โชคชะตาพาปลายฟ้าผู้หวาดกลัวเรื่องบนเตียงให้มารับงานเขียนนิยายอิโรติกตามใบสั่งของแฟนเก่า แต่ฟ้าก็ใจดีส่งชายหนุ่มผู้มากประสบการณ์เซกส์มาให้ โดยที่ดันลืมเตือนว่าเขาเป็นผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมคนรักตัวเอง
ดราม่า,ชาย-หญิง,ไทย,รัก,ผู้ใหญ่,อิโรติก,สืบสวน ,ดราม่า,โรมานซ์,โรมานซ์สืบสวน,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
พระเอกนิยายสุดปลายฟ้าโชคชะตาพาปลายฟ้าผู้หวาดกลัวเรื่องบนเตียงให้มารับงานเขียนนิยายอิโรติกตามใบสั่งของแฟนเก่า แต่ฟ้าก็ใจดีส่งชายหนุ่มผู้มากประสบการณ์เซกส์มาให้ โดยที่ดันลืมเตือนว่าเขาเป็นผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมคนรักตัวเอง
เมื่อนิตยสารสารคดีที่ ปลายฟ้า เป็นนักเขียนประจำปิดตัว ทำให้ปลายผ้าต้องหันเหจากการเขียนแนววิชาการ ไปต้องเลี่ยนแนวไปเป็นนักเขียนนิยาย เพื่อหาเงินเลี้ยงดู แม่และน้องสาว โดยเฉพาะแม่ของเธอต้องรับการผ่าตัดตาในสิ้นปี ปลายฟ้าจึงเขียนนิยายรัก แล้วนำไปให้ กรินทร์ คนรักเก่าที่เป็นซีอีโอของสำหนักพิมพ์อักษรารัญจวนช่วยพิจารณา แต่กรินทร์ไม่ให้ผ่านเพราะแนวเรื่องไม่ตรงกันแนวของอักษรารัญจวนที่เน้นขายแนวนิยายอิโรติก
แต่เพราะกรินทร์ยังมีใจให้ปลายฟ้า ด้วยความรักที่หลงเหลือ จึงให้ปลายฟ้าเขียนนิยายอิโรติกโดยที่มีเขาเป็นพระเอก และเธอเป็นนางเอก แลกกับเงินค่าจ้างที่เขาจะจ่ายให้เธอเป็นรายเดือนแต่ปลายฟ้ามีปมกับเรื่องเซกส์เพราะเคยถูก เปลว พ่อเลี้ยงล่วงละเมิดในวัยเด็กและมักมีอาการทางประสาทกำเริบหากถูกกระตุ้น ทว่าด้วยเงินที่กรินทร์เสนอให้ จึงทำให้ปลายฟ้าตอบรับงาน แต่เพราะกลัวว่าจะเขียนให้ถึงตอนจบไม่ได้ ปลายฟ้าจึงตั้งใจหางานเสริม และเธอก็ได้งานแม่บ้านรีสอร์ตที่มีชื่อว่า Beyond The Horizon โดยบังเอิญจากแม่บ้านคนเก่าที่ลาออกกระทันหัน
ที่รีสอร์ตนี้ ปลายฟ้าต้องทำงานเป็นแม่บ้านประจำโซนวิลล่าการ์เด้น โดยมี แหวว หัวหน้าแม่บ้านเป็นคนคุมงาน เธอมีหน้าที่ดูแลทำความสะอาดและอำนวยความสะดวกให้แขกประจำโซน ซึ่งหนึ่งในแขกที่เธอต้องดูและคือ เข้ เจ้าของห้องหมายเลข 222 ที่เขาแอบเลี้ยงแมวโดยมีแค่เธอและเขาเท่านั้นที่รู้ นอกจากแหววแล้ว ปลายฟ้าได้เจอ ชิด บาร์เทนเดอร์ที่คอยสอนงานในห้องอาหารให้เธอ
ด้วยงานแม่บ้านนี้เองที่ปลายฟ้าจะยึดไว้เป็นอาชีพเสริมจนกว่าเธอจะเขียนนิยายอิโรติกให้กรินทร์จบ แต่มีเหตุเกิดขึ้นกับปลายฟ้าคือเธอเหยียบหางแมวที่คุณเข้เลี้ยงไว้ที่ริมสระน้ำ จนทำให้เธอตกสระ แต่เข้ก็ช่วยเธอไว้ได้ทัน ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้เข้รู้ว่าเธอต้องรับงานเขียนนิยายอิโรติกให้กรินทร์ แต่เธอไม่มีประสบการณ์เรื่องบนเตียง(แบบคู่รัก) เข้เลยเสนอว่าถ้าปลายฟ้ามาเป็นเพื่อนคุยให้เขา เขาจะเล่าประสบการณ์บนเตียงให้ฟัง ข้อตกลงแรกระหว่างปลายฟ้าและเข้จึงเริ่มขึ้น
แต่ปลายฟ้าไม่คาดคิดเลยว่าเธอจะกลายเป็นผู้เล่นคนหนึ่งในเกมล่าหาคำตอบของปริศนาฆาตกรรมในรีสอร์ทแห่งนี้
หน้าตลาดเทศบาลบนถนนสายรองก่อนเข้าเขตตัวเมืองจันทบุรีแน่นขนัดไปด้วยป้ายหาเสียง รูปหน้าผู้สมัครเรียงรายอยู่สองข้างทาง รอยยิ้มกว้างเกินจริงถูกพิมพ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับจะย้ำเตือนผู้คนว่านี่คือคนที่คุณควรเชื่อใจ แต่แหววไม่เชื่อใจใครอีกแล้ว โดยเฉพาะกับภาพคนที่อยู่บนป้าย หัวหน้าแม่บ้านทำแค่แสยะยิ้มแล้วมองผ่าน
รถติดเครื่องขยายเสียงแล่นผ่านไปเชื่องช้า ราวกับต้องการให้เสียงปราศรัยที่ดังเครื่องเล่นแทรกเข้าสู่สมองของผู้คนที่อยู่ในบริเวณ
[พ่อแม่พี่น้องครับ! ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องเปลี่ยนแปลง! โปรดเลือกผม ปองศักดิ์ ผมยินดีรับใช้พ่อแม่พี่น้องทุกท่าน!]
ชื่อนั้นดังขึ้นทุกครั้งที่รถเคลื่อนผ่านสี่แยกใหญ่ ธงสีเดียวกับโลโก้พรรคโบกสะบัดเหนือหัวผู้คน บางคนโบกมือ บางคนปรบมือ บางคนแค่ยืนดูเฉย ๆ ด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก
แหววมองซ้ายมองขวาก่อนกวักมือเรียกสามล้อมาได้คันหนึ่งก็ก้าวขาขึ้นนั่ง จากนั้นส่งกระดาษที่เขียนที่หมายให้กับพลขับวัยเดียวกัน ประมาณสิบห้านาที สามล้อคันนี้ก็พาแหววมาถึงปลายทาง
“มาเยี่ยมญาติเหรอ โดนข้อหาอะไรล่ะ”
แหววทำแค่ยิ้มพยักหน้า “วางเพลิง”
“เหรอ งั้นก็อยู่ไม่นานสิ เดี๋ยวก็ได้ออกแล้ว”
“ยี่สิบปี”
คนฟังเบิกตากว้าง แต่ไม่จำเป็นต้องเสวนาอะไรกับคนที่ใส่ใจเรื่องชาวบ้านแค่ผิวเผิน แหววยื่นเงินค่าโดยสารให้
“ช่วยรอรับฉันด้วย ฉันเข้าไปไม่นานหรอก” บอกแล้วเดินตรงไปยังอาคารสถานที่ขึ้นป้ายว่าเรือนจำจันทบุรี
เมื่อแจ้งความจำนงกับเจ้าหน้าที่ และทำตามระเบียบขั้นตอนครบถ้วนแล้ว สักพักหนึ่งคนที่เธอต้องการพบก็ปรากฏจากอีกฝั่งของอิสรภาพ ด้วยวัยเจ็ดสิบปลายของหญิงชราผมสีขาวโพลน หากนับจำนวนปีของการโทษคุมขังที่เหลือ แหววก็ตอบได้ไม่ยากเลยว่าระหว่างลมหายใจสุดท้ายกับปลายทางของอิสรภาพ อย่างไหนจะมาถึงก่อนกัน
“เธอเป็นใคร”
ถึงแม้จะบอกกับเจ้าหน้าที่ไปว่าเป็นคนรู้จักกับลูกสาวนักโทษ แต่เพราะไม่เคยพบหน้ากันเลยสักครั้ง จึงไม่แปลกที่จะถูกถามด้วยเสียงเย็นชาผ่านหูโทรศัพท์
“ฉันชื่อแหวว เป็นลูกจ้างในรีสอร์ตที่ลูกสาวคุณเป็นผู้ถือหุ้น”
ริมปากซีดแสยะยิ้มเย็นชา ดวงตากร้าวนั้นก็เปลี่ยนจากขุ่นเคืองไปเป็นเย้ยหยัน
“แล้วลูกจ้างมีอะไรจะคุยกับฉันที่เป็นแม่ของเจ้านายเธอ อย่าบอกนะว่ามาอ้อนวอนให้ฉันช่วยบอกลูกสาวฉันให้ขึ้นเงินให้เธอ”
“ฉันไม่มีปัญหาอะไรกับค่าจ้างที่คุณแพรวให้ แต่ถ้าพูดให้ถูกก็คือ ระบบการจ่ายค่าตอบแทนที่คุณเขตต์เป็นคนกำหนดตอนที่รับฉันเข้าทำงาน”
พอเอ่ยชื่อของชายหนุ่มผู้นั้น ใบหน้าของอีกฝ่ายก็ตึงขึ้นทันที
“เธอจะพูดอะไรกันแน่”
แหววจ้องอีกฝ่ายแน่วนิ่ง แล้วหยิบภาพถ่ายใบหนึ่งออกจากกระเป๋าแล้วทาบบนกระจกที่ใช้กั้นแบ่งเขตแดน “คุณรู้ไหมว่านี่คืออะไร”
แม้คนถูกถามจะเบือนสายตาไปทางอื่น แต่ริมฝีปากซีดที่กำลังขยับเม้มเผยให้เห็นถึงความหวั่นไหว
“คุณเคยใช้มันหรือเปล่า” แหววยิงคำถามที่สอง
“คุณมีประวัติติดเหล้าใช่ไหม” ตามด้วยคำถามที่สาม
