โชคชะตาพาปลายฟ้าผู้หวาดกลัวเรื่องบนเตียงให้มารับงานเขียนนิยายอิโรติกตามใบสั่งของแฟนเก่า แต่ฟ้าก็ใจดีส่งชายหนุ่มผู้มากประสบการณ์เซกส์มาให้ โดยที่ดันลืมเตือนว่าเขาเป็นผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมคนรักตัวเอง

พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า - บทที่ 55 เหล้าแก้วหนึ่ง โดย ณ มหรรณพ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ดราม่า,ชาย-หญิง,ไทย,รัก,ผู้ใหญ่,อิโรติก,สืบสวน ,ดราม่า,โรมานซ์,โรมานซ์สืบสวน,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

ดราม่า,ชาย-หญิง,ไทย,รัก,ผู้ใหญ่

แท็คที่เกี่ยวข้อง

อิโรติก,สืบสวน ,ดราม่า,โรมานซ์,โรมานซ์สืบสวน

รายละเอียด

พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า โดย ณ มหรรณพ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

โชคชะตาพาปลายฟ้าผู้หวาดกลัวเรื่องบนเตียงให้มารับงานเขียนนิยายอิโรติกตามใบสั่งของแฟนเก่า แต่ฟ้าก็ใจดีส่งชายหนุ่มผู้มากประสบการณ์เซกส์มาให้ โดยที่ดันลืมเตือนว่าเขาเป็นผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมคนรักตัวเอง

ผู้แต่ง

ณ มหรรณพ

เรื่องย่อ

เมื่อนิตยสารสารคดีที่ ปลายฟ้า เป็นนักเขียนประจำปิดตัว ทำให้ปลายผ้าต้องหันเหจากการเขียนแนววิชาการ ไปต้องเลี่ยนแนวไปเป็นนักเขียนนิยาย เพื่อหาเงินเลี้ยงดู แม่และน้องสาว โดยเฉพาะแม่ของเธอต้องรับการผ่าตัดตาในสิ้นปี ปลายฟ้าจึงเขียนนิยายรัก แล้วนำไปให้ กรินทร์ คนรักเก่าที่เป็นซีอีโอของสำหนักพิมพ์อักษรารัญจวนช่วยพิจารณา แต่กรินทร์ไม่ให้ผ่านเพราะแนวเรื่องไม่ตรงกันแนวของอักษรารัญจวนที่เน้นขายแนวนิยายอิโรติก

 แต่เพราะกรินทร์ยังมีใจให้ปลายฟ้า ด้วยความรักที่หลงเหลือ จึงให้ปลายฟ้าเขียนนิยายอิโรติกโดยที่มีเขาเป็นพระเอก และเธอเป็นนางเอก แลกกับเงินค่าจ้างที่เขาจะจ่ายให้เธอเป็นรายเดือนแต่ปลายฟ้ามีปมกับเรื่องเซกส์เพราะเคยถูก เปลว พ่อเลี้ยงล่วงละเมิดในวัยเด็กและมักมีอาการทางประสาทกำเริบหากถูกกระตุ้น ทว่าด้วยเงินที่กรินทร์เสนอให้ จึงทำให้ปลายฟ้าตอบรับงาน แต่เพราะกลัวว่าจะเขียนให้ถึงตอนจบไม่ได้ ปลายฟ้าจึงตั้งใจหางานเสริม และเธอก็ได้งานแม่บ้านรีสอร์ตที่มีชื่อว่า Beyond The Horizon โดยบังเอิญจากแม่บ้านคนเก่าที่ลาออกกระทันหัน

ที่รีสอร์ตนี้ ปลายฟ้าต้องทำงานเป็นแม่บ้านประจำโซนวิลล่าการ์เด้น โดยมี แหวว หัวหน้าแม่บ้านเป็นคนคุมงาน เธอมีหน้าที่ดูแลทำความสะอาดและอำนวยความสะดวกให้แขกประจำโซน ซึ่งหนึ่งในแขกที่เธอต้องดูและคือ เข้ เจ้าของห้องหมายเลข 222 ที่เขาแอบเลี้ยงแมวโดยมีแค่เธอและเขาเท่านั้นที่รู้ นอกจากแหววแล้ว ปลายฟ้าได้เจอ ชิด บาร์เทนเดอร์ที่คอยสอนงานในห้องอาหารให้เธอ 

ด้วยงานแม่บ้านนี้เองที่ปลายฟ้าจะยึดไว้เป็นอาชีพเสริมจนกว่าเธอจะเขียนนิยายอิโรติกให้กรินทร์จบ แต่มีเหตุเกิดขึ้นกับปลายฟ้าคือเธอเหยียบหางแมวที่คุณเข้เลี้ยงไว้ที่ริมสระน้ำ จนทำให้เธอตกสระ แต่เข้ก็ช่วยเธอไว้ได้ทัน ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้เข้รู้ว่าเธอต้องรับงานเขียนนิยายอิโรติกให้กรินทร์ แต่เธอไม่มีประสบการณ์เรื่องบนเตียง(แบบคู่รัก) เข้เลยเสนอว่าถ้าปลายฟ้ามาเป็นเพื่อนคุยให้เขา เขาจะเล่าประสบการณ์บนเตียงให้ฟัง ข้อตกลงแรกระหว่างปลายฟ้าและเข้จึงเริ่มขึ้น

แต่ปลายฟ้าไม่คาดคิดเลยว่าเธอจะกลายเป็นผู้เล่นคนหนึ่งในเกมล่าหาคำตอบของปริศนาฆาตกรรมในรีสอร์ทแห่งนี้

สารบัญ

พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทนำ ต้องคำสาบ,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๑ นักเขียนตามใบสั่ง,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๒ Beyond The Horizon 1/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๒ Beyond The Horizon 2/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๓ แม่บ้านคนใหม่ 1/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๓ แม่บ้านคนใหม่ 2/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๓ แม่บ้านคนใหม่ 3/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๔ ดีลที่หนึ่ง 1/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๔ ดีลที่หนึ่ง 2/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๔ ดีลที่หนึ่ง 3/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๕ Rum and Vanilla 1/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 5 Rum and Vanilla 2/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 6 Rum and Vanilla 3/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 6 คุณหนังเหนียว แต่กรามผมแข็งแรง 1/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 6 คุณหนังเหนียว แต่กรามผมแข็งแรง 2/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๖ คุณหนังเหนียว แต่กรามผมแข็งแรง 3/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๗ It's just not a glass of milk 1/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๗ It's just not a glass of milk 2/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๘ Second life 1/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บททึ่ 8 Second life 2/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๘ Second life 3/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๙ Second deal 1/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๙ Second deal 2/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๑๐ Amaretto Vanilla 1/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๑๐ Amaretto Vanilla 2/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๑๑ Amaretto Vanilla 3/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 12 ปริศนาชิ้นใหม่ 1/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 12 ปริศนาชิ้นใหม่ 2/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๑๒ ปริศนาชิ้นใหม่ 3/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๑๓ ล่อเหยื่อ 1/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๑๓ ล่อเหยื่อ 2/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๑๔ ความจริงอีกด้าน 1/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 14 ความจริงอีกด้าน 2/2 ,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๑๕ Brave Lady 1/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๑๕ Brave Lady 2/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๑๖ ทางเลือกที่แสนปวดใจ 1/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๑๖ ทางเลือกที่แสนปวดใจ 2/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 17 ทางเดินสู่หายนะ 1/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๑๗ ทางเดินสู่หายนะ 2/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 18 ความลับหลังหมึกดำ,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 19 เหยื่อความไว้ใจ,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 20 คนของผม,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 21 นักแสดงสาวเจ้าบทบาท กับชายหนุ่มผู้สวมหน้ากาก 1/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 21 นักแสดงสาวเจ้าบทบาท กับชายหนุ่มผู้สวมหน้ากาก 2/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 22 หลอมรวม 1/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 22 หลอมรวม 2/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 23 คนที่อันตรายที่สุดในเกม,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๒๒ หายใจไปพร้อมกัน 1/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๒๒ หายใจไปพร้อมกัน 2/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๒๒ ผู้หญิงที่ไม่ควรรัก กับความจริงที่ตายไปพร้อมพยาน,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๒๒ แผลสุดท้ายเลือนหายไปจากใจ 3/3,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๒๓ คนที่อันตรายที่สุดในเกม,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๒๔ หายใจไปพร้อมกัน 1/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ ๒๔ หายใจไปพร้อมกัน 2/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บททีี่ ๒๕ ผู้หญิงที่ไม่ควรรัก กับความจริงที่ตายพร้อมพยาน,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 26 ก่อวินาศกรรม,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 27 ชุมทางรถไฟ 2/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 28 ความจริงที่ถูกซ่อน 1/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 28 ความจริงที่ถูกซ่อน 2/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 29 แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 27 ชุมทางรถไฟ 1/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 30 เส้นขนาน,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 31 เม็ดทราย 1/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 31 เม็ดทราย 2/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 33 ตำตา 1/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 32 บททดสอบ,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 33 ตำตา 2/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 34 หมากตัวล่อ,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 35 เผยไต๋หมากตัวสุดท้าย,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 36 เกมเปิดโปงขบวนการแทงข้างหลัง,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 38 ล้มกระดาน 1/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 38 ล้มกระดาน 2/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 37 เผยหน้ากาก,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 37 ล้มกระดาน 2/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 39 แผลเก่า แผลใหม่ 1/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 39 แผลเก่า แผลใหม่ 2/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 40 ธงแดง ธงเขียว,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 41 ข้อเท็จจริงจากพยานวัตถุ กับคำให้การแทนตัวละครในนิยาย 2/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 42 คำตอบใต้แสงไฟ อันตรายใต้เงามืด 1/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 41 ข้อเท็จจริงจากพยานวัตถุ กับคำให้การแทนตัวละครในนิยาย 1/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 42 คำตอบใต้แสงไฟ อันตรายใต้เงามืด 2/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 43 คำให้การจากอดีต 1/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 43 คำให้การจากอดีต 2/2,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 44 เหตุผลบางอย่าง,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 45 ผู้กำกับหลังกล้อง,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 46 พยานที่รู้มากไป,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 47 ผู้เล่นนอกสนาม,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 48 ปลดตรวน,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 49 คู่ควร,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 50 เหยื่อคนสุดท้าย และทางเลือกที่ไม่ท้ายสุด,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 51 ชำระความแค้น,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 52 หลุมพรางกับภารกิจสุดท้ายของขบวนการ,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 53 คำพิพากษาสุดท้าย,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 54 บ้าน,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 55 เหล้าแก้วหนึ่ง,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 56 ความรู้สึกของพระรอง,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 57 โทษขั้นสุดของพระเอกนิยาย,พระเอกนิยายสุดปลายฟ้า-บทที่ 58 พยานปากสุดท้ายที่ไม่ได้ขึ้นศาล

