โชคชะตาพาปลายฟ้าผู้หวาดกลัวเรื่องบนเตียงให้มารับงานเขียนนิยายอิโรติกตามใบสั่งของแฟนเก่า แต่ฟ้าก็ใจดีส่งชายหนุ่มผู้มากประสบการณ์เซกส์มาให้ โดยที่ดันลืมเตือนว่าเขาเป็นผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมคนรักตัวเอง
ดราม่า,ชาย-หญิง,ไทย,รัก,ผู้ใหญ่,อิโรติก,สืบสวน ,ดราม่า,โรมานซ์,โรมานซ์สืบสวน,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
พระเอกนิยายสุดปลายฟ้าโชคชะตาพาปลายฟ้าผู้หวาดกลัวเรื่องบนเตียงให้มารับงานเขียนนิยายอิโรติกตามใบสั่งของแฟนเก่า แต่ฟ้าก็ใจดีส่งชายหนุ่มผู้มากประสบการณ์เซกส์มาให้ โดยที่ดันลืมเตือนว่าเขาเป็นผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมคนรักตัวเอง
เมื่อนิตยสารสารคดีที่ ปลายฟ้า เป็นนักเขียนประจำปิดตัว ทำให้ปลายผ้าต้องหันเหจากการเขียนแนววิชาการ ไปต้องเลี่ยนแนวไปเป็นนักเขียนนิยาย เพื่อหาเงินเลี้ยงดู แม่และน้องสาว โดยเฉพาะแม่ของเธอต้องรับการผ่าตัดตาในสิ้นปี ปลายฟ้าจึงเขียนนิยายรัก แล้วนำไปให้ กรินทร์ คนรักเก่าที่เป็นซีอีโอของสำหนักพิมพ์อักษรารัญจวนช่วยพิจารณา แต่กรินทร์ไม่ให้ผ่านเพราะแนวเรื่องไม่ตรงกันแนวของอักษรารัญจวนที่เน้นขายแนวนิยายอิโรติก
แต่เพราะกรินทร์ยังมีใจให้ปลายฟ้า ด้วยความรักที่หลงเหลือ จึงให้ปลายฟ้าเขียนนิยายอิโรติกโดยที่มีเขาเป็นพระเอก และเธอเป็นนางเอก แลกกับเงินค่าจ้างที่เขาจะจ่ายให้เธอเป็นรายเดือนแต่ปลายฟ้ามีปมกับเรื่องเซกส์เพราะเคยถูก เปลว พ่อเลี้ยงล่วงละเมิดในวัยเด็กและมักมีอาการทางประสาทกำเริบหากถูกกระตุ้น ทว่าด้วยเงินที่กรินทร์เสนอให้ จึงทำให้ปลายฟ้าตอบรับงาน แต่เพราะกลัวว่าจะเขียนให้ถึงตอนจบไม่ได้ ปลายฟ้าจึงตั้งใจหางานเสริม และเธอก็ได้งานแม่บ้านรีสอร์ตที่มีชื่อว่า Beyond The Horizon โดยบังเอิญจากแม่บ้านคนเก่าที่ลาออกกระทันหัน
ที่รีสอร์ตนี้ ปลายฟ้าต้องทำงานเป็นแม่บ้านประจำโซนวิลล่าการ์เด้น โดยมี แหวว หัวหน้าแม่บ้านเป็นคนคุมงาน เธอมีหน้าที่ดูแลทำความสะอาดและอำนวยความสะดวกให้แขกประจำโซน ซึ่งหนึ่งในแขกที่เธอต้องดูและคือ เข้ เจ้าของห้องหมายเลข 222 ที่เขาแอบเลี้ยงแมวโดยมีแค่เธอและเขาเท่านั้นที่รู้ นอกจากแหววแล้ว ปลายฟ้าได้เจอ ชิด บาร์เทนเดอร์ที่คอยสอนงานในห้องอาหารให้เธอ