“แล้วอาการติดเหล้าก็ส่งต่อให้ลูกสาวคุณใช่ไหม ลูกสาวคุณถึง...” และคำถามที่สี่
“กลับไป” เสียงตอบที่ผ่านสายโทรศัพท์แข็งจนแหววรู้สึกได้ “กลับไปซะ”
“ฉันไม่กลับจนกว่าจะรู้ว่าทำไมลูกสาวของฉันถึงต้องมาทรมานจากไอ้ยานรกนี่” แหววก็ตอบกลับเสียงแข็งปานกัน มือข้างที่ถือหูโทรศัพท์ภายในก็กำแน่นจนสั่น
“ลูกสาวเธอจะเป็นยังไง มันไม่เกี่ยวกับฉัน กลับไปได้แล้ว ไม่งั้นฉันจะสั่งให้ผู้คุมไล่เธอไป” ทั้งน้ำเสียงและการพูดจาทำประหนึ่งคนที่ไม่เคยแยแสใคร
“มีคนที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาส่งลูกสาวคุณมาเข้าคุกด้วยการแกะรอยจากไอ้ยานี่ หรือจะให้ฉันพูดแบบเดียวกันกลับไปไหมว่า ลูกสาวคุณจะเข้าคุกเหมือนคุณหรือไม่ มันก็ไม่เกี่ยวกับฉัน”
“ไอ้คนที่ว่าคือไอ้เขตต์สินะ” อีกฝ่ายพูดด้วยน้ำเสียงขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน “ถึงจะอยู่ในคุก แต่ฉันก็ได้ยินข่าวที่มันฆ่าผู้หญิงแล้วล่ะ ได้ยินว่าจะแต่งงานกันอยู่แล้ว ก็น่าสงสารอยู่นะที่ดันไปรักคนแบบนั้นเข้า โชคดีที่ลูกสาวฉันไม่ได้เห็นกงจักรเป็นดอกบัว”
คำวิพากษ์ที่พาดพิงถึงน้ำตาลทำให้คนเป็นแม่คับแค้นอยู่ในอก “ถ้าดอกบัวที่คุณว่าหมายถึงเสี่ยปองละก็ ทั้งลูกสาวคุณและลูกสาวฉันก็คงมีดอกบัวดอกเดียวกัน”
“แล้วไงล่ะ ในเมื่อมันทำให้ลูกฉันสุขสบาย ต่อให้เสี่ยไปมีเมียน้อยเรี่ยราดที่ไหนก็ตาม แต่เมียที่ถูกต้องตามกฎหมายคือแพรวพลอย และนั่นก็ทำให้ฉันมั่นใจว่าฉันคิดถูกที่ทำทุกอย่างให้แพรวพลอยได้สิ่งที่ดีที่สุด”
สิ่งที่ดีที่สุดงั้นหรือ...แหววรู้สึกเวทนาในใจ การใช้ชีวิตอยู่ในกรงขังของผู้หญิงที่ปากบอกว่าทำทุกอย่างเพื่อสิ่งที่ดีที่สุดของลูกคงไม่ได้เห็นความหวาดกลัวของลูกสาวตนยามถูกสามีข่มเหง แต่นั่นก็คงเป็นอดีตไปแล้ว ในตอนที่เธอเห็นรอยยิ้มของแพรวพลอยในตอนที่เสี่ยบุกมาหาเรื่องที่รีสอร์ต
รอยยิ้มนั้น...เหมือนรอยยิ้มของผู้ชำระความแค้นสำเร็จ
ทว่าความรู้สึกเวทนาที่เกิดขึ้นก็พลันหายไป เพราะเงาของตัวเองที่สะท้อนบนกระจกกั้น แม้จะไม่ได้ถูกลิดรอนอิสรภาพอย่างคนอีกฝั่ง แต่ก็เหมือนถูกกักขังอยู่ในความรู้สึกผิดของคำว่าสิ่งที่ดีที่สุด แต่ดีที่สุดของใคร...
‘ฉันจะไม่ถามต่อว่าคุณสู้เพื่อใครหรือเพื่ออะไร แต่สำหรับฉันมีแค่สู้เพื่อน้ำตาลเท่านั้น!’
