วารีพัฒนาประเทศต่ออย่างไม่หยุดยั้ง แถมคอยดูแลเหล่าเมียในฮาเร็มจนหมุนหน้าหมุนหลัง แต่ต้องมาเจอกับอดีตที่เคยผิดพลาดตามมาหลอกหลอนทั้งๆที่ลูกใกล้คลอด ทำให้เหล่าแฟนพากันมาช่วยเพื่อให้คนเดิมกลับมาหาพวกเธอ วารีอยากทำงานค้าขายให้ดี รักฮาเร็มให้เต็มหัวใจ แต่โดนรุมเร้าจากทั้งจิตใจในอดีตและเหล่าผู้ก่อการร้าย ทั้งๆที่เมียท้องกันยกชุด เขาต้องทำทั้งหมดให้ได้ดี และสุดท้ายเมื่อทุกอย่างพร้อม เขาจะรับหน้าที่ราชา
รัก,แอคชั่น,แฟนตาซี,ชาย-หญิง,เกิดใหม่,ต่างโลก,คลั่งรัก,ชาย-ชาย,หญิง-หญิง,ฮาเร็ม,ชาย-หญิง,หญิงรุก,yaoi,โรมานซ์,โรแมนติก,ต่อสู้,รักวัยรุ่น,เกิดใหม่,ทำงาน,สร้างตัว,ฝึกฝน,นางเอกเก่ง,พระเอกเก่ง,รัก,แฟนตาซี,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
กำพร้า ณ ต่างโลก ภาค 2วารีพัฒนาประเทศต่ออย่างไม่หยุดยั้ง แถมคอยดูแลเหล่าเมียในฮาเร็มจนหมุนหน้าหมุนหลัง แต่ต้องมาเจอกับอดีตที่เคยผิดพลาดตามมาหลอกหลอนทั้งๆที่ลูกใกล้คลอด ทำให้เหล่าแฟนพากันมาช่วยเพื่อให้คนเดิมกลับมาหาพวกเธอ วารีอยากทำงานค้าขายให้ดี รักฮาเร็มให้เต็มหัวใจ แต่โดนรุมเร้าจากทั้งจิตใจในอดีตและเหล่าผู้ก่อการร้าย ทั้งๆที่เมียท้องกันยกชุด เขาต้องทำทั้งหมดให้ได้ดี และสุดท้ายเมื่อทุกอย่างพร้อม เขาจะรับหน้าที่ราชา
ภาค 1 เกิดใหม่เล็งไข่ตั้งมั่น
https://www.plotteller.com/book_reading_novel/01J6K59JBZFBKF5WR1DS8Y86Q2
วารีมุ่งมั่นพัฒนาประเทศให้ขยายไปมากขึ้น และเอาของยอดนิยมโลกเก่ามาขายเพื่อเปลี่ยนยุคจากยุคขี่นกมาใช้รถและมอเตอร์ไซค์
แต่อดีตตามมาหลอกหลอนและต้องเจอกับกำแพงที่ตัดสินว่าอะไรถูกต้องและไม่ถูกต้อง
และเขายังต้องเตรียมพร้อมทุกอย่างให้ลูกที่ใกล้เกิดมาในอนาคตข้างหน้า
เขาต้องสู้พัฒนาสร้างทุกอย่างพร้อมจิตใจที่ปั่นป่วน แต่ยังดีที่เหล่าแฟนคอยดูเขาใกล้ชิดและตบหัวเขาทุกครั้งที่เขาง้องแง้ง
https://www.facebook.com/profile.php?id=100087843892571&mibextid=LQQJ4d
bluesky
https://bsky.app/profile/wayuwayutl.bsky.social
120 ฟ้าของนก
บ้านหลังหนึ่งในเขตเมืองหลวงวาโรเรีย ย่านริมเขต ชุมชนแออัดแห่งหนึ่ง
ตุ้บ
เด็กสองคนลงนั่งอยู่ที่สนามหญ้า
คนหนึ่งเป็นเด็กหนุ่มที่ดูแข็งแรง เขาช่วยงานบ้านและช่วยแม่แบกหามของไปขายทุกวัน
อีกคนเป็นเด็กสาวผิวเข้มแดดที่เป็นลูกของบ้านคนรวย
สองคนเรียนที่เดียวกันห้องเดียวกันมาตลอด แต่ตอนนี้ที่พวกเขาจบการศึกษาระดับต้น เด็กสาวได้เรียนต่อ แต่เด็กหนุ่มต้องไปขายของกับแม่
เด็กหญิงมองพื้นด้วยความเสียใจ เธอชอบเขามาตลอด เธอกลัวว่าเมื่อต่างคนต่างไปแล้วความสัมพันธ์มันจะไม่เป็นเหมือนเดิม
“อย่าเสียใจไปเลย บ้านเราก็ยังอยู่ใกล้กันเหมือนเดิมเนี่ยแหละ” เด็กหนุ่มพูดแล้วลูบหลังเพื่อนสาว
เด็กสาวมองเขา จากนั้นมองพื้นแล้วพูดตัดพ้อ “เราทิ้งทุกอย่างแล้วหนีไปด้วยกันมั้ย?”
“เฮ้ เป็นไปไม่ได้หรอก เราอายุแค่นี้เอง แล้วคนข้างนอกใจร้ายจะตาย ถ้าเราอยู่กันสองคน เราไปไหนไม่รอดหรอก” เด็กหนุ่มที่ขายของกับแม่ออกข้างนอกเจอผู้คนมากกว่าเด็กสาวเตือนสติ
เด็กสาวทำหน้าบูด “เธอไม่อยากอยู่กับฉันล่ะสิ ฉันทำอะไรก็ไม่เป็น ที่ฉันเป็นแฟนเธอได้ เพราะแค่เธอไม่มีคนอื่น”
“ไม่ใช่อย่างนั้น เธอก็เป็นตัวตนของเธอ เธอเล่นดนตรีร้องเพลงเป็นไม่ใช่เหรอ อย่าดูถูกตัวเองแบบนั้นดิ” เด็กหนุ่มให้กำลังใจเด็กสาว
สองคนเป็นแฟนกันแบบเด็กๆที่ไม่ได้ทำอะไรเกินเลย ไม่เคยจูบและแทบไม่จับมือกันเลยด้วยซ้ำ
“เพลงมันช่วยหาเงินไม่ได้หรอก” เด็กสาวดูถูกความสามารถของตัวเอง
“แต่เธอร้องให้ฉันฟังได้ไง ขอเพลงนึงสิ” เด็กหนุ่มพยายามเปลี่ยนให้เด็กสาวคิดเรื่องอื่น
“ไม่เอา” เด็กสาวไม่มีอารมณ์
“เดี๋ยวแม่ฉันมาตามแล้ว ขอเพลงนึงก่อน ฉันจะได้นอนฝันดี” เด็กหนุ่มพูดเพราะพระอาทิตย์เริ่มตกดิน มันเป็นเวลาที่เขาต้องเข้าบ้านไปนอนเตรียมไปทำงานตลาดแต่เช้า
เด็กหญิงมองหน้าแล้วร้องเพลงโบราณง่ายๆ
เด็กหญิงรู้ว่าเด็กหนุ่มชอบเพลงนี้
เด็กหนุ่มมองเด็กสาวลูกคนรวย คนที่เขาไม่เคยฝันว่าจะได้รู้จักกัน
เมื่อเด็กสาวร้องเสร็จ เธอจับมือเด็กหนุ่ม “ถ้าเธอไม่มีใคร โตขึ้นมาขอฉันแต่งงานนะ”
เด็กหนุ่มหน้าแดงเพราะไม่คิดว่าเธอจะพูดถึงอะไรอย่างเรื่องแต่งงาน
เด็กหนุ่มนิ่งตะลึงอยู่นาน
เด็กสาวไม่ปล่อยมือ เธอต้องการคำตอบ
“เอ่อ ได้สิ” เด็กหนุ่มพูดเบาๆ
เด็กสาวยิ้มกว้าง
“ไอ้นก! เข้าบ้าน!” เสียงป้าคนนึงดังอยู่หน้าสนามหญ้า
“อย่าลืมสัญญานะ” เด็กสาวพูดก่อนจากลากัน
“แล้วเจอกัน แก้ว” เด็กหนุ่มพูดลา เดินไปหาแม่ตัวเอง
จากนั้นสองคนได้เจอกันน้อยลงมาก
เด็กหนุ่มต้องย้ายบ้าน เพราะปัญหาเรื่องค่าเช่าบ้านค้าง
แต่เขายังขายของในตลาดของหมู่บ้านเด็กสาว
เด็กสาวแวะเวียนมาที่บ้านของเด็กหนุ่มบ่อยครั้ง
แต่หลังๆเธอมาน้อยลง
“ฉันต้องไปเรียนหมอ” นั่นคือคำพูดสุดท้ายที่เด็กสาวพูดกับเด็กหนุ่ม
จนสุดท้าย นกอายุ 18 เท่าเธอ
ในบ้านโทรมๆรกๆแห่งหนึ่ง
“เหล้าข้าอยู่ไหน!?” เสียงลุงคนหนึ่งตะคอกเสียงดัง
นกมองทางที่เสียงมาด้วยหน้าไม่สบอารมณ์และพร้อมมีเรื่อง
เขาเป็นพ่อเลี้ยงใหม่ของนก
“เมื่อเช้าข้าก็ซื้อมาแล้วไง แกแดกอะไรของแกหมดเร็วแบบนั้น ข้าจะเอาเงินที่ไหนซื้อ!” แม่ของนกตะโกนด่าผัวใหม่
“หมดแล้วแกก็ไปซื้อมาดิวะ รออะไร!?” พ่อเลี้ยงตะคอก เดินออกมาทางเดิน
แม่นกเดินมาอยู่ข้างหลังพ่อเลี้ยงเขา
นกมองภาพด้วยอารมณ์คลุกกรุ่น
เขาไม่สบอารมณ์ เขาอยากช่วยแม่ ทำให้มันเงียบ
“แกแดกอย่างนี้ก็ไปแดกเหล้าขาวดิ ข้าซื้อได้ จะเอามั้ย?” แม่นกพูดดัง
“แกจะให้ระดับข้าแดกของถูกๆอย่างนั้นเหรอ แกดูถูกข้าเหรอ!?” ลุงง้างมือ
นกขยับตัวเข้าไปใกล้
แต่เขาไปไม่ทัน
เพียะ!
ตาลุงตบหน้าแม่ของนก
จากนั้นนกเลือดขึ้นหน้า
เขาฮุคขวาจากข้างหลังเข้าหน้าตาลุงพ่อเลี้ยง
ตาลุงกระเด็นไปติดกำแพง จากนั้นตัวรูดลงล่าง
คนเริ่มมาดูกันหน้าบ้าน เห็นทุกอย่างในทางเดิน
นกเตะซ้ำเข้าหน้าตาลุง
ตาลุงนักดื่มนอนแน่นิ่ง
“ไอ้นก เอ็งทำอะไร!?” แม่นกจับไหล่นกอย่างรุนแรง
“มันตบแม่…” นกพูดเหตุผล
“เป็นเรื่องแล้วแกเอ้ย ไปจากบ้านนี้เลยไป! ข้าไม่มีลูกทำร้ายพ่อแบบนี้!” แม่นกพูดด้วยอารมณ์โกรธ
แม้เธอไม่ได้ตั้งใจพูด ความเสียหายมันเข้าไปในใจนกเรียบร้อยแล้ว
นกตาเบิกกว้าง เปิดประตูห้อง เก็บของตัวเองแล้วออกไปจากบ้าน
แม่นกมองหลังลูก “เดี๋ยว ไม่…”
แต่นกไม่หันไปมอง
แม่นกร้องไห้ แม่แค่กลัวว่าไอ้พ่อเลี้ยงเลวมันจะตื่นมาเอาคืน
เธอรักษาไม่ทันปากเธอทำลาย
นกหนีไปอยู่ในสนามเด็กเล่น
เขาเอากระเป๋าแทนหมอนแล้วนอนอยู่ขอบสนาม
จากนั้นมีคนเดินมาสี่ห้าคน
นกลุกขึ้น ไม่รู้ว่าใคร แต่เขารู้สึกว่าอันตราย
“ไอ้หนุ่ม ใช่แกมั้ยที่เพิ่งต่อยพ่อเลี้ยง?” หนุ่มคนหนึ่งพูดขึ้นมา
หน้าพวกเขามีแผลเป็น มันทำให้นกต้องระวังคำพูด
“ใช่” นกพูดความจริง เพราะคิดว่าพวกเขาแค่แกล้งถาม
“ทำงานมั้ย? มีที่อยู่ให้ แค่มากับข้า” หนุ่มผมทองที่หน้าแผลเป็นเยอะที่สุดพูด
“ได้” นกไม่เห็นอนาคตตัวเองในตอนนี้ เลยรับทุกอย่างที่เข้ามา
เขาไม่มีอะไรต้องกลัว
นั่นเป็นเมื่อชีวิตนกเข้าสู่ด้านมืด
เขาทำทุกงานที่ความถูกต้องมันคลุมเครือ
เขาทวงเงิน พังร้านที่ไม่ได้จ่ายค่าคุ้มครอง ปาหินใสร้านที่ต่อต้านแก๊งของเขา ส่งโสเภณีไม่มีใบอนุญาติหาลูกค้า
จนมาถึงต้นเดือน 1 ยุคตีกันปี 124 ปีใหม่
นกที่กำลังขี่มอเตอร์ไซค์ มีผู้หญิงกำลังซ้อนท้ายเขา
เธอเป็นเด็ก 18 ที่หนีบ้านมาจากศิโรและไม่มีใบอนุญาติทำอาชีพโสเภณี
นกอายุ 19
นกขับมอเตอร์ไซค์มาถึงหน้าโรงแรมหรูแห่งหนึ่ง
สาวก้าวลงมอเตอร์ไซค์ จูบแก้มนก “เมื่อไหร่ได้อยู่ด้วยกันอีกล่ะ?”
“ว่างแล้วเดี๋ยวโทรหา” นกพูดแล้วบิดมอเตอร์ไซค์ออกไป
เขาขี่ไปเรื่อยๆ ตามทางที่ขับไปขับมาเป็นหลายสิบรอบ
จนมาถึงบ้านแห่งหนึ่งที่ติดกระจกดำทึบ
นกลงมอเตอร์ไซค์ ไม่ถอดหมวก เปิดใต้เบาะและหยิบของที่เขาต้องส่ง
เขารู้ว่ามันเป็นอุ้ยเคมี แต่เขาไม่สนใจเพราะมันเป็นงาน
จากนั้นเขาไปเคาะหน้าบ้าน
มีคนเปิดออกมาอย่างเร็ว “ขอบใจ พรุ่งนี้เอาเพิ่ม 2 กิโลนะ”
“สั่งเยอะจ่ายไหวนะ?” นกพูดเพราะที่นี่ไม่ใช่ย่านคนมีเงิน
“ไอห่า แกจะตบฉันเหรอไงถ้าไม่ไหวอ่ะ? ช่วยนี้มันกำลังขายดี เอามาเลยฉันรับประกัน” ชายหนุ่มตัวมีแผลเป็นสั่งไปพูดเล่นไป
นกหยิบสมุดโน้ตมาจด ยื่นมือไปจับ หนุ่มแผลเป็นจับจากนั้นโยกอกมาชนกัน
นกกลับไปขึ้นมอเตอร์ไซขี่กลับถิ่นของแก๊งเขา
เมื่อมาถึงเขาก็เปิดมือถือดู เปิดแอพแชท เข้าแชทของหัวหน้าเขา
ในนั้นเป็นข้อความชื่อร้านและที่อยู่พร้อมจำนวนเงินที่ต้องไปทวง
เขาขี่ไป บ้านที่อยู่ติดตลาด
มันเป็นบ้านเก่าโทรมๆ เขาถอดหมวกแขวนไว้ที่แฮนด์รถถกแขนเสื้อแล้วลงรถ
หน้าและแขนเขามีรอยสัก
เขาไม่เคาะประตูแล้วเปิดเข้าไป “ย่าครับ อยู่มั้ย?”
ไม่มีเสียงตอบ
เขาเดินไปหลังบ้าน ได้กลิ่นไข่เจียว
ท้องเขาเริ่มหิว
จากนั้นเดินไปหลังบ้าน ห้องครัวของบ้านนี้
คุณยายแก่ๆคนหนึ่งกำลังทอดไข่เจียว แกหันมามอง แต่ไม่ได้ตื่นตัวอะไร และก็หันไปเจียวต่อ “มาแล้วเหรอ? ไม่ได้ยินๆ”
“ถึงงวดแล้วย่า มีเงินมั้ยเนี่ย?” นกถามย่า ไม่หวังมาก
“ไม่มี มีแต่ไข่เจียวหมูสับเนี่ย ไปตักข้าวมากินไป” คุณยายพูดแบบไม่กลัว
นกถอนหายใจ เดินเข้าบ้านไปหยิบจานสองจาน ตักข้าว จานนึงน้อยๆ จานนึงเยอะๆ
จากนั้นเขาเอาไปวางหน้าบ้าน แล้วเดินกลับไปหลังบ้าน
คุณยายตักไข่ใส่จานแล้วยื่นให้นก
นกรับและยกไปหน้าบ้าน นั่งรอ
ซักพักคุณยายก็เดินมาช้าๆ แล้วนั่ง จากนั้นกินข้าวกับไข่เจียวหมูสับ
“ทำไมงวดนี้ไม่มีล่ะย่า?” นกกินคำใหญ่หลังพูด
“โอย ย่าปวดหลัง ทำอาหารไม่ไหว เลยขายอยู่แค่อย่างสองอย่าง ไม่ได้ทำเยอะเหมือนเดิมแล้ว งวดนี้ก็เลยไม่ไหว” คุณยายคิ้วขมวดไปพูดไป