ด้วยงานแม่บ้านนี้เองที่ปลายฟ้าจะยึดไว้เป็นอาชีพเสริมจนกว่าเธอจะเขียนนิยายอิโรติกให้กรินทร์จบ แต่มีเหตุเกิดขึ้นกับปลายฟ้าคือเธอเหยียบหางแมวที่คุณเข้เลี้ยงไว้ที่ริมสระน้ำ จนทำให้เธอตกสระ แต่เข้ก็ช่วยเธอไว้ได้ทัน ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้เข้รู้ว่าเธอต้องรับงานเขียนนิยายอิโรติกให้กรินทร์ แต่เธอไม่มีประสบการณ์เรื่องบนเตียง(แบบคู่รัก) เข้เลยเสนอว่าถ้าปลายฟ้ามาเป็นเพื่อนคุยให้เขา เขาจะเล่าประสบการณ์บนเตียงให้ฟัง ข้อตกลงแรกระหว่างปลายฟ้าและเข้จึงเริ่มขึ้น
แต่ปลายฟ้าไม่คาดคิดเลยว่าเธอจะกลายเป็นผู้เล่นคนหนึ่งในเกมล่าหาคำตอบของปริศนาฆาตกรรมในรีสอร์ทแห่งนี้
บ่ายวันต่อมาหลังคืนพายุร้ายบนเรือ ท้องฟ้าก็เปิดกว้างกว่าวันวาน แสงแดดสีอ่อนอาบท้องฟ้าเป็นเฉดครีมบาง ๆ อย่างที่ปลายฟ้าชอบมองในวันที่จิตใจเหนื่อยล้า มีสายลมทะเลพัดเฉื่อยเบา ไร้เสียงฟ้าร้องหรือคลื่นโถม แต่อากาศสงบเงียบแบบนี้กลับทำให้เธอรู้สึกไม่ไว้ใจ เหมือนมีเงาบางอย่างลอยซ่อนอยู่ที่ปลายขอบฟ้า เงาของพายุลูกใหม่ที่กำลังรอจังหวะโจมตีหัวใจฉันอีกครั้ง
เขาจอดรถนอกรีสอร์ต แต่ไม่ใช่จุดเดิมกับเมื่อวาน การเปลี่ยนตำแหน่งนั้นดูเหมือนไม่มีความหมายอะไร ถ้าไม่ใช่เพราะเธอรู้สึกได้ถึงความตั้งใจบางอย่างที่แฝงอยู่ จากนั้นก็อุ้มเธอลงจากรถ... อีกครั้ง
แต่เขาไม่ได้พาเดินเข้ารีสอร์ตจากทางหน้าหลักเหมือนที่แขกทั่วไปพึงกระทำ ทว่าพาเบี่ยงเลี้ยวเข้าเส้นทางเล็กแคบในป่ารกชัฏ ต้นไม้สูงคลุมทับทุกพื้นที่ มีกิ่งไม้แห้งยื่นมาเฉียดแขนเขาเล็กน้อย แต่เขาก็ยังอุ้มปลายฟ้าอย่างมั่นคง ราวกับไม่รู้สึกถึงแรงต้านใดจากธรรมชาติ
“ฉัน... ฉันเดินเองได้” เธอเอ่ยเบา ๆ แต่เขาไม่ตอบ ไม่มีแม้แต่คำถามหรือเสียงถอนหายใจ เหมือนเขากลายเป็นคนใบ้ไปแล้วโดยสมบูรณ์
ตั้งแต่คืนวานหลังจากเขาทิ้งเธอไว้ในสภาพอ่อนแรง รสชาติของความดิบเถื่อนก็ยังคงตกค้างในกายเธอเหมือนรอยช้ำไร้สี พอเธอตื่นมาในเช้าวันนี้ก็พบว่าตัวเองนอนคุดคู้ใต้ผ้าห่มผืนอุ่นบนเตียง
ราวกับว่าเธอได้จับจองเตียงนอนเพียงผู้เดียว ถ้าไม่สังเกตรอยยับย่นบนผืนผ้าปูข้างตัวกับหมอนอีกใบที่มีร่องยุบ เสื้อผ้าของเธอที่แห้งสนิทนั้นถูกพับเรียบร้อยตรงปลายเตียง วางทับด้วยกระเป๋าสตางค์และโทรศัพท์ของเธอ
ปลายฟ้าเห็นแล้วก็พุ่งไปคว้าโทรศัพท์ก่อนอื่นใดแล้วพยายามกดเปิด ทว่าหน้าจอที่ดับสนิททำให้เธอห่อไหล่
ระหว่างที่เธอจมอยู่ในความสิ้นหวัง เสียงหวูดเรือก็ดังใกล้เข้ามา พอชะเง้อมองผ่านหน้าต่างกระจกออกไป ก็เห็นท่าจอดเรืออยู่ไม่ไกล ซึ่งนั่นเป็นภาพที่เธอเห็นก่อนเขาเข้ามายืนกอดอกพิงไหล่กับขอบประตูห้องนอน มองเธอด้วยแววตาที่อ่านความหมายไม่ออก
