วารีพัฒนาประเทศต่ออย่างไม่หยุดยั้ง แถมคอยดูแลเหล่าเมียในฮาเร็มจนหมุนหน้าหมุนหลัง แต่ต้องมาเจอกับอดีตที่เคยผิดพลาดตามมาหลอกหลอนทั้งๆที่ลูกใกล้คลอด ทำให้เหล่าแฟนพากันมาช่วยเพื่อให้คนเดิมกลับมาหาพวกเธอ วารีอยากทำงานค้าขายให้ดี รักฮาเร็มให้เต็มหัวใจ แต่โดนรุมเร้าจากทั้งจิตใจในอดีตและเหล่าผู้ก่อการร้าย ทั้งๆที่เมียท้องกันยกชุด เขาต้องทำทั้งหมดให้ได้ดี และสุดท้ายเมื่อทุกอย่างพร้อม เขาจะรับหน้าที่ราชา
รัก,แอคชั่น,แฟนตาซี,ชาย-หญิง,เกิดใหม่,ต่างโลก,คลั่งรัก,ชาย-ชาย,หญิง-หญิง,ฮาเร็ม,ชาย-หญิง,หญิงรุก,yaoi,โรมานซ์,โรแมนติก,ต่อสู้,รักวัยรุ่น,เกิดใหม่,ทำงาน,สร้างตัว,ฝึกฝน,นางเอกเก่ง,พระเอกเก่ง,รัก,แฟนตาซี,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
กำพร้า ณ ต่างโลก ภาค 2วารีพัฒนาประเทศต่ออย่างไม่หยุดยั้ง แถมคอยดูแลเหล่าเมียในฮาเร็มจนหมุนหน้าหมุนหลัง แต่ต้องมาเจอกับอดีตที่เคยผิดพลาดตามมาหลอกหลอนทั้งๆที่ลูกใกล้คลอด ทำให้เหล่าแฟนพากันมาช่วยเพื่อให้คนเดิมกลับมาหาพวกเธอ วารีอยากทำงานค้าขายให้ดี รักฮาเร็มให้เต็มหัวใจ แต่โดนรุมเร้าจากทั้งจิตใจในอดีตและเหล่าผู้ก่อการร้าย ทั้งๆที่เมียท้องกันยกชุด เขาต้องทำทั้งหมดให้ได้ดี และสุดท้ายเมื่อทุกอย่างพร้อม เขาจะรับหน้าที่ราชา
ฟรี 5,000 คนแรก
ภาค 1 เกิดใหม่เล็งไข่ตั้งมั่น
https://www.plotteller.com/book_reading_novel/01J6K59JBZFBKF5WR1DS8Y86Q2
วารีมุ่งมั่นพัฒนาประเทศให้ขยายไปมากขึ้น และเอาของยอดนิยมโลกเก่ามาขายเพื่อเปลี่ยนยุคจากยุคขี่นกมาใช้รถและมอเตอร์ไซค์
แต่อดีตตามมาหลอกหลอนและต้องเจอกับกำแพงที่ตัดสินว่าอะไรถูกต้องและไม่ถูกต้อง
และเขายังต้องเตรียมพร้อมทุกอย่างให้ลูกที่ใกล้เกิดมาในอนาคตข้างหน้า
เขาต้องสู้พัฒนาสร้างทุกอย่างพร้อมจิตใจที่ปั่นป่วน แต่ยังดีที่เหล่าแฟนคอยดูเขาใกล้ชิดและตบหัวเขาทุกครั้งที่เขาง้องแง้ง
https://www.facebook.com/profile.php?id=100087843892571&mibextid=LQQJ4d
bluesky
https://bsky.app/profile/wayuwayutl.bsky.social
163 ลูกไร้นาม
ฉันชื่อเฟท แต่ก่อนฉัน… ไม่มีพ่อแม่
และฉันไม่ได้โชคดีที่ได้อยู่ในบ้านเด็กกำพร้า
บ้านเด็กกำพร้าส่วนใหญ่ไม่รับเด็กที่โตแล้ว
เพราะพ่อแม่เสียไปกระทันหันช่วงที่ฉันโตแล้วนิดหน่อย ฉันเสียโอกาสและที่ยืน
ฉันไปขอของกินตามร้านค้าๆต่างๆ บางวันก็ได้ของเหลือเวลาร้านปิด บางวันพวกเขาก็ทิ้งอาหารเหลือใส่หน้าฉัน แล้วให้ฉันล้วงเอาเองจากถังขยะ
ฉันอยู่แบบนั้นมาเป็นเดือน
แต่มาวันหนึ่ง กลางสายฝน
ใต้แผ่นสังกะสีกันฝน ในรูช่องกำแพงไม้ข้างทาง ในซอกมืดของเมือง
มีพี่สาวที่อายุห่างฉันไม่เกินสิบปียืนถือร่มมองฉันอยู่ในซอกมืดนั้น
หน้าเธอนิ่งและเหมือนคิดอะไรอยู่ในใจ
ฉันไม่พูดอะไร และแค่นึกว่าเธอแค่เห็นฉันเป็นของแปลกตา เธอคงมองฉันเพื่อความบันเทิง
ฉันมองหน้าเธอไม่หยุด ในซอกนั้น ฉันเริ่มโกรธในใจ มันไม่ใช่หน้าที่เธอเลยที่ต้องมามองฉัน
แต่เธอยังคงมองมาที่ฉัน
เพราะเธอไม่ได้แสดงท่าทีสมเพชหรือสงสารอย่างที่ฉันกลัว มันทำให้ฉันยังทนกับเธอได้
‘เพื่อน’ ฉันอยู่ไม่สุข เขาเริ่มวนรอบเธอ มองเธอหัวจรดเท้า
เขาเป็นใครน่ะเหรอ เขาเป็นคนไม่มีร่างที่มีแต่ฉันมองเห็น
แต่ก่อนฉันเคยบอกพ่อเรื่องเขา แต่พ่อทำโทษอย่างหนักด้วยการให้อดข้าว ฉันเลิกบอกใครเรื่องเขาหลังจากนั้น
สาวหูแหลมผิวเข้มหน้าฉันพูดมาหนึ่งประโยค “อยากได้ชีวิตใหม่มั้ย?”
ฉันพยักหน้าเบาๆ อ่อนแรงเพราะความหิว
เธอยื่นมือให้ฉัน ฉันจับแล้วลุก ลุกออกจากรูไม้สังกะสี
เธอเริ่มเดิน “ตามมา ถ้าหลงก็ลาก่อน”
ฉันตามด้วยแรงทั้งหมดที่มี ตากฝน ตามเธอพร้อมเพื่อน
เธอพาฉันมาในซ่องอันดับหนึ่งที่อยู่แถวนั้น ฉันไม่เคยเข้าใกล้ที่นี่เพราะการคุมเข้มโดนพนักงานชายที่นี่น่ากลัว
ฉันเข้าไปข้างใน เดาถึงอนาคตตัวเอง ฉันอาจจะกลายเป็นสาวบริการในอนาคต
แต่เธอไม่ได้พาฉันไปขาย พี่สาวหูแหลมพาฉันไปเข้าห้องอาหาร เธอยื่นถุงทองแล้วพูด “ไปเลือกของกินมากินไป แล้วมานั่งข้างฉัน”
ฉันเดินไปเลือกของกิน แต่มันไม่มีให้เลือก มันมีแค่ไก่ทอดและชา ฉันเลือกไก่ทอดมาสามชิ้น ฉันเลือกชิ้นที่เป็นน่องไก่เพราะมันน่าจะกินง่าย เพราะฉันไม่เคยกินน่องไก่ ฉันไม่รู้ว่ามันจะจริงแค่ไหน ฉันยื่นทองในถุงให้แม่ค้า
“มีเป็นเหรียญเงินอย่างเดียวนะ” แม่ค้าพูด
“ได้… มั้ง?... คะ” ฉันตอบ
ฉันรับเงินทอนเอาใส่ถุง ฉันหิวมากแล้วเพราะเมื่อวานไม่ได้กินอะไร ฉันเอามาแล้วฉันมีแผนกินแทนเมื่อวานที่ไม่ได้กิน
เมื่อฉันยกไก่ไปนั่ง พี่สาวหูแหลมมีแค่ชาอยู่ข้างหน้าตัวเอง พอฉันวางไก่ เธอหยิบน่องไก่ฉันไปกิน
ถึงฉันเสียใจที่น่องไก่หายไป ฉันไม่โกรธเธอเพราะมันเป็นเงินของเธอ ฉันคืนถุงเงินที่เธอให้ ฉันไม่ได้หยิบมันเกิน แต่เธออาจจะโทษฉันแล้วทำโทษฉันด้วยการขายฉันเป็นทาสเพื่อหากำไรก็ได้ หน้าตาฉันไม่ได้แย่ มันน่าจะเกินน่องไก่สามน่องกับชาหนึ่งแก้ว
เธอหยิบถุงทอง ไม่นับ ใส่กระเป๋าและกินน่องไก่จนหมด เธอกินเร็วมากจนคนหิวจัดอย่างฉันกินไม่ทัน
เมื่อเธอกินเสร็จ เธอหยิบผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดปากและมือที่มันน้ำมันฉันดูรูปลักษณ์ที่สง่างามของเธอและชมเธอในใจ
“ไม่น่าเชื่อ… ฉันเก็บคนมาเหมือนเก็บแมวไร้บ้านข้างถนน…” เธอพูดกับตัวเอง
ฉันรู้สึกเสียใจที่ตัวเองถูกเปรียบเทียบกับแมว ฉันมีค่ามากกว่าแมว ใช่มั้ย?
“พ่อแม่ไปไหน?” เธอถาม
“พวกท่านไปหมดแล้ว” ฉันกินให้หมดปากก่อนพูด
“ไปไหน? ถ้ายังไม่ไกลฉันพอหาคนตามให้ได้ จำหน้าพวกเธอได้ใช่มั้ย เดี๋ยวฉันจ้างคนให้วาดมันได้” เธอตอบมาด้วยความมั่นใจ ดีดตัวออกมาจากพนักพิง
ฉันเคี้ยว ส่ายหน้า พอเคี้ยวหมด “พวกท่านไปแล้ว จากโลกนี้”
เธอไหล่ตก ฉันเห็นปากเธอพูดว่าขอโทษ แต่ฉันไม่ได้ยินมัน
พี่สาวหูแหลมถอนหายใจ “ไม่มีครอบครัวคนอื่นแล้วเหรอ?”
“ไม่มีแล้วค่ะ…” ฉันพูดเศร้าๆ ฉันอยากร้องไห้ ยิ่งเธอพูดย้ำให้ฉันตอบเองแบบนี้ มันยิ่งเจ็บหัวใจที่ไม่มีใครบนโลกให้ฉันพึ่งพาได้เลย
มีแต่เพื่อนฉันที่คอยขโมยของกินมาให้ ฉันไม่มีใครอีกแล้ว
เธอคนชา จิบ วาง ถอนหายใจ “ฉันจะรับเธอมาเลี้ยงแล้วกัน แล้วค่อยยกให้เพื่อนฉัน… แบบนั้นน่าจะได้ เอาล่ะ! ไปที่สำนักงานข้าราชการ ฉันจะเอาเธอไปจดทะเบียน”
นั่นน่าจะดีกว่านอนข้างทาง ฉันตัดสินใจเดี๋ยวนั้น แต่ก่อนไป ฉันมีคำถาม “ค่ะ… ว่าแต่ พี่ชื่ออะไร ถ้าไปแล้วไม่รู้ชื่อผู้ปกครองมันน่าจะเสียหน้านะคะ”
“นั่นสินะ ฉันไม่ค่อยอยากบอกเลย ฉันจะยกเธอให้เขา และมันแปลกๆที่ยื่นสาวอายุน้อยๆให้ผู้ชาย… ยังไงดี?” เธอพูดแล้วมองเพดาน น่าจะคิดอะไรอยู่
เมื่อเธอคิดได้ซักพัก เธอส่ายหน้า
เธอถอนหายใจอีกครั้ง และพูด “ฉันชื่อนา คนที่จะเป็นแม่เลี้ยงเธอ”
“หนู… ไม่มีชื่อ” ชื่อเก่ามันจิ้มใจฉัน มันเจ็บ ฉันตัดสินใจทิ้งมัน
“มา ไปกับฉัน” เธอพูดแล้วลุก จากนั้นนั่งอีกครั้ง “กินให้หมดก่อน”
ฉันที่ลุกรอแล้วมองเธอนั่งใหม่อีกครั้ง แล้วนุ่งกินน่องไก่ต่อ
เมื่อน่องไก่หมด ฉันรีบซดชา มันยังร้อนพอดีกิน มันช่วยให้ฉันผ่อนคลายจากความเครียดที่ไม่รู้อนาคตอันใกล้
ฉันลุก เธอชี้ไปโต๊ะวางจานกินแล้วไกลๆ ฉันพยักหน้าแล้วรีบเอาจานไปวาง ฉันรีบกลับ รีบมากด้วย ฉันกลัวพี่เขาเปลี่ยนใจและหนีฉันไป
เมื่อกลับมา ฉันรู้สึกดีใจที่เธอยังอยู่ ใช่ ดีใจ ความรู้สึกนี้มันไม่เคยมานานเท่าไหร่แล้วนะ ฉันสงสัย
แม้มันเป็นเวลาที่อยู่ข้างถนนไม่ถึงสามเดือน แต่ประเทศนี้เน้นขายผู้หญิง ฉันหนีพวกแมวมองมานานจนรู้จักแต่ความเครียด
ฉันมายืนที่ที่ตัวเองนั่งกิน เธอเดินมาจับมือฉัน แล้วเราเริ่มเดิน
แต่พอเดินได้สองสามก้าวเธอหยุด หันมา หยิบผ้าเช็ดหน้าและเช็ดมือฉัน
โอ้ มันมีน้ำให้ล้างมือข้างที่วางจาน ฉันรีบเกินจนไม่ได้ล้าง พลาดซะแล้ว ฉัน
แต่ผิดคาด เธอเช็ดฉันเงียบๆ จากนั้น น้ำตามันออกมาจากตา
ฉันตกใจ งง อาย มันมาจากไหน?
เธอเช็ดมือเสร็จแล้วเงยหน้ามาเห็นฉันที่น้ำตาไหล เธอลูบหัวฉันแล้วสวมกอด “เสียใจให้เสร็จ ฉันจะช่วยดูแลเธอเต็มความสามารถ”
ฉันร้องไห้ กอดเธอ ความเศร้าที่เสียแม่และพ่อพร้อมกัน ความเศร้าที่ต้องอยู่ข้างถนน มันพรั่งพรูออกจากตามาทีเดียว หลังเก็บมานาน
ฉันสะอื้น ขี้มูกไหลเปื้อนเสื้อเธอ แต่เธอไม่สน ปลอบฉัน ลูบหลังฉัน จนในที่สุดฉันก็ร้องเสร็จ
ฉันเลิกกอดเธอก่อน แม้ฉันไม่อยากทำ เมื่อเธอเห็นฉันดีขึ้นแล้ว เธอเลิกกอดเหมือนกัน
เรามองหน้ากันซักพัก เธอจับมือฉันและออกเดินอีกครั้ง
เราเดินไปขึ้นรถม้าข้างหน้าหน้า มันแสดงให้เห็นว่าเธอเงินหนา
นานเท่าไหร่แล้วที่ฉันไม่ได้นั่งรถม้า ความรู้สึกเวลามันกระแทกเจอหลุมมันดึงความทรงจำนานมาแล้วแม้เจ็บหลังแต่มันทำให้ฉันดีใจอีกครั้ง
ฉันมองช่องหน้าต่างด้วยความตื่นเต้น มันเดินถนนใหญ่ที่คนพลุกพล่าน ไม่ได้เดินทางซอบหลืบที่ฉันอาศัยอยู่
ไม่นานก็มาถึง สำนักงานข้าราชการ เธออธิบายกับพนักงาน ไม่ปล่อยมือจากฉัน ฉันเริ่มสงสัยความสามารถตัวเอง ถ้าฉันปล่อยมือเธอจะหายไปไหม ฉันจะหลงไหม ไม่น่าจะหลงนะ พี่นาสวย เป็นเอลฟ์มืดอีกต่างหาก หุ่นเธอดีด้วย ฉันจำเธอได้แม่นและไม่เลิกมองเธอแน่ๆ
“ก็บอกแล้วไง อายุที่แต่งงานได้ 15 ไม่ใช่เหรอ? ฉัน 15 แล้วก็ต้องเลี้ยงลูกได้เหมือนคน 15 คนอื่นดิ จากตัวอย่างที่มีให้เห็นได้ง่ายและไร้การเปลี่ยนแปลงมา มันสมัครไม่ได้ยังไง? อธิบายมา! ถ้าไม่มีตัวอย่างที่ล้มเหลวก็แสดงว่าฉันเป็นแม่เธอได้” เธอพูดเสียงดัง มีอารมณ์โกรธ
“ก็เธอเป็นโสเภนี ฉันไม่จับเธอที่ทำงานก็ดีแล้ว” พนักงานเถียงเธอ เริ่มแสดงอำนาจ
‘แย่แล้ว พี่สาวต้องเจอกับข้าราชการ ไม่มีใครกล้าเถียงคนพวกนี้ ว่าแต่… พี่สาวเป็นโสเภนีเหรอ?’ ฉันตื่นเต้นและกลัวขึ้นมาทันที
“อีเลว! ฉันงัดพรมจรรย์ให้ดูเอามั้ย? สมองอย่างแกที่คิดได้แต่เรื่องแบบนี้รับผิดชอบไหวมั้ยถ้าตัวเองคิดผิด ไปเรียกผู้จัดการมาคุยดิ้!” เธอเถียงเสียงดังไม่หยุด
มีคนที่แต่งตัวดีกว่าข้าราชการที่เถียงกับเธอเดินมาข้างหลังเขา จับไหล่คนที่เถียง แล้วถามคนนั้น จากนั้นเขาพยักหน้า “เซ็นๆให้เธอไป อย่ามาสร้างสถานการณ์ให้งานช้า เธอ 15 ปี ซึ่งเลย 15 ปีตามกฎมาแล้ว”
“จะดีเหรอครับ? เธอทำงานที่ซ่องใหญ่นั่นด้วย เธออาจเลี้ยงไปขายหรือแอบขายก็ได้ เป็นไปไม่ได้ที่เธอยังซิง” เขาเถียง
คนแต่งตัวดีส่ายหน้า “ถ้าเรามีปัญหากับที่นั่น ฝ่ายที่จะเสียมีแต่เรา เพราะที่นั่นคุมข่าวทั้งหมดของประเทศ เซ็นให้เธอ นี่เป็นคำสั่งสุดท้าย”
“ครับ” ในที่สุดข้าราชการนิสัยไม่ดีก็ยอม
เขาค้นหาเอกสารเอามาให้เธอ
พี่นาเขียนแล้ว ยื่นมาให้ฉัน จากนั้นเธอฉุกคิด “เธอไม่มีชื่อ เอานิ้วจุ่มหมึกนี่แล้วแปะนิ้วโป้งลงไป”
ฉันทำตามที่เธอบอก
“ชื่อก็ไม่มี แม่ก็ซิง ไม่รอดหรอกเธออ่ะ” ข้าราชการยังไม่ยอมทิ้งความไม่ชอบพี่นา
“มันไม่ใช่เรื่องของเธอ มีเงินอะไรก็ทำได้” พี่นาพูด
เขาน่าจะเจ็บใจ จากที่ฉันเดา พี่นาน่าจะได้เงินใช้เยอะกว่าเขา
เรากลับด้วยรถม้าเหมือนตอนมา “เพราะเราต้องทำงาน เธอจะเป็นคนหิ้วเหยือกน้ำ เพื่อหาเงินเข้าตัวไว้ซื้อของเล่น ส่วนเรื่องกินกับเสื้อผ้าและของจำเป็นฉันดูแลเอง ส่วนชื่อเธอ เราจะตัดสินใจเมื่อเพื่อนฉันมา”
“ค่ะ” ฉันเต็มไปด้วยความดีใจ ความดีใจซ้ำๆหลายครั้ง
ในที่สุดฉันก็มีหลังคาคลุมหัว ฉันจะไม่ทำให้เธอผิดหวัง
หลังจากนั้นพี่นาใช้เวลาทั้งปีสอนมารยาท สอนเลข สอนความรู้ เมื่อเธอไม่มีอะไรสอน เธอให้ฉันเป็นเด็กยกน้ำ
ฉันแค่ยกถาดเหยือกน้ำและแก้ว เดินไปที่ชั้น แล้วบอกห้องกับพี่ๆที่คุมชั้นอยู่ ยื่นน้ำให้เขา
งานมีแค่นั้นและฉันเก็บเงินค่าขนมไปซื้อขนมที่อยากจริงๆ แต่ส่วนใหญ่ฉันเก็บไว้และไม่คิดเอาไปใช้ทำอะไร
ฉันอยู่ไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นลูกของทุกคน ทุกคนถามชื่อฉัน ฉันแค่บอกว่าไม่มี ทุกคนเลยเรียกลูก
ตอนฉันอายุ 11 หลังทำงาน 3 ปี พี่นาพูด “เขาจะมาแล้ว ใส่เสื้อผ้าสวยๆนะวันนี้ กล้าเจอเขารึยัง”
ฉันส่ายหน้า “หนูขอชั่วโมงนึงไปซื้อเสื้อก่อน”
“ได้ๆ ฉันไปละ จะไปเซ็นสัญญากับเขาเดี๋ยวนี้แหละ หลังจากนั้น ตลอดชีวิต ฉันจะเป็นผู้จัดการเขา เธอจะเป็นลูกที่ฉันเป็นแม่ และเขาเป็นพ่อ เข้าใจนะ?”
“เข้าใจแล้วค่ะ”
“ไปซื้อเสื้อ ไม่ต้องขนาดใช้เงินสี่ปีหมดนะ ให้ดีกว่าเรียบๆที่ใส่ทุกวันก็พอ”
“ได้ค่ะ” ฉันตอบ เธอเดินออกจากห้องไป
ฉันรีบเดินไปดูโหลเงินเก็บสองโหลข้างหมอน โหลเหรียญทองมีไม่เยอะ แต่โหลเหรียญเงินเต็ม ฉันหยิบทองทั้งหมดใส่ถุงจากนั้นเทคืนแล้วเหลือแค่เหรียญเดียว
เธอไม่ได้สั่งให้ฉันผลาญเงิน เธอสั่งให้ซื้อแค่ดีกว่าเสื้อขาวที่ใส่ทุกวัน มันต้องใช้ ‘สามัญสำนึก’ ฉันเอาทองเดียวไปร้านเสื้อที่ดีที่สุดเจ้าประจำเพราะเสื้อขาวที่นี่ใส่แล้วรู้สึกดีที่สุด
แต่เมื่อเลือกก็ผิดหวัง เพราะเสื้อสวยๆแพงเกินหนึ่งทองหมด
พนักงานน่าจะพอเดาได้ว่าฉันมีเงินเท่าไหร่ เขาชี้ไปที่ราวผ้ามือสอง
ฉันเดินไปเลือก ฉันไม่เคยใส่มือสอง แต่มันโอกาสพิเศษแถมฉันมีเวลาน้อย ฉันต้องเลือกด้วยความกดดัน
สุดท้ายฉันเลือกลายหน้าแมวกลางอก จ่ายเงินแล้วเก็บเงินทอนกลับบ้าน ฉันรีบเปลี่ยนแล้วกลับห้อง
เมื่อฉันถึงห้อง พี่นาบอกฉัน “เซ็นสัญญาเสร็จแล้ว มา จะพาไปเจอพ่อ”
เธอพาไปเข้าห้องประชุม ให้ฉันยืนหลังห้องก่อน
ที่นัดกันไว้คือเธอจะแนะนำฉัน จากนั้นให้ฉันเดินไปเจอเขา ‘พ่อเลี้ยง’
จากนั้นเขามองฉันเป็นระยะๆ เขาพูดสั่งงานคนนั้นคนนี้ตลอด
เมื่อสั่งงานทุกคนเสร็จ เขาถามอายุ ดูเข่า ดูเท้าที่มีใบไม้ขึ้น ถามชื่อฉัน
จากนั้น ฉันคือ ‘เฟท’ ยังไม่หมดแค่นั้น เพื่อนฉันได้ชื่อว่า ‘ซิ่นเนี่ยน’ ฉันตกใจที่เขาเชื่อว่าฉันเห็นซิ่นเนี่ยน
เขาให้ฉันดูงานทุกคน เล่นเหมือนเด็กทั่วไป และทำอะไรที่อยากทำ จากนั้นสั่งให้พี่สาวช่างตัดผ้าทำเสื้อผ้าให้ฉันใส่
หลังจากนั้นฉันเลือกเสื้อเชิ้ตขาวและกระโปรงดำยาวเป็นเครื่องแบบประจำตัว
ฉันดูและช่วยงานพี่ผักชี แผนกประดิษฐ์ ฉันดูงานพี่ฟลอร่าที่เป็นแผนก ‘จิตวิทยา’ ที่ไม่ใช่ของพี่วารี
หลังจากนั้นพี่ทั้งสองคนบอกว่าไม่มีอะไรจะสอนฉันอีกแล้ว ฉันศึกษางานต่อ ฝึกงาน และเริ่มทำงานเสริมของตัวเอง ไล่วิญญาณร้ายและสื่อสารกับเหล่าวิญญาณที่ยังมีเรื่องค้างคา ทำให้ครอบครัวพวกเขาช่วยให้เขาไม่ต้องค้างคาอยู่ที่โลกนี้
เราเลิกอาศัยอยู่ที่ดงเสือดอกเล่นน้ำ เราจากลาพ่อเลี้ยงแม่เลี้ยงทุกคนของดงเสือดอก ลาแม่เสือดำ และตามแฟนใหม่ไปประเทศของเธอ ‘วาโรซีเมียเรีย’
เรามาพร้อมแฟนพ่อวารีที่นับทีต้องใช้สองมือ ฉันเริ่มสงสัยว่าเขาโลภมากหรืออะไรซักอย่าง แต่ที่ถามแม่อายะกับแม่เรฟเนสที่เป็นอดีตโสเภนีบอกว่าเขาไม่ได้โรคจิตอย่างที่ฉันคิด และเป็นคนที่ให้เกียรติผู้หญิง
เรามาที่บ้านใหม่ที่วาโรซีเมียเรีย
ฉันได้ทำงานแผนกจิตวิทยา และแผนกวิญญาณที่ฉันตั้ง แต่หลังๆงานแผนกวิญญาณเยอะกว่าทำคนเดียวได้
ซิ่นเนี่ยนเรียนดาบ เราตัดสินใจเป็นแฟนกัน ฉันฆ่าวิญญาณแรกที่ระรานฉันตอนฉันคิดอะไรผิดๆ
แต่หลังจากนั้นฉันก็เข้าใจ มันเพราะฉันไม่เปิดใจให้คนอื่นเลย
ฉันทำงานและทำงานเก็บเงินมาเรื่อยๆ
ฉันไปต่างประเทศในทวีปตะวันออก ได้รู้จักเจ้าหญิง และตอนนี้เป็นแฟนกัน
หลังจากนานจนจำช่วงที่นอนข้างถนนไม่ได้แล้ว โรงเรียนเสร็จและพ่อวารีบอกให้ฉันกับอุมิแฟนฉันเรียนที่นั่น
ฉันเข้าใจว่าอุมิมาในตำแหน่งนักเรียนแลกเปลี่ยน แต่เข้าโรงเรียนหลังจากที่เชี่ยวชาญเรื่องจิตวิทยากับกลไกเครื่องจักร และการสื่อสารกับวิญญาณ ฉันต้องกลับเข้าไปเรียนโรงเรียนอีกครั้ง
พ่อวารีบอกว่าเรารู้เยอะแล้ว เราจะแค่ให้เข้าเรียนสามปีเท่านั้นและตัดจบเลย หนึ่งมันเพื่อโฆษณาว่ามีลูกของราชา และนักเรียนแลกเปลี่ยนที่เป็นเจ้าหญิงอีก
ฉันยอมหลังเถียงจนหาหลักต้านทานเหตุผลของพ่อไม่ได้ ฉันยอมหลังเขาทำหน้าเศร้าและแค่พูดว่า ‘พ่อแค่อยากให้ลูกมีเพื่อน’
มันจี้ดหัวใจฉัน ถึงพ่อฉันพูดไม่เยอะ เหมือนฉัน ฉันรับรู้ได้ว่าเขาใส่ใจ เขาคิดทุกครั้งเวลาจะให้ฉันทำอะไรบางอย่าง
วันที่ฉันฆ่าวิญญาณ แม่ทุกคนแตกตื่นมีแต่พ่อที่มองด้วยหน้าดุ แล้วถาม ‘ซิ่นเนี่ยนอยู่มั้ย?’
เขาแคร์ฉันแคร์เพื่อนตลอดชีวิตของฉัน ซิ่นเนี่ยน ฉันหาพ่อดีกว่านี้ไม่ได้แล้ว
ฉันตัดสินใจเข้าโรงเรียนพร้อมอุมิ
จะว่าไปมันก็ดีที่ได้พักจากการงานเครียดๆ แต่ฉันกังวลเรื่องกองงานสำคัญที่ฉันต้องจัดการหลังครึ่งปี
มาตอนนี้ อายุ 16 ฉันนั่งกลางม้านั่ง อุมินั่งด้านขวา ซิ่นเนี่ยนนั่งด้านซ้าย ฉันเล่าอดีตทั้งหมด
อุมินั่งฟังไปร้องไห้ไป “ฉันเสียใจด้วยนะ”
ฉันพูดธรรมดา “อย่าเสียใจ ฉันเจอพ่อแม่ที่ดีที่สุดในโลก ใช่มะ? เห็นมะซิ่นเนี่ยนก็เห็นด้วย”
อุมิเช็ดหน้า “มันทำให้ฉันมองพ่อฉันดีขึ้นเยอะ และหน้าที่ที่ฉันเรียนมาตกกระป๋องหมดเทียบกับเธอที่ลำบากมาแล้ว ตอนนี้เธอถึงสบาย เงินเก็บเต็มกระเป๋า”
“คนเราไม่มีกำแพงบ่งบอกว่าตอนไหนต้องหยุดพัฒนาตัวเอง ยิ่งเราไม่ล้มเลิก เรายิ่งดีขึ้นกว่าเมื่อวานได้ ฉันจะพัฒนาเรื่อยๆจนร่างกายไม่ไหวฉันถึงจะหยุด” ฉันตอบตามที่คิด ตามที่พ่อวารีสอน
อุมิพิงไหล่ฉัน เมื่อซิ่นเนี่ยนเห็นเขาทำตาม ฉันดันแค่เขา “ห้ามแต๊ะอั๋ง”
เขาบ่นทำไมอุมิทำได้เสียงดังแม้อุมิไม่ได้ยิน แต่ฉันแค่ทำกากบาทใส่เขาและส่ายหน้า
เขาเตะก้อนหิน มองพื้นงอน
“นี่ เจ้าหญิงฮาโมนี่… มันดีเนาะที่เรามีเวลาว่างไม่ต้องกังวลเรียนเรื่องมารยาทและคุยกับขุนนางบ้านนั้นบ้านนี้” อุมิพูด ยังพิงไหล่ฉันอยู่ เจ้าหญิงฮาโมนี่เป็นฉายาที่ชาวบ้านและพนักงานเรียกฉัน แม้ฉันเป็นแค่ลูกเลี้ยง
“ฉันไม่เคยมีประสบการณ์นั้น แต่ฉันชอบงานฉันนะ มันเหมือนได้ทำอะไรซักอย่างให้สังคม” ฉันตอบ
“คนบ้างานอย่างเธอนี่… ไม่โรแมนติกเลย” อุมิบ่น หัวยังพิงไม่เลิกอยู่
ฉันขำนิดๆ มันเป็นเรื่องปรกติแล้วที่ได้ขำ หลังจากได้พ่อ ฉันขำแทบทุกวัน
เรื่องกังวลหมดไป เรื่องปากท้องหมดไป
ฉันมีหลังคาคลุมหัวถาวร มีเสื้อสวยๆให้ใส่ แม้ไม่ค่อยได้ใส่นอกจากออกงาน
ใบไม้ที่เท้าเริ่มหายไป เชื้อแม่ที่เป็นนางไม้คงหมดไปแล้ว แต่ฉันยังมองตัวเองเป็นครึ่งนางไม้เพื่อระลึกถึงเธอ
ฉันได้เพื่อนที่โรงเรียนหลายคนทั้งชายและหญิง เพื่อนๆชอบถามเรื่องดวงกับฉัน บางทีฉันคุยกับวิญญาณพ่อแม่พวกเขาที่ตามอยู่ และไปโลกหน้าเมื่อพวกเธอหรือเขาเรียนจบ
ฉันเอาเรื่องดวงไปถามพ่อ พ่ออธิบายไพ่ยิบซี ฉันจ้างแม่เอวาลินแผนกรูปวาดรูป พิมพ์ แล้วเอามาใช้
มันเป็นการสับไพ่ กางให้เลือก 3 ใบด้วยจิตมุ่งมั่น แล้วฉันเล่าตามรูปที่ออกมา
ส่วนใหญ่มันบวกกับถามวิญญาณและจิตวิทยา ฉันเลยทำได้ดี
เพราะอดีตที่เศร้า ฉันมีความสุขกับความสงบสุขทุกวัน
ฮาเร็มพ่อขยายขึ้น และไม่กี่เดือนก็ขยายอีกแล้ว ฉันเริ่มสงสารแม่วาโรและหลายๆคน
แต่ก็นั่นแหละทั้งหมดของฉัน
แต่ตอนนี้ ฉัน มนุษย์ครึ่งนางไม้ ชื่อเฟท พร้อมซิ่นเนี่ยนและอุมิเป็นแฟน ฉันพร้อมเผชิญโลกเบื้องหน้าทุกวันข้างหน้า