วารีพัฒนาประเทศต่ออย่างไม่หยุดยั้ง แถมคอยดูแลเหล่าเมียในฮาเร็มจนหมุนหน้าหมุนหลัง แต่ต้องมาเจอกับอดีตที่เคยผิดพลาดตามมาหลอกหลอนทั้งๆที่ลูกใกล้คลอด ทำให้เหล่าแฟนพากันมาช่วยเพื่อให้คนเดิมกลับมาหาพวกเธอ
วารีอยากทำงานค้าขายให้ดี รักฮาเร็มให้เต็มหัวใจ แต่โดนรุมเร้าจากทั้งจิตใจในอดีตและเหล่าผู้ก่อการร้าย ทั้งๆที่เมียท้องกันยกชุด เขาต้องทำทั้งหมดให้ได้ดี และสุดท้ายเมื่อทุกอย่างพร้อม เขาจะรับหน้าที่ราชา
รัก,แอคชั่น,แฟนตาซี,ชาย-หญิง,เกิดใหม่,ต่างโลก,คลั่งรัก,ชาย-ชาย,หญิง-หญิง,ฮาเร็ม,ชาย-หญิง,หญิงรุก,yaoi,โรมานซ์,โรแมนติก,ต่อสู้,รักวัยรุ่น,เกิดใหม่,ทำงาน,สร้างตัว,ฝึกฝน,นางเอกเก่ง,พระเอกเก่ง,รัก,แฟนตาซี,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
132 ออกยาแนวแมวเหมียว
“เราจะส่งเธอไปอยู่ที่วังวาโรซีเมียเรีย” วารีพูดบอกสาวหูหนู
ต้นเดือน 3 วารีอายุ 24 ปี
“ค่ะ!” เจ็นกิ้นมองวารีแล้วมองโดรนหลังเขา
โดรนเอาไว้บินบนฟ้า และนี่จะเป็นครั้งแรกที่เธอบิน
เธอรู้สึกตื่นเต้น และรู้สึกว่าไม่มีบางอย่างขาดหายไปเพราะพี่เธออยู่กับเธอ
“ให้หนูอยู่ด้วยมั้ย? เพราะหนูโตพอแล้ว” ซันกะพูดกับวารี
“ฉันไม่ใช่พวกเก็บแต้มที่จะเลือกทำทุกครั้งที่มีโอกาส ฉันชอบทำความรู้จักก่อน และตอนนี้แฟนฉันเยอะแล้ว เธอไม่จำเป็นต้องเก็บร่างกายไว้ให้ฉัน เมื่อไปที่นั่นฉันเชียร์ให้เธอเจอคนอื่นที่ดี ฉันจะสนับสนุน” วารีพูดขึ้นมา
ซันกะมองพื้นหน้าจ๋อยที่โดนปฏิเสธ เธอคิดว่าเธอคงสวยไม่พอ
เธออยากให้อายุมากกว่านี้เพื่อจะได้มีเสน่ห์แบบผู้ใหญ่ แต่มันคงไม่ทัน
ทหารวิ่งจากโดรนมา “โดรนพร้อมแล้วครับ”
“ฉันไม่รู้ว่าจะได้เจอกันอีกเมื่อไหร่เพราะสงคราม ขอให้โชคดี” วารีพูดทิ้งท้ายและเดินจากไป
วัยรุ่นสองคนมองโดรนและเดินขึ้นมัน มันเป็นโดรนเล็กที่นั่งได้ไม่กี่คน และเมื่อสองคนขึ้นไป มันบินออกไป กลับวาโรซีเมียเรีย
วารีเดินไปขึ้นโดรนอีกลำ เมื่อขึ้นมาเขาเห็นวี, วิว, และวาโร
“ไมค์ในฝัน ฮืมฮื้ม กระโดดแล้วยื่นมือคว้ามัน ล้าลา…” วีจดบางอย่างลงสมุดโน้ตพร้อมฮัมเพลง
“เพลงใหม่เหรอ? เหตุการณ์มันคุ้นๆนะ” วารีพอรู้ว่ามันเกี่ยวกับอะไร แต่เขาไม่อยากแทรกแซงหรือห้ามเธอ
“กั่กกั่ก เด็กคนนั้นทำฉันคิดเนื้อได้เพียบเลย” วีมองสมุดไปยิ้มไป
วารีถอนหายใจ “ดีสำหรับเธอ”
“เราจะไปแนวหน้าแล้ว ทำใจแล้วหรือยังวารี? มีเรื่องหลายอย่างนี่” วาโรถามวารี
เธอกลัวเขาไม่พร้อม
แต่วารีมองเธอเข้าในตา ไม่หันไปมองทางอื่น ตาเขาแน่วแน่
“ดีแล้ว” วาโรยิ้ม
“พอตัดสินใจแล้วอะไรๆมันก็ง่ายขึ้น มันถึงตัดสินใจยาก” วารีพูดขึ้นมา
วาโรมองหลังคาโดรน โดรนขึ้นบิน “เรื่องฮาเร็ม… เธอไม่จำเป็นต้องคิดมากหรอก ยิ่งตอนนี้เธอเป็นราชาแล้ว มีอีกก็ได้ถ้าหาได้”
วารีชะงัก “แล้วเธอล่ะ?”
