วารีพัฒนาประเทศต่ออย่างไม่หยุดยั้ง แถมคอยดูแลเหล่าเมียในฮาเร็มจนหมุนหน้าหมุนหลัง แต่ต้องมาเจอกับอดีตที่เคยผิดพลาดตามมาหลอกหลอนทั้งๆที่ลูกใกล้คลอด ทำให้เหล่าแฟนพากันมาช่วยเพื่อให้คนเดิมกลับมาหาพวกเธอ
วารีอยากทำงานค้าขายให้ดี รักฮาเร็มให้เต็มหัวใจ แต่โดนรุมเร้าจากทั้งจิตใจในอดีตและเหล่าผู้ก่อการร้าย ทั้งๆที่เมียท้องกันยกชุด เขาต้องทำทั้งหมดให้ได้ดี และสุดท้ายเมื่อทุกอย่างพร้อม เขาจะรับหน้าที่ราชา
รัก,แอคชั่น,แฟนตาซี,ชาย-หญิง,เกิดใหม่,ต่างโลก,คลั่งรัก,ชาย-ชาย,หญิง-หญิง,ฮาเร็ม,ชาย-หญิง,หญิงรุก,yaoi,โรมานซ์,โรแมนติก,ต่อสู้,รักวัยรุ่น,เกิดใหม่,ทำงาน,สร้างตัว,ฝึกฝน,นางเอกเก่ง,พระเอกเก่ง,รัก,แฟนตาซี,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
141 สงบศึก
กลางเดือน 4 ยุคตีกันปี 124 วารีอายุ 24 ปี
หลังจากยึดโคเม่ได้ทั้งหมด อารูสิเยติดต่อมาเพื่อขอเจรจาเรื่องอนาคตของทั้งสองประเทศ อารูสิเย และ วาโรซีเมียเรีย
ราชินีเวโรนีก้ายืนหยัดจะให้จักรวรรดิอารูสิเยลงมาจากแท่นที่ตัวเองตั้งว่าเป็นที่หนึ่งใน 4 ทวีป และลงมาจากทวีปเหนือเพื่อเจรจากันที่วาโรซีเมียเรีย และทางวาโรซีเมียเรีย หรือจะเรียกได้ว่าทั้งทวีปรับประกันความปลอดภัยของผู้นำจักรวรรดิอารูซีเย เปตูโน่
แต่หลังการโต้กันไปมาของทั้งสองประเทศ ให้ตายยังไง เปตูโน่ก็จะไม่ยอมลงมาที่วาโรซีเมียเรีย
หลังวารีกล่อมแล้วกล่อมอีก ราชินีวล็อดซีเมียก็ยอมขึ้นไปเจรจากับเปตูโน่ ที่ใจกลางเมืองหลวงอารูสิเย
และสุดท้าย วารี, วาโร, วี, และวิว สี่คนก็ขึ้นโดรนโดยมีจุดหมายไปที่ใจกลางดงศัตรู เมืองหลวงของจักรวรรดิอารูสิเย วีเทล
วีกับวิวดูตื่นเต้นกับตัวเมืองด้านล่างเมื่อเข้ามาถึงในเขตอารูสิเย
พวกเธอตามวารีไปตลอด และวารีไม่ใช่นักเที่ยวที่ไปประเทศนั้นประเทศนี้ และในโอกาสยากๆแบบนี้ พวกเธอดื่มด่ำกับมันด้วยความรู้สึกในใจเหมือนหนุ่มสาววัยรุ่น ไม่ใช่ผู้ใหญ่แม้อายุ 23 แล้วทั้งคู่
วารีดูสนใจเมืองด้านล่างแต่เขาเหม่อลอยอยู่ ไม่ได้รับรู้อะไรมากมายเพราะห่วงเรื่องความปลอดภัยของเมียทั้งสามคน
และที่วารีห่วงที่สุดคือวาโรที่มองเมืองข้างล่างด้วยหน้าตาเหมือนคนโหยหาอยากกลับไปยังอดีต
พ่อของเธอตายที่นี่ ในอารูสิเย วารีคิดไม่ออกว่าในใจวาโรมันจะโหยหาผลลัพธ์ที่ต่างออกไปในศึกครั้งนั้นขนาดไหน
แต่เขารู้ดีลึกๆในใจ ไม่ว่าวาโรจะเจ็บใจขนาดไหน เธอแข็งแกร่งพอก้าวข้ามมัน
แต่ที่วารีไม่รู้คือวาโรไว้ใจเขามาก และหลังเขากล่อมเธอคิดว่ามันปลอดภัยพอที่จะพาทหารไม่เกินร้อยคนไปด้วยกันในทริปครั้งนี้
ทหารไม่เกินหนึ่งร้อยคนคือจำนวนคนที่เปตูโน่จะอนุญาตให้วาโรซีเมียเรียพามาด้วย
ตอนแรกวาโรจะยกทั้งทัพมา แต่ต้องทิ้งความคิดเพราะอารูสิเยไม่ยอมรับ
วารีพามาร้อยคนก็จริง แต่ที่อารูสิเยหรือเปตูโน่ไม่รู้คือวารีเอาโดรนเล็กที่ทาสีฟ้าให้เหมือนท้องฟ้า กระจายกันไปรอบประเทศและติดระเบิดพร้อมระเบิดทำลายตัวเองแรงสูง ไว้เพื่อเหตุฉุกเฉิน
ทหารที่มีโดรนพวกนี้อยู่มีอยู่คำสั่งเดียวว่า ถ้าสี่คนตาย สร้างนรกให้เปตูโน่เห็น
เพราะฉะนั้น แม้วารีมองข้างล่างและเห็นคนมองโดรนด้วยความตื่นเต้น ในเวลานี้ นรกพร้อมวิ่งหาผู้นำของทั้งสองประเทศ
วารีเซ็งสุดๆจากใจ เพราะพอได้กลับบ้านติดวังในวาโรเรียก็ต้องหิ้วไข่ออกมาอีกแล้ว
เหล่าเมียหลายคนที่ไปรบด้วยกันร้องขอเวลาส่วนตัว หรือเวลาของสามสี่คนพร้อมกันและวารีเตรียมตอบรับแล้ว
แต่สุดท้ายเขาก็อยู่นี่ บนโดรนไปเมืองของศัตรู
แต่ในทริปครั้งนี้เขาได้คิดหลายอย่าง
ในโลกตั้งแต่มาที่โลกนี้แปลก
มันมีกึ่งสัตว์ ใช่ แต่นั่นเป็นอะไรที่ปรกติในโลกแฟนตาซีแบบนี้ เหมือนที่เขาเคยอ่านในงานต่างๆของหลายคนในโลกเก่า
ตอนแรก สมัยที่เขายังเด็ก เขาลองใช้เวทมนตร์ และตอนนั้นมันไม่ได้ผล
เพราะใจตอนนั้นวารีคิดว่ามันง่าย
แค่คิด ไม่ได้จินตนาการอะไรลึกซึ้ง ว่าเวทมนตร์อย่างไฟและน้ำก็จะออกมาอย่างงายดาย
เหมือนตามบทแฟนตาซีที่เห็นบ่อยๆ
ในตอนนั้นเขาคิดว่ามันไม่มีเวทมนตร์ และการปล่อยท่าคือเยอะสุดที่โลกแฟนตาซีนี้ให้
แต่พอมาวันนี้ทุกอย่างเปลี่ยน เวทมนตร์มีจริง และไม่ว่าด้วยกฎอะไรก็ตาม มันกินน้ำตาลในตัว
ที่น่ากลัวคือเมื่อคนเราน้ำตาลน้อย เราจะช็อกได้ แต่เรื่องแบบนั้นแก้ได้ด้วยอินซูลิน
ตอนนี้เวทมนตร์หลายธาตุเป็นไปได้ และครึ่งมนุษย์อย่างวาโรและไอซิสใช้เวทย์ที่คนอื่นใช้ไม่ได้เช่นน้ำพิษและไฟชมพู
มันมหัศจรรย์และเหนือความคาดหมาย
เขาอยู่โลกนี้มา 24 ปี โตกว่าตัวเองในโลกเก่าแล้ว
เขาคิดถึงสิ่งอื่นที่ยังรอการค้นพบอยู่
การจับสัตว์ประหลาดเข้าลูกบอลแล้วเอามาสู้กัน เป็นไปได้
ระบบเลเวลที่เราจะแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ เป็นไปได้
การเปิดประตูมิติเพื่อเก็บของและเทเลพอร์ตไปยังที่ต่างๆด้วยแค่การจิ้มหน้าผาก เป็นไปได้
ยังมีอีกหลายอย่าง ตอนนี้ เขาไม่คิดเหมือนตอนเด็กแล้ว มันไม่ใช่ว่า ‘เป็นไปไม่ได้’ แต่มันคือ ‘ยังไม่รู้วิธีใช้’
สุดท้ายวารีและเมีย 4 คนก็มาถึงเขตเมืองหลวงวีเทล
บ้านส่วนใหญ่เป็นสีแดงตัดหน้าต่างสีขาว แต่ในเมืองหลวงวีเทลมีบ้านที่สูงหลายชั้นมากกว่าในเมืองต่างๆก่อนหน้าซึ่งส่วนใหญ่เป็นบ้านชั้นเดียวและสองชั้น
“หนาว…” วารีบ่นขึ้นมา
“ฉันร้อน” วาโรรู้สึกไม่เหมือนกัน
“เธอร้อนความแค้นมั้ยอ่ะ?” วารีถามเธอด้วยความเป็นห่วง
วาโรเลี่ยงและไม่ตอบ
โดรนมาถึงที่หมาย หน้าวังอารูสิเย
มันใหญ่พอเทียบได้กับวังวาโรซีเมียเรีย แต่ศิลปะที่ใช้เป็นหลังคารูปหยดน้ำเสียส่วนใหญ่เลยให้ความรู้สึกไม่เหมือนกัน
และภาพลวงตาจากหลังคาแหลมทำให้ที่นี่รู้สึกสูงกว่าที่มันเป็น
โดรนหาที่ลง และมีคนขี่นกฟาเนิคมาล้อมด้านล่างเรียบร้อยแล้ว
สี่คนพากันไปที่ประตูโดรน ประตูเลื่อนลงจากด้านบนทำทางลาด
“ไม่เอาอ่ะ หนาวชิบเป๋ง” วารีกดปิดประตูแล้วเดินกลับเข้าไปในโดรน
คนขับเดินออกมาหาวารีที่ห้องผู้โดยสารเพื่อถามด้วยความงง “เกิดอะไรขึ้นครับ?”
“มันหนาว” วารีพูดเหมือนเรื่องปรกติ “มีเสื้อกันหนาวมั้ย?”
“ขอสองตัว” วีพูด
“สามเลย” วิวพูดตาม
“เอามาสี่ตัวแหละ” วารีบอก
“เดี๋ยวผมหาให้ครับ” คนขับโดรนตอบรับ
ระหว่างนั้น
ข้างนอก ทหารที่ขี่นกฟาเนิคพากันมองด้วยความงง
เมื่อกี้ประตูเปิดแล้ว และพวกเขาเห็นวาโรและแขกแล้ว แต่ประตูปิดกลับเข้าไปใหม่
พวกเขาไม่รู้ว่ามันหมายถึงอะไร
หลายคนจับดาบเพราะคิดว่าทางวาโรซีเมียเรียคิดใช้ลูกไม้ตุกติกและจะเปิดฉากสู้
แต่ประตูโดรนเปิดอีกครั้งและวารีกับเมียสามคนพร้อมเสื้อหนาวสีฉูดฉาดก็ลงมา
ถึงวาโรร้อน วารีบังคับเธอใส่เสื้อและบอกว่าที่เธอร้อนมันไม่ปรกติ
วารียืนและรอทหารเข้ามาหา
ทหารไม่ได้รู้สึกว่าสี่คนข้างหน้าอันตราย
จากนั้นโดรนสิบลำที่ขับตามกันมาก็หาที่ลงจอดและให้ทหารพากันเดินขบวนลงมา
ทางอารูสิเยย้ำว่าห้ามทหารถืออาวุธใหม่ประหลาดของวาโรซีเมียเรียหรือปืน
แต่ทหารมีปืนพกเล็กเหน็บที่ข้อมือและซ่อนอยู่ในแขนเสื้อของทุกคน
และเสื้อผ้าที่ทุกคนใส่มีชั้นในเคฟล่าป้องกันการฟันและแทง
ทหารวาโรซีเมียเรียมองซ้ายขวาและมองทหารของอารูสิเยด้วยหน้าดุ
ทหารอารูสิเยหลายคนเหงื่อออกกับความรู้สึกกดดันจากสายตา มันเหมือนเวลาสัตว์ใหญ่มองสัตว์เล็กที่หลงเข้าไปในอาณาเขตของตัวเอง
พวกเขาไม่รู้ว่าตัวเองตายได้ทุกเมื่อ
ทหารสาวหน้าตาดีคนหนึ่งเดินมา
วารีเห็นเธอเข้ามา และเมื่อวารีมอง เธอสับขาเดินโยกสะโพกให้ดูเซ็กซี่ขึ้น
ไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ทั้งๆที่หนาวมากในทวีปเหนือ เธอใส่เกาะอกไม่ปิดเอว
หน้าอกที่ถูกรัดโดยผ้าอันไม่ได้ปิดหน้าอกด้านล่างทำให้เธอดูเซ็กซี่
แต่มันเกินพอดีและวารีอยากกับเมียอย่างเดียวในตอนนี้
เมื่อเธอเดินเข้ามาใกล้ “สายฟ้า…”
วารีเบิกตากว้าง “โอ้… อัสนี… ตำแหน่งเธอสูงไปมั้ยอ่ะ เธอถอนตัวกลับได้แน่เหรอ?” วารีพยายามพูดให้เบาที่สุด
เธอแค่ยิ้มตอบ
สิ่งแรกที่สองคนพูดใส่กันคือรหัสระบุสายลับที่แฝงตัวอยู่ในอารูสิเยว่าเป็นพวกเดียวกัน
“ตามหนูมา ท่านๆ” เธอหันหน้าเดินนำวารี
เพราะพวกเดียวกันนำทาง วารีเลยไม่รู้สึกมีอันตราย
วารีเดินเข้าไปในวังอารูสิเยโดยมีสายลับเดินนำหน้า
ข้างในประดับด้วยงานทำมือของทวีปเหนือ
หลายที่มีหนังสัตว์ต่างๆประดับ
มีตู้หุ่นที่หุ่นใส่เสื้อหนาวที่รอบคอเป็นขนหมาป่า
วารีเสียดายชีวิตหมาป่าที่สังเวยเพื่อทำเสื้อหนาวตัวนี้
แต่การล่าสัตว์ไม่ใช่เรื่องผิดเสมอไปถ้าสัตว์นักล่าเยอะกว่าสัตว์กินพืชเกินไปและสัตว์กินพืชเสี่ยงสูญพันธุ์
แต่เขาไม่รู้เรื่องจำนวนสัตว์ในอารูสิเย เขาจึงตัดสินว่ามันเป็นแค่ศิลปะ
เมื่อยิ่งเดินหัวสัตว์ก็ยิ่งเยอะขึ้น
นั่นหัวหมี ตรงนั้นหัวกวางที่เขาสวย อีกตรงนู้นหัวเสือขาวตัวใหญ่
‘พวกนี้ป่าเถื่อนจัง’ วารีคิด แต่ไม่ตีตราทุกคนว่าเหมือนกันหมด
สุดท้ายสายลับนำทางเดินมาถึงหน้าห้องใหญ่ที่มีประตูคู่
“หนูต้องเตรียมสู้มั้ย?” เธอถามด้วยตาที่ดุดันและพร้อมรบ
“คงไม่” วารีตอบและหันไปดูเมียทั้งสาม
วาโรส่ายหน้า
วีและวิวพยักหน้า แต่วารีไม่เอาความอยากลุยกับทุกผู้ของพวกเธอมาตัดสิน
วารีจับมือวาโร ผลักประตูคู่
มันเป็นห้องโต๊ะยาวหนึ่งตัว และมีพื้นยกสูงเพื่อวางบัลลังก์หนึ่งที่
และบนบัลลังก์นั้น เปตูโน่ตัวเป็นๆ สวมมงกุฎและเสื้อขนเสือขาว
หลังเปตูโน่ เขามีรูปตัวเองใหญ่ๆตอนหนุ่มเป็นฉากหลัง
แต่ตอนนี้เขาหัวล้านและไม่มีผม
“ดูโง่ว่ะ” วารีบ่นเบาๆ
เปตูโน่นั่งไขว่ห้างอยู่ เขาสลับขาและพูด “นั่นเป็นคำพูดแรกที่จะพูดในบันทึกการทำสัญญาอย่างนั้นเหรอ? วารี”
“ขออภัย แต่ไม่ดีกว่า” วารีระงับการอยากงัดปืนมายิงหน้าอย่างแรงสูง
วารีแค่มองเปตูโน่ด้วยความแค้นเงียบๆ แต่หน้าเธอแดงด้วยความโกรธ
วารีเดินหาที่นั่งสี่ที่ ตรงข้ามเปตูโน่และนั่งลง
หลังจากนั่งมีแม่บ้านเดินถืออาหารเข้ามาเป็นทางและวางอาหารไว้หน้าแขกสี่คน
วารีมองและรู้สึกว่าอะไรบางอย่างขาดหายไป เขามองจนคนสุดท้ายเข้ามาเสิร์ฟ และเมื่ออาหารเต็มโต๊ะ มันไม่มีข้าวที่ไว้กินคู่กับข้าว
วารีฉีกน่องไก่ซอสสีน้ำตาลจะเอาเข้าปาก มันเป็นไก่อบน้ำเกรวี่ที่เนื้อหล่นก่อนเข้าปากเพราะอบนานอย่างช่ำชอง
วารีหยิบเนื้อจากโต๊ะเอาเข้าปาก มองหน้าเปตูโน่
เปตูโน่ยิ้มมุมปากและไม่พูดอะไร
วาโรกินแค่เป็นพิธี แต่วีกับวิวซัดทุกอย่างที่ขวางหน้าเหมือนไม่มีพรุ่งนี้
วารีพูดกับเปตูโน่ “ไม่ต้องรอเรากินเสร็จ มีอะไรก็พูดมาเลย เราอยากรีบกลับ”
“งั้นเหรอ… จะรีบไปไหน? เมืองเราสวยงามและน่าเที่ยว มีที่ที่ข้าอยากแสดงให้พวกเจ้าเห็นหลายที่ จะปฏิเสธน้ำใจเราอย่างนั้นเหรอ?” เปตูโน่เล่นบทบาทที่แสดงหน้าตาดูเป็นมิตรเกินจริง
“ใช่ ขอปฏิเสธ เราอยากได้สันติ ไม่ใช่น้ำใจ” วารีสวน
“พวกเจ้าร้องหาสันติ แต่พวกเจ้ายึดประเทศด้วยสงครามเป็นครั้งแรกในรอบหลายร้อยปี ข้าถามจริงๆ ใช่สันติแน่เหรอที่พวกเจ้าหา?” เปตูโน่สวนกลับด้วยหมัดอัปเปอร์คัตทางคำพูด
“ใช่ เพราะพวกแกเย้วๆในชายแดนเราก่อน มันไม่ได้ทำเพราะไม่มีมูลเหตุ” วาโรพูดขึ้นมา เสียงเธอสั่นเหมือนภูเขาไฟใกล้ปะทุ
วารีเช็ดมือและจับไหล่วาโรที่เกร็งหนัก นวดสองสามครั้งและกลับไปจกเนื้อไก่จิ้มมันบดและเอาเข้าปาก
แม้ไม่มีข้าวแต่อาหารที่มีมันฝรั่งมีเยอะ มันพอแทนกันได้อยู่ แปลกไปอีกแบบดี
“โอ้ไม่เลย เราไม่ได้ยุ่งวุ่นวายอะไรกับโคเม่ ศึกที่เกิดขึ้นมันคนของโคเม่ล้วนๆ และเราต้องการแค่สันติ” เปตูโน่ยิ้มสุดกวนและพูด ดัดเสียงสูงเพื่อกวนประสาท
สี่คนของวาโรซีเมียหยุดกินและมองหน้าเปตูโน่
เปตูโน่สลับขา และลูบแขนเสื้อขนสัตว์เล่น
วารีถอนหายใจ “ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ไม่ต้องทำสัญญาสันติดิ เราจะได้ป้องกันประเทศและรุกคืบเลย ดีมั้ย?”
