วารีพัฒนาประเทศต่ออย่างไม่หยุดยั้ง แถมคอยดูแลเหล่าเมียในฮาเร็มจนหมุนหน้าหมุนหลัง แต่ต้องมาเจอกับอดีตที่เคยผิดพลาดตามมาหลอกหลอนทั้งๆที่ลูกใกล้คลอด ทำให้เหล่าแฟนพากันมาช่วยเพื่อให้คนเดิมกลับมาหาพวกเธอ วารีอยากทำงานค้าขายให้ดี รักฮาเร็มให้เต็มหัวใจ แต่โดนรุมเร้าจากทั้งจิตใจในอดีตและเหล่าผู้ก่อการร้าย ทั้งๆที่เมียท้องกันยกชุด เขาต้องทำทั้งหมดให้ได้ดี และสุดท้ายเมื่อทุกอย่างพร้อม เขาจะรับหน้าที่ราชา
รัก,แอคชั่น,แฟนตาซี,ชาย-หญิง,เกิดใหม่,ต่างโลก,คลั่งรัก,ชาย-ชาย,หญิง-หญิง,ฮาเร็ม,ชาย-หญิง,หญิงรุก,yaoi,โรมานซ์,โรแมนติก,ต่อสู้,รักวัยรุ่น,เกิดใหม่,ทำงาน,สร้างตัว,ฝึกฝน,นางเอกเก่ง,พระเอกเก่ง,รัก,แฟนตาซี,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
กำพร้า ณ ต่างโลก ภาค 2วารีพัฒนาประเทศต่ออย่างไม่หยุดยั้ง แถมคอยดูแลเหล่าเมียในฮาเร็มจนหมุนหน้าหมุนหลัง แต่ต้องมาเจอกับอดีตที่เคยผิดพลาดตามมาหลอกหลอนทั้งๆที่ลูกใกล้คลอด ทำให้เหล่าแฟนพากันมาช่วยเพื่อให้คนเดิมกลับมาหาพวกเธอ วารีอยากทำงานค้าขายให้ดี รักฮาเร็มให้เต็มหัวใจ แต่โดนรุมเร้าจากทั้งจิตใจในอดีตและเหล่าผู้ก่อการร้าย ทั้งๆที่เมียท้องกันยกชุด เขาต้องทำทั้งหมดให้ได้ดี และสุดท้ายเมื่อทุกอย่างพร้อม เขาจะรับหน้าที่ราชา
ฟรี 5,000 คนแรก
ภาค 1 เกิดใหม่เล็งไข่ตั้งมั่น
https://www.plotteller.com/book_reading_novel/01J6K59JBZFBKF5WR1DS8Y86Q2
วารีมุ่งมั่นพัฒนาประเทศให้ขยายไปมากขึ้น และเอาของยอดนิยมโลกเก่ามาขายเพื่อเปลี่ยนยุคจากยุคขี่นกมาใช้รถและมอเตอร์ไซค์
แต่อดีตตามมาหลอกหลอนและต้องเจอกับกำแพงที่ตัดสินว่าอะไรถูกต้องและไม่ถูกต้อง
และเขายังต้องเตรียมพร้อมทุกอย่างให้ลูกที่ใกล้เกิดมาในอนาคตข้างหน้า
เขาต้องสู้พัฒนาสร้างทุกอย่างพร้อมจิตใจที่ปั่นป่วน แต่ยังดีที่เหล่าแฟนคอยดูเขาใกล้ชิดและตบหัวเขาทุกครั้งที่เขาง้องแง้ง
https://www.facebook.com/profile.php?id=100087843892571&mibextid=LQQJ4d
bluesky
https://bsky.app/profile/wayuwayutl.bsky.social
187 สู่ฟูลมูน
วารีไปนั่งที่ตัวเองในห้องประชุม
เมื่อทุกคนมาแล้ว รวมถึงราชาที่มาช้า ทหารออกไปรายงานหน้าห้อง
มันเป็นรายงานเกี่ยวกับจำนวนทหาร และความพร้อมสำหรับสงคราม
วารีนั่งฟังอย่างตั้งใจ
จากนั้นเป็นคิวของเรื่องบริหาร พนักงานขั้นสูงพูดเกี่ยวกับแผนกต่างๆในวาโรซีเมียเรีย
เดือน 1 ยุคตีกันปี 125
“ดูเหมือนประเทศจะมาไกลมากหลังเธอมา” วาโรหันมาบอกวารี
“ไม่หรอกมั้ง มันเป็นความสามารถของทุกคน ไม่ใช่ฉันคนเดียวหรอก” วารีถ่อมตัว
วาโรจ้องหน้าวารีแล้วยิ้ม จากนั้นหันไปไม่พูดอะไร
“ทุกแผนกทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และจะเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ เรายังมีที่ว่างสำหรับสิ่งก่อสร้างใหม่และมองเห็นการเพิ่มแผนกจัดการเรื่องที่ยังไม่มีคนจัดการ แต่นั่นเป็นเรื่องรองที่ยังไม่จำเป็นต้องลงแรงตรงนั้น จบการรายงานเพียงเท่านี้ ต่อไป เชิญราชาและราชินีมาพูดครับ” พนักงาน ขั้นสูงปิดประชุม
“ไปกัน” วาโรเรียกวารี
วารีลุกจากที่นั่งและไปด้านหน้า
เมื่อวาโรถึงด้านหน้าเธอเริ่มพูด “วาโรซีเมียเรียจำเป็นต้องคงไว้ซึ่งความพร้อมในการรบ ศัตรูทางเหนือยังคงอยู่ ศัตรูจากฟ้าเงียบไปแต่ก็ยังมีตัวตน และประเทศที่ยังไม่เป็นของเราก็ยังมีในทวีปนี้ ทุกคนจงเตรียมพร้อม อย่าทิ้งดาบและโล่ คงไว้ซึ่งความดุดันและพลังในการรบ ส่วนเรื่องภายใน ขอเชิญราชาพูดต่อไป”
วารีขัดทันที “โยนมาเร็วไปมั้ย?”
“ไม่หรอก” วาโรปัดมือ
ทุกคนได้ยินผ่านไมโครโฟนแล้วก็ยิ้มๆให้กับความสัมพันธ์ของสองคน
วารีออกไปยืนข้างหน้าไมโครโฟน เกร็งเต็มที่
“เท่าที่ฟังมา เรื่องประเทศไม่มีอะไรต้องเสริมและทุกคนทำงานกันได้ดีมาก ฉันไม่รู้จะเพิ่มอะไรเข้าไปในน้ำหนักงานของทุกคน แต่ถ้าแบบนั้น เหล่าแฟนและฉันจะทำอะไรดี ใครมีความเห็นบ้างมั้ย?” วารีถาม
ทหารมองหน้ากัน ทุกคนมีความคิดในหัว แต่ทุกคนไม่รู้ว่าความคิดของตัวเองดีหรือไม่
ทุกคนอยากได้ความคิดใหม่จากต่างโลกของวารี และไม่อยากขัดด้วยการเสนออะไรครึ่งๆกลางๆ
วารีมองซ้ายกวาดไปขวา ไม่มีใครออกความคิดเห็นใหม่
เขาพูด “เฮ้ ออกความเห็นกันบ้างก็ได้ มันไม่ได้จำเป็นต้องเป็นฉันตลอดเวลานะ หลักการฝึกพนักงานที่ดี คือสุดท้ายทุกคนต้องคิดสร้างสรรค์เองเป็นเพื่อต่อยอดองค์กร ถ้าทุกคนเป็นแบบนี้ ถ้าฉันอุบัติเหตุด้องไปจะทำยังไง แต่ว่าพูดไปก็ใช่ว่าจะเปลี่ยนมันได้ง่ายๆ เอาเป็นว่าคิดเองกันบ้าง แล้วเรื่องที่เราจะทำต่อคือ… อืม…”
“เธอพูดเป็นลางทำไม” วาโรขัดด้วยหน้าดุ
วารีไม่ตอบและคิดถึงสิ่งที่อยากทำ
“เหล่าแฟน ราชาและราชินี จะไปเที่ยว” วารีพูด
“หา?” วาโรพูดทันที
“เอาน่า มันได้เวลาพัก” วารีบอกด้วยรอยยิ้ม
“ปีที่แล้วก็เพิ่งพัก”
“ก็พักอีกไง พักบ่อยๆจะได้มีแรงรบ เดี๋ยวหมดสัญญาสันติภาพแล้วก็รบอีก แถมกัลแลนด์ก็ยังไม่เป็นของเรา รบครั้งต่อไปน่าจะยาว ฉันอยากทำงานเต็มที่และเล่นให้เต็มที่เท่ากัน” วารีพูด
“จะไม่อยู่ดูงานในประเทศมั่งเหรอ?” คำถามนี้ทำวารีเจ็บจี้ด
“ฉันเชื่อว่าทุกคนทำงานได้ดีแล้ว และไม่อยากเข้าไปยุ่งหรือแทรกอะไร”
“แล้วเรื่องสวนสนุกใหม่ของเธอล่ะ? ไม่ไปดูมันบ้างเหรอ?” วาโรถามตรงๆ
“ไม่จำเป็นหรอก ยิ่งฉันไปเดี๋ยวยิ่งจะยุ่ง”
หลังวาโรได้ยินเธอก็ถอนหายใจ
ทหารคนหนึ่งยกมือ วารีผายมือไปทางเขา
เขาลุกและจับไมโครโฟนหน้าตัวเอง “แล้วพวกท่านจะไปไหนครับ?”
“นั่นดิ เรื่องนี้ฉันอยากรู้เหมือนกัน” วาโรเสริมทันที
วารีคิดในใจ ‘ตายล่ะ ยังไม่รู้เลยจะไปไหน’
วารีมองซ้ายขวาหาตัวช่วย
ทุกคนเริ่มรู้ว่าวารีไม่มีความคิดในหัวอยู่เลย แล้วเริ่มยิ้มแทนที่จะมองด้วยความเกลียดชัง
ทหารนินทากันต่อหน้า “ราชาเอาแต่ใจจริง”
มันไม่ได้พูดด้วยความเกลียดชัง มันเป็นการแซวความเป็นราชาของวารี
วันที่เขานึกอะไรออกเขาก็โยนโปรเจกใหญ่ๆมาให้เหล่าพนักงานหัวหมุน
บทจะรบก็ออกไปรบแนวหน้า ปล่อยให้หน่วยคุ้มกันต้องตรึงเครียด
แต่นั่นเป็นราชาที่เรามี และทุกคนเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่ามันเป็นราชาที่เสริมความสามารถของทุกคน
ทุกคนได้ทำงานที่ไม่เคยทำ มีเทคโนโลยีใหม่เข้ามาเปลี่ยนชีวิตเรื่อยๆ
วาโรซีเมียเรียห้าปีที่แล้วยังอยู่กับความเป็นประเทศเกษตรกรรม พอมาตอนนี้ มันกลายเป็นประเทศลูกผสม ทั้งอุตสาหกรรมและเกษตร
การส่งออกบูมมหาศาล ของจากฮาโมนี่ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ไปทั่วโลกไม่ใช่แค่ในทวีป เอาเงินมาเพิ่มภาษีที่คิดเยอะพิเศษ
การขนส่งทำได้เร็ว เดี๋ยวนี้คนรอจดหมายกันวันต่อวัน และทุกคนกำลังจะเลิกใช้กันนอกจากส่งของเพื่อไปใช้อินเตอร์เน็ตและมือถือ
ไม่มีใครเตรียมมาเจอชีวิตที่เปลี่ยนไปขนาดนี้ในรอบสิบปี แค่ไม่ถึงสี่ปีที่เขามาประเทศมันไปขนาดนี้แล้ว
และยังไม่พูดถึงการได้ประเทศอื่นมาเป็นเมืองขึ้นอีก
ทุกคนคิดเป็นเสียงเดียวกันเหมือนวาโร ‘เรามาไกลมาก’
วารีมองซ้ายขวาไม่เห็นใครช่วยและถอนหายใจ
แต่ตอนนั้นเอง อ็อกโธหัวหน้าแผนกสมุนไพรและแฟนวารียกมือ
“พูดเลยๆ” วารีรีบพูดผ่านไมโครโฟนและยิ้มทันที นึกในใจว่ารอดแล้ว
“ฉันเห็นว่าเธอไม่มีความคิดในหัวเลยว่าจะไปไหน” อ็อกโธบ่นก่อนพูดทุกอย่าง
“ไม่เอาน่า อย่าพูดแบบนั้นต่อหน้าคนเยอะเถอะ ฉันอาย” วารีพูดไปตามตรง ไม่อายคนที่มาเยอะแยะ
“ทุกคนเห็นหมดน่า อย่าคิดว่าตัวเองไม่มีหน้าที่” อ็อกโธพูด
“จ้ะๆ” วารีพูดโบกมือทิ้ง “ว่าแต่มีอะไรจะพูดล่ะ?”
“พ่อฉัน ราชาคาโดงาวะชวนฉันไปงานแต่งครบรอบ 20 ปี ท่านเชิญมา ตอนแรกฉันว่าจะไปคนเดียวแม้ท่านบอกว่าให้เธอมาด้วยเพราะเธอยุ่งแรกๆ แต่ตอนนี้เห็นแล้วว่าเธอจะเที่ยว และยังไม่มีที่ไหน สนใจไปที่ฟูลมูน ทวีปตะวันตกมั้ย?” อ็อกโธอธิบาย
วารีมองหน้าวาโรแล้วยิ้มทันที ใจเขานึกเต็มที่ ‘ได้ไปต่างทวีปแล้ว!’
คราวนี้วาโรยิ้มตอบ แสดงให้เห็นทันทีว่าเห็นด้วย แต่ดูเหมือนจะคิดอะไรบางอย่างเพิ่มเติม
วารีดูเมียตัวท็อป วี
สองคนมองหน้ากัน วารีส่งสายตาถามความเห็น
สุดท้ายวียิ้มและพยักหน้า
วารีพูดผ่านไมโครโฟนทันที “เราจะไปฟูลมูน ทหารที่เอาไปจะมีแต่หน่วยคุ้มกันครึ่งหน่วย อีกครึ่งฝึกระหว่างรอแล้วกัน”
ทหารคนหนึ่งยกมือ วารีพอจำได้ว่าเขาเป็นหนึ่งในหน่วยคุ้มกัน ตำแหน่งเขาระดับสูง เขาไม่รอวารีพูดและลุก “ไปต่างทวีปเสี่ยงอันตรายสูง เราขอให้ท่านคิดใหม่ ท่านควรพาหน่วยคุ้มกันไปทั้งหมด”
วารีขัดด้วย “ฟูลมูนเป็นประเทศพันธมิตร ถ้าเราพาไปทั้งหน่วยมันจะแสดงให้เห็นว่าเราไม่ไว้ใจในความปลอดภัยของประเทศเพื่อน แบบนั้นไม่ดีหรอก มันเหมือนไปเที่ยวบ้านเพื่อนแต่เอาบอดี้การ์ดไปด้วยแบบนั้น”
“แต่ว่า…” ทหารไม่เปลี่ยนความคิด
“เชื่อเถอะ ทุกอย่างจะไปได้สวย” วารีพูดด้วยรอยยิ้ม
“เป็นลางสุดๆ” วีพูดผ่านไมโครโฟน
หลายคนขำออกไมโครโฟน
“แต่ท่านเป็นราชา ได้โปรด เพื่อทหารปลายแถวอย่างเรา คำนึงถึงความปลอดภัยตัวเองด้วย ไม่มีใครเปลี่ยนประเทศก้าวกระโดดได้แบบท่าน บนโลกนี้ไม่น่ามีใครอย่างนั้นอีกแล้ว” ทหารพูดทิ้งท้ายและนั่งลง
วารีรีบพูด “มันมีความเชื่อหนึ่งในโลกเก่า งานวิจัยและอะไรแบบนั้น มันเชื่อว่า ทุกอย่างที่คิดได้ขึ้นมาใหม่บนโลก ถ้าคนนั้นไม่ได้คิด จะมีคนใหม่ที่คิดเหมือนเขาทุกอย่างเกิดขึ้นมาเองตามธรรมชาติ มันไม่ใช่ไม่มีคนแบบฉันอีกแล้ว มันแค่เรายังไม่เจอ นาบอกว่าต้องการคนเพิ่ม เอาคนมีความสามารถมาเพิ่มอีกเยอะๆ ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ เราต้องการพวกเขา ขอฝากไว้เท่านี้” วารีมองวาโร “ปิดเลยเปล่า?”
“ปิดเลยๆ” วาโรตอบ
“ขอปิดประชุมเท่านี้แล้ว แยกย้าย”
ทหารทุกคนยืนทำความเคารพและแยกย้ายออกจากห้อง
วีเดินมาหาวารี “ฟูลมูน มันจะเป็นยังไง?”
“เห็นว่าเทคโนโลยีแทบเท่าของเรามาผ่านๆ มันเป็นประเทศมิตรแรกๆที่มาเป็นของเรา แต่เป็นประเทศเล็ก” วารีเล่าเรื่องที่เคยอ่านผ่าน
อ็อกโธที่เดินมาได้ยินเสริม “เอาจริงๆฉันอยากพาทหารไปเผื่อ เพราะหลังจากประเทศพัฒนา เพื่อนบ้านเริ่มมองและหาผลประโยชน์ เรามีศัตรูอยู่เหมือนกัน แต่เพราะอาวุธปืนที่เธอให้ เราอยู่มาได้อย่างปลอดภัย”
“ต้องเอาทหารไปมั้ย? เปลี่ยนตอนนี้ยังทันนะ” วารีเป็นห่วงทันที
อ็อกโธส่ายหน้า “หลังโดนบุกจากหลายที่ เราสวนกลับอย่างดุเดือดจนไม่มีประเทศไหนกล้ากับเราแล้ว ฉันแค่พูดถึงความกังวลของประเทศ”
“เข้าใจแล้ว ฉันเชื่อเธอ” วารีพยักหน้า
“งั้นถ้าจะไปก็ต้องรีบไป งานครบรอบจะจัดอีกสามวันแล้ว… จะทันมั้ย?” อ็อกโธหน้าหม่นๆดูกังวล
“ทันอยู่ โดรนใหม่ความเร็วสูงเสร็จพอดี แถมผ่านการทดลองขับอย่างหนักหน่วงแล้ว ผลก็ออกมาไม่มีปัญหา เราเอาขับไปฟูลมูนได้เลยทั้งๆที่มันยังไม่วางขาย” วารียิ้มภูมิใจความเก่งผักชี
“จะทดลองขับของใหม่ตอนเราไปเนี่ยนะ? ถ้ามันตกมันจะลาโลกหมดแก๊งเลยนะ” วาโรดันพูดไม่ดูอารมณ์เพื่อนเลย
“เธอก็จะปักธงทำไมเล่า มันปลอดภัยอยู่… มั้ง?” วารีจับคาง
“ตัวเองก็ปักเพิ่มอีกนั่น” วาโรเท้าเอว
อ็อกโธทำหน้าพูดไม่ออก “ต้องเสี่ยงด้วยเหรอเนี่ย ไม่ต้องไปดีกว่ามั้ง?”
“ประกาศไปแล้วอ่ะดิ แล้วฉันอยากไปดูต่างทวีปด้วย มากๆเลยล่ะ” วารีถูคาง
หลังจากนั้นวาโรและอ็อกโธพยักหน้าพูดพร้อมกัน “ไปก็ไป” หลังจากนั้นเธอสองคนมองหน้ากัน
วารีพยักหน้าและออกจากห้องประชุม
เย็นนั้นวารีไปเตรียมเบิกปืนไรเฟิลยาวไม่แรงสูงมากเพื่อไปใช้กับแผนที่มีว่าจะทำในฟูลมูนในใจ
วารีบอกกับแฟนทุกคนว่าให้เอาอาวุธระยะประชิดไปด้วย
แฟนหลายคนถามสวนมาว่าจะเอาไปทำอะไร แต่วารีแค่บอกว่า ‘มีแผน’ แล้วเงียบไป
คืนนั้นเหล่าแฟนๆเตรียมกระเป๋า หลายคนเตรียมใบใหญ่เพราะตอนไปมาร์แลนด์พลาดไปครั้งหนึ่งที่เตรียมเสื้อผ้าไปไม่พอแล้วต้องใส่ชุดของมาร์แลนด์ทั้งทริป
ทุกคนอยากให้คนต่างประเทศเห็นการแต่งตัวของตัวเอง วาโรซีเมียเรียไม่มีเสื้อผ้าที่เป็นเอกลักษณ์เลย แต่หลังวารีขายเสื้อผ้า เสื้อผ้าสมัยใหม่เป็นของที่ทุกคนใส่
คนไม่มีใส่เสื้อใช้แล้วของคนมีที่บริจาคส่งต่อกัน มีการขายเสื้อผ้ามือสองเป็นกระสอบใหญ่ส่งไปต่างประเทศเพื่อให้คนอยากหารายได้มาซื้อเหมาไปขายตามตลาดและในอินเตอร์เน็ต
เท่าที่รู้มาจากการรายงานของฟูลมูน อินเตอร์เน็ตที่นั่นก็เข้าที่แล้วด้วย นั่นเป็นเรื่องดีที่เราไม่ต้องเสียแรงย้ายดาวเทียมไป
หลังทุกคนเตรียมเสร็จ เช้าวันต่อมา ทุกคนเตรียมเดินทางทั้งๆที่ยังมืดอยู่
เมื่อทุกคนมาครบแล้วก็ขึ้นโดรน ใส่เข็มขัดนิรภัยอะไรเรียบร้อย หลายคนหยิบขนมมากินทันที
“ฉันมีขนมกินเล่นของใหม่ที่วางขายที่ร้านฉัน ฉันเอามาแบ่ง” หลังจากนั้นเธอเปิดกระเป๋าที่แน่นตั้บล้วงขนมมาแจก
“ถั่วเคลือบกะทิรสวาซาบิอร่อยอ่ะ” พี่อลิสยิ้มร่าเคี้ยวถั่ว
“ปลากรอบซอสขาวอบ เยี่ยมเลย ปลาซิวปลาสร้อยทอดก็เยี่ยมเยี่ยม” วีเคี้ยวขนมน้องมันปากดังกรุบกรับ
“ฉันชอบแคปหมู” วิวล้วงแคปหมูถุงใหญ่
“เบสิคจัง ฉันชอบเนื้อรมควันอบสมุนไพรนี่จัง ขอซื้อมาตุนไว้หน่อยหลังกลับบ้านนะ” อ็อกโตพูดด้วยรอยยิ้ม
“ได้ๆเดี๋ยวลดราคาให้” วิวพูดให้มั่นใจ
โดรนออกและพี่แบร์ขับโดรนไปด้วยความเร็วสูง
ทุกคนตื่นเต้นกับความเร็วของโดรนและมองออกหน้าต่างดูทิวทัศน์ที่ผ่านไปไวมองไม่ทัน
“ความเร็วสูงขึ้นจากรุ่นเก่าตั้งเยอะ ถูกใจฉันดี” ท่านหญิงเสือดำชมเชย เธอเคยขี่นกรักซิ่งที่คอรอลลัลเรย์เรียอยู่ตอนเธอเป็นเจ้าของซ่องที่นั่น
แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเธอเลิกเป็นเจ้าของ เธอทำงานระยะไกลแล้วตอนนี้เพราะมาเป็นแฟนกับวารี
ทุกคนเดินทาง เมื่อถึงตอนดึกทุกคนก็ปรับเก้าอี้เป็นแบบนอน แต่นอนเคี้ยวขนม ไม่ยอมหลับ
แบร์สลับกับเพื่อนซี้ ไม่ขับเกินสี่ชั่วโมงตามระเบียบที่ตั้งไว้กันเหนื่อยเกินไปและหลับใน
แบร์หลับและกรน แต่ไม่มีใครบ่นอะไร
เช้าวันต่อมา ทุกคนตื่นมากินข้าวกล่องที่เตรียมมาแล้วใส่ตู้เย็นในเครื่องไว้ เอามาอุ่นกับไมโครเวฟและนั่งกินกันตรงที่นั่งตัวเอง
หลายคนแบ่งกันกินสนุกสนาน บรรยากาศบนเครื่องบินร่าเริงมากและกำลังใจทุกคนสูง
ตามแผนเราจะถึงวันนี้ และพัก และวันต่อมาดูวังแบบพักผ่อนและสุดท้ายอีกวันก็ร่วมงานครบรอบการแต่งงานของราชาคาโดงาวะ
เมื่อถึงวังในช่วงบ่าย โดรนลดความเร็วลดอุบัติเหตุในตัวเมืองเพราะมีคนอื่นบินด้วย โดรนลงจอดหน้าวัง ทหารตื่นตัวและวิ่งกันวุ่นวาย แต่ไม่มีคนชักอาวุธ
“ไปเรียกเลขาราชามา! พวกเขามาแล้ว!” ทหารยศสูงสั่งพวกพ้อง
“ครับผม!”
“วิ่ง! อย่าเดิน!” ทหารขั้นสูงสั่ง
ทหารคุมประตูที่ย้ายที่ไม่ได้หันมองหน้ากัน “ทำไมเลขาไม่ยอมเชื่อมนกรักกับหน่วยทหารยามวะ?”
“เขาบอกไม่อยากยุ่งกับเรื่องที่พวกขุนนางกระจอกกวนประสาท” ทหารอีกคนเงยหน้านึกที่เขาเคยได้ยิน
“ก็… เข้าท่าอยู่ ถ้ามีคงโทรทุกวัน”
“นั่นดิ”
วารีลงโดรน พาแฟนลงด้วยคอยระวังทุกก้าวที่ทุกคนลงเหยียบพื้น
อย่างแรกที่วารีทำ “ยืนเรียงแถวหน่อยดิ จะถ่ายรูปหมู่”
“แต่ลูกไม่ได้มาด้วยนะ” วีหน้าบูดทันที
ที่ลูกไม่ได้มาเพราะห่วงเรื่องความปลอดภัย ลูกหลายคนยังเล็กมากและวารีกลัวโรคประหลาดกินพวกเขา ถึงขั้นเป็นโรคจิต
เมื่อถ่ายเสร็จ หลังจากวารีเห็นข้างหน้าว่าทหารวุ่นวายจัด เข้าไปตอนนี้น่าจะทำให้พวกเขายิ่งวุ่นวาย “รอพวกเขาก่อนแล้วกัน”
ทุกคนยืนรอ ขนมก็กินแม้ไม่สุภาพ หลายคนดูเหล่าทหารฆ่าเวลาเอา
ทหารใส่โค้ทยาว คลุมเกราะ เมื่อผ่านมาจากบนฟ้า ดูเหมือนทุกคนใส่เหมือนกัน
มันคงเป็นค่านิยมของที่นี่ แต่มันเท่ดีในใจวารี
วารีสังเกตเห็นบางอย่างแปลกอย่างหนึ่ง ตั้งแต่เราเห็นวัง หวานเริ่มสั่นตลอด จนถึงตอนนี้ก็ยังสั่นไม่หยุด
วารีเดินไปหาด้วยความรีบและถาม “เป็นอะไรหวาน?”
หวานเงียบนิ่งก่อนพูดออกมาเบาจนวารีต้องเอาหูเข้าไปใกล้ๆ “พวกนี้พาฉันมาจากบ้าน เขาเอาถุงคลุมหัว ทำกับฉันไม่ดี”
วารีสวมกอดทันที ลูบหลังเธอและพูด “พวกเขาไม่เป็นอย่างนั้นแล้ว และฉันสอนพวกเขาหมดแล้วว่าไม่ให้ยุ่งกับเธออีก ใจเย็นๆ ฉันจะไม่บอกให้ลืมถ้าทำไม่ได้ แต่ยกโทษให้พวกเขาเถอะ ทุกคนเปลี่ยนความคิดได้ถ้าเรามองทุกคนเป็นเพื่อนกัน”
หวานสั่นต่อในอกวารี หลังจากนั้นช้าๆ เธอเริ่มนิ่ง
“จับมือกับฉัน มาข้างหน้านี่มา ตอนนี้เธอเป็นเมียฉันแล้ว และจะไม่มีใครกล้าแหยมกับเธอ แถมเธอเป็นคนแล้วตอนนี้ส่วนหนึ่ง ไม่มีใครทำเหมือนเธอเป็นตัวประหลาดอีกแล้ว” วารีให้ความมั่นใจหวาน
“มันจะปลอดภัย ใช่มั้ย? ตราบใดที่ยังมีตัวผู้อยู่ข้างกาย ฉันปลอดภัย เข้าใจแล้ว ตัวผู้ อย่าทิ้งฉันนะ และลูกเราด้วย” หวานพูดน้ำเสียงยังสั่นอยู่ เธอคงกลัวมาก
“ไม่มีวัน” วารีพูดด้วยรอยยิ้ม
ซักพักหลังรอห้านาที ราชาคาโดงาวะ เดินมากับคนที่น่าจะเป็นเลขา เขาก้มตัวดัดหลังข้างหน้าข้างหลังก่อนแล้วค่อยเดินมา
เมื่อมาถึง เขาเปิด “ขอต้อนรับสู่ฟูลมูน เมียฉันมาไม่ได้เพราะวิ่งไม่ค่อยไหวแล้ว ฉันวิ่งมาต้อนรับ ว่าแต่ ลูกทำไมไม่โทรมาบอก? สวัสดีหนูกระต่าย สบายดีมั้ย?”
หวานพยักหน้าและแอบหลังวารี
อ็อกโธยิ้มกว้าง “หนูอยากแกล้งพ่อ และไม่อยากจัดงานใหญ่ ช่วงนี้เงินที่ฟูลมูนไปลงการพัฒนาหมดและต้องประหยัดนี่”
“ก็ใช่ แต่นิดหน่อยแถมเรื่องใหญ่แบบนี้ไม่ใช่ใช้ไม่ได้ เอาน่าๆ มาๆ กินข้าวกินไพรกันดีกว่า” ราชาคาโดงาวะหันหน้าหาวังออกเดิน
ทหารยืนสองข้างชักดาบจิ้มพื้นต้อนรับอย่างอลังการในแบบฟูลมูน
วารีเดินเข้าวัง ข้างในวังฟูลมูนไม่หรู และอีกอย่างวังมันถือว่าใหญ่ แต่เทียบกับที่อื่นแล้วมันไม่ค่อยใหญ่มากเท่ากัน
วารีตัดสินใจเสียมารยาท “ฟูลมูนมีปัญหาเรื่องเงินเหรอครับวังถึงเล็ก?”
“อะไรกัน นี่ก็เติมหลายส่วนแล้วนะ? แต่มันไม่ใช่อย่างนั้น เรามีเงิน เยอะด้วยถ้าพูดไม่อวดโอ้ แต่เราชอบอยู่แบบเรียบง่ายและทำงานง่าย เราอยากเห็นบ้านชาวเมืองหรูหราก่อนวัง วังมันเมื่อไหร่ก็ได้ ส่วนปัญหาที่มีตอนนี้ เราขาดช่างก่อสร้าง ไม่ใช่เรื่องเงิน คนมีความรู้เรื่องนั้นมันน้อยจนน่าหงุดหงิด ช่างที่มีก็ทำงานไม่เป๊ะ เป็นช่างโบราณ บ้านชอบเบี้ยวและมีปัญหาจุกจิก ส่งคนมาบ้างถ้าจะช่วย” ราชาเล่าตามตรง
“ท่านฉลาดมาก ผมคิดว่าคนส่วนมากเวลามีปัญหาจะไม่พูดตรงๆเพราะอาย แต่ท่านไม่ใช่อย่างนั้นเลย” วารีชมราชา
ราชาตบไหล่วารี “อะไรเล่า แกมันลูกเขยฉันนะ อย่าทำตัวห่างกันนัก ถ้าเป็นเรื่องประเทศฉันพูดหมดกับคนอย่างแกแน่อยู่แล้ว”
วารีเห็นเขายิ้มกว้างก็รู้สึกอบอุ่นทันที คิดในใจ ‘พ่อเขย… ถ้าพูดไปเขาเป็นพ่อคนแรกที่ฉันมี ทำตัวไม่ถูกเลย’
หลังจากพามาวางของที่ห้องโดยมีราชาคุมและทหารช่วยก็ได้เวลากิน
อาหารหลายอย่างใช้สมุนไพรทำเกือบหมด มันหอมมากและจากที่ฟังมามันมีประโยชน์ต่อร่างกายและจิตใจมากด้วย วารีชอบผักทอดคล้ายทอดเทมปุระและถูกใจมาก
วารีหั่นเสต็กสมุนไพรกินด้วยความอร่อย
แม้โต๊ะใหญ่อาหารเยอะเกินไปทุกคนก็ไม่หวั่นและกวาดหมดโต๊ะ
หลังจากเข้าห้องหลายคนอิ่มและเหนื่อยจนหลับ
วารีนั่งซดกาแฟอุ่นอยู่ในห้อง นั่งรูดมือถือดูดราม่า ซักพักมีคนเคาะประตูหน้า
วารีลุกไปเปิด
มันเป็นอ็อกโธที่ใส่ชุดนอกชั้นในที่บางมากจนเห็นข้างใน และข้างในไม่ได้ใส่อะไร
วารีกลืนน้ำลายและเตรียมตัวลุย