โชคชะตาพาปลายฟ้าผู้หวาดกลัวเรื่องบนเตียงให้มารับงานเขียนนิยายอิโรติกตามใบสั่งของแฟนเก่า แต่ฟ้าก็ใจดีส่งชายหนุ่มผู้มากประสบการณ์เซกส์มาให้ โดยที่ดันลืมเตือนว่าเขาเป็นผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมคนรักตัวเอง
ดราม่า,ชาย-หญิง,ไทย,รัก,ผู้ใหญ่,อิโรติก,สืบสวน ,ดราม่า,โรมานซ์,โรมานซ์สืบสวน,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
พระเอกนิยายสุดปลายฟ้าโชคชะตาพาปลายฟ้าผู้หวาดกลัวเรื่องบนเตียงให้มารับงานเขียนนิยายอิโรติกตามใบสั่งของแฟนเก่า แต่ฟ้าก็ใจดีส่งชายหนุ่มผู้มากประสบการณ์เซกส์มาให้ โดยที่ดันลืมเตือนว่าเขาเป็นผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมคนรักตัวเอง
เมื่อนิตยสารสารคดีที่ ปลายฟ้า เป็นนักเขียนประจำปิดตัว ทำให้ปลายผ้าต้องหันเหจากการเขียนแนววิชาการ ไปต้องเลี่ยนแนวไปเป็นนักเขียนนิยาย เพื่อหาเงินเลี้ยงดู แม่และน้องสาว โดยเฉพาะแม่ของเธอต้องรับการผ่าตัดตาในสิ้นปี ปลายฟ้าจึงเขียนนิยายรัก แล้วนำไปให้ กรินทร์ คนรักเก่าที่เป็นซีอีโอของสำหนักพิมพ์อักษรารัญจวนช่วยพิจารณา แต่กรินทร์ไม่ให้ผ่านเพราะแนวเรื่องไม่ตรงกันแนวของอักษรารัญจวนที่เน้นขายแนวนิยายอิโรติก
แต่เพราะกรินทร์ยังมีใจให้ปลายฟ้า ด้วยความรักที่หลงเหลือ จึงให้ปลายฟ้าเขียนนิยายอิโรติกโดยที่มีเขาเป็นพระเอก และเธอเป็นนางเอก แลกกับเงินค่าจ้างที่เขาจะจ่ายให้เธอเป็นรายเดือนแต่ปลายฟ้ามีปมกับเรื่องเซกส์เพราะเคยถูก เปลว พ่อเลี้ยงล่วงละเมิดในวัยเด็กและมักมีอาการทางประสาทกำเริบหากถูกกระตุ้น ทว่าด้วยเงินที่กรินทร์เสนอให้ จึงทำให้ปลายฟ้าตอบรับงาน แต่เพราะกลัวว่าจะเขียนให้ถึงตอนจบไม่ได้ ปลายฟ้าจึงตั้งใจหางานเสริม และเธอก็ได้งานแม่บ้านรีสอร์ตที่มีชื่อว่า Beyond The Horizon โดยบังเอิญจากแม่บ้านคนเก่าที่ลาออกกระทันหัน
ที่รีสอร์ตนี้ ปลายฟ้าต้องทำงานเป็นแม่บ้านประจำโซนวิลล่าการ์เด้น โดยมี แหวว หัวหน้าแม่บ้านเป็นคนคุมงาน เธอมีหน้าที่ดูแลทำความสะอาดและอำนวยความสะดวกให้แขกประจำโซน ซึ่งหนึ่งในแขกที่เธอต้องดูและคือ เข้ เจ้าของห้องหมายเลข 222 ที่เขาแอบเลี้ยงแมวโดยมีแค่เธอและเขาเท่านั้นที่รู้ นอกจากแหววแล้ว ปลายฟ้าได้เจอ ชิด บาร์เทนเดอร์ที่คอยสอนงานในห้องอาหารให้เธอ
ด้วยงานแม่บ้านนี้เองที่ปลายฟ้าจะยึดไว้เป็นอาชีพเสริมจนกว่าเธอจะเขียนนิยายอิโรติกให้กรินทร์จบ แต่มีเหตุเกิดขึ้นกับปลายฟ้าคือเธอเหยียบหางแมวที่คุณเข้เลี้ยงไว้ที่ริมสระน้ำ จนทำให้เธอตกสระ แต่เข้ก็ช่วยเธอไว้ได้ทัน ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้เข้รู้ว่าเธอต้องรับงานเขียนนิยายอิโรติกให้กรินทร์ แต่เธอไม่มีประสบการณ์เรื่องบนเตียง(แบบคู่รัก) เข้เลยเสนอว่าถ้าปลายฟ้ามาเป็นเพื่อนคุยให้เขา เขาจะเล่าประสบการณ์บนเตียงให้ฟัง ข้อตกลงแรกระหว่างปลายฟ้าและเข้จึงเริ่มขึ้น
แต่ปลายฟ้าไม่คาดคิดเลยว่าเธอจะกลายเป็นผู้เล่นคนหนึ่งในเกมล่าหาคำตอบของปริศนาฆาตกรรมในรีสอร์ทแห่งนี้
เสียงสากกระทบก้นครกดังสนั่น กลบเสียงพิธีกรข่าวภาคเที่ยงจนเหลือเพียงถ้อยคำพร่าเลือนในอากาศ แต่หญิงสาวผู้กำสากแน่นไม่ได้สนใจข่าวสารบ้านเมือง เพราะใจของเธอยังวูบไหวอยู่กับข้อเสนอของเขา
ข้อเสนอประหลาดที่ว่าอยู่ฟรี กินฟรี ไม่ต้องทำอะไร แค่เฝ้าห้องกับเลี้ยงแมว แล้วได้ค่าตอบแทนเยอะขนาดนั้น แถมยัง...
‘ฟังเรื่องเสียวฟรี’
ตาบ้าเอ๊ย! ปลายฟ้าพ่นลมหายใจ ฮึดฮัดใส่ภาพในหัวที่ไม่ยอมจางไปสัก เขาเป็นคนให้เธอออกจากงานแม่บ้านรีสอร์ตเองแท้ ๆ แล้วจะจ้างเธอใช้งานส่วนตัวเพื่ออะไร!
“พี่ปลาย”
“ฮึ?” ปลายฟ้าหันหน้าไปทางพุดซ้อน พอเห็นยิ้มเจื่อน ๆ บนใบหน้าของผู้เป็นน้องก็เลิกคิ้ว
“ครกมันก็เก่าแล้วนะพี่”
ผู้เป็นพี่รีบก้มมองครกที่อยู่ตรงหน้าแล้วอุทานออกมา “บ้าจริง!”
เครื่องแกงที่ต้องเป็นเป้าหมายควรจะแหลกอยู่ตรงกลาง แต่มันกลับปืนขึ้นเกาะตามขอบ ส่วนที่เธอกำลังตะบี้ตะบันตำโดยไม่มองนั้นมีแต่ผิวครกหินว่าง ๆ ที่เป็นเครื่องมือหากินสำคัญของมารดา ปลายฟ้าจึงรีบคว้าทัพพีแล้วเกลี่ยเครื่องแกงให้รวมตัวกันที่กลางหลุม แต่ด้วยความขุ่นเคืองที่มีอยู่ในใจ เลยเผลอใช้แรงมากไป ทั้งหอมแดง ทั้งพริกเลยกระเด็นออกมา
“ฉันตำเองดีกว่า” พุดซ้อนเห็นท่าไม่ดี คว้าครกออกไปก่อนที่พี่สาวจะทำอะไรซุ่มซ่ามไปกว่านี้
แต่เธอไม่ยอมนั่งกินนอนกินคนเดียวแน่ กลับมาบ้านทั้งทีก็ต้องเป็นลูกมือช่วยแม่บ้าง “งั้นช่วยต้มไข่ก็แล้วกัน”
แต่เสนอตัวไม่ทันไร ตอนจะลุกขึ้นก็ดันสะดุดขาตัวเองจนล้มทับไข่ไก่สดทั้งตะกร้า ทำเอาทั้งนางขวัญใจและพุดซ่อนหวีดร้องพร้อมกันลั่นบ้าน
“ปลายขอโทษ” เธอรีบชันตัวเองลุกขึ้นอย่างลนลาน มือไม้รีบกวาดไข่ที่แตกเละบนผืนเสื่อ เสื้อของเธอก็เปรอะเปื้อนไปด้วยไข่เหนียวเหนอะ
“ไป ๆ ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อ เดี๋ยวแม่เก็บกวาดเอง” นางขวัญใจเอ่ยด้วยร้ำเสียงเข้มงวด “พุด พาพี่เขาไปอาบน้ำ เฝ้าพี่เขาด้วยนะ ดูใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวยังไงไม่รู้”
พุดซ้อนเข้ามาพยุงแขนปลายฟ้าแล้วดันตัวเข้าห้องนอนตามคำสั่งของมารดา จากนั้นก็ยิ่งคำถามใส่ว่า
“ฉันถามจริง อะไรทำให้พี่เป็นแบบนี้ จะใช่เพราะถูกให้ออกจากงานแม่บ้านรีสอร์ตนั่นหรือเปล่า”
ปลายฟ้าระบายลมหายใจ “ก็อาจจะใช่ ถูกให้ออกจากงานเงินดีไม่บอกล่วงหน้าแบบนี้ ก็ควรจะโกรธไม่ใช่หรือ”
“โกรธได้ แต่ไม่ใช่ใจลอย” พูดซ้อนเน้นน้ำเสียงตรงคำว่าใจลอย “แล้วถ้างานแม่บ้านรีสอร์ตเงินดีละก็ ไปสมัครงานรีสอร์ตอื่นก็ได้ไม่ใช่หรือ”
พอคิดให้ถี่ถ้วน ก็เริ่มสงสัยแล้วว่างานแม่บ้านรีสอร์ตเงินดี หรือตำแหน่งว่างที่เธอบังเอิญเข้าไปเสียบหาคนทำยากกันแน่ นึกถึงคำพูดสุดท้ายของแม่บ้านเก่าในร้านก๋วยเตี๋ยววันนั้นแล้ว ปลายฟ้าปักหมุดความเชื่อไปที่เหตุผลหลัง
“มีอะไรกลุ้มใจบอกฉันได้นะ ถึงเราจะไม่ใช่พี่น้องแม่เดียวกัน แต่ฉันก็รักพี่ปลายกับแม่ขวัญยิ่งกว่าพ่อยิ่งกว่าแม่แท้ ๆ ของตัวเอง” พุดซ้อนพ่นลมหายใจ แล้วเข้ามาช่วยเธอถอดเสื้อผ้าที่เปื้อนไข่
ถึงพุดซ้อนไม่พูดออกมา ปลายฟ้าก็สัมผัสถึงความห่วงจากตัวน้องสาว ย้อนกลับไปวันที่เด็กหญิงพุดซ้อนถูกแม่แท้ ๆ ของเธอจูงมือมายืนหน้าประตู วันนั้นเป็นวันแรกที่แม่ของเธอได้รู้ว่าพ่อเลี้ยงของเธอไปมีความสัมพันธ์กับหญิงวัยรุ่นจนตั้งครรภ์โดยไม่เคยส่งเสียเงินทอง ความเวทนาบวกกับใบหน้าจิ้มลิ้มของพุดซ้อนทำให้แม่ใจอ่อนขอรับเลี้ยงพุดซ้อนไว้เป็นลูกบุญธรรม
‘ถ้าแม่ตาย ปลายจะได้ไม่อยู่คนเดียวไงลูก’
นั่นเป็นเหตุผลที่แม่มักพูดกับเธอเสมอ แต่ตอนนั้นเธอยังเด็กไม่เข้าใจอะไรลึกซึ้งมากนัก รู้แค่ว่าไม่อยากให้แม่จากไปไหน เธอมีแต่แม่ขวัญ ใช้ชีวิตกันสองคนแม่ลูก นาน ๆ ที ถึงมีคนที่แม่บอกว่าเป็นพ่อคนใหม่ของเธอเวียนมาหา เป็นพ่อที่ไม่เคยเลี้ยงดู เป็นพ่อที่มาทีไรก็เอาแต่กินเหล้าเมายา เป็นพ่อที่ตบตีทำร้ายแม่ และเป็นพ่อที่แค่เขาก้าวเข้ามาใกล้เธอก็รีบวิ่งไปหลบในห้องน้ำทุกครั้งไป
เธอกลัวเขา กลัวสายตาของเขา เธอไม่ชอบเขา ไม่ชอบเวลาที่เขามองมา ความรู้สึกนี้มันเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ ในวันที่เขาเข้ามาพักอาศัยในชายคาบ้านเดียวกันแบบถาวร พุดซ้อนก็คงรู้สึกเหมือนกัน แต่ทางออกของผู้เป็นน้องคือการไม่กลับมานอนบ้าน ส่วนเธอต้องยอมอยู่อย่างหวาดกลัวด้วยเพราะห่วงว่าแม่จะถูกตบตีเวลาที่เขาเมาอาละวาด
“แล้วนิยายที่พี่เขียนน่ะ เมื่อไหร่จะได้ขายล่ะ ฉันจะได้ประกาศให้ทั่วตลาด พี่จะขายได้เยอะ ๆ” เสียงของพุดซ้อนดึงเธอจากความคิด
“ไม่รู้สิ ต้องอยู่ที่เขาพิจารณาว่าดีพอจะขายไหม”
“เอ๊ะ” พุดซ้อนเลิกคิ้วมองตอนที่ยื่นผ้าถุงมาให้ “แต่พี่บอกว่าเขาให้พี่เป็นรายเดือน ไม่ได้หมายความว่ามันจะได้ขายแล้วหรือ”
ปลายฟ้าถอนหายใจสบตาน้องสาว ชั่งใจอยู่พักหนึ่งแล้วจึงตัดสินใจบอกความลับที่ปิดบังมาตลอด “จริงแล้ว ๆ เขาจ้างให้พี่เขียนให้เขาอ่านคนเดียว”
ดวงตากลมของพุดซ้อนบอกชัดว่าไม่เข้าใจ แล้วยิ่งเธอขยายความ ก็ทำให้ตาของพุดแทบถลนออกจากเบ้ามากขึ้น
“เขาให้พี่เขียนนิยายอิโรติกที่ให้เขาเป็นพระเอก...แล้วก็ให้พี่...” ผู้เป็นพี่ขบริมฝีปาก กระดากอายขึ้นมาแต่พูดมาขนาดนี้แล้ว “...ให้พี่เป็นนางเอก”
พุดซ้อนตัวแข็งเป็นหินเหมือนฟังเรื่องผี ผิดกับชายหนุ่มเจ้าของห้องหมายเลข 222 ที่ลั่นเสียงหัวเราะทันทีราวกับฟังเรื่องตลก
“อีตา บ.ก. นี่มันโรคจิต!” พุดซ้อนตกใจจนพูดเสียงดังจนปลายฟ้าต้องรีบเข้าไปตะครุบปาก แล้วทำตาพยักพเยิดไปทางประตูบอกให้รู้ว่าไม่ควรส่งเสียงดัง
“อีตานี่เป็นใคร อยู่สำนักพิมพ์ไหน ฉันจะไปฉะมัน!” ถึงจะหรี่เสียงลงแล้ว แต่น้องสาวขาลุยไม่ได้ลดความขุ่นเคืองลง
“พุดจำพี่รินทร์ที่พี่เคยเล่าให้ฟังได้ไหม”
พุดซ้อนพยักหน้าหงึก ๆ
“เขาเป็นเจ้าของสำนักพิมพ์แล้วก็เป็นคนสั่งให้พี่เขียน”
พุดซ้อนอ้าปากค้าง “อีตาพี่รินทร์คนที่พนันกับเพื่อน ๆ ของเขาว่าถ้าจีบพี่ปลายติดจะชนะพนันน่ะหรือ”
ปลายฟ้าพยักหน้า
“อีตาพี่รินทร์อดีตเดือนคณะที่อยากแอ้มพี่ปลาย แต่ถูกพี่ปลายบอกเลิกเพราะให้เขาไม่ได้ เลยว่าพี่ปลายเป็นกามตายด้านคนนั้นน่ะนะ”
ปลายฟ้าเม้มริมฝีปาก “คนนั้นแหละ”
“โอเค” พุดซ้อนยกฝ่ามือทั้งสองขึ้น แล้วเดินไปเดินมาตรงหน้าปลายฟ้า “ถ้าเขาไม่ได้ทำเพราะอยากแก้แค้น ก็มีอีกเหตุผลแหละ”
“อีกเหตุผลอะไร”
“เขายังรักพี่อยู่” พุดซ้อนหยุดเดินแล้วจับมือเธอทั้งสองแน่น “ถ้าเขาไม่รักพี่แล้วเขาจะยอมจ่ายเงินเพื่อให้พี่เขียนนิยายแค่ให้ตัวเองอ่านโดยไม่หวังเอาไปขายทำไม”
ปลายฟ้านิ่งงันไปชั่วขณะ เธอไม่เคยค้นหาคำตอบนั้นเลย และไม่เคยคิดจะถาม
“ไม่รู้สิพุด... หลังจากเลิกกัน พี่ก็ห่างจากเขามาหลายปี แล้วพี่ยังมีหน้ากลับไปหาเขาเพราะอยากให้เขาช่วย พี่เลยคิดว่า... น่าจะเป็นเหตุผลแรกมากกว่า”
“ก็ไม่แน่หรอก ตอนแรกอาจอยากแก้แค้น ไป ๆ มา ๆ กลายเป็นอยากแก้ผ้าบอกรัก เหมือนนิยายชะมัด”
“จะบอกรัก ไม่เห็นต้องแก้ผ้า” ปลายฟ้าค้าน
“ฉันก็พูดให้มันตลก ๆ ไปงั้นแหละ บางทีก็ต้องฝืนมองโลกในแง่ดีบ้างก็ได้ ชีวิตจะได้มีสีสัน”
“แม่กับพุดเป็นสีสันในชีวิตพี่แล้ว”
“โธ่... พี่ปลาย” พุดซ้อนครวญน้ำเสียงเวทนา “แล้วพี่ล่ะ ไม่อยากสร้างสีสันให้ชีวิตตัวเองบ้างหรือ ฉันอยากให้พี่ใช้ชีวิตให้เต็มที่นะ อย่าให้ตัวเองจมอยู่แต่ในบ่อทุกข์ในอดีตเลย”
“พี่ก็ใช้ชีวิตของพี่อยู่”
พุดซ้อนตบบ่าเธอทั้งสองข้าง “ชีวิตเก่า ๆ เน่า ๆ นั่นทิ้งไปเถอะ พรุ่งนี้อาจมีชีวิตที่สองดี ๆ รออยู่”
ชีวิตที่สองอย่างนั้นหรือ ปลายฟ้าเบนหน้าหนีไม่อยากพูดอะไรต่อ “พี่ไปอาบน้ำดีกว่า จะได้ออกไปขายขนมจีนกับพุดแทนแม่ ให้แม่ได้พักนอนอยู่บ้านบ้าง”
แม้จะได้ยินเสียงถอนหายใจดังจากน้องสาวที่เธอเดินหันหลังจากมา ทว่าปลายฟ้าให้คำตอบพุดซ้อนในใจไปแล้วว่าบ่อทุกข์ที่เธอจมอยู่นั้น ก้นบ่อมันลึกสุดจะหยั่ง แต่เธอก็หวังว่าสักวัน จะหาทางขึ้นจากบ่อที่เต็มไปด้วยความทรงจำเน่าเฟะนี้ได้
บทสนทนาระหว่างพี่น้องไม่ได้ดำเนินต่อจากนั้น หลังจากปลายฟ้าอาบน้ำเสร็จ พุดซ้อนก็ง่วนอยู่กับการเตรียมของขึ้นรถเข็น ปลายฟ้าเองก็รับหน้าที่จัดเตรียมจานชามช้อนส้อมสำหรับเป็นภาชนะ รวมไปถึงเครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์อย่างเวอร์จิ้นพินาโคลาดาที่ผสมระหว่างน้ำสับปะรดและกะทิ
“เจ้าน้ำนี่ของพี่ปลายอร่อยแฮะ ดูสิขายดีจนจะชิงหมดก่อนขนมจีนแล้ว” พุดซ้อนเอ่ยชมเปาะในตอนที่สำรวจข้าวของหลังขายผ่านไปได้หลายชั่วโมง
“ถ้าเอาไปเทในถาดน้ำแข็ง ทำเป็นก้อน ๆ แล้วรินเหล้ารัมใส่ก็อร่อย”
“พี่ปลายว่าไงนะ เหล้ารัม”
ปลายฟ้าชะงักมือที่กำลังเช็ดคราบแกงออกจากจานก่อนล้าง “คือมันเป็นวิธีกินอย่างหนึ่งน่ะ... งานของพี่ต้องรู้เรื่องเหล้าบ้าง”
“เขียนนิยายต้องพึ่งเหล้าพึ่งยาหรือไง” มีความแข็งในน้ำเสียงของน้องสาว
“ไม่ต้อง...” แต่มีความอ่อนแอในน้ำเสียงของผู้เป็นพี่สาว
พุดซ้อนถอนหายใจที่ไม่รู้เป็นรอบที่เท่าไหร่ “ไว้พี่พร้อมเมื่อไหร่ ค่อยเล่าให้ฉันฟัง แต่รอบนี้ไม่ใช่งานเขียนของพี่ ฉันอยากรู้ว่าไอ้งานแม่บ้านรีสอร์ตของพี่นี่มันเป็นยังไงกันแน่”
ความสนิทกันระหว่างพี่น้องทำให้เธอไม่อาจปิดบังอะไรได้เลย จริงอย่างที่แม่เธอเคยบอก หากสิ้นแม่แล้วเธอคงเหลือเพียงน้องสาวต่างมารดาคนนี้ที่คอยเป็นห่วงเป็นใย
ขนมจีนและเครื่องดื่มขายหมดเกลี้ยง หลังจากลูกค้าคนสุดท้ายเหมาที่เหลือไป ปลายฟ้าและพุดซ้อนก็ช่วยกันเก็บข้าวของแล้วเข็นรถกลับบ้าน ระหว่างทางนั้นมีร้านรวงมากมาย ทั้งร้านขายเสื้อผ้าและขายรองเท้าที่ปลายฟ้าสังเกตว่าพุดซ้อนมักจะมองสินค้าแฟชั่นพวกนั้นด้วยดวงตาเป็นประกาย
“อยากได้ใช่ไหม เอาเงินไปซื้อเสื้อใหม่สักตัวสองตัวใส่สิ” คนเป็นพี่ควักเงินยื่นให้ แต่คนเป็นน้องมองเงินในมือด้วยแววตาเกรงใจ
