วารีพัฒนาประเทศต่ออย่างไม่หยุดยั้ง แถมคอยดูแลเหล่าเมียในฮาเร็มจนหมุนหน้าหมุนหลัง แต่ต้องมาเจอกับอดีตที่เคยผิดพลาดตามมาหลอกหลอนทั้งๆที่ลูกใกล้คลอด ทำให้เหล่าแฟนพากันมาช่วยเพื่อให้คนเดิมกลับมาหาพวกเธอ
วารีอยากทำงานค้าขายให้ดี รักฮาเร็มให้เต็มหัวใจ แต่โดนรุมเร้าจากทั้งจิตใจในอดีตและเหล่าผู้ก่อการร้าย ทั้งๆที่เมียท้องกันยกชุด เขาต้องทำทั้งหมดให้ได้ดี และสุดท้ายเมื่อทุกอย่างพร้อม เขาจะรับหน้าที่ราชา
รัก,แอคชั่น,แฟนตาซี,ชาย-หญิง,เกิดใหม่,ต่างโลก,คลั่งรัก,ชาย-ชาย,หญิง-หญิง,ฮาเร็ม,ชาย-หญิง,หญิงรุก,yaoi,โรมานซ์,โรแมนติก,ต่อสู้,รักวัยรุ่น,เกิดใหม่,ทำงาน,สร้างตัว,ฝึกฝน,นางเอกเก่ง,พระเอกเก่ง,รัก,แฟนตาซี,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
133 รุ่นพี่ชี้บ้านใหม่
เจ็นกิ้นมองวิวจากโดรนด้วยใจที่เหมือนจะหลุดออกมาจากปากที่กำลังอ้าค้างได้ทุกเมื่อ
ต้นเดือน 3 ยุคตีกันปี 124
เจ็นกิ้นเห็นโรงงานใหญ่ที่มีเสาและสายสีดำโยงไปทุกทิศทาง
เธอเห็นเมืองที่เป็นระเบียบและการวางแผนเมืองที่สวยงามเหมือนงานศิลป์
เธอเห็นรถและถนนสีดำที่ไปได้ถึงทุกที่และรถไฟฟ้าที่วิ่งออกเมือง
เมื่อโดรนบินมาซักพักมันเข้าพื้นที่ที่เป็นสนามหญ้าเขียว สนามหญ้าที่มีสีสันแซมจากดอกไม้
โดรนเริ่มบินต่ำลงเมื่อเธอเห็นวังวาโรซีเมียเรีย
เธอนับชั้นของวังแต่ต้องหยุดเมื่อตาเริ่มลาย
ในที่สุดเธอก็เห็นบ้านหลายชั้นสูง แต่กลางบ้านแหว่งและแค่มีเสาประหลาดเชื่อมด้านบนกับด้านล่างอยู่เท่านั้น
เพราะรอบบ้านมีนั่งร้านเหล็กสูงอยู่ทุกด้านเธอรู้ได้ทันทีว่าบ้านกำลังสร้างอยู่
แต่ตัวเธอเองเคยเห็นแต่นั่งร้านไม้ เธอไม่เคยเห็นนั่งร้านเหล็กประกอบกันสูงขนาดนี้
เธอลงโดรนด้วยความตื่นเต้น ซันกะจับมือกับเธอเพื่อรับประสบการณ์ประเทศใหม่ไปด้วยกัน
ในที่สุดโดรนก็ลง ทหารที่ขับโดรนลงไปเปิดประตู “เชิญครับ”
เจ็นกิ้นก้มหัวขอบคุณทหาร แต่เขาทำท่าเหมือนลำบากใจที่เจ็นกิ้นก้มหัวให้
เมื่อเจ็นกิ้นลงเหยียบพื้นได้ เธอได้กลิ่นหอมของดอกไม้
เมื่อโดรนขึ้นเธอเห็นลานหญ้าที่ดอกไม้ปลูกล้อมรอบ และเห็นคนกำลังออกกำลังกายกันเต็มพื้นที่
ส่วนใหญ่คนที่กำลังออกกำลังกายเป็นผู้หญิง
เธอเห็นเครื่องเล่นประหลาด และเห็นบาร์โหนที่มีผู้หญิงมุงและมีผู้หญิงจับดึงข้ออยู่
และเธอเห็นผู้หญิงผิวขาวซีด, ผู้หญิงที่เต็มไปด้วยรอยสัก, และผู้หญิงธรรมดาหูแหลมเดินเข้ามาหาเธอ
“ฉันหงส์ฟ้า นี่ฟ็อกซี่และฮิเมะ เราสามคนจะเป็นตัวแทนเมียวารีที่คอยดูแลเธอระหว่างปรับตัวให้เข้ามาอยู่ที่นี่ เพราะเธอยังไม่กินอะไร เราก็เลยจะพาเธอไปกินข้าวและดูห้างฮาโมนี่ก่อน มันเป็นเหมือนไข่ของวารีที่ส่งน้ำเลี้ยงไปหาตอมันเป็นเลือดและเนื้อของเขา และระหว่างที่เธออยู่ เธอจะต้องเป็นพวกเดียวกับเขา ช่วยเหลือเขาในสิ่งที่เขาพยายามจะทำด้วย” น้ำเสียงหงส์ฟ้าหนักแน่นเหมือนทหารออกคำสั่งแม้จะใช้ตัวอย่างแปลกๆ
พี่น้องบ้านหนูรู้ได้ทันทีว่าต้องรีบทำตัวให้มีประโยชน์ ไม่ใช่ว่าวารีรับปากแล้วจะปล่อยตัวเหลาะแหละ
มีสี่เหลี่ยมประหลาดผิวดำมันวิ่งมาบนพื้นจากไกลๆ เมื่อมาถึงด้านข้างมันเปิด สามคนจากบ้านวารีขึ้นไป พี่ฮิเมะหูแหลมยื่นมือมาให้เจ็นกิ้นและซันกะ “มาสิ”
เมื่อสองคนขึ้น ฮิเมะเริ่มพูด “ไม่ต้องเครียดมากนะ ฉันก็ทำอะไรไม่เป็นเหมือนกันตั้งแต่มาทีแรก มันอยู่ที่พวกเธอต้องค่อยๆหาว่าทำอะไรได้ดีบ้าง ไม่ใช่แค่ทำได้ แต่ต้องหาที่ทำได้ดี”
เจ็นกิ้นกลืนน้ำลาย
ฟ็อกซี่หัวเราะ “เรามีคนที่พร้อมให้ฝึกฝีมือทุกด้าน ตอนแรกที่ฉันเป็นเมียฉันก็วาดภาพบนผิวคนเป็นอย่างเดียว แต่พอฉันเข้าฮาเร็มฉันก็ไปลองผลิตเสื้อผ้าขาย และเจอว่ามันเป็นอีกอย่างที่ฉันทำได้ดี แค่ลองนั่นลองนี่ไปเรื่อยๆแหละ”
“ค่ะ” ซันกะตอบและเจ็นกิ้นพยักหน้ารัวๆตาม
รถตู้ขับออกไป
“วารีบอกว่าอยากให้เธอเป็นพ่อบ้าน…” หงส์ฟ้ามองเจ็นกิ้น “เธออ่านออกเขียนได้มั้ย?”
