โชคชะตาพาปลายฟ้าผู้หวาดกลัวเรื่องบนเตียงให้มารับงานเขียนนิยายอิโรติกตามใบสั่งของแฟนเก่า แต่ฟ้าก็ใจดีส่งชายหนุ่มผู้มากประสบการณ์เซกส์มาให้ โดยที่ดันลืมเตือนว่าเขาเป็นผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมคนรักตัวเอง
ดราม่า,ชาย-หญิง,ไทย,รัก,ผู้ใหญ่,อิโรติก,สืบสวน ,ดราม่า,โรมานซ์,โรมานซ์สืบสวน,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
พระเอกนิยายสุดปลายฟ้าโชคชะตาพาปลายฟ้าผู้หวาดกลัวเรื่องบนเตียงให้มารับงานเขียนนิยายอิโรติกตามใบสั่งของแฟนเก่า แต่ฟ้าก็ใจดีส่งชายหนุ่มผู้มากประสบการณ์เซกส์มาให้ โดยที่ดันลืมเตือนว่าเขาเป็นผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมคนรักตัวเอง
เมื่อนิตยสารสารคดีที่ ปลายฟ้า เป็นนักเขียนประจำปิดตัว ทำให้ปลายผ้าต้องหันเหจากการเขียนแนววิชาการ ไปต้องเลี่ยนแนวไปเป็นนักเขียนนิยาย เพื่อหาเงินเลี้ยงดู แม่และน้องสาว โดยเฉพาะแม่ของเธอต้องรับการผ่าตัดตาในสิ้นปี ปลายฟ้าจึงเขียนนิยายรัก แล้วนำไปให้ กรินทร์ คนรักเก่าที่เป็นซีอีโอของสำหนักพิมพ์อักษรารัญจวนช่วยพิจารณา แต่กรินทร์ไม่ให้ผ่านเพราะแนวเรื่องไม่ตรงกันแนวของอักษรารัญจวนที่เน้นขายแนวนิยายอิโรติก
แต่เพราะกรินทร์ยังมีใจให้ปลายฟ้า ด้วยความรักที่หลงเหลือ จึงให้ปลายฟ้าเขียนนิยายอิโรติกโดยที่มีเขาเป็นพระเอก และเธอเป็นนางเอก แลกกับเงินค่าจ้างที่เขาจะจ่ายให้เธอเป็นรายเดือนแต่ปลายฟ้ามีปมกับเรื่องเซกส์เพราะเคยถูก เปลว พ่อเลี้ยงล่วงละเมิดในวัยเด็กและมักมีอาการทางประสาทกำเริบหากถูกกระตุ้น ทว่าด้วยเงินที่กรินทร์เสนอให้ จึงทำให้ปลายฟ้าตอบรับงาน แต่เพราะกลัวว่าจะเขียนให้ถึงตอนจบไม่ได้ ปลายฟ้าจึงตั้งใจหางานเสริม และเธอก็ได้งานแม่บ้านรีสอร์ตที่มีชื่อว่า Beyond The Horizon โดยบังเอิญจากแม่บ้านคนเก่าที่ลาออกกระทันหัน
ที่รีสอร์ตนี้ ปลายฟ้าต้องทำงานเป็นแม่บ้านประจำโซนวิลล่าการ์เด้น โดยมี แหวว หัวหน้าแม่บ้านเป็นคนคุมงาน เธอมีหน้าที่ดูแลทำความสะอาดและอำนวยความสะดวกให้แขกประจำโซน ซึ่งหนึ่งในแขกที่เธอต้องดูและคือ เข้ เจ้าของห้องหมายเลข 222 ที่เขาแอบเลี้ยงแมวโดยมีแค่เธอและเขาเท่านั้นที่รู้ นอกจากแหววแล้ว ปลายฟ้าได้เจอ ชิด บาร์เทนเดอร์ที่คอยสอนงานในห้องอาหารให้เธอ
ด้วยงานแม่บ้านนี้เองที่ปลายฟ้าจะยึดไว้เป็นอาชีพเสริมจนกว่าเธอจะเขียนนิยายอิโรติกให้กรินทร์จบ แต่มีเหตุเกิดขึ้นกับปลายฟ้าคือเธอเหยียบหางแมวที่คุณเข้เลี้ยงไว้ที่ริมสระน้ำ จนทำให้เธอตกสระ แต่เข้ก็ช่วยเธอไว้ได้ทัน ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้เข้รู้ว่าเธอต้องรับงานเขียนนิยายอิโรติกให้กรินทร์ แต่เธอไม่มีประสบการณ์เรื่องบนเตียง(แบบคู่รัก) เข้เลยเสนอว่าถ้าปลายฟ้ามาเป็นเพื่อนคุยให้เขา เขาจะเล่าประสบการณ์บนเตียงให้ฟัง ข้อตกลงแรกระหว่างปลายฟ้าและเข้จึงเริ่มขึ้น
แต่ปลายฟ้าไม่คาดคิดเลยว่าเธอจะกลายเป็นผู้เล่นคนหนึ่งในเกมล่าหาคำตอบของปริศนาฆาตกรรมในรีสอร์ทแห่งนี้
“คุณแหววปฏิเสธที่จะเป็นพยานให้เรา เธอปักใจเชื่อว่าคุณเข้เป็นคนที่ทำร้ายคุณน้ำตาล และยืนยันหนักแน่นว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับภาพแอบถ่ายหน้าจอโน้ตบุ๊คของคุณเข้แม้แต่น้อยครับ”
วีรชัย ทนายความที่เขาเชื่อมั่นพูดคุยผ่านการทำวิดีโอคอลสามสายระหว่างเขากับ ลียง ผู้เป็นเพื่อนสนิทและควบตำแหน่งเชฟใหญ่พ่วงด้วยผู้ถือหุ้นคนสำคัญของรีสอร์ต
“คุณแหววเชื่อ แต่คุณแหววไม่เห็น” เขตต์ทอดถอนลมหายใจเสียงยาว แล้วกอดอกเอนหลังพิงกับพนักโซฟา
“นั่นหมายความว่าเขาเกลียดมึงขนาดที่ถึงไม่เห็นกับตา ก็เชื่อว่ามึงทำร้ายลูกสาวเขาไงล่ะไอ้เข้” ลียงกล่าวเสียงขุ่น “นอกจากชิดกับลุงยามแล้ว ตอนนี้มีคนในรีสอร์ตคนไหนเชื่อใจมึงบ้าง”
“นั่นสิ...จะเหลือใครเชื่อใจกูบ้าง”
เขาเหมือนถามตัวเองมากกว่าต่อบทสนทนากับอีกฝ่าย ไม่ว่าจะหันไปทางไหน ก็ดูเหมือนไม่มีใครคิดอยากยื่นมือเข้ามาช่วย ก็แน่ล่ะ ใครจะอยากแกว่งเท้าหาเสี้ยน ในเมื่ออำนาจแบบเบ็ดเสร็จยังไม่ได้เป็นของเขา
“ที่คุณลียงพูดมาก็มีส่วนนะครับ ถ้าเป็นไปได้ ผมแนะนำให้คุณเขตต์เก็บตัว”
“คุณวีรชัยกำลังจะบอกว่า มึงเพิ่งกลับไปเมืองไทยใหม่ ๆ ก็อย่าเพิ่งออกไปเงี่ยนที่ไหน เก็บตัวให้อยู่แต่ในห้องให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้”
คำว่า ‘เงี่ยน’ ถูกพูดอย่างไม่เคอะเขินจากปากของลียง แม้จะเป็นลูกครึ่งไทยฝรั่งเศส แต่สกิลการใช้ภาษาไทยเรียกได้ว่าเท่าเทียมเนทีฟสปีกเกอร์เช่นเขา
“แล้วถ้ากูหิวขึ้นมาล่ะ ใจคอมึงจะให้กูแดกแต่น้ำประปาประทังชีวิตอย่างเดียวหรือไง” เขตต์ย้อนถาม แล้วหันไปทางทนายความของตน “อย่างน้อย ให้ผมได้ออกไปหาอะไรใส่ท้อง หรือออกไปรับแสงเดือนแสงตะวันบ้าง ไม่งั้นกว่าจะขึ้นศาล ผมคงเฉาตาย”
“ถ้ามึงหิวข้าว มึงก็เรียกรูมเซอร์วิส ถ้ามึงหิวแสง มึงก็ออกไปยืนสังเคราะห์แสงที่ระเบียง แต่ถ้ามึงหิวตับ มึงก็ควรสำเหนียกว่ายังไม่ใช่เวลาเหมาะที่มึงจะแดกตับใคร และควรเริ่มใส่ใจกับการเตรียมตัวกลับมาแก้ไขปัญหาด่วนที่นิวยอร์กกับกูเดือนหน้า”
คนตอบคือลียงอีกเช่นเคย ส่วนทนายความคนเก่งที่มักปรากฏกายในชุดสูทสีเทาเข้มนั้นขยับแว่นตากรอบหนาสีดำ แล้วเงยหน้าจากสมุดโน้ตเพื่อสรุปใจความสำคัญของบทสนทนา
“เอาเป็นว่าคุณเขตต์ปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะเรายังไม่รู้แน่ชัดว่าใครเป็นคนลอบเข้าห้องคุณเขตต์เพื่อภาพถ่ายหน้าจอโน้ตบุ๊ค”
“จะเป็นใครไปได้อีก ถ้าไม่ใช่คนที่มีคีย์การ์ดห้องของมึง แล้วไอ้คนคนนี้ต้องรู้รหัสโน้ตบุ๊คของมึงด้วย ไม่งั้นก็คงเข้าไปค้นประวัติหาข้อมูลกูเกิลของมึงไม่ได้ แถมกล้องวงจรปิดตัวที่พอจะใช้เป็นหลักฐาน ก็ดันไฟช็อตในคืนนั้นไปเสียดื้อ ๆ”
มันอาจดูเหมือนเป็นเรื่องบังเอิญ แต่กลิ่นไม่ชอบมาพากลลอยอยู่ในอากาศตั้งแต่ภาพแอบถ่ายหน้าจอแสดงผลการสืบค้นนั้นถูกใครบางคนนำส่งให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
น่าแปลกตรงที่คนที่มีคีย์การ์ดห้องเขามีไม่กี่คน และคนที่รู้รหัสโน้ตบุ๊กก็มีแค่น้ำตาล ซึ่งหากมองในแง่ของเวลา ภาพนั้นต้องถูกถ่ายก่อนช่วงเกิดเหตุไม่กี่ชั่วโมง ซึ่งไม่มีทางเป็นน้ำตาลได้เลย เพราะวันนั้น พูดได้ชัดเจนว่าสติของน้ำตาลไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
“ผมอยากให้คุณเขตต์ระวังตัวไว้ให้มากที่สุด ตอนนี้เรายังไม่รู้ว่าใครอยู่ฝ่ายไหน”
เขตต์ลอบถอนหายใจ ก็เพราะไม่รู้ว่าใครอยู่ฝ่ายใครมิใช่หรือ เขาจึงควรกวาดบุคคลต้องสงสัยให้มาอยู่ในสายตา โดยเฉพาะคนที่อยู่ภายใต้การปกครองของหัวหน้าแม่บ้าน ผู้ประกาศชัดเจนว่าจะช่วยแพรวพลอยลากคอเขาเข้าไปนอนในเรือนจำ
“ผมจะพยายามเก็บตัวให้ดีก็แล้วกัน”
คำตอบแบบอ้อม ๆ ของเขาไม่ถูกใจคนฟังอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะลียงที่แยกเขี้ยวใส่
“เก็บจู๋ของมึงให้ดีด้วย!”
