วารีพัฒนาประเทศต่ออย่างไม่หยุดยั้ง แถมคอยดูแลเหล่าเมียในฮาเร็มจนหมุนหน้าหมุนหลัง แต่ต้องมาเจอกับอดีตที่เคยผิดพลาดตามมาหลอกหลอนทั้งๆที่ลูกใกล้คลอด ทำให้เหล่าแฟนพากันมาช่วยเพื่อให้คนเดิมกลับมาหาพวกเธอ
วารีอยากทำงานค้าขายให้ดี รักฮาเร็มให้เต็มหัวใจ แต่โดนรุมเร้าจากทั้งจิตใจในอดีตและเหล่าผู้ก่อการร้าย ทั้งๆที่เมียท้องกันยกชุด เขาต้องทำทั้งหมดให้ได้ดี และสุดท้ายเมื่อทุกอย่างพร้อม เขาจะรับหน้าที่ราชา
รัก,แอคชั่น,แฟนตาซี,ชาย-หญิง,เกิดใหม่,ต่างโลก,คลั่งรัก,ชาย-ชาย,หญิง-หญิง,ฮาเร็ม,ชาย-หญิง,หญิงรุก,yaoi,โรมานซ์,โรแมนติก,ต่อสู้,รักวัยรุ่น,เกิดใหม่,ทำงาน,สร้างตัว,ฝึกฝน,นางเอกเก่ง,พระเอกเก่ง,รัก,แฟนตาซี,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
155 นางฟ้าหน้าทีวี คนดีที่ลานเต้น
“เอาล่ะ ลูกนอนหมดแล้ว พี่เลี้ยงพร้อมแล้ว ได้เวลาไปกินข้าวข้างนอกและดื่มกันให้เต็มที่แล้วพวกเธอ” วารีพูดในห้องนั่งเล่นรวมสำหรับแขกที่วังซาลาดูน
“ฉันไม่ได้ดื่มมานานแล้วเพราะงาน ฉันอาจหลับไวนะ ไม่เหมือนเมื่อก่อน” พี่อลิสที่ทำงานเป็นพี่เลี้ยงเด็กอยู่พูด
“ฉันทำเหล้ากินเองอยู่บ่อยอยู่ แต่ฉันไม่เคยเที่ยวบาร์เลย” ไกอาพูดเหมือนมองชีวิตตัวเองด้วยมุมที่ไม่ดีเท่าไหร่พูด
ท้ายเดือน 8 วารีอายุ 24 ปี
“คิดถึงตอนเมื่อก่อนจัง” วีพูด
“พี่พูดเหมือนนานแต่มันก็เพิ่งเกิดขึ้นเองนะฉันว่า” วิวพูดความเห็นเธอตาม
มันผ่านมาไม่ถึง 10 ปี มันเลยเหมือนยังไม่นานขนาดนั้นแต่มันก็นานอยู่
ทหารเคาะห้อง หวานอาสาทำหน้าที่ไปเปิด เมื่อเปิดออกมามันเป็นทหารคนหนึ่ง “รถกิ้งก่ามาแล้วครับ”
“ป่ะ ทุกคน” วารีนำสาวๆออกจากห้องไปขึ้นขบวนรถกิ้งก่าหน้าวัง
ระหว่างทางวารีเปิดทูบจ้าหาเพลงแปลกฟัง และไปเจอกับวงเมทัลแรกของโลกใหม่ วงชื่อ ‘สามสัตว์ป่า’ แต่มีสมาชิกห้าคน
วารีเปิดลำโพงให้เหล่าแฟนได้ฟัง “โว้กกกกก ว้ากกกกก”
“อะไรล่ะนั่น ไปหามาจากไหน” วิวเป็นคนแรกที่บ่น
“เจอในเน็ต มันแปลกดี ที่โลกเก่าฉันเคยมีช่วงที่ชอบและฟังเพลงแบบนี้ทุกวัน” วารียิ้มและพูด นึกถึงความหลัง
พี่อายะออกความเห็นมั่ง “โห… เพลงแบบนี้อ่ะนะ… มิน่าล่ะเธอถึงไม่ค่อยเหมือนคนทั่วไป”
“เธอบอกว่าฉันเพี้ยนและแปลกเหมือนคนทั่วไปก็ได้ ยิ่งพูดให้มันเบาลง มันเจ็บมากกว่า” วารีพูด
“มันไม่ได้แปลกขนาดนั้นหรอก ฉันก็เห็นจุดที่มันน่าฟังอยู่ เหล่านักดนตรีมีฝีมือกันเยอะอยู่แม้นักร้องจะร้องแต่คำที่ฟังไม่ออกว่าร้องอะไร” วาโรเสริมมามั่งในครั้งนี้
คริสซ่ามองซ้ายมองขวา เธอไม่ชอบเพลงที่วารีเปิด แต่กลัวพูดไปแล้ววารีไม่ชอบเธอ
“อย่ากังวลคริสซ่า พี่จะไม่ดื่มเป็นเพื่อนเธอ” กลีน่าบอกคริสซ่า
“พี่ดื่มไปเลย หนูอยากให้พี่ได้ผ่อนคลายบ้าง” คริสซ่าพูด มองพี่ด้วยความเป็นห่วง
“เหรอ…?” กลีน่าทำหน้าจ๋อย มองพื้นรถ
เธอรู้สึกว่าไม่ได้ใกล้ชิดน้องช่วงหลังๆนี้
น้องเธอถือปืน คิดเทคนิคใหม่ให้ทหารนำไปใช้ป้องกันประเทศ และไม่ใช่ทหารแค่คนเดียว เธอช่วยให้ทหารระดับสูงหลายคนได้ท่าใหม่ไปช่วยสู้
และสุดท้าย เธอตามวีออกไป แล้วไปรบกับคนมีปีกจากบนฟ้า
วารีบอกอีกด้วยซ้ำว่าเธอจะได้เหรียญกล้าหาญ และเพราะความสามารถของเธอที่ยิงปืนรางได้เรื่อยๆเป็นเวลานานเป็นเรื่องสำคัญและตัวละครหลักที่จะพาไปชนะศึกอื่นๆได้
ส่วนตัวเธอ เธอหนีบนโดรน นั่งโดรนกลับมาทวีปใต้ เรียนมารยาท เรียนการหาค่าตัวอักษรในสมการให้เป็นตัวเลข และยังไม่รู้ว่าอนาคตจะทำอาชีพอะไร
เธอรู้สึกว่าต้องทำอะไรซักอย่างเกี่ยวกับตัวเธอเอง มันอาจเป็นเวลาดีที่จะหางานเสริมทำเพื่อเสริมประสบการณ์ที่ออกไปทำอะไรที่มีประโยชน์
ไม่นานรถกิ้งก่าก็ไปถึงบาร์ที่เราจองไว้วันนี้ วารีพาเหล่าสาวๆลงรถ
เมื่อเดินเข้าร้าน ร้านเป็นบาร์ที่ตั้งบนแหลมของเมือง รอบข้างเป็นน้ำทั้งหมด มีเสาที่อยู่ใต้น้ำเพื่อให้ร้านตั้งอยู่ข้างบนได้
และเสียงเพลงของที่นี่ดูกระตุ้นต่อมเต้นได้ดี มันนำด้วยเสียงกลองหลายแบบและเครื่องดนตรีคล้ายกีตาร์และพิณ
คนที่นี่ใส่ชุดเซ็กซี่ เจาะหูเจาะสะดือใส่เครื่องประดับทอง มีสร้อยและสร้อยข้อมือทำจากหอย
กลุ่มวารีเข้าไปนั่งที่โต๊ะแขกระดับสูงข้างลานเต้น
ฮิเมะนั่งและดูรอบร้าน หลังจากถูกจับ เธอมีบางวันในช่วงแรกๆที่หันหาแอลกอฮอล์เพื่อคลายเครียด
แต่นั่นก็หยุดไปเพราะวารีเพิ่มขนาดอาวุธเพื่อจะมาเป็นคู่ที่สนองเธอได้ แต่หลังจากนั้นเธอก็ท้อง
แล้วตั้งแต่คลอดลูกเธอไม่ได้ใกล้แอลกอฮอล์เลยเพราะต้องเลี้ยงลูก
นี่เป็นจังหวะดีที่จะได้ปลดปล่อย
บาร์เท็นเดอร์สองคนเข็นรถเครื่องดื่มมาข้างโต๊ะ “นี่คือเมนูเครื่องดื่มและอาหารว่างครับ เรามีไวน์, บรั่นดี, และวิสกี้ระดับสูงสุดของประเทศที่หาไม่ได้จากที่อื่น และเครื่องเคียงจากแม่ครัวระดับต้นๆของประเทศเชิญสั่งได้ตามสบาย ตอนไหนก็ได้ครับ”
“ไม่มีวอดก้าหรือเหล้าขาวเหรอ?” วารีถาม
“เพราะเราต้องการให้ลูกค้าที่มาได้รับประสบการณ์เต็มรูปแบบกับบรรยากาศและเสียงเพลงเราเลยไม่ขายเหล้าทั่วไปแบบนั้นครับ เราขอแนะนำค็อกเทลเหล้าหวานเพื่อการนั่งเมานานและเมาหนักหลังเวลาผ่านไปนานครับ” บาร์เท็นเดอร์อีกคนพูด เขาใส่ชุดผู้ชายแต่หน้าเขาอ่อนวัยและดูเหมือนผู้หญิง
วารีดูเมนูแล้วตัดสินใจ “วิสกี้ข้าวโพดสำหรับฉัน”
“เราสามคนเอาเหมือนเขา” วีชี้วิวและนาแล้วสั่ง
“ฉันเอาไวน์บินยอทเบอร์รี่ ฉันไม่เคยเห็นชื่อนี้เลย” วาโรพูด
เหล่าแฟนที่เหลือพากันสั่ง หวานเลือกแบบเดียวกับวารี เรดจำปาเลือกไวน์องุ่น เรฟเนสกับอายะเอาไวน์สตรอว์เบอร์รี่ พี่อลิสกับไอซิสเอาบรั่นดีแรงสุดเหมือนท่านหญิงเสือดำกับหงส์ฟ้า หลายคนสั่ง
“หนูเอาไวน์” กลีน่าพูด “และเอานมหวานให้น้องหนู”
คริสซ่าหน้าแดงเพราะคนอื่นสั่งเหล้ากันหมด พนักงานมองหน้าเธอแปลกๆ
“เครื่องเคียงเอาเป็น หนังปลาเผ็ด 3 กิโล หัวกุ้งทอดกรอบกิโลนึง ปูอบกรอบสมุนไพร 2 กิโล กุ้งแช่เค็มกิโลนึง แมลงทะเลทอดอีกโล เท่านี้ครับ” วารีสั่งเครื่องเคียง
บาร์เทนเดอร์เหงื่อตกรับเมนูและไปสั่งอาหารกับเครื่องดื่มทั้งหมด
ณ คุกใต้ดินวังซาลาดูน
“ฉันมาสอบสวนคนคุก” พี่ฟลอร่าชูป้ายอนุญาตให้ทหารคุมประตูคุก
“เชิญ” ทหารให้เธอเข้าไปโดยไม่ตรวจอะไรมากเพราะได้รับแจ้งก่อนหน้านี้แล้วว่าจะมีคนมา
พี่ฟลอร่าเชิดหน้าเดินผ่านคนคุกที่โดนโทษตลอดชีวิตที่ต่างมองเธอด้วยสายตาชั่วร้ายทั้งจนหมดไปถึงห้องสุดท้าย
ทหารหน้าประตูทำความเคารพ “สวัสดีครับ ท่านหญิงฟลอร่า”
“สวัสดี อาการเธอเป็นยังไงบ้าง” พี่ฟลอร่าถามความเห็นคนอื่นก่อนเข้าไปเจอเธอด้วยตัวเอง
“หลังจากท่านวารีและแฟนมา เธอดูสงบ ดูติดละคร ไม่คุยกับใคร แต่เธอกินข้าวได้ไม่เหมือนตอนมาช่วงแรกๆ เราไม่ค่อยมีเรื่องหนักใจหรือต้องลำบากกับนิสัยสุดโต่งเหมือนคนคุกคนอื่น การดูแลห้องเธอมันเป็นเรื่องง่ายกว่า และตอนนี้หลังจากลดคนเฝ้าด้านในเหลือสองคนเราไม่มีปัญหาอะไรเลยครับ” คนคุมห้องขังรายงาน
พี่ฟลอร่าจดและหายใจลึกๆ “เปิดให้ฉันเข้าไป”
“ได้ครับ” ทหารเปิดประตู อวยพรให้พี่คนนี้สำเร็จในเรื่องอะไรก็ตามที่เธอจะทำ
พี่ฟลอร่าเข้าห้องขัง ทหารสองมุมห้องทำความเคารพ
‘เขี้ยว’ อดีตผู้นำคนมีปีกของศัตรูมองเธอด้วยหางตาและดูทีวีต่อ
“ทหารออกไปก่อนค่ะ” พี่ฟลอร่าพูดอย่างสุภาพ
“แต่… เรื่องความปลอดภัยล่ะครับ” ทหารถามด้วยความเป็นห่วง
“ไม่มีปัญหา ฉันมีทักษะต่อสู้อยู่บ้าง” เธอตบที่เอว แน่นอนเธอพกดาบมาด้วย
และไม่ใช่เธอเป็นมือใหม่กับดาบนั้น หลังจากย้ายไปอยู่วาโรซีเมียเรีย นอกจากโยคะที่เล่นประจำ เธอฝึกการต่อสู้ 5 ครั้งต่อสัปดาห์ด้วย
แม้มันไม่มาพอเท่าเหล่าหัวกล้ามและหมัดมวยเหมือนแฟนในวงวารี เธอมีฝีมือมากกว่าคนทั่วไป
แต่ถ้าเธอต้องสู้ระดับผู้นำคนมีปีกที่วารีแพ้ เธออาจแพ้ถ้าต้องสู้ตรงๆ
แต่สำหรับเธอ ถ้าอีกฝ่ายดุและทำร้ายเธอจริงๆ เธอแค่ต้องป้องกันตัวและเรียกคนมาช่วย นั่นทำให้ไม่ต้องคิดว่าจะสู้ถึงตายกับเขี้ยว
เขี้ยวมองเธอด้วยหางตาอีกครั้ง
เธอลากเก้าอี้ออกห่างจากโต๊ะ เลื่อนไปวางตรงข้ามใกล้เขี้ยวที่นั่งชันเข่า
พี่ฟลอร่าไม่มีอารมณ์บนหน้า เธอแค่มองและวิเคราะห์สิ่งที่เห็นก่อน
เมื่อวิเคราะห์เสร็จว่าเป้าหมายสงบนิ่งเพราะละคร เธอเริ่มพูด “เธอชื่ออะไร?”
“พวกนั้นเรียกข้าว่าเขี้ยว แต่ข้าไม่มีชื่อจากมหาเทพ แค่ผู้นำที่ใต้บัญชาเขาคนนึง” เขี้ยวพูด ไม่มองอะไรนอกจากจอ
“ถ้ามีพื้นที่ เธอจะบินมั้ย?” พี่ฟลอร่าถามต่อ
“แน่นอน ข้าจะกลับไปข้างบน แต่จะเอาจอนี้ไปด้วย” เธอพูด
พี่ฟลอร่าโน้ตว่าเธอติดทีวีขนาดที่ว่าจะเอากลับบ้านเกิด
“ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ มีอะไรไม่พอใจมั้ย?” พี่ฟลอร่าถามสิ่งที่เธอเกลียดมั่ง
“ข้าเกลียดไอ้ผู้ชายเลวที่โกงเพื่อเอาชนะฉันและจับฉันมา แถมทำให้ฉันเสียพลัง ฉันกลับไม่ได้จนกว่าจะได้สังหารเขาด้วยตัวเอง” เขี้ยวมองดุใส่พี่ฟลอร่า
แต่พี่ฟลอร่าไม่สะดุ้ง “นอกจากวารี ผู้ชาย ‘เลว’ ที่เธอกล่าวหา เรื่องอาหารและที่พักมันพอสำหรับเธอมั้ย? ชุดนอนคับไปรึเปล่า”
“ไม่นี่ กินอร่อยหลับไว ชุดก็พอดีแล้ว แต่การออกแบบมันไม่สวยเท่าไหร่ ข้าอยู่สบายทุกวัน พอได้แล้ว ข้าจะดูละคร” เขี้ยวพูดและไม่หันออกมาจากจออีก
“ถ้าเธอออกจากที่นี่ได้ เธอจะสู้อีกมั้ย?” พี่ฟลอร่าถาม
เขี้ยวเงียบ
“ถ้าเธอสู้วารีอีกเธอกลัวแพ้มั้ย?” เธอถามอีก
เขี้ยวเงียบเหมือนเดิม
“วารีกับผู้หญิงที่มากับเขา เธอกลัวใครมากกว่ากัน?” พี่ฟลอร่าไม่หมดหวัง เธอถามอีก
แต่เขี้ยวเงียบและไม่ตอบเธออีก
พี่ฟลอร่านั่งจ้องเธอ เขี้ยวมีหัวเราะละครบ้าง แต่พี่ฟลอร่าเหมือนไม่มีตัวตน
พี่ฟลอร่าถอนหายใจ ปิดสมุดโน้ตเก็บเอกสารและเตรียมออกจากห้องขัง
แต่เธอหันกลับไปมองเขี้ยว ปิ้งไอเดียใหม่ในหัว
เธอวางเอกสารไว้บนโต๊ะ ถือแต่สมุดโน้ต
พี่ฟลอร่ายกเก้าอี้ไม้หนักๆด้วยมือเดียวไปนั่งข้างเขี้ยว
เธอนั่งข้างเขี้ยว ดูละครไปกับเขี้ยว
เขี้ยวมองเธอด้วยหางตาเหมือนรำคาญ
เพราะเขี้ยวสนเธอแล้วตอนนี้ เธอเริ่มพูด “เรื่องนี้เรื่องอะไร? ฉันไม่เคยดูเลย เล่าให้ฟังหน่อย”
เขี้ยวมองพี่ฟลอร่าเหมือนเห็นสัตว์ประหลาดจากนอกโลก แต่มองจอและพูด “สาวตาบอดจนๆคนนึง ถูกแม่เลี้ยงไล่ออกจากบ้าน ระหว่างที่เธอร้องเพลงหาเงินมีผู้ชายมาจีบเธอ ตอนแรกผู้ชายจนเหมือนเธอ แต่มารู้ทีหลังว่าพ่อเป็นประธานบริษัท หลังพ่อเสีย บริษัทสุดรวยเป็นของผู้ชายคนนั้น และเขาช่วยผู้หญิงที่ตาบอดให้มองเห็นได้อีกครั้งและแต่งงานกับเธอ ช่วงนี้เป็นช่วงที่แม้เลี้ยงเธอจะมาหาเธอเพื่อทวงบุญคุณ”
เขี้ยวหันไปมองพี่ฟลอร่าตรงๆ ไม่มองด้วยหางตาแล้วเล่า
พี่ฟลอร่าพยักหน้า เขี้ยวมองจออีกครั้ง
ในจอ แม้เลี้ยงเธอมา ด่าทอนางเอกว่าไม่รู้คุณที่แม่เธอเลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก และเรียกเงินจำนวนมาก
พระเอกออกมาปกป้องนางเอกหลังนางเอกพูดไม่ออก
“ดูสิ พระเอกหล่อระดับท่านมหาเทพเลย และหล่อกว่าเทพระดับสูงทั่วไปด้วยซ้ำ แต่นิสัยแม่เลี้ยง… มันเหมือนท่านมหาเทพเลย… หรือว่าเธอเป็นคนดีที่คิดถูกแล้วกันแน่? คนเลี้ยงหรือสร้างต้องมีบุญคุณที่ต้องได้รับการตอบแทนใช่มั้ย?” เขี้ยวพูด เธอไม่ได้ถามพี่ฟลอร่า แต่เหมือนพูดกับตัวเอง
“เธอคิดเพื่อตัวเองได้” พี่ฟลอร่าให้เธอได้ตัดสินใจเองจากประสบการณ์
หลังจากนั้นละครจบ เข้าโฆษณา
พี่ฟลอร่าฉวยโอกาสถามถึงข้อมูลเกี่ยวกับคนบนฟ้า “เทพขั้นสูงมีหน้าที่ทำอะไร? และคนบนฟ้าอยู่กันยังไงบ้าง?”
“เทพขั้นสูงดูแลเรื่องบนโลก เช่นฝนฟ้า บทลงโทษ การให้รางวัล ให้พร คนบนฟ้าอยู่กันที่เมือง เด็กๆฝึกเป็นทหารและเข้ารับใช้มหาเทพเมื่อโต เราก่อสงครามศัตรูที่จะบุกโลก ปกป้องโลก ข้าคิดถึงเมือง…” เขี้ยวเล่าหมดอย่างง่ายดาย
“แล้วเธอโตมายังไง? ใครเลี้ยงเธอมา?” พี่ฟลอร่าอยากรู้ถึงความสัมพันธ์ระดับครอบครัวของคนบนฟ้า
“นางฟ้าแบบเราโตในปีเดียว ฉันเป็นลูกคนที่ร้อยสิบห้าของแม่นางฟ้าระดับสูง กับพ่อเทวดาระดับสูง ฉันไม่ได้ใกล้ชิดแม่มาก โตแล้วก็ฝึกอย่างเดียว พ่อฉันเป็นใครก็ไม่รู้ แม่ไม่เคยบอกเรื่องนั้น” ที่เขี้ยวพูดน่าจะเป็นปมในใจเธอตั้งแต่เด็ก
พี่ฟลอร่าจับไหล่เธอ แต่เธอปัดมือออก
“มันเป็นธรรมดาที่พ่อกับแม่ไม่เลี้ยง มันเป็นเรื่องปรกติบนนั้น เด็กทุกคนโตมาเพื่อเป็นทหารและรับใช้หนึ่งเดียว นั่นคือมหาเทพ” เขี้ยวพูดต่อ มองพี่ฟลอร่าดุๆ
พี่ฟลอร่ารับการกระทำแบบนี้ว่าเธอไม่ต้องการให้มีคนรู้สึกสงสารเธอ พี่ฟลอร่าถามต่อ “แล้วเทพขั้นสูงมีทหารมั้ย?”
“ไม่มี นักรบทั้งหมดขึ้นอยู่กับมหาเทพว่าจะหันดาบใส่ใคร แต่ฉันได้ข่าวมาว่าเทพขั้นสูงบางคนแอบเก็บทหารไว้เองบ้าง เรื่องการหักหลังหันดาบหามหาเทพเพื่อชิงตำแหน่งเป็นเรื่องปรกติ แต่ท่านมหาเทพไม่เคยแพ้ใครมาเป็นหมื่นปีแล้ว ไม่มีใครกล้าทำอะไรโง่ๆแบบนั้นอีก”
พี่ฟลอร่าจดลงสมุด และนั่งดูทีวีกับเธอต่อ ซักพักเธอพูด “แล้วศัตรูจากข้างนอกมันเป็นยังไงบ้าง?”
“ส่วนใหญ่พวกมันเป็นเผ่าพันธ์สัตว์ประหลาดที่พูดอะไรไม่ได้ พวกมันจะรวมกลุ่มกันจากไหนไม่รู้และพากันมาบุกคนบนฟ้า บางเผ่ามันมีรูปร่างและยืนสองขาเหมือนคนแต่ไม่มีอะไรอื่นเหมือน แต่ส่วนใหญ่มันมีหลายขาและเป็นตัวประหลาดไม่พูดไม่จา บางตัวเหมือนแมลงในโลกนี้ แต่ตัวใหญ่กว่าพวกมันหลายเท่า” เขี้ยวอธิบาย
พี่ฟลอร่าจดอย่างละเอียด
เธอคิดสรุปได้ว่า ต่อให้เราแก้แค้นและลบเผ่าบนฟ้าออกจากโลก มันไม่ได้หมายความว่าศัตรูจะหมด มันจะมีศัตรูจากที่อื่นมาอีก
เพราะฉะนั้นมันอาจเป็นเรื่องดีกว่าที่จะต่อรองกับคนบนฟ้าเพื่อหาจุดกึ่งกลางที่ทั้งสองฝ่ายอยู่ด้วยกันได้
พี่ฟลอร่าสรุปในใจและเก็บการแลกเปลี่ยนนี้ทั้งหมดไว้รายงานวารีทีหลัง แต่ตอนนี้เธอขอนั่งเป็นเพื่อนเขี้ยวเพื่อใกล้ชิดเธอมากกว่านี้ก่อน
กลับมาที่บาร์
เหล่าแฟนหลายคนดื่มหนักและหนักขึ้น วี, วิว, วาโร, หวาน, และเรดจำปาอยู่ที่ลานเต้น หลายคนหลับคาโต๊ะหลังกินน้ำป้องกันการเมาค้าง
คริสซ่าหลับเพราะอิ่มเกินไป ส่วนพี่เธอ กลีน่าเป็นดาวเด่นของลานเต้นวันนี้
เธอชวนวารีเต้นแทงโก้ เต้นนำวารีที่ไม่ได้เรียนแทงโก้ และชิงสายตาวารีมาไว้กับตัวระหว่างที่แฟนคนอื่นเผลอและสนุกกับเหล้าที่แต่ละคนถือ
วารีมองเธอเป็นผู้หญิงมากขึ้นมากกว่าตอนแรก และไม่เหมือนคริสซ่า เธอโตพอแล้ว
เพราะเหล้าเข้าปาก เขาลืมนึกถึงความเป็นพี่น้องของเธอและชวนกลีน่าไปห้อง “ไปหาที่เงียบๆคุยกันดีมั้ย?”
กลีน่าตกใจ ไม่นึกว่าวารีจะบุกตรงๆ เธอมองคริสซ่าแล้วคิด
เธอไม่ได้คิดถึงอารมณ์ส่วนตัวของเธอ เธอคำนวนส่วนได้ส่วนเสีย เธอคิดในใจ ถ้าเธออยากจับวารีไว้ เธอต้องไปกับเขาเพื่อผูกสัมพัน แต่เธอมองน้องลึกๆ
เธอคิดถึงความรู้สึกน้อง น้องเธอมีใจให้วารี แต่ติดเพราะวารีถือคติในใจ ไม่ยอมรับความคิดของน้องเธอไว้พิจารณาจนกว่าอายุจะถึงกำหนด
ถ้าเธอเห็นแก่น้องมากกว่า เธอต้องตัดสินใจเลี่ยงไว้ก่อน “หนูจะเป็นของพี่หลังน้องหนู เพราะแบบนั้น หนูขอเลี่ยงมันก่อน… ได้มัย?”
เพราะเธอรู้ถึงตำแหน่งของหมากที่เธอยืน เธอกับวารีไม่มีอะไรผูกกัน เธอเป็นพี่คนที่ลวนลามวารีและไม่ได้มองเขาแบบถูกใจว่าเป็นคนที่ตัวเองชอบ เธอแค่ชอบคนที่น้องเธอชอบ นั่นคือตำแหน่งเธอ กลีน่าแค่เป็นของแถมของน้องเธอ ตัวเธอไม่มีค่าอะไร
และต่อให้เธอฝึกมารยาทเข้าสังคม ฝีกเต้น เธอฝึกหลายอย่างแต่ไม่มีอะไรเป็นจุดเด่น เธอหาประโยชน์ที่ตัวเองจะสร้างได้ในงานต่างๆ แต่ยังไม่มีงานไหนที่คนสอนร้องขอให้เธอเป็นลูกน้องของแผนกตัวเอง มันแปลว่าเธอไม่ถนัดอะไรโดดเด่นเลย
เธอตัดสินใจถามวารี “หนูไม่เด่นในเรื่องอะไรเลย บอกตรงๆหนูไม่เหมาะกับพี่” เธอมองไปที่อื่น รู้สึกเศร้าเกินไปที่จะมองวารีตรงๆ
“เพราะเธอเพิ่งมา งานมีหลากหลาย และแต่ละงานมีตำแหน่งหน้าที่ที่ทำอะไรต่างกันหลายแบบ เธอแค่ยังไม่อยู่ในตำแหน่งงานที่เธอทำได้ดี เธอแค่ต้องลองงานมากกว่านี้ มันไม่ใช่เพราะเธอไม่มีประโยชน์ ฉันเห็นมาหลายคนแล้วที่คิดแบบเธอ แต่สุดท้าย พวกเขาทั้งหมดเจองาน ไม่มีใครต้องถูกทิ้งไว้เพื่อทำงานเหนื่อยๆทั้งวัน” วารีอธิบาย
เขาเจอคนมาเยอะที่คิดแบบเธอ
กลีน่าพยักหน้า “มันทำให้หนูมีกำลังใจเยอะขึ้นที่พี่บอกหนู หนูอาจต้องใช้เวลานานกว่านี้เพื่อฝึกตัวเอง”
“ถ้าเข้าใจก็ดีแล้ว…” วารีพูด เขาไม่ได้คำตอบว่ากลีน่าจะตามเขาหรือไม่ แต่แค่เธอไม่พูดตอบรับแล้ว มันหมายความว่าเธอยังไม่อยากไปกับเขา วารีเลยตัดความคิดอยากไปกับเธอวันนี้ ปล่อยเธอและเดินไปหาคนอื่น
แต่กลีน่ามีแผนในใจ เธอคว้ามือวารีหลังเขาหันหลัง
วารีที่ถูกคว้ามือหันไปมองหน้ากลีน่าด้วยความตกใจและงง
กลีน่ามองเขาด้วยสายตาซื่อตรง “หนูยังคิดไปกับพี่อยู่ เพียงแค่… มันไม่ใช่วันนี้ วันนี้มันเร็วไป ถ้าไปวันนี้ คริสซ่าจะปวดใจ ถึงวันนี้หนูไม่ตอบรับพี่ แต่หวังว่ารอบหน้าที่เวลามาถึง พี่จะรับหนูด้วยหัวใจเต็มดวง หนูขอพี่แค่นี้ได้มั้ย?”
วารีเอามือเธอมาจูบ ยิ้มให้เธอ “เข้าใจแล้ว ฉันยินดีรับเธอด้วยหัวใจเต็มดวงเสมอ และฉันหวังว่าเมื่อเวลามาถึง เราจะเปิดใจให้กันได้เต็มที่”
กลีน่าพยักหน้า
หลังจากปล่อยมือกัน วารีได้กลิ่นเหล้าจากข้างหลังแม้จมูกเขาเริ่มพังจากแอลกอฮอล์
เขาหันไปแล้วเจอวี, วิว, และวาโรอยู่ข้างหลัง
“กลับห้อง เรานัดกันสงบศึกและจองเธอในคืนนี้” วาโรพูด
“เฮ้… สามคนเลยเหรอ? แยกกันทีละคู่ได้มั้ย?” วารีเริ่มสงสารอนาคตที่จะถึงของตัวเอง
“ไม่ได้ เราตกลงกันแล้ว เราจะไม่ให้เธอปฏิเสธ” วิวพูดบ้างครั้งนี้
“มันนานแล้ว แล้วฉันเลือดพล่านมาตั้งแต่สงคราม มันได้เวลาคุมฮอร์โมนให้เป็นระดับปรกติจากการโบ้ะบ้ะ” วีพูด
“แต่สามคนมันหนักเกิน ฉันเมาหนักอยู่ด้วย” วารียังขอให้สามสาวไว้ชีวิตเขา
วาโรเอาก้อนใบไม้แห้งยัดปากวารี วารีเคี้ยว “สมุนไพรเรียกแรงและตั้งไม่รู้ล้ม อ็อกโธเตรียมมาจากวังแต่ยกให้เราไปใช้ เงียบๆและตามมา”
วารีเงียบ ยาสมุนไพรเริ่มออกฤทธิ์และเขาตามไปเงียบๆ