คำพูดที่สาดใส่เขตต์ในคืนนั้นผุดขึ้นมาในความคิด เธอสู้เพื่อน้ำตาล...เพื่อน้ำตาล...แต่ผลลัพธ์ที่เธอพยายามทำเพื่อน้ำตาลมันไม่ควรเป็นแบบนี้! เธอผิดที่ไม่ฟังเสียงลูก เธอผิดที่คิดแค่ความสุขของเธอกับน้ำตาลคือสิ่งเดียวกัน เธอผิดที่ไม่เห็นสัญญาณบางอย่างเร็วกว่า หากน้ำตาลฟื้นขึ้นมาดุด่าว่ากล่าวแม่คนนี้ว่าเป็นคนทำลายชีวิตเธอ เธอก็ยอมรับทั้ง
แต่มันต้องไม่ใช่แค่เธอที่ต้องยอมรับความผิด ใครก็ตามที่ทำร้ายลูกสาวฉัน มันจะต้องชดใช้กรรม! และวันนี้ คือวันที่เธอทำตามคำปฏิญาณลั่นไว้กับตัวเอง
แหววคลี่ยิ้มอยากเยือกเย็น แล้วกรอกเสียงเรียบผ่านหูโทรศัพท์ “มีอีกอย่างที่ฉันอยากคุณ ฉันไม่ใช่แค่ลูกจ้างธรรมดา ๆ ของลูกสาวหรอกนะ แต่ฉันจะขึ้นให้การในศาลในฐานะพยานของลูกสาวคุณ ชี้เป็นชี้ตายได้ด้วยทุกคำพูดที่จะออกจากปากของฉัน”
“เธอต้องการอะไรกันแน่”
“ตอบมาว่าคุณเคยรักษาอาการติดเหล้าหรือเปล่า”
หลังจากผ่านชั่วอึดลมหายใจ แหววก็ได้คำตอบเป็นการพยักหน้า
“แล้วคุณไปซื้อไอ้ยานี่จากที่ไหนบ้าง”
อีกฝ่ายมองเธอด้วยแววตาระแวงสงสัย “จะรู้ไปทำไม”
“ทนายความของคุณเขตต์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจคงกำลังสืบร่องรอยที่มาที่ไปของยาที่แพรวพลอยอาจมีส่วนเกี่ยวข้อง และถ้าฉันไปดูลาดเลาว่าพอจะช่วยอะไรได้บ้าง...”
“ต้องการเท่าไหร่”
“ไม่มากไม่มาย แต่ฉันไม่รับ ถ้างานไม่สำเร็จ”
“สุดท้ายคนชั้นต่ำอย่างพวกแกก็หน้าเงินสินะ”
“แล้วแต่จะคิด”
แหววกรอกเสียงเรียบผ่านโทรศัพท์ ทว่าแววตาที่จ้องอีกฝ่ายนั้นไม่ต่างกับกระสุนที่กำลังถูกปล่อยให้พุ่งสู่เป้า
และแล้ว...กระสุนที่ปล่อยออกไปก็เจาะเข้ากลางใจเป้าแบบตรงเผง หลักฐานคือใบหน้าของอีกฝ่ายแสดงความวิตกออกมาแบบปิดไม่อยู่
วันพิจารณาคดีครั้งที่ 4 ณ ศาลจังหวัดพัทยา
เขตต์และวีรชัยมาถึงก่อนการพิจารณาคดีหนึ่งชั่วโมงล่วงหน้า ผ่านมา 4 นัดแล้ว คดีคืบหน้าไปสู่คำพิพากษาที่เขาต้องการมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ก็ยังวางใจไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ยังมีหลายประเด็นที่เขาต้องหาทางพิสูจน์ ใครเป็นผู้ผสมไดอะซีแพมในเหล้า ใครเป็นผู้ถ่ายเทเหล้า ใครเป็นผู้ให้ไดอะซีแพมน้ำตาล และเศษฟอยล์ห่อตัวยาที่มีลายนิ้วมือของบังอรไปตกในตึกร้านขนมของน้ำตาลได้อย่างไร
ทุกคำถามที่ศาลต้องการคำตอบนั้น ยังคงอยู่ในม่านหมอกมัว ถึงจะได้คลิปของชิดเป็นหลักฐานชิ้นใหม่ แต่ก็ไม่อาจยืนยันได้ว่าบุคลลที่มีเสียงปรากฏในคลิปนั้น จะเกี่ยวข้องกับคดีที่เขาต้องหาทางสู้
กระนั้น พยานวัตถุชิ้นใหม่นี้ ก็ทำให้เกิดการเรียกสอบปากคำลุงแก้วเพิ่ม เนื่องจากหลักฐานถ้อยคำในคลิปนั้น อาจขัดแย้งต่อคำให้การของลุงแก้วในชั้นศาลครั้งที่ที่ให้การไว้ว่าไม่รู้เห็นเรื่องการปรากฏของเศษฟอยล์บรรจุตัวยาในตึกร้านขนมของน้ำตาล แต่เมื่อถูกเรียกสอบเพิ่มเติม ลุงแก้วยอมรับว่าเห็นเสี่ยปองใช้กำลังข่มเหงน้ำตาล ซึ่งเท่ากับว่าได้เข้าในสถานที่เกิดเหตุในช่วงเวลานั้น
