โชคชะตาพาปลายฟ้าผู้หวาดกลัวเรื่องบนเตียงให้มารับงานเขียนนิยายอิโรติกตามใบสั่งของแฟนเก่า แต่ฟ้าก็ใจดีส่งชายหนุ่มผู้มากประสบการณ์เซกส์มาให้ โดยที่ดันลืมเตือนว่าเขาเป็นผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมคนรักตัวเอง
ดราม่า,ชาย-หญิง,ไทย,รัก,ผู้ใหญ่,อิโรติก,สืบสวน ,ดราม่า,โรมานซ์,โรมานซ์สืบสวน,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
พระเอกนิยายสุดปลายฟ้าโชคชะตาพาปลายฟ้าผู้หวาดกลัวเรื่องบนเตียงให้มารับงานเขียนนิยายอิโรติกตามใบสั่งของแฟนเก่า แต่ฟ้าก็ใจดีส่งชายหนุ่มผู้มากประสบการณ์เซกส์มาให้ โดยที่ดันลืมเตือนว่าเขาเป็นผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมคนรักตัวเอง
เมื่อนิตยสารสารคดีที่ ปลายฟ้า เป็นนักเขียนประจำปิดตัว ทำให้ปลายผ้าต้องหันเหจากการเขียนแนววิชาการ ไปต้องเลี่ยนแนวไปเป็นนักเขียนนิยาย เพื่อหาเงินเลี้ยงดู แม่และน้องสาว โดยเฉพาะแม่ของเธอต้องรับการผ่าตัดตาในสิ้นปี ปลายฟ้าจึงเขียนนิยายรัก แล้วนำไปให้ กรินทร์ คนรักเก่าที่เป็นซีอีโอของสำหนักพิมพ์อักษรารัญจวนช่วยพิจารณา แต่กรินทร์ไม่ให้ผ่านเพราะแนวเรื่องไม่ตรงกันแนวของอักษรารัญจวนที่เน้นขายแนวนิยายอิโรติก
แต่เพราะกรินทร์ยังมีใจให้ปลายฟ้า ด้วยความรักที่หลงเหลือ จึงให้ปลายฟ้าเขียนนิยายอิโรติกโดยที่มีเขาเป็นพระเอก และเธอเป็นนางเอก แลกกับเงินค่าจ้างที่เขาจะจ่ายให้เธอเป็นรายเดือนแต่ปลายฟ้ามีปมกับเรื่องเซกส์เพราะเคยถูก เปลว พ่อเลี้ยงล่วงละเมิดในวัยเด็กและมักมีอาการทางประสาทกำเริบหากถูกกระตุ้น ทว่าด้วยเงินที่กรินทร์เสนอให้ จึงทำให้ปลายฟ้าตอบรับงาน แต่เพราะกลัวว่าจะเขียนให้ถึงตอนจบไม่ได้ ปลายฟ้าจึงตั้งใจหางานเสริม และเธอก็ได้งานแม่บ้านรีสอร์ตที่มีชื่อว่า Beyond The Horizon โดยบังเอิญจากแม่บ้านคนเก่าที่ลาออกกระทันหัน
ที่รีสอร์ตนี้ ปลายฟ้าต้องทำงานเป็นแม่บ้านประจำโซนวิลล่าการ์เด้น โดยมี แหวว หัวหน้าแม่บ้านเป็นคนคุมงาน เธอมีหน้าที่ดูแลทำความสะอาดและอำนวยความสะดวกให้แขกประจำโซน ซึ่งหนึ่งในแขกที่เธอต้องดูและคือ เข้ เจ้าของห้องหมายเลข 222 ที่เขาแอบเลี้ยงแมวโดยมีแค่เธอและเขาเท่านั้นที่รู้ นอกจากแหววแล้ว ปลายฟ้าได้เจอ ชิด บาร์เทนเดอร์ที่คอยสอนงานในห้องอาหารให้เธอ
ด้วยงานแม่บ้านนี้เองที่ปลายฟ้าจะยึดไว้เป็นอาชีพเสริมจนกว่าเธอจะเขียนนิยายอิโรติกให้กรินทร์จบ แต่มีเหตุเกิดขึ้นกับปลายฟ้าคือเธอเหยียบหางแมวที่คุณเข้เลี้ยงไว้ที่ริมสระน้ำ จนทำให้เธอตกสระ แต่เข้ก็ช่วยเธอไว้ได้ทัน ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้เข้รู้ว่าเธอต้องรับงานเขียนนิยายอิโรติกให้กรินทร์ แต่เธอไม่มีประสบการณ์เรื่องบนเตียง(แบบคู่รัก) เข้เลยเสนอว่าถ้าปลายฟ้ามาเป็นเพื่อนคุยให้เขา เขาจะเล่าประสบการณ์บนเตียงให้ฟัง ข้อตกลงแรกระหว่างปลายฟ้าและเข้จึงเริ่มขึ้น
แต่ปลายฟ้าไม่คาดคิดเลยว่าเธอจะกลายเป็นผู้เล่นคนหนึ่งในเกมล่าหาคำตอบของปริศนาฆาตกรรมในรีสอร์ทแห่งนี้
เธอไม่ได้ตาฝาด แล้วก็ไม่ได้เป็นผลข้างเคียงของการกินยาเลยเวลา!
ปลายฟ้ามั่นใจว่าเธอเห็นแพรวพลอยในวัด ต่อให้พรางตัวด้วยเสื้อผ้าที่แตกต่างไปจากรสนิยม หรือปกปิดใบหน้าด้วยแว่นกันแดดกับหน้ากากอนามัย แต่รูปร่างลักษณะ ท่าทางการเดินที่ปลายฟ้าจดจำรายละเอียดได้ทำให้เธอมั่นใจว่าต้องใช่ และมั่นใจอีกด้วยว่าหญิงสาวที่ตั้งใจพรางตัวนั้น ไม่ได้ตั้งมาเพื่อร่วมงานศพแน่นอน ความคิดต่อมาทำให้ปลายฟถึงกับเย็นวายไปทั่วแผ่นหลัง
เธอต้องรีบไปบอกเขา เดี๋ยวนี้!
ในตอนที่ปลายฟ้าลุกขึ้นจากที่นั่ง เป็นจังหวะเดียวกับที่เขตต์ลุกเดินออกจากศาลา ปลายฟ้าจึงเร่งฝีเท้าเดินตามไป แต่ข้อมือบางถูกคว้าไว้เสียก่อน
“จะไปไหน” กรินทร์ที่ไปหยิบน้ำเย็นให้เธอวกกลับมาคว้าข้อมือเธอไว้แน่น
“ปลาย...จะไปห้องน้ำค่ะ” ถ้าบอกความจริง เธอมั่นใจว่าเขาต้องดึงตัวเธอกลับทันที
“งั้นพี่จะไปเฝ้าหน้าห้องน้ำ”
ปลายฟ้าลอบระบายลมหายใจ พยายามมองแผ่นหลังของชายหนุ่มที่เดินห่างออกไปทุกที คล้ายว่ามีใครบางคนเดินตามเขาไป แต่จังหวะนั้นเอง มีคำประกาศจากเจ้าหน้าที่วัดร้องขอแขกในงานช่วยร่วมถวายผ้าไตรและปัจจัย ปลายฟ้าจึงขอใช้โอกาสนั้น ส่งมอบให้กรินทร์
“พี่รินทร์คะ ปลายอยากเข้าห้องน้ำ ทนไม่ไหวแล้ว ปลายฝากถวายซองได้ไหมคะ”
ปลายฟ้าดึงแขนตัวเองออกจากฝ่ามือหนา หยิบธนบัตรออกมาจากกระเป๋าเงิน จากนั้นเดินไปทางห้องน้ำเพื่อไม่ให้ทำกรินทร์สงสัย แต่ในตอนที่ปลายฟ้าใกล้เกือบถึงห้องน้ำ เสียงฝีเท้าก็ดังเข้ามาใกล้ ปลายฟ้าจึงหันกลับไปมอง ทว่าไม่มีใครตรงนั้น พูดให้ถูกคือ นอกจากพนักงานรีสอร์ตที่อาสามาช่วยงานเดินผ่านไปมาแถวนั้น เธอไม่เห็นความผิดปกติใด ๆ ปลายฟ้าจึงหันหน้าไปทางห้องน้ำ แต่ก้าวแรกนั้นกลับเปลี่ยนทิศไปทางต้นไทรที่ชายหนุ่มยืนเอาสองมือล้วงกระเป๋า
“ปลาย”
เสียงเรียกนั้นไม่อาจหยุดขาของหญิงสาว แต่ดูเหมือนใครคนนั้นต้องการขัดขวางเธอ จึงเร่งฝีเท้าให้เร็วกว่าเพื่อมายืนขวางหน้า
“พี่ชิด มีอะไรหรือเปล่า ตอนนี้ปลายรีบมาก”
“จะไปหาคุณเข้ใช่ไหม พี่ขอเตือนว่าอย่าไป”
นักเขียนสาวย่นคิ้ว มองไปทางต้นไทรต้นนั้น แต่แล้วหัวใจของเธอก็หล่นวูบเมื่อเห็นคนที่เธอคิดว่าเป็นแพรวพลอยเดินไปด้านหลังเขา
“ไม่ ๆ ปลายต้องไป” เธอจะก้าวขาเดินต่อ แต่ในเวลาเดียวกันกรินทร์ก็กำลังเดินมาตาม หากไม่รีบไปหาเขาตอนนี้ละก็
...ไม่ทันการ เธอเห็นเข้าขึ้นรถตู้ที่จอดอยู่นั้นแล้วขับออกไปพร้อมกับแพรวพลอย
พวกเขา...ไปไหนกัน
“พี่ชิด พี่รู้ใช่ไหม พี่รู้อยู่แล้วใช่ไหม”
“ชูว์” ชิดทำเสียงให้ปลายฟ้าเงียบ “อย่าส่งเสียงดังไป รอบข้างเรามีแต่คนของคุณแพรวพลอย”
“แล้วพี่ล่ะ เป็นคนของใคร” ปลายฟ้าหดเสียงต่ำ จ้องมองอีกฝ่ายด้วยดวงตาขุ่นเคือง
“พี่...ยังเป็นคนของคุณเข้เสมอ...” อีกฝ่ายตอบกลับแล้วจ้องกลับด้วยแววตานิ่งไม่หวั่นไหว “พี่ถึงได้มายืนตรงนี้เพื่อบอกปลายว่า มันจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้”
“พี่ชิด รีบบอกมาเถอะ”
“คุณแพรวพลอยให้คุณเข้พาขึ้นเรือยอตช์”
คงไม่ใช่เพื่อล่องเรือเที่ยวอะไรหรอกใช่ไหม ปลายฟ้ารู้สึกหวั่นใจ หากคืนนี้คลื่นสงบก็คงดี แต่คลื่นที่บ้าคลั่งก็ไม่น่ากลัวเท่ากับจิตใจของคนคลั่ง
“แล้วคุณแพรวพลอยจะทำอะไรต่อ”
“เขาจะ...”
“ปลาย ขบวนแห่ศพจะเริ่มแล้ว”
กรินทร์เข้ามาถึงตัวแล้วคว้าข้อมือเธอไปก่อนที่ชิดจะได้พูดต่อ ในตอนนั้นปลายฟ้าหันไปมองชิดอีกครั้ง ก่อนที่เขาจะหันหลังเดินห่างออกไป ส่วนลียงและวีรชัยก็ยืนนิ่งอยู่หน้าแถว แต่ใบหน้าของทั้งคู่นั้นตึงเครียดเหมือนกำลังเผชิญหน้ากับปัญหาครั้งใหญ่
[สกู๊ปข่าวพิเศษ] ศาลยกฟ้อง “เขตต์ สมุทรกุมภีร์” คดีฆาตกรรมว่าที่เจ้าสาว ชี้พยานยังมีข้อสงสัย
โดย ทีมข่าวสืบสวน
ศาลมีคำพิพากษายกฟ้อง “เขตต์ สมุทรกุมภีร์” จำเลยในคดีทำร้ายร่างกายหญิงรายหนึ่งจนได้รับอันตรายสาหัสและถึงแก่ความตายในเวลาต่อมาภายในรีสอร์ตชายฝั่งทะเล หลังพิจารณาแล้วเห็นว่า พยานหลักฐานของฝ่ายโจทก์ยังคลุมเครือ
เหตุเกิดช่วงกลางคืน ผู้เสียหายตกจากบันไดจนโคม่า โดย “นายเขตต์” เป็นบุคคลสุดท้ายที่อยู่ด้วย จึงตกเป็นผู้ต้องหา อัยการชี้ว่าตรวจพบไดอะซีแพมในร่างกายของผู้เสียหายและจำเลย อีกทั้งจำเลยอยู่ในที่เกิดเหตุ แม้จำเลยมีอาการมึนเมา แต่อัยการเห็นว่าต้องรับผิดชอบทางอาญา
ทว่า นายวีรชัย ทนายความฝ่ายจำเลยโต้แย้งด้วยหลักฐานและพยานบุคคลเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์เรื่อยมา จนกระทั่งมีการยื่นพยานวัตถุชิ้นใหม่ที่เป็นคลิปจากกล้องแอบถ่าย จึงทำให้เกิดข้อสงสัยว่า มีพยานวัตถุหรือสุราที่เป็นของกลางอาจมีการถูกแทรกแซงโดยบุคคลอื่น และหลักฐานบางส่วนของโจทก์ที่ไม่ต่อเนื่อง ส่งผลให้ลำดับเหตุการณ์ไม่ชัดเจน
ศาลจึงเห็นว่า แม้จำเลยอยู่ในที่เกิดเหตุแต่ยังไม่อาจยืนยันได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่าเป็นผู้กระทำผิด
จึงต้องยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลยตามหลักกฎหมายอาญา ศาลจึงมีคำพิพากษายกฟ้อง
แต่ด้วยปมที่ยังไม่คลี่คลาย ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนขยายผลการสืบไปยังบุคคลปริศนา รวมไปถึงพยานที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง ทว่าไม่กี่วันหลังการตัดสิน นางแหวว หัวหน้าแม่บ้านก็พบเป็นศพถูกยิงในห้องทำงานของเธอกลางดึก จึงมีการตั้งข้อสงสัยที่เชื่อมกลับไปยังการตายของนางบังอรว่า อาจเป้นการฆ่าปิดปาก
เหตุการณ์ที่เกิดดังกล่าวอาจเป็นสัญญาณบอกว่านี่เพียงจุดเริ่มต้นของการหาความจริงที่ยังซ่อนอยู่ในคดีจัดฉากคดีนี้ด้วยฝีมือการกำกับของตัวการ ทีมนักข่าวสืบสวนได้แต่หวังว่ากว่าจะถึงตอนจบ คงไม่มีใครกลายเป็นศพอีก
บทความชุดที่สองที่กรินทร์ยื่นให้เธออ่านวันนั้น ลงท้ายด้วยประโยคที่ทำให้ปลายฟ้าสั่นสะท้าน จะมีใครเป็นศพอีกอย่างนั้นหรือ
ไม่ เธอไม่ยอมเด็ดขาด!
ปลายฟ้ารีบตรงเข้ามาลียง ที่กำลังถกอะไรบางอย่างกับวีรชัยด้วยใบหน้าเคร่งเครียด
“ฉันเห็นคุณเข้ขับรถตู้ออกไปกับคุณแพรวพลอย”
ทั้งสองหันมามองเธอเป็นตาเดียว
“เราต้องตามไป” ปลายฟ้าพูดต่อ
“ฉันไม่อยากให้คุณเข้...”
“พวกเรารู้เรื่องนั้นแล้ว แต่เราจะทำอะไรได้” เสียงตอบกลับของลียงเต็มไปด้วยความเคืองขุ่น ใบหน้าด้านข้างของเขาก็เคร่งเครียดเหมือนคนเจอทางตัน “ข่าวใหม่ล่าสุดคือ มีคนแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าพบศพเสี่ยถูกยิงทิ้งในดงหญ้า คาดว่าคนร้ายก็คือยายโรคจิตนั่น แล้วชิดบอกว่ายายนั่นให้มันมาบอกฉันกับวีรชัยว่าถ้าเห็นตำรวจเคลื่อนไหวเมื่อไหร่ ยายนั่นยิงทะลุสมองไอ้เข้ทันที”
ข่าวใหม่ทำให้ปลายฟ้าอ้าปากค้าง คำขู่แบบนั้น หากออกจากผู้หญิงที่วางแผนร้ายทุกอย่างได้ขนาดนั้น ก็คงไม่หยุดแค่คำขู่แน่นอน
“ฉันจะแอบขึ้นไปบนเรือ”
“อะไรนะ”
“ฉันเคยขึ้นไปบนนั้น ถึงจะไม่รู้จักทุกซอกทุกมุมก็ตาม”
“ทำไมฉันต้องให้เธอไป ในเมื่อฉันก็ขึ้นลงบ้านหลังที่สองของไอ้เข้บ่อยกว่าเธอ ที่สำคัญรู้เรื่องโครงสร้างเรือยิ่งกว่าเธอ”
“ข้อแรก คุณตัวใหญ่เหมือนยักษ์ มันจะสะดุดตา ข้อสอง คุณต้องเป็นคนขับเรือยางไปส่งฉัน และข้อสาม คุณต้องประจำอยู่ที่เรือยางเพื่อส่งพิกัดให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ และข้อสี่ ถ้าเราไม่รีบตามไปตอนนี้ เรืออาจล่องไปไกลเกินกว่าที่เราจะตามทัน”
“บนเรือมีระบบติดตามอยู่แล้ว”
“และถ้าแพรวพลอยสั่งให้คุณเข้ปิดระบบติดตามล่ะ”
“ยายโรคจิตนั่นไม่ฉลาดขนาดนั้นหรอก”
“คุณคิดว่าคุณเป็นมองคนไม่ผิดใช่ไหมคะ”
ลูกกระเดือกของลียงขยับไปมา เขาจ้องเธอเพียงชั่วขณะแล้วก็ส่ายพลางพึมพำคำพูด “ก็ขออย่าให้ครั้งนี้ ฉันมองเธอผิดก็แล้วกัน”
ไม่มีเวลาพอให้พวกเขารอจนพิธีศพสิ้นสุด แต่หากไม่มีตัวแทนของรีสอร์ตอยู่ละก็ อาจสร้างความสงสัยให้กับใครก็ตามที่คอยจับตาอยู่ ลียงจึงตัดสินใจเป็นผู้สะสางงานอำลาครั้งสุดท้าย ส่วนวีรชัยจะเป็นผู้ขับรถพาเธอไปให้ถึงรีสอร์ต
ซึ่งช่องโหว่ของแผนช่วยเหลือคือขาดคนขับเรือ แต่ลียงก็อุดช่องโหว่นั้นด้วยการลากชิดเข้ามาร่วมแผนการ
“อย่าคิดการช่วยเหลือของแกครั้งนี้คือบุญคุณหรือการยอมลดโทษ” ลียงยังไม่ยอมให้อภัยชิดไม่ว่าจะด้วยเหตุใด
ชิดยอมทำตามคำสั่งของแพรวพลอย แต่คล้อยหลังก็ไม่อยากให้ตัวเองกลายเป็นผู้สมรู้ร่วมคิด แต่ในสายตาปลายฟ้า ชิดไม่ได้เป็นผู้ทรยศหักหลัง เพียงแต่ต้องทำตามคำสั่งเพื่อความปลอดภัยของชีวิต ส่วนเธอ กำลังจะเพิกเฉยของชีวิตที่ปลอดภัย และยอมเดินเข้าไปหาอันตรายด้วยตัวเอง ซึ่งหนึ่งในคนที่ทำแบบเธอก็ไม่มีชีวิตอยู่แล้ว
ปลายฟ้าหันไปทางรูปถ่ายงานศพของคุณแหวว ใบหน้าเคร่งขรึมของคนในรูปถ่ายทำให้เธอนึกถึงช่วงเวลาที่พบกับคุณแหววครั้งแรก ดวงตาดุหลังกรอบแว่น ริมฝีปากที่มักเหยียดออกยามเจรจา หรือคำพูดร้าย ๆ ที่มีให้ หากคิดเพียงผิวเผิน คุณแหววอาจเกลียดเธอเข้าไส้
แต่จริง ๆ แล้วคุณแหววไม่อยากให้ใครได้รับภัย แม้การแสดงออกจะเหมือนเป็นคนท็อกซิส หากทว่าสาเหตุแรกเริ่มที่ทำให้คุณแหววเป็นแบบนั้นก็เพราะเรื่องที่เกิดกับน้ำตาล
สำหรับน้ำตาล...ปลายฟ้าหันไปทางรูปถ่ายอดีตเชฟขนมหวาน ใบหน้าโศกดวงตาเศร้าสะท้อนความทุกข์อยู่ในใจนั้นสะท้อนเงาของเธอจนเหมือนปลายฟ้าส่องกระจกมองตัวเอง
ยิ้มสิ...ปลายฟ้าเอ่ยในใจ ยิ้มออกมา เธอย้ำกับตัวเอง แล้วค่อย ๆ คลี่ริมฝีปากอิ่ม ส่งยิ้มให้หญิงสาวในภาพ เขาต้องปลอดภัย ฉันไม่อาจสัญญา แต่เขาต้องปลอดภัย
ปลายฟ้าเอ่ยขึ้นในใจ แล้วเดินไปขึ้นรถของวีรชัยตามเสียงเรียกของวีรชัย การอธิบายกรินทร์ถึงเหตุผลว่าเธอยังต้องให้ปากคำเกี่ยวกับคดีของ Beyond The Horizon เพิ่ม รวมถึงคดีฆาตกรรมหัวหน้าแม่บ้าน ทำให้กรินทร์หัวเสีย แน่นอนว่ามันจริงบางส่วน และโกหกบางส่วน แต่ถ้าไม่ทำแบบนี้ กรินทร์ไม่มีวันให้เธอกลับรีสอร์ต
“สัญญานะว่าถ้าให้ปากคำเรียบร้อยแล้ว ปลายจะโทร.พี่” ไม่ใช่คำขอ แต่เป็นคำสั่งในแบบเขา
“ถ้าทุกอย่างเรียบร้อย ปลายจะโทร.หา...” ส่วนเธอก็เลี่ยงการรับปากแบบตรงไปตรงมา
“รีบไปกันเถอะครับ” วีรชัยพูดเร่งเธอเหมือนอยากช่วยตัดช่วงเวลาที่จะทำให้กรินทร์เริ่มลังเลจนไม่ปล่อยให้เธอไป และมันจะยิ่งทำให้เรือยอชต์ที่อาจกำลังเพิ่งออกจากท่าเริ่มแล่นไกลออกไป
อาทิตย์อัสดงอาบสีแดงทาบทาลงเหนือเส้นขอบฟ้าแล้ว เรือยางประจำถูกชิดลากออกมาประจำที่ มีเสื้อชูชีพพร้อมสรรพสำหรับสองชีวิต
“ถ้าอยู่ในระยะที่ใกล้มากพอดับเครื่องยนต์แล้วก็ส่งพิกัดทันที ผมจะทำการติดต่อไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อหาจังหวะตามเข้าช่วย” วีรชัยบอกแผนการกับบาร์เทนเดอร์หนุ่ม
แผนที่ว่าคือพวกเธอตามเรือยอชต์โดยใช้ข้อมูลจากระบบติดตามล่าสุดก่อนที่สัญญาณจะถูกตัดขาด ซึ่งอาจตรงกับข้อสันนิษฐานของปลายฟ้า แต่ถึงแม้ระบบติดตามบนเรือจะถูกปิด แต่ระบบเรดาห์อาจยังทำงานอยู่ ด้วยเหตุผลของการตรวจจับความเคลื่อนไหวใด ๆ ที่เข้าใกล้เรือ
“คุณลียงบอกว่าถ้ามั่นใจว่าเรือที่เห็นเป็นเรือยอชต์ของคุณเข้ ให้ดับเครื่องเรือยางที่ 200 ถึง 300 เมตร แล้วพายมือเข้าไปอีกประมาณ 100 เมตรจากเรือ มันเป็นระยะที่ต้องลงน้ำว่ายต่อไปเอง” ชิดอธิบายแผนอีกครั้งเมื่อขับเรือยางออกจากฝั่งมาได้พักใหญ่
“แต่เราจะมั่นใจได้ยังไงว่านั่นเป็นเรือยอชต์ Beyond The Horizon ถ้าไม่เข้าใกล้มากพอ” ความกังวลของชิดแสดงออกทางน้ำเสียง ฟ้าที่เริ่มอับแสงพาท้องทะเลเข้าใกล้ห้วงความมืดสีดำขนาดใหญ่ในทุกวินาทีจนปลายฟ้าไม่อาจมองเห็นอะไรชัดเจนได้ผ่านกล้องส่องทางไกล
“ถ้าสิ่งที่ปลายคิดมันใช่ละก็ เรือของคุณเข้กำลังมุ่งหน้าไปยังเกาะเล็ก ๆ เกาะหนึ่ง”
“เกาะเล็ก ๆ กลางทะเลแถบนี้ก็มีตั้งหลายเกาะ”
จริงอยู่ที่มีเกาะขนาดเล็กมากมาย แต่เกาะที่เขาพาเธอไปทอดสมอคืนนั้นมีแค่เกาะเดียว โอกาสมีแค่ครั้งเดียว และเธอต้องเสี่ยงโดยมีชีวิตเขาเป็นเดิมพัน ปลายฟ้าลดกล้องส่องทางไกลลง จากนั้นเปิดระบบนำทางตามที่ลียงแนะนำที่สามารถบอกทั้งพิกัดที่เธออยู่ และระบุตำแหน่งของเป้าหมายที่เธอกำลังมุ่งหน้าไป ขอเพียงแค่ว่าคืนนี้ จะไม่มีเรือยอชต์แบบคาตามาลันลำอื่นล่องอยู่กลางมหานที
ตัวเลขระยะทางบนโทรศัพท์บอกเธอว่าอีกไม่เกินสิบห้านาที เธอจะต้องลงน้ำเพื่อว่ายไปขึ้นเรือ เวลาแค่นั้นมันนานเหมือนเป็นปีสำหรับหัวใจที่ร้อนรน แต่ไม่นานเกินไปสำหรับถามหาความจริงจากปากพยานในยามที่ฟ้าถูกห่มคลุมด้วยราตรีกาล
“ไม่รู้ว่าปลายจะรอดชีวิตกลับมาหรือเปล่า แต่ปลายก็อยากได้ยินจากปากพี่ชิดว่า เกิดอะไรกับเหล้าทั้งสองขวดนั่น”
ชิดจ้องเธอด้วยแววตาประหลาดใจ แล้วเม้มริมฝีปากแน่นเหมือนพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะไม่แพร่งพรายคำให้การใด ๆ นอกศาล แต่แล้วก็ถอนหายใจเสียงยาวราวกับยอมแพ้ต่อแววตาอ้อนวอนที่เธอเพียรส่งให้กับเขา
“มันเริ่มจากพวกลูกน้องเสี่ยแอบมาเปิดห้องเพื่อทำบ่อน ตอนนั้นคุณเข้กำลังยุ่งอยู่กับการสร้างโรงบ่ม คุณลียงก็อยู่ที่นิวยอร์ก พวกเราบางคนก็เริ่มแอบเข้าไปเล่น แรก ๆ ก็แค่สนุก ๆ จนไป ๆ มา ๆ ก็แพ้หนักขึ้นจนต้องไปกู้ยืมจากเสี่ยปองมาใช้ แต่พวกที่ไม่เข็ดก็กลับไปเล่นซ้ำ จนหนี้พอกเป็นหางหมู... ส่วนพี่ พอเล่นจนหมดตัว ก็ตัดใจเลิก…” ชิดหยุดพูดไปชั่วขณะ เหมือนกำลังกล้ำกลืนความรู้สึก
“แต่คนที่เลิกไม่ได้ ก็ต้องหาทางหาเงินมาใช้หนี้ดอกโหดของเสี่ย แต่ลำพังแค่ค่าจ้างก็ไม่พอให้ส่งดอกแล้ว ก็เลยมีบางคนที่ทำงานแลกเงินที่มากกว่า...บางคนที่ว่าก็คือน้าบังอรกับลุงแก้ว...”
“แล้วงานที่ว่าละคะ”
“ทำตามคำสั่งของคุณแพรวพลอย”
ปลายฟ้าสูดลมหายใจเข้าลึกสุดปอดเมื่อได้ยินชื่อของผู้หญิงคนนั้น
“ตอนแรก พี่ก็ไม่รู้เรื่องราวพวกนั้น แต่ก็รู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติ น้าบังอรมักเข้าไปด้อม ๆ มอง ๆ หน้าคลังสมบัติของคุณเข้ ลุงแก้วมักเดินเตร่ไปมาแถวด้านหลังวิลล่าหมายเลข 222 และคุณแพรวพลอยก็มารีสอร์ตเพื่อพูดคุยกับน้ำตาลบ่อยครั้ง รวมไปถึงเสี่ยปองที่มักจะเรียกให้น้ำตาลไปคุย ทั้งที่ทั้งสองคนนั้นแทบไม่สนใจบริหารงานรีสอร์ตอะไรเลย”
ดวงตาของผู้ถ่ายทอดเรื่องราวฉายแววความเจ็บปวดออกมาเมื่อเอ่ยถึงชื่อของเชฟสาว “น้ำตาลเองก็...มักมีปากเสียงกับคุณเข้บ่อยครั้ง และหนักมากขึ้นจนเหมือนทะเลาะกันแทบทุกวันก็หลังจากที่สองคนนั้นเริ่มเข้ามายุ่งเกี่ยว พี่ไม่อยากยุ่งเรื่องความรักของคนอื่น แต่น้ำตาลมักจะร้องไห้แล้วพร่ำพรรณนาว่าคุณเข้ยังไม่ทิ้งความเจ้าชู้ ทั้ง ๆ ที่พี่ก็ไม่เห็นคุณเข้แกไปไหนมาไหนเลยนอกจากรีสอร์ตกับโรงบ่ม จะมีปฏิสัมพันธ์ก็แค่คุณพิมพ์ลดาที่แวะเวียนมาหาคุณเข้เท่านั้น”
“คุณพิมพ์อาจเป็นชนวนให้เกิดรอยร้าว...” ปลายฟ้ารำพึง
ชิดพยักหน้าเบา ๆ “น้ำตาลหึงจนทำให้คุณเข้ต้องผิดนัดลูกค้าที่มาตกลงดีลจัดอีเวนท์ที่รีสอร์ตสำคัญ ๆ บ่อยครั้งเพราะน้ำตาลไม่ชอบเห็นคุณเข้อยู่กับคุณพิมพ์ แต่ความระหองระแหงก็มาถึงจุดที่คุณเข้ตัดสินใจจัดงานแต่งงานกับน้ำตาล และเริ่มบ่มเหล้าสำหรับการฉลอง ตอนนั้นน้ำตาลสงบลงได้พักหนึ่งเพราะยุ่งอยู่กับการเตรียมงานแต่งของตัวเอง แล้วก็เฝ้าดูเหล้าในขวดแก้วที่คุณเข้เก็บไว้ในคลังสมบัติรอวันเปิดฉลองในวันสมรส”
แต่นั่นไม่ใช่ตอนจบตามแบบนิยายรักสุขนิยม หากเป็นการเริ่มต้นของ ‘การแก้แค้นโลก’ ของผู้หญิงคนหนึ่ง
“เดิมที พี่รู้สึกตั้งแต่เข้ามาทำงานที่รีสอร์ตแล้วว่า ผู้ถือหุ้นทั้งสี่คนแบ่งออกเป็นสามฝ่าย”
“สามฝ่ายหรือคะ”
“ฝ่ายคุณเขตต์กับคุณลียง ฝ่ายเสี่ยปอง และฝ่ายคุณแพรวพลอย”
สองคนแรกนั้นเป็นเพื่อนสนิทกัน จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าจะอยู่ฝ่ายเดียวกัน ส่วนอีกสองคนนั้น แม้จะเป็นสามีภรรยากัน แต่ก็เหมือนต่างสร้างกำแพงหนามกั้นระหว่าง ซึ่งได้มีแค่ปลายฟ้าเท่านั้นที่มองออก
“พอคุณเข้ประกาศเรื่องการแต่งงาน บรรยากาศในรีสอร์ตมันก็แปลก ๆ ถ้าไม่นับคุณแหววที่ไม่ชอบลูกขายคนนี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่มันมีความเคลื่อนไหวบางอย่างที่ผิดสังเกตบ่อย ๆ ทั้งน้าบังอรที่เข้าไปในคลังเหล้าแม้จะไม่ได้คำสั่งลงมาจากคุณแหวว หรือแม้แต่เห็นลุงแก้วเข้ามาเดินโซนห้องพักหรือร้านอาหาร”
“การที่ลุงแก้วทำแบบนั้นมันผิดปกติยังไงหรือคะ”
“ลุงแก้วน่ะ ขยันขันแข็งก็แค่เวลาเจอคุณเข้เท่านั้น แต่ถ้าลับหลังก็แอบเข้าบ่อน นอกนั้นก็จะทำหน้าที่โบกรถให้กับแขกที่เอารถเข้าจอดในลานจอด ส่วนการเดินตรวจตราในรีสอร์ตจะเป็นหน้าที่ของยามคนอื่น แต่คงเพราะความที่ว่าเคยทำงานกับคุณพ่อคุณแม่ของคุณเขตต์ละมั้ง ก็เลยคิดว่าตัวเองจะเดินไปไหนมาไหนก็ได้”
ความไว้ใจของชายหนุ่มผนวกรวมเข้ากับพื้นนิสัยของคนที่ไม่เคยให้คุณค่าเรื่องความไว้ใจสินะ คิดถึงคืนที่เขาพูดถึงลุงแก้วในคืนก่อนนั้น ก็อดสะท้อนใจไม่ได้
“ทั้งคุณบังอรแล้วก็ลุงแก้วคงกำลังหาทางเข้าถึงเหล้าในคลังสมบัติคุณเข้อยู่นั่นเอง”
“คนหนึ่งดูต้นทาง อีกคนลงมือ ก็นั่นแหละ แต่กว่าที่พี่จะรู้ว่าใช่ ก็หลังจากที่น้ำตาลถูกเสี่ยปอง...ข่มขืน” น้ำตาของชิดไหลเป็นทาง “พี่แอบตามไปเพราะสงสัย แล้วก็ถ่ายวิดีโอไว้เพราะถ้าพี่พูด ก็คงไม่มีใครเชื่อ แต่คนของเสี่ยเห็นพี่เสียก่อน พี่ก็เลยวิ่งหนี จนไปเจอลุงแก้วซ่อนอยู่แถวนั้น แต่ที่ซ่อนมันควรจะเป็นที่ลับ แต่กลับถูกคุณแพรวพลอยเจอ ซึ่งมันไม่ได้แปลแค่ว่าทำไมคุณแพรวพลอยไปอยู่ตรงนั้น ทั้งที่สามีของตนกำลังกระทำชำเราผู้หญิงคนอื่นอยู่ใกล้แถวนั้น แต่แปลกขนาดที่ว่าขู่ว่าถ้าเสี่ยรู้ว่าพี่กับลุงแก้วอยู่ที่นี่ ก็อาจโดนฆ่าปิดปาก พี่ได้ยินก็กลัวมาก”
นี่เองที่เป็นเหตุผลให้บาร์เทนเดอร์หนุ่มเก็บคลิปนั้นไว้โดยไม่ส่งแจ้งตำรวจ แต่ก็ใช่ว่าจะนิ่งเฉย
“หลังจากนั้น น้ำตาลก็เอาแต่นั่งซึมเศร้า ไม่พูดไม่จากับใคร แม้แต่แม่ของตัวเอง คุณเข้ก็ไปนิวยอร์ก ติดต่ออะไรไม่ได้เลย ไม่ได้ปเนแค่สภาพร่างกายที่เปลี่ยนไปเพราะตั้งท้อง แต่สภาพจิตใจก็ไม่เหมือนเดิม แล้วคนคนเดียวที่มักเข้าไปพูดคุยกับน้ำตาลก็คือแพรวพลอยที่ทำเหมือนเข้าไปดูแลสุขภาพ คอยจัดยาบำรุงครรภ์หรือให้ดื่มนม ส่วนคุณแหววก็มัวแต่ยุ่งกับการสร้างร้านขนมของน้ำตาลให้เสร็จไว ๆ จะได้พาลูกสาวออกจากชีวิตของคุณเข้ให้เร็วที่สุด...”
ถึงตรงนี้ชิดก็แค่นหัวเราะออกมา “แต่คนที่ควรน้ำตาลอยู่ให้ห่างที่สุดกลับไม่ใช่คุณเข้เลย จะให้พี่เอาแต่มองอย่างเดียวมันก็อึดอัด เลยพูดลอยกับคุณแหววบ่อย ๆ ว่าให้ระวังนมที่เหมือนขาวสะอาด นานอยู่กว่าที่คุณแหววจะเข้าใจว่าพี่ต้องการบอกอะไร...”
เจ้าของวลีนมขาวสะอาดคือพี่ชิดเองหรือ แล้วการที่คุณแหววใช้คำนั้นเตือนเธอก็เพราะต้องการเตือนเธอไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ นั่นเอง
“พวกเราเลยเริ่มจับสังเกตสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัว ที่เห็นชัดเจนก็คือตอนคุณน้าบังอรไปเอาเหล้าตามออเดอร์ แล้วเปิดคลังสมบัติของคุณเข้ แต่กลับไม่ได้แค่หยิบขวดเหล้าตามออเดอร์ น้าบังอรใช้เข็มฉีดอินซูลินเจาะเข้าที่ซีลยางของเหล้าแฝดทั้งสองขวด ค่อย ๆ ทำ ไปเรื่อย ๆ ฉีดทีละนิด”
“แล้วทำไมตอนนั้นพวกพี่ไม่รีบบอกคุณเข้ละคะ”
“ก็ที่พี่บอกไปไง เรื่องคนดูต้นทางน่ะ ลุงแก้วเห็นคุณเข้มาที่รีสอร์ตเมื่อไหร่ ก็จะรีบรายงานคุณแพรวพลอย ใจพี่อยากจะบอก แต่ก็ถูกจับตามองอยู่...” ชิดพ่นลมหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย “ทำได้อย่างมากก็พยายามส่งสัญญาณที่หวังว่าคุณเข้จะเข้าใจ”
“สัญญาณบางอย่างหรือคะ...”
“ค้อกเทล...ที่พี่เคยฝากปลายไปเสิร์ฟ ทุกครั้งที่คุณแพรวพลอยมาคอยสอดส่องคุณเขตต์ว่าอยู่ตรงไหนของรีสอร์ต พี่จะทำค้อกเทลไปให้คุณเข้โดยที่เขาไม่ได้สั่ง”
ปลายฟ้าจำค้อกเทลพวกนั้นได้ แต่เธอขอพักเรื่องนี้ไว้ก่อน “แล้ว...ทำไมเหล้าในขวดถึงถูกเปลี่ยน ที่สำคัญคือเปลี่ยนแค่ขวดเดียว”
“พี่ลอบเข้าไปในโรงบ่มเหล้าของคุณเข้...” เสียงของชิดเบาแทบกลืนหายไปกับเสียงคลื่น “เปิดถังแล้วกรอกเหล้าทั้งสองใส่ขวดแบบเดียวกันกับที่คุณเข้ใช้ ตอนนั้นมันครบกำหนดเปิดถังแล้ว แต่พี่ไม่คิดเลยว่าคุณเข้จะแยกรสออก”
จากนั้นเขาคงเอามาสลับกับขวดที่อยู่ในคลัง ส่วนคำถามที่สลับได้แค่ขวดเดียวถูกเฉลยออกจากปากของหนึ่งในผู้ร่วมขบวนการ
“เรารอจนวันที่คุณเข้ออเดอร์เหล้าผ่านคุณแหวว คุณแหววก็สั่งการกับน้าบังอรต่อเพื่อ ให้น้าบังอรไปรับคียการ์ดจากคุณเข้เพื่อเปิดคลังสมบัติ แล้วตอนที่น้าบังอรเปิดประตูคลังสมบัติออก คุณแหววก็แสร้งเข้าไปชวนคุย ให้น้าบังอรเขาละจากคลังสมบัติ จากนั้นพี่ก็รีบเข้าไปสลับขวด เริ่มจากเหล้า ‘น้ำตาล’ แต่ตอนที่จะสลับขวดเหล้า ‘เขตต์’ คุณแพรวพลอยก็เดินเข้ามา โชคดีที่ตอนนั้นพี่เข้าไปหลบได้ทันก่อนถูกเห็น”
เรื่องการสับถ่ายก็กระจ่างแก่ใจในที่สุด และการที่ชิดคงสถานะเป็นผู้ปิดปากเงียบก็ยังคงอยู่ต่อมากระทั่งวันที่บังอรถูกสังหาร
“ลุงแก้ว แกมั่นใจว่าน้าบังอรโดนฆ่าปิดปาก แล้วพวกที่เหลือก็กำลังถูกเก็บทีละคน ลุงแก้วคิดว่าสักวันต้องถึงคิวตัวเอง เลยหาทางทำอะไรสักอย่างที่เป็นการป้องกันตัว และสิ่งที่ลุงแก้วมั่นใจว่าจะเป็นตัวรับประกันการอยู่รอดได้คือกล้องแอบถ่ายที่ลุงแก้วเป็นคนแอบปืนห้องคุณเข้เข้าไปติดไว้ตามคำสั่งของคุณแพรวพลอย”
“ทำไมคุณแพรวพลอยถึงต้องติดกล้องในห้องของคุณเข้คะ”
“คิดว่าเพื่อจับตามองคุณเข้ระหว่างที่ให้น้าบังอรทำตามแผน แต่ทั้งพี่ที่ใช้ค้อกเทลส่งสัญญาณ แล้วก็คุณแหววที่เข้าไปเอาแผงไดอะซีแพมจากห้องพักของน้าบังอรได้มาหนึ่งแผงจากคอยแอบฟังการพูดคุยกันของน้าบังอรกับลุงแก้วจนรู้เรื่องยานั่น”
คุณแหววคือคนที่เอาแผงยาไดอะซีแพมเข้ไปวางไว้ในห้องคุณเข้นั่นเอง ในเมื่อหัวหน้าแม่บ้านมีสิทธิ์ถือคีย์การ์ด แถมยังรู้เรื่องเบอร์เบินแต่เลือกเก็บเงียบเอาไว้ ส่วนพี่ชิดก็พยายามให้ลุงแก้วเชื่อว่าลงเรือลำเดียวกัน เลยได้รู้เรื่องกล้องแอบถ่ายจากปากของลุงแก้วไปจนถึงอาสาลอบเข้าห้องของคุณเข้เพื่อไปดึงกล้องแอบถ่ายออกมา หมายความว่าถ้าพี่ชิดได้กล้องไปก่อนหน้า ก็อาจทำให้คดีจบเร็วขึ้น แต่หากแพรวพลอยรู้ตั้งแต่ตอนนั้นว่ากล้องถูกปลดออก ชิดก็มีแนวโน้มถูกเก็บเร็วขึ้นเหมือนกัน
“แต่จนถึงตอนนี้ พี่ก็ยังรู้สึกผิด ทั้งผิดต่อน้ำตาล ผิดต่อคุณเข้ ถึงจะรับสารภาพและให้ปากคำรวมถึงเป็นพยาน พี่ก็ยังรู้สึกผิดจนไม่รู้จะไถ่โทษด้วยวิธีไหน”
“ด้วยวิธีที่เราทำอยู่ไงคะ” ปลายฟ้าตอบเสียงหนักแน่น “ปลายเองก็เคยหลอกคุณเข้ว่าเป็นคนของคุณแพรวพลอย การถูกหักหลังทำให้คุณเข้เจ็บปวดมากทีเดียว”
ชิดส่ายหน้า “ไม่เหมือนกัน จนถึงวันนี้ พี่ก็ยังทำตามคำสั่งคุณแพรวพลอย ล่อลวงให้คุณเข้ตกหลุมพราง”
ท่ามกลางแสงไฟจากตะเกียงดวงน้อยไม่อาจทำให้เห็นน้ำตาของผู้ชายตรงหน้าที่คงกำลังไหลจนใบหน้าเปียกชื้น เพราะเสียงสะอื้นนั่นกำลังสะท้อนผิวคลื่นกระทบหูเธอ
“ครั้งนี้ขอให้เป็นภารกิจสุดท้ายของขบวนการ...ส่วนปลายจะพาคุณเข้ขึ้นจากหลุมพรางเอง”
แล้วทั้งคู่ก็ตกอยู่ในความเงียบ จนเรือยางติดเครื่องยนต์เคลื่อนเข้าใกล้ในระยะที่ต้องใช้การพายเข้าไป ในตำแหน่งที่ได้จากระบบนำทางในแอปพลิเคชัน กระทั่งปลายฟ้าเห็นแสงสีขาวที่อยู่นิ่งกลางทะเล และเมื่อเข้าใกล้ ๆ เรื่อย ๆ ก็เห็นไฟสลัว ๆ จากเรือ
ปลายฟ้ากระชับเสื้อชูชีพ แล้วมองใบหน้าของชิดในเงามืด เขาพยักหน้าให้เธอ แล้วหยิบโทรศัพท์ออกมา ตามแผนที่ตกลงกัน ปลายฟ้าสูดลมหายใจเข้า จากนั้นพาตัวเองลงสู่มหานทีเย็นเยียบ เธอมีเวลาไม่เกินสามนาทีที่ต้องพาตัวเองป่ายบันไดขึ้นไปบนเรือ สามนาทีนี้เพียงพอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเริ่มเคลื่อนกำลังพลเข้ามาในระยะที่เรดาห์ของเรือยอชต์จับได้
แต่ก่อนหน้านั้น ปลายฟ้าต้องช่วยเขาให้รอดจากมือของแพรวพลอย!
ขอบคุณสำหรับการติดตามค่ะ