เนื้อหา

บทที่ 55 เหล้าแก้วหนึ่ง

 

ฝากรักฝังแค้นเมียบำเรอ ตอนอวสาน แบบที่ 3

ทางเลือกของเคน

ลมพัดแรงด้านนอกโกดังร้างใกล้ชายแดนกัมพูชาดังกระทบอาคารเก่าจนเกิดเสียงของลั่นของหลังคา เคน กำลังเผชิญหน้ากับ อริสา ปีศาจร้ายที่วางแผนปลิดชีพน้องสาวตัวเองเพื่อมรดก และตอนนี้เป้าหมายคนต่อไปก็คือลัลลาบาย

ทว่าที่ตรงนั้นไม่ควรเป็นหญิงสาว ตามแผนการคืออริสาให้เขาล่อลวงภูมินทร์ออกมา แต่ทำไมคนที่ปรากฏ ณ จุดนัดพบกลับเป็นเธอได้เล่า แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขาไม่ยอมให้ชีวิตของลัลลาบายสูญสิ้นเด็ดขาด

“แกบอกหล่อนไปสิว่า แกร่วมกับฉันวางแผนล่อลวงภูมินทร์มาฆ่า”

เชือกที่รัดข้อมือและข้อเท้าแน่นจนชา เหมือนมันไม่ได้มัดแค่ร่างกาย แต่มัดการตัดสินใจทั้งหมดของเขาเอาไว้ก่อนหน้านี้ เพราะสิ่งที่อริสาพูดนั้นคือความจริง แต่ก็มีอีกหนึ่งความจริงที่ซ้อนเร้นอยู่ เป็นความจริงที่เขาต้องเก็บซ่อนให้ลึกจนกว่าจะถึงเวลา ซึ่งการไม่ปริปากบอกจึงกลายเป็นคำตอบที่ลัลลาบายอนุมานในใจว่า...ใช่ เพราะสายตาของเธอที่มองมา เหมือนคนที่กำลังพยายามแตกสลาย

“อริสา ฉันมาแล้ว!”

เสียงเป้าหมายที่แท้จริงของแผนตะโกนอยู่ด้านนอก มันมาช้าไปหน่อย แต่ก็ยังดีกว่าไม่มาหลายร้อยเท่า เพราะเขาจะเปลี่ยนสถานะผู้ชายคนนั้นจากเหยื่อฆาตกรรมไปเป็นผู้ช่วยชีวิตลัลลาบาย

เคนมองตามอริสาที่เดินไปเปิดประตูโกดัง ระหว่างนั้นเขาหันไปทางลัลลาบายที่ถูกมัดข้อมือข้อเท้า สภาพของหญิงสาวดูอิดโรยจนน่าเป็นห่วง หวังว่าร่างกายผู้หญิงท้องใกล้คลอดของเธอจะไม่ได้รับการกระทบกระเทือนตอนที่ถูกอุ้มมาที่นี่

“บาย!”

ทันทีที่หมอนั่นก้าวเข้ามา ก็เปล่งชื่อหญิงสาวแล้ววิ่งเข้าไปหา

“อ๊ะ ๆ อย่าใจร้อนสิ” อริสาหยุดความเคลื่อนไหวภูมินทร์ไว้ด้วยประโยคว่า “ถ้าปล่อยให้นายเข้าถึงตัวยายนั่นง่าย ๆ แบบนี้ ฉันจะลงทุนให้ไอ้ทนายความนั่นล่อลวงนายมาถึงที่นี่ทำไม”

“อะไรนะ!”

ปฏิกิริยาตอบสนองเป็นไปตามที่คาด ภูมินทร์หันขวับมามองเขาด้วยแววตากินเลือดกินเนื้อแล้วคำรามเสียงต่ำ “แก!”

“แต่จะเคียดแค้นมันคนเดียวก็ไม่ถูกนะ อย่าลืมว่าเมียน้อยของแกก็วิ่งโล่มาช่วยมัน แหม คิดๆ ไปนี่มันนิยายรักสามเส้าน้ำเน่าเรื่องหนึ่งหรือเปล่า น่าอิจฉานังบายมันนะ ทั้งผัวเก่าผัวใหม่ต่างก็ไม่ยอมน้อยหน้า แย่งกันให้ความรักจนเลือกไม่ถูก”

สันกรามของภูมินทร์กระตุก “แล้วเธอล่ะ อริสา ไม่มีทางเลือกอื่นจนต้องฆ่าน้องสาวตัวเองเพื่อมรดกอย่างนั้นหรือไง”

“ทางเลือกอื่นมันไม่สนุกไงล่ะ” อริสาหัวเราะครื้น “แล้วตอนนี้ ฉันก็กำลังจะให้แกลิ้มลองความสนุกแบบนั้นบ้าง” แล้วเคลื่อนตัวไปใกล้ลัลลาบายที่มองทุกอย่างด้วยแววตาหวาดหวั่น จากนั้นก็ยกปลายปืนเล็งไปที่หญิงสาว

“เธอจะทำอะไร” ภูมินทร์พูดเล็ดลอดไรฟัน

“เลือกสิ ภูมินทร์”

“อะไรนะ”

“เลือกว่าจะให้ฉันเป่าสมองยายผู้หญิงสองผัว หรือแกจะฆ่าไอ้ทนายความนั่นด้วยมือของแกเอง แกบุกมาถึงที่นี่คงไม่ได้มามือเปล่าใช่ไหมล่ะ”

ลูกกระเดือกของภูมินทร์ขยับขึ้นลง ลูกกระเดือกของเคนก็เช่นกัน แต่นั่นไม่ใช่คำถามเพื่อให้ภูมินทร์ควักอาวุธออกมาห้ำหั่นเขา ทว่าอุบายให้ภูมินทร์เผยไต๋ออกมาต่างหาก แม่นี่ฉลาดเป็นกรด! แต่ไอ้ภูมินทร์ก็ช่างโง่งม!

เมื่อปืนสั้นถูกหยิบออกมาซองปืนที่ซ่อนใต้เสื้อแจกเก็ต อริสาก็เข้าไปหาลัลลาบายแล้วกระแทกปืนเข้ากับขมับของหญิงสาว

“ทิ้งปืนลงพื้นแล้วเตะมาฉัน!”

“แล้วฉันจะให้อะไรฆ่ามัน!”

อริสาแสยะยิ้ม ใช้มือข้างหนึ่งหยิบมีดออกจากฝัก แล้วโยนไปทางภูมินทร์

“ฉันอยากเห็นคนทรมานทั้งเป็นก่อนตาย ใช้มีดนั้นแถเลือดเถือหนังมันซะ!”

โหดฉิบหาย! เคนสบถในใจ

“อย่านะพี่มินทร์!”