“ผมว่าฟังคำเตือนของคุณลียงไว้บ้างก็ดี” วีรชัยก็คงคิดเหมือนกันเรื่องเก็บจู๋ แต่แสดงออกแบบสุภาพกว่า “ส่วนเรื่องการตามตัวแม่บ้านคนเก่า ถ้าได้ความคืบหน้าแล้วผมจะรีบรายงานทันที”
“ขอบคุณมากนะครับ” เขตต์กล่าวกลับ
“เป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้ว ถ้าเรามีพยานหลักฐานมากขึ้น ก็เท่ากับมีโอกาสชนะมากขึ้นเช่นกัน หากคุณเขตต์มั่นใจว่ามีหลักฐานที่แสดงถึงความบริสุทธิ์อยากยื่นเพิ่มเติม ก็รีบบอกผมทันทีเลยนะครับ”
“ครับ ถ้ามั่นใจแล้วผมจะบอกคุณวีรชัยแน่นอน”
“หมายความว่ามึงมีอะไรที่พิสูจน์ความบริสุทธิ์ของมึงแล้วหรือไง”
เขตต์หันไปสบตาคนถาม “มี แต่กูอยากสร้างความมั่นใจให้มากกว่านี้”
ลียงพ่นลมหายใจทิ้ง “หวังว่าตอนกูกลับไทย จะได้เห็นไอ้สิ่งที่มึงกำลังสร้างความมั่นใจ”
“มึงก็เห็นไปแล้ว”
คิ้วของลียงขมวดมุ่น “อะไร”
“เหล้าอีกขวดที่เหลืออยู่” เขตต์กล่าวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม มองใบหน้าทั้งสองที่จ้องเขากลับด้วยแววตาสงสัย
การประชุมสายจบไปแบบไม่มีอะไรคืบหน้ามากนัก ทั้งหลักฐานและพยานยังไม่ชัดเจนพอให้พิสูจน์ว่าเขาบริสุทธิ์จริง แม้คู่กรณีจะเป็นคู่สามีภรรยาที่เป็นผู้ถือหุ้นร่วมกิจการก็ตาม แต่ดูเหมือนว่าคนพวกนั้นต้องการเหยียบเขาให้จมดิน
ฝ่ายชายนั้นเป็นไม้เบื่อไม่เมากับเขามาแต่ไหนแต่ไร แต่ฝ่ายหญิงนั้นคืออดีตรักในรั้วมหาวิทยาลัยที่ทั้งเธอและเขาต่างก็เคยคลั่งรักในกันและกันมาก่อน
แต่ก็แค่เคย...
เขตต์แสยะยิ้มคนเดียวท่ามกลางแสงไฟสีเหลืองนวลในห้องที่เงียบงัน ภาพอดีตระหว่างเขากับแพรวพลอยค่อย ๆ ไหลย้อนเข้ามาในหัว เป็นความรักในรั้วมหาวิทยาลัยที่แสนเร่าร้อนรุนแรง แต่ฉากจบของมันก็สร้างความรวดร้าวให้เขาอย่างสุดแสนเช่นกัน
ทว่า...ความเจ็บช้ำในวันนั้นกลับกลายเป็นส่วนผสมสำคัญในการบ่มเพาะจิตใจของเขาจนถึงวันนี้ ก็คล้ายกับวิสกี้ชั้นดีที่ต้องอาศัยเวลาถึงจะได้กลิ่นและรสชาติที่ลึกล้ำ แต่แม้จะเป็นส่วนผสมเดียวกัน รสชาติก็แตกต่างไปตามภาชนะบ่ม เหมือนคนเราที่ภายนอกก็ดูเป็นคนเหมือนกัน แต่สภาพแวดล้อมที่เติบโตมานั้นเป็นสิ่งสำคัญให้แต่ละคนแตกต่างกันไป
พอคิดถึงตรงนี้ เขตต์ก็หัวเราะในลำคอเบาๆ ต้องขอบคุณพ่อที่อบรมบ่มวิชาความรู้เกี่ยวกับเหล้าให้เขาตั้งแต่เด็ก ทั้งส่วนผสม รสชาติ กลิ่น และกรรมวิธีการบ่มที่ได้เรียนรู้มานั้น นอกจากสร้างอาชีพให้เขาแล้วยังกำลังเป็นสิ่งสำคัญที่เขาจะงัดเอาไปสู้คดี