และอีกคนหนึ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือแพรวพลอย ผู้ที่เสียงถูกบันทึกไว้ในคลิปนั้นเช่นกัน
“ลุงแก้วไม่ยอมให้การเกี่ยวกับคุณแพรวพลอยตอนถูกเจ้าหน้าที่สอบปากคำวันก่อน”
วีรชัยเอ่ยท่ามกลางความเงียบ หลังจากถ่ายทอดการสอบปากคำที่เขาได้ยื่นต่อพนักงานสอบสวนของร่วมสังเกตการณ์ด้วยเหตุผลว่า อาจส่งผลกระทบต่อรูปคดีและกระทบสิทธิและเสรีภาพของจำเลย
ใจความในการสอบปากคำเท่าที่วีรชัยจดออกมาได้นั้นคือ
ถาม: เสียงในคลิปนี้มีเสียงของคุณด้วยใช่หรือไม่
ตอบ: ครับ มีเสียงของผม
ถาม: คุณไปทำอะไรที่นั่นเวลานั้นครับ
ตอบ: ตามน้ำตาลไปครับ ไปดูว่าเธอออกจากรีสอร์ตไปทำไม
ถาม: ทำไมถึงต้องตามออกไปดูคุณน้ำตาลหรือครับ
ตอบ: เป็นห่วงครับ คุณน้ำตาลเป็นแฟนของคุณเขตต์ ผมรักคุณเขตต์เหมือนลูกเหมือนหลาน ความห่วงก็เลยขยายไปถึงแฟนของเขา
ถาม: จากการให้การในศาลครั้งก่อน คุณให้การว่าไม่มีส่วนรู้เห็นถึงเหตุผลที่เศษห่อยาไดอะซีแพมที่มีลายนิ้วมือของคุณบังอรไปตกในตึกนั้นใช่ไหมครับ
ตอบ: ครับ ผมไม่รู้เรื่องนั้นเลย
ถาม: ทางผู้บันทึกคลิป คุณชิด ให้การว่าตอนที่วิ่งหนี ได้ยินเสียงคุณเรียกให้ไปหลบด้วยกัน ตอนนั้นก็กำลังหลบใครอยู่หรือครับ
ตอบ: หลบคนของเสี่ยปอง
ถาม : ทำไมถึงต้องหลบคนของเสี่ยปองหรือครับ
ตอบ : ผมกลัวถูกจับได้
ถาม : กลัวถูกจับได้เรื่องอะไรหรือครับ
ตอบ: เรื่องที่เสี่ยปองกำลังกระทำชำเราน้ำตาล
ถาม : หมายความว่าคุณทราบเรื่องการกระทำของเสี่ยปองแล้ว รวมถึงคุณชิดที่มีการบันทึกภาพไว้ แต่ทำไมทั้งคุณและคุณชิดถึงไม่แจ้งความครับ ไม่ทราบว่ามีเหตุผลที่เกี่ยวกับคุณแพรวพลอยที่มีเสียงปรากฏในคลิปหรือไม่ครับ
ตอบ : เรื่องที่เกี่ยวข้องต่อจากนี้ ผมขอให้การในชั้นศาลทั้งหมด
ถาม : จะไม่ให้การเพิ่มเติมในชั้นสอบสวนครั้งนี้ใช่หรือไม่
ตอบ : ครับ ผมขอใช้สิทธิไม่ให้การเพิ่มเติม
และคำตอบสุดท้ายนั้นเอง ที่วีรชัยกำลังเฝ้ารอว่าลุงแก้วจะให้การแบบไหนในชั้นศาล ส่วนเขาอยากรู้ว่าคนที่บอกว่ารักเขาเหมือนลูกเหมือนหลาน ทำไมถึงยอมให้เกิดเรื่องแบบนี้กับเขา
เสียงของวีรชัยเตือนเขาเมื่อได้เวลาเข้าสู่สนามรบอีกครั้ง ร่างสูงลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินออกจากห้องสำหรับรอ ตามหลังทนายความคู่ใจ ในตอนที่ใกล้ถึงทางเข้าห้องพิจารณาคดี คู่กรณีของเขาก็กำลังเดินมาจากอีกฝั่งของโถงทางเดิน
“ดูเหมือนว่าจะบางคนดีใจจนเนื้อเต้นที่ได้หลักฐานชิ้นใหม่”
ไม่มีอะไรให้เขาต้องใส่ใจกับคำพูดของแพรวพลอยหรือสายตาเย็นเยียบของแหวว เขตต์ทำแค่ปรายตามองแล้วก้าวขาเดินเข้าสู่สถานที่แห่งความยุติธรรมจะได้แสดงบทบาทของมันอย่างเต็มที่
“เปิดการพิจารณาคดี!”