“แล้วต่อไปจะทำยังไง? ลูกหลานย่าคิดจะมามั่งมั้ย?” นกพูดด้วยความเป็นห่วงเพราะถ้าเป็นแบบนี้คุณยายไม่ไหวแน่
คุณยายส่ายหน้า
คุณยายคนนี้ไม่ได้เป็นย่าของนก นกแค่สนิทกับแกหลังเขามาทวงเงินหลายปีติด
หลังจากนั้นย่าคนนี้ก็ทำกับข้าวให้ ใช้เขาเหมือนเขาไม่มีงานการ
“ช่างมันเถอะ ว่าแต่ ม่านหลังบ้านมันปิดไม่มิด ไปดูให้หน่อย” คุณยายสั่งแบบไม่สนคำถามก่อนหน้า
แกไม่กลัวนก และไม่กลัวที่ตัวเองไม่มีเงินจ่ายค่างวด
“ทางห้องครัวหรือห้องนอน?” นกแค่ถามแกกลับเมื่อแกสั่ง
“ห้องครัว” ย่าสั่งแล้วนั่งมองนอกหน้าต่าง
นกไปจัดการกับผ้าม่านที่ปิดไม่มิดหลังบ้าน
“พับผ้าห่มให้หน่อย มันหนัก” ย่าสั่ง
นกทำ
“บ้านไม่ได้ถูหลายวันแล้ว…” ย่าสั่ง
นกทำ
“กินน้ำมะนาวมั้ย?” ย่าเสนอ
นกรับ
“เปรี้ยว! ใส่กี่ลูกเนี่ย?” นกบ่นหลังน้ำมะนาวเปรี้ยวเกินพอดี
“สามเอง แค่นี้บ่นมาก เสร็จหมดแล้วก็ไปทำงาน… ว่าแต่เมื่อไหร่แกจะเปลี่ยนงาน?” ย่าบ่นเรื่องการงานของนก
“มะนาวมันแพง! เฮ้อ… ย่าไม่เข้าใจ ผมไม่ได้เรียนเหมือนคนอื่น ความรู้น้อย มีแต่แรงกาย ถ้าไม่ทำงานแบบนี้ก็มีแต่งานได้เงินน้อยๆไม่พอกิน” นกอธิบายเรื่องนี้มาหลายครั้ง
ย่าคนนี้พอรู้ว่านกไม่ได้อยู่โลกคนทั่วไป
ชีวิตเขาจมดิ่งไปในด้านมืดตั้งแต่อายุยังน้อย
แต่ในความมืดมิด เขาไม่ได้ยอมให้ความมืดกัดกินใจจนไม่เหลือแสงสว่าง
เขาดิ้นรนกำก้อนแสงนั้นไว้ใกล้ตัว ไม่ปล่อยให้ความมืดมิดกัดกินทั้งตัวและใจ
ความสนิทที่เขามีให้ยาย เงินทุกงวดที่เขาจ่ายให้แกเป็นข้อพิสูจน์เรื่องนั้น
ยายมาจับไหล่นก “ลองไปที่ฮาโมนี่รึยัง?”
“ย่า! อย่าพูดถึงที่นั่น! ถ้าคนของผมมาได้ยินจะเป็นยังไง!?” นกเตือนย่าด้วยเสียงดัง แต่หน้าเขาไม่ดุร้าย เขาแค่อยากให้แกป้องกันตัวเองมากกว่านี้
“โถ่ แค่นี้ไม่เป็นไร…” ย่าพูดแล้วหยุดกลางคัน มีเงาคนเดินมาหน้าบ้าน
“โฮ่ โฮ่ โฮ่ วู้ว วันนี้ดีจังเลยว่ะ! ได้ยินอะไรดีๆด้วย” คนหนึ่งเดินเข้ามาหน้าบ้านที่ไม่ได้ปิดประตู
เขาเป็นชายที่สูงกว่านกเป็นสิบเซ็นติเมตร
และนกสูงเกิน 180 ซม.