ความคิดถึงในหัวทำให้ชายหนุ่มยกมือแตะจี้เขี้ยวแล้วสูดลมหายใจเข้าลึก ระลึกถึงรอยยิ้มสุดท้ายของพ่อและแม่ก่อนลุกจากโซฟา เดินไปยังตู้โชว์แล้วหยิบเหล้าจากชั้นมาขวดหนึ่ง เป็นขวดที่มีป้ายเปิดชื่อสุราลายมือของพ่อเขียนไว้
ล่องนาวา
เป็นชื่อของเหล้าขวดนี้ ที่พ่อเขาบรรจงบ่มด้วยความรัก และพร่ำบอกว่าสักวันจะพาเขาและแม่ล่องนาวาสู่ท้องทะเลกว้างเพื่อไปชมดาวใต้ฟ้ากลางมหาสมุทรยามราตรี และเหล้าขวดนี้ที่พ่อจึงตั้งใจบ่มโดยกำหนดวันเปิดของมันคือวันที่พ่อทำความฝันสำเร็จ
ทว่าพ่อไม่มีโอกาสได้เปิดมัน แต่เขาทำหน้าที่นั้นแทนไปแล้ว เขาเปิดฝาแล้วรินของเหลวที่ถูกบ่มผ่านกาลเวลาใส่แก้วใส ก่อนยกขึ้นจิบซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ด้วยเทคนิคการบ่มที่รักษาความต่อเนื่องของกาลเวลาและแต่งแต้มกลิ่นและความหวานของคาราเมลเข้าไปโดยไม่เปิดฝา อันเป็นเทคนิคเฉพาะของพ่อที่ทำให้การบ่มไม่สะดุด ทำให้ได้บุคลิกเฉพาะตัวของเหล้าขวดนี้ มีอำพันอุ่น น้ำตาลไหม้จางๆ และวานิลลาที่ซ่อนตัวในความเงียบและความหวานที่ปลายลิ้นแบบไม่ประกาศตัว
‘ถ้าเวลาในขวดสะดุด สุราจะจำได้’ เป็นคำพูดของพ่อตอนที่สอนเทคนิคนั้นให้เขา
‘ถ้าเวลาในขวดสะดุดไปแล้วละครับ อย่างเช่นถ้าผมเปิดฝาแล้วเติมส่วนผสมลงไปแทนวิธีที่พ่อใช้ละครับ มันจะเสียหรือเปล่า’
‘ถ้าเวลาในขวดสะดุด สุราไม่เสียหรอกนะ เพียงแต่มันมีรอยแผลเชิงคุณภาพเท่านั้น มันก็เหมือนเรื่องเล่าไปไม่ถึงตอนจบเราที่ต้องการ แต่มันก็ได้เรื่องเล่าใหม่ เหมือนชีวิตคนนั่นแหละ มีแผลบ้างไม่เป็นไร ไม่ตาย สุรามีแผลก็ใช่ว่าจะดื่มไม่ได้ แต่ถ้าดื่มไม่ได้จริง ๆ หรือแม้แต่บ่มตามที่ต้องการแล้ว ผลลัพธ์ที่ออกมาไม่ไช่...’ พ่อหยุดพูดแล้วขยี้หัวเขา ‘ก็อย่าไปใส่ใจ บ่มขวดใหม่ ลองใหม่ จนกว่าเราจะเจอรสชาติที่ใช่’
แล้ว...กว่าเขาจะเจอรสชาติที่ใช่ ต้องผ่านบาดแผลสักกี่ครั้งกัน
ตุบ!
พลันนั้น เสียงบางอย่างหล่นกระทบพื้น เขตต์จึงหลุดจากภวังค์หันไปทางต้นเสียง ก็เห็นเบอร์เบินเจ้าแมวแสนรักกำลังใช้จมูกดมสมุดโน้ตที่ก่อนหน้านั้นมีโมเดลเรือยอชต์ขนาดจิ๋ววางทับไว้อยู่ แล้วเรือยอชต์จิ๋วลำนั่นก็ถูกขาปุยของมันเขี่ยจนตกพื้นไปแล้ว
เขตต์ลุกขึ้นไปลูบหัวเบอร์เบินอย่างเอ็นดู แล้วกวาดตามองสมุดโน้ตที่เขายึดมาจากแม่บ้านคนใหม่ หนึ่งใน ‘คนของคุณแหวว’ ที่เขาต้องเฝ้าจับตามอง แต่ไม่คิดว่าการตกสระของเธอโดยมีเบอร์เบินเป็นต้นเหตุจะทำให้เขาคิดแผนดึงเธอมาอยู่ในสายตาได้ใกล้มากขึ้น
“ต้องคืนสมุดให้เธอคืนนี้แล้วสินะ...”