“ไม่ได้ค่ะ” เจ็นกิ้นเสียใจเมื่อรู้ว่าเธอมีค่าไม่พอกับแผนของวารี
“ฉันก็เหมือนกันก่อนหน้านี้หน่ะ” ฮิเมะพูดขึ้นมาแล้วจับมือเจ็นกิ้น
ซันกะอ่านหนังสือออกเขียนได้เพราะเธอได้รับการฝึกมาเพื่อทำตัวให้เหมือนขุนนาง เธอคิดโกหกเพื่อจะได้เรียนกับน้อง
“แต่เธออ่านออกเขียนได้ใช่มั้ยซันกะ? ฉันรู้ได้เพราะเธอนั่งนิ่งและไม่ตกใจ” ฟ็อกซี่ที่ตาคมถามซันกะ
“ค่ะ” ซันกะตัดสินใจว่าไม่อยากโกหกคนเหล่านี้และตอบไปตามตรง
“ไม่ต้องกลัวว่าเราจะจับพวกเธอแยกหรอก เพราะเธอสองคนจะนอนห้องเดียวกัน” ฟ็อกซี่พูดเพื่อให้สองคนสบายใจ
“ถึงแล้ว” หลังหงส์ฟ้าพูดรถก็จอดและประตูด้านข้างเปิดออกเอง
“ไปด้วยกันมั้ย? นก ฟ้า” ฟ็อกซี่ถามคนขับ
เมื่อคนขับหันมาเจ็นกิ้นเห็นดอกกุหลาบที่แก้มเขาและตกใจที่เห็นคนสักหน้าครั้งแรก
“ไม่ล่ะครับ ฟ้ามีเข้าเวร” คนขับพูดอย่างสุภาพ
ฟ็อกซี่พยักหน้าและโบกมือ “ไปล่ะ”
เจ็นกิ้นเห็นห้างใหญ่สองชั้นที่ยาวไปด้านซ้ายและขวา
แต่หลังห้างเธอเห็นวงกลมใหญ่ที่มีห้องแขวนอยู่ และมันกำลังหมุน เธอเพ่งมองและเห็นคนนั่งอยู่ในห้องเหล่านั้น
“นั่นคือสวนสนุกที่เพิ่งเปิดทดสอบ วันหลังเราไปที่นั่นกันได้” หงส์ฟ้าจับไหล่เจ็นกิ้นและเดินนำเธอเข้าไปในห้าง
เจ็นกิ้นงงกับคำว่าสวนสนุกแต่เธอไม่ถามอะไรเพราะสุดท้ายจะได้ไปที่นั่นใกล้ๆอยู่ดี
เหล่าเมียชุดใหม่และวัยรุ่นเดินเข้าห้างฮาโมนี่
เมื่อเข้ามาเจ็นกิ้นรู้สึกเย็นและหอม ที่ห้างฮาโมนี่เปลี่ยนกลิ่นตามวันและเปลี่ยนมันเพื่อโปรโมตน้ำหอมกลิ่นใหม่หลายครั้ง มันทำให้ประสบการณ์การมาแต่ละครั้งแตกต่างกันออกไป
แม้เมื่อเข้ามาในวาโรซีเมียเรีย เจ็นกิ้นรู้แต่ว่าที่นี่ร้อน แต่เธออยู่ในโดรนและรถ เลยไม่ได้รับแดดแบบที่เธออยากเจอ
ที่เจ็นกิ้นอยากโดนแดดเพราะโคเม่หนาว และเธออยู่แบบผ้าห่มบางๆมาตลอด ไม่เคยรู้สึกอุ่น
เจ็นกิ้นเห็นบูทสินค้าโปรโมชั่นและงงว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละชิ้นทำอะไรได้บ้าง
“นี่เครื่องซักผ้า นี่เครื่องดูดฝุ่น” วื้ดวื้ด หงส์ฟ้ากดเครื่องดูดฝุ่นเปิดและหันใส่เจ็นกิ้น
ผมเจ็นกิ้นถูกดูดไปด้านหน้า แม้หงส์ฟ้าเป็นตัวร้ายมาก่อนเธอไม่ร้ายขนาดรังแกเด็กด้วยการดูดผมเธอใส่เครื่องดูดฝุ่น เธอปิดหลังจากนั้นทันที
“ส่วนนี่พัดลม” หงส์ฟ้าเปิดพัดลม คราวนี้ผมเจ็นกิ้นปลิวไปด้านหลัง
ซันกะจับหม้อหุงข้าว พนักงานเดินมา “เครื่องนี้หม้อหุงข้าวเหนียวรุ่นใหม่ครับ จาก 1 ทอง 50 เงินเหลือ 99 เงินครับ สนใจมั้ยครับ?”
พนักงานเห็นซันกะใส่เสื้อน่ารักและมีแผนอยู่ในใจ แต่หลังจากยิ้มให้กันเขาโดนหงส์ฟ้ามองแรง
เขารู้ว่าหงส์ฟ้าเป็นใครและเขาไม่อยากโดนนังเลงกระทืบเมื่อเดินออกจากบ้านตอนกลางคืน เขารีบถอยห่างและหนีไปหลังบูท
ซันกะงงที่พนักงานทำแบบนั้น จนฟ็อกซี่พูดขึ้นมา “ไปเหอะ ของพวกนี้สั่งเอาจากที่ห้องได้”
เหล่าเมียใหม่หน้ามันเดินไปโรงอาหารใหญ่ใกล้ๆ
เมื่อเข้ามา เจ็นกิ้นได้กลิ่นหอมกระเพราและพริกที่เต้นบนกระทะ “ฮัดเช้ยยย!”
เธอน้ำมูกย้อยแต่พี่เธอรีบเช็ดให้ก่อนมีใครเห็น
เจ็นกิ้นจับมือพี่สาวเดินตามสาวใหญ่สามคนด้านหน้า
หงส์ฟ้าไม่ได้ดูแก่ขนาดว่าห่างเธอหลายปี และฟ็อกซี่กับฮิเมะก็รุ่นๆพี่เธอ แต่เธอรู้สึกว่าสามคนหลังใหญ่และเป็นรุ่นพี่
‘เธอก็ใส่เสื้อเรียบร้อยที่ยาวแต่ดูเหมือนสบายช่วงเอวช่วงท้อง ทำไมรู้สึกว่าพวกพี่ๆเขาโตแล้วจัง?’ เจ็นกิ้นคิดในใจ
พี่เธอกระซิบเพราะซันกะรู้จักชุดคลุมท้อง “พวกพี่เขาน่าจะท้องลูกวารีอยู่”
เจ็นกิ้นตกใจและกลืนน้ำลาย
พวกพี่ๆพาเจ็นกิ้นมาเข้าห้องกระจก หันขวาและดึงป้ายเลขออกจากโต๊ะกลม วางกระเป๋าสะพายไหล่หรูๆที่พวกเธอถือ
หงส์ฟ้าล้วงกระเป๋าไหล่หยิบกระเป๋าหนังจรเข้ยาวแล้วชักบัตรดำขึ้นมายื่นให้เจ็นกิ้น “จ่ายด้วยนี่”
เจ็นกิ้นหยิบบัตรใส่กระเป๋ากางเกง
หงส์ฟ้าหมุนแผ่นแก้วบนโต๊ะ “โต๊ะมันหมุนได้ หลักๆก็คือเธอซื้อมาให้เยอะกว่าที่กินได้ แล้วเอามาวางที่โต๊ะเพื่อชิมของคนอื่นบ้าง อะไรแบบนั้น”
“ค่ะ” เจ็นกิ้นเริ่มมีแผนว่าเธอจะกินอะไรเธอจับมือพี่และเดินออกจากห้องแก้ว
หงส์ฟ้ามองหลังวัยรุ่นหูหนู เธอตัดสินใจถูกที่เลือกยื่นให้เจ็นกิ้นแทนพี่เพราะคนน้องดูกร้านโลกมากกว่า
และเจ็นกิ้นเคยกินอาหารของวาโรซีเมียเรียหรืออาหารต่างโลกหลายอย่าง เธอพอรู้ว่าจะเลือกอะไร
แต่เมื่อเจ็นกิ้นไปร้านอาหารที่แบ่งเป็นล็อก เจ็นกิ้นเจอกับตัวเลือกที่ทำให้เธอตะลึง
ที่ค่ายทหารวาโรซีเมีย เธอคิดว่ามันเยอะที่สุดในโลกแล้ว แต่เธอเดินไม่ออกเมื่อมาที่นี่
ต้ม, ผัด, แกง, ทอด ที่นี่มีทุกอย่าง ของกินเล่น, ของกินเป็นจาน ของกินเป็นถาด
เธอเจอร้านที่ตักข้าวมาแล้วเลือกว่าจะราดอะไร เธอเจอร้านที่ปิ้งเป็ดและไก่เป็นตัว เธอชิมหนังหมูจากร้านที่เอาหมูเสียบและหมุนบนไฟ
เจ็นกิ้นตัดสินใจไม่ถูกและเลือกสิ่งที่เคยกิน เธอเดินตามหาร้านพิซซ่า และในที่สุดเธอก็เจอ
หน้าร้านมีเมนูให้เลือก เจ็นกิ้นมองแล้วอ่านไม่ออก แต่พี่เธออ่านให้ “เปปเป้โรนี้ เบค่าน เนื้อรมควัน เอ มีอีกเพียบที่พี่ไม่รู้ว่ามันออกเสียงยังไง”
เจ็นกิ้นพยักหน้า เดินไปหน้าเคาน์เตอร์ “เนื้อรมควัน ถะ, ถะ, ถาดนึงค่ะ” เธอเลือกสั่งแบบโหดสุดที่เธอคิดได้ ถ้าเธอกับพี่กินก็น่าจะเกินครึ่งถาดได้ ถ้าชิ้นหนึ่งเหมือนที่เธอเคยกินที่ค่ายทหาร
“เนื้อรมควันกับอะไรดีคะ?” พนักงานถามกลับ
“เอ๋!?” เจ็นกิ้นตกใจ มองหน้าพี่ ซันกะพยายามมองรอบๆ
แต่แล้วมีคนที่เสื้อสีไม่เหมือนพนักงานในร้านที่ดูเรียบร้อยกว่ามาจับไหล่พนักงานที่ดูเด็กๆ “เราแนะนำเป็ปเปอโรนี่คู่กับเนื้อรมควันครับ และซอสเอาเป็นซอสเทาซันไอซ์แลนด์มั้ยครับ มันจะคู่กันได้อร่อยมาก เอาแป้งบางกรอบออริจินัลอิตาเลี่ยนและส่วนขนาดเอาเป็นถาดใหญ่นะครับ ดีมั้ยครับคุณเจ็นกิ้น?”
“อะ, เอ่อ, ค่ะ!” เจ็นกิ้นไม่รู้เลยว่าแค่ขนาดถาดก็มีตัวเลือกด้วย
แต่ในที่สุดเธอก็สั่งแล้ว เจ็นกิ้นรอประมาณห้านาทีก็มีพิซซ่าทั้งถาดวางตรงหน้า เธอเห็นว่าเนื้อและเปปโป้เรโน่อะไรนั่นให้มาเยอะมาก มากกว่าที่ค่ายเป็นสามเท่าได้
เธอควักบัตรมาจ่าย พนักงานเอาไปรูดและบอกพนักงานวัยรุ่น “ยกไปเสิร์ฟทีครับ”
พนักงานวัยรุ่นพยักหน้าและเดินอ้อมมาด้านหน้าเพื่อยกพิซซ่าและเดินตามเจ็นกิ้น
แต่เมื่อออกจากล็อกพิซซ่ามาเจ็นกิ้นหลง ล็อกอาหารมันเต็มไปหมด
เธอเดินไปเจอล็อกเฟรนช์ฟรายส์เลยสั่งมาด้วยและมีเด็กเสิร์ฟล็อกนั้นตามมาด้วย
พอหลงหนักเข้าเจ็นกิ้นบอกเด็กเสิร์ฟ “เอิ่ม พาไปห้องกระจกที”
เธอเสียหน้าที่อยู่ถนนเฝ้าพี่สองปีแต่มาหลงที่แบบนี้ และเธอมองหน้าพี่แบบเสียหน้า
“พี่ก็ไม่รู้ทาง เจ็นกิ้น เรามาไกลจากโคเม่แล้ว ตอนนี้ขาพี่สั่นไปหมด เธอเก่งมากที่พาพี่เดินได้ เพราะถ้าเป็นพี่ พี่คงไม่ลุกมาจากห้องกระจกนั้น” ซันกะจับไหล่เจ็นกิ้นเพื่อบอกเธอ เดินตามเด็กเสิร์ฟ
เจ็นกิ้นสีหน้าดีขึ้นที่ได้รับคำชม ถึงเรื่องที่เธอทำไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไร
หลังเจ็นกิ้นกลับมาที่ห้องกระจกได้หลังแวะซื้อชาใข่มุกให้ตัวเองกับพี่ เธอก็พบว่าที่โต๊ะมีอาหารอยู่เต็มไปหมด
เจ็นกิ้นหมุนชิมจานนั้นจานนี้ เธอตกใจกับรสชาติของ ‘ส้มตำ’ และกินน้ำทันทีหลังจากชิมมัน
หลังกินเสร็จเหล่าเมียชุดใหม่ก็พาเจ็นกิ้นเดินดูห้าง เจ็นกิ้นตกใจกับเครื่องแต่งกายและเครื่องประดับที่หลากหลายมาก
และเธอชื่นชมที่เมียวารีเป็นแกนนำและคนสำคัญ เธอเพิ่งได้รู้ว่าพี่วีเป็นนักร้อง พี่วิวมีร้านสะดวกซื้อ พี่เรฟเนสมีร้านเครื่องประดับทอง
เพราะเธอยังอายุไม่ถึง หงส์ฟ้าไม่ได้แนะนำร้านของพี่อายะ
เจ็นกิ้นและซันกะกลืนน้ำลายที่ได้รู้ว่า ไม่มีเมียคนไหนของวารีอยู่เฉยๆ และทุกคนทำงาน ไม่ก็เป็นผู้จัดการของร้านไหนร้านหนึ่ง เพื่อคอยหาเงินเข้าตัวโดยไม่ได้พึ่งพาเขาตลอด
ฮิเมะมองเจ็นกิ้นที่ตัวงอเพราะโดนความคาดหวังทับไหล่แล้วพูด “ฉันก็ยังไม่มีงาน เราค่อยๆคิดไปด้วยกันได้”
“แต่อย่างน้อยหนูก็คิดว่าพี่มีงานอดิเรกหลายอย่าง มันไม่ใช่แบบหนูที่ไม่เป็นอะไรซักอย่างเลย… ใช่มั้ยพี่?” เจ็นกิ้นถามกล้าๆกลัวๆ
“ก็ใช่ แต่เรามาหาไปพร้อมๆกันได้ ไม่ต้องห่วง ใจวารีเขาลึกๆทำเพื่อป้องกันตัว ใช่ที่เขาเป็นเสาหลักของครอบครัว แต่เขาอยากทำใหแฟนทุกคนเป็นเสาหลักของตัวเอง แม้ไม่มีแฟนคนไหนคิดทำ เขายังทำตัวเหมือนสร้างโอกาสเวลาที่แฟนไม่รักและทิ้งเขา” พี่ฮิเมะพูดเหมือนเรื่องปรกติ
“ทำไมเขาคิดอย่างนั้นล่ะ?” เจ็นกิ้นถามด้วยความไร้เดียงสา
“เพราะเขาเป็นคนต่างโลกมั้ง พี่ว่า” แต่ฮิเมะทิ้งระเบิดลูกใหญ่
“หา?” ซันกะตกใจ เธอเคยได้ยินเรื่องเล่าต่างๆมาเยอะ
เจ็นกิ้นแค่เอียงหัวและถามต่อ เธอเห็นพี่ทำตัวแปลกๆแต่ไม่คิดอะไร “มันคืออะไรคะ?”