“ฉันเหรอ?” วาโรหัวเราะ “เธอคนเดียวก็พอสำหรับฉันแล้ว”
“งู้ว หวาน” วีแซว
วิวยิ้มแล้วจับไหล่พี่ “ถ้าเธอแข็งแรงได้แบบนี้ตลอดมันก็ได้เรื่อยๆแหละ”
วาโรมองวิว “แค่วารีก็เต็มมดลูกแล้วเนาะ วิว”
“ช่าย” วิวเห็นด้วย
จากนั้นเสียงใบพัดโดรนดังเร่งความเร็ว
หน้าทุกคนเปลี่ยน เลิกยิ้มและสามพี่น้องบ้านกำพร้าควักกระบองมาขัด
วาโรชักดาบมาหันดูคมของมันเพื่อให้ตัวเองแน่ใจอีกครั้งว่ามันคมพอ
ใต้แหลมโคเม่ในเขตโคเบน ทหารนั่งกันเป็นแถว
วันนี้เป็นวันที่อากาศร้อน หลายคนเหงื่อออกเพราะนั่งกลางแดด แต่ไม่มีใครบ่นอะไร เพราะทหารแต่ละคนมีหมวก
หน่วยพาลาดินตรวจปืน นับกระสุนและเบิกมัน เตรียมพร้อมไว้ให้พอกับศึกที่จะเกิด
หลังทหารเห็นโดรนที่มีธงวาโรซีเมียเรียมา หลายคนยืนและจัดแถวเตรียม
โดรนลงจอดและราชากับราชินีและเมียก็ลงมาพร้อมอาวุธและปืน
เสื้อที่ราชาและราชินีใส่เหมือนทหารทุกคน มันเป็นเสื้อเกราะกันกระสุนที่มีการปรับให้ป้องกันการฟันและแทงด้วย
“จัดแถว!” ถึงทหารจัดแถวอยู่แล้ว แต่นั่นไม่ได้เป็นการจัดแถวตามคำสั่ง และนี่เป็นสัญญาณว่าพวกเขาต้องจัดแถวเว้นระยะใหม่ให้เนี้ยบตามคำสั่ง
ทหารระวังเรื่องช่องไฟ ทุกคนมองซ้ายขวาหน้าหลังเว้นระยะให้ถูกต้อง
วารีเดินไปหน้ากลุ่มทหาร หายใจลึกๆก่อนพูดเสียงดัง “ทหารปีศาจตั้งแถวตรงกลาง หน่วยพาลาดินแบ่งครึ่งเป็นสองกลุ่มปิดด้านซ้ายและขวา ปฏิบัติ!”
เมื่อทหารได้ยินคำสั่งก็ขานรับ “รับทราบ!” ทหารไม่อ้อมไปด้านหลัง แต่คนที่ต้องเคลื่อนที่เลื้อยไปตามช่องไฟที่ทหารเว้นระยะไว้แล้วเพื่อไปประจำที่ของตัวเอง
วาโรจับไหล่วารี เธอจะขอเป็นคนประกาศเริ่มบุกแหลมโคเม่
เธอสูดหายใจลึกๆ ตาดุขึ้นและพูดดัง “แหลมโคเม่เต็มไปด้วยศัตรู และมีการป้องกันแน่นหนา แต่เราจะไม่หวั่นเกรงและไปข้างหน้าเพื่อทลายเหล่าศัตรูให้หมดสิ้น หมดเวลาแล้วที่เราและโคเม่จะส่งทหารไปสู้กันแบบไม่มีเหตุผล ครั้งนี้ จะเป็นการบุกแหลมโคเม่ครั้งสุดท้ายเพื่อหวังผล เราจะกินพื้นที่และยึดมาเป็นของเราอย่างเป็นทางการ ฉันไม่ต้องย้ำว่าแต่ละคนพร้อมหรือไม่พร้อม หน้าทุกคนบอกฉันพอแล้ว และฉันภูมิใจในพวกเธอ เพื่อวาโรซีเมียเรีย! เคลื่อนทัพ!”