หลังเสร็จสิ้นพิธีการตามขั้นตอน ค้อนของผู้พิพากษาก็กระทบลงบนโต๊ะเสียงดังก้องกังวาน
“วันนี้เป็นนัดสืบพยานฝ่ายจำเลย ศาลจะพิจารณาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสารไดอะซีแพมและเหตุการณ์ในคืนเกิดเหตุ ซึ่งเกี่ยวข้องกับประเด็นสำคัญเรื่อง ‘เจตนา’ ของจำเลย ฝ่ายจำเลยพร้อมแถลงความหรือไม่”
“พร้อมครับ” วีรชัยลุกขึ้นพร้อมกับขยับเสื้อสูทเล็กน้อย แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงดังฟังชัดทั่วห้องพิจารณาคดี “ก่อนอื่นผมขอสรุปประเด็นสำคัญของคดีดังนี้...
จากพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวนคดี ประการแรก ผลการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับสุราของกลาง แสดงให้เห็นว่า สุราที่อยู่ในขวด ‘น้ำตาล’ มิใช่สุราที่จำเลยบ่มในขวดแก้ว หากแต่เป็นสุราที่ถูกถ่ายสลับมาจากแหล่งอื่น อีกทั้งขวดสุรา ‘เขตต์’ ซึ่งเป็นของกลาง ยังพบรอยเข็มเจาะผ่านซีลหลายตำแหน่ง อันแสดงให้เห็นว่ามีบุคคลอื่นเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับขวดสุราดังกล่าว ดังที่ปรากฏในบันทึกการพิจารณาครั้งที่หนึ่ง...
ประการที่สอง รายงานผลตรวจทางพิษวิทยายืนยันว่าจำเลยมีสารไดอะซีแพมและแอลกอฮอล์ในระดับที่สามารถก่อให้เกิดภาวะกดประสาทส่วนกลาง ทำให้เกิดอาการมึนงง สูญเสียการควบคุมร่างกาย และความจำขาดช่วง และในรายงานฉบับเดียวกัน ยังระบุไว้โดยชัดแจ้งว่า ไม่ปรากฏหลักฐานว่าจำเลยตั้งใจมอมตนเอง...
ดังนั้น แหล่งที่มาของไดอะซีแพมจึงเป็นข้อเท็จจริงสำคัญที่ศาลจำเป็นต้องพิจารณา จากหลักฐานของทางเจ้าหน้าที่สืบสวน ยาดังกล่าวเคยถูกจ่ายให้แก่บุคคลหนึ่งซึ่งเกี่ยวข้องกับสถานที่เกิดเหตุ ด้วยเหตุนี้ ฝ่ายจำเลยจึงขออนุญาตศาลนำ นายแก้ว จันรำไพ เข้าสืบเป็นพยาน เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการครอบครองและที่มาของยาไดอะซีแพมดังกล่าว”
เมื่อศาลอนุญาต พยานปากแรกของนัดพิจารณาคดีครั้งนี้ ก็เดินเข้ามาด้วยย่างก้าวที่เชื่องช้าราวกับต้องการถ่วงเวลา เขตต์มองร่างนั้นแล้วก็ถอนลมหายใจคุกรุ่นที่อัดแน่นออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ เขายังภาพตอนที่เห็นลุงแก้วถือสุราขวดสำคัญของพ่อหน้ากองเพลิงที่ลุกโหมจนเหมือนจะถึงฟ้าได้ดี
“พยานครับ จากคำให้การของคุณปลายฟ้า เธออ้างว่าไดอะซีแพมที่เป็นของกลางนั้นเคยอยู่ในกระเป๋าผ้ากันเปื้อนชุดเก่าของคุณบังอร ซึ่งข้อมูลการจ่ายยาปรากฏว่ายานั้นถูกจ่ายให้แก่คุณ ถูกต้องใช่ไหมครับ”
“ครับ” ลุงแก้วก้มหน้าตอบ
“จากข้อมูลการจ่ายยา ระบุไว้ว่าเพื่อรักษาอาการติดสุรา คุณช่วยเล่ารายละเอียดเรื่องนี้ให้หน่อยได้ไหมครับ”
“...ผมเคยมีติดเหล้าขั้นรุนแรง จนถูกไล่ออกจากงาน พอจะไปสมัครงานที่ใหม่ เขามีกฎว่าต้องรักษาอาการติดเหล้าก่อนถึงจะรับเข้าทำงาน”
“คุณก็เลยเข้ารับการรักษาอาการติดเหล้าที่สถานพยาบาลแห่งหนึ่ง...ในจังหวัดจันทบุรีใช่ไหมครับ”