เปตูโน่ส่ายหน้า “โอ้ไม่เลย ไม่ พวกเจ้าเป็นพวกสงครามขึ้นหัว เราต้องทำให้หลายประเทศที่จับตามองอยู่เห็นว่าเราจะหยุดสงครามและไม่สานต่อ ถ้าพวกเจ้าไม่ทำสัญญา มันจะเกิดสงครามโลกแน่”
“ไม่ใช่เพราะอาวุธเราเหรอ? ถึงต้องทำสัญญา แกคงพอนึกออกว่าตอนนี้เรายึดอารูสิเยได้ง่ายๆ” คราวนี้เป็นวารีที่ยิ้มเยาะใส่เปตูโน่กลับไป
เปตูโน่เหมือนหน้ากากแตกและไม่พูดอะไร
เมื่อในที่สุดหน้ากากก็หายไป วารีคุยกับเปตูโน่ตรงๆ “เราไม่กลัวไม่ว่าแกจะคิดเอาอะไรมาสู้ เราสู้ได้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้น อยากเซ็นอะไรก็มาเซ็นให้เสร็จๆ เราจะรีบกลับไปใช้สันติของเรา”
เปตูโน่โกรธจนแดง แต่ซักพักเขาหายใจออกและหน้ากลับไปสีเดิม เขาดีดนิ้ว
สาวสายลับเดินเข้ามาพร้อมม้วนกระดาษโบราณ และวางไว้หน้าวารี เธอยิ้มให้วารี
“รู้มั้ย ถ้าเจ้าสนใจ เธอไปนอนกับเจ้าได้…” เปตูโน่พูดเหมือนวารีเป็นสุนัขติดสัด
“โอ้ไม่เลย ไม่ไม่ไม่” วารีปฏิเสธทันควัน เพราะเธอเป็นทหารของเขา
เธอสวยจริงอยู่แต่วารีทำไม่ได้เพราะมันเหมือนใช้อำนาจเกินพอดี
เปตูโน่ทำหน้าแปลกใจแต่ไม่คิดอะไรมาก
วารีอ่านสัญญา และมันเป็นสัญญาสันติระหว่างประเทศหนึ่งปี เขาหันหาวาโร เธอพยักหน้า เขาหันหาวีและวิว พวกเธอส่ายหน้า
วารีถอนหายใจกับวีและวิวจากนั้นเซ็น
“ให้เธอเซ็นด้วย” เปตูโน่พูดขึ้นมา
วารียื่นสัญญาให้วาโร เธอเซ็นด้วยหน้านิ่ง หลังเค้นอารมณ์อยู่นาน ความอยากสู้หายไปจากวาโรเมื่อวารีเซ็นไปแล้ว
วารีและวาโรเซ็นเสร็จ ส่วนของเปตูโน่เขาเซ็นไว้ก่อนแล้ว และมันคือสัญญาเสร็จสิ้นเรียบร้อย
“เอาล่ะ เมื่อเราสร้างสันติได้ มันเป็นเวลาที่เราจะพัฒนาประเทศร่วมกัน เรามีหลายอย่างที่อยากได้ อินเตาเน้ด อาหาร เหล็ก…” เปตูโน่ยิ้มและพูด
“เราจะไม่ตกลงอะไรกับประเทศแกทั้งนั้น” วาโรตัดคำพูดเปตูโน่
“ถ้าเราซื้อขาย แกจะได้ภาษี และเราจะไม่ให้ทองแกซักเหรียญ” วารีเสริมให้เมีย
เปตูโน่ควักมือถือมา รูดๆ และลุกมาจากบัลลังก์ เอามือถือให้วารีดู และหน้ามือถือเป็นคอมเมนต์ในวี้ดจ้าเขียนว่า ‘วารีโง่’
“ดูนี่ คนของเจ้าด่าเจ้าและยังอยู่สบายในประเทศเจ้า เรากวาดล้างคนเหล่านี้ได้หมดด้วยทีมทหารของเรา…” เปตูโน่พูดเหมือนตัวเองมีความคิดร้อยล้านทอง
“ฉันไม่สน” วารีพูดตัด “มันเป็นแค่ความเห็นแบบไม่คิดก่อนพูด และไม่มีค่าอะไร ไม่จำเป็นต้องปิดหรือกีดกันไม่ให้ใครเห็นด้วยซ้ำ”
“แต่…” เปตูโน่รูดต่อ
วารียกมือ “พอเถอะ เราจะกลับแล้ว”
“น้ำผึ้งมะนาวแท้ หอมอร่อยมาแล้วจ้า ส้มสองโล 10 เงิน สี่โล 20 เงินตรงจากสวนจ้า” มีเสียงพ่อค้าเร่ขายของอยู่ด้านล่าง
วารี, วี, วิว, วาโร, และเปตูโน่ยืนเรียงกันหน้าวัง แต่ละคนมีน้ำผึ้งมะนาวในมือ
“วู้ว! เปรี้ยว!” วารีพูดเสียงดังจนเปตูโน่ตกใจ
เปตูโน่จิบน้ำมะนาว หน้าเบี้ยว ปั้นหน้ากลับอย่างเดิมและพูด “รู้มั้ย เราเป็นมิตรที่ดีต่อกันได้”
“วันนั้นมันหายไปจากหัวพวกเราแล้ว นึกว่าเราไม่รู้เหรอว่าแกทำอะไรกับคนในประเทศตัวเองที่คิดต่อต้านออกเสียงคัดค้านแก แกทำเหมือนตัวเองเป็นพระเจ้า กดดันคนให้หยุดคิดแบบมีอิสระ เราไม่ชอบจุดนั้น มากกว่าแค้นที่แกมีกับวาโรซะอีก” วารีชี้แจง
“มันจำเป็นสำหรับการปกครอง” เปตูโน่แย้งขึ้นมา
“แล้วแกได้ลองอีกทางรึยัง หรือทำอยู่อย่างเดียวเหมือนเดิมๆแล้วไม่คิด?” วารีบอก
เปตูโน่เงียบ กินน้ำมะนาวหมดแก้ว “อา” เสียงดัง แล้วหันเข้าปราสาท “ขอให้เป็นปีที่สงบสุข”
“นั่นสินะ… คงไม่มีคนป่าอาวุธเต็มมือบุกเรานะในปีนี้” วารีพูดดักคอแผนที่เปตูโน่จะใช้
เปตูโน่ยิ้มและเดินเข้าปราสาท
“ป่ะ” วารีเรียกเมียทั้งสาม “กลับบ้าน”
“ซักที” วาโรพูด “ฉันรู้สึกหนาวพอดี”
วารีวนนิ้วขึ้นฟ้า เมื่อทหารเห็นต่างเดินเรียงแถวขึ้นโดรน
หลังจากนั้นวารีบินกลับบ้าน แต่โดรนระเบิดยังอยู่ที่อารูสิเย
เปตูโน่มองโดรนที่มีธงวาโรสิเมียเรียด้วยรอยยิ้ม “แกจะเจอกับนรก”
และสงครามทวีปเหนือก็จบลงด้วยสัญญาสันติหนึ่งปี
มันอาจเร็วหรือช้า แต่ที่แน่ๆ มันมีวันจบลง และสงครามจะมาเยือนสองประเทศอีกเป็นแน่
วารีคุยเล่นกันเมียในโดรน รอเวลากลับบ้านไปอยู่กับเหล่าเมียและลูก
หลังจากนั้น วาโรซีเมียเรียเดินงานพัฒนาโคเม่อย่างหนัก เช่น การวางโรงไฟฟ้า ส่งอินเตอร์เน็ต วางทางรถไฟ พัฒนาหน้าดินเพื่อการเพาะปลูก วางเขตตัดและเว้นป่า ค้นหาสัตว์หายาก ชวนคนไปตั้งรกรากที่โคเม่
ภายในสองเดือนโคเม่เปลี่ยนไปมากมาย ตามเมืองมีคนเดินไปมาในชุดกันหนาวคุยธุรกิจ เหล่าชาวนาซื้อรถไถรถเก็บผลผลิตและปุ๋ยเคมีไปเพื่อไปใช้กับฟาร์มตัวเอง
ถ้าบินผ่าน มันเปลี่ยนจากประเทศสีเทา เป็นประเทศสีเขียวได้ในเวลาแค่พริบตา
ยังมีหลายอย่างที่ทำได้อีก และวาโรซีเมียเรียจะไม่หยุดพัฒนาแค่เท่านี้อย่างแน่นอน