โชคชะตาพาปลายฟ้าผู้หวาดกลัวเรื่องบนเตียงให้มารับงานเขียนนิยายอิโรติกตามใบสั่งของแฟนเก่า แต่ฟ้าก็ใจดีส่งชายหนุ่มผู้มากประสบการณ์เซกส์มาให้ โดยที่ดันลืมเตือนว่าเขาเป็นผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมคนรักตัวเอง
ดราม่า,ชาย-หญิง,ไทย,รัก,ผู้ใหญ่,อิโรติก,สืบสวน ,ดราม่า,โรมานซ์,โรมานซ์สืบสวน,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
พระเอกนิยายสุดปลายฟ้าโชคชะตาพาปลายฟ้าผู้หวาดกลัวเรื่องบนเตียงให้มารับงานเขียนนิยายอิโรติกตามใบสั่งของแฟนเก่า แต่ฟ้าก็ใจดีส่งชายหนุ่มผู้มากประสบการณ์เซกส์มาให้ โดยที่ดันลืมเตือนว่าเขาเป็นผู้ต้องสงสัยคดีฆาตกรรมคนรักตัวเอง
เมื่อนิตยสารสารคดีที่ ปลายฟ้า เป็นนักเขียนประจำปิดตัว ทำให้ปลายผ้าต้องหันเหจากการเขียนแนววิชาการ ไปต้องเลี่ยนแนวไปเป็นนักเขียนนิยาย เพื่อหาเงินเลี้ยงดู แม่และน้องสาว โดยเฉพาะแม่ของเธอต้องรับการผ่าตัดตาในสิ้นปี ปลายฟ้าจึงเขียนนิยายรัก แล้วนำไปให้ กรินทร์ คนรักเก่าที่เป็นซีอีโอของสำหนักพิมพ์อักษรารัญจวนช่วยพิจารณา แต่กรินทร์ไม่ให้ผ่านเพราะแนวเรื่องไม่ตรงกันแนวของอักษรารัญจวนที่เน้นขายแนวนิยายอิโรติก
แต่เพราะกรินทร์ยังมีใจให้ปลายฟ้า ด้วยความรักที่หลงเหลือ จึงให้ปลายฟ้าเขียนนิยายอิโรติกโดยที่มีเขาเป็นพระเอก และเธอเป็นนางเอก แลกกับเงินค่าจ้างที่เขาจะจ่ายให้เธอเป็นรายเดือนแต่ปลายฟ้ามีปมกับเรื่องเซกส์เพราะเคยถูก เปลว พ่อเลี้ยงล่วงละเมิดในวัยเด็กและมักมีอาการทางประสาทกำเริบหากถูกกระตุ้น ทว่าด้วยเงินที่กรินทร์เสนอให้ จึงทำให้ปลายฟ้าตอบรับงาน แต่เพราะกลัวว่าจะเขียนให้ถึงตอนจบไม่ได้ ปลายฟ้าจึงตั้งใจหางานเสริม และเธอก็ได้งานแม่บ้านรีสอร์ตที่มีชื่อว่า Beyond The Horizon โดยบังเอิญจากแม่บ้านคนเก่าที่ลาออกกระทันหัน
ที่รีสอร์ตนี้ ปลายฟ้าต้องทำงานเป็นแม่บ้านประจำโซนวิลล่าการ์เด้น โดยมี แหวว หัวหน้าแม่บ้านเป็นคนคุมงาน เธอมีหน้าที่ดูแลทำความสะอาดและอำนวยความสะดวกให้แขกประจำโซน ซึ่งหนึ่งในแขกที่เธอต้องดูและคือ เข้ เจ้าของห้องหมายเลข 222 ที่เขาแอบเลี้ยงแมวโดยมีแค่เธอและเขาเท่านั้นที่รู้ นอกจากแหววแล้ว ปลายฟ้าได้เจอ ชิด บาร์เทนเดอร์ที่คอยสอนงานในห้องอาหารให้เธอ
ด้วยงานแม่บ้านนี้เองที่ปลายฟ้าจะยึดไว้เป็นอาชีพเสริมจนกว่าเธอจะเขียนนิยายอิโรติกให้กรินทร์จบ แต่มีเหตุเกิดขึ้นกับปลายฟ้าคือเธอเหยียบหางแมวที่คุณเข้เลี้ยงไว้ที่ริมสระน้ำ จนทำให้เธอตกสระ แต่เข้ก็ช่วยเธอไว้ได้ทัน ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้เข้รู้ว่าเธอต้องรับงานเขียนนิยายอิโรติกให้กรินทร์ แต่เธอไม่มีประสบการณ์เรื่องบนเตียง(แบบคู่รัก) เข้เลยเสนอว่าถ้าปลายฟ้ามาเป็นเพื่อนคุยให้เขา เขาจะเล่าประสบการณ์บนเตียงให้ฟัง ข้อตกลงแรกระหว่างปลายฟ้าและเข้จึงเริ่มขึ้น
แต่ปลายฟ้าไม่คาดคิดเลยว่าเธอจะกลายเป็นผู้เล่นคนหนึ่งในเกมล่าหาคำตอบของปริศนาฆาตกรรมในรีสอร์ทแห่งนี้
พอนึกหน้าขบขันของเขาแล้วก็ฉุนขึ้นมา แต่เพราะการเล่าสลับการหยอกล้อของเขาช่วยดึงเธอออกจากภาพอดีตร้ายที่แวบเข้ามาในหัว ปลายฟ้าจึงจดเลกเชอร์จนจบ ทว่าเมื่อกลับมาเรียบเรียงเขียนเป็นนิยายในห้องพัก อาการผะอืดผะอมก็กลับมา
“หวังว่าจะไม่เป็นอะไรไปก่อนเก็บเงินผ่าตาให้แม่จนครบ”
หญิงสาวรำพึงรำพัน ถอนหายใจแล้วรัดปากถุงขยะ นำออกไปทิ้งที่ถังใหญ่นอกห้อง จากนั้นตั้งใจเดินไปกินข้าวเย็นที่โรงครัวสำหรับแม่บ้านและพนักงานรีสอร์ตก่อนเริ่มงานอีกครั้งตอนหนึ่งทุ่ม แต่พอไปถึงก็เหลือแค่ถาดเปล่า แม้แต่ข้าวก็มีเพียงเศษติดก้นหม้อ
“มาตอนนี้แล้วจะเหลืออะไรให้เธอกิน” หัวหน้าแม่บ้านส่งเสียงพูดจากด้านหลัง แล้วเดินเข้ามากอดอกมองด้วยสายตาเย็นชา
“ไม่เป็นไรค่ะ จริง ๆ ปลายก็ไม่ค่อยหิวเท่าไหร่”
แม้จะเสียดายที่มาช้าเกินไป เพราะอาหารที่จัดมาให้โรงครัวที่นี่ก็มาจากครัวใหญ่ครัวเดียวกับที่ปรุงให้แขก รสชาติจึงอร่อยเลิศล้ำไม่แตกต่างกัน หากกินกันไม่หมดก็จะมีคนขอแบ่งกลับบ้าน ซึ่งป่านนี้แล้วก็ไม่เหลือถึงเธออย่างที่เห็น
“ไปหาชิดที่บาร์ แล้วขอแซนวิชเขากินซะ ฉันไม่อยากรับเรื่องขอลาป่วยเพราะปวดท้องด้วยโรคกระเพาะ”
ปลายฟ้าก้มหน้ารับคำแล้วรีบออกจากโรงครัว และในตอนที่เธอไปถึงห้องอาหารริมทะเลนั้น ที่นั่งก็เต็มหมดทุกโต๊ะ ทั้งอินดอร์และเอาท์ดอร์ ส่วนชิดก็กำลังง่วนอยู่กับการทำค็อกเทลตามใบออเดอร์ที่ซ้อนกันเป็นปึกหนา
“ให้ปลายช่วยอะไรไหมคะ” หญิงสาวเห็นว่าควรเสนอความช่วยก่อนขออาหารกิน
ชิดหันขวับมามองด้วยดวงตาประหลาดใจชั่วขณะ จากนั้นหันซ้ายหันขวาแล้วชี้ไปทางแถวขวดเหล้าเปล่าที่เรียงใส่ลังรอเปลี่ยนถ่าย
“งั้นไปหยิบวอดก้ามาให้พี่สามขวด เอาคาลัวร์กับจินมาอย่างละขวดด้วย”
หญิงสาวยิ้มรับ แล้วรีบเดินเข้าสู่คลังเก็บเหล้าเพื่อหยิบสิ่งที่ต้องการ ด้วยความที่เป็นแม่บ้านผู้มีหน้าที่ดูแลอำนวยความสะดวกให้ชายหนุ่มเจ้าของห้องหมายเลข 222 จึงทำให้เธอเข้าออกคลังแห่งนี้บ่อยพอ ๆ กับชิด พิกัดของสิ่งต่าง ๆ ก็ถูกบันทึกไว้ในสมองแล้วเกือบทั้งหมด
แต่ก็ต้องยกประโยชน์ให้เป็นการวางเลย์เอาต์ที่เข้าใจง่ายและเป็นระบบระเบียบเหมือนซูเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งเมื่อหันหน้าเข้าหาคลัง สองล็อกขวาจะเป็นกลุ่มสุราตะวันตก เช่น วอดก้า วิสกี้ หรือบรั่นดี และสองล็อกซ้ายจะเป็นสุราตะวันออกอย่างพวกสาเก โซจู เหล้าขาว และที่ติดผนังด้านในสุดนั้นก็คือคลังสมบัติส่วนตัวของแขกหนุ่มวีไอพีที่มีดีลลับกับเธอ ซึ่งก็ยังไม่มีสักครั้งเลยที่ปลายฟ้าจะได้รับคำสั่งให้มาเปิดคลังเหล้าสมบัติของเขา
ปลายฟ้าใช้เวลาไม่นานก็ได้เหล้าที่ต้องการจนครบ เธอบรรจงเรียงใส่ลังอย่างเบามือ แล้วกำลังจะยกไปส่ง ทว่าเสียงส้นรองเท้าและกลิ่นน้ำหอมจาง ๆ ทำให้ปลายฟ้าหยุดขาแล้วมองผ่านช่องว่างระหว่างชั้น
ในสองล็อกถัดไปนั้น มีร่างของหญิงสาวเจ้าของผมยาวสีน้ำตาลดัดเป็นลอน รูปร่างสูงโปร่ง เดินเลยผ่านไปยืนนิ่งที่หน้าคลังสมบัติชายหนุ่ม
“เธอรอให้ฉันส่งเขาไปเซ่นเธออยู่หรือไงน้ำตาล”
แม้จะเห็นเพียงแผ่นหลัง แต่น้ำเสียงที่เปล่งออกมาเต็มแน่นไปด้วยความขุ่นเคืองจนปลายฟ้าสัมผัสได้
“คุณแพรวพลอยคะ” แต่แล้วเสียงของผู้มาใหม่ก็ทำให้ปลายฟ้ากลั้นลมหายใจไปชั่วขณะ
“ฉันจะลากคอเขาเข้าคุกให้ได้ป้าแหวว ฉันสัญญา”
เมื่อหญิงสาวผู้นั้นหันหน้ามา ปลายฟ้าจึงได้เห็นใบหน้าสวยสมบูรณ์แบบ ดวงตากลมโต จมูกโด่งได้รูปสวย ริมฝีปากอวบอิ่มเป็นกระจับ หากยกตำแหน่งให้เธอคนนั้นเป็นตัวแทนของคำว่างดงามไร้ที่ติ ก็คงไม่มีใครแย้ง
“และฉันก็จะทำในส่วนของตัวเองให้ดีที่สุด ใครก็ตามที่ทำร้ายลูกสาวฉัน มันจะต้องชดใช้กรรม”
หัวหน้าแม่บ้านตอบกลับเสียงขึงขัง ส่วนคนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวได้แต่พยายามเก็บตัวอยู่ในความเงียบ แล้วภาวนาขอให้ทั้งคู่ออกไปจากคลังเก็บเหล้าเสียที
“ปะ...” ตัวช่วยของเธอมาได้จังหวะ ชิดโผล่ที่ประตูทางเข้า แต่แล้วก็หยุดชะงักอยู่ตรงนั้น “เอ่อ... คุณแพรวพลอย สวัสดีครับ”
“แกมายืนเหรอหราอะไรที่นี่ฮะชิด แล้วใครจะชงเหล้าให้แขก” แหววก้าวเข้าไปยืนเท้าเอวใส่
“เหล้าหมดครับ ผมเลยวิ่งมาหยิบ”
“ก็รีบ ๆ ไปหยิบซะที!”
สิ้นเสียงตวาดของหัวหน้าแม่บ้าน บาร์เทนเดอร์ร่างสูงก็สาวเท้าเข้ามา แน่นอนว่าเป็นล็อกที่ปลายฟ้าพยายามทำตัวให้เงียบที่สุด ซึ่งเธอก็ทำอะไรไม่ได้ไปมากกว่านี้แล้ว จึงย่อตัวหลบในเงาที่คิดว่าจะรอดพ้น ทว่าไม่อาจหลบคนที่เดินอาด ๆ เข้ามา
แต่เรื่องประหลาดก็เกิดขึ้นซ้ำ เมื่อชิดมาหยุดยืนตรงหน้าแล้วยกนิ้วชี้พาดกลางปากทำสัญญาณบอกให้เงียบ จากนั้นถ่ายโอนลังเหล้าจากปลายฟ้าไปถือไว้เอง ก่อนเดินออกจากคลังไปพร้อมกับเอ่ยว่า
“ผมเห็นเสี่ยปองเดินวนไปวนมาอยู่ข้างนอก น่าจะมองหาคุณแพรวพลอยอยู่”
ปลายฟ้าที่ยังนั่งจับเข่าได้ยินเสียงสบถ ต่อด้วยเสียงกระแทกของส้นรองเท้าเดินออกไปจากคลัง แต่ก็ยังมีอีกคนหนึ่งที่ตกค้างอยู่ข้างใน นักเขียนสาวจึงต้องทำตัวให้นิ่งจนกระทั่งได้ยินเสียงรำพึงรำพันว่า
“ฉันจะไม่ยอมให้เขาทำสิ่งเลวร้ายกับใครเป็นครั้งที่สอง ขอให้น้ำตาลเป็นเหยื่อคนสุดท้าย”
คำว่า ‘น้ำตาล’ ที่ถูกเอ่ยออกจากปากของคนทั้งสอง ต้องเป็นเจ้าของเหล้าที่มีชื่อเขียนบนฉลากในคลังสมบัติของคุณเข้แน่นอน และเมื่อแผ่นหลังของหัวหน้าแม่บ้านพ้นประตูคลังเก็บเหล้าไปแล้ว ปลายฟ้าก็ย่องออกมาแล้วหวนกลับไปหาชิด ด้วยหวังว่าเขาจะพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้า แต่พอไปถึงเคาน์เตอร์บาร์ ชิดก็บอกเธอว่า
“เอาไปเสิร์ฟคุณเข้ เขาอยู่ที่เตียงชายหาด”
แล้ววางแก้วที่มีไอศกรีมวานิลลาแช่อยู่ในของเหลวสีอำพัน ที่บนไอศกรีมนั้นประดับด้วยแผ่นดาร์ก ช็อกโกแลตเขียนคำว่า Sweet Drunkard
“เตียงชายหาดหรือคะ”
เธอเอ่ยคำถาม แต่ชิดหันไปชงเหล้าตามออเดอร์ที่ถูกส่งมาติด ๆ ด้วยท่าทีเมินเฉย ปลายฟ้าจึงพออ่านได้ว่าชิดคงไม่ต้องการพูดถึงเรื่องในคลัง แต่คำพูดของผู้หญิงทั้งสองก็สะกิดใจเธอนัก โดยเฉพาะคำว่า ‘เหยื่อคนสุดท้าย’ มันหมายถึงอะไรกัน
ปลายฟ้ายกถาดเครื่องดื่มเดินไปที่ชายหาดที่ผืนทรายถูกอาบด้วยแสงสีแดงอมชมพูของตะวันยามอัสดง โดยมือหนึ่งยกถาดค็อกเทลที่ไอศกรีมวานิลลากำลังละลายรวมกับของเหลวสีอำพัน ส่วนอีกมือก็ประคองความสงสัยจากบทสนทนาในคลังเก็บเหล้าเมื่อครู่
กระทั่งเธอย่ำเท้ามาจนถึงเตียงชายหาดเตียงสุดท้ายที่อยู่สุดแนวโค้งน้ำ ปลายฟ้าก็หันมองไปรอบ ๆ แต่เธอไม่เห็นร่างของเจ้าของเครื่องดื่มเลย ซึ่งถ้าไม่เห็นสร้อยจี้เขี้ยวที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงชายหาดตัวสุดท้ายเสียก่อน เธอคงคิดว่าเดินมาผิดทาง
“แล้วเขาหายไปไหน...”
แต่ก่อนที่ความสงสัยจะกลายเป็นความลังเล ปลายฟ้าเห็นเงาของร่างหนึ่งกำลังแหวกว่ายอยู่ในทะเลห่างจากชายฝั่งออกไปไม่ไกล จึงยืนถือถาดเพื่อเฝ้ารอเจ้าของเมนูเครื่องดื่มมึนเมาที่คนอย่างเธอไม่เคยเห็นมาก่อน จวบจนเขาหันหัวเข้าหาฝั่ง ก็มั่นใจว่าเป็นชายหนุ่มที่กำลังรอ ไม่ใช่โลมาเล่นคลื่นที่ไหน
“อ้าว คุณปลาย” ร่างสูงส่งเสียงทักทายเมื่อก้าวย่างจากชายหาดใกล้เข้ามา
“ค็อกเทลที่คุณสั่งค่ะ” เธอบอกแล้วยื่นถาดให้ พลางเบี่ยงจุดโฟกัสสายตาเลยไหล่กว้างของเขาไป เพราะไม่กล้าจ้องแผ่นอกเปลือยสีแทนกล้ามตึงแน่น ที่มีรอยสักรูปกงจักรเหนือหน้าอกขวา
“อากาศมันร้อน ไอศกรีมเลยละลายไปเกือบหมดแล้วค่ะ”
“นั่นสิ วันนี้อากาศร้อนจริง ๆ”
เขาเอ่ยพลางหยิบแก้วขึ้นจากถาด แต่แล้วปลายฟ้าที่ทำเป็นหันไปมองทางอื่นก็สะดุ้งโหยง เพราะเขานาบแก้วที่มีไอเย็นเกาะบนแก้มข้างขวาของเธอ ความเย็นเฉียบที่สัมผัสผิวบวกความตกใจทำให้ปลายฟ้ารีบก้าวถอยหลังโดยอัตโนมัติ พร้อมกันกับที่เขาชักแก้วออกแล้วส่งยิ้มมาให้
“คุณทำอะไรน่ะ!” ปลายฟ้าย่นคิ้วใส่ แล้วเช็ดแก้มชื้นด้วยหลังมือของตน
“ก็เห็นคุณหน้าแดง เลยคิดว่าคุณคงร้อนเหมือนกัน”
เขาเอ่ยพลางคลี่ยิ้มบาง แล้วเหลือบตามองไปทางห้องอาหาร ก่อนหันกลับมาหาเธออีกครั้ง “ตอนนี้มันเวลาเบรกของคุณไม่ใช่หรือ ทำไมยังทำงานอยู่ล่ะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ แค่ได้มายืนดูพระอาทิตย์ตกแบบนี้ก็ถือว่าได้พักแล้ว”
ชายหนุ่มหัวเราะเบา ๆ “งั้นก็นั่งลง แล้วชมมันด้วยกันสิ”
“เอ่อ...” ถึงจะไม่ได้อยู่ในเวลางาน แต่เธอยังสวมใส่ฟอร์มของแม่บ้าน จะให้นั่งเคียงเสมอแขกเป็นไม่ได้ “ไม่ดีกว่าค่ะ”
“นี่เป็นคำสั่ง”
ปลายฟ้าลอบสูดลมหายใจเข้า แล้วหย่อนกายลงนั่งบนเตียงข้าง ๆ กันด้วยท่าทีเกรงใจสายตาของพนักงานรีสอร์ตที่ยังเดินไปเดินมาแถวนั้น
“มอง”
นอกจากสั่งให้นั่ง เขาก็ยังชี้นิ้วสั่งเธอให้หันหน้าไปทางเส้นขอบฟ้า ปลายฟ้าจึงต้องหันหน้าไปตามคำสั่ง
แต่ในวินาทีนั้นเอง ตะวันที่กำลังลับเส้นขอบทะเลส่องแสงสีส้มอมแดงแต่งแต้มไปทั่วผืนผืนฟ้า ภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้ทุกเสียงรอบกายนักเขียนสาวในร่างแม่บ้านค่อย ๆ เบาลง และเพียงแค่ไม่กี่นาทีเท่านั้นจนตะวันจมหายไป ปลายฟ้าก็ได้รู้สึกถึงช่วงเวลาเป็นอนันต์เหมือนเธอได้เชื่อมโยงกับบางอย่างในหัวใจ
มันคือความเงียบ เป็นความเงียบที่ปลอบประโลม เหมือนคลื่นกระซิบว่าเธอยังหายใจอยู่ กระทั่งแสงสุดท้ายจากขอบฟ้ากลายเป็นม่านราตรี ดาวดวงแรกก็ปรากฏขึ้น และที่สุดปลายสายตานั้น มีแสงสีเขียวของเรือเดินสมุทรกระพริบเป็นแถวยาวเรียงรายพร้อมกันกับโคมไฟชายหาดของรีสอร์ตที่เริ่มให้ความสว่างทั่วอาณาบริเวณ
“ไม่ได้นั่งนิ่ง ๆ มองท้องฟ้าโดยไม่คิดอะไรแบบนี้มานานแล้ว ขอบคุณนะคะ” ปลายฟ้าเห็นว่าได้เวลากลับไปทำงานต่อ เธอจึงลุกขึ้นแล้วเอ่ยกับเขา
“อยู่เป็นเพื่อนผมก่อนได้ไหม”
“เอ่อ...” หญิงสาวไม่รู้ว่าควรตอบคำขอร้องอย่างไร จะดีกว่าไหมหากเขาใช้งานเธอในฐานะแม่บ้านมากกว่าในฐานะเพื่อนคุย “คุณอยากได้อะไรเพิ่มหรือคะ”
“อยากให้คุณอยู่ต่อ” เขาส่งสายตาสื่อความหมายตามที่พูดชัดเจน
“แต่...”
“นิยายของคุณเป็นยังไงบ้าง” แล้วถามเธอพลางจิบค็อกเทลที่ไอศกรีมเริ่มหลอมละลายเป็นเนื้อเดียวกันกับเหล้า
“คือ... ฉันส่งให้พี่รินทร์ไปแล้วค่ะ แต่... ไม่แน่ใจว่าเขาจะชอบหรือเปล่า”
“แล้วคุณล่ะ ชอบที่ตัวเองเขียนไหม”
นักเขียนสาวส่ายหน้า “ไม่ค่ะ ฉันไม่ชอบเลย”
เจ้าของคำถามเลิกคิ้ว “ทำไมล่ะ ประสบการณ์ที่ผมเล่าให้ฟัง มันไม่สยิวใจคุณเลยหรือ”
เธอหัวเราะในใจ อยากจะตอบว่า ไม่สยิว แต่สยอง... เพราะแค่เริ่มลงมือเขียน ปฏิกิริยาของร่างกายก็ทำงาน เธออาเจียนใส่ถังขยะทั้งคืนจนเพื่อนข้างห้องเคาะผนังเตือนให้รู้ว่ารำคาญ แต่ในเมื่อเขาเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดนิยายอิโรติกเรื่องนี้ ปลายฟ้าจึงไม่ปกปิดความรู้สึกของตัวเอง
“ฉันเข้าไม่ถึงอารมณ์ของเรื่อง ที่เขียนไปก็พยายามใช้เรื่องเล่าของคุณมาเรียงให้เป็นรูปประโยคให้ดีที่สุดเท่าที่ทำได้ แล้วถ้าพี่รินทร์จะชอบ ก็คงชอบเพราะว่าฉันทำตามโจทย์มากกว่า”
“แล้วเขียนตามโจทย์ไม่พอหรือ”
“อาจจะพอ ถ้านักเขียนคนนั้นไม่สนใจว่าสิ่งที่เขียน มันออกมาจากความคิดหรือความต้องการของตัวเองหรือเปล่า”
“แล้วคุณต้องการอะไรจากการทำแบบนี้ล่ะ”
“เงินค่ะ... ฉันต้องการเงิน”
ปลายฟ้าตอบเสียงหนักแน่น และเป็นคำตอบเดียวที่ลอยขึ้นในหัวเหมือนลูกโป่งสีแดงลอยล่องไปบนท้องฟ้า
“คุณเป็นนักเขียนอาชีพไม่ใช่หรือ แค่เปลี่ยนจากชิมแปนซีเล่นจ้ำจี้ไปเป็นมนุษย์ขยายเผ่าพันธุ์บนเตียงเท่านั้นเอง”
ปลายฟ้าถอนหายใจ “ใช่ว่านักเขียนจะเขียนได้ทุกอย่างนี่คะ มันต้องมีทั้งแนวที่เราถนัดและไม่ถนัด จริง ๆ ทุกอาชีพก็น่าจะเหมือนกันไม่ใช่หรือคะ”
ริมฝีปากหยักยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม ละสายตาจากเธอหันไปมองแก้วในมือ “คุณเห็นค็อกเทลแก้วนี้ไหม”
“คะ?” คิ้วของเธอเลิกสูง
“ไอศกรีมวานิลลากับเหล้ารัมสีทอง คุณว่ารสชาติมันเป็นยังไง”
“ฉันไม่รู้ แต่ฉันไม่คิดว่ามันจะเข้ากันได้นัก”
“ใช่ มันเข้ากันไม่ได้”
คำตอบของเขาสร้างความฉงนให้หญิงสาว เพราะถ้าเข้ากันไม่ได้แล้ว เขาดื่มเกือบหมดแก้วได้อย่างไร
“แต่พอไอศกรีมวานิลลาละลายกลายเป็นเนื้อเดียวกับรัมแล้วละก็ มันสุดบรรยาย” และนั่นคือคำตอบจากเขาที่ยืนยันด้วยรอยยิ้มกว้าง
“ต้องรอมันละลายเข้ากันถึงจะดื่มได้ คุณถึงว่ายน้ำเสียนานสองนานใช่ไหม”
“บางอย่างก็ต้องอดทนรอ”
“แต่ถ้าอดทนแล้ว มารู้ตัวทีหลังว่าฉันไม่ได้เป็นไอศกรีมวานิลลาที่เข้ากันได้ดีกับเหล้ารัมล่ะคะ”
“คุณก็แค่หาเหล้าที่เข้ากับตัวคุณ”
ดวงตาของเขาสะท้อนประกายวูบไหว ราวกับแสงดาวที่ไหวระริกบนผืนน้ำยามราตรี งดงามแต่ก็เต็มไปด้วยความลึกลับ ในขณะเดียวกันก็ลึกซึ้งจนปลายฟ้ารู้สึกเหมือนถูกดูดเข้าไปในห้วงมหาสมุทรที่เวิ้งว้างเปลี่ยวเหงา
ทว่าวินาทีนั้น เสียงโทรศัพท์ของปลายฟ้าดึงเธอออกจากห้วงแรงดึงดูดปริศนา แต่ยังไม่กล้ารับสายเพราะอยู่ในหน้าที่ จนเขาส่งยิ้มให้แล้วทำหน้าคล้ายบอกอนุญาต เธอจึงหยิบมันออกจากกระเป๋าผ้ากันเปื้อน
“พี่รินทร์...”
เสียงของเธอแทบหล่นหายเมื่อเห็นชื่อของหมายเลขเรียกเข้า และเกิดความกังวลใจที่จะรับ เพราะถ้าเขาโทรมาด้วยเรื่องของบทนำที่เพิ่งส่งไป เธอก็ยังไม่พร้อมรับคำวิจารณ์ใด ๆ
“ฉันจะรู้ได้ยังไงว่า เหล้าแบบไหนเข้ากับฉัน...” ปลายฟ้าเอ่ยถามขณะมองหน้าจอโทรศัพท์ที่ยังส่งเสียงเร่งเร้าให้รับสาย
“ถ้าลองแค่จิบแรกแล้ว คุณยังอยากดื่มด่ำความสุขที่ได้จากมันมากขึ้น คุณก็ได้คำตอบแล้ว” เขาแกว่งแก้วเหล้าในมือพลางทอดตามองท้องทะเลยามราตรี
“แล้วถ้าเหล้าจิบแรกของฉันมัน... มันทำให้ฉันกลัว...” เธอหยุดพูดแล้วเม้มริมฝีปากเข้าหากัน พยายามกลืนก้อนความเจ็บช้ำลงคอ ก่อนคลี่คำพูดออกมาด้วยความรู้สึกเหมือนกำลังสารภาพผิดครั้งใหญ่ “...กลัวจนไม่อยากจิบเหล้าแบบไหนอีกเลยล่ะคะ”
เขาเงียบไปชั่วหนึ่งลมหายใจ แล้วตอบด้วยเสียงนุ่มแต่ก็หนักแน่นพอที่จะสั่นหัวใจของปลายฟ้า
“คุณไม่ได้กลัวเหล้า... แต่คุณแค่ติดอยู่กับความทรงจำของเหล้าแก้วแรกเท่านั้น ทั้ง ๆ ที่คุณสามารถเริ่มต้นกับเหล้าแก้วใหม่ที่อาจทำให้คุณรักมันได้มากกว่าเดิมเป็นร้อยเท่าพันเท่า...”
จากนั้นเขาก็ลุกขึ้นยืน วางแก้วเปล่าไว้บนถาด “คืนนี้เราคุยกันแค่นี้”
“เอ๊ะ” ปลายฟ้าแหงนหน้ามอง
“อย่าห่วง ผมจะทบให้ในวันถัดไป รับรองว่าคุณได้เซกส์ซีนแบบถึงใจเอาไว้เขียนให้เขาแน่นอน...”
บอกเธอแล้วยกยิ้มที่มุมปาก จากนั้นคว้าชุดคลุมขึ้นสวมแล้วเดินออกจากตรงนั้น ปล่อยให้ปลายฟ้าครองความเงียบสงบของชายหาดแต่เพียงลำพัง เธอจึงหลับตาสูดลมหายใจเอากลิ่นไอทะเลเข้าปอด แล้วเลื่อนหน้าจอเพื่อรับสาย
“สวัสดีค่ะพี่รินทร์”
“ปลาย... บทนำที่ปลายส่งมามัน...”
“มันแย่มากเลยใช่ไหมคะ” ปลายฟ้ารีบชิงพูดก่อน เผื่อว่าจะช่วยลดแรงกระแทกของคำวิจารณ์ได้บ้าง
“ไม่ ไม่เลย มันดีมาก ดีมากเลยต่างหาก”
แต่ผิดคาด ร่างกายของปลายฟ้านิ่งสนิท นั่งอึ้งเบิกตาค้างราวสามวินาที “มัน... มันอะไรนะคะ” แต่เธออาจหูฝาดไป จึงขอถามทวนเขาอีกรอบเพื่อความแน่ใจ
“มันดีมากเลยปลายฟ้า”
“มันดี... มันดีหรือคะ” คำว่ามันดีมากดังก้องสะท้อนไปมาในหัว
“พี่อยากเจอเธอ คืนนี้พี่ไปหาปลายได้ไหม”
เพราะไม่คาดคิดว่าจะได้ยินประโยคนี้ หัวใจของปลายฟ้าจึงสั่นระรัว “คือว่าปลาย...”
“พี่อ่านบทนำของปลายแล้วทำให้พี่คิดถึง... คิดถึงคืนนั้นของเรา ยังคิดถึงเสมอมันไม่เคยลืม” เสียงของกรินทร์ที่สถิตข้างใบหูดังสะท้อนไปถึงหัวใจ
ปลายฟ้าทอดถอนลมหายใจพลางมองแก้วเปล่าบนถาด ค็อกเทลที่ปรุงแต่งด้วยไอศกรีมวานิลลาหลอมรวมกันกับรัมแก้วนี้คงถูกใจเขามาก จึงเหลือไว้เพียงแค่คราบสีเหลืองนวลที่เคลือบผิวแก้วใส
‘...ถ้าลองเพียงแค่จิบแรกแล้ว หัวใจคุณเรียกร้องอยากดื่มด่ำความสุขที่ได้จากมันมากขึ้น คุณก็ได้คำตอบแล้ว...’
เธออยากดื่มด่ำกำซาบมันจริงหรือปลายฟ้า แต่... กรินทร์... ไม่ใช่เหล้าจิบแรกของเธอ
คิดเพียงเท่านี้หน้าอกของปลายฟ้าก็เกิดอาการปวดร้าวราวกับถูกสายฟ้าฟาด คิดเพียงเท่านี้เธอก็อยากจมตัวเองให้ดำดิ่งลึกลงไปใต้ท้องทะเล คิดเพียงเท่านี้ คิดเพียงเท่านี้...
ปลายฟ้าปล่อยโทรศัพท์ตกพื้น แล้วสะอื้นร้องไห้ออกมา จิบแรกของเธอ คือจิบแรกที่ถูกซาตานฝืนบังคับข่มขู่และขืนใจ จิบแรกที่ทำให้เธอมิอาจดื่มด่ำกับความสุขใด ๆ ในชีวิตได้อีกเลย