วารีพัฒนาประเทศต่ออย่างไม่หยุดยั้ง แถมคอยดูแลเหล่าเมียในