โชคชะตาพาปลายฟ้าผู้หวาดกลัวเรื่องบนเตียงให้มารับงานเขียนนิยายอิโรติกตามใบสั่งของแฟนเก่า แต่ฟ้าก็ใจดีส่งชายหนุ่มผู้มากประสบการณ์เซกส์มาให้ โดยที่ดันลืมเตือนว่าเขาเป็นผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมคนรักตัวเอง
ดราม่า,ชาย-หญิง,ไทย,รัก,ผู้ใหญ่,อิโรติก,สืบสวน ,ดราม่า,โรมานซ์,โรมานซ์สืบสวน,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
พระเอกนิยายสุดปลายฟ้าโชคชะตาพาปลายฟ้าผู้หวาดกลัวเรื่องบนเตียงให้มารับงานเขียนนิยายอิโรติกตามใบสั่งของแฟนเก่า แต่ฟ้าก็ใจดีส่งชายหนุ่มผู้มากประสบการณ์เซกส์มาให้ โดยที่ดันลืมเตือนว่าเขาเป็นผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมคนรักตัวเอง
เมื่อนิตยสารสารคดีที่ ปลายฟ้า เป็นนักเขียนประจำปิดตัว ทำให้ปลายผ้าต้องหันเหจากการเขียนแนววิชาการ ไปต้องเลี่ยนแนวไปเป็นนักเขียนนิยาย เพื่อหาเงินเลี้ยงดู แม่และน้องสาว โดยเฉพาะแม่ของเธอต้องรับการผ่าตัดตาในสิ้นปี ปลายฟ้าจึงเขียนนิยายรัก แล้วนำไปให้ กรินทร์ คนรักเก่าที่เป็นซีอีโอของสำหนักพิมพ์อักษรารัญจวนช่วยพิจารณา แต่กรินทร์ไม่ให้ผ่านเพราะแนวเรื่องไม่ตรงกันแนวของอักษรารัญจวนที่เน้นขายแนวนิยายอิโรติก
แต่เพราะกรินทร์ยังมีใจให้ปลายฟ้า ด้วยความรักที่หลงเหลือ จึงให้ปลายฟ้าเขียนนิยายอิโรติกโดยที่มีเขาเป็นพระเอก และเธอเป็นนางเอก แลกกับเงินค่าจ้างที่เขาจะจ่ายให้เธอเป็นรายเดือนแต่ปลายฟ้ามีปมกับเรื่องเซกส์เพราะเคยถูก เปลว พ่อเลี้ยงล่วงละเมิดในวัยเด็กและมักมีอาการทางประสาทกำเริบหากถูกกระตุ้น ทว่าด้วยเงินที่กรินทร์เสนอให้ จึงทำให้ปลายฟ้าตอบรับงาน แต่เพราะกลัวว่าจะเขียนให้ถึงตอนจบไม่ได้ ปลายฟ้าจึงตั้งใจหางานเสริม และเธอก็ได้งานแม่บ้านรีสอร์ตที่มีชื่อว่า Beyond The Horizon โดยบังเอิญจากแม่บ้านคนเก่าที่ลาออกกระทันหัน
ที่รีสอร์ตนี้ ปลายฟ้าต้องทำงานเป็นแม่บ้านประจำโซนวิลล่าการ์เด้น โดยมี แหวว หัวหน้าแม่บ้านเป็นคนคุมงาน เธอมีหน้าที่ดูแลทำความสะอาดและอำนวยความสะดวกให้แขกประจำโซน ซึ่งหนึ่งในแขกที่เธอต้องดูและคือ เข้ เจ้าของห้องหมายเลข 222 ที่เขาแอบเลี้ยงแมวโดยมีแค่เธอและเขาเท่านั้นที่รู้ นอกจากแหววแล้ว ปลายฟ้าได้เจอ ชิด บาร์เทนเดอร์ที่คอยสอนงานในห้องอาหารให้เธอ
ด้วยงานแม่บ้านนี้เองที่ปลายฟ้าจะยึดไว้เป็นอาชีพเสริมจนกว่าเธอจะเขียนนิยายอิโรติกให้กรินทร์จบ แต่มีเหตุเกิดขึ้นกับปลายฟ้าคือเธอเหยียบหางแมวที่คุณเข้เลี้ยงไว้ที่ริมสระน้ำ จนทำให้เธอตกสระ แต่เข้ก็ช่วยเธอไว้ได้ทัน ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้เข้รู้ว่าเธอต้องรับงานเขียนนิยายอิโรติกให้กรินทร์ แต่เธอไม่มีประสบการณ์เรื่องบนเตียง(แบบคู่รัก) เข้เลยเสนอว่าถ้าปลายฟ้ามาเป็นเพื่อนคุยให้เขา เขาจะเล่าประสบการณ์บนเตียงให้ฟัง ข้อตกลงแรกระหว่างปลายฟ้าและเข้จึงเริ่มขึ้น
แต่ปลายฟ้าไม่คาดคิดเลยว่าเธอจะกลายเป็นผู้เล่นคนหนึ่งในเกมล่าหาคำตอบของปริศนาฆาตกรรมในรีสอร์ทแห่งนี้
สัมผัสของโซฟาสำหรับญาติในห้องผู้ป่วยแบบพิเศษไม่ได้นั่งสบายกว่าเก้าอี้นั่งรอตรวจ แต่หากเทียบกับคนที่ต้องนอนอยู่บนเตียงนั่นแล้ว แค่ปัญหาความแข็งทื่อไม่สบายตัวก็เหมือนเป็นเรื่องฝุ่นผงในจักรวาล
เขตต์สูดลมหายใจเข้าออก รับรู้ความเย็นของอากาศจากเครื่องปรับอากาศที่ส่งเสียงคำรามเบา ๆ แข่งกับเสียงของเครื่องช่วยหายใจที่ถูกเปลี่ยนจากตัวใหญ่เป็นตัวเล็กตามความประสงค์ของมารดาผู้ป่วย ซึ่งนั่นหมายถึงการค่อย ๆ เตรียมสภาพจิตใจไม่ให้พังทลายในครั้งเดียวหากถึงวันบอกลา
เสียงเปิดประตูทำให้เขตต์ที่เอนหลังกับพนักโซฟาละสายตาจากร่างผอมบางไร้พลังชีวิตบนเตียงหันไปมอง เขาไม่ได้คาดหวังจะพบกับรอยยิ้ม แต่ก็ไม่คิดว่าจะได้เห็นแววตาประหลาดใจ
“คุณมาทำอะไรที่นี่”
แล้วก็ไม่คิดว่าจะถูกถามด้วยคำถามนั้นเช่นกัน “คุณแหววถามเหมือนผมไม่มีสิทธิ์เข้ามาในห้องนี้”
หัวหน้าแม่บ้านยังยืนนิ่งอยู่ที่ประตู ทั้ง ๆ ที่ก็ไม่มีใครยืนขวางทาง เว้นแต่เขาเองกระมังที่เหมือนเป็นสิ่งขวางตาของคนมอง
เขตต์ผ่อนลมหายใจ แล้วลุกขึ้นยืนด้วยรู้ว่าเขาไม่เคยถูกหญิงวัยแม่คนนั้นต้อนรับนับตั้งแต่การคบหาระหว่างเขาและน้ำตาลถูกเปิดเผย
“ผมมาเยี่ยมน้ำตาล เล่าความคืบหน้าของคดีให้เธอฟัง บอกเธอว่าผมยังทำทุกอย่างเพื่อพิสูจน์ความจริง”
แหววเหยียดยิ้ม “แล้วบอกด้วยหรือเปล่าล่ะว่าพอสิ้นสุดความสัมพันธ์กับน้ำตาล คุณก็คบหาผู้หญิงคนใหม่ได้เรื่อย ๆ”
เขาไม่รู้สึกอยากตอบโต้ ไม่ใช่เพราะยอมรับและไม่มีทางยอมรับ แต่เขาไม่อยากอธิบายตัวเองให้คนที่ยืนยันที่จะอยู่อีกฝั่งของกำแพง ถึงกระนั้นก็มีเหตุให้สงสัยในตัวหัวหน้าบ้านคนนี้
“เป็นคุณแหววใช่ไหมครับ ที่อยู่ในขบวนการเดียวกับปลายฟ้า”
“ขบวนการอะไร” เสียงที่ตอบมาตึงจนถ้าเป็นหนังยาง ก็คงดีดใส่เจ็บน่าดู
“ก็...ขบวนการนักสืบจำเป็น”
อีกฝ่ายไปตอบคำถาม แต่การผ่อนลมหายใจที่เหมือนกำลังเก็บกลั้นอะไรสักอย่างบอกเขาได้ว่าเขาเดาถูกทาง แค่นี้ก็เพียงพอที่จะตอบคำถามมากมายในหัวแล้ว
ทั้งแผงยาไดอะซีแพมแผงใหม่ที่พบในห้องของเขา และการลอบเข้าห้องของชิดกับปลายฟ้าในตอนนั้นก็เช่นกัน ก็ในเมื่อคนที่คีย์การ์ดมีแค่สาม หากคิดจากความเป็นไปได้แล้วก็ไม่พ้นแหวว ตามปกติแล้วก็เหมือนเขากำลังถูกเล่นกลเกมแบบไม่ชอบมาพากล ทว่าเรื่องล็อตยาของไดอะแพมแผงใหม่กับแผนชิงคีย์การ์ดเปิดคลังสมบัติของปลายฟ้า กลับเอื้อประโยชน์ให้กับรูปคดีของฝ่ายจำเลย
ยิ่งหลักฐานการหาซื้อยาของลุงแก้วที่ร้านขายยานั้น หากไม่ระบุพิกัดละก็ วีรชัยก็คงไม่สามารถหาข้อมูลสำคัญจากร้านขายยาที่มีมากมายในจันทบุรีจนเชื่อมโยงไปถึงแม่ของแพรวพลอยได้แบบไม่น่าเชื่อ ไม่สิ...เขตต์เริ่มฉุกคิด ไม่ใช่เริ่มหาข้อมูลจากร้านขายยา แต่เริ่มหาจากแม่ของแพรวพลอยต่างหาก
“คุณแหววไปเรือนจำมาใช่ไหม”
“...” ลมหายใจหนักดังจากร่างท้วมอีกครั้ง “ใช่”
“ไปทำไม”
ครั้งนี้ดวงตาดุคู่นั้นตวัดมองเขาตรง ๆ “ก็ตามหาข้อมูลจากเบาะแสที่ได้”
“เบาะแส?”
“ประวัติพนักงานตอนกรอกใบสมัคร แล้วก็บันทึกตอนสอบสัมภาษณ์”
นั่นสินะ ในเมื่อคุณแหววคุมการเข้าออกและรับสมัครแม่บ้านภายใต้อำนาจของแพรวพลอย เอกสารพวกนั้นก็คงจะผ่านตามแล้ว และถ้าเบาะแสอะไรที่ว่านั้นจะเกี่ยวกับคดีทั้งของ Beyond The Horizon และล่องนาวา ก็ต้องเป็นเอกสารการสมัครงานของบังอรและลุงแก้วอย่างแน่นอน
“คุณนายไพลินเป็นยังไงบ้าง” เขาไม่ได้อยากรู้ความเป็นไปเรื่องสุขพลานามัยของคนบงการเผาร้านจนพ่อแม่ของเขาตายในกองเพลิงหรอก เพียงแต่สงสัยว่าภาพลักษณ์ของคุณนายในสายตาแหววเป็นอย่างไร
“อวดดี หยิ่งยโส ดูถูกคนที่คิดว่าต่ำกว่า”
การใช้ชีวิตในเรือนจำหลายปีไม่ทำให้ใครบางคนไม่เปลี่ยนแปลงเลย “เขายังคงว่าการที่เขาต้องเข้าคุกเป็นความผิดของผมอยู่สินะ”
“เรื่องนั้นฉันไม่รู้หรอกนะ แต่ก็อาจจะใช่ คนที่รักตัวเองจนมองไม่เห็นหัวใจใคร ก็คงจะเป็นนั้น ถ้ามีอะไรที่จะทำให้ตัวเองเดือดร้อน ก็เผาชีวิตของลูกมาเติมเชื้อฟืนความสุขให้ตัวเองได้”
“...ผมไม่เข้าใจ”
“คุณไม่จำเป็นต้องเข้าใจ...” จู่ ๆ แหววหยุดพูดชั่วขณะ คล้ายว่าคำพูดที่กำลังเปล่งออกมาเป็นเหมือนหนามแหลม ดวงตาที่แข็งกร้าวก็มีความไหวสั่นปรากฏชัดเจนโดยไม่ปิดบัง
“แค่รู้ว่า...ผู้หญิงคนนั้น...ก็เหมือนกับฉัน...เพียงแต่...” คำต่อมานั้นแผ่วเบาเสียจนเขาต้องตั้งใจฟัง “เขาไม่รู้ตัว แต่ถ้าเขารู้ตัว...ก็จะอยู่กับความรู้สึกผิดต่อลูกไปจนตาย”
“คุณแหวว...”
“รู้สึกผิด...ไปจนตาย...”
เมื่อใดที่หินผาแข็งแกร่งพังครืน เมื่อนั้นเขาก็ได้เห็นน้ำตาจระเข้ เขตต์ไม่อาจละสายตาไปจากภาพความอ่อนแอของคนเป็นแม่คนหนึ่งได้เลย แหววหลั่งน้ำตาส่งเสียงคร่ำครวญหนักพอ ๆ กับตอนที่วิ่งตามเตียงเคลื่อนย้ายผู้ป่วยที่หาบร่างของน้ำตาลเข้าห้องฉุกเฉิน
“ผมก็อยากให้คุณแหววรู้ว่า...ผมเองก็รู้สึกผิด”
แหววสูดขี้มูกส่ายหน้า “ไม่...ฉันเองก็ผิดต่อคุณ เพราะฉันกลัว กลัวว่าน้ำตาลจะผิดหวัง กลัวว่าน้ำตาลจะไม่มีความสุขถ้ารักกับคุณ เพราะ...ถ้าเป็นอย่างนั้น...ฉันก็คงทนไม่ได้”
เสียงเคาะกรอบประตูดัง ก่อนที่นางพยาบาลจะเข้ามาตรวจวัดร่างกายตามเวลา แหววจึงอดกลั้นน้ำตาเท่าที่ความเข้มแข็งยังเหลืออยู่ แล้วหลีกทางให้นางพยาบาลได้ทำหน้าที่ของตัวเอง ส่วนเขาก็ยังเหลือหน้าที่ที่ต้องทำ คือการลากตัวคนผิดมารับกรรม และเมื่อถึงตอนนั้น...
เขตต์จ้องไปยังแผ่นหลังของแหววที่ก้มโค้งโอบกอดลูกสาวผู้เป็นดวงใจ
...น้ำตาลจะเป็นเหยื่อคนสุดท้าย จริง ๆ
***
ฝากรักฝังแค้นเมียบำเรอ ตอนอวสาน แบบที่ 1
ทางเลือกของลัลลาบาย
[ลัลลาบายคาดการณ์ไว้ถูกต้อง เพราะคนอย่างอริสาไม่ใช่นางร้ายอย่างในละคร แต่หล่อนคือยายปีศาจจอมวางแผน การที่ปรากฏตัวให้เคนเห็นก็เพื่อหลอกล่อให้เข้าสู่กับดัก แต่เคนเป็นตัวล่อส่วนเป้าหมายที่อริสาต้องการคือเธอ ดังนั้นอริสาจึงเปิดระบบตามหาโทรศัพท์ของเคนไว้เพื่อนำทางให้เธอมาที่นี่
ในห้องอับมืด เคนถูกจับผูกผ้าปิดตา มัดมือและเท้าและขังไว้จนได้ยินเสียงของหญิงสาวที่ไม่ควรปรากฏตัวต่อหน้าเขา
“เคน!” เธอรีบถลาเข้ามาแก้ปิดตาและคลายเชือกให้อย่างทุลักทุเล
“บาย!” ทนายหนุ่มไม่ได้ดีใจเลยที่เห็นเธอ นึกเข่นเขี้ยวไอ้ภูมินทร์ที่ปล่อยให้เธอมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร “ไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้ก่อนที่อริสาจะกลับมา”
“เราต้องหนีไปด้วยกัน บายจะไม่ทิ้งเคนไปอีกแล้ว”
“บาย...” แทบไม่เชื่อหูตัวเอง แต่เวลานี้ไม่เหมาะที่จะรื้อฟื้นอดีต เคนจับมือเธอแล้ววิ่งไปที่ประตู แต่ดูเหมือนว่าแผนการถูกวางไว้แล้ว อริสาถีบประตูเข้ามา แล้วยกปืนเล็งมาที่พวกเขา
“ถ้าพวกแกตาย พยานก็จะหายไปสอง ดีจริงแผนยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวของฉันได้ผลเหลือคาด คิดไว้แล้วว่านังบายตัดแกไม่ขาด ปากก็บอกว่ารักภูมินทร์ แต่หัวใจก็แอบเก็บผัวเก่าไว้ แพศยาแบบนี้ทำไมแกถึงได้เป็นคนที่ถูกรัก แต่ฉันกลับต้องพยายามทุกอย่างเพื่อให้คนรัก และในเมื่อทำดีไม่รุ่ง ก็เลวให้สุดใจไปเลย!”
“สิ่งที่เธอทำมันไม่ใช่การมอบความรัก ที่เธอทำให้คนอื่นรักก็เพราะเห็นแก่ตัวไม่ใช่เห็นแก่ความรัก!” ลัลลาบายลั่นเสียงสู้
อริสาคลี่ยิ้มร้าย “อ้อ มีลูกกับผู้ชายอันเป็นที่รัก แล้วหนีเขามาอ้าแขนปกป้องผู้ชายอีกคน แบบนี้ก็เรียกว่าทำเพื่อเห็นแก่ความรักสินะ”
ลัลลาบายไม่ตอบโต้ แต่พยายามหาช่องทางหนี พลันนั้น มีเสียงโทรโข่งประกาศให้อริสายอมมอบตัวดังจากด้านนอก แต่ดูเหมือนว่าอริสาไม่ยุติบทนางร้าย
ปัง!หล่อนลั่นไกปืนใส่เข่าของเคน แม่นยำราวจับวาง
“เคน!” ลัลลาบายเข้าไปประคองชายหนุ่มที่ทรุดฮวบลงกับพื้น
“ต่อไปตาแก นังบาย”
ปัง!
อริสายิงแม่นเช่นเคย แต่ลูกปืนไม่ได้เข้าไประคายผิวลัลลาบายแม้แต่น้อย เพราะชายหนุ่มโผเข้ารับแทน ลูกปืนที่ควรพุ่งทะลวงใส่หน้าอกหญิงสาวจึงฝันลึกในร่างของชายหนุ่มที่ล้มลงหมดลมหายใจในวินาทีนั้น
“เคน!”
เมื่อเสียงปืนดังถึงสองนัด กองกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจก็บุกเข้าประชิดตัวรอบด้าน อริสารู้ว่าไม่มีทางหนี จึงจะปลิดชีพลัลลาบายล้างความแค้นที่ถูกหักหลัง แต่ไกปืนไม่ทันถูกแตะ ร่างของอริสาก็ล้มลงหน้าคว่ำมีเลือดไหลออกจากศีรษะด้านหลัง
วิสามัญฆาตกรรมถูกตัดสินใช้ก่อนที่จะผู้บริสุทธิ์จะตายเป็นศพที่สอง
ภูมินทร์ตามไปทันได้เห็นเหตุการณ์แต่ไม่คิดว่าเคนจะถูกยิงตาย จากปากคำของลัลลาบายที่คร่ำครวญร้องไห้ไม่หยุดคือเคนปกป้องเธอครั้งสุดท้าย เป็นความกล้าหาญที่ภูมินทร์ต้องตั้งคำถามกับตัวเอง และคำถามนี้สร้างความสับสนให้จิตใจชายหนุ่มยิ่งกว่าคำถามว่าลัลลาบายหลงเหลือหัวใจให้เขากี่เสี้ยว
แล้วในวันที่เด็กชายภูผามีอายุครบหนึ่งปี ลัลลาบายหายตัวออกจากบ้าน ภูมินทร์หาเท่าไรก็ไม่พบ กระทั่งหลายวันต่อมา ภูมินทร์ก็ได้คำตอบจากลัลลาบาย เป็นอีเมลที่ตั้งเวลาส่ง
ใจความของอีเมลนั้น...
ถ้าพี่ได้อ่านจดหมายนี้ หมายความว่าบายไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้อีกต่อ...]
***
ประจวบเหมาะกันเกินไปที่นิยายตอนสุดท้ายของปลายฟ้าภายใต้นักเขียนเงาของวาดฟ้าจะอัปโหลดขึ้นแพลทฟอร์มตามการตั้งเวลาอัตโนมัติ ไม่ห่างจากวินาทีที่วาดฟ้าหมดลมหายใจ
การจากไปของวาดฟ้า ยังรู้แค่ในวงแคบ ความที่เดิมทีนักเขียนดาวค้างฟ้าคนนี้เติบโตในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า คนที่เรียกว่าเป็นญาติ หากไม่รวมคู่ชีวิตที่กำลังเดินเข้าสู่พิธีวิวาห์ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ก็คงมีอักษรารัญจวนที่เป็นเหมือนครอบครัวต่างสายเลือดของเธอ
และเพราะได้ชื่อว่าเป็นครอบครัว ต่อให้ไม่ใช่สายเลือดเดียวกัน อักษรารัญจวนก็เป็นเหมือนตัวแทนด้านสังคม ถึงแม้ที่ผ่านมา วาดฟ้าจะเป็นนักเขียนที่เก็บตัวและแทบไม่ออกสื่อสาธารณะ แต่ด้วยผลงานของเธอก็เป็นเหมือนร่างทรงที่บอกให้รู้ว่านักเขียนคนนี้มีตัวตนจริง แต่ตัวจริงที่ดับสูญไปแล้วนั้น ยังมีตัวแทนที่เป็นนักเขียนเงา ซึ่งเงาก็ควรจะเป็นเงาตลอดไป แต่กลับไม่ได้เป็นอย่างนั้น
ในวันเปิดตัวโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวชายฝั่งตะวันออก ช่วงที่เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนสัมภาษณ์บริษัทสื่อที่เข้าร่วมโครงการ ตอนนั้นองุ่นต้องขึ้นเวทีเพราะกรินทร์กำลังยืนส่งปลายฟ้าขึ้นรถแท็กซี่ แล้วคำถามจากสำนักข่าวสายบันเทิงแห่งหนึ่งก็ทำให้องุ่นถึงกับตัวชาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
‘ผมได้ข้อมูลลับกิจกรรม ‘ปริศนาทายนามปากกา’ ที่อักษรารัญจวนจัดขึ้นนั้น มีการใช้นักเขียนเงาแทนคุณวาดฟ้า เป็นเรื่องจริงหรือไม่ครับ แล้วถ้าเป็นเรื่องจริง จะถือว่าเป็นการสร้างภาพทางการตลาดเพื่อหลอกผู้อ่านหรือเปล่า’
องุ่นได้แต่อ้ำอึ้งบนเก้าอี้ให้สัมภาษณ์ จนกรินทร์กลับเข้าไปในงาน ทั้งกล้อง ไฟ และไมค์โครโฟนก็ย้ายมาทางเขา แต่กรินทร์ก็หาคำตอบไว้รออยู่แล้ว เขาอธิบายว่า ร่างกายของวาดฟ้าอ่อนแอลงด้วยโรคที่เธอเป็น แต่ถึงแม้จะใช้นักเขียนเงาทดแทนช่วงเวลาที่เธอไม่สามารถนั่งสร้างสรรค์ผลงานได้ แต่งานเขียนชิ้นนั้นก็อยู่ภายใต้การดูแลของวาดฟ้าและทีมงานของอักษรารัญจวนอย่างใกล้ชิด
ทว่าคำถามต่อว่าจากนักข่าวอีกคนนั้น เป็นปฏิกิริยาเอฟเฟคจากคำถามแรกที่กรินทร์ไม่ได้วางแผนรองรับไว้
‘แบบนั้นมันก็เข้าข่ายการหลอกลวงผู้บริโภค แล้วมันจะกระทบต่อคุณสมบัติของสถานประกอบการในการเข้าร่วมโครงการไหมครับ ทางผู้จัดงานหรือผู้บริหารรีสอร์ตมีคำชี้แจงอย่างไรครับ!’
“ถ้ารู้ตัวไอ้บัดซบที่ปล่อยข่าวละก็”
พอนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคืนนั้น กรินทร์ก็คำรามเสียงต่ำออกมาอย่างเหลืออดระหว่างนั่งมองปลายฟ้าผ่านกระจกหน้าห้องผู้ป่วยวิกฤต
ตามแผนที่วางไว้คือ เรื่องนักเขียนเงาของวาดฟ้า จะไม่ถูกเปิดเผยจนกว่าวาดฟ้าจะสิ้นลม แต่เพราะข่าวลือที่ยังไม่รู้ตัวคนปล่อยกลับทำให้ทุกอย่างพังพินาศ ทางผู้จัดงานที่ไม่รู้เรื่องมาก่อนต้องเรียกประชุมเพื่อพิจารณาถอดถอนอักษรารัญจวนออกจากโครงการ ส่วนผู้บริหารหนุ่มของอักษรารัญจวนคนนั้นกลับหายตัวไปจากงาน กลายเป็นว่านักข่าวทุกคนต่างหันไปรุมเสี่ยปอง
พอคิดดูให้ดี ที่ปลายฟ้าสงสัยถึงการปรากฏตัวของเสี่ยในงาน อาจเกิดจากความต้องการของใครบางคน
แต่ปัญหาเรื่องการถูกถอนจากโครงการว่าหนักแล้ว ยังมีนักอ่านทั้งที่เป็นฐานแฟนคลับของวาดฟ้าและคนอื่นก็วิพากษ์วิจารณ์ใส่สำนักพิมพ์ในเชิงลบ จำนวนสมาชิกของแพลมฟอร์มก็หายไปมากกว่าครึ่ง
“แต่ก็ยังดี ที่วาดฟ้ากับพี่ปลายยังไม่รู้เรื่องนี้”
องุ่นรำพึงเสียงแผ่วจากด้านข้าง กับวาดฟ้าน่ะ คงไม่มีโอกาสได้รู้ แต่คนที่นอนบาดเจ็บอยู่บนเตียงนั่น จะได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้มากแค่ไหนกัน
“ฝ่ายบัญชีบอกว่าผู้ผลิตสินค้าพรีเมียมถามถึงเรื่องการชำระค่าสินค้า เขาอยากให้เราจ่ายให้ครบร้อยเปอร์เซ็นต์เลยเพราะการผลิตคืบหน้าไปเกือบหมดแล้ว” ซีอีโอสาวบัณฑิตจบใหม่ยังคงพูดต่อไป
“องุ่นขอรับผิดชอบค่าใช้จ่ายด้วยเงินส่วนตัวขององุ่น”
ประโยคนั้นทำให้กรินทร์หันไปมอง หากฟังแค่เสียงเขาก็คงไม่เห็นน้ำตาที่ไหลเป็นทางอาบแก้ม
ยายนี่...ร้องไห้เป็น
“...” เขารีบหันไปทางเตียงของปลายฟ้า “ไม่ต้อง ใช้งบที่จัดสรรไว้แล้วนั่นแหละ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แล้วต้นเหตุก็มาจากพี่ ที่ให้ปลายฟ้าเป็นนักเขียนเงา”
“แต่...นักอ่านแบนเราขนาดนั้น”
“กลัวว่าจะไม่มีใครอยากได้ของพรีเมียมงั้นสิ”
องุ่นไม่ตอบ ยกมือเช็ดน้ำตา แล้วลุกขึ้นยืน “องุ่นจะหาทางแก้ไขสถานการณ์ แล้วก็จะไปติดตามผลการพิจารณาของผู้จัดงานด้วย”
กรินทร์พ่นลมหายใจ หันไปมองหญิงสาวที่แสร้งทำเป็นเข้มแข็ง แม้เธอจะมีน้ำตาอาบแก้มจนเปียกทั้งสองข้าง การไม่ยอมแพ้อะไรง่าย ๆ อาจเป็นข้อดีขององุ่นที่เขายกย่องในใจ แต่การยอมรับความพ่ายแพ้ก็ไม่ได้ทำให้เขาลดความชื่นชมในตัวหญิงสาวผู้นี้
เขายอมรับกับตัวเองแล้วว่า ทำงานได้ดีกับองุ่น เป็นอย่างที่วาดฟ้าเคยพูดไว้จริง
“นั่งลง” กรินทร์ใช้นิ้วชี้ตรงที่ว่างข้างตน ทีแรกองุ่นเหมือนต่อต้าน แต่เมื่อเขาย้ำอีกครัง เธอก็ยอมทำตามที่เขาประสงค์
“เธอยังติดพี่เรื่องวันที่หนีตายจากการถูกไล่ล่าวันนั้น”
องุ่นเม้มริมฝีปากแน่น เหมือนจำเลยยังเก็บความลับสำคัญไว้
“ทั้งเธอและปลายฟ้าทำอะไรโดยพลการ การเสี่ยงเอาชีวิตตัวเองไปปกป้องความจริงที่อาจทำให้เธอทั้งคู่ตาย” กรินทร์ยังคงไล่เลียงความผิด
“แต่องุ่นก็พาพี่ปลายมาพี่อย่างปลอดภัยครบสามสิบสองไม่ใช่หรือคะ ถึงพี่ปลายจะมีรอยช้ำบ้างก็เถอะ หรือว่ารอยเขียวบนผิวพี่ปลายก็ทำให้พี่รินทร์เจ็บปวดไปด้วยหรือคะ”
“ยังสาวอยู่ทำไมหูตึง พี่พูดว่า...เธอทั้งคู่ ไม่ได้พูดถึงปลายคนเดียว”
องุ่นพ่นลมหายใจแรง ยกแขนขึ้นกอดอก พิงหลังกับผนังแล้วจ้องไปทางร่างของนักเขียนสาวบนเตียง “ทำคุณบูชาโทษแท้ๆ”
“ขอบใจนะ” ชายหนุ่มเอ่ยออกไปในที่สุด
“ตบหัวแล้วลูบหลัง การันตีถึงความเป็นพระเอกของอักษรารัญจวนที่สุด” องุ่นเชิดหน้า
“ถ้าเธอเป็นอะไรไป พี่ก็คง...” เขาหยุดพูดไปชั่วขณะ “อักษรารัญจวนคงแย่ ถ้าไม่มีเธอ”
แม้ไหล่ของหญิงสาวห่อลงเล็กน้อย แต่ยังไม่หันมามองเขา ริมฝีปากที่ซีดเซียวไร้สีแต้มอย่างทุกครั้งยังคงเชิด บ่งบอกชัดเจนว่าความโกรธยังไม่เจือจาง จะให้ตบหัวก็ไม่ได้ เพราะหน้าผากเธอยังมีปลาสเตอร์ยาชิ้นใหญ่ติดอยู่ ถึงสมองของยายแสบจะไม่ได้รับความกระทบกระเทือน หรือว่าเขาจะลองลูบหลังเธอดูสักหน่อย แต่จะหายโกรธไหมนะ
ความคิดนั้นทำให้เขาลองค่อย ๆ ยื่นแขนอ้อมด้านหลังของหญิงสาวเจ้าของแผ่นหลังบางที่ยังคงเชิดหน้าเหมือนนกตบยุงเกาะขอนไม้ แต่พอนึกถึงไลฟ์สดที่องุ่นใช้ขอช่วยเหลือตอนที่ขับรถหนีใครบางคนที่กำลังขับรถไล่ล่าพวกเธอแล้ว กรินทร์ก็หดมือกลับด้วยความขุ่นใจ
‘กรี๊ดดดด!’
เสียงกรีดร้องและใบหน้ากลัวสุดขีดที่ฉายทางไลฟ์ ทำให้หัวใจเขาเหมือนจะหลุดออกมาจริง ๆ แต่องุ่นก็ยังคงพูดต่อไปไม่หยุด ไม่ได้เป็นเพราะสร้างคอนเทนท์เรียกคนดู แต่มันเป็นการเรียกหาความช่วยเหลือที่เร็วและได้ผลกว่าการโทรศัพท์แจ้งหน่วยงานที่ต้องเล่าเหตุการณ์และบอกพิกัด กว่าความช่วยจะเข้าถึงก็คงกินเวลา
‘รถตู้สีขาวกำลังขับจี้พวกเราค่ะ ป้ายทะเบียนขาว ตัวเลขเลือนไปหมดแล้ว ติดฟิล์มดำทั้งคัน กระจกหน้ามีรอยร้าวที่ด้านซ้ายค่ะ ช่วยพวกเราด้วยค่ะทุกคน!’
เขาตั้งการแจ้งเตือนไลฟ์ใหม่ของเธอไว้ เลยไม่พลาดรายงานสถานการณ์หนีตายที่เกิดขึ้น ตอนนั้นเขารีบให้นักข่าวทุกสายออกวิ่งตามหาพวกเธอตามพิกัดที่เธอแจ้งในไลฟ์ ประสานกับตำรวจทางหลวงทันที
‘กรี๊ดดดด!’
เสียงกรีดร้องสุดท้ายตามด้วยการสั่นสะเทือนรุนแรงเหมือนกับรถของเธอขับพุ่งอะไรสักอย่าง ก่อนโทรศัพท์จะหลุดจากตัวยึดร่วงไปแล้วจากนั้นก็ไม่ได้ยินเสียงของเธอหรือปลายฟ้าอีกเลย
บ้าชะมัด แค่คิดถึงตอนนั้น หัวใจของเขาก็กระตุกจนเจ็บ
“เธอเองก็ไม่ปลอดภัยแล้วนะองุ่น ยังไม่รู้ว่าพวกนั้นเป็นคนของเสี่ยปองหรือใครกันแน่ ทางที่ดีควรเก็บตัวสักพักจนกว่าคดีของ Beyond The Horizon จบจะดีกว่า แล้วปล่อยปัญหาของอักษรารัญจวนให้พี่เป็นคนจัดการเถอะ เพราะเธอก็มีปัญหาของตัวเองที่หนักพออยู่แล้ว”
เขาหมายถึงยอดติดตามช่องทางโซเชียลเน็ตเวิร์กของเธอที่ลดฮวบฮาบ ยิ่งกว่านั้นคือสปอนเซอร์ต่างก็ถอนตัว รายได้ที่เคยมีก็หายวับไปในอากาศ
“จะให้องุ่นไม่ทำอะไรเลยไม่ได้หรอกค่ะ”
“แล้วคิดว่าจะทำอะไรได้บ้าง”
คำถามนั้นทำให้อีกฝ่ายอ้ำอึ้ง ที่องุ่นตอบไม่ได้ก็เพราะไม่มีทางทำอะไรได้แล้วกับชื่อเสียงและความเชื่อที่เสียไป การสั่งสมจากศูนย์ยังไม่ยากเท่ากับการเริ่มใหม่จากการติดลบ
“วางทุกปัญหาไว้ แล้วจัดงานแต่งงานให้วาดฟ้าอย่างดีที่สุด คนรักของวาดฟ้าไม่ต้องการงานศพแต่ต้องการงานแต่งงาน” ซึ่งเป็นสิ่งเดียวที่สมควรทำตอนนี้
“แต่...”
“อักษรารัญจวนอาจใกล้เป็นบ้านพักคนชราเร็วขึ้นสักหน่อยก็ไม่เป็นไร แต่นั่นก็ไม่ใช่ทางเลือกสุดท้ายของเธอกับพี่แน่นอน”
“พี่รินทร์...”
“อาจจะไม่ใช่เวลาที่เหมาะนัก แต่ไม่ผิดที่จะพักจิบกาแฟ แล้วค่อย ๆ มองว่าเราเหลืออะไร และมีทางเลือกไหนบ้าง” กรินทร์ละสายตาจากหน้าจอแสดงสัญญาณชีพของปลายฟ้า หันไปทางองุ่นที่จ้องเขาด้วยแววตากังขา “เรื่องการนำนิยายไปเสนอนักลงทุนสร้างซีรีส์นั่นก็ไม่เลวนักหรอก”
ในที่สุด เขาก็ได้เห็นรอยยิ้มของยายเด็กแสบอีกครั้ง แล้วก็หวังเหลือเกินว่าจะได้เห็นรอยยิ้มของหญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยเช่นกัน
ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามนะคะ เหลืออีก 9 ตอนก็จะจบบริบูรณ์ โดยไรท์จะลงตอนเต็มทุกตอนหลังจากนี้ และจะลงทุกวันจันทร์เวลา 19.00 เป็นต้นไป (หากไม่ติดธุระอะไร) เมื่อลงตอนสุดท้าย จะเปิดให้อ่านฟรีเป็นเวลา 7 วัน จากนั้น ไรท์ขอปิดการอ่าน เพื่อทำการปรับปรุงในขั้นตอนบรรณาธิการค่ะ
ขอบคุณอีกครั้งที่ติดตามนะคะ.