“เพื่อวาโรซีเมียเรีย!” ทหารขานรับและเริ่มเดิน พรึ่บ พรึ่บ เสียงกางเกงขายาวสีกันเมื่อก้าวขาดัง ที่มันดังได้ขนาดนี้เพราะทหารทุกคนก้าวขาพร้อมกันทุกก้าว
แหลมโคเม่
ทหารบนหอสังเกตการณ์ตะโกน “วาโรซีเมียเรียมาแล้ว!”
เมื่อนายพลหนวดเฟิ้มร่างใหญ่ได้ยิน เขาลูบหนวดที่ปากบนของตัวเอง
“ออกยาคิตตี้ ขอคำสั่งด้วยครับ!” รองผู้บัญชาการร้องขอคำสั่ง
ออกยาคิตตี้เป็นนายพลจักรวรรดิอารูสิเยคนสำคัญ
ด้วยรูปร่างที่ใหญ่และวิชาการต่อสู้ที่คนทั่วไปจะเรียกว่ากล้าบ้าบิ่น เขาสร้างชื่อเสียงให้ตัวเองมากมาย
และเขาก็เป็นหนึ่งในนายพลที่บุกโพเบต้าและยึดมันไว้ได้ ถึงตอนนี้มันจะกลับไปเป็นของโพเบต้าเหมือนเดิมแล้ว
จักรพรรดิเปตูโน่ไว้ใจเขาและคาดเดาว่าวาโรซีเมียเรียจะเคลื่อนไหว
เปตูโน่คิดว่าวาโรซีเมียเรียจะยึดแหลมโคเม่ และสั่งการให้เขาที่ดุดันที่สุดป้องกันมัน
พร้อมกัน จักรพรรดิเปตูโน่จะส่งนายพลไปบุกแหลมโคเบนด้วยและตอนนี้ที่นั่นจะอยู่ในไฟสงครามแล้ว
เพราะการส่งสาส์นแบบเดิมใช้เวลานานเพราะต้องรอนกฟาเนิควิ่งจากคนส่งไปหาที่หมาย เขาไม่คิดว่าทหารตรงหน้าจะรู้ข่าวเพราะคิดว่าโดรนที่ส่งบินไปมาจำเป็นต้องใช้คนส่งสาส์นอยู่ดี
เขาออกคำสั่งด้วยเสียงต่ำเข้ม “ตั้งที่กำบังสำหรับนักธนูไว้แนวเนินป้องกัน และรอยิงพวกมันตอนพวกมันบุกเข้ามา เมื่อทหารพวกมันมาเกือบถึงระยะแนวกำบังให้ทหารดาบออกไปปะทะกลางเนินเพื่อให้นักธนูยิงได้ตลอดเวลาสู้ ออกคำสั่งไปตามนี้”
“รับทราบ” เมื่อรองผู้บัญชาการได้ยินเขารีบวิ่งไปแนวหน้า
ทหารตั้งแถวตามคำสั่ง
ทหารวาโรซีเมียเรียเดินเข้าใกล้มาเรื่อยๆ
นักธนูหลังแนวกำบังเริ่มหยิบลูกธนูมาวางไว้บนธนู
นักธนูเป็นกลุ่มทหารที่ฝึกมาใหม่ มันเริ่มจากการที่โคเม่บุกเข้าไปในโพเบต้าแล้วเจอทหารประหลาดที่เอาเชือกมัดไว้กับไม้โค้ง
ตอนนั้นทหารโคเม่ หรือทหารของอารูสิเยพ่ายแพ้ยับเยินเพราะโดนยิงระยะไกลด้วยลูกธนู
หลังจากนั้นจักรวรรดิอารูสิเยลอกเลียนแบบและสร้างทหารนักธนูของตัวเองขึ้นมา แต่ไม่เคยใช้มันเลยเพราะนักธนูของจักรวรรดิอารูสิเยเป็นกองทหารลับ
และวันนี้กองทหารนี้จะได้เจอกับสงครามครั้งแรก
ทหารหลายคนแอบมองออกนอกที่กำบังแล้วกลืนน้ำลาย
ทหารโคเม่มีเยอะกว่าแต่จากข่าวลือว่าทหารวาโรซีเมียเรียมีคทาเหล็กสั่งตาย มันทำให้หลายคนกลัวและมีกำลังใจที่ต่ำ
อีกนิด วาโรซีเมียเรียจะได้กินลูกธนู อีกนิดเดียว
แต่ทหารวาโรซีเมียเรียหยุด
ทหารโคเม่แตกตื่น มันยังไม่ถึงระยะลูกธนูและโคเม่ยังไม่ได้สั่งเดินทัพทหารดาบ
แต่หลังจากทหารวาโรซีเมียเรียหยุดได้ไม่ถึงห้านาที
ฟ้าว เสียงดังมาจากท้องฟ้า
มีบางอย่างรูปทรงสามเหลี่ยมบินมาขัดกับหลักการณ์ทั้งหมดที่ทหารของโคเม่รู้
มันบินมาใกล้ ใกล้เรื่อยๆ เหล่านักธนูเริ่มอยู่ไม่สุขและบางคนกลัวจับใจ
หลายคนคิดหนี แต่เพราะเกรงกลัวออกยาคิตตี้ ทหารหลายคนยังประจำตำแหน่งไว้ได้อยู่
จากนั้น สามเหลี่ยมบนท้องฟ้าทิ้งบางอย่างจากใต้มัน
มันเป็นแท่งอะไรบางอย่าง จากพื้นมันเหมือนแท่งเล็กๆ
และแท่งเล็กๆนั้นปล่อยควันเป็นทางพุ่งตรงมาที่แนวกำบัง
ตู้ม ตู้ม เสียงระเบิดดังสนั่นสองครั้ง
นักธนูที่อยู่หลังแนวกำบังกระเด็น บางคนกระเด็นขึ้นฟ้าสูง ไม่ต้องพูดถึงโอกาสรอดชีวิต
“ประจำที่ไว้! ทหาร! เอาเครื่องกำบังมากันเติมจุดที่ระเบิด!” ออกยาคิตตี้สั่งเหล่าทหารโคเม่
ทัพวาโรซีเมียเรียเดินมาอีกครั้ง
พลธนูเริ่มเตรียมยิง
แต่ทัพวาโรซีเมียเรียหยุดอีกครั้ง
นักธนูโคเม่โผล่หัวออกไปมอง แต่ครั้งนี้ หน้าแต่ละคนเก็บอาการไม่อยู่และกลัวสามเหลี่ยมบนท้องฟ้ามาอีก
แต่หลายคนเห็นว่ามีคนที่ใส่เสื้อยศสูงมายืนข้างหน้าทัพวาโรซีเมียเรีย หลายคนมองแล้วพอนึกได้ว่านั่นคือวารี
เมื่อวารีเดินออกมามีทหารถือแท่งเหล็กยาวเรียงแถวกันข้างเขา และมีผู้หญิงสามคนเดินออกมา ใส่เสื้อยศสูงเหมือนกับมาทำให้ทหารตั้งแถวออกไปเหมือนกัน
เมื่อนับคร่าวๆทหารถือแท่งเหล็กยาวมีไม่ถึงห้าสิบคน
แต่เมื่อพวกเขาตั้งแถวเสร็จ ปังปังปังปังปัง เสียงระเบิดดังรัว ปุปุปุปุปุ เกิดรูในที่กำบังและทหารที่ยืนหลังที่กำบังไม้พากันล้มหลายคน
“ตั้งแถว! รอพวกมันเข้าระยะ!” คิตตี้สั่งพลธนูตัวเองอีกครั้งหลังเห็นหลายคนแตกตื่น
สุดท้ายทัพวาโรซีเมียเรียเดินมาอีก “พลธนู ยิงได้!”
ในที่สุดคำสั่งที่ทหารโคเม่รอคอยก็ดังให้ได้ยิน พลธนูเริ่มยิงขึ้นฟ้า
ลูกธนูโค้งตามแรงโน้มถ่วง และหาเป้าหมายของมันในทัพของวาโรซีเมียเรีย
ทหารวาโรซีเมียเรียเริ่มล้มหลายคน ทหารโคเม่กำลังใจดีขึ้น
คิตตี้เห็นโอกาสก็พูดเพื่อเพิ่มกำลังใจที่เสียไปของทหารตัวเอง “พวกมันเป็นคน! มีเลือด! มีเนื้อ! จงอย่าได้เกรงกลัวและไปเอาชัยชนะมา! ทหารดาบเดินหน้า!”
ทหารดาบโคเม่เดินทัพเพื่อไปปะทะกับทหารวาโรซีเมียเรียที่กลางเนิน
เมื่อทหารวาโรซีเมียเรียเห็นมีทหารออกมาตั้งรับที่กลางเนินก็สั่ง
“พุ่งเข้าตี!” เสียงวารีและเสียงผู้หญิงเหมือนนักร้องดังขึ้นมา
ทหารสองฝั่งวิ่งเข้าหากันที่กลางเนิน
แต่มีบางอย่างแปลกๆ ทหารวาโรซีเมียเรียตะโกนก่อนปะทะ “สลานุช!!!”
เมื่อเริ่มสู้กันตอนแรกมันดูปรกติ สองฝ่ายฟันกัน ตะโกนชื่อท่า
แต่ทัพวาโรซีเมียเรียแทบไม่ค่อยตะโกนชื่อท่า และหลายคนแค่แกว่งดาบธรรมดา
ตอนแรกมันดูเหมือนทหารวาโรซีเมียเรียแค่ไม่มีวิชา
แต่ผลลัพธ์มันทำให้คิตตี้กลืนน้ำลาย
เมื่อทหารวาโรซีเมียเรียฟันหนึ่งครั้ง หลายคนล้มลง
ทหารโคเม่หลายคนกระเด็นขึ้นฟ้า เซล้มจนโดนพวกเดียวกันเหยียบ เอาดาบกันแต่ดาบหัก
ทหารโคเม่ล้มเยอะจนสั่งการไม่ทัน และทหารวาโรซีเมียเรียเริ่มเข้าใกล้แนวกำบังของนักธนู
“ส่งอีกทัพไปสองด้าน เราจะบีบพวกมันและทลายตรงกลาง!” คิตตี้สั่งรองผู้บัญชาการ
“รับทราบ!” รองผู้บัญชาการสั่งทหาร ทหารที่รออยู่เป็นทัพเสริมวิ่งแยกไปสองทาง
แต่หลังจากนั้น เสียงระเบิดรัวๆดังขึ้นมา
คิตตี้ตกใจที่เห็นทหารที่ส่งไปด้านข้างล้มอย่างเร็วตอนเขาใกล้ทัพของวาโรซีเมียเรีย
ทหารโคเม่เริ่มเกิดความกลัว ทุกครั้งที่มีเสียงระเบิดเล็กๆดัง หลายคนสะดุ้งขณะกำลังสู้ และเสียหลักหรือเสียชีวิตเพราะโดนฟันหลังจากนั้น
คิตตี้เริ่มเห็นท่าไม่ดี แต่หลังจากนั้นเขาเห็นวีร้องเพลงไปหัวเราะไป ตีคนล้มซ้ายขวาหมดท่า
แต่ออกยาคิตตี้ไม่เห็นเธอเป็นนักรบ เขาเป็นพวกดูถูกเพศหญิงและคิดว่ามันเป็นเรื่องตลกที่เอาผู้หญิงมาเป็นนักรบ
เขามองเห็นเธอเป็นเหยื่อ และเขาพอรู้ว่าเสื้อที่เห็นเป็นยศสูงและน่าจะเป็นคนสำคัญของวาโรซีเมียเรีย
เขารีบกระโดดขึ้นนกฟาเนิค เมื่อรองผู้บัญาชาการเห็นเขารีบตะโกน “เดี๋ยวก่อนครับท่านออกยา!”
แต่คิตตี้ออกไปแล้ว รองผู้บัญชาการรีบขึ้นนกฟาเนิควิ่งตามไป
ออกยาคิตตี้มองวีเต้นสู้ ใกล้ขึ้นและใกล้ขึ้นเรื่อยๆ เขายกดาบขึ้นออกไปด้านขวาและจะใช้กระบวนท่าบนหลังนกฟาเนิค ท่า ‘ฟันหลังแอ่น’
เมื่อถึงระยะ เขาเห็นสีขาวที่หางตา และหันซ้ายเพื่อไปมอง “พันธะพุ่งหน้าทิ่ม” ตู้ม
รองผู้บัญชาการเห็นคนที่ใหญ่ที่สุดของประเทศในแนวหน้าถูกคนตัวใหญ่ที่มีขาแมงมุมงอกออกจากหลังพุ่งกระโดดใช้ขาแมงมุมต่อยนายพลคิตตี้ลอยกระเด็นเกือบสองเมตร
เมื่อลอยเธอเกี่ยวขาและคร่อมทับคิตตี้กลางอากาศ พอลงพื้นเธอต่อยหน้าออกยาคิตตี้ซ้ำๆจนคิตตี้นิ่ง
รองผู้บัญชาการรีบกระโดดลง ชักดาบ แต่เมื่อคนนั้นยืนหันมามองด้วยจิตสังหาร คนนั้นที่เป็นผู้หญิงตัวใหญ่ผมขาว ดาบรองผู้บัญชาการหลุดจากมือตกพื้น
เขาคิดหาทางรอดให้ตัวเอง และเขาตัดสินใจชูมือขึ้นสองข้างและยืนนิ่งๆ
“เอ… ถ้าเขาไม่สู้ก็อย่าฆ่า นั่นสินะ บาย!” สาวเดินมาตบไหล่เขาแล้ววิ่งเข้าไปในแนวหน้า
รองผู้บัญชาการรีบเอาคิตตี้ขึ้นหลังนกฟาเนิคเดินไปให้หน่วยแพทย์ที่สู้อยู่พาเขาหนีไป
เมื่อคิตตี้วิ่งห่างไปเขาตัดสินใจสั่งทหาร “โคเม่! ถอยทัพ!”
เมื่อทหารโคเม่ได้ยิน พวกเขาถอยแบบทหาร เพราะทหารยังเหลืออีกเกินครึ่ง หลายคนยังคิดว่ามันเป็นการถอยเพื่อไปตั้งหลัก แต่หลังจากนั้นทางทิศตะวันออกมีกลุ่มทหารยกทัพมา
ทหารโคเม่หลายคนดีใจ เพราะรู้ว่าทหารอารูสิเยใช้ทัพใหญ่บุกแหลมโคเบน
หลายคนคิดว่าการยึดแหลมโคเบนสำเร็จ และกำลังมุ่งหน้ามาเพื่อช่วยทหารตรึงกำลังในแหลมโคเม่
หลายคนเริ่มสู้หนักขึ้นเพราะคิดว่าสงครามนี้ใกล้จบแล้ว และต้องรีบสังหารเพื่อเอาเรื่องไว้เล่าหรือสร้างชื่อเสียงให้ตัวเอง
แต่พอทัพทางทิศตะวันออกเข้ามาใกล้ ความคิดนั้นเปลี่ยนไปหมดสิ้น
มันเหลือแต่ความกลัวในทัพของโคเม่
ทหารที่เดินทัพมาเป็นทหารของวาโรซีเมียเรีย ทหารโคเม่ทุกคนเห็นได้อย่างชัดเจน
แต่สิ่งที่ดับไฟนักสู้มากที่สุดเป็นสี่คนตรงนี้ที่อยู่หน้าสุดของสงคราม หนึ่งชาย สามหญิง
“สลานุช!” วารีตะโกนเอากระบองฟาดหัวคนข้างหน้าจากด้านขวา
เมื่อคนข้างหน้ากระเด็นออกซ้ายเขาวิ่งไปกระโดดถีบขาคู่ใน่คนที่วิ่งไปหาหลังวี
วีเหลียวหลังและเห็นวารีทำที่ส่งให้กระโดด เธอวิ่งไปเหยียบ
วารีดีดวีขึ้นฟ้าไปด้านหลัง วีกลับหัวและฟาดกระบองเป็นใบพัดใส่หลายคนล้ม ขนะที่วารีชูมือส่งวีมีคนวิ่งมา
แต่คนนั้นถูกวิวยิงใยดึงขาล้มและกระโดดทับเพื่อล็อกคอหลับ
วาโรทิ่มดาบซ้ายขวา สองคนล้มแทบพร้อมกันจากความเร็วการทิ่มดาบสองครั้งในแค่พริบตาเดียว
“ฟันหัว!” มีคนเห็นช่องโหว่ด้านซ้ายที่วาโรไม่มีดาบ แต่วาโรหมุนตัวหลบเหมือนอยู่ในน้ำ
ทหารที่เพิ่งฟันหัวหมุน และสิ่งสุดท้ายที่เห็นคือร่างตัวเองที่ไม่มีหัวยืนอยู่นิ่ง
“ทุบกระโหลก” วารีฟาดกระบองจากด้านบนลงใส่คนที่เงื้อดาบวิ่งมาทางเขา จนหัวเขาเบี้ยวผิดรูปและล้มอย่างไร้เรี่ยวแรง
แม้เขากับสามพี่น้องบ้านกำพร้าใช้กระบอง แต่สามคนมีแรงเยอะจนการฟาดแต่ละครั้งทำคนตายได้เสมอแล้ว
เมื่อเขาฟาดเข้าชายโครงเขาได้ยินเสียงกระดูกหักหลายที่ และหลายคนหลังกระเด็นไปไกลนอนแน่นิ่งไม่ก็ชักเหมือนขยับท่อนล่างไม่ได้
เมื่อเขาได้ยินโคเม่สั่งถอยทัพเขามองไปด้านทิศตะวันออก เขาเห็นทัพของเรดจำปาเดินทัพมา
ทหารโคเม่รีบสู้ไปถอยไป และพอทหารโคเม่เริ่มห่าง พวกเขาวิ่งขึ้นเหนือสุดกำลัง
วาโรเดินมาหาวารี วารีเห็นวีและวิวอาละวาดอยู่ไกลๆ
“ตามมั้ย?” วาโรถาม
“ไม่รู้ดิ ปรกติเธอทำยังไง?” วารีถามกลับ
“ส่วนใหญ่เราไม่ค่อยวิ่งไล่ฟันใครจากด้านหลัง” วาโรพูดและเก็บดาบ “พอไล่พวกเขาหมดก็น่าจะพอแล้ว”
“แต่นี่แค่ช่วงหัวของแหลมโคเม่ เราต้องเดินทัพไปต่อใช่มั้ย?” วารีกางแผนที่แบบพกพาดู
“ใช่ มันมีหัวเมืองใหญ่อยู่หลังชายแดนโคเม่ ทหารที่หนีไปน่าจะไปตั้งรับกันที่นั่นอีกครั้ง” วาโรเดินมาใกล้วารีเพื่อชี้แผนที่ หน้าอกเธอแนบแขนเขาจากด้านข้าง
วารีพยายามคุมอารมณ์เพราะไม่มีสถานที่ให้แวะนอกบ้าน
วาโรสั่งทหารที่มีแตรแขวนอยู่ที่อก “ส่งสัญญาณจัดแถว”
ทหารแตรเอาแตรออกมาเป่า มันเป็นสัญญาณจัดแถวและทหารวาโรซีเมียเรียที่ไล่ฟันคนอยู่กลับมารวมกลุ่มกันเป็นแถว
หลังจากนั้นทัพวาโรซีเมียเรียก็พักครึ่งชั่วโมงและเดินแถวต่อไปที่หัวเมืองแหลมโคเม่
เพราะไร้นายพลสำคัญอย่างนายพลคิตตี้ สหพันธรัฐโคเม่ปกป้องเมืองด้วยความยากลำบาก
หลังประตูเมืองระเบิดกระจาย และกำแพงเมืองซ้ายขวาโดนระเบิดถล่ม ทหารวาโรซีเมียเรียก็เข้ายึดเมืองด้วยความง่ายดายสำเร็จ
แต่หลังวาโรตรวจหน้าเหล่านายพลที่จับได้ เธอผิดหวังที่ไม่เห็นคิตตี้อยู่ในคนเหล่านั้น
สุดท้ายแผนของวาโรซีเมียเรียที่จะตั้งเป็นแนวยาวตั้งแต่ตะวันออกถึงตะวันตกก็สำเร็จ