เขาพึมพำกับตัวเอง แล้วย่อตัวเก็บเรือยอชต์ไม้ขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะตามเดิม จากนั้นหยิบสมุดขึ้นมากรีดปลายนิ้วไปตามหน้าปกสีเขียวเข้มก่อนไล่เปิดอ่าน ในใจก็นึกถึงใบหน้าเจ้าของสมุดที่มานั่งฟังเขาเล่าประสบการณ์รักสุดร้อนแรงเมื่อคืน
ไม่น่าเชื่อว่าหญิงสาวเจ้าของใบหน้าซีดเผือดอย่างกับกระดาษตอนฟังเขาอธิบายบทรักแต่ละท่วงท่า จะสามารถเขียนบรรยายฉากเร่าร้อนจากจินตนาการได้จนเห็นภาพ ทำเอาเขาอ่านแล้วถึงกับกลืนน้ำลายอึกใหญ่โดยที่คอไม่ได้แห้งอะไร เพราะแค่ถ้อยคำร้อยเรียงจากลายมือเรียบร้อยของเธอนั้น ทำให้ร่างกายของเขาตื่นตัวได้โดยไม่ต้องแตะต้องสัมผัส
‘คุณมันเจ้าชู้โดยสันดาน!’
แต่แล้วเสียงกรีดร้องของน้ำตาลก็ย้อนกลับมาเข้าหัวอีกครั้ง รวดเร็ว ดุดัน ราวกับต้องคำสาป
เขตต์ไม่อาจลบภาพใบหน้าเปื้อนเลือดของน้ำตาลได้ออกไปจากความทรงจำได้เลย ทุกครั้งที่มันฉายวาบ ก็ราวกับว่าได้กลิ่นคาวเลือดที่เหมือนยังฝังแน่นอยู่ในทุกอณูอากาศของห้องนี้ทุกครั้ง
เขาวางสมุดแล้วหงายฝ่ามือขึ้นดูแผลเป็นเก่าที่ยังคงชัดเจน รอยนูนนั้นยาวจากโคนนิ้วชี้ไปจรดข้อมือขวาเป็นบันทึกความทรงจำที่ฝังลึกลงในผิวหนัง แล้วก็ยังจำความเจ็บแสบตอนที่ถูกปลายคมของรอยบากขวดปากฉลามทิ่มแทงได้ดีราวกับว่ามันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน
เมี้ยว...
เบอร์เบินส่งเสียงร้องเบา ๆ แล้วใช้สองขาหน้าแตะหน้าท้องของเจ้านายหนุ่ม ยืดคอมาดมมือของเขาด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“อย่างน้อยฉันก็ยังมีแกใช่ไหม เจ้าแมวน้อยที่แสนกล้าหาญของฉัน” ชายหนุ่มพูดแล้วจะอุ้มมันขึ้นมากอด แต่เจ้าแมวน้อยกลับกระโดดหนีแล้วเดินไปนั่งหน้าประตูบานเลื่อนกระจก ก่อนยกสองขาหน้าตะกุยพร้อมส่งเสียงร้อง
“อยากออกไปเดินเล่นแล้วละสิ”
เขาไม่ขัดใจแมวตัวโปรด และทันทีที่เปิดประตูให้ มันก็กระโดดผลุงออกไปไต่ขึ้นกิ่งตะแบกที่โน้มลงมาอย่างคล่องแคล่ว ก่อนหายลับเข้าไปในม่านใบไม้หนาทึบ ทิ้งเจ้านายหนุ่มไว้กับความเงียบงันในห้องคนเดียว
แต่แล้ว ในตอนนั้นสายลมแผ่วเบาก็พัดหอบกลิ่นหญ้าและป่าไม้พัดผ่านช่องว่างของประตูระเบียงเข้ามาแตะปลายจมูกและผิวแก้ม มือที่ถือแก้วค้างไว้ตรงริมฝีปากจึงสะดุดเล็กน้อย เพื่อหยุดฟังเสียงกิ่งไม้เสียดสีกัน แทรกประสานด้วยเสียงนกร้องจากชายป่าไกล
ทุกเสียง ทุกกลิ่น คือสิ่งที่อยู่นอกห้อง
สุดท้ายแล้ว คำเตือนของทั้งสองก็ไม่อาจตรึงเขาไว้ได้อีกต่อไป เขตต์วางแก้วแล้วลุกเดินออกจากห้อง บ่ายหน้ามุ่งสู่ยังชายทะเลให้ผิวกายรับสายลมและแสงสีแดงฉานของตะวันยามเย็น