คำถามต่อมาของวีรชัยทำให้พยานวัยชรายิ่งไปพักหนึ่งก่อนพยักหน้าแทนการเอ่ยคำตอบ
“ผมขอทราบสถานที่ทำงานที่ใหม่ที่ร้องขอให้คุณรักษาอาการติดเหล้าได้ไหมครับ”
ลุงแก้วหายใจติดขัดอย่างเห็นได้ชัด แล้วเหลือบมองมาทางเขตต์เพียงแวบเดียวจากนั้นก็ก้มหน้า “รีสอรต์ของคุณเขตต์ครับ คุณเขตต์บอกให้ผมรักษาอาการติดเหล้าก่อน”
เกิดเสียงพึมพำดังขึ้นในห้องพิจารณาคดี แต่เมื่อประธานผู้พิพากษาประกาศให้อยู่ในความสงบ ห้องก็กลับมาเงียบอีกครั้ง
“รีสอร์ตของคุณเขตต์อยู่ในจังหวัดชลบุรี มีสถานพยาบาลมากมายที่สามารถรักษาอาการติดเหล้าได้ แต่แล้วคุณมีเหตุอะไรถึงได้ไปรักษาที่จันทบุรีครับ”
“เพราะ...ผมเคยมีประวัติการรักษาอาการติดเหล้าที่จันทบุรี”
“หมายความว่าครั้งนี้เป็นการรักษาครั้งที่สอง แล้วเหตุผลที่คุณรักษาครั้งแรกนั้นเป็นเพราะอะไรครับ”
“...” ลุงแก้วเงียบไปชั่วขณะ “เพราะที่ทำงานที่ผมจะเข้าทำงานตอนนั้นบอกให้ผมไปรักษาอาการติดเหล้าให้ได้ก่อน เขาถึงจะรับเข้าทำงาน”
“ไม่ทราบว่า เขาที่คุณกล่าวนี้หมายถึงใครครับ” ลุงแก้วเม้มริมฝีปาก ดูราวกับอึดอัดที่สุดเท่าที่ถูกตั้งคำถาม แต่แล้วก็คลี่คำพูดออกมาด้วยเสียงแหบแห้ง “...คุณนาวา...พ่อของคุณเขตต์”
ตอนนั้นเองอัยการก็แทรกเสียงขอคัดค้าน
“คัดค้านครับ ศาล คำถามนี้ไม่เกี่ยวข้องกับข้อเท็จจริงในคดีโดยตรง เป็นเพียงการสอบถามถึงประวัติส่วนตัวของพยาน ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับประเด็นว่ามีผู้ใดใส่ยาไดอะซีแพมหรือมีผู้ใดยุ่งเกี่ยวกับขวดสุราของกลาง”
“ฝ่ายจำเลยต้องการแสดงให้เห็นว่า พยานมีความเกี่ยวข้องกับสถานที่ดังกล่าวมาก่อน และเคยทำงานร่วมกับบิดาของจำเลย ผู้เชี่ยวชาญในการบ่มสุราที่มีเทคนิคพิเศษคือการเติมรสชาติและกลิ่นโดยไม่ต้องเปิดฝา”
“ศาลเห็นว่า คำถามดังกล่าวอาจเชื่อมโยงกับประเด็นเรื่องการจัดการขวดสุราของกลาง จึงอนุญาตให้ถามได้ แต่ขอให้ทนายจำเลยซักถามเฉพาะเท่าที่เกี่ยวข้องกับข้อพิพาทในคดี”
วีรชัยโค้งคำนับ แต่นั่นก็คงทำไปตามมารยาท เพราะแววตาทนายความคนเก่งของเขาฉายประกายคล้ายสัตว์ล่าเนื้อที่พร้อมแล้วที่จะตะครุบเหยื่อตรงหน้า
“ผมขอกลับไปที่คำถามเกี่ยวกับการรักษาอาการติดเหล้า คุณมีประวัติการรักษาที่นั่นอยู่แล้วในอดีต แต่ปริมาณการจ่ายยาแค่หนึ่งแผง ซึ่งเป็นแผงที่คุณปลายฟ้าอ้างว่าพบในกระเป๋าผ้ากันเปื้อนของคุณบังอร ข้อมูลนี้ถูกต้องไหมครับ”
“...ถูกต้องครับ”
“ถ้าอย่างนั้น ผมขอยื่นหลักฐานชิ้นใหม่เป็นครั้งแรกในศาล เป็นแผงยาที่ที่ยังไม่มีการแกะ และไร้ลายนิ้วมือ แผงยาแผงนี้ คุณปลายฟ้านำมายื่นส่งให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจเมื่อวานนี้โดยเธออ้างว่า พบมันอยู่ในตู้เก็บของในห้องพักของคุณเขตต์”
ทันทีที่วีรชัยพูดจบ เขาก็ยื่นเอกสารต่อเจ้าหน้าที่ศาลเพื่อให้แจกจ่ายต่อไปยังผู้พิพากษาและอัยการ