กล้ามเขาแน่นเสื้อ ทั้งแขนและขา
“ไอ้เตา… แกมาทำอะไร?” นกอยู่บนความตื่นตัวว่าจะมีเรื่องสูง
แต่เตาเป็นคนแก๊งเดียวกับเขา
“แก๊งกิ้งก่าตัวตะปู ต้องทำทุกทางให้ ฮาโมนี่เจ๊ง นายเราพูดอยู่ตลอด ใช่ป่ะล่ะ นก?” เตายิ้มกว้าง มันไม่ใช่ยิ้มที่เป็นมิตรแบบดวงตายิ้มไปด้วย
มันเหมือนสัตว์ป่าตัวใหญ่ที่เล่นกับแมวอยู่ดีๆแล้วเห็นมันเป็นอาหาร
นกมองรอบห้อง ถ้าต้องดวลหมัด เขาสู้เตาไม่ได้
เตาเป็นอดีตทหารรับจ้างที่กัลเลียมาก่อน และเขามีประสบการณ์ต่อสู้โชกโชน
แถมวันนี้เขาเอาดาบมา ไม่เหมือนนกที่ไร้อาวุธ
‘มีดย่าก็ไม่มีเล่มไหนคม ถ้าต้องสู้จะทำยังไง?’ นกถามตัวเองแล้วมองรอบห้อง พยายามจะไม่ให้ศัตรูรู้
“ข้ามาดูว่าย่าบ้านนี้จ่ายงวดนี้มั้ย ว่าไง แกเก็บเงินได้มั้ย? แกรู้นี่ว่านายเราจะยึดที่นี่” เตาแสยะยิ้มเหมือนเด็กเจอของเล่น
นกล้วงเงินจากถุงทองตัวเอง เขากระเป๋าหนักจากการทำงานทุกวันไม่มีหยุด ตั้งแต่เช้าตรู่ถึงเย็น
และเขาไม่เคยมีเหตุผลต้องใช้เงินนอกจากซื้อเบียร์สามสี่ขวดเลี้ยงเหล่าโสเภณีไม่มีทะเบียน ที่จับเขาเป็นผัวชั่วคราว
ผู้หญิงบางคนเรียกเขาว่าเสี่ยด้วยซ้ำ
นกหยิบมาสองเหรียญยื่นให้เตา “อ่ะ งวดนี้กับงวดหน้า”
เตามองหน้านก นกมีหน้าที่จริงจัง
แต่มันผสมความกลัว เหมือนคนที่ดาบหลุดจากมือ
“อะไรว้า!?” เตาขึ้นเสียง
นกถอยมาตั้งหลัก เขาเดินไปตรงชั้นวางของ
“ข้ามาเก็บเงินอีแก่ ไม่ใช่แก ไอ้ห่า แบบนี้มันทำผิดกับองค์กรนี่หว่า เอ้า! อีแก่! แกมีมั้ยเงินอ่ะ!?” เตาปฏิเสธเงินนกแล้วซักไซ้กับคุณย่า
ย่าไม่ตอบและแค่ถอยนิ่งๆ
“เห้ย พวกเอ็ง ไปจับอีแก่แล้วพังบ้านซะ ตอนมารื้อจะได้ง่ายๆ” เตาสั่งลูกน้องตัวผอมๆสองสามคนที่ตามมาด้วย
“หยุด!” นกขึ้นเสียง เขาหยิบบางอย่างขึ้นมาซ่อนด้านหลังเขา
ลูกน้องเตาหยุด มองลูกพี่ นกเป็นคนระดับสูงของแก๊ง ไม่ใช่ลูกหาบยกของหรือลูกน้องปลายแถว
ถ้าพูดกันเขาอยู่ระดับเดียวกับเตา
นกไม่ค่อยสู้กับใคร เขาเป็นคนไม่ใช้กำลังพร่ำเพื่อ
แต่ลูกน้องปลายแถวรู้ดีว่า เมื่อเขาสู้ เขาชนะตลอด
เหล่าลูกน้องปลายแถวเห็นเขาเป็นนักสู้ในตำนานของแก๊งที่ไม่มีใครอยากมีเรื่องด้วย
ยิ่งมีตำนานว่าครั้งนึงเขาถูกตำรวจสองคนเรียกและสู้ตำรวจหนีมาได้ด้วย แต่ความจริงเขาไม่ได้สู้และจ่ายค่าปรับที่ไม่ใส่หมวกกันน็อคเฉยๆ
แต่ลูกน้องปลายแถวไม่รู้เรื่องนั้น
ลูกน้องมองเตา ลูกพี่ตัวเอง เหงื่อตก กลัว
เตาชักดาบ “รู้ใช่มั้ยว่าตีกันเองในแก๊งหมายถึงตาย?”
“ข้าไม่อยากมีเรื่อง มีแต่แกที่แย้บๆไม่จบและไม่เอาเงิน ข้าแค่ปรับพฤติกรรมโง่ๆที่รนหาส้นตีน” นกด่าจากใจ
หน้าเตาเปลี่ยนจากพื้นที่เงาวับน่าเดินเป็นห้องส้วมที่ไม่เคยล้าง
เส้นเลือดปูดขึ้นเต็มหน้า
ลูกน้องเตาไม่เคยเห็นลูกพี่โกรธขนาดนี้มาก่อน
ลูกน้องพากันถอย
เตาตั้งท่าสู้ พุ่งเข้าประชิด “ตัดหัว!”
แก้ง! เสียงดาบเหล็กโดนวัตถุโลหะ
ไม้เท้าย่าอยู่ระหว่างคอนกกับดาบ
ไม้เท้าเป็นอะลูมิเนียมกลวง มันไม่ได้แข็งเท่าดาบที่เหวี่ยงเต็มแรงและไม้เท้างอ
นกเตะขวา
เพราะเตาไม่ได้คิดว่านกสู้เป็น เพราะไม่เห็นเขามีอาวุธ เขาแค่พุ่งมาแบบโง่ๆไม่ได้ป้องกันตัว
เท้านกเข้าเอวอย่างแรงจนเตาตัวโยก
นกพยายามจำวันที่เขาแอบไปฝึกที่ลานฝึกฮาโมนี่ให้ขึ้นใจ การต่อยที่ถูกต้อง การเตะที่ถูกต้อง เขาจำได้หมดทุกอย่าง
แม้แต่ครูฝึกที่นั่นยังบอกว่าเขามีพรสวรรค์
“แก! ฟันหัว!” เตาฟันซ้ำ
นกก้มหลบการโจมตีที่เคยเห็นแล้วเหมือนนักสู้ที่ผ่านศึกมานับร้อยครั้ง
นกเสยคางเตา
เตาผงะไปข้างหลัง “ตัดแขน!”
มันเป็นการโจมตีแบบไม่มอง แต่เป็นการโจมตีที่นกไม่เคยเห็น เขาบิดตัวให้ไหล่ที่กำลังจะโดนฟันไปข้างหลังเล็กน้อย
ฉัวะ ดาบฝังเข้าไหล่ แต่แผลไม่ลึกเพราะเขาบิดตัวออก เลือดซึมออกมาจากแผล
แขนซ้ายเขาใช้ไม่ได้ แต่เขาไม่ถนัดข้างนั้นอยู่แล้ว และฝากทุกอย่างไว้กับแขนขวา
เตาตั้งหลักได้ แล้วง้างดาบ
นกรับรู้ได้ว่าการโจมตีครั้งต่อไปจะเต็มแรง เขาเอาไม้เท้ายายกัน
“ฟันเฉียง!” เตาปล่อยการโจมตีจากด้านล่างขวาขึ้นซ้ายบนเป็นแนวเฉียง
เขาเล็งให้โดนอะไรก็ได้ที่กลางตัวนก
แต่นกถอยออกก่อนกัน
แก้ง! เสียงเหล็กกระทบกัน
แก้ง แก้ง แก้ง เสียงเหล็กหล่นพื้น
เมื่อนกมอง ไม้เท้ายายถูกฟันขาดเฉียงๆ และหล่นลงไปที่พื้น
เตาแสยะยิ้ม
แต่หน้านกยังนิ่ง ไม่เปลี่ยน
มันทำให้เตากลัว และเกลียดตัวเองที่มองเข้าไปในตาของนกแล้วรู้สึกถึงเสี้ยวของความกลัว
“แก! ตัดหัว!” เตาพุ่งลึกหวังฟันหัวนกให้ขาด
นกพุ่งเท้าขวาที่อยู่ด้านหน้า บิดตัวก้มหลบ กระทืบพื้น “แย้บ!”
ฉึก
เพราะไม้เท้าถูกฟันเฉียง
ตอนนี้มันปลายแหลมเหมือนหลอดโดนตัด
และแย้บนั้นมีไม้เท้าแบบนี้เป็นอาวุธ
มันทำให้ไม้เท้าเข้าคอเตา
แผลถูกแทงคอเกือบทะลุเริ่มออกลาย
เตาหันมองลูกน้อง พยายามสั่ง
แต่เสียงที่ออกไปมีแต่ อ่อกๆแอ่กๆ ไม่เป็นคำพูด
ลูกน้องปลายแถวหน้าซีด คนหนึ่งตบเท้าหนีขึ้นมอเตอร์ไซค์หน้าบ้านไปเรียบร้อยแล้ว
เสียงเบิ้ลมอเตอร์ไซค์ทำให้อีกสองคนมีสติ และรีบหนีไป
“ฟู่ว” นกใจเย็นลงพร้อมร่างเตาที่ตกลงพื้นเหมือนหุ่นเชิดถูกตัดเชือก
ใจเขาโล่ง
เหมือนเขารอมานาน
วันที่ได้ต่อต้านแก๊งตัวเอง
วันที่ต้องเลิกอาชีพแบบนี้
แต่วันข้างหน้าหลังจากนี้ดูมืดมน
ไม่ถูกตำรวจจับก็ต้องถูกแก๊งตามฆ่า
“ฮัลโหลๆ มีโจรมาที่ 987/21 มีไอ้นกช่วย แต่โจรมันตายช่วยมาหน่อย!” ย่าโทรเรียกตำรวจ
แต่เสียงเบิ้ลมอเตอร์ไซค์ดังรอบทาง