แววตาของเขาตอนนั้นกับตอนนี้... ไม่ต่างกันเลย
เขายังกลายร่างเป็นชายหนุ่มนิ่งขรึม ครองใบหน้าเรียบเฉยกับดวงตาราบเรียบ แต่แม้ว่าเขาจะไม่พูด แต่การกระทำทุกอย่างอย่างกลับมั่นคงและอ่อนโยน ในอ้อมแขนแข็งแรงที่โอบอุ้มเธอขณะเดินลัดเลาะไปตามเส้นทางลับ
กระทั่งเข้าสู่ห้องพัก เขาวางปลายฟ้าก็ถูกวางบนโซฟาแผ่วเบา แล้วก็เดินตรวจตราทั่วห้องราวกับหาสิ่งผิดปกติ ส่วนเธอก้าวลงจากโซฟาแล้วหยิบสายชาร์จที่อยู่บนโต๊ะเขียนหนังสือเพื่อตรวจสอบว่าโทรศัพท์ของเธอยังใช้การได้
“มันตกลงไปค้างที่เซฟตี้เนต [1] ไม่ได้จมน้ำ”
ราวกับเขาอ่านความหมายของเสียงถอนหายใจของเธอออก จึงพูดออกมาด้วยใบหน้าขุ่นใจ ก่อนเดินตรงไปที่บานเลื่อนกระจก กดตัวล็อกขึ้นแล้วลงเหมือนเช็กว่ามันยังใช้การได้
ตอนนั้นเอง เจ้าแมวน้อยกระโดดจากกิ่งตะแบกที่ห้อยระย้าลงมาเหนือระเบียง แล้ววิ่งมาตะกุยขากับบานเลื่อนกระจก เขาจึงเปิดประตูให้มันเข้ามาเดินวนรอบขาพลางส่งเสียงร้องไม่หยุดเหมือนกำลังตัดพ้ออะไรบางอย่าง
ซึ่งชายหนุ่มรู้วิธีทำให้มันหยุดบ่นใส่ จึงจะเดินไปเปิดตู้เห็บขนมแมวเลีย แต่ปลายฟ้าไม่ยอมให้เขาเห็นสิ่งอื่นที่ถูกเก็บไว้ด้านใน
“ขอฉันป้อนขนมมันเองนะคะ”
ปลายฟ้าพูดแล้วรีบพาร่างกะแผลกของตัวเองเดินไปให้ทันก่อนที่เขาจะไปถึงก่อนเขา แล้วหยิบขนมออกมาแล้วปิดประตูฉับไวก่อนค่อย ๆ นั่งลงพับเพียบโบกขนมในมือล่อให้เบอร์เบินเข้ามาใกล้
“คิดถึงจังเลย... ขอโทษนะที่เมื่อคืนไม่ได้อยู่ให้ขนม”
เธอรู้ตัวว่ากำลังถูกมอง แต่ต้องทำเป็นไม่สนใจ จนกระทั่งเขาล้มเลิกไป แล้วทิ้งตัวนอนบนโซฟาแทน ปลายฟ้าจึงลอบเป่าปากพลางคิดว่าเธอต้องเริ่มหาวิธีจัดการกับหลักฐานชิ้นนั้น แต่ก่อนอื่นใดต้องจัดการกับความอยากกินขนมของเจ้าแมวน้อยตรงหน้า
“ฉันให้สองซองเลยนะ ชดเชยกับเมื่อวาน”
“ซองเดียว คุณต้องให้มันแค่ซองเดียว” เสียงทุ้มดังมาจากโซฟาที่คนแกล้งหลับเมื่อครู่นอนหันหลังให้
“สองซองค่ะคุณเจ้าของห้อง เพราะวันนี้ฉันรู้สึกใจดีเป็นพิเศษ” เธอลากเสียงคำว่าพิเศษยาวอย่างจงใจ
“คุณเขียนนิยายได้เป็นวรรคเป็นเวร แต่อ่านข้อความที่ผมแปะไว้ในตู้นั่นไม่ออกหรือไง”
“อ้อใช่ ข้อความจากใครก็ไม่รู้ ที่เขียนทิ้งท้ายไว้ว่า...ผมอยากเป็น...” ปลายฟ้าหันไปย่นจมูกใส่ เปล่งเสียงดังขึ้นตามอารมณ์ประชดประชัน “ถ้าจะให้ฉันเติมคำต่อท้ายเอง กรุณามีตัวเลือกหรือให้คำใบ้ เช่นเป็นตัวอะไรที่ขนนุ่มฟู หรือตัวที่มีหนามแหลมคม”