เสียงห้ามของลัลลาบายทำให้ภูมินทร์ลังเลใจ แต่เมื่อใบหน้าของเธอถูกฟาดอย่างแรงด้วยปลายปืน ภูมินทร์ก็รีบก้มเก็บมีดทันที

เคนจับตาไปยังชายหนุ่มที่กำมีดในมือแน่น เบื้องหลังของมันมีผู้หญิงที่เขารักสุดใจ และผู้หญิงที่เขาไม่ได้เกลียดขนาดเข้าไส้ เว้นแต่หากเธอเป็นต้นเหตุให้ลัลลาบายเจ็บปวด เธอก็เป็นศัตรูตัวฉกาจอันดับหนึ่ง

ส่วนเบื้องหน้านั้น คือผู้ชายตัวใหญ่ ปลายมีดคมปลาบสะท้อนแสงจากด้านนอกที่ส่องผ่านกระจกแต่ละด้านของโกดัง รอบข้างเขามีกล่องกระดาษเก่ามากมาย พาเลทไม้ผุพัง และที่ด้านหลังก็มีถังพลาสติกขนาดใหญ่วางเรียงราย ไม่รู้ว่าเดิมที ที่นี่คือโกดังอะไร แต่ถ้าเดาจากธุรกิจของตระกูลวิเศษไชยชาญ อาจใช่เป็นที่สินค้าเป็นอาหารแปรรูปซึ่งอยู่ในช่วงที่ธุรกิจกำลังดิ่งลง

“เริ่มซะที! หรืออยากให้ฉันให้สัญญาณเป็นเป่าหัวแม่นี่!”

เอาล่ะสิ หากไอ้ผู้ชายคนนี้ชิงชังจนต้องการฆ่าเขาอยู่แล้วละก็ ทุกอย่างก็คงจบเห่ แต่งานนี้คงต้องวัดดวงในสภาพถูกมัดมือมัดเท้า!

ภูมินทร์ตรงเข้ามา ดวงตาคู่นั้นสลับไปมาระหว่างความหวาดหวั่นและความกล้ำกลืน

ฟึ่บ!

“กรี๊ด!”

เสียงเหวี่ยงแขวนฟาดตัดอากาศดังอยู่ข้างหู เสียงกรีดร้องของลัลลาบายก็ดังก้อง แต่ด้วยความเร็วที่ยังช้ากว่าการหมุนตัวหนีของเขา หรือไม่ก็ภูมินทร์เกิดลังเลใจกะทันหัน เลยทำให้พลาดเป้าหมายแบบเส้นยาแดงผ่าแปดไปมา ในจังหวะที่ภูมินทร์พลิกตัว แล้วพุ่งมีดเข้า สายตาเขาก็ไม่สะดุดรอยร้าวบนกระจกหน้าต่างบานที่ห่างจากตัวไปไม่ไกล

แล้วในจังหวะที่ภูมินทร์เฉียดเข้ามาอีกครั้ง เคนก็เบี่ยงตัวหลบแล้วรีบพูดให้ได้กันแค่สองคนว่า “กูมีแผน”

ภูมินทร์ขบกรามแน่น พลิกตัวเหวี่ยงมีดตรงมา “แผนระยำอะไรอีก”

“แผนที่จะทำให้บายรอด”

ชื่อของหญิงสาวอันเป็นที่รักของทั้งคู่ทำให้ความขัดแย้งจางลงอย่างไม่ต้องสงสัย ดวงตาคมกริบของผู้ถือมีดส่องประกายความสงสัย แต่เมื่อเคนหาจังหวะพลิกตัวเข้าไปชิดผนัง แล้วยันตัวให้ลุกขึ้นยืนเพื่อรอให้อีกฝ่ายพุ่งเข้ามา เคนก็เบี่ยงตัวหลบอย่างไว แล้วส่งสารให้ภูมินทร์ว่า

“พังหน้าต่าง”

เคนไม่หวังให้อีกฝ่ายเข้าใจแผนทั้งหมด แต่หวังให้ไอ้บ้าพลังที่เชื่อเขาบ้าง

เพล้ง!

แล้วเสียงแตกร้าวก็คือคำตอบ ภูมินทร์ใช้หมัดกระแทกหน้าต่าง ทำลายจนเศษแก้วกระเด็นบาดเนื้อ แล้วกระชากเอากระจกชิ้นใหญ่หลุดติดมือออกมา

ทีนี้มันก็มีทั้งมีดและกระจก อาวุธครบสองมือ เยี่ยมไปเลย! แต่นั่นไม่ใช่เป้าหมายของแผนการ!

เคนกวาดตามองไปที่พื้นบริเวณใต้หน้าต่างที่แตกร้าว แล้วกระโจนล้มตัวกลิ้งไปทางนั้นในตอนที่ภูมินทร์วิ่งปรากเข้ามา ความเจ็บแปลบเกิดที่ลำแขนของเขาในจังหวะสวนกัน แต่เขาไม่สนใจบาดแผลแค่นั้นเพราะมีจุดมุ่งหมายที่สำคัญกว่า

ในที่สุด! เคนคว้าชิ้นส่วนกระจกได้แล้วด้วยมือที่ถูกมัดไพล่หลัง ทีนี้ก็ต้องหาทางให้เจ้านี่ยอมทำตามที่เขาบอก

“ขนาดมีอาวุธเต็มสองมือขนาดนั้น ยังทำอะไรฉันไม่ได้ แกนี่มันอ่อนจริงๆ” เคนพูดยั่วยุในขณะที่ขยับมือด้านหลังขึ้นลงให้คมแหลมเฉือนเชือกไปเรื่อย ๆ

“แล้วแกละ ร่วมมือกับยายนั่นล่อลวงฉันมา สุดท้ายก็ทำให้ทั้งตัวแกกับบายถูกจับ”

ภูมินทร์ย่างก้าวเข้ามาหา ระหว่างนั้นเคนก็ชันตัวลุกขึ้นแล้วแสยะยิ้ม

“เป้าหมายคลาดเคลื่อนไปหน่อย แต่ครั้งนี้ต้องไม่พลาด”

“ชักช้าจริง ๆ พวกแกเล่นอะไรกันอยู่ ถ้านับหนึ่งถึงสามแล้วฉันยังไม่เห็นมีดปักที่ตัวไอ้ทนาย ฉันจะส่งอีบายไปรอพวกแกในนรก!”

ทั้งสองได้ยินเสียงขู่ชัดเจน แล้วก็รู้ว่าต่างฝ่ายต้องทำอะไรสักอย่าง ภายใต้ช่วงเวลาบีบคั้น ริมฝีปากของเคนขยับโดยไร้เสียงช้า ๆ

เป้าหมาย...อริสา...

“หนึ่ง!”

แค่ชั่วขณะเดียวนั้น เป้าหมายก็เป็นหนึ่งเดียวกัน มีดพุ่งมาอีกครั้ง

“สอง!” อริสายกแขนขึ้น

ทุกอย่างเกิดขึ้นพร้อมกันจังหวะเดียวกัน เหมือนโลกเลือกจะเร่งเวลาในวินาทีนี้ เชือกที่มัดข้อมือของเคนขาด ภูมินทร์ทำเหมือนพุ่งเข้ามา แต่กลับหมุนตัวหันไปขว้างมีดใส่อริสาที่ยกมือทั้งสองป้องกันส่วนศีรษะที่ตกเป็นเป้า เปิดช่องว่างขนาดใหญ่ให้ภูมินทร์พุ่งตัวเข้าใส่อริสาจนกลิ้งล้มลงไปบนพื้น

จังหวะนั้นเอง เคนรีบใช้กระจกกรีดเชือกที่มัดข้อเท้าจนขาด แล้ววิ่งเข้าไปคว้าปืนที่หลุดจากมือของวายร้ายสาว

“หยุดได้แล้วนะ อริสา”

เสียงของเขาไม่ดังแต่ก็หยุดทุกอย่างได้ ภูมินทร์ค่อย ๆ ลุกขึ้นจากตัวอริสาที่นอนทำหน้าเหยเก ดูท่าคงเจ็บอยู่เหมือนกันที่ถูกกระทิงเลือดร้อยพุ่งชน เดาว่าอาจมีกระดูกสักชิ้นหัก แต่เคนไม่ได้รู้สึกสงสาร จะมีก็แค่เวทนาความริษยาเกินพอดีที่ทำให้ผู้หญิงคนนี้กลายเป็นคนร้ายกาจ

“ยืนโง่ทำไม ไปแก้เชือกให้บาย แล้วรีบพาเธอออกจากที่นี่สิวะ” ผมบอกภูมินทร์ โดยยังมองอริสา แต่ภูมินทร์ยังไม่ยอมทำตามที่บอก

“เชื่อฉันอีกสักครั้ง พาบายหนีออกจากที่นี่” 

“แล้วแกล่ะ”

“ฉันจะต้องทำแผนให้จบ เมื่อเสียงปืนดังหนึ่งนัด เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ฉันติดต่อและวางแผนการไว้ล่วงหน้าจะบุกเข้ามาทันที จริงอยู่ที่ฉันให้แกเป็นตัวลวงอริสาให้หล่อนเชื่อว่าฉันร่วมมือ แต่ฉันซ้อนแผนไว้เพื่อรอจังหวะที่เจ้าหน้าที่บุกเข้ามา แต่ดันกลายเป็นลัลลบายเข้ามาเกี่ยวโดยที่ฉันไม่รู้ล่วงหน้า”

“หมายความว่า ถ้าฉันตาย มันก็ไม่ได้ทำให้แผนแกเสียอย่างนั้นสิ”

“ก็ถ้า...” เคนยกยิ้มที่มุมปาก แล้วขยับกระชับปืนให้มั่นเตรียมเหนี่ยวไก ดวงตาสีนิลก็จับจ้องไปที่คนที่จ้องมองมาด้วยดวงตาข้นแค้น “กระสุนนัดนั้นพุ่งใส่แกเสียก่อนแผนสำเร็จ ก็คงเป็นอย่างนั้น”

คราวนี้เขาเชื่อ หันไปแก้มัดให้ลัลลาบาย เพราะเขาไม่มีเหตุผลต้องโกหกในจังหวะนี้

“เคน”

ลัลลาบายเรียกเขา แต่เขาไม่อาจละสายตาไปจากเป้าหมายตรงหน้า

“ออกไปจากที่นี่บาย”

คล้ายว่าเธอยังลังเล

“ไป!” เคนลั่นเสียง ภูมินทร์ก็พยายามฉุดรั้งเธอออกไป จนเมื่อเขาเห็นเงาของทั้งคู่พ้นจากสายตา เคนก็ขยับเข้าไปใกล้อริสา

“รออะไรล่ะ ยิงฉันสิ”

ดวงตาของอริสาไม่มีความกลัวแต่อย่างไร จะมีก็แค่ชิงชังเคียดแค้นที่ฉายชัด

“ฉันอาจจะทำ ยิงเธอให้เธอตาย แต่นั่นสาสามกับที่เธอทำหรือเปล่า ก็บอกไม่ได้ หรือฉันอาจจะปล่อยเธอไป แต่นั่นไม่ใช่ทางเลือกที่ดีแน่นอน”

เคนมองเธอนิ่ง อยากอ่านสิ่งที่อยู่ในดวงตาของคนร้ายที่เขาเคยเห็นมามากมาย และหลายคนเหล่านั้นกลับต้องการการลงทัณฑ์โทษตาย แต่...

“ฉันเป็นทนาย” เคนเอ่ยเสียงเบา แล้วยกปลายกระบอกปืนขึ้น หันทิศไปที่หลังคา “ไม่ใช่ฆาตกร”

ปัง!

เสียงปืนก้องอยู่ในโกดัง ก่อนที่เสียงอื่น ๆ จะไหลเข้ามาแทน ฝีเท้า คำสั่ง และความวุ่นวาย แต่สำหรับผม

ทุกอย่างค่อย ๆ เงียบจนเขาได้ยินเสียงความคิดของตัวเอง

ลัลลาบายปลอดภัย แค่นั้นก็พอแล้ว

 

เกตผู้โดยสารขาออกของสนามบินไม่เคยเหมาะกับการพูดอะไรจริง ๆ มันเป็นที่ของการจากลา ไม่ใช่การเริ่มต้น น้ำตากำลังไหลรินจากดวงตาคู่งามไม่อาจชะล้างความทรงจำได้ และเขาก็ไม่มีทางลืมผู้หญิงคนนี้ไปจากหัวใจ

“อย่าให้ไอ้บ้านั่นข่มเหงเธอเด็ดขาด หรือถ้ามันทำละก็ บายคงรู้ว่าเคนจะลากคอมันไปขึ้นศาลแบบไม่ให้บายยอมความ”

ลัลลาบายหัวเราะทั้งน้ำตา “ขอบคุณนะเคน ขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่ทำเพื่อบาย”

เคนคลี่ยิ้ม “เหลืออีกอย่างที่ยังไม่ได้ทำ แต่ไม่ได้ทำเพื่อ”

พลันนั้น เคนคุกเข่าลง ต่อหน้าเธอ ต่อหน้าผู้ชายที่เธอเลือก ท่ามกลางคนที่เดินขวักไขว่ไปมา เขาไม่ต้องการพยาน ไม่ต้องการคำตัดสิน ขอแค่สารภาพแรงจูงใจที่เขาทำทุกอย่างเพื่อเธอ

“เคนรู้ว่ามันสายไปแล้ว” เสียงของเขาเรียบกว่าที่คิด “แล้วก็คงเป็นไปไม่ได้”

ริมฝีปากหยักยกขึ้นไปรอยยิ้ม ไม่ใช่เพราะมีความสุข แต่เพราะอยากให้เธอจำเขาแบบนี้ตลอดไป ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน

“ในชีวิตนี้…” เขาหยุดเล็กน้อย “…เคนอยากทำสิ่งนี้ที่สุด ไม่ได้เตรียมแหวนมา แต่...”

เขาเงยหน้ามองเธอตรง ๆ “แต่งงานกับเคนนะ”

น้ำตาเธอไหลรินจนเปื้อนแก้มทั้งสองข้าง ความพร่ามัวที่ผมเห็นก็เกิดขึ้นกะทันหัน น้ำตาทุกหยาดหยดกลั่นออกมาจากความปีติที่ได้ทำให้สิ่งที่ต้องการมานาน

ไร้คำตอบจากลัลลาบาย แต่แค่นี้ก็พอแล้ว เพียงพอแล้ว

เขาลุกขึ้นยืน แล้วสูดลมหายใจเข้าให้ลึกสุดปอด ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้เหมือนเข้มแข็ง

“ครั้งหน้าที่เราเจอกัน อยากเห็นบายยิ้ม…ยิ้มแบบผู้หญิงที่มีความสุข ผู้หญิงที่ได้รับความรักจากคนที่รัก”

พูดจบ ร่างสูงก็ก้าวขาถอยออกมา แล้วหมุนตัวหันหลัง เดินจากไป พร้อมกับคำว่าที่อยู่ในใจ ลาก่อน... ลัลลาบาย...เธอจะเป็นเพลงกล่อมนอนที่แสนหวานของเขาตลอดไป

 

***

 

คีย์การ์ดใบแรกที่เธอได้จากคุณแหวว มันยังถูกสอดอยู่ในกระเป๋าสตางค์อย่างปลอดภัย ไม่ใช่ว่าเธอไม่อยากคืนเจ้าของ แต่เพราะคุณแหววจากไปแล้ว แล้วเธอก็ยังไม่มีโอกาสพบชายหนุ่มเจ้าของห้องตั้งแต่วันสุดท้าย

“พี่สะดวกใจที่จะสละห้องนอนให้ปลาย แล้วไปนอนเตียงชายหาดแทน ถ้าปลายต้องการ” กรินทร์ถามการตัดสินใจของเธออีกครั้ง

“องุ่นว่าพี่ปลายพักห้องเดิมที่เคยพักนั่นแหละค่ะ ก็ในเมื่อพวกเราให้พี่ปลายมาช่วยชี้เรื่องสถานที่เกิดเหตุไม่ใช่หรือคะ แล้วฉากสำคัญก็เกิดขึ้นที่ห้องนั้นด้วย” องุ่นรีบแทรกเหตุผล

“ฟังไม่เห็นขึ้นเลย” กรินทร์ย่นคิ้วทักท้วง “ห้องนั้นเป็นฉากสำคัญก็จริง แต่ไม่เห็นต้องให้ปลายไปพักในห้องนั้นสักหน่อย”

องุ่นเท้าเอว “แหม แค่นี้ก็คิดไม่ได้ อย่าลืมว่าพี่ปลายก็เป็นหนึ่งในบุคคลในเหตุการณ์ การที่ให้พี่ปลายไปซึมซับความรู้สึกเพื่อย้อนระลึกถึงเหตุการณ์ จะทำให้พี่ปลายได้ข้อมูลที่แม่นมากกว่าพูดจากความทรงจำเปล่าๆ ใช่ไหมคะ...อดีตนักเขียนสายสารคดี”

ส่วนสุดท้ายของประโยคเหมือนต้องการย้ำพื้นนิสัยอาชีพเก่าของปลายฟ้า ซึ่งมันก็เป็นเหตุผลที่ถูกต้องทีเดียว ทว่าเหตุผลที่อยู่ในหัวของเธอ ไม่ได้เป็นแค่ไปย้อนรำลึกถึงเหตุการณ์เก่าเพื่อเก็บข้อมูลเท่านั้น

บ้าน...คำนั้นที่ชิดบอกกระทบความรู้สึกของเธอจนเหมือนผืนดินใต้ฝ่าเท้าสะเทือน

ใช่แล้ว...ที่นี่ให้ความรู้สึกเหมือนบ้าน...อีกหลังของเธอ และเป็นบ้าน...ที่เขาจะกลับมา

“ปลายจะพักห้อง 222 ค่ะ” นักเขียนสาวยืนยัน แล้วกระชับสัมภาระทั้งหมดให้แน่น เธอไม่คาดหวังจะได้เห็นใบหน้าพอใจของกรินทร์ แต่ใบหน้าเปี่ยมยิ้มขององุ่นนั่นเกินความคาดหมาย

“งั้นเราเดินเท้าไปส่งพี่ปลายที่ห้องพักก่อน จากนั้นแยกย้ายกัน แล้วค่อยไปเจอกันที่ห้องอาหาร” ซีอีโอส่วนสรุปเสร็จสรรพก็เดินนำหน้าไป ทิ้งกรินทร์ให้มองตามด้วยความสงสัย พร้อมกับรำพึงออกมาว่า

“ไม่มีทางที่ยายนั่นจะจองห้องพักเตียงเดี่ยวโดยไม่ถามปลายก่อน”