“ย่า… นี่มันถิ่นแก๊ง พวกมันจะมาก่อนตำรวจ ย่าต้องมากับผม” นกอุ้มย่าไปวางที่เบาะมอเตอร์ไซค์หน้าบ้าน
“แกขายแก๊งให้ตำรวจดิ บอกทั้งหมด! ให้ฮาโมนี่ช่วย!” ย่าพูดดึงสตินก
แกอยากให้นกทำอาชีพดีๆใจจะขาดเหมือนบอกลูกตัวเอง
นกนึกถึงอนาคต ตอนนี้เขาจะโดนแก๊งไล่ และตำรวจตามจับ
เขาต้องเลือก ความมืด หรือแสงสว่าง
“เป็นไงก็เป็นวะ” นกขึ้นมอเตอร์ไซค์ บิดไปด้วยความเร็ว
เขาไปที่สาขาร้านสะดวกซื้อของฮาโมนี่ที่ไม่มีแก๊งไหนกล้ายุ่ง
เขาอุ้มยายพุ่งเข้าร้าน “ฉันมีข้อมูลแก๊งค้าอุ้ยเคมี ฉันเป็นคนของแก๊ง! เรียกพวกระดับสูงมา! ฉันกำลังโดนล่า!” นกตะโกนด้วยความหวังริบหรี่
มันเพราะเสียงมอเตอร์ไซค์ที่กลบทุกเสียงลง
พนักงานหยิบหูโทรสับสีแดงด้านหลัง กดเลข “สาขา 176 จะโดนโจมตี ส่งคนมาให้ที เกี่ยวกับอุ้ยเคมี”
เสียงมอเตอร์ไซค์ มาจอดหน้าร้านเริ่มเยอะขึ้น
พนักงานหยิบปืนพกขึ้นมาเตรียม
นกรู้อานุภาพของอาวุธนั้นดี
มีคนเข้ามาในร้านแต่เมื่อเห็นปืนก็วิ่งหนีกันหมด
นกเดินไปดูหน้าร้าน แก๊งเขามากันเยอะ ทั้งระดับบนและล่าง
จากนั้น
เสียงโดรนมีไฟตำรวจกระพริบบินมาด้านบน และโดรนซิ่งสองใบพัดติดไฟเหมือนกันมาเป็นสิบ
เชือกลงมาจากโดรนใหญ่และทหารวาโรซีเมียเรียใส่เสื้อหนาที่นกไม่รู้จักไหลลงมาจากเชือกเป็นสิบ
เหล่าแก๊งเริ่มสตาร์ทเครื่องแล้วบิดหนี แต่มีโดรนสองใบพัดตามคนเหล่านั้น
เหล่าคนที่มาเริ่มหน้าเสียแล้วหนีกันคนละทาง
เมื่อนกเห็นเขาก็โล่งใจ
มีคนที่แขนข้างหนึ่งเป็นหุ่นยนต์เดินเข้ามาในร้าน เจอกับเขาที่อยู่ตรงประตู
“คุณถูกจับกุมแล้ว ได้โปรดอย่าขัดขืนแล้วมากับเรา” เขาพูดด้วยหน้านิ่งเหมือนไม่เคยกลัวอะไรในโลก
เขามีปืนที่จับสองมือแบบที่นกไม่เคยเห็น พร้อมเสื้อเกราะประหลาดที่เหมือนผ้านวม
ชายหน้าเขาเอากุญแกมือออกมา
นกยื่นสองมือออกไปแม้ไหล่เจ็บ
“อย่านะ! ไอ้ลูกคนนี้นี่มันช่วยฉัน! มันชื่อนกมันเป็นเด็กแก๊งแต่ไอ้นี่มัน…” ย่าเข้ามาขวางด้วยความเร็วเหมือนลืมแก่ เสร็จแล้วก็เล่าเรื่องนกเหมือนเรื่องตัวเองยาว
พอชายแขนกลฟังได้สองนาที เขาก็ยิ้มตอบแบบเมตตาขัดกับสถานการณ์ตรึงเครียดตอนนี้ “ครับๆ ได้ครับ มาๆ คุณนก”
เขาเดินเข้ามาจับมือข้างที่ไม่เจ็บและไหล่นกเดินออกจากร้านไปขึ้นโดรน
สำหรับคุณย่าต้องช่วยกันหลายคน พวกเขาเอารถมารับแต่ย่ายืนกรานจะไม่ห่างนก
และโดรนก็ขึ้นบิน
จากอดีตที่โดนแม่เกลียด แฟนหาย เข้าด้านมืด
เขาที่นั่งตรงนี้เหมือนเป็นอิสระจากงานเลวๆ
แต่
เขาคงไม่ได้เดินข้างนอกอีกแล้วหลังจากนี้
“แก้ว…” นกพูดเบาๆแต่ทหารแขนกลข้างเขาได้ยินแล้วจดบางอย่างลงมือถือ
นกได้รับใจอิสระ แต่อาจแลกด้วยชีวิตหลังกรง