ไร้เสียงตอบโต้จากเขตต์ แต่บ่ากว้างที่กระตุกเล็กน้อยบอกให้รู้ว่าเขาได้ยิน ทว่าเขายังคงนอนนิ่ง ไม่หันมา ไม่แม้แต่จะตอบโต้สักคำ ราวกับตั้งใจจะใช้ความเงียบขังตัวเองไว้ในโลกส่วนตัว
ปลายฟ้าย่นจมูกใส่อีกครั้งแล้วหันกลับไปหาเบอร์เบิน ป้อนขนมแมวซองที่สองจนหมดอย่างที่ตั้งใจ จากนั้นมองเจ้าแมวน้อยที่เลียขนตัวเองหลังจากอิ่มหนำสำราญใจ มันคงเฝ้ารอบนต้นตะแบกตลอดทั้งคืน พอได้ยินเสียงก็เลยกระโดดลงมา คิดแล้วก็สงสารจับใจ หากไม่มีเขาหรือเธอแล้ว ใครละจะดูแลมัน
คิดถึงตรงนี้ ปลายฟ้าก็รู้สึกใจแป้วทันใด เมื่อนึกถึงข้อความล่าสุดที่เขาเขียน
อาหารและขนมพอสำหรับสองเดือน... สองเดือน เชียวนะ
ราวกับเขากำลังเตรียมทุกอย่างไว้เรียบร้อย เพื่อตั้งใจหายไปหลายวันโดยไม่มีคำอธิบาย
แต่จนถึงเมื่อวาน ที่หายจากชีวิตเธอไปหลายวัน แล้วกลับมาพร้อมผู้หญิงคนนั้น คนที่ชิดบอกว่า เป็นผู้หญิงคนใหม่ของคุณเข้ อาจเป็นคำตอบ
ปลายฟ้ากัดริมฝีปากแน่น ข่มความรู้สึกร้อนรุ่มในอก เธอไม่ได้หึง ไม่ได้หึงสักหน่อย! ก็แค่... เป็นห่วงเบอร์เบินต่างหาก ถ้าเขายังปล่อยให้แมวอยู่ลำพังแบบนี้ แล้วดีลระหว่างเธอกับเขายังไม่เคลียร์ เธอจะดูแลมันได้อย่างไร หรือจริง ๆ แล้ว เขากำลังจะตัดทุกอย่างรวมถึงเธอ เพราะผู้หญิงคนใหม่คนนั้น
แต่เธอจะเรียกร้องอะไรได้ ในเมื่อเธอเป็นคนผิดในสายตาเขา เป็นคนที่ทรยศความเชื่อใจของเขา
มีเสียงข้อความเข้าในโทรศัพท์ดังจากโทรศัพท์ของฟ้าถี่รัวเหมือนปืนกลดึงปลายฟ้าออกจากความคิดฟุ้งซ่าน หน้าจอที่ดับมานานก็เริ่มเรืองแสงเมื่อแบตเตอรี่เพียงพอ นักเขียนสาวใจชื้นขึ้นมา รีบลุกดันตัวแล้วเดินกะเผลกไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นดู
“อย่าใช้ขาบ่อยนักได้ไหม เว้นเสียแต่ว่าคุณไม่อยากหาย”
คนที่คิดว่าหลับไปแล้วส่งเสียงขุ่น แต่ถึงเขาจะไม่ใช่สาเหตุตรงที่ทำให้เธอขาแพลงก็เถอะนะ ก็อดไม่ได้ที่จะตอกกลับบ้าง
“คนที่พาฉันไปผจญพายุแบบนั้นก็คือคุณไม่ใช่หรือคะ แค่ขาแพลงถือว่าฉันทำบุญมาดี แล้วที่ฉันตกเกือบตกทะเลแต่คุณช่วยฉันไว้ ก็ขอบพระคุณเหลือเกินที่ทำให้ฉันรอดกลับมา ทั้งที่คงอยากปล่อยให้ฉันตกทะเลไปใจจะขาดในฐานะคนทรยศ”
แต่แล้วเขาก็เงียบ...อีกครั้ง
ปลายฟ้าย่นจมูกใส่ แล้วดูมิ่งที่ปรกฏบนหน้าจอโทรศัพท์
พี่รินทร์...
หญิงสาวรำพึงชื่อนั้นในใจ เพราะมิสคอลมากกว่าสิบมาจากกรินทร์ ไม่รวมข้อความอีกเกือบร้อยข้อความที่แต่ข้อความถูกส่งห่างกันไม่ถึงห้านาที เกินครึ่งคือคำถามซ้ำ ๆ ถามไถ่ถึงความเป็นไปของเธอในช่วงที่ถูกกักขังบนเรือ
หญิงสาวจึงรีบพิมพ์ตอบกลับให้เขาคลายกังวล แต่ในทันทีที่นิ้วเลื่อนปัดขึ้นไป มิสคอลและข้อความของพุดซ้อนก็ขยับเข้ามาแทนที่
ขนมจีนแม่ขวัญ : แม่เข้าโรงบาล
หัวใจปลายฟ้าร่วงวูบทันที สิ่งแรกที่นึกได้คือรีบพุ่งตรงไปที่ตู้เสื้อผ้าไม่สนใจความเจ็บแปลบที่สะเทือนจากข้อเท้า เธอคว้ากระเป๋าสัมภาระ ดึงเสื้อผ้าลงจากไม้แขวน แล้วยัดใส่กระเป๋าด้วยมือที่สั่นระริก
“จะไปไหน” เสียงขุ่นของเขตต์ดังจากโซฟา
“กลับบ้าน” ปลายฟ้าตอบโดยไม่แม้แต่จะหันกลับไป ไม่เสียเวลาแม้เสี้ยววินาทีเพื่ออธิบาย
“คุณยังทำงานกับผมไม่ถึงปี ยังไม่ได้สิทธิ์พักร้อน”
“ลากิจ!” เธอพูดเร็วปานฟ้าผ่า “ฉันขอใช้สิทธิ์ลากิจ!”
จากนั้นหมุนตัวไปคว้าสายชาร์จกับโทรศัพท์ แล้วมองซ้ายมองขวามองหาของสำคัญ พอเห็นโน้ตบุ๊กกับสมุดบันทึกวางอยู่บนโต๊ะ ก็รีบเดินไปหยิบ แต่กลับถูกมือหนารวบเอวไว้แน่นจนเสียหลักเธอล้มไปนั่งลงบนตักแกร่ง
“จะมีกิจธุระอะไรสำคัญมากไปกว่ารวมหัวกับแพรวพลอยหักหลังผมหรือไง”
น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความขุ่นเหมือนคนที่พยายามคุมอารมณ์แทบไม่อยู่ แต่ปลายฟ้าหันขวับไปมองอีกฝ่ายด้วยดวงตาฉ่ำชื้น บวกกับความโมโหตีขึ้นจนใบหน้าแดงซ่าน
“แม่ฉันเข้าโรงบาล! ปล่อยฉัน ฉันจะกลับไปหาแม่!”
ลั่นเสียงของปลายฟ้าทำให้ชายหนุ่มชะงักไปเหมือนโดนตบหน้า
“ปล่อยฉัน! ปล่อย!”