เขารู้จักองุ่นดีกว่าเธอ ปลายฟ้าไม่เถียง แล้วเขาก็ทำงานได้เข้าขากับองุ่นมากด้วย ภาพที่เห็นเป็นการยืนยัน แม้กรินทร์จะทำเหมือนต่อต้านบ้างบางครั้ง คัดค้านบางหน เป็นความสัมพันธ์แบบเพื่อนร่วมงานผสานคู่กัดที่ต้องมีการถกเถียงออกความเห็น แต่ในทุกครั้ง ทั้งสองจะหาจุดลงตัวกันได้แบบไม่น่าเชื่อ แบบนี้กระมังที่เรียกว่าทำงานกันได้อย่างเข้าขา

ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างกรินทร์กับเธอตอนนี้นั้น เหมือนที่กำแพงบาง ๆ ที่มองไม่เห็นกั้นกลาง

กรินทร์รู้ข่าวที่เธอลอบขึ้นเรือเพื่อไปช่วยเขาจากวีรชัย เธอคิดว่าคงถูกตำหนิรุนแรง แต่...เขาไม่พูดอะไรเลยเกี่ยวกับเรื่องนั้น รวมไปถึงความสัมพันธ์เดิมที่เขาอยากสานต่ออีกครั้งด้วยเช่นกัน

“พี่รินทร์คิดว่าองุ่นจงใจอย่างนั้นหรือคะ”

“อาจไม่ใช่องุ่น” กรินทร์พูดเสียงเรียบขณะเดินข้างเธอ “แต่จะเป็นการจงใจของใคร สุดท้ายปลายก็เป็นคนเลือกอยู่ดีใช่ไหม...”

ปลายฟ้าหันมองใบหน้าด้านข้างของกรินทร์ ดวงตาเรียวที่ทอดมองไปด้านหน้า ไม่บ่งบอกถึงอารมณ์ใดชัดเจน

“แล้วถ้ามันเป็นทางเลือกที่ปลายเลือกแล้ว...พี่ก็เข้าใจ”

“พี่รินทร์...”

“ยายเด็กบ้า อย่ามัวแต่เดินถ่ายนั่นถ่ายนี่สิ เดี๋ยวก็ล้มหัวคะมำหรอก! อักษรารัญจวนยังไม่มีตังค์ทำประกันอุบัติเหตุให้พนักงานหรอกนะ!”

แต่แล้ว ใบหน้าขุ่นของเขาก็ปรากฏออกมาเหมือนละครเวทีสลับฉาก ตัวการสร้างความฉุนเฉียวคือหญิงสาวที่หัวเราะแล้วทำหน้าทะเล้นใส่ในขณะที่กำลังถือกล้องถ่ายเธอและเขาด้วยการเดินถอยหลัง

“ว้าย!”

คำพูดของเขาศักดิ์สิทธิ์ดีแท้ ไม่กี่วานาทีถัดมา องุ่นก็สะดุดแผ่นหินทรายปูพื้นล้มก้นจ้ำเบ้า

“ยายโง่เอ๊ย!” เขาสบถแล้วเร่งฝีเท้าเข้าไปหิ้วปีกองุ่นที่ร้องโอดโอยขึ้นจากพื้น ตามด้วยคำบ่นท่อนที่สอง “เมื่อไหร่จะโตเสียทีฮะ!”

“แหม เป็นผู้ใหญ่แล้ว ไม่เคยล้มเลยเนาะ” สมกับเป็นองุ่น โต้กลับได้ฉับไว แต่ไม่ทันให้กรินทร์อ้าปากพ่นคำสวด องุ่นก็ส่งเสียงสดใสพร้อมกับวิ่งไปที่ต้นตะแบกต้นใหญ่

“ตรงนี้ ๆ! เราจะเปิดฉากแรกของสารคดีที่นี่ ตอนที่พี่ปลายมาทำงานที่วันแรก ปลายเดือนมีนาคมใช่ไหม ดอกตะแบกบานพอดี!”

ซีอีโอสาวพูดแล้วแพนกล้องขึ้นไปยอดของต้นไม้ใหญ่ แล้วค่อยแพนกลับมาที่กรินทร์ที่ยื่นมองด้วยตาขุ่น นักเขียนสาวเห็นแล้วก็อดยิ้มไม่ได้ ด้วยคิดว่าคู่นี้คงจะกัดกันจนกว่าจะถ่ายจบ

“แยกย้ายกันไปเก็บของ แล้วไปเจอกันที่ห้องอาหารในครึ่งชั่วโมง”

เมื่อกรินทร์มอบหมายคำสั่ง เธอก็แยกกับคู่กัดเมื่อถึงทางเข้าวิลล่าหมายเลข 222 บานประตูไม้สีเข้มถูกล้อมรอบด้วยพุ่มดอกแก้วเหมือนที่เคยเป็นมา แม้กิ่งก้านสาขาของดอกไม้สีขาวจะถูกตัดแต่ง แต่เธอก็ได้กลิ่นหอมที่ถูกบันทึกในความทรงจำก็ล่องลอยออกมาราวกับมีคนเสกเวทมนตร์ บันไดทางขึ้นเหมือนเดิมทุกอย่าง มันนำเธอขึ้นสู่ห้องพักที่วางตัวสงบใต้ร่มเงาของต้นตะแบกบนชั้นสอง

และถ้าหากว่าทุกอย่างของห้องนี้ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลยล่ะก็.... ปลายฟ้าคิดพลางค่อย ๆ แหงนมองด้านบน แล้วเธอก็เห็นอุปกรณ์จิ๋วที่เรียกว่ากล้องวงจรปิดติดอยู่ในตำแหน่งเดิม แต่แล้วในตอนนั้นเอง เสียงของบางสิ่งกระทบพื้นก็ดังมาจากด้านหลัง เมื่อหันไปมอง ปลายฟ้าก็คลี่ยิ้มกว้างทันที

“เบอร์เบิน”

มันคงเห็นเธอ เลยกระโดดลงจากต้นตะแบก ปลายฟ้าวางสัมภาระบนพื้นแล้วอุ้มขึ้นมาหอมฟอดใหญ่ ส่วนเจ้าแมวน้อยก็ร้องใส่เธอไม่หยุด

เมี้ยว เมี้ยว เมี้ยว

“เขาไม่ให้กินขนมวันละสองซองใช่ไหมล่ะ” ปลายฟ้าแปลภาษาแมวไม่ออก แต่เดาว่ามันอาจกำลังฟ้องเธอเรื่องนี้ ส่วนคำตอบที่เธออนุมานเองว่า ‘ใช่’ คือเสียงครืดคราดดังเบา ๆ จากเจ้าขนปุย มันแนบศีรษะลงบนอกของปลายฟ้า

“คิดถึงจัง ฉันจะให้ขนมสองซองเลยนะ” เอ่ยพลางปล่อยมันลงพื้น และหยิบคีย์การ์ดใบเดิมใยนั้นออกมา

ติ๊ด!

สัญญาณไฟสีแดงที่เปลี่ยนเป็นสีเขียวทำให้หน้าอกของปลายฟ้าพองโต และเมื่อผลักประตูเข้าไป เบอร์เบินเดินนำเข้าไปจับจองโซฟาตัวนุ่มบุผ้ากำมะหยี่สีเขียวอย่างเคยเพื่อเลียทำความสะอาดขน ส่วนเธอยังยืนนิ่งค้างเหมือนถูกหยุดเวลาไปพร้อม ๆ กับบรรยากาศภายในบรรยากาศด้านในนั้นก็ยังคงเดิม ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งเฟอร์นิเจอร์ แสงไฟ กลิ่นเครื่องหอมปรับอากาศหอมที่ใช้ ทุกอย่างถูกรักษาช่วงเวลาแรกเริ่มไว้โดยไม่เปลี่ยนแปลง

ความคิดที่ผ่านเข้ามาในหัวนั้น ทำให้ปลายฟ้าวางสัมภาระลง แล้วย่างเท้าเข้าสู่ห้องน้ำ

ตู้บิลด์อิน...ด้านซ้าย...

แล้วหัวใจของปลายฟ้าก็เต้นแรง มือบางที่ยื่นออกไปหยิบกระดาษฝากข้อความ...

แผ่นที่หนึ่ง...มันยังคงอยู่ที่เดิม

แผ่นที่สอง...ช่องว่างก็ยังไม่ได้ถูกเติม

“คุณ...ยังเก็บพวกมันไว้...” ปลายฟ้าเอ่ยเสียงแผ่วพลางมองตัวอักษรของคนถนัดซ้ายผ่านม่านน้ำตา สีของน้ำหมึกยังดูสดใสราวกับเพิ่งถูกเขียนใหม่

เมี้ยว

เบอร์เบินตามมาเดินวนรอบข้อเท้าเธอถึงในห้องน้ำ เธออุ้มมันขึ้นแล้วหยิบขนมแมวเลียสองซองออกมาจัดการความหิวของเบอร์เบินเป็นอันดับแรก แม้ว่าคำเตือนเดิมยังถูกติดไว้ที่เดิม แต่เธอจะเหตุผลของความคิดถึงเป็นข้ออ้างการฝืนคำสั่ง

เบอร์เบินอิ่มพุงแล้วกระโดดขึ้นโซฟาไปนั่งเลียขนสบายอารมณ์ ส่วนเธอก็เก็บขนมจีนของแม่ในตู้เย็น แล้วติดกระดาษเขียนข้อความไว้บนฝาตู้ จากนั้นก็เก็บกระเป๋าสัมภาระของตนใส่ตู้เสื้อผ้า แต่ในตอนที่เธอเปิดบานประตูตู้เสื้อผ้า ปลายฟ้าก็เห็นถุงกระดาษที่ใส่ชุดคอสเพลย์ตั้งอยู่ด้านใน ไม่เพียงแค่นั้น พอเงยมองไปที่ราวแขวน นักเขียนสาวก็ร้อนผ่าวไปทั่วหน้า

ชิ้นผ้าผืนเล็กชิ้น...ถูกแขวนด้วยไม้แขวนของรีสอร์ตเคียงข้างกับชุดต่าง ๆ ของเขาราวกับเป็นเสื้อผ้าชุดสำคัญ ส่วนกระดาษฝากข้อความแผ่นจิ๋ว...แผ่นใหม่แผ่นนั้นถูกเหน็บกับตัวหนีบของไม้แขวนชุดคอสเพลย์

 

ไม่รู้ว่าคุณจะกลับมาเมื่อไหร่ ผมเลยลองใส่ดูก่อน มันเล็กเกินไปสำหรับผมจริง ๆ แต่เกรงว่าคุณจะไม่เชื่อ ผมเลยถ่ายรูปตอนใส่เก็บไว้ และพร้อมยื่นเป็นหลักฐานให้คุณพิสูจน์ความจริง

เข้

 

ตาบ้านี่! ใครจะไปอยากดูกัน! เธอพูดแบบนั้นในใจ แต่ก็อดขำกับนิสัยการยืนกรานความคิดของตัวเองของเขาไม่ได้ เพราะเป็นแบบนี้กระมัง เธอจึงมั่นใจลึก ๆ ตอนที่ตัดสินใจหาทางพิสูจน์ความจริงของคดี

ปลายฟ้าหยิบดินสอจากแท่นวางกระดาษ แล้วเขียนต่อท้ายไปว่า

 

รูปถ่ายอาจเกิดจากการปรับแต่งบิดเบือนไปจากความจริง เบื้องต้นไม่สามารถนำมาใช้เป็นหลักฐานยืนยันได้ค่ะ

ปลายฟ้า

 

จากนั้นติดกระดาษกลับไปที่เดิม ก่อนเข้าไปอุ้มเบอร์เบินที่กำลังเลียขนตัวเองบนโซฟาขึ้นมาหอมหัวของมันฟอดใหญ่ แล้ววางมันลงที่เดิม

“ฉันจะเปิดบานประตูเลื่อนไว้นะ เผื่อว่าแกอยากออกไปเที่ยวเล่น”

ลมทะเลยามบ่ายพัดปลายผมยาวจรดเอวของปลายฟ้าให้พลิ้วไหว กิ่งตะแบกแผ่นได้รับการตัดแต่งอย่างดีเพื่อรอวันที่มันจะผลิดอกสีม่วงเต็มช่อในฤดูกาลใหม่ ท้องฟ้าเบื้องบนก็สดใสไร้เมฆสีเทา

ปลายฟ้าพาตัวเองไปยังห้องอาหารอันเป็นจุดนัดหมาย ทีมงานจากบริษัทผลิตสารคดีเข้ามาแนะนำตัวกับเธอทีละคน จากนั้นกรินทร์กำลังเจรจาอะไรสักอย่างเกี่ยวกับเอกสาร ต่อด้วยองุ่นก็เรียกเธอไปอธิบายและพูดคุยเกี่ยวกับบทโทรทัศน์ที่เธอเขียนขึ้นจนสำเร็จหลังผ่านการอมรมบ่มวิชาการผู้เชี่ยวชาญ

พวกเขาต้องการสร้างสารคดีแบบด็อกคูดราม่า [1] ฉะนั้น การได้เจ้าของเรื่องที่อยู่ในเหตุการณ์จริงมาเขียนบทโทรทัศน์ให้ จึงได้ทั้งข้อมูลจริงและอารมณ์ของเรื่องราวที่ไม่ใช่แค่การเล่าเรื่องตามข้อเท็จจริงอย่างเดียว แต่ก็ใช่ว่าจำเป็นต้องเล่าทั้งหมด ปลายฟ้าตัดสินใจตัดส่วนที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเธอและอดีตจำเลยหนุ่มออก และเน้นส่วนที่เกี่ยวกับคดีเท่านั้น

เวลาผ่านไปเร็วจนรู้สึกตัวอีกทีก็จันทร์เสี้ยวก็ลอยเด่นที่กลางฟ้า หลังจากทีมงานแยกย้ายกันกลับเข้าห้องพัก องุ่นบอกเธอว่าพรุ่งนี้จะมีการสัมภาษณ์บุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์ แน่นอนว่าเฉพาะคนที่ยังชีวิตอยู่และไม่ได้ถูกคุมขังในเรือนจำ

“ถึงเราไม่ได้ร่วมงานกับโครงการใหญ่ แต่งานนี้ก็ถือว่าก้าวสำคัญ” กรินทร์บอกเธอกับองุ่นในโต๊ะอาหารเย็นที่เหลือเพียงแค่คนของอักษรารัญจวน “มันอาจจะเร็วไปหน่อย แต่พี่คิดว่า คืนนี้เราน่าจะฉลองกัน”

“เอ๋ ๆ องุ่นกะว่าจะชวนพี่ปลายไปบาร์โฮสต์ รอบที่แล้วพี่ปลายก็ไม่ได้ไปนี่นะ”

กรินทร์ทำเสียงจิ๊บ “ทำอย่างกับบาร์โฮสต์ของเธอมันจะย้ายหนี เลยต้องรีบไปอย่างนั้นแหละ คืนนี้ไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น อยู่ฉลองด้วยกันที่นี่”

กรินทร์สั่งแชมเปญมาหนึ่งขวดโดยไม่รอมติ ในทีแรก องุ่นออกอาการฮึดฮัดเล็กน้อย แต่เมื่อดื่มร่วมกันไปสักสองสามอึก ซีอีโอสาวก็เริ่มคล้อยตามบรรยากาศ

งานฉลองผ่านไปอย่างเรียบง่าย และอบอุ่นเคล้าเสียงเพียงแจ๊ซที่เปิดกล่อมแขกที่ยังเหลืออยู่ในห้องอาหาร มีบ้างที่ได้ยินเสียงถกเถียงกันเล็ก ๆ น้อย ๆ ระหว่างซีอีโอทั้งสอง แต่ปลายฟ้าเริ่มชินเสียแล้ว แต่การดื่มเหล้ากับคนอื่นที่ไม่ใช่ชายหนุ่มคนนั้นกลายเป็นเรื่องที่เธอไม่คุ้นชิน

กระทั่งห้องอาหารส่งสัญญาณบอกว่าถึงเวลาปิด พวกเธอก็จำต้องคืนที่นั่งให้กับบริกรที่รอเข้ามาทำความสะอาด เชมเปญหมดไปสองขวดใหญ่ แก้วค้อกเทลที่องุ่นสั่งเพิ่มก็เต็มโต๊ะ หน้ากรินทร์มีแก้วไวน์สองสามแก้ว ส่วนปลายฟ้ายังคงมีแต่แก้วเชมเปญที่เธอดื่มไปแค่แก้วเดียว

“พี่ไปส่งปลายที่ห้อง”

กรินทร์บอกพร้อมกับลุกขึ้นยืน แต่ด้วยใบหน้าแดงก่ำ ทำให้ปลายฟ้าไม่แน่ใจว่าใครควรไปส่งใครกันแน่

“ม่าย ๆ เดี๋ยวอาหงุ่นไปโส่งพี่ปลายเองงง”

แต่อีกคนนี่กลับหนักกว่า แถมยังทีท่าจะไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ เสียด้วย ปลายฟ้าจึงส่งสัญญาณให้กรินทร์ แล้วหิ้วปีกองุ่นกันคนละข้าง เพื่อพาองุ่นไปส่งให้ถึงห้องพัก แต่เมื่อทั้งสามเดินไปถึงบริเวณชายหาด องุ่นก็ดิ้นจนหลุดจากแขนของคนทั้งสองแล้ววิ่งไปกระโดดโลดเต้นก่อนทิ้งตัวนอนหงายบนหาดทราย

“ดูสิ ๆ สวยจังเลยยย”

ทั้งเธอและกรินทร์จึงมองตามการชี้นิ้วขององุ่น บนท้องฟ้าสีนิลมีจันทร์เสี้ยวแขวนอยู่บนนั้น รอบ ๆ อาณาบริเวณของดวงจันทร์นั้น ก็รายล้อมไปด้วยดวงดาว สวยงามจนทำให้เธอเกือบลืมหายใจ