“ก็หมายถึง ก่อนเขามาโลกนี้ เขามีอีกชีวิตและตายในโลกนั้น และเขามาจากต่างโลก แอะ วิ้ว ฟู้ม มานี่ อะไรแบบนี้” แม้ฮิเมะอธิบายได้แค่อย่างไม่เป็นวิชาการ แต่นั่นคือดีสุดที่เป็นไปได้
เจ็นกิ้นพอเข้าใจหลังจากนั้นและแค่ยอมรับว่าเป็นอย่างนั้นโดยไม่แทรกอะไร
หลังจากนั้นเหล่ารุ่นพี่พาเจ็นกิ้นเข้าบ้าน
เจ็นกิ้นเจอประตูห้องเรียงเต็มไปหมด
จากนั้นหงส์ฟ้าพาเธอกับพี่ไปดูห้องยกน้ำหนักที่มีผู้หญิงนั่งและนอนแบกเหล็กหนักๆและยกมันซ้ำๆ
และหลังจากนั้นพี่ฮิเมะก็พาเธอไปดูห้องอ่างน้ำร้อนและสอนวิธีใช้
แม้แทบไม่มีผู้ชายเลยแต่เจ็นกิ้นเห็นผู้ชายแก่นั่งหลับตาอยู่ริมอ่าง
พี่ฮิเมะสอนวิธีอาบน้ำที่ถูกต้อง เจ็นกิ้นรู้สึกตื่นเต้นกับทุกอย่าง
เธอตื่นเต้นกับฝักบัวที่มีน้ำไหลออกมาจากหัวฝัก
และในที่สุด “นี่คือห้องเธอ”
เจ็นกิ้นมองห้องที่ดูเนี้ยบ มีแม่บ้านกำลังปูผ้าปูที่นอนทั้งสองเตียงอยู่
แม่บ้านเดินมาหาหงส์ฟ้าและรายงาน “เสร็จแล้วค่ะ”
“ขอบคุณมาก ซีตัว” หงส์ฟ้าพูดเสร็จก็พาเจ็นกิ้นดูห้อง
มันเป็นห้องที่มีกระจกบานเลื่อนอยู่ท้ายห้อง และข้างหลังมันเปิดได้เพื่อไประเบียง
เจ็นกิ้นดูระเบียงและวิวข้างนอกที่สวยงาม หลังจากนั้นเรียนรู้วิธีพับและกางราวตากผ้าแบบพับได้
พี่หงส์ฟ้าสอนการนั่งชักโครกที่ฉีดน้ำใส่ก้นเองได้ “ถ้าไม่ชอบแบบนี้จะสั่งติดหัวฉีดธรรมดาก็ได้”
จากนั้นฟ็อกซี่พาวัยรุ่นไปเปิดตู้เสืัอผ้า
ฟ็อกซี่จับเจ็นกิ้นใส่เสื้อพ่อบ้านและถ่ายรูป แชะ
มันมีเสื้อผ้าหลายแบบอยู่ข้างใน ฟ็อกซี่หยิบเสื้อเชิ้ตดำมีลายโหดๆมาแล้วถอดเสื้อเจ็นกิ้นมือเดียวแบบที่เธอทำอะไรไม่ทัน แล้วเอาเสื้อดำใส่ให้เธอ จากนั้นจับเธอถอดกางเกงมาใส่กระโปรง
แชะ ฟ็อกซี่หยิบกระดานประหลาดเหมือนที่พี่วีถือหันมาหาเจ็นกิ้น
“นี่คือมือถือ ของเธอและพี่อยู่นี่” พี่ฮิเมะหยิบกล่องมาให้เจ็นกิ้นกับพี่
สองคนเปิดด้วยความตื่นเต้น
พี่หงส้ฟ้าและพี่ฟ็อกซี่ขอตัวไปทำงาน
พี่ฮิเมะนั่งสอนวิธีใช้มือถือจนถึงเย็น พี่ฮิเมะสั่งข้าวมากินที่ห้องและพาแช่น้ำอุ่น
ใช่ เจ็นกิ้นเห็นอ่างน้ำอุ่นใหญ่ก็ว่าสุดยอดแล้ว แต่ตอนนี้ใจเธออยู่กับกระดานมือถือนั่น
มันทำได้ทั้งดูหนังฟังเพลง เจ็นกิ้นรู้สึกถูกใจกับหนังที่ภาพทั้งหมดเป็นภาพวาด หรือ ‘อนิเมะ’
“มีอะไรจะบอกวารีหน่อยมั้ย? พิมพ์ไปหาเขาสิ” พี่ฮิเมะแนะนำเจ๋นกิ้นเพราะเธอไม่รู้จักใครเลย
แต่เจ็นกิ้นพิมพ์เข้าไปในแชทกลุ่มเฉพาะของแฟนว่า ‘ฝากเนื้อฝากตัวด้วยค่ะ’ ก่อน
ฮิเมะยิ้มและรู้สึกถูกใจกับคนตรงหน้า
จากนั้นเธอบอกวารีว่าอยู่ที่บ้านแล้วช่วงหัวค่ำ
พี่ฮิเมะลุก “พรุ่งนี้จะมารับไปออกกำลังกาย แบบที่เธอเห็นคนทำกันตอนเช้านั่นแหละ แต่เธอจะไม่ทำก็ได้ นี่ไม่ใช่ความลับ วารีชอบคนร่างกายแข็งแรงและฉลาด เมื่อถึงเวลาผู้ใหญ่เขาดุ ถ้าเธออยู่เพื่อเขาเพราะอะไรแบบนั้นพี่แนะนำว่าให้ฝึกร่างกายและเรื่องวิชาการให้สูง”
“ได้ค่ะ” เจ็นกิ้นมีไฟแรงในใจ เธอพูดถึงเวลาที่ต้องหัดวิ่งหลังขโมยของกินให้พี่ฟัง
สองคนที่มาจากเมืองหนาวพากันปิดแอร์เพราะหนาวไป จากนั้นเปิดระเบียงรับกลิ่นดอกไม้
ทั้งคู่ยิ้มแก้มปริตลอดเวลานอน
วันต่อมา
เจ็นกิันกับพี่ตื่นเช้าตรู่ตามภาษาเด็กบ้านนอก อาบน้ำอุ่นซดกาแฟคาปูชิโน่รสขม
เจ็ตกิันเลือกเสื้อผ้ายืดที่เหล่าพี่ๆแนะนำ คาดหัวเตรียมพร้อม
พี่ฮิเมะมาพร้อมแดดยามรุ่งสาง
สองพี่น้องตกใจที่คนเยอะมากตอนเช้า
ที่บ้านฮาโมนี่ทุกคนออกกำลังกายจริงจัง
พี่ฟ็อกซี่แนะนำโยคะ และซันกะเลือกมัน
ส่วนเจ็นกิ้น “พี่วีเล่นอะไรคะ?”
“หืม พี่วีเล่นซ้อมสู้ และชอบสู้จากนั้นก็ซ้อมเต้นและเล่นไปเรื่อย วีเล่นหนักมากและมันอันตรายถ้าเธอจะเอาอย่างวี” พี่ฮิเมะบอกและเตือน
“หนูจะฝึกสู้!” เจ็นกิ้นจุดไฟในใจ
หลังจากนั้นครึ่งชั่วโมง เจ็นกิันและซันกะนอนตักฮิเมะสองด้าน
สองคนมีผ้าเปียกปิดหัวปิดหน้าสลบเพราะเหนื่อยเกินไป
ฮิเมะยิ้มอ่อนๆและนั่งมองเหล่าผีเสื้อและผึ้งทำงานกันทึ่มัานั่งข้างพุ่มไม้