มือที่รั้งเอวบางแน่นค่อย ๆ อ่อนแรงจนคลายออก ปลายฟ้าจึงลุกพรวดออกจากตักเขา แต่เพียงไม่กี่ก้าวน้ำตาก็หล่นลงบนพื้นหยดแล้วหยดเล่า พยายามกัดฟันแน่นอย่างคนไม่อยากร้องแต่น้ำตาก็ยังหลั่งรินไม่หยุด
“ผมไปส่ง”
“ฉันไปเองได้” เสียงพูดของเธอปะปนกับเสียงสะอื้น พอคว้าโน้ตบุ๊คกับสมุดบันทึกได้ก็ปาดน้ำตาเดินผ่านเขาไปหยิบกระเป๋าขึ้นสะพายไหล่
“ผมจะไปส่ง”
เขาย้ำอีกครั้ง ไม่ใช่คำสั่งแต่เป็นการยืนยันในแบบของเขา แล้วฉวยกระเป๋าที่อัดแน่นไปด้วยข้าวของแบบใส่ลวก ๆ จนของบางส่วนเอ่อล้นเกินขอบไปจากไหล่บาง
“คุณจะทิ้งเบอร์เบินให้อยู่ตัวเดียวไม่ได้ ฉัน... ฉันอาจไปหลายวัน ไม่รู้ว่า...จะได้กลับมาอีกเมื่อไหร่”
“ลียงจะดูแลมันได้”
เขาเอ่ยพลางย่อตัวอุ้มเบอร์เบินขึ้นแล้วเดินนำเธออกจากห้อง จากนั้นปล่อยเบอร์เบินลงใกล้ ๆ กับแนวป่า แล้วประคองเธอเดินป่านทางลับมุ่งสู่รถที่จอดรอรับใช้เจ้านายของมัน
“คุณไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้เลย” หญิงสาวอยากย้ำเตือนเขาอีกครั้งก่อนที่เขาจะเหยียบคัน
ทว่าเสียงเครื่องยนต์ก็ถูกปลุกขึ้นพร้อมกับแรงสั่นเบา ๆ และเขาก็กลับไปสวมหน้ากากหินตลอดเส้นทาง จนมาถึงโรงพยาบาล ปลายฟ้าก็แทบจะกระโดดลงจากรถทันทีที่รถจอดสนิท
นักเขียนสาวเดินให้เร็วที่สุดเท่าที่สภาพข้อเท้าจะเอื้ออำนวย จนไปถึงหอผู้ป่วยหมายเลขที่พุดซ้อนบอกไว้ และพอเห็นนางขวัญใจบนเตียงผู้ป่วย ปลายฟ้าก็โผเข้ากอดทันที
“แม่เพิ่งตื่นเมื่อกี้เอง” พุดซ้อนรายงานจากด้านหลัง
นางขวัญใจนอนเอนพิงหมอน ใบหน้าซีดจนเห็นเส้นเลือดฝาดสีฟ้าใต้ผิว ดวงตาเคยสดใสที่คุ้นเคยกลับหม่นมัว ล้อมกรอบด้วยรอยคล้ำที่ไม่เคยมีมาก่อน ร่างกายที่เคยอวบอิ่มเต็มไปด้วยพลัง ก็กลับผอมลงอย่างเห็นได้ชัด
“มาทำไมให้เสียเวลางาน แม่ไม่ได้เป็นอะไรมากเสียหน่อย” น้ำเสียงนางขวัญใจยังคงเหมือนเดิม ส่งเสียงดุลูกเบา ๆ แต่แรงกอดที่ตอบกลับมานั้นกระชับแน่นเหมือนกลัวเธอจะหายไป
“แม่เป็นอะไร เจ็บปวดตรงไหน” น้ำตาของปลายฟ้าร่วงเผาะเปื้อนผ้าห่มที่คลุมตัวแม่ของเธอหยดแล้วหยดเล่า
“มันปวดเมื่อยตามตัว จริง ๆ ก็ไม่เป็นอะไรมากหรอก” มือของนางขวัญใจไล้เบา ๆ ที่ศีรษะเธอด้วยจังหวะเชื่องช้า อ่อนแรง แต่ปลายฟ้ากลับรู้สึกเหมือนแรงมือที่อบอุ่นนั้น กำลังประคองหัวใจของเธอที่แตกละเอียดให้กลับเป็นรูปร่าง
“ไข้สูงสี่สิบองศา ถ้ามาช้าแค่นาทีเดียวก็คงชัก” พุดซ้อนตอบพลางส่ายหน้า “หมอบอกว่าเป็นไข้เลือดออก”
“ตายจริง...” ปลายฟ้าละสายตาจากพุดซ้อนกลับไปทางมารดา “มุ้งลวดมันผุมันพังอีกแล้วหรือแม่ ถ้างั้นปลายจะเรียกช่างมาซ่อม”
“มันก็พังนิด ๆ หน่อย ๆ เอง เดี๋ยวแม่กับพุดจัดการกันได้”
เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่มาจากน้องสาวที่ยืนกอดอกด้านหลัง แต่พอนางขวัญใจส่งสายตามองเหมือนส่งสัญญาณบางอย่าง พุดซ้อนก็ก้าวเข้ามาเอ่ยกับเธอว่า
“ไม่เป็นไรพี่ปลาย เดี๋ยวฉันจัดการเอง เรียกช่างมาซ่อมแป๊บเดียวก็เสร็จ”
“แม่ไม่เป็นไรอะไรแล้ว ปลายก็กลับไปทำงานเถอะนะ” นางขวัญใจเสริมต่อ
“ปลายจะอยู่ดูแลแม่จนกว่าแม่จะออกจากโรงพยาบาล ปลายลางานไว้แล้ว”
“ไม่เอา ๆ แม่ดีขึ้นเยอะแล้ว กลับไปทำงานเถอะ”
นางขวัญใจเป็นแบบนี้เสมอ ไม่อยากให้ลูกเป็นห่วง กลัวว่าลูกจะเสียงาน แต่จากสภาพที่ปลายฟ้าเห็นไม่ได้เป็นอย่างที่แม่ของเธอพูด
“ถือโอกาสพาแม่ไปทำบุญด้วยไง” ปลายฟ้างัดเอาข้ออ้างที่นึกได้ขึ้นมา “ตั้งแต่แม่บอกปลายวันนั้น ปลายลืมหาเวลาไปทำบุญเลย”
นางขวัญใจส่ายหน้าราวกับระอาในความขี้ลืมที่เธอยกมาเป็นเหตุผล ใช้มือลูบหัวของลูกสาวคนโตด้วยความรักใคร่ “แล้วเจ้านายเขาไม่ว่าเอาหรือ กว่าแม่จะได้ออกจากโรงพยาบาลก็อีกตั้งสองวัน
“ผมไม่ว่าอะไรครับ”
เสียงแสนคุ้นหูดังจากด้านหลัง ปลายฟ้าจึงหันขวับไปมอง เห็นเขตต์ยืนส่งยิ้มใบหน้าสนดใส ในมือมีตะกร้าผลไม้ในมือราวกับหลุดออกมาจากโฆษณาร้านของฝากที่ไม่รู้ว่าเขาไปซื้อมันมากจากไหน
“สวัสดีครับคุณแม่” ความอบอุ่นบนใบหน้าคมเข้มทำให้ห้องพักดูสว่างขึ้นทันตา ส่วนปลายฟ้ากลับหน้าซีดอย่างเห็นได้ชัด
“คุณเป็นเจ้านายของปลายหรือคะ” นางขวัญใจรีบขยับตัวจะลุกนั่งและยกมือไหว้อย่างสุภาพ แต่เขตต์รีบยื่นตะกร้าให้ปลายฟ้าถือ แล้วเดินเข้ามาประคองหลังแม่ให้เอนพิงหมอนนุ่ม
“ถ้าจะพูดให้ถูก… ผมเป็นเพื่อนร่วมงานของปลายฟ้าครับ” น้ำเสียงเขานุ่ม แต่มั่นคง
“ไม่เห็นปลายเล่าให้แม่ฟังเลยว่ามีเพื่อนร่วมงานหล่อขนาดนี้” นางขวัญใจคลี่ยิ้ม เขาอาจเป็นสิ่งเดียวที่ช่วยให้แม่ของเธอมีความสดใสขึ้นมาบ้าง แล้วก็เป็นสิ่งเดียวทำให้เธอหมั่นไส้
“นี่คุณเขตต์ค่ะแม่ เขาเป็น...”
“เป็นเพื่อนร่วมงานที่เป็นคู่ขาแบบเข้ากันได้สุดยอดครับ” เขตต์ชิงแนะนำตัวเองก่อน แต่เป็นการแนะนำตัวที่ทำให้ปลายฟ้าร้อนผ่าวไปถึงใบหู เธอจึงรีบแก้ประโยคนั้นทันที
“คุณเขตต์จะบอกว่าเราทำงานเข้าขากันได้ดีค่ะ!”