ในเอกสารนั้นมีภาพถ่ายสองใบ ใบแรกคือภาพถ่ายไดอะซีแพมที่วีรชัยเพิ่งเอ่ยไป ส่วนใบที่สองเป็นภาพถ่ายยาแก้ปวดไมเกรนยี่ห้อหนึ่งที่มีรอยกรีดบนแผงยา และทันทีที่ศาลอนุญาตให้แหววที่เป็นโจทก์ร่วมได้ดูหลักฐานเหล่านั้น เขตต์ก็ทันได้เห็นการขยับมุมปากเล็กน้อย ส่วนแพรวพลอยนั้น จ้องเขม็งไปยังภาพที่สองราวกับกำลังฝังดวงตาของเธอไว้ในภาพ
“พยานครับ บอกผมได้ไหมครับว่าไดอะซีแพมในรูปนี้เกี่ยวพันยังไงกับไดอะซีแพมในกระเป๋าผ้ากันเปื้อนของคุณบังอร”
“ไม่...ผมไม่รู้”
วีรชัยคลี่ยิ้ม แล้วหันไปทางศาล “จากหลักฐานการจ่ายยาไดอะซีแพมของสถานพยาบาล เป็นการจ่ายยาแบบใบสั่งซึ่งมีอายุสองเดือน โดยที่พยานได้รับยาจากสถานพยาบาลแล้วในวันที่เข้ารักการรักษา แต่เนื่องด้วยมีการเขียนใบสั่งยา พยานสามารถนำใบสั่งยานั้นไปทำการซื้อยาเองที่ร้านขายได้ และแผงยาที่แสดงในรูปถ่ายก็มาจากการจำหน่ายยาตามใบสั่งของร้านขายยาแห่งหนึ่งในจันทบุรี”
“ทนายฝ่ายจำเลย ไม่ทราบว่ามีเจตนาต้องการสื่ออะไร” ผู้พิพากษาเริ่มสับสน
“คำถามลำดับต่อไปนี้จะทำให้ท่านได้คำตอบ” วีรชัยหันไปคำนับศาลหนึ่งทีแล้วหันไปจ้องใบหน้าที่ก้มต่ำจนคางแทบติกหน้าอกของลุงแก้ว “พยานครับ คุณยืนยันใช่ไหมว่า หลังจากได้รับยาไดอะซีแพมจากสถานพยาบาลแล้ว คุณยังสามารถนำใบสั่งยาไปซื้อยาที่ร้านขายยาได้อีกภายในสองเดือน”
“...ครับ”
“แล้วคุณได้ไปซื้อยาที่ร้านขายยาเพิ่มเติมหรือไม่”
ลุงแก้วลังเลเล็กน้อย ก่อนตอบเสียงเบา “เคย...ครับ”
เสียงพึมพำเบา ๆ เกิดขึ้นอีกครั้งในห้องพิจารณา จังหวะนั้น วีรชัยหยิบเอกสารอีกชุดหนึ่งขึ้นมาชูขึ้นในมือ “ศาลครับ เอกสารชุดนี้เป็นบันทึกการจำหน่ายยาจากร้านขายยาแห่งหนึ่งในจังหวัดจันทบุรี ซึ่งระบุว่ามีการจำหน่ายยาไดอะซีแพมตามใบสั่งแพทย์ในช่วงเวลาเดียวกับที่พยานถือครองใบสั่งยา โดยผมจะขอยื่นเป็นหลักฐานฝ่ายจำเลยศาลครั้งนี้”
จากนั้นก็ยิงคำถามชุดต่อไปที่เป็นเหมือนขีปนาวุธร้าย “พยานครับ ในเอกสารระบุว่ามีการจ่ายยาสองแผง แผงหนึ่งมีเลขที่ล็อตผลิตเดียวกันกับแผงที่พบในกระเป๋าผ้ากันเปื้อนของคุณบังอร และอีกแผงระบุล็อตผลิตตรงกับแผงที่พบในห้องของคุณเขตต์ ทั้งที่ใบสั่งยาเขียนปริมาณการจ่ายแค่หนึ่งแผง...หากจ่ายยาเกินใบสั่ง ก็อาจเป็นความผิด แต่คงมีเหตุผลบางอย่างที่ทำให้ร้านขายยาแห่งนั้นยอมจ่ายให้... ไม่ทราบว่าเป็นเพราะอะไร”
เกิดช่องว่างของบทสนทนา และมันกินเวลานานพอที่ทุกคนในห้องจะเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ กระทั่งพยานวัยชราเอ่ยบอกพร้อมกับเงยหน้ามองวีรชัยด้วยแววตาว่างเปล่า
“ผมอ้างชื่อ...คุณนาย...”
“คุณนาย?”
“คุณแม่ของคุณแพรวพลอย...”
คุยกันหน่อย
ไรท์ขอบคุณมากนะคะ สำหรับนักอ่านที่ติดตามเรื่องราวมาตลอดจนถึงตอนนี้ ไรท์ยังตั้งใจอัพนิยายเรื่องนี้จนจบ เมื่อจบแล้วจะเปิดให้อ่านฟรี 7 วัน เมื่อครบแล้วไรท์ขอปิดเพื่อทำการปรับปรุงตามกระบวนการบรรณาธิการก่อนออกเป็นอีบุ๊ก
หากชอบเรื่องราวรักดรามาแนวต่อสู้คดีแบบนี้ ก็ฝากกดเข้าชั้น กดติดตามกันด้วยนะคะ หากตรงไหนมีคำผิด ไรท์ก็ขออภัย และจะแก้ไขให้ถูกต้องค่ะ