วารีพัฒนาประเทศต่ออย่างไม่หยุดยั้ง แถมคอยดูแลเหล่าเมียในฮาเร็มจนหมุนหน้าหมุนหลัง แต่ต้องมาเจอกับอดีตที่เคยผิดพลาดตามมาหลอกหลอนทั้งๆที่ลูกใกล้คลอด ทำให้เหล่าแฟนพากันมาช่วยเพื่อให้คนเดิมกลับมาหาพวกเธอ
วารีอยากทำงานค้าขายให้ดี รักฮาเร็มให้เต็มหัวใจ แต่โดนรุมเร้าจากทั้งจิตใจในอดีตและเหล่าผู้ก่อการร้าย ทั้งๆที่เมียท้องกันยกชุด เขาต้องทำทั้งหมดให้ได้ดี และสุดท้ายเมื่อทุกอย่างพร้อม เขาจะรับหน้าที่ราชา
รัก,แอคชั่น,แฟนตาซี,ชาย-หญิง,เกิดใหม่,ต่างโลก,คลั่งรัก,ชาย-ชาย,หญิง-หญิง,ฮาเร็ม,ชาย-หญิง,หญิงรุก,yaoi,โรมานซ์,โรแมนติก,ต่อสู้,รักวัยรุ่น,เกิดใหม่,ทำงาน,สร้างตัว,ฝึกฝน,นางเอกเก่ง,พระเอกเก่ง,รัก,แฟนตาซี,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
130 มันไม่ได้ทำด้วยทอง
ในเต็นท์ปฏิบัติการหลังจากวาโรซีเมียเรียบุกเข้ามาในสหพันธรัฐโคเม่
ต้นเดือน 3 วารีอายุ 24 ปี
ราชินีวล็อดซีเมียยืนอยู่หน้ากระดานขาวที่มีแผนที่ของทวีปตะวันออกและพื้นที่ใกล้เคียง
“อย่างที่เห็น เราบุกเข้ามาจากทางโพเบต้า และอยู่ตรงนี้” วาโรปักหมุดในโคเม่ทางด้านตะวันออก เหนือโพเบต้า “โคเม่มีแหลมโคเม่และเขตโคเบนของเรามีแหลมโคเบน หลังเราบุก แหลมโคเม่มีการเคลื่อนไหวและบุกเข้ามาในเขตโคเบน เราป้องกันได้โดยไม่เสียอะไรมากเพราะทหารเขตนั้นมีการเพิ่มหน่วยพาลาดินเข้าไป แม้ไม่มีเยอะ เรายังป้องกันได้โดยไม่มีผู้เสียชีวิตมาก”
หน่วยพาลาดินคือกลุ่มทหารที่ยังใช้ดาบอยู่ แต่ทุกคนมีปืนพก
หน่วยทหารที่เราปั้นมา 10,000 คนคือหน่วยจู่โจม ทุกคนใช้อาวุธปืนยาวอัตโนมัติ และมีการใช้อาวุธยิงระเบิดระยะไกลอย่างปืนครกอยู่ด้วย
นอกจากนั้นวาโรซีเมียเรียมีหน่วยปืนใหญ่ระยะไกล หน่วยเครื่องบินเจ็ต หน่วยโดรน หน่วยทหารปีศาจ หน่วยพาลาดินมาร
สองหน่วยหลังแม้ชื่อเหมือนหลุดมาจากหน่วยทหารของตัวร้าย แต่จริงๆแล้วหน่วยพวกนั้นคือหน่วยที่นับถือสลานุช และดึงพลังของเทพมาเพิ่มพลังตัวเองได้
หน่วยทหารปีศาจคือเหล่าทหารที่ใช้ดาบโล่แบบไม่พกปืน เพราะทหารเหล่านั้นคือทหารที่ไม่มีแววว่าจะถนัดอาวุธระยะไกล ส่วนพาลาดินมารคือทหารที่ชี้ปืนพกระยะใกล้และยิงได้ แต่ไม่มีแววใช้อาวุธที่ไกลกว่านั้น ทั้งสองหน่วยมีอยู่หน่วยละ 20,000 คน
“การที่โคเม่บุกวาโรซีเมียเรียอย่างเปิดเผยในด้านตะวันตกหลังเราบุกเป็นเหมือนสัญญาณที่เปิดให้วาโรซีเมียเรียเริ่มโจมตีได้ เพราะฉะนั้นเราจะทำอย่างนั้น” วาโรวางหมุดในเขตโคเบน ใต้แหลมโคเม่ และที่ยอดแหลมโคเบน