“แม่บ้านรีสอร์ตต้องมีคู่ขาอะไรแบบนี้ด้วยเหรอพี่” พุดซ้อนหรี่ตามองสลับไปมาระหว่างชายหนุ่มกับเธอ “แล้วฉันว่าต้องเรียกคู่หูมากกว่านะ ไม่ใช่คู่ขา”
ปลายฟ้าหน้าร้อนวูบ ทำเป็นไม่ได้ยินคำพูดของน้องสาว เดินเอาตะกร้าผลไม้ไปวางบนโต๊ะข้างเตียงผู้ป่วย แต่รู้ว่าไม่มีทางรอดพ้นความสงสัยของพุดซ้อนไปได้ แต่โชคยังเข้าข้างเธอบ้างเมื่อพยาบาลเข้ามาแจ้งว่าหมดเวลาเยี่ยม มิเช่นนั้นแล้วเขาจะพูดอะไรแผลง ๆ ออกมาเพื่อแก้แค้นเธอ
แต่เจ้าตัวยังส่งยิ้มระรื่นให้ทุกคนเหมือนไม่รู้สึกผิดแม้แต่น้อย เห็นแบบนั้นแล้วเธออยากให้ฝนที่ตกข้างนอกเป็นลูกเห็บเม็ดใหญ่ใส่รถเขาที่สุด
“พี่ปลายกลับไปพักผ่อนก่อนเถอะ ฉันดูแม่ต่อเอง ถ้าแม่หลับแล้วฉันจะรีบกลับบ้านนะ” พุดซ้อนบอกกับปลายฟ้าในตอนที่เดินมาส่งชายหนุ่มด้วยกันที่รถ
“ให้พี่เฝ้าแม่ทั้งคืนเลยให้ดีกว่า พุดคงเหนื่อยมาหลายคืนแล้ว”
“ไม่เป็นไร โซฟาที่นี่ก็นอนสบายดี แต่ฉันไม่อยากให้พี่นอนที่บ้านคนเดียว”
“ปลายฟ้าไม่ได้นอนคนเดียวนี่ครับ” ชายหนุ่มคนเดียวในนั้นเอ่ยแทรก แล้วทำให้สองสาวหันไปมองเขาเป็นตาเดียว
“ผมก็นอนด้วย” เขาเอ่ยต่อหน้าตาเฉย
“คุณว่าอะไรนะ” ถ้าเธอไม่ได้ยินผิดไปเอง เขาก็อาจพูดผิด
“ผมจะนอนค้างกับคุณด้วย” แต่การย้ำของเขาอีกครั้งดังชัดเจนเกินกว่าจะเข้าใจผิด และในจังหวะเดียวกัน ปลายฟ้าก็หันขวับไปมองเขาด้วยดวงตาราวกับอยากเผาเขาทั้งเป็นในสามวินาที
ใช่แน่ ๆ เขา... กำลังหาทางเอาคืนเธอแน่นอน! ความคิดนี้ดังขึ้นในหัว ยิ่งเห็นเขายิ้มมุมปากแบบนั้นรอยยิ้มที่คล้ายจะสุภาพ แต่จริง ๆ แล้วเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ คืนนี้ของเธอไม่มีทางหลับลง
“พี่ปลายโอเคไหม” พุดซ้อนหันมาถามเบา ๆ ด้วยสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก เหมือนรับรู้ได้ถึงกระแสประหลาดที่ไหลวนอยู่ระหว่างเธอและชายหนุ่ม
“ถ้าพี่ไม่... เอ่อ...” แต่พุดซ้อนไม่ทันพูดจบ คนพี่ก็เอ่ยบอกกับอีกฝ่าย
“บ้านฉันไม่ได้หรูหรา เป็นแค่ทาวน์เฮาส์เก่า ๆ เล็ก ๆ ถ้าคุณไม่รังเกียจ”
ปลายฟ้าก้าวเข้าไปยืนประจันหน้าเขา ไม่มีคำว่าเชิญ ไม่มีแม้แต่รอยยิ้มบนใบหน้า มีเพียงดวงตาคู่นั้นที่ไม่ได้บอกว่ายินดีต้อนรับแต่กลับเต็มไปด้วยความท้าทาย
เขตต์เลิกคิ้วเล็กน้อย รอยยิ้มที่มุมปากแผ่วลงนิด เหมือนรู้ตัวว่าเจอคนที่พร้อมจะเล่นเกมกับเขาอย่างสูสี
“นาน ๆ ที ลองโฮมสเตย์บ้างจะเป็นไร ที่รีสอร์ตคุณเป็นทีมเยือน มาอยู่ที่นี่คุณก็กลายกับทีมเหย้า” เขาสบสายเธอแบบไม่ถอยหนี แล้วยังแฝงความนัยในประโยคแบบที่มีแค่เธอกับเขาเท่านั้นที่รู้ความหมาย
เชิงอรรถ