็ยังติดขัด จนเหมือนแค่ขยับก็อาจขาดอากาศหายใจ
“มีด...มีด...” มืออ่อนแรงพยายามป่ายปัด ภาพเก่าในความทรงจำย้อนกลับเข้าหัว คืนนั้นเธอกำมีดแน่น เธอปักเข้าที่ตามัน ปักซ้ำหลายต่อหลายที
“มีด...มีดอยู่ไหน” มือของเธอเปื้อนเลือดเต็มไปหมด เลือดชั่วของมัน ของไอ้เปลวที่นอนกองบนพื้น
“มีด...” เธอต้องหนี หนีออกจากบ้าน แต่ความคลั่งของคนเมายาดึงไอ้เดรัจฉานให้ลุกขึ้นกระโจนใส่ปลายฟ้าฝนวัยเยาว์ จนเธอล้มปล่อยมีดหลุดมือ
“อย่า...อย่า... เอามีดมา” ปลายฟ้าดิ้นทุรนทุรายใต้ร่างของคนเมายา
“อยากได้มีด...หรือ ได้ กูจะ...ให้!” ไอ้เปลวง้างมือข้างที่ถือมีด จากนั้นก็ปักลงท้องของเธอ
“ฮึก”
ปลายฟ้าสะดุ้งเฮือก เมื่อปลายมีดกรีดเฉือนบนผิวเนื้อหน้าท้อง ภาพอดีตที่ทับซ้อนพลันมลายหาย กลายเป็นความจริงที่เจ็บปวดยิ่งกว่า
“ฮึก” ครั้งที่สองตรงที่ใหม่ แต่ลึกกว่าเดิมจนเธอไม่อาจกลั้นเสียงร้อง ทว่ามันกลับหัวเราะเหมือนปีศาจ แล้วกระทำการจาบจ้วงเรือนร่างของปลายฟ้า ใช้มือหยาบตะโบมบดบี้หน้าอก มืออีกข้างก็ตวัดลากสร้างแผลใหม่บนเนื้อตัวเธอ
น้ำตาของเธอหลั่งริน เธอเคยเหมือนตายมาแล้วครั้งหนึ่งเพราะมัน แต่เธอกำลังจะตายจริง ๆ เพราะมันอีกเช่นกัน แต่หากว่าลมหายใจที่เธอพยายามไขว่คว้าหมดไป และถ้าหากว่าหัวใจที่เจ็บปวดตอนนี้หยุดเต้นไป เธอก็คงไม่ต้องทรมานกับการทารุณกรรมอีกแล้ว นี่สินะสิ่งที่เธอคู่ควร
กริ๊ง กริ๊ง...
เสียงโทรศัพท์เงียบหายไปแล้ว ลมหายใจของปลายฟ้าก็เริ่มแผ่ว เธอไม่รับรู้อะไรอีกต่อไป และรอแค่นาทีสุดท้ายที่จะมาถึง
กร๊อบ!
“อ๊าก!”
เสียงบางอย่างคล้ายกระดูกหักดังลั่นในซากรถเก่า เสียงร้องโหยหวนของมันก็ลั่นก้องไปทั่ว ร่างของไอ้เปลวก็เหมือนถูกกระชากออกไปจากตัวเธอ
พลั่ก! พลั่ก! พลั่ก!
“อึก!”
ปลายฟ้าได้ยินเสียงบางอย่าง อาจเป็นเสียงในความคิดของเธอเอง หรือเป็นเสียงความต่ำทรามของไอ้เปลวที่ทำกับเธอ
พลั่ก! พลั่ก!
“อ๊าก!”
ใครบางคนร้องโหยหวน
พลั่ก!
อะไรบางอย่างถูกกระแทกเข้าอย่างจัง เสียงนั้นดังต่อเนื่องยาวนานแค่ไหน ปลายฟ้าไม่อาจล่วงรู้ กระทั่งความเงียบคืบคลานเข้ามา ก็มีเสียงฝีเท้าดังขึ้นแทนที่ จนในที่สุดปลายฟ้าก็ได้ยินเสียงนั้น
“คุณปลาย...”
น้ำตาของปลายฟ้าไหลพรากอีกครา บดบังใบหน้าที่เข้ามาใกล้จนพร่าเลือน
“คะ...คะ...คุณ...”
ริมฝีปากของปลายสั่นระริก ความหนาวยะเยือกเข้าโจมตีราวกับทั้งร่างถูกแช่แข็ง ไม่อาจส่งเสียงได้แม้แต่จะเรียกชื่อของเขา
สวัสดีค่ะ ขอบคุณที่ติดตามมาถึงตอนนี้ค่ะ สำหรับเนื้อหาตอนนี้ ปลายฟ้าถูกทำร้ายอีกครั้งจากคนคนเดิม เธอจะผ่านความเจ็บปวดทรมานไปได้ไหม และอย่างไร ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะคะ