วารีพัฒนาประเทศต่ออย่างไม่หยุดยั้ง แถมคอยดูแลเหล่าเมียในฮาเร็มจนหมุนหน้าหมุนหลัง แต่ต้องมาเจอกับอดีตที่เคยผิดพลาดตามมาหลอกหลอนทั้งๆที่ลูกใกล้คลอด ทำให้เหล่าแฟนพากันมาช่วยเพื่อให้คนเดิมกลับมาหาพวกเธอ
วารีอยากทำงานค้าขายให้ดี รักฮาเร็มให้เต็มหัวใจ แต่โดนรุมเร้าจากทั้งจิตใจในอดีตและเหล่าผู้ก่อการร้าย ทั้งๆที่เมียท้องกันยกชุด เขาต้องทำทั้งหมดให้ได้ดี และสุดท้ายเมื่อทุกอย่างพร้อม เขาจะรับหน้าที่ราชา
รัก,แอคชั่น,แฟนตาซี,ชาย-หญิง,เกิดใหม่,ต่างโลก,คลั่งรัก,ชาย-ชาย,หญิง-หญิง,ฮาเร็ม,ชาย-หญิง,หญิงรุก,yaoi,โรมานซ์,โรแมนติก,ต่อสู้,รักวัยรุ่น,เกิดใหม่,ทำงาน,สร้างตัว,ฝึกฝน,นางเอกเก่ง,พระเอกเก่ง,รัก,แฟนตาซี,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
161 ส่งไปหาความสุข
กลางเดือน 9 ยุคตีกันปี 124
เหล่าราชา, ราชินี, และเจ้าหญิงยืนหน้าเรือ แต่ละคนไม่พูดอะไร เรือแล่นด้วยบรรยากาศตรึงเครียด
วาโรเป็นคนแรกที่พูดออกมา “ก็แสดงว่า เรื่องที่เราไม่เคยเจอใครมันเพราะ ‘นั่น’ ใช่มั้ย?”
“ก็นะ จากเทคโนโลยีที่มีก่อนฉันมา เรื่องนั้นมันก็ไม่แปลก ถ้าเรือธรรมดาแล่นไปโดนนั่น เรือจะฉีกเป็นชิ้นๆแน่” วารีพูด
“เฮ้อ…” วาโรถอนหายใจ
“อย่าหนักใจไปน่า ฉันเห็นหลายทางที่จะผ่านนั่นไปได้” วารีพูด
“หา!? จริงเหรอ?” วาโรตกใจ “ใช่… แต่เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนดีกว่า” วารีบอก
“ทำไมล่ะ? เราน่าจะรีบไป มันอาจมีผืนดินที่เรายังไม่ได้ค้นพบอีกนะ” วาโรร้อง
“ถ้าเป็นแบบนั้นก็ดี… แต่ถ้ามันเป็นศัตรูล่ะ?” วารีพูดเรื่องในใจ
“แต่…”
“ถ้ามันเหนือกว่าเราล่ะ?”
“น่ะ, นั่น…” วาโรตอบ แต่ไม่รู้จะตอบอะไร
สองคนมองหน้ากัน เหมือนจะสื่อสารกันด้วยจิต
จากนั้นวาโรพูด “ก็จริง…”
“ขอบคุณที่เธอเข้าใจ” วารีพูดจากใจ
“ถ้าอย่างนั้น หลังจากเรารวมทวีปตะวันออกได้…” วาโรพูด หน้าเธอดูมั่นใจและมุ่งมั่นกว่าปรกติ
“ถึงอย่างนั้นก็มีทวีปเหนืออีก” วารีพูดเงียบๆ
“หลังรวมตะวันออกและเหนือ…” วาโรพูดต่อ
“แล้วถ้าระหว่างเราข้ามกำแพง ศัตรูโผล่มาจากตะวันตกและใต้อีกล่ะ?” วารีพูด
วาโรเงียบ พูดไม่ออก
“มันคงต้องรอหลังเรารวมทุกทวีปแหละ ถ้าคิดดีๆ ที่เรามีกันอยู่ก็เต็มมือแล้ว ยิ่งสงครามประเทศเล็กๆในทวีปเหนือ เรายังเสียคนไปเยอะกว่าที่คิด เราต้องมีดาบที่ร้ายแรงกว่านี้ และโล่ที่ป้องกันได้ทุกอย่าง มันถึงจะปลอดภัย” วารีพูด
วาโรเงียบ มองหน้าวารีงอนๆ เธอเหมือนเด็กที่พ่อแม่ไม่ซื้อของเล่นในห้างให้
จากนั้นเธอเกาหัว “ฮึ่ย เรื่องพวกนี้มันยิ่งมายิ่งทำให้ใจขุ่นมัว ก็ได้ ฉันจะมุ่งหน้ารวมผืนดินที่ที่เราอยู่ก่อน”
“ดีที่เธอเข้าใจ” วารีโล่งใจ
“เอาล่ะ ฉันมีอะไรต้องทำ” วาโรพูดแล้วเดินไปทางราชาฮัซซาและออเบีย
ออเบียมองวาโรแล้วเอียงหัว
“ฉันมีบางอย่างจะพูดกับเธอ ตามมา” วาโรพูดเสร็จแล้วหันหลังเดินไปทางท้ายเรือ
ออเบียเดินตามไปเงียบๆ ในใจก็งงๆไม่รู้ว่าวาโรมีอะไรจะพูด
เมื่อถึงท้ายเรือวาโรหันกลับมา “ฉันจะรักษาสัญญา”
“สัญญาอะไร?” ออเบียถาม
“เรื่องที่ฉันบอกว่าจะหาเวลาให้เธอกับเขา” วาโรพูดด้วยหน้านิ่ง
“อ้ะ! เรื่องนั้น…” ออเบียหน้าแดงขึ้นมาทันที
วาโรมองแล้วยิ้ม ‘ถึงเธอเป็นนักรบที่ดี เธอเป็นนักรักที่ไม่มีประสบการณ์เลย’
“ไม่จำเป็น… แต่… ขอบคุณ…” ออเบียพูดเงียบๆ
“อะไรนะ?” วาโรพูด ยิ้มมุมปาก
“ขอบคุณ!” ออเบียพูดเสียงดัง
“ดี! เมื่อได้กลับ เดี๋ยวฉันจะหาเวลาดึงเขาไปหาเธอให้ แต่งตัวสวยๆล่ะ” วาโรยังยิ้มไม่หุบ
สองคนกลับไปหน้าเรือ เห็นซาลาดูนจากไกลๆ
เรือมาถึงท่า อู่แห้งที่มีน้ำเปิด เรือทำการกลับลำแล้วถอยหลังเข้าอู่ เพื่อความพร้อมที่จะเดินหน้าออกได้ทุกเมื่อ
เมื่อถึงอู่ ออเบียจะทิ้งพ่อทันที “หนูไปก่อนนะคะ”
“เดี๋ยวสิ ไม่คุยกันก่อนเหรอ?” ราชาฮัซซาพูดเรียกเธอ
แต่ออเบียเลื้อยหนีไปแล้ว
พ่อเธอถอนหายใจ จากนั้นเขาเดินไปหาวารี “เอาล่ะ เรื่องที่อยากบอกก็มีเท่านี้ ที่เหลือมันเรื่องการเมืองและการค้าที่เป็นของเหล่าข้าราชการ เจ้าจะกลับแล้วใช่มั้ย?”
“ใช่ค่ะ เราเลยกำหนดกลับมาแล้ว มันได้เวลาแล้วที่เราต้องรีบไป เรายังมีทวีปเหนืออยู่” วาโรพูด
ราชาฮัซซาพยักหน้า ยื่นมือไปหาวาโร
วาโรจับมือเขาตอบ
สองคนจับมือกัน เมื่อราชาปล่อย “เจ้าได้ผัวที่ดี รักษาเขาไว้นานๆ ถ้าแค่นอกใจครั้งคราวก็อภัยให้เขาด้วยล่ะ”
“ท่าน…” วาโรหน้าแดง “แต่เขามีเมียอีกเป็นสิบนะคะ”
“ถ้าเขายังมาหาเธอ เขาก็เป็นของเธอ ถ้าเขาโง่พอที่จะทิ้งเธอไป เขาก็เป็นพวกกู่ไม่กลับแล้ว” ราชาฮัซซา หันหลังโบกมือ จากนั้นเดินไป
วาโรมองหลังราชาฮัซซา วารีเดินมาหาเธอ
เธอหันหน้าหาวารี “เธอมีนัดกับออเบีย”
“ออเบีย? ตั้งแต่เมื่อไหร่?” วารีถาม
“เมื่อไหร่ไม่สำคัญ ฉันบอกว่าเธอมีนัด และมันเป็นนัดสำคัญ หวังว่าจะอยู่กันให้สะใจจนไม่คิดถึงกันเมื่อกลับ” วาโรพูดแล้วยื่นมือให้วารี
“เข้าใจแล้ว” วารีจับมือวาโร พาเธอเดินลงจากเรือ
หลังจากนั้นไม่นาน วารียืนหน้าห้องประชุมกับเหล่าแฟน “นี่คือกำแพงของโลก ความลับของโลกที่ราชาฮัซซารักษาไว้ ตอนนี้มีแค่ลูกเรือพิพากษาศูนย์ กับเจ้าหญิงออเบียที่รู้”
ผักชียกมือ “จากการคำนวณความเร็วน้ำ ท้องเรือเราหนาพอและหนักพอที่จะฝ่าไปได้ มันอาจยกนิดหน่อย และปืนมีสิทธิ์พัง แต่ตามหลักการมันน่าจะฝ่าได้”
“แต่ไปทางเรือมันอันตราย มีทางอื่นอีกมั้ย?” วารีถามผักชี
“อาจจะ แต่บนอวกาศก็มีแนวอุกกาบาตอยู่เหมือนกัน แต่ยากมาก เราถึงไม่เคยมีภาพจากฟ้านอกจากพื้นที่ 4 ทวีป” ผักชีส่งภาพไปให้วารี
วารีเอาภาพแนวอุกกาบาตขึ้นจอแทนกำแพงโลกให้ทุกคนเห็น
หวานกำลังหลับ น้ำลายยืดอยู่บนโต๊ะ
ไกอามองซ้ายขวา งงว่าทำไมเธออยู่ในห้องนี้เพื่อมาฟังความลับที่ถ้าคนทั่วไปได้ยินมันอาจวุ่นวายเกินควบคุม
เจ็นกิ้นและกลีน่ามองหน้ากัน อยากอุดหูเพื่อไม่ต้องรับรู้เรื่องที่ทุกคนจะพูด เธอยังคิดว่าตัวเองเป็นคนนอก
ผักชีพูดต่อ “แต่มันมีช่องอยู่ จังหวะที่ออกจากวงโคจรโลก มันจะไม่มีกำแพงอยู่จนกว่าจะขึ้นไปอีกสิบกิโลเมตร ถ้าจำเป็น เราสร้างจรวดที่ผลิตมาแค่เพื่อผ่านช่องนั้นแล้วลงจอดได้”
วารีคิดซักพัก “การที่เรายังไม่เจออะไรในอวกาศอาจเป็นเรื่องดี มันแสดงว่าอีกฝั่งก็ยังมาอวกาศเหนือเราไม่ได้ หรือมันแปลว่าไม่มีใครอยู่อีกฝั่ง”
“นั่นเป็นการคาดเดา เราพิสูจน์ไม่ได้” ผักชีขัด
“ใช่ ดังนั้น เราจะทำยังไงต่อ แผนฉันคือรวมทุกทวีปก่อน แล้วค่อยหาข้อมูลนอกกำแพง” วารีพูดเงียบๆ
ทุกคนคิดหนัก
หนูนาไม่เข้าใจว่าทำไมแค่ช่างแต่งหน้าแบบเธอก็ได้มารู้เรื่องหนักใจพวกนี้ด้วย
ท่านหญิงเสือดำเป็นคนแรกที่พูด “ด้วยประสบการณ์การทำธุรกิจ การมีสองศัตรูพร้อมกัน มันสร้างความเสียหายมากกว่าเอาชนะทีละหนึ่ง ฉันเห็นด้วยกับการรวมทวีปก่อน”
“เธอว่าไง วาโร?” วารีถามวาโร
“เราจะทำตามนั้น นั่นน่าจะดีที่สุด แต่เราต้องเร่งเครื่องให้ทันในชีวิตนี้ แต่เราไม่จำเป็นต้องรีบขนาดที่ทำให้ตัวเองบาดเจ็บ แล้วส่งต่อที่เหลือให้ลูกพวกเราต่อ” วาโรพูด
ฮิเมะพูดกับตุ๊กตา “อุซามิ… ดูแลลูกฉันต่อจากเราด้วย”
อุซามิขยับเอง “ได้เลย ฉันจะดูแลลูกเธอให้ถึงที่สุด!”
มันเป็นเสียงส่วนหนึ่งของเอโกะที่โหลดใส่ไปในอุซามิ มันถูกดัดแปลงและเปลี่ยนเป็นหุ่นยนต์เอไอที่ตอบด้วยได้ และมีความคิดของตัวเอง
เพราะไอโกะเรียกยากและเหมือนคำหยาบ ทุกคนเรียกว่าเอโกะโดยมีแรงบันดาลใจจากพี่เอโกะ
หงส์ฟ้ายกมือแล้วพูดทันที “แล้วศัตรูคนแรกคือใคร?”
“แน่นอน… ทวีปเหนือ เอาล่ะวันนี้น่าจะพอแล้ว กลับห้องพักผ่อนเก็บของเตรียมตัวกลับบ้าน เพื่อวาโรซีเมียเรีย” วารีวางมือไว้ที่อก
ทุกคนวางมือไว้ที่อก “““เพื่อวาโรซีเมียเรีย”””
“เพื่อวาโรซีเมียเรีย” เจ็นกิ้นพูดช้าสุด และลุกด้วยความหนักใจ
พี่อลิสตบหลังเธอ “อย่าคอตกไป เราเป็นผู้หญิง เรื่องความลับเป็นจุดแข็งของเรา ถึงรู้ดี แต่ไม่มีความสามารถพอทำอะไรได้ สิ่งที่ดีที่สุดคือไม่พูดอะไร และปล่อยเรื่องที่คนทำได้ทำดีกว่า”
“นั่นแหละที่หนูหนักใจ…” เจ็นกิ้นพูดแล้วพูดเบาๆต่อ “หนูอยากทำอะไรได้…”
“เรียนรู้ให้เยอะ เธอยังต้องโตอีกไกล ถ้าอยากกินนมแม่คนมาหาฉันได้ วารีบอกมันดีต่อร่างกาย” อลิสยิ้มให้เจ็นกิ้น
“ไม่ดีกว่าค่ะ เอาไว้ให้เด็กๆดีกว่า” เจ็นกิ้นโบกมือข้างหน้าปฏิเสธเต็มที่
“ก็ เพราะขนาดของฉันมันพิเศษอ่ะนะ มันเหลือใส่ขวดทุกรอบเลย น่า… ลองหน่อย” พออลิสยังยิ้มไม่หุบ
“อย่าแกล้งหนูสิพี่!” เจ็นกิ้นพูดแล้วคำนับ รีบเดินหนี
กลีน่ามาหาพี่อลิสแทนหลังจากนั้น “มีแบบขวดใช่มั้ยพี่?”
“ใช่ สนใจเหรอ?” พี่อลิสถาม
“ค่ะ เดี๋ยวหนูแอบเอาให้เธอกินเอง” กลีน่ายิ้ม
“ฮ่าฮ่า พี่น้องคู่นี้นี่” พี่อลิสพูด หัวเราะจับท้อง “มาๆ ตามมา”
พี่อลิสออกห้อง กลีน่าตามไปติดๆ
ลูน่า หัวหน้าแผนกสัตว์และเมียวารีนอกวงเดินไปปลุกหวานเพราะเห็นใจที่ทุกคนจะลืมเธอแล้วออกจากห้องไป
“หวาน!” ลูน่าเขย่าไหล่หวาน
“อ้ะ! หา!?... เอ้า! ภูเขาแครอทหายไปไหน?” หวานตกใจตื่น
“ประชุมเสร็จแล้ว กลับห้องเตรียมตัวกลับบ้าน” ลูน่าพูดด้วยเสียงอ่อนโยน
“ค่ะ!” หวานรีบเดินออกห้อง
ลูน่ามองก้นบะลั่กคั่กของหวาน รู้สึกอิจฉาในใจ ‘หรือฉันต้องผ่าตัดเสริมความงาม… แต่วารีไม่ชอบเรื่องแบบนั้นเพราะเขารู้สึกได้ สงสัยต้องออกกำลังกายหนักๆแทน’
ลูน่าออกคนสุดท้าย ปิดไฟห้องประชุม ปิดประตู
ในวังซาลาดูน
ออเบียกำลังเปลี่ยนเสื้ออยู่ในห้องเพื่อไว้ไปหาวารีในคืนนี้ตามที่วาโรบอกเธอ
คราวนี้เธอใส่เสื้อน่ารักๆเพราะไม่ได้คิดจะไปข้างนอก
ใช่ไปกินเหล้ามันก็ดีและมีโอกาสได้ชิดใกล้กันมากกว่า แต่โอกาสที่เธอจะจากวารี เธออยากแสดงมุมความเป็นหญิงให้เขาเห็นบ้าง แม้ว่าเพิ่งกลับมาจากการเหวี่ยงสามง่ามบนเรือเหล็กยักษ์
เมื่อแม่บ้านแต่งตัวเธอเสร็จและยืนเรียงแถวกันหลังเธอเสร็จ เธอพยักหน้ากับตัวเอง เต็มไปด้วยความมั่นใจ
เพราะเธอเป็นรุ่นต่อไปของประเทศซาลาดูน
“ขอบคุณทุกคนนะ” เธอพูดสั้นๆ แล้วเดินไปหน้าประตู มีทหารหญิงหน้าประตูเปิดประตูให้เธอ
แต่เมื่อเปิดเธอตกใจ คนที่ยืนข้างหน้าคือทหาร จากชุดน่าจะเป็นทหารส่งสาส์นที่กำลังจะเคาะประตู
“พอดีเลยครับท่านราชาฮัซซาพ่อท่านเรียกตัวท่านหญิงด่วน พร้อมไปกับผมเลยมั้ยครับ?” ผู้ส่งสาส์นพูด
เธอหันดูในห้องจนมั่นใจว่าไม่ลืมอะไรแล้วพยักหน้า แม้มีคำถามในใจคำใหญ่ว่า ‘ทำไมพ่อถึงเรียกเอาตอนนี้?’
ทหารหันหลังออกเดินทันทีอย่างเร่งรีบ ออเบียตามไปอย่างใกล้ชิดแม้เขาเคลื่อนที่ด้วยความเร็วผู้ชาย
เธอไปเรื่อยๆจนถึงห้อง ผู้ส่งสาส์นเคาะประตู “เจ้าหญิงออเบียมาแล้วครับ”
“เข้ามา” เสียงพ่อเธอดังออกมาจากห้อง
หัวใจออเบียเต้นแรง ‘ทำไมรู้สึกไม่ค่อยดี?’ เธอถามตัวเอง
เธอเข้าไปในห้อง เชิดหน้า ยืดอก
“แต่งตัวมางามมาก ลูกข้า” ราชาฮัซซาพูดก่อน
“ขอบคุณค่ะ” เธอคำนับพ่อ
หลังจากนั้นพ่อเธอจับปากกา ทำท่าจะเขียนเอกสาร แต่ไม่ได้เขียนอะไรลงบนกระดาษ
ออเบียทนความกระอักกระอ่วนในห้องไม่ไหว “หนูมีนัดกับวารี หวังว่าพ่อจะอนุญาต”
“เรื่องนั้นเหรอ? ไม่เลย พ่อไม่ห้าม… พ่อสนับสนุนเสียอีก” ราชาฮัซซาไม่ได้ร้องเพลง
พ่อจะทำแบบนั้นเวลาเครียดหรือเอาจริงเท่านั้น เขาเป็นคนที่ยิ้มเวลาเอาจริง แต่ทำอย่างอื่นตอนเครียด
จากคิ้วที่ชนกัน มันคือแบบหลัง เขาเครียด “มีอะไรในใจเหรอคะพ่อ?”
“ในใจ…” พ่อเธอลุกและก็เดินไปที่หน้าต่างมองเมือง เพราะติดไฟฟ้าแบบใหม่แล้วเราไม่ต้องใช้กิ้งก่าปล่อยแสงไฟอีกต่อไป “ก็ใช่”
ภาพเมืองที่ไฟสว่างทำให้ใจผู้นำประเทศสูงสุดฟู ประเทศมันพัฒนาทันทีแม้ ‘เขา’ เพิ่งมา
“บอกหนูได้เสมอค่ะ ไม่ว่าเรื่องอะไรหนูพร้อมแก้มันไปกับท่านพ่อ ถ้าเป็นศัตรูหนูจะไปกำจัดมัน ถ้าเป็นกบฏหนูจะเด็ดหัวมันและผู้เกี่ยวข้องออกไปให้หมด” ออเบียพูดด้วยความมั่นใจแม้ใจสั่น
“ถ้าเป็นเรื่องนั้นมันคงไม่พูดยากขนาดนี้ เราคงพูดกันแค่ไม่กี่คำก็หมดปัญหา” ราชาฮัซซาพูด ใจเขายิ่งหนักขึ้นจากความรู้สึกผิด
“อะไรที่มันจะยากเกินความเข้าใจกันและกันที่เรามี ท่านพ่อของข้า?” ออเบียยิกถาม ยิ่งนานเข้าเธอยิ่งอกจะแตก
พ่อเธอหันมา ตาเขาชื้น เหมือนเขาจะร้องไห้ได้ทุกเมื่อ
สองคนมองหน้ากัน อดีตที่อยู่ด้วยกัน ความทรงจำตอนถูกพ่ออุ้มบางส่วนยังไม่หายไปจากใจเธอ
ในที่สุดพ่อเธอถอนหายใจ “ฉันจะส่งเธอไปอยู่กับวารี”
“หา? ไม่ได้นะคะพ่อ หนูเป็นรุ่นต่อไปของประเทศนี้! เราไม่จำเป็นต้องอยู่ด้วยกัน ฉันจะดูแลซาลาดูนแทนพ่อ รวมทวีปใต้ให้เขา คุมมันให้เขา เราตกลงเรื่องนี้กันแล้ว ท่านพ่อจะไม่ยกหนูให้ใครนี่” ออเบียพูด คอแข็งเส้นเลือดขึ้น เธอโกรธพ่อ
“นั่นเป็นตอนแรกๆที่เขามา หลังจากนั้นมันมีบางอย่างเปลี่ยนไปแล้ว” ราชาฮัซซาพูด แม้น้ำตายังไม่ไหลลงมาให้เห็น เขาเช็ดมันก่อนมันจะรวมกันเป็นหยด
“และเหตุผลนั้นคืออะไร? มันจะเป็นอะไรไปได้ที่ผลออกมาเป็นแบบนี้?” ออเบียถามเสียงแข็ง
“...ก็ แม่เธอท้อง…” ราชาฮัซซาพูด แม้เสียงสั่นเครือมันมีหางเสียงแห่งความสุข ท้ายเสียงยกขึ้นสูงเหมือนเต็มไปด้วยความสุขในใจ
“เป็นไปไม่ได้! แม่เข้าเลขสี่แล้ว บอกหนูมาว่าหมอคนไหน บอก หนู! จะไปประดับปลายสามง่ามด้วยหัวมัน!” ออเบียพูดเสียงเย็นชา
“อย่าเป็นคนใจร้ายขนาดนั้นเลย พ่อไม่ได้เลี้ยงเจ้ามาให้เป็นคนแบบนั้น…” พ่อเธอพูดเงียบๆ
ตาออเบียเบิกกว้าง หลังจากนั้นเธอควบคุมอารมณ์ “ขออภัย” เธอกลืนน้ำลาย “แม่เข้าเลขสี่แล้ว ถึงผู้หญิงจะท้องไม่ได้ตอนห้าสิบ และยิ่งใกล้ยิ่งยาก นั่นเป็นความรู้ทั่วไป”
“มันเกิดขึ้นหลังหมอวารีแนะนำยาเสริมสุขภาพตอนเขามา แม่เธอเชื่อและกินมัน จากนั้นเขาก็มา พรสวรรค์ของซาลาดูน” พอเธอยิ้มอย่างเศร้าโศก
“แม้มีโอกาสที่เขาจะเป็นผู้ชาย แต่หนูอาวุโสกว่า หนูเหมาะกับซาลาดูนในอนาคตและทวีปใต้มากกว่า” ออเบียเริ่มให้เหตุผลของตัวเอง
“นั่นแหละที่ทำให้พ่อหนักใจ…” พ่อเธอหันมองหน้าต่างอีกครั้ง “ครั้งแรกที่แม่ท้อง พ่อไม่สนว่าลูกจะเป็นชายหรือหญิง แต่พ่อสาบานกับตัวเองไว้แล้ว ถ้าเป็นชาย พ่อจะสอน ‘ความรับผิดชอบ’ ถ้าเป็นหญิงกลับกัน พ่อจะสอน ‘ความสุข’ นั่นคือที่พ่อบอกตัวเอง”
ออเบียคิดหาทางตอบโต้อย่างมีเหตุผล และเธอก็นึกเรื่องดีๆได้ “นั่นเป็นการผลักภาระให้น้อง เขาอาจไม่ต้องการ หรือมันอาจมีเรื่องร้ายที่ทำให้เขาช้ากว่าคนอื่น”
“ขอพระเจ้าว่าอย่าเป็นแบบนั้น… แต่ นั่นก็ใช่”
“แถมพ่อยังไม่รู้อีกว่าเขาเป็นชายหรือหญิง”
“หมอวาโรซีเมียเรียมีเครื่องมือตรวจ และรู้ก่อนแล้วว่าเป็นชายเพราะแม่เธอท้องสองเดือนแล้ว”
ออเบียเงียบ น้ำตาออกมาจากตาแม้เธอรู้สึกแต่ความโกรธและอยากงอแง
“มันเหมือนปาฏิหาริย์ที่เธอลูกสาวข้าเจอรัก… แม้ดูผิวเผิน แต่เห็นได้ว่าลูกรักเขา ออเบีย ไม่ใช่เพราะเพศลูก แต่เพราะลูกรักเขา พ่อไม่อยากผูกลูกเข้ากับภาระ เพราะอนาคตลูกจะมีหลานกับเขา นั่นเป็นสิ่งที่พ่ออยากเห็น และเขาหรือเธอที่เป็นหลานนั่นแหละ จะเป็นสมบัติของลูกและพ่อ หลานพ่อ…” แม้น้ำตาจะไหลแหล่ไม่แหล่อยู่ แต่ราชาฮัซซายังยิ้มได้
แม้เธอไม่อยากพูด ออเบียก็ยังอยากพูด แค่อยากเถียงแบบเด็กๆ ‘เพราะหนูเป็นหญิงเลยเป็นเครื่องมือการเมืองใช่มั้ย?’ เธอคิด แต่เธอไม่ทำ
เธอรักพ่อเธอจากใจจริงมากกว่า ไม่อยากทำร้ายเขา
สองคนเงียบอยู่ในห้อง
“ถ้าแบบนั้น พ่ออยากให้หนูอยู่ด้วยความสุข?” ออเบียถาม
“ใช่”
“เพราจะไม่ให้ช้าไปจนพ่ออุ้มหลานไม่ไหว หนูจะมีหลานให้พ่อ น่าจะเสร็จก่อนปีหน้า วารีเขา… หมกมุ่นอยู่เหมือนกัน” ออเบียพูดเงียบๆ
“เรื่องวารีพ่อกะไว้แล้วแหละ แต่สรุปลูกจะทำอย่างที่พ่อขอ?” ราชาฮัซซาตาเปิดกว้าง ปาดตาชื้นๆอีกครั้ง
“ใช่ค่ะ อยู่กับเขาก็ดี ได้ไปสนับสนุนซาลาดูนจากที่นั่นก็ดี หนูได้มากเกินไปจนรู้สึกเหมือนมีแต่คนเอาใจ” ออเบียยิ้ม
“คนเราไม่มีใครสุข, ยิ้ม, หรือหัวเราะจนสิ้นลมลงตรงนั้น จงอยู่กับมัน ให้ทุกวันพ่อรู้ว่าลูกสบายดีและมีสุข พ่อจะไปส่งลูกด้วยตัวเอง ตอนนี้ ไปหา ‘เขา’ คนที่ชิงหัวใจลูกเถอะ” ราชาฮัซซาพูด ยิ้มใหญ่ให้ลูก
สองคนยิ้มให้กัน
“ไม่แน่พ่ออาจได้ลูกก่อนสิ้นปีหน้า” ออเบียยิ้มให้พ่อบ้างแม้ใจขุ่นด้วยหลายอารมณ์
“แบบไหนก็ดีทั้งนั้น! ลุยเลยลูกพ่อ!” ราชาฮัซซากำหมัดไว้หน้าตัวเอง
ออเบียยิ้ม คำนับจีบกระโปรงยกน้อยๆ หันหลังเปิดประตูออก ไปหาวารีตามนัด
“ทุกครั้งที่ออกเดิน มีแต่ย่ากย่ากย่ากย่าก” ตึ่งตึ่งแป๊ะตึ่งตึ่งตึ่งแป๊ะ วารีเปิดเพลงรอออเบียรออยู่ในสวนหลังวาโรยิกเขาให้มาหาเธอวันนี้
“เพลงแบบไหนล่ะนั่น?” ออเบียมาพอดีและถามวารี
“แร็พ… แต่งตัวสวยมากวันนี้” วารียิ้มและคำนับนิดๆ
ออเบียคำนับตอบ
วารีเห็นบางอย่าง ตาเธอชื้น ขอบตาแดง “มีเรื่องอะไรอย่างนั้นเหรอ?”
“ก็… นะ… เรื่องครอบครัว” ออเบียพูดเงียบๆ
“มันดีหรือร้าย? ฉันช่วยได้มั้ย?” วารีถามไม่อ้อมค้อม
“ก็ได้อยู่ มีลูกกับฉัน” ออเบียหน้าแดงมองหน้าวารีตรงๆแล้วพูด “เดี๋ยวนี้เลยยิ่งดี มันคือภารกิจของฉันแล้วตอนนี้”
“ฉะ, ฉัน…” วารีคิดตอบแบบอ้างนั่นนี่ หรือชี้แย้งว่ามันไม่เหมือนปรกติ แต่เขาเปลี่ยนความคิด “ฉันจะทำเพื่อผลิตลูกเต็มที่ ถ้าต้องการเชื้อ ฉันจะสนองให้เต็มที่… พร้อมสำหรับของใหญ่มั้ย? ถ้าแบบนั้นมันจะเติมเชื้อได้มากกว่า ตามการวิจัยนะไม่ได้พูดคิดไปเอง”
ออเบียมองไปที่อื่น หน้ายิ่งแดง “ฉันว่าจะลองซักวัน มันจะเร็วขึ้นเป็นวันนี้ฉันก็โอเค”
“ป่ะ ไปห้องฉัน” วารีพูดแล้วอุ้มออเบียวิ่ง
เมื่อไปถึงห้องวารีถอดเสื้อออเบีย พับวางไว้โต๊ะข้างเตียง ถอดเสื้อตัวเองโยนไปข้างหลังมั่วๆ จับออเบียนอน
เขาละเลงลิ้น รัวลิ้นสอดนิ้ว ชักของตัวเอง ตีหัวมัน
เมื่อของขยาย เขาเอารูดขึ้นลงเร็วๆปากรู อย่างหนึ่งเพราะให้มันลื่นและพร้อม อีกอย่างหนึ่งคือให้มันแข็ง
เมื่อได้ที่ของแข็งกำลังดี ยังไม่เกร็งและขยายตัว พอดีกับการเริ่มใส่และขยายทีหลัง
เขาไม่ใช้เปลี่ยนให้มันขรุขระเพราะออเบียน่าจะยังไม่พร้อมกับอะไรแบบนั้น
วารีซอยๆ สุด ซอยๆ สุด
เขาพ่นน้ำ เปลี่ยนท่า พ่นน้ำ เปลี่ยนท่า ทำแบบนี้ซ้ำๆ เที่ยงคืนผ่านไป และจนเกือบเช้าเขาถึงเสร็จกับออเบียที่ท้องปูดและสลบไปแล้ว
เช้า หน้าวังซาลาดูน
วารีส่งเหล่าแฟนขึ้นโดรน ขอบตาดำนิดๆจากการนอนดึก
ออเบียบอกลาพ่อ ทั้งสองคนกอดกัน
ออเบียถอนกอด จับมือพ่อเหมือนไม่อยากปล่อย “เพื่อซาลาดูน”
พ่อเธอกำมือ “เพื่อความสุข”
“เราจะเจอกันอีก หนูจะมาบ่อยๆ” ออเบียพูด หน้ามุ่งมั่น ตามีไฟ
“ประเทศนี้เป็นของลูกอยู่แล้ว เจอกันนะ ออเบีย”
“หนูจะอยู่ให้พ่อภูมิใจ พ่อคะ แม่คะ หนูรักพ่อ หนูรักแม่ ไปก่อนนะคะ” ออเบียปล่อยมือ ยิ้มลา
“ดูแล้ตั้วเองงงงง นะลู้กจ๋าาาาา” แม่เธอร้องเพลง
“มี้หลานเร้วเร็วนะลู้กน้าาาาา” พ่อเธอร้องเพลง
ออเบียหันหลัง ก้าวหนวดขึ้นโดรน