“ไม่เอา ๆ” พุดซ้อนบอกปัดแล้วเข็นรถเข็นเดินต่อ “ซื้อแล้วก็ไม่รู้จะใส่ไปไหน”
“เอาไปเถอะ ใส่มาขายขนมจีนก็ได้” ปลายฟ้ายัดเงินใส่มือน้องสาว “แต่งตัวสวย ๆ เรียกลูกค้าไงล่ะ”
พุดซ้อนหัวเราะขบขันแต่ก็ยังยืนลังเล ปลายฟ้าจึงจับตัวน้องสาวหมุนหันไปหาร้านเสื้อเหล่านั้น “ถ้าช้า ตัวที่อยากได้จะหมดเสียก่อนนะ”
“ขอบใจนะพี่ปลาย”
ปลายฟ้ายิ้มรับ แล้วยื่นเงินให้เพิ่ม “พี่เข็นรถกลับไปหาแม่ก่อน แล้วก็ฝากซื้อให้แม่ด้วย แม่น่าจะชอบเสื้อสีแดงตัวนั้น”
“ได้จ้ะ ซื้อเสร็จแล้วจะรีบตามไป”
“ไม่ต้องรีบ ใช้เวลาเลือกนาน ๆ ก็ได้ เอาที่ใส่แล้วเข้ากับเราที่สุด”
บอกแล้วหมุนตัวเข็นรถไปตามถนนหนทางที่เริ่มมีไฟถนนส่องสว่างแล้ว เหนือดวงไฟเหล่านี้มีดาวดวงจ้อยทอแสงระยิบระยับแข่งกับไฟเมือง ฝูงก็ส่งเสียงเจื้อยแจ้วบนต้นไม้พุ่มหนา ทุกอย่างเป็นไปตามเวลาที่ควรเป็น แล้วเวลานี้เธอเป็นเวลาที่เธอควรเตรียมตัวไปฟังเรื่องเล่าเคล้ากลิ่นสุราของชายหนุ่ม
เขาเป็นยังไงบ้างนะ... ไม่สิ เบอร์เบินต่างหาก มันได้กินขนมแมวเลียหรือยัง เขาจะยุ่งกับกองงานจนลืมให้ข้าวให้น้ำมันหรือเปล่า เขาจะรู้ไหมว่ามันชอบรสทูน่ามากกว่ารสไก่ เขาจะเปิดประตูให้มันเข้ามานอนด้วยไหม เขาจะ...
บ้าชะมัด! ปลายฟ้าสะบัดใบหน้าของชายหนุ่มเจ้าของดวงตาสีนิลแสนลุ่มลึกกับแมวของเขาให้ออกไปจากหัว แล้วตั้งหน้าตั้งตาเข็นรถให้ถึงบ้านไว ๆ ป่านนี้แม่เธอคงอาบน้ำเตรียมตัวเปิดทีวีดูละครด้วยดวงตามัว ๆ เพราะต้อกระจกแล้วกระมัง
อีกไม่นาน เงินจากการเขียนนิยายก็สะสมจนครบค่าผ่าตัด ปลายฟ้าคิดอย่างมีความหวัง แต่ความหวังของเธอต้องเริ่มจากการเขียน และความหวังของเธอตอนนี้มันยังวูบวาบเพราะขาดเชื้อไฟเติม เธออาจไปค้นนิยายจากเว็บออนไลน์สักเรื่องเพื่อศึกษาวิจัยท่ารักแทนการฟังประสบการณ์จริงจากคนอื่น แต่แค่คิดเพียงฉาบฉวย ปลายฟ้าก็เริ่มรู้สึกพะอืดพะอม
“อีขวัญ!”
แต่ฉับพลันนั้น เสียงแหบแห้งที่ตะโกนโหวกแหวกอยู่ไม่ไกลทำให้ขนทั้งตัวของปลายฟ้าลุกซู่ฉับพลัน
“อีขวัญ กูรู้ว่ามึงอยู่ ออกมาเปิดประตูให้กูเดี๋ยวนี้!”
ไอ้เปลว! เสียงแหบแบบนี้ กริยาหยาบคายแบบนี้ ไม่ผิดแน่