คนที่นั่งฟังมีวารีและเหล่าแฟน พร้อมทั้งทหารยศสูงที่เป็นระดับสั่งการ
“ขอรับช่วงต่อได้มั้ย?” วารีถามวาโร เขาไม่ลืมที่จะยกมือก่อนแม้เป็นราชา
“ไหวเหรอ?” เพราะอาการวารีก่อนบุกไม่ได้เรื่องและต้องอาศัยเมียช่วยกันแก้ วาโรกลัววารีไม่เอาจริงและอ่อนข้อในการบุก
“ไหว!” แต่หน้าวารีมุ่งมั่น วาโรจ้องตาด้วยตาแดงๆของเธอ แต่วารีไม่เลี่ยงสายตาและมองตอบด้วยความมุ่งมั่นเหมือนมีแผนในหัว
“หึหึ อย่างนี้สิถึงสมเป็นผัวฉัน” วาโรยิ้มและอนุญาต
วาโรถอยออกไปข้างกระดาน วารีมองแฟนตัวเอง “เราจะแบ่งเป็น 3 กลุ่ม”
วารีเขียนบนกระดาน
“กลุ่มแรก ฉัน, วี, วิว, และวาโร กลุ่มที่สอง เรดจำปา, อายะ, เรฟเนส, และหวาน กลุ่มที่สาม พี่อลิส, ท่านหญิงเสือดำ, ไอซิส, และอ็อกโธ” วารีพูด เขาเขียนบนกระดาน
เหล่าแฟนมองหน้ากัน ตั้งแต่เริ่มสงครามพวกเธอไม่ได้ลงมืออะไรเองเลย
แต่เพราะเป็นสงครามพวกเธอรู้ว่าสุดท้ายมันก็ถึงเวลาที่ต้องสู้บ้างแล้ว
วารีชี้กลุ่มที่อยู่ในโคเม่ “เพราะการบุกครั้งแรกสำเร็จถล่มทลายเพราะเราวางกำลังทหารอากาศไว้ในโพเบต้า แต่หลังจากนี้เราจะยึดแหลมโคเม่ ดันขึ้นไปให้พอดีกับแหลมโคเบน จากนั้นบุกเป็นหน้ากระดานเพื่อความทั่วถึง กลุ่มสาม อ็อกโธจะเป็นหัวหน้ากลุ่มและอยู่กับทหารหน่วยจู่โจม 10,000 คนพร้อมหน่วยปืนใหญ่ หน้าที่คือตรึงกำลังในพื้นที่ไม่ให้โดนยึดคืน ระหว่างนั้น เราจะย้ายทัพอากาศไปที่แหลมโคเบน กลางสนามรบเพื่อการเข้าถึงตะวันตกและตะวันออกอย่างทั่วถึง” วารีพูดและย้ายเครื่องบินจากในโพเบต้ามาแหลมโคเบน
หลายคนพยักหน้าและอ็อกโธตั้งมั่น เธอเป็นเจ้าหญิงและไม่ใช่ไม่เคยเรียนเรื่องสงคราม
“จากนั้นหน่วยสอง ให้เรดจำปาเป็นหัวหน้าไปประจำที่แหลมโคเบนเพื่อรอการบุกเข้าแหลมโคเม่จากด้านขวา” วารีวางหมุดที่แหลมโคเบน
เขาหยิบลูกศรสั้นมาวางว่าหมุดที่โคเบนจะไปด้านซ้าย
“จากนั้นหน่วยหนึ่งที่วาโรเป็นหัวหน้า จะไปที่ใต้แหลมโคเม่และบุกขึ้นพร้อมหน่วยสอง จากนั้นเราจะยึดแหลมโคเม่ในคราวเดียว เราจะแบ่งหน่วยพาลาดินครึ่งนึงไว้ให้หน่วยหนึ่งและสอง จากนั้นหน่วยสองจะใช้พาลาดินมาร ส่วนหน่วยหนึ่งจะใช้ทหารปีศาจ” วารีอธิบาย
ท่านหญิงเสือดำยกมือแล้วพูดขึ้นมาแบบไม่รอ “หน่วยทหารปีศาจอ่อนสุด และเหนือกว่าแค่กลุ่มทหารแบบเก่า กลุ่มนั้นจะไหวกับทหารในแหลมโคเม่ที่ตรึงกำลังหนักแน่นเหรอ?”
“อย่าลืมว่าเรามีพาลาดินด้วย แต่ก็ใช่ นั่นคือเหตุผลที่ฉันและวาโรจะไปเองพร้อมวีกับวิว หน่วยต่อสู้ที่เก่งที่สุด และพาลาดินมารจะบุกพร้อมกัน ด้วยกองกำลังขนาดนี้มันจะไม่มีปัญหาแน่นอน เผลอๆหน่วยทหารปีศาจอาจไม่ได้สู้ด้วยซ้ำ” วารีพูดถึงเหตุผลของเขา
หน้าท่านหญิงเสือดำดูไม่มั่นใจก่อนพยักหน้า ยังมีความแคลงใจไม่ไว้ใจผัว
วาโรมีหน้าที่ภาคภูมิใจ ในที่สุดผัวเธอก็พร้อมทำอะไรสำคัญๆด้วยตัวเองได้ซักที
พี่อายะยกมือ วารีพยักหน้าและพี่อายะพูด “เราต้องลงสู้เองมั้ย? หรือให้เราคุมทหารเหมือนที่ผ่านมา”
“ดูตามสถานการณ์ได้เลย แต่ถ้าให้พูดในมุมผัว ฉันไม่อยากให้เมียลงสู้ซักเท่าไหร่…” วารีมองเมียด้วยหน้าที่ไม่มั่นใจ “ไม่ใช่ว่าพวกเธอสู้ไม่เก่ง แต่ถ้าพวกเธอเป็นอะไรขึ้นมา ใจฉันคงสลาย”
เมื่อพี่อายะได้ยินก็พยักหน้าแบบเข้าใจ
เรฟเนสหยิบดาบในฝักที่ประดับด้วยเพชรเป็นพื้นสีใสระยับและพลอยโรสควอตซ์คุณภาพดีที่สะท้อนแสงแยงตาแทบบอดที่ฝังเป็นรูปหัวใจขึ้นมาและพูดเสียงดังขึ้นมา “ได้เวลาที่ดาบนี้จะได้ใช้จริงแล้วสินะ!”
สัญลักษณ์หัวใจเป็นเครื่องหมายถึงเทพมาร สลานุช
วารีหรี่ตา ถอนหายใจ “เรื่องดาบเล่มนั้นอีกแล้ว เธอทำงานด้านเครื่องประดับเธอน่าจะรู้ดีกว่าใคร ทำไมเธอยังคิดใช้ดาบนั่นอีก… พี่อายะ อย่าให้เธอวิ่งไปด้านหน้าทัพนะพี่ ขอร้อง”
พี่อายะยิ้มเจื่อนๆ “พี่จะคอยดูให้” แต่เธอดูไม่มั่นใจเพราะพักหลังเธอเริ่มสู้สูสีกับเรฟเนสตอนซ้อมแล้ว
ตัวเรฟเนสเล็ก แต่กล้ามเธอใหญ่ขึ้นทุกวัน แม้มันไม่ได้ปูดขนาดกล้ามผู้ชาย แต่กล้ามแต่ละมัดเต็มไปด้วยความพยายามทุกวันของเธอ
เมื่อวาโรเห็นว่าเหล่าเมียวารีเริ่มคุยเล่นไม่ได้เครียดกับสงครามแล้ว เธอเดินไปหาวารี วารีหันมาด้วยความสงสัยว่าเธอมีอะไรเพิ่มเติม เขาคิดว่าความคิดการนำทหารของเขาไม่ได้เรื่องเธอถึงมาเป็นอันดับแรก
แต่วาโรจ้องตา พูดเบาๆเหมือนกลัวคนอื่นได้ยิน “ขอบคุณนะที่สละเวลา ฉันเข้าใจว่าเธอไม่อยากยุ่งเรื่องระดับประเทศ และนี่เป็นครั้งแรกที่เธอเคลื่อนทัพทหารด้วยตัวเองและเอาจริงแล้ว”
“เวลาของฉันทำเพื่อเธอและเมียทุกคนเสมอ…” วารีปั้นหน้าหล่อยิ้มและพูดกลับไป
แต่มันเข้าหูแมวที่ตอนนี้ขนหางพองเพราะเลือดขึ้นหน้า “ปากดี! ใครกางขาก็วิ่งหาตลอดอ่ะ!” จากนั้นเธออ้าขา
เมื่อวารีจับได้ด้วยปลายตาว่าหางตาเห็นคนอ้าขา เขาก็หันไปมองโฟกัสกลางหว่างขาทันที จากนั้นโล่งใจที่ด้านหน้ามีแค่เขากับเมีย ไม่มีทหารคนอื่นที่จะมาเห็นใต้กระโปรงที่ไม่คลาสสิคเพราะบางอย่างขาดหายไป แต่จุดกลางหว่างขามีลายละเอียดเยอะขึ้นเพราะมันขาดไป
“เธอก็พูดไป ว่าแต่เสร็จนี่แล้วไปด้วยกันมั้ย? วี” วารีเขินแต่ไม่คิดปฏิเสธ
“เห็นมั้ยว่าวีพูดถูก? เธอนี่จริงๆเลย เอาล่ะ เราเริ่มนอกประเด็นแล้ว ทหาร! ใครรับผิดชอบหน่วยไหนก็ไปกระจายข้อมูลให้ทัพตัวเอง เราจะเดินแผนตามนี้ ปิดประชุมและแยกย้าย” วาโรหน่ายกับสมองสากกะเบือของวารีและรีบปิดประชุมเพราะทหารระดับหัวหน้าที่อายุน้อยหัวกลัดมันเริ่มจินตนาการเกินจำเป็น
แต่พอเหล่าทหารยกบั้นท้ายจากเก้าอี้ก็มีเสียงเคาะประตูดังเข้ามา ทหารระดับสูงมองไปทางประตู วางก้น
พี่ฟลอร่าที่ตอนนี้เป็นหัวหน้าทัพจิตวิทยาเดินเข้ามาพร้อมเอกสารบางๆ
ทัพจิตวิทยาเป็นทัพเครือแพทย์สนาม และไม่ได้มีส่วนร่วมกับการสั่งการแนวหน้า ทัพของเธอมีไว้เพื่อรับปรึกษากับความเครียดของสงครามที่ไม่ได้มีใครสนุกกับมัน
วารีมองเอกสารสงสัย แต่เมื่อเขาเห็นไกลๆว่าเป็นของคนไข้ครึ่งหนูที่มีหูกลมบนหัวเขาก็พอนึกออก
‘วัยรุ่นที่งอแงคนนั้นสินะ เธอดีขึ้นหรือยัง?’ วารีไม่ได้สนใจเรื่องของสาวหูหนูที่เอาแต่ร้อง แต่พอรู้อยู่ว่าคนที่คิดทำแบบนั้นท่ามกลางสงครามแห่งความตายคือคนที่จิตตก และต้องการความช่วยเหลือ
เหมือนเขาที่เมียช่วยมาหลายรอบ
“คนไข้ที่ชื่อเจ็นกิ้นที่เธอสนใจมีนัดเจอพี่สาวที่เราซื้อตัวมาได้แล้ว อยากไปดูมั้ย?” พี่ฟลอร่ายิ้มและถามวารี
“ผมไม่ได้มองเธอแบบนั้นเลยพี่ ผมเพิ่งรู้เนี่ยว่าชื่อเธอชื่อเจ็นกิ้น ผมแค่คิดว่าเธอคงแย่หนัก” วารีปฏิเสธ เพราะสนใจของเขาที่คนอื่นคิดคือเขาต้องการใกล้ชิด
“นั่นแหละน่า เธอจะได้เจอพี่ที่จากกันเพราะสงคราม ช่วงเวลาแห่งความประทับใจจะเกิดขึ้น และพี่จะชวนเธอไปเห็นเรื่องดีๆของชีวิตบ้าง ไม่ใช่วันๆเจอและคิดถึงแต่เรื่องที่ทำให้ใจขุ่นมัว เด็กคนนั้นอายุน้อย แต่เธอเจอการทรมานมาตลอดตั้งแต่โต เจอการเปรียบเทียบว่าตัวเองไม่มีค่ามาตลอด พูดตรงๆนะ เคสนี้ฉันไม่เจอทางออก และไม่อยากให้อนาคตเธอเจอคนแย่ๆ ฉันอยากรีบผลักหนูนี่ให้เธอด้วยซ้ำ แต่ติดที่อายุเธอเนี่ยแหละ” พี่ฟลอร่าพูดถึงคนไข้ในความดูแลใกล้ชิดของเธอ
วารีนึกถึงชีวิตตัวเอง เขาไม่เหมือนเจ็นกิ้น เจ็นกิ้นสภาพใจย่ำแย่เพราะปัจจัยภายนอก แต่ที่วารีพร้อมประวัติของเขาย่ำแย่เป็นเพราะปัจจัยภายใน ตัวเขาทำตัวเอง
“เรื่องพรรคนั้นคงต้องเลี่ยงก่อน แต่เธอไปดูหน่อยก็ดี วารี ฉันสนับสนุน” วาโรจับไหล่วารีจากด้านหลังแล้วพูด
“โอเค ไปก็ไป” วารีตอบรับ
แผ่นหลังเด็กครึ่งหนูมีลายกล้ามที่ชัดเจน มันขัดกับสามัญสำนึกปรกติที่คิดว่าวัยรุ่นยังไม่มีเวลาออกกำลังกายจนไม่มีกล้าม ฟาโรสถูหลังเด็กครึ่งหนูหน้าเธอและคิดว่าแผ่นหลังของวัยรุ่นหน้าเธอเกินเรียกเด็กไปแล้ว
เมื่อฟาโรสขัดหลังวัยรุ่นครึ่งหนูเสร็จ เธอพูด “เสร็จละ ด้านหน้าจัดการเองได้นะ?”
“ได้พี่!” เธอหันมามองด้วยตาสีเหลืองอ่อน ยิ้มร่าเริงแม้ตาตี่ของเธอดูไม่เป็นมิตรและดุ
พี่ฟาโรสยิ้มให้เธอ และอาบน้ำอีกครั้งทั้งๆที่เพิ่งอาบ เพื่อให้เจ็นกิ้นรู้สึกเหมือนมีเพื่อน
สภาพจิตใจวัยรุ่นคนนี้ดีขึ้นหลังเจอหมอใจครั้งแรกและได้รับสัญญาว่าจะได้เจอพี่
วันนี้เป็นวันนั้นที่เธอรอคอย
เจ็นกิ้นอาบน้ำเย็นเสร็จก็ถูหลังให้พี่ฟาโรสแม้พี่เขาถูหลังตัวเองได้เพราะยืดกล้ามเนื้อระดับสุดยอดทุกครั้งหลังออกกำลังกาย มันทำให้เธอที่กล้ามใหญ่ยืดหยุ่นกว่าปรกติ
เมื่อเสร็จเจ็นกิ้นก็ไปลงอ่าง พี่ฟาโรสปล่อยเสียง “อา น้ำอุ่นสุดยอดจริงๆ…”
เจ็นกิ้นคิดอย่างเดียวกัน เมื่อพี่ฟาโรสเงียบและพิงอ่างพาดแขนกว้างและมีเธออยู่ในวงแขนแต่ไม่ได้พาดมาที่เธอ เจ็นกิ้นนึกถึงชีวิตตัวเอง
