โชคชะตาพาปลายฟ้าผู้หวาดกลัวเรื่องบนเตียงให้มารับงานเขียนนิยายอิโรติกตามใบสั่งของแฟนเก่า แต่ฟ้าก็ใจดีส่งชายหนุ่มผู้มากประสบการณ์เซกส์มาให้ โดยที่ดันลืมเตือนว่าเขาเป็นผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมคนรักตัวเอง
ดราม่า,ชาย-หญิง,ไทย,รัก,ผู้ใหญ่,อิโรติก,สืบสวน ,ดราม่า,โรมานซ์,โรมานซ์สืบสวน,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
พระเอกนิยายสุดปลายฟ้าโชคชะตาพาปลายฟ้าผู้หวาดกลัวเรื่องบนเตียงให้มารับงานเขียนนิยายอิโรติกตามใบสั่งของแฟนเก่า แต่ฟ้าก็ใจดีส่งชายหนุ่มผู้มากประสบการณ์เซกส์มาให้ โดยที่ดันลืมเตือนว่าเขาเป็นผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมคนรักตัวเอง
เมื่อนิตยสารสารคดีที่ ปลายฟ้า เป็นนักเขียนประจำปิดตัว ทำให้ปลายผ้าต้องหันเหจากการเขียนแนววิชาการ ไปต้องเลี่ยนแนวไปเป็นนักเขียนนิยาย เพื่อหาเงินเลี้ยงดู แม่และน้องสาว โดยเฉพาะแม่ของเธอต้องรับการผ่าตัดตาในสิ้นปี ปลายฟ้าจึงเขียนนิยายรัก แล้วนำไปให้ กรินทร์ คนรักเก่าที่เป็นซีอีโอของสำหนักพิมพ์อักษรารัญจวนช่วยพิจารณา แต่กรินทร์ไม่ให้ผ่านเพราะแนวเรื่องไม่ตรงกันแนวของอักษรารัญจวนที่เน้นขายแนวนิยายอิโรติก
แต่เพราะกรินทร์ยังมีใจให้ปลายฟ้า ด้วยความรักที่หลงเหลือ จึงให้ปลายฟ้าเขียนนิยายอิโรติกโดยที่มีเขาเป็นพระเอก และเธอเป็นนางเอก แลกกับเงินค่าจ้างที่เขาจะจ่ายให้เธอเป็นรายเดือนแต่ปลายฟ้ามีปมกับเรื่องเซกส์เพราะเคยถูก เปลว พ่อเลี้ยงล่วงละเมิดในวัยเด็กและมักมีอาการทางประสาทกำเริบหากถูกกระตุ้น ทว่าด้วยเงินที่กรินทร์เสนอให้ จึงทำให้ปลายฟ้าตอบรับงาน แต่เพราะกลัวว่าจะเขียนให้ถึงตอนจบไม่ได้ ปลายฟ้าจึงตั้งใจหางานเสริม และเธอก็ได้งานแม่บ้านรีสอร์ตที่มีชื่อว่า Beyond The Horizon โดยบังเอิญจากแม่บ้านคนเก่าที่ลาออกกระทันหัน
ที่รีสอร์ตนี้ ปลายฟ้าต้องทำงานเป็นแม่บ้านประจำโซนวิลล่าการ์เด้น โดยมี แหวว หัวหน้าแม่บ้านเป็นคนคุมงาน เธอมีหน้าที่ดูแลทำความสะอาดและอำนวยความสะดวกให้แขกประจำโซน ซึ่งหนึ่งในแขกที่เธอต้องดูและคือ เข้ เจ้าของห้องหมายเลข 222 ที่เขาแอบเลี้ยงแมวโดยมีแค่เธอและเขาเท่านั้นที่รู้ นอกจากแหววแล้ว ปลายฟ้าได้เจอ ชิด บาร์เทนเดอร์ที่คอยสอนงานในห้องอาหารให้เธอ
ด้วยงานแม่บ้านนี้เองที่ปลายฟ้าจะยึดไว้เป็นอาชีพเสริมจนกว่าเธอจะเขียนนิยายอิโรติกให้กรินทร์จบ แต่มีเหตุเกิดขึ้นกับปลายฟ้าคือเธอเหยียบหางแมวที่คุณเข้เลี้ยงไว้ที่ริมสระน้ำ จนทำให้เธอตกสระ แต่เข้ก็ช่วยเธอไว้ได้ทัน ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้เข้รู้ว่าเธอต้องรับงานเขียนนิยายอิโรติกให้กรินทร์ แต่เธอไม่มีประสบการณ์เรื่องบนเตียง(แบบคู่รัก) เข้เลยเสนอว่าถ้าปลายฟ้ามาเป็นเพื่อนคุยให้เขา เขาจะเล่าประสบการณ์บนเตียงให้ฟัง ข้อตกลงแรกระหว่างปลายฟ้าและเข้จึงเริ่มขึ้น
แต่ปลายฟ้าไม่คาดคิดเลยว่าเธอจะกลายเป็นผู้เล่นคนหนึ่งในเกมล่าหาคำตอบของปริศนาฆาตกรรมในรีสอร์ทแห่งนี้
บรรยากาศในห้องพิจารณาวันนี้ยังคงมีความเคร่งเครียดไม่ต่างจากครั้งแรก เสียงพูดคุยเบาๆ ที่ดังมาจากที่นั่งผู้ร่วมฟังการพิจารณาคดีก็ยังมีอยู่เช่นเคย แต่สิ่งที่แตกต่างไปจากครั้งก่อนคือพยานปากใหม่ที่ต้องขึ้นให้การในศาลวันนี้
“เบิกตัวพยานปากแรก นายแก้ว จันรำไพ”
เสียงขานของเจ้าหน้าที่ศาลดังก้องกังวานในหูของเขตต์ ผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมว่าที่เจ้าสาวของตนที่กำลังนั่งสงบเงียบบนเก้าอี้ตัวข้างเคียงกับวีรชัย ทนายความของตน
“ผมขอถามพยานครับ”
วีรชัยเอ่ยพร้อมกับลุกขึ้นยืน แล้วก้าวเข้าไปยังแท่นพยานด้วยท่าทางมั่นคง ส่วนผู้เป็นพยานนั้นก็ก้มหน้าเหมือนคนที่แบกน้ำหนักทั้งชีวิตไว้บนบ่า ใบหน้ากรำแดดนั้นหมองเศร้ายิ่งกว่าคุณแหวว เจ้าทุกข์ที่นั่งนิ่งอยู่ในอีกฟากของแถว
“จากหลักฐานของฝ่ายผู้ต้องสงสัย ซึ่งตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่นิติวิทยาศาสตร์ พบว่ายาไดอะซีแพมที่ยึดเป็นของกลางจากคุณปลายฟ้า แผงไดอะซีแพมที่พบในห้องของคุณเขตต์ และเศษฟอยล์บรรจุยาไดอะซีแพมที่พบในตึกร้านขนมของคุณน้ำตาล ทั้งหมดยืนยันพบลายนิ้วมือของคุณบังอรเหมือนกันทั้งสามแผง
แต่เมื่อทำการตรวจสอบการจ่ายยาควบคุมพิเศษ กลับพบว่าแผงเหล่านั้นถูกจ่ายให้กับคุณ เพื่อรักษาอาการติดสุรา มีเวชระเบียนเป็นหลักฐานประกอบ คำถามต่อไปของผมคือ…”
วีรชัยเว้นจังหวะเล็กน้อย “คุณได้ส่งต่อยาให้กับคุณบังอรหรือใครอื่นหรือไม่ ถ้าใช่ เป็นเพราะเหตุใด”
“ผม...ผมให้ยากับคุณบังอร แต่....แต่ไม่ได้ให้คุณน้ำตาล”
คำสารภาพนั้นเหมือนแทงเข้ากลางอก เขตต์เก็บลมหายใจช้า ๆ กลืนความขุ่นหมองไว้ลึก ๆ ทั้งแค้น ทั้งผิดหวัง จนแยกไม่ออกว่าอย่างไหนเจ็บกว่า
“คุณบังอรบอกว่าเครียด แล้วผมเห็นว่ามันช่วยลดความเครียดได้...ก็เลย”
“คุณรู้ว่าไดอะซีแพมช่วยลดความเครียดได้ แล้วรู้หรือไม่ว่า หากได้รับมากเกินไป หรือกินร่วมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จะให้ผลเช่นไร”
“ไม่ครับ ผมไม่รู้”
“หมายความว่าคุณปฏิเสธการมีส่วนร่วมรู้เห็นกับการผสมไดอะซีแพมในเหล้าที่มีป้ายชื่อระบุว่า ‘น้ำตาล’ ใช่หรือไม่”
“ผม... ผมไม่รู้เรื่องนั้นจริงๆ”
“รวมถึงไม่รู้ว่าทำไมเศษฟอยล์ห่อยาจึงไปตกอยู่ในตึกร้านขนมของคุณน้ำตาล ทั้งที่เป็นยาที่คุณได้รับจากโรงพยาบาล” วีรชัยรุกถามต่อ
“ผมไม่รู้เรื่องเลยครับ” ลุงแก้วยังคงตอบโดยไม่เงยหน้าสบตาวีรชัย
“กลับมาที่ประเด็นการส่งยาต่อให้คุณบังอร คุณบังอรได้บอกหรือว่าเครียดเรื่องอะไร”
พยานสูงวัยนิ่งไปชั่วอึดใจก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่ว “หนี้...เรื่องหนี้ครับ”
“เป็นหนี้นอกระบบหรือในระบบ”
ทว่าพอถามถึงประเด็นนี้ ลุงแก้วกลับนิ่งงัน เหมือนกำลังสะกดกลั้นอะไรบางอย่าง
“พยานครับ...เป็นหนี้นอกระบบหรือในระบบ”
“...นอกระบบ...ครับ”
“ท่านผู้พิพากษาครับ” อัยการยกมือแทรก “ผมขอเรียนว่า เรื่องหนี้ของพยานผู้เสียชีวิตไม่มีความเกี่ยวพันกับ ‘ประเด็นแห่งการพิจารณาคดี’ ครั้งนี้ หากฝ่ายผู้ต้องสงสัยจะยืนยันความบริสุทธิ์ว่าเป็นอุบัติเหตุ ก็ควรเร่งยื่นพยานหลักฐานที่แสดงถึงความบริสุทธิ์มากกว่าไต่ถามประเด็นส่วนตัว”
วีรชัยหันไปขออนุญาตทันที “ท่านผู้พิพากษาครับ การไต่ถามเรื่องหนี้ เพื่อค้นหาแรงจูงใจของคุณบังอร ผู้ซึ่งเชื่อได้ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการใส่ไดอะซีแพมในเหล้า หากพยานมิได้มีความโกรธเคืองกับคุณเขตต์ หรือคุณน้ำตาลผู้เป็นเหยื่อ ก็ต้องมีแรงจูงใจอื่น หรืออาจได้รับคำสั่งจากบุคคลอื่น ฉะนั้นคำถามเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการพิสูจน์ข้อเท็จจริงครับ ส่วนพยานวัตถุที่แสดงถึงความบริสุทธิ์ของผู้ต้องสงสัย ผมกำลังรวบรวมและจะขอนำเสนอในการพิจารณาครั้งหน้า”
เฉียบมาก เขตต์กล่าวชมทนายความคนเก่งของเขาในใจ
“ศาลรับฟังตามคำอธิบายของฝ่ายทนาย ดำเนินการซักถามต่อไป”
“ผมหมดคำถามแล้วครับ ต่อไปผมขอซักถามผู้ต้องสงสัย”
ถึงเวลาของเขาแล้วสินะ เขตต์ลุกขึ้นยืนด้วยอย่างองอาจ แล้วก้าวเดินไปยังแท่นให้การ โดยไม่หันไปมองแพรวพลอยที่นั่งแข็งเป็นตุ๊กตาปั้นข้างแหวว แม้พยานวัตถุที่แสดงถึงความบริสุทธิ์ของเขาจะยังไม่หนักแน่นพอที่จะเสนอในครั้งนี้ แต่เขาไม่ยอมปล่อยให้ใครมาคุมเกมอีกแล้ว จากนี้ไปมันคือตาของเขา และจะเอาคืนด้วยการพลิกกระดานทั้งหมด
วีรชัยโค้งศีรษะให้เขาเล็กน้อยเชิงทักทาย จากนั้นก็แสดงเอกสารหลักฐานฝ่ายผู้ต้องสงสัยโดยที่เจ้าหน้าที่ศาลทำการแจกจ่ายให้กับอัยการและผู้พิพากษาไว้ก่อนเริ่มการพิจารณา ซึ่งเป็นหมากทรงประสิทธิภาพที่เขตต์รอจนกว่าจะถึงเวลาเหมาะสม
“จากคำให้การ ในทันทีที่เหยื่อและคุณตกลงแต่งงานกัน คุณก็ทำการบ่มเหล้าเพื่อใช้ฉลองในวันแต่งงาน โดยแบ่งภาชนะบ่มออกเป็นสองประเภท ประเภทแรกหรือในขวดแก้วเพื่อเก็บไว้ในตู้เก็บเหล้าของผู้ต้องสงสัย และอีกประเภทคือภาชนะบ่มแบบอะลูมีเนียมที่อยู่ในโรงบ่ม ผมต้องการให้คุณอธิบายว่าเหตุใจจึงทำเช่นนั้น”
“ครับ… หลังจากที่เราตกลงจะแต่งงานกัน ผมเริ่มบ่มเหล้าขึ้นชุดหนึ่งเพื่อใช้ในวันนั้น โดยตั้งใจแบ่งภาชนะบ่มออกเป็นสองประเภท เพราะมันมีความหมายต่างกันครับ
ชุดแรกที่บ่มในขวดแก้วใส ผมเก็บไว้ในตู้เหล้าที่ห้องของผมเอง เหตุผลไม่ได้มีอะไรซับซ้อนเลยครับ ผมอยากให้เธอ…คุณน้ำตาล เห็นมันทุกครั้งที่เธอเดินเข้ามาในห้องนั้น เหมือนความรักที่ผมมีให้เธอ เป็นสัญลักษณ์แทนความบริสุทธิ์ใจ ที่ไม่มีอะไรปิดบัง ไม่มีความลับใด ผมอยากให้เธอเชื่อว่าผมตั้งใจสร้างอนาคตกับเธอจริง ๆ
ส่วนอีกประเภท ที่บ่มในถังอะลูมิเนียมที่โรงบ่ม ผมตั้งใจทำเพื่อควบคุมคุณภาพและให้ได้รสชาติที่นิ่งที่สุดสำหรับงานเลี้ยงครับ ถังแบบนั้นช่วยรักษาอุณหภูมิ ปริมาณอากาศ และปฏิกิริยาระหว่างน้ำเหล้ากับผิวภาชนะได้ดีกว่า เหมาะกับการผลิตชุดใหญ่ เพื่อใช้เสิร์ฟแขกจำนวนมาก พูดง่าย ๆ คือ…ขวดแก้ว คือความตั้งใจที่ผมอยากให้เธอเห็น ถังอะลูมิเนียม คือความตั้งใจที่ผมอยากให้แขกได้ลิ้มรสชาติในวันของแต่งงานของผมกับน้ำตาล”
“คุณแยกภาชนะบ่มเพราะจุดประสงค์ที่แตกต่างกันสินะครับ แล้วรสชาติละครับ มันแตกต่างกันหรือไม่”
“แตกต่างกันครับ…ต่างมากเสียด้วย” เขตต์ตอบน้ำเสียงนิ่งสงบ แล้วเว้นวรรคสบตาวีรชัยครู่หนึ่งแล้วเอ่ยต่อว่า
“ภาชนะบ่มที่ต่างกัน แม้จะใช้วัตถุดิบเดียวกัน แต่ผลลัพธ์ไม่เคยเหมือนกันร้อยเปอร์เซ็นต์ ขวดแก้วใสที่ผมใช้บ่มชุดแรก เป็นภาชนะที่ไม่มีปฏิกิริยากับเหล้าเลย มันทำหน้าที่เหมือนกระจก นิ่ง ใส ซื่อสัตย์กับทุกอณูของรสชาติ สิ่งเดียวที่เปลี่ยนคือเวลาและอากาศที่ซึมผ่านคอขวดทีละน้อย ทำให้เกิดการกลมกล่อมแบบช้า ๆ นุ่มและเนียน ดังนั้นรสของชุดในแก้วจึงออกหวานปลายลิ้นกว่า กลิ่นเบากว่า แต่ลึกกว่า เป็นรสที่เป็นตัวของมันเองที่สุด
แต่ชุดที่อยู่ในถังอะลูมิเนียมนั้นต่างออกไป ภาชนะชนิดนั้นปิดสนิทกว่า ควบคุมอุณหภูมิง่ายกว่า อากาศแทบไม่เข้าไปยุ่ง ทำให้การบ่มคงเสถียรกว่า รสที่ได้จะคมกว่า แข็งแรงกว่า โทนกลิ่นเด่นชัดขึ้น เหมาะสำหรับการผลิตจำนวนมากโดยยังรักษามาตรฐานให้ใกล้กันที่สุด
ดังนั้น ถ้าคุณถามว่า ‘แตกต่างกันหรือไม่’ ผมก็ตอบได้เต็มปากว่า แตกต่างกันชัดเจน ขนาดผมแค่เปิดดมก็รู้ว่าอยู่คนละชุดกัน และนั่นเป็นเหตุผลหนึ่ง…ที่ผมมั่นใจว่าเหล้าที่ถูกสลับ”
“และก็เป็นเหตุผลที่คุณเปลี่ยนป้ายชื่อเหล้า ‘น้ำตาล’ จากป้ายเดิมที่เกิดจากการผสมหมึกกับสุราในขวดไปเป็นป้ายใหม่ที่มีเพียงน้ำหมึกอย่างเดียวเพื่อให้รู้ว่าสุราในขวดนั้นไม่ได้เป็นสุราที่เกิดจากการบ่มในแก้วใช่ไหมครับ”
“ใช่ครับ แล้วก็เพื่อปกป้องรักษาป้ายเดิมไม่ให้ถูกใครขโมยไปก่อนที่ผมจะได้แสดงความบริสุทธิ์ด้วย”
“เอาล่ะครับ ผมอยากให้ทุกท่านดูภาพถ่ายเอกสารพยานวัตถุดังที่อยู่ในของทุกท่านตอนนี้ ในภาพเหล่านั้นได้แก่
1. ภาพของปลายขวดปากฉลามของสุรา ‘เขตต์’ เศษแก้วที่แตกกระจายตามพื้นซึ่งเป็นหลักฐานที่ผู้ต้องสงสัยอ้างว่าเหยื่อใช้เป็นอาวุธทำร้ายตน
2. ภาพป้ายชื่อสุรา ‘เขตต์’ ที่อยู่ในที่เกิดเหตุ ปัจจุบันถูกเก็บไว้เป็นหลักฐานของคดี
3. ภาพป้ายชื่อสุรา ‘น้ำตาล’ ขวดที่ผู้ต้องสงสัยอ้างว่ามีการถ่ายเทจากภาชนะบ่มคนละประเภท
4. ภาพสุรา ‘น้ำตาล’ ที่ยังอยู่ในสภาพปกติพร้อมทั้งป้ายชื่อเดิม ซึ่งหลังจากถูกตรวจสอบว่าไม่มีส่วนผสมของไดอะซีแพม ก็ได้ส่งคืนให้กับผู้ต้องสงสัย และผู้ต้องสงสัยรู้จากรสชาติและกลิ่นว่ามีการถ่ายเทสุรา จึงทำการเปลี่ยนป้ายใหม่ โดยเก็บป้ายเดิมไว้กับตัว
5. ภาพป้ายสุรา ‘น้ำตาล’ ที่ทำขึ้นมาใหม่ที่เขียนด้วยน้ำหมึกอย่างเดียว
และ 6. ภาพสุนรา ‘เขตต์’ ที่บรรจุสุราจากชุดที่บ่มในภาชนะอะลูมิเนียม พร้อมกับป้ายชื่อระบุว่า ‘เขตต์’ ด้วยหมึกผสมกับสุรา
วีรชัยเว้นจังหวะ กวาดตามองผู้พิพากษาสามท่าน คณะลูกขุน อัยการไปจนถึงแหววคู่กรณี จากนั้นก็เอ่ยต่อว่า
“หากท่านเทียบลักษณะของตัวอักษรในภาพของป้ายชื่อสุรา อันได้แก่ ป้ายชื่อสุรา ‘เขตต์’ ป้ายเดิมกับป้ายใหม่ และป้ายชื่อสุรา ‘น้ำตาล’ ป้ายเดิมกับป้ายใหม่ จะเห็นว่าป้ายที่ใช้น้ำหมึกผสมสุรานั่นลายเส้นจะมีน้ำหนักไม่เสมอกันตลอดเส้น นั่นเป็นเพราะส่วนผสมของน้ำหมึกเจือจางด้วยเหล้า แต่หากเป็นป้ายที่เขียนด้วยน้ำหมึกอย่างเดียว จะเห็นว่าน้ำหนักเข้มเท่ากันตลอดเส้น”
“ท่านผู้พิพากษาครับ ผมขอถามทนายว่าในเมื่อป้ายทั้งหมดถูกเขียนด้วยผู้ต้องสงสัย ไม่ว่าจะเขียนด้วยน้ำหนักใด ก็ล้วนเกิดจากความตั้งใจกดปลายพู่กันได้หมือนกัน ซึ่งผมต้องการให้มุ่งประเด็นว่าป้ายสุราที่นำมาเป็นพยานวัตถุนั้นบอกถึงความบริสุทธิ์ของผู้ต้องสงสัยได้อย่างไร”
“เห็นตามคำค้านของฝ่ายอัยการ ทนายฝ่ายผู้ต้องสงสัย กรุณาชี้แจงให้เห็นถึงประเด็นด้วย”
วีรชัยโค้งคำนับให้ศาล “เรื่องนี้ผมขอให้ผู้ต้องสงสัยเป็นผู้ให้คำตอบ” แล้วหันมาทางเขาที่เตรียมรอรับลูกส่งอยู่แล้ว
“ผมขออธิบายโดยการเริ่มจากเคมีของเหล้าก่อนจะไปถึงเคมีของน้ำหมึก สุราที่บ่มในขวดแก้ว กับสุราที่บ่มในถังอะลูมิเนียม ถึงจะใช้สูตรเดียวกัน วัตถุดิบเดียวกัน แต่ส่วนผสมเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นจากการบ่มต่างภาชนะมันไม่เหมือนกันจริง ๆ
สุราที่บ่มในขวดแก้วแบบที่ผมใช้ ขวดจะนิ่ง โปร่งใส รับออกซิเจนจากช่องว่างตรงคอขวดทีละน้อย พวกเอสเทอร์ น้ำมันหอม และสารประกอบกลิ่นรสอย่างแอลกอฮอล์หนัก [1] จะค่อย ๆ ก่อตัวมากขึ้น ความหนืดก็จะต่างออกไปนิดหน่อย เวลาเราลองหยดลงบนกระจก จะเห็นเลยว่ามันเกาะเป็นแผ่นบาง ๆ ฟิล์มของเหล้าจะเรียบเนียน แตะทีเดียวจะไหลเป็นเส้นเดียวกัน
ส่วนสุราที่บ่มในถังอะลูมิเนียมที่ปิดมิดกว่า อากาศแทบไม่เข้าไปยุ่ง การเกิดเอสเทอร์บางชนิดน้อยลง กลิ่นมันจะคมกว่า แต่ตัวเหล้าเองจะบางกว่าเล็กน้อย เวลาหยดออกมา รูปแบบการไหลมันจะต่างกัน การเกาะผิวก็ไม่เหมือนกันครับ ซึ่งที่ผมอธิบายมานี้ก็เป็นประสบการณ์ตรงในฐานะคนบ่มและคนชิมที่จับแก้วทุกวัน”
วีรชัยโน้มศีรษะให้เขตต์ แล้วรับช่วงเสริมข้อมูลที่ได้จากผลพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ พลางหยิบเอกสารดังกล่าวโบกไปมา
“เจ้าหน้าที่นิติวิทยาศาสตร์ขูดตัวอย่างหมึกจากป้ายชื่อสุราทั้งหมดไปตรวจสอบแยกสารเพื่อดูลายนิ้วมือทางเคมี ของแต่ละตัวอย่างว่ามีสัดส่วนเอสเทอร์ น้ำมันหอม หรือสารประกอบของเหล้าแบบที่เกิดจากการบ่มในแก้วมากน้อยแค่ไหน แล้วเอาไปเทียบกับคราบหมึกบนป้ายที่เป็นพยานวัตถุ ซึ่งผลลัพธ์ก็แสดงออกมาชัดเจนว่า ป้ายชื่อสุรา ‘เขตต์’ ใบเดิม กับป้ายชื่อสุรา ‘น้ำตาล’ ใบเดิม มีลักษณะทางเคมีของหมึกที่ผสมสุราจากขวดแก้วตรงกัน
ส่วนป้ายใหม่ที่เขียนด้วยหมึกเพียว ๆ หรือน้ำหมึกที่ไม่ได้ผสมสุราจากขวดแก้ว จะไม่มีลักษณะของสารประกอบพวกนั้น หรือมีในสัดส่วนที่ต่างกันชัดเจน กล่าวคือแม้ผู้ต้องสงสัยจะเป็นคนเขียนทั้งสองป้ายเอง แต่ ‘หมึกที่ปนสุรา’ กับ ‘หมึกที่ไม่ปนสุรา’ ทิ้งร่องรอยทางเคมีไม่เหมือนกัน และเมื่อนำไปเทียบกับตัวอย่างสุราจากภาชนะบ่มคนละแบบ ก็ยิ่งชี้ชัดว่ามีการถ่ายเทสุราจริง และป้ายเดิมที่เขาเก็บไว้…คือชิ้นส่วนเดียวที่เชื่อมโยงไปถึงสุราที่บ่มในแก้ว ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญในการพิสูจน์ว่ามีการสลับเหล้าครับ”
อัยการลุกขึ้นแทบจะทันทีหลังเขตต์พูดจบ สีหน้าเฉียบคมราวกับได้จังหวะโจมตีที่รออยู่
“ท่านผู้พิพากษาครับ ผมมีคำถามต่อผู้ต้องสงสัย”
เมื่อศาลพยักหน้าให้ อัยการจึงหันไปมองเขตต์ตรง ๆ น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่แฝงคมมีด
“คุณเขตต์…คุณอ้างว่าคุณเชี่ยวชาญเรื่องเหล้า ถูกไหมครับ”
“ครับ”
“ถ้าเช่นนั้น คุณก็ต้องรู้ดีว่าการดื่มแอลกอฮอล์ร่วมกับไดอะซีแพมจะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกาย คนที่มีความรู้ด้านสุราอย่างคุณ จะไม่รู้เรื่องพื้นฐานขนาดนี้จริงหรือ?”
เขตต์ขมวดคิ้วเล็กน้อย ลมหายใจสะดุดไปชั่ววินาที “…ผมไม่รู้จริง ๆ ครับ ผมไม่เคยมีความรู้เรื่องยา ไม่ใช่คนใช้ยาเหล่านั้น ไม่มีความจำเป็นเลย”
อัยการไม่ปล่อยให้จังหวะหลุด
“แต่ก็มีภาพถ่ายหลักฐานการค้นหาข้อมูลไดอะซีแพมจากคอมพิวเตอร์ของคุณ”
“เพราะไม่รู้จึงต้องหาข้อมูลไม่ใช่หรือครับ” เขตต์เอ่ยด้วยความสัตย์จริง และน้ำเสียงสงบนิ่งไม่หวั่นเกรง
“เพราะอะไรคุณถึงหาข้อมูลของไดอะซีแพม”
“เพราะผมอยากรู้ว่าน้ำตาลกินยาอะไร ต้องการรู้ว่าเธอป่วยอยู่ไหม เธอไม่พูดกับผมรวมถึงแม่ของเธอก็ไม่อธิบายอะไร ถึงตอนนั้นจะไม่ได้อยู่ในฐานะคนรักแล้ว แต่เธอก็ยังเป็นเพื่อนร่วมงานของผมที่ต้องดูแลใส่ใจความเป็นอยู่”
เขาเห็นวีรชัยพยักหน้ายิ้มตามที่หางตา
“ใส่ใจความเป็นอยู่อย่างนั้นหรือครับ แล้วหลักฐานการตรวจร่างกายของเหยื่อที่พบการถูกล่วงละเมิด และร่องรอยข่วนลึกแหล่งแห่งบนแขนของเหยื่อละครับ มันเกิดการมีมือคุณไม่ใช่หรือ ในคำให้การ คุณกล่าวอ้างว่าคุณไม่รู้ตัว เพราะดื่มเหล้า ‘เขตต์’ ที่ผสมไดอะซีแพมจนหมดแล้วก็หมดสติไป แต่บาดแผลที่พบบนตัวเหยื่อนั้นสอดคล้องกับการต่อสู้ขัดขืน การใช้กำลัง และบังคับข่มขืน คุณมีคำอธิบายหรือไม่…”
เขตต์กำมือแน่น สั่นเล็กน้อยก่อนตอบ
“ผม…ผมดื่มมันหมดเพราะผมไม่อยากให้เธอดื่มเอง น้ำตาล…ท้องเก้าเดือน ผมกลัวว่าเธอจะเป็นอันตราย ผมเลย…ดื่มมันแทนทั้งหมด การดื่มเหล้ามากขนาดนั้นในทันที ทำให้ผมเบลอมาก จำได้ลางๆ ว่าเธอว่ากล่าวผมว่านอกใจ แต่จากนั้นไม่นานผมสลบ แล้วจำเรื่องที่เกิดก่อนสลบไม่ได้เลย”
“แต่คุณก็ฟื้นไม่ใช่หรือครับ แล้วเกิดการต่อสู้กันโดยคุณอ้างว่าเหยื่อใช้ปลายขวดปากฉลามทำร้ายคุณดังที่คุณแสดงบาดแผลต่อเจ้าหน้าที่ในวันนั้น แต่หากผลของการต่อสู้กันไม่ว่าจะเจตนาหรือไม่เจตนา ก็ล้วนแต่ทำให้เหยื่อได้รับอันตรายขั้นสาหัสและต้องรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลด้วยอาการโคม่ามาตลอด”
ความเงียบตีขึ้นในศาล โถงกว้างเหมือนไร้อากาศ เขตต์ถอนหายใจหนักจนไหล่สั่น
“ใช่ครับผม…ตื่นขึ้นมาแล้วเห็นว่าเธอกำลัง…” เขาชะงักเหมือนคำพูดแทงเข้าอกตัวเอง “เธอกำลัง...ข่มขืน…ผม”
เสียงเขตต์ขาดห้วงเป็นช่วง ๆ เหมือนมีอะไรจุกอยู่ในคอ
เชิงอรรถ