“ปลายกลับไปพักผ่อนเถอะ พี่ดูองุ่นต่อเอง” กรินทร์บอกเธอแล้วทรุดตัวนั่งชันศอกกับเข่ามองไปทางซีอีโอสาวที่นอนร้องเพลงบนผิวทรายราวกับโลกนี้มีแค่เธอคนเดียว

แต่ปลายฟ้าทำตรงข้ามกับคำขอ เธอนั่งลงหาดทราย แล้วทอดตามองท้องทะเลสีดำตรงหน้า “ไม่เป็นไรค่ะ ปลายอยากนั่งตรงนี้สักพัก”

กรินทร์มองเธอด้วยแววตาประหลาดใจ แล้วคลี่ยิ้มบาง “ขอบใจนะ”

ปลายฟ้าเลิกคิ้วมอง “ปลายไม่ได้ทำอะไรให้นี่คะ แค่นั่งมองทะเลจนกว่าองุ่นจะลุกขึ้น”

“เรื่องเฝ้ายายเด็กแสบเป็นเพื่อนก็ส่วนหนึ่ง แต่พี่คิดมาได้สักพักแล้วละว่า พี่ควรพูดคำคำนี้กลับปลาย แล้วก็ขอโทษเรื่องที่พี่เข้าใจปลายผิดในอดีตด้วย”

“แต่พี่รินทร์ก็เข้าใจปลาย แล้วยังช่วยเหลือเรื่องคดีของ Beyond The Horizon อีก ควรจะเป็นปลายที่ต้องขอบคุณและขอโทษพี่รินทร์ที่ขัดคำสัญญา ยังกลับมาที่นี่เพื่อช่วยคุณเข้โดยไม่บอกพี่รินทร์”

กรินทร์ระบายลมหายใจเสียงยาว “พี่จะถือว่านั่นเป็นคำตอบของคำถามที่พี่เคยให้ไว้กับปลาย”

“คำถาม...”

กรินทร์สบตาเธอแน่วนิ่ง ดวงตาที่เคยแสดงออกถึงความเข้มแข็งมั่นคงเผยความอ่อนแอบางอย่างผ่านประกายที่เต้นวูบไหวอยู่ภายใน

“เรื่องขอโอกาส...”

ปลายฟ้าเม้มริมฝีปาก ที่เธอยังไม่ได้ให้คำตอบ ไม่ได้เกิดจากความลังเล แต่หัวใจของเธอไม่ว่างพอให้คิดอะไรอื่นใดนอกจากหาทางพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของเขตต์ ทว่าเหตุผลนี้ก็เป็นเหมือนคำตอบที่ให้กับตัวเอง

“ปลาย...”

“ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว พี่เห็นทุกอย่างชัดเจนพอที่จะรู้คำตอบโดยที่ไม่ต้องเอ่ยอะไร” กรินทร์คลี่ยิ้มในแบบที่ปลายฟ้าเห็นแล้วรู้สึกเหมือนมีเข็มทิ่มแทงอก

“หมอนั่นก็เหมือนกัน...”

“เอ๊ะ?” ปลายฟ้าเลิกคิ้วมองอีกฝ่าย แต่ไม่ได้รับคำอธิบายใด ๆ นอกจากโบกมือไล่เธอ

“กลับไปพักได้แล้ว พี่จะหิ้วยายแสบไปส่งห้องพักเอง พรุ่งนี้ปลายต้องให้ข้อมูลเกี่ยวกับพยานวัตถุในคดี เผลอ ๆ พอจบอาจเหนื่อยจนทั้งปลายทั้งองุ่นไม่มีแรงพอไปเที่ยวต่อได้หรอก”

“พี่รินทร์แน่ใจหรือคะ” เพราะวันนี้ เขาเองก็คงเหนื่อยไม่แพ้กัน

“สบายมาก”

ปลายฟ้าพยักหน้าเบา ๆ เธอหันไปมองแสงไฟสีเขียวที่เรียงรายเหนือท้องน้ำ แล้วหมุนตัวกลับ เดินมุ่งหน้าสู่ห้องพักที่เธอคุ้นเคย แต่สิ่งที่ไม่คุ้นเคยคือวิลล่าที่เคยกลายเป็นซากหลังไฟเผา บัดนี้มันถูกห้องล้อมด้วยรั้วสีขาว กับแนวต้นตะแบกอายุไม่มากที่ปลูกเรียบตามแนวกำแพง อาจเป็นวิลล่าหลังใหม่กระมัง ปลายฟ้าให้คำตอบตัวเอง แต่แล้วในตอนนั้นเอง เธอก็เห็นใครบางคนเดินสวนทางมา

“คุณพิมพ์...”

ใบหน้าของหญิงสาวเจ้าของชื่อบอกบุญไม่รับเมื่อเห็นเธอ “ไม่คิดว่าจะเจอ ก็ดันได้เจอ”

อีกฝ่ายพูดราวกับเธอเป็นตัวโชคร้าย “ฉันค้างคืนที่รีสอร์ตด้วยเรื่องงานค่ะ”

พิมพ์ลดายกแขกขึ้นกอดอก “ฉันได้ข่าวแล้ว อักษรารัญจวนได้ดีลโปรเจคสร้างสารคดีที่อิงจากคดีของ Beyond The Horizon ขนาดคดีจบไปแล้ว ก็ยังมีอะไรให้หาผลประโยชน์ได้ น่าทึ่งจริง ๆ แต่ก็ไม่รู้ว่าการเอาเรื่องแบบนั้นมาออกสื่อจะช่วยกู้วิกฤตหรือจะเป็นการซ้ำเติมเขากันแน่”

ปลายฟ้ารู้สึกขัดเคืองใจกับคำพูดนั้นนัก แต่เธอไม่อาจตอบแทน ‘เขา’ ที่พิมพ์ลดาเอ่ยถึง หรือพูดได้อีกอย่างว่าเธอไม่เคยถามความเห็นของเขาเรื่องนี้เลย รู้อีกทีว่าจะมีการสร้างสารคดี ก็ตอนที่กรินทร์บอก

“ฉันขอตัวนะคะ” ปลายฟ้าก้มศีรษะให้เล็กน้อย แล้วจะก้าวเดินต่อ แต่แล้วประโยคต่อมาก็ทำให้นักเขียนสาวชะงักงัน

“รวมถึงเธอด้วย”

ปลายฟ้าเอี้ยวหน้าหันไปมอง พอดีกับที่พิมพ์ลดาก็หมุนตัวกลับมา แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงขึงขังต่อว่า

“ทั้งเธอและเขาคิดอะไรกันถึงได้ยอมเปิดเผยเรื่องที่ไม่ว่ามองจากมุมไหนก็มีแต่ผลเสียต่อตัวเอง”

“ฉันคิดว่า นั่นเป็นการมองจากมุมของคุณพิมพ์เองนะคะ มีคดีร้ายแรงหลายคดีที่ผู้อยู่ในเหตุการณ์ออกมาเล่าความจริง นั่นไม่ใช่เพราะอยากเผยบาดแผลของตัวเอง แต่เพื่อเตือนภัยหรือเตือนใจผู้คนว่ายังมีเรื่องอยุติธรรมมากมายเกิดขึ้นใจสังคม”

“นั่นสินะ ถึงได้มีใครบางคนที่เปิดโปงความอยุติธรรมของอักษรารัญจวนนั่นไงล่ะ”

พิมพ์ลดายิ้มราวกับมีชัยชนะเหนือเธอ แต่ถึงแม้ว่ามันจะใช่ ปลายฟ้าก็ไม่คิดแข่งขันกันอะไรที่ต้องสู้กันทางกฎหมาย แน่นอนว่ามันก็ต้องขึ้นอยู่กับเจตนาแรกเริ่มซึ่งปลายฟ้าก็มองไม่เห็นทางชนะ เช่นเดียวกันกับเจตนาของคนปล่อยข่าว ที่ไม่รู้ว่ายืนอยู่ข้างความยุติธรรมหรือแค่ต้องการทำลาย แต่ไม่ทุกวิกฤตมีโอกาส เรื่องนี้ก็เหมือนกัน

“เรื่องนั้นก็ต้องขอบคุณคนที่ปล่อยข่าวด้วยจริง ๆ”

พิมพ์ลดาขมวดคิ้ว “ขอบคุณทำไม”

“ขอบคุณเขาคนนั้นที่ทำให้ทั้งอักษรารัญจวนได้บทเรียนที่ยิ่งใหญ่ อย่างประโยคว่าศัตรูตัวฉกาจคือบทเรียนที่ดีที่สุด”

“หึ ฉันเป็นศัตรูสินะ”

“เปล่าค่ะ ศัตรูที่ว่าหมายถึงการยึดติดค่ะ คุณกรินทร์เคยยึดติดกับความสำเร็จเก่า ๆ และรับไม่ได้ถ้าเจอกับความล้มเหลว ก็เลยหาวิธีเหนี่ยวรั้งความสำเร็จเอาไว้ ซึ่งหากไม่เกิดเรื่องนั้นขึ้น คุณกรินทร์ก็คงไม่ตระหนักถึงการยอมปล่อยวาง เพื่อยอมรับการเปลี่ยนแปลง แล้วก้าวต่อไป”

“แค่ขายงานให้โปรดักชั่นสารคดี จะก้าวได้ไกลแค่ไหน”

“เรื่องนั้นคงต้องดูกันต่อค่ะ แต่ในทุกก้าวของอักษรารัญจวนจะมีคุณกรินทร์และคุณองุ่นก้าวไปพร้อมกันแน่นอน ทั้งสองคนเป็นทีมงานที่... ‘คู่ควร’ กันมาก”

ไม่ได้ตั้งใจประชดพิมพ์ลดาอะไร แต่คำว่า ‘คู่ควร’ นั้นผุดขึ้นมาในจังหวะที่ลงตัว ถึงแม้คนทั้งสองที่ถูกเอ่ยนั้นจะเป็นคู่กัดกันมากกว่า แต่มองจากสายตาปลายฟ้า พวกเขาก็ควรคู่กับความสำเร็จจากการก้าวไปข้างหน้าพร้อมกัน

“แล้วเธอละปลายฟ้า ดูเหมือนว่านิยายเรื่องนั้นของเธอจะโดนนักอ่านแบนไม่ใช่หรือ แย่หน่อยนะ”

“คุณรู้หรือคะ ว่าฉันเขียนเรื่องไหน”

ริมฝีปากของพิมพ์ลดาเม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรง ปลายฟ้าเห็นแล้วก็คลี่ยิ้มให้ ไม่ว่าพิมพ์ลดาจะรู้เรื่องการเป็นนักเขียนเงาของเธอด้วยวิธีใด แต่ก็ไม่สำคัญอะไรอีกแล้ว

“อาจจะแย่ แต่ไม่เป็นไรค่ะ ฉันดีใจและเป็นเกียรติที่ได้เขียนในฐานะนักเขียนเงาของคุณวาดฟ้า ถึงผลงานจะไม่ได้รับการยอมรับ แต่ไม่ได้ความว่าฉันจะยึดติดกับสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้วเช่นกัน”

“เธอไม่กลัวหรือว่าถ้าออกผลงานใหม่แล้วจะมีคนเอาเรื่องนักเขียนเงามากลบทับจนเธอไม่ได้เกิด” ริมฝีปากฉาบสีชมพูอ่อนของคนถามเหยียดเป็นเส้นตรง

“ฉันเคยมีความกลัวค่ะ กลัวมากจนไม่รู้ว่าจะใช้ชีวิตอย่างไร แต่มีใครคนหนึ่งพูดเปรียบเปรยกับเหล้าให้ฉันฟังว่า สิ่งที่ฉันกลัว ก็คือการติดอยู่กับความทรงจำของเหล้าแก้วเดียวแก้วนั้น แต่จริง ๆ แล้วฉันสามารถเริ่มต้นกับเหล้าแก้วใหม่ที่อาจทำให้ฉันรักมันได้มากกว่าเดิมเป็นร้อยเท่าพันเท่า...”

“เธอพูดอะไรของเธอ ฉันไม่เข้าใจ”

“เหล้าในประโยค...ก็คือชีวิต” ใช่แล้วล่ะ เหล้าที่ดีต้องบ่มผ่านกาลเวลาจนได้รสชาติของส่วนผสมทั้งหมด ชีวิตก็เป็นแบบนั้น แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะบ่มเหล้าขวดใหม่ไม่ได้ ในเมื่อไม่ใช่รสชาติที่ถูกใจ เราก็มีสิทธิ์ที่จะเริ่มกับรสชาติใหม่ไม่ใช่หรือ

พิมพ์ลดาแค่นหัวเราะ “เหล้าแก้วใหม่เท่ากับชีวิตใหม่อย่างนั้นสินะ...เปลี่ยนเหล้าใหม่ไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะเจอแก้วที่ถูกใจ ฟังยังไงก็เหมือนตรรกะของคนที่ใช้ชีวิตเสเพลของพวกเพลย์บอยที่ไม่จริงจังกับผู้หญิงคนไหน ไร้ความรับผิดชอบที่สุด”

พิมพ์ลดาหยุดพูดแล้วมองปลายฟ้าราวกับกำลังคิดอะไรอยู่ แล้วเดินเข้ามาหยุดยืนกอดอกตรงหน้า จากนั้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมว่า

“สำหรับฉัน ไม่คิดจะเป็นแค่เหล้าแก้วหนึ่งที่ถูกชิมแล้วทิ้งแน่นอน เธอเองก็เหมือนกัน ฉันรู้แล้วว่าเขาทำอะไรกับเธอ”

“...”

“หึ เขาบอกฉันเอง โดยที่ฉันไม่ได้ถามทั้ง ๆ ที่ผู้ชายส่วนใหญ่จะปิดเรื่องนี้ แต่เขาเลือกที่จะเปิดเผยมันออกมา…กับฉัน เธอคิดว่าเขาทำเพื่ออะไร”

ปลายฟ้ายังเก็บตัวเองอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ แล้วส่ายหน้าเบา ๆ “ฉัน...ไม่รู้หรอกค่ะ”

“เขาต้องการแสดงส่วนที่แย่ที่สุด ต่อหน้าคนที่เขาไม่จำเป็นต้องแคร์ก็ได้” เสียงพูดนั้นไม่ดังเลย แต่กลับอัดแน่นไปด้วยความเคืองแค้นราวกับลาวาที่กำลังปะทุขึ้นไปสู่ปากปล่องภูเขาไฟ “ทั้งที่ฉันเป็นอะไรได้มากกว่าเหล้าแค่แก้วเดียว”

“...เขาคงอยากให้คุณแฉเขา”

“อะไรนะ!” พิมพ์ลดาชะงัก ดวงตาคมหรี่แคบลง

“เขาคงตั้งใจวางหมากไว้ว่าหากฉันไม่ฟ้องดำเนินคดี ก็ต้องมีใครสักคนที่จะทำ”

พิมพ์ลดาแค้นหัวเราะ “เธอกำลังบอกว่าเขาจงใจใช้ฉันอย่างนั้นหรือ”

“ไม่ค่ะ...” ปลายฟ้าเอ่ยเสียงแผ่ว “เขาเลือกคุณ...”

“ต่างกันตรงไหน”

“คนที่ถูกใช้ จะไม่มีสิทธิ์เลือกว่าจะพูดหรือไม่พูด แต่คุณ...มีสิทธิ์นั้นอยู่”

ริมฝีปากสีชมพูระเรื่อของพิมพ์ลดาเม้มเข้าหากัน ในขณะที่มองปลายฟ้าด้วยดวงตาที่มีประกายวูบไหว ความเงียบเข้ามาแทรกระหว่างประโยคจนกระทั่งพิมพ์ลดาคลี่คำพูดออกมา

“นั่นสินะ...คนอย่างเขา ไม่ใช่คนที่จะทำอะไรโดยไม่คิด โดยเฉพาะเรื่องที่ทำให้ตัวเองดูเลว...แล้วเขาทำแบบนั้นเพื่ออะไรกัน”

“มากกว่าการหาคำตอบว่าเขาทำแบบนั้นเพื่ออะไร แต่คุณคงตั้งคำถามตัวเองไหมคะว่าจะทำอย่างไรกับสิ่งที่เขาพูด”

“เธอกำลังสอนฉันอยู่หรือไง”

“ไม่เลยค่ะ คุณพิมพ์เป็นผู้หญิงที่ทั้งเก่งและฉลาด และฉันคิดว่าคุณคงไม่เลือกทำในสิ่งที่ทำให้ตัวเองกลายเป็นแค่เหล้าแก้วหนึ่งของใครสักคนใช่ไหมคะ”

ความเงียบทิ้งตัวยาวมากกว่าเดิม พิมพ์ลดามองเธอไม่ละสายตา ก่อนระบายลมหายใจเสียงหนัก แล้วเอ่ยว่า “ฉันแพ้เธอแล้วจริง ๆ ปลายฟ้า เธอพูดถูก ฉันไม่ได้อยากเป็นแค่เหล้าแก้วหนึ่งของใคร”

พิมพ์ลดาทิ้งท้ายบทสนทนาไว้แค่นั้น แล้วหมุนตัวเดินมุ่งหน้าไปยังห้องอาหาร ไม่รู้ว่านักการตลาดมือทองมีธุระอะไรกับใครที่นั่น แต่เรื่องที่เธอจำเป็นต้องรู้กลับเป็นคำถามที่เธอต่างหากที่ควรถามจากเขา ไม่ใช่คนนอกอย่างพิมพ์ลดา

...เขาทำแบบนั้นเพื่ออะไร…

 

 

เชิงอรรถ

  1. ^Docudrama รูปแบบการเล่าเรื่องที่นำเหตุการณ์จริงมาถ่ายทอดผ่านโครงสร้างแบบละคร โดยมีการสร้างฉากและบทสนทนาเพิ่มเติมเพื่อเสริมอารมณ์และความต่อเนื่องของเรื่อง เป็นการผสมคำระหว่าง documentary และ drama หมายถึง เรื่องจริงที่เล่าแบบนิยาย