‘ชีวิตคืออะไร?’ เมื่อเธอถามตัวเอง เธอก็ได้แต่คำตอบแย่ๆอย่าง ‘ความลำบากและความรัก’
เธอรักพี่สาว และพี่สาวรักเธอ เธอมีภาพลางๆตอนเป็นเด็กอ่อนที่พี่เธออุ้มเธอ ชีวิตเธอมีคนรักคนเดียว
แต่ช่วงสามวันที่เธอรอพี่ มันไม่ใช่แบบนั้นเลย หมอใจรักเธอแบบคนไข้ แบบมืออาชีพที่ห่วงเคสตัวเอง พี่ฟาโรสรักเธอแบบรุ่นพี่ที่โตกว่าหลายปี คอยเป็นห่วง คอยช่วยเหลือ
แม้ตอนแรกเธอไม่รู้ แต่ชาไข่มุขที่เธอกินสองวันวันละสามแก้วทุกมื้อเป็นเงินของพี่ฟาโรส เธอนึกว่าหน่วยหมอใจเป็นคนจ่าย แต่เพราะที่นี่เป็นแนวหน้าสงคราม เรื่องการกินขนมไม่มีงบด้านนี้
และสำหรับเธอถ้าชีวิตคือชาไข่มุขเธอได้กินเต็มๆหลังอาหารทุกมื้อ
พี่ฟาโรสไม่เคยมาชี้แล้วมาแอ้ะว่าสำนึกไว้นะ เหมือนที่ได้ขนมจากแม่ทุกครั้ง ไม่เคย
นี่ขนาดเธอยังไม่เจอพี่ เธอก็ได้รับรักเกินทั้งชีวิตที่ผ่านมาแล้วถ้าไม่ได้นับรักของพี่สาว
เธอตื้นตันกับวาโรซีเมียเรีย เธอตื้นตันกับราชินีวล็อดซีเมีย เธอถามเรื่องราชินีกับพี่ฟาโรส สิ่งที่พี่เขาตอบมีแต่ความชื่นชม ภักดีไม่ใช่เพราะแค่เธอเป็นทหาร แต่ภักดีจากก้นบึ้งหัวใจ
ราชินีคุมประเทศด้วยตัวเองตั้งแต่เป็นเจ้าหญิง และสุดท้ายได้แฟนเจ้าชู้หลายเมียจนยศตัวเองหนักแน่นขึ้นเป็นเจ้าหญิงได้
แต่เมื่อพี่ฟาโรสพูดถึงการบริหารของราชินีวาโรตั้งแต่ยังไม่มีราชาก็มีแต่เรื่่องดีๆ มันทำให้เจ็นกิ้นมองวาโรอยู่บนแท่นบูชาสูงในหัว
และแฟนของเธอ ราชาจอมเจ้าชู้วารี
พี่ฟาโรสไม่ได้พูดถึงด้านไม่ดี ด้านความเจ้าชู้ของวารีเลย เธอบอกว่าแม้ความประทับใจแรกที่จะไม่ลงแรงเรื่องประเทศมันทำให้เขาดูเหลาะแหละ แต่เมื่อสร้างนั่นนี่ให้ประเทศมาระดับเปลี่ยนแปลงกันยกใหญ่ มันทำให้เห็นว่าวารีเป็นคนลงมือทำเยอะ และเรื่องหลายเมียเป็นเรื่องเล็ก
มันเห็นได้เมื่อพี่ฟาโรสเลื่อนกระดานที่เธอเรียกว่า ‘มือถือ’ ทุกครั้งที่เธอกดให้ภาพขึ้น มันเป็นภาพคู่วารีและวาโร
เจ็นกิ้นรู้สึกอยากมากๆ อยากตอบแทนมากๆ แต่เธอไม่มีอะไรเลย ทั้งชีวิตเธอไม่เคยได้มีเงินไปซื้อของด้วยตัวเองด้วยซ้ำ
‘ประเทศดีอย่างนี้มันน่าอุทิศชีวิตให้’ เจ็นกิ้นตัดสินใจ
แต่เธอไม่ใช่นักสู้ เธอทำเป็นแต่งานบ้าน
เธอคิดถึงพี่ที่ฝึกมาเพื่อเป็นเมียคนอื่น
‘ถ้าอุทิศตัวให้ราชา เขาคงไม่เอาเพราะอายุยังน้อย ฉันต้องทำอะไรซักอย่าง ทำอะไรที่เขาจะปฏิเสธฉันไม่ได้!’ จากนั้นใจเจ็นกิ้นเริ่มไปสู่มุมมืด เธอรู้ว่าวันนี้วารีจะมา และเธอต้องทำตอนนี้ที่เธอยังเด็ก
เพราะโทษเธอจะเบาลง และวารีต้องยอมเธอ
พี่ฟาโรสมองตาเจ็นกิ้นที่มองลงน้ำ และสังเกตว่าตาเธอน่ากลัวขึ้น
พี่ฟาโรสนึกว่าเธอนึกถึงเรื่องแม่ ไม่ฉุกคิดเลยว่าเธอจะทำเรื่องไม่ดี
พี่ฟลอร่าพยายามแหวกดอกไม้ที่ซุ้มประตูดอกไม้เพื่อหาที่แซมดอกไม้ในมือเธอ
“แหวกไปก็ไม่มีที่เสียบแล้วพี่ มันเต็มแล้ว น่าจะพอแล้วแหละ” หมอใจที่คุยกับเจ็นกิ้นคนแรกถือตะกร้าที่เต็มไปด้วยดอกไม้พูดขึ้นมา
“นั่นสินะ เรื่องดีๆอย่างนี้มันเกิดยากพี่แค่อยากให้มันตู้มต้ามในสายตาคนเห็น…” พี่ฟลอร่าพูดให้ตัวเองยอมพอแค่นี้
“มันเต็มที่แล้วล่ะพี่ จะถึงเวลาอยู่แล้ว ไปประจำที่กัน พี่ต้องประกาศบรรยายด้วยนี่” หนุ่มกล้ามหัวหมอใจพูดถึงหน้าที่หัวหน้า
“โอ้ นั่นสินะ ตะกร้าวางไว้ที่เสาประตูเลยไม่ต้องทิ้ง เสียดาย” พี่ฟลอร่ารีบลงบันได
หมอใจวางตะกร้าแล้วหยิบบันไดเพื่อเอาไปเก็บ “วางโง่ๆเลยเหรอ?”
“ใช่ๆ โง่ๆเลย คิดไม่ทันแล้ว เธอจะมาแล้ว” พี่ฟลอร่ารีบไปประจำที่แท่นไมโครโฟน
วารียืนหลังรั้วที่สูงไม่ถึงเข่า แค่รั้วเป็นพิธี ไม่กันอะไรเลยเพื่อรอดูฉากแห่งความปิติ
นี่จะเป็นเรื่องดีครั้งแรกของวัยรุ่นที่ไม่เคยเจอเรื่องดีมาเลย
เขาคิดว่ามันเกินไปมั้ยที่เอาเรื่องแบบนี้มาเป็นพิธีเพื่อความบันเทิงของผู้ใหญ่ แต่พี่ฟลอร่าพูดให้เขาไม่คิดอย่างนั้นเพราะว่าเรื่องดีที่มีคนปรบมือ มันได้ทั้งสองฝ่ายเหมือนกันทั้งคนที่ได้รับรางวัลชีวิต และคนที่ยินดีกับคนนั้น
ไม่มีใครสนใจสงคราม ท่านหญิงเสือดำกำหนังไก่ยัดเข้าปากรอภาพมุ้งมิ้ง
วีขนลุกจนวิวจับหลัง “เป็นอะไรพี่วี?”
“ไม่รู้ดิ ลางไม่ดีมั้ง?” วีขนลุกเองแบบไม่ได้ตั้งตัว แต่เรื่องแบบนี้เคยเกิดหลายครั้ง
“คงไม่หรอกพี่ พี่ก็ชอบคิดเยอะนะเนี่ย” วิวยิ้มและมองซุ้มประตูดอกไม้
ด้านบนประตูมีป้ายเขียนอย่างสวยว่า ‘ยินดีด้วย’
ทหารได้ตัวซันกะ พี่สาวของเจ็นกิ้นมาแล้ว และจับเธอแต่งเนื้อตัวให้ดีเพื่อพิธีนี้ ทหารให้เธอนั่งอยู่ในรถม้าที่เพิ่งประกอบใหม่ๆ เพื่อพิธี
และดาราของวันนี้ก็มากับทหารหญิงที่กล้ามแน่น
“มาแล้วๆ” หวานกินสับปะรดอย่างอร่อย รอยินดีกับรสเปรี้ยว
เจ็นกิ้นใส่เสื้อเชิ้ตขาวและกางเกงขาสั้นเดินมาที่ฝั่งซ้ายของประตู
วารียิ่งเห็นเธอก็ยิ่งคิด ‘หน้าเธอเหมือนตัวละครนั้นจัง’ และนึกถึงเกมที่เขาเล่น
แต่เขาไม่ได้ชอบตัวละครนั้นและไม่ได้ชอบเธอเลย เขาเฉยๆ แค่อยากเชียร์ให้เธอเจอคนดีๆ
“ฉันชอบตาเธอ” วาโรพูดขึ้นมา
“นั่นดิ ดุดี” วีที่ยืนข้างเธอเห็นด้วย นานๆทีสองคนนี้จะเห็นด้วยตรงกัน
เจ็นกิ้นมองวารี ทั้งสองคนสบตา แต่เจ็นกิ้นรีบมองลงล่างเหมือนรู้สึกผิดและหันหนี
วารีเอะใจ ‘อะไรล่ะ? หน้าฉันแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ?’ เขาคิดว่าที่เขายิ้มทำวัยรุ่นคนนี้เกลียดเขา
“เอาล่ะค่า วันนี้ เราจะให้พี่สาวคืนกับวัยรุ่นที่ถูกโคเม่ห่วยๆดึงเข้ามาในสงคราม และบรรเทาแผลในใจเธอ มันไม่มีอะไรมาก แค่สองคนเจอกันหลังจากสองปี สองปีเลยนะ! พร้อมมั้ยทุกคน! ขอเสียงเฮหน่อย!” พี่ฟลอร่าประกาศอย่างร่าเริง
เหล่าวารีและแฟนเฮเพื่อให้ทหารที่งงๆเฮมั่ง ทุกคนดูตื่นเต้นขึ้นมาทันที
พี่ฟลอร่านับถอยหลัง
เมื่อถึงเลขหนึ่ง ทหารที่ยิ้มอยู่ข้างประตูรถม้าเปิดประตู
ซันกะแต่งตัวสวยถือดอกไม้มา
เธอเห็นเจ็นกิ้นห่างออกไปไม่กี่เมตร เจ็นกิ้นยิ้ม ชูแขนวิ่ง
แต่ตาน้องเธอไม่ใช่ตาที่ยินดี มันมีบางอย่างที่เธอเอะใจ เจ็นกิ้นทำหน้าเหมือนเวลาโดนเด็กบ้านอื่นแกล้ง เธอต้องการบางอย่าง และจะลงมือทำ
ซันกะคิดไม่ออกว่าน้องตัวเองจะทำอะไรตอนนี้ และแค่คิดว่าเธออาจเครียดมาหลายวัน
จนสองคนเดินใกล้ถึงประตู เจ็นกิ้นมองราชาวารีด้วยหางตา เลิกยิ้ม กลับมามองที่เธอ แล้วยิ้มเจื่อนๆ
มันเหมือนมีสัญญาณเตือนในหัวเธอดัง ซันกะคิดอะไรไม่ออก จนเจ็นกิ้นเดินถึงเธอ
ซันกะรีบโยนดอกไม้ออก เจ็นกิ้นวิ่งหาเธอ อีกนิดเดียว น้องเธอจะอยู่ในอ้อมแขน
จากนั้นเธอตะโกน “อย่า! เจ็นกิ้น!” น้องเธอก้มหลบใต้แขน วิ่งไปทางรั้วที่กั้นให้เหล่าคนดู
เธอตรงไปที่วารี
วารีงง ‘อะไรล่ะเนี่ย?’ แต่จากนั้นสังเกตสายตาเจ็นกิ้น สายตาที่ไม่เหมาะสม
“ขออุทิศชีวิตให้วาโรซีเมียเรีย!!!” เมื่อถึงระยะเจ็นกิ้นพุ่งและเอื้อมมือ ตะโกนแหบๆสุดกำลัง
มือมันมุ่งไปหาสากกะเบือในกางเกงวารี เข่าเจ็นกิ้นขูดรั้ว น่าจะได้แผล วารีเอะใจและโก่งตูดหนี
แต่เจ็นกิ้นเอาเข่าที่เจ็บอยู่พุ่งตัวเองให้ไกลขึ้น เพื่อกำสิ่งนั้นให้ได้
และสุดท้าย “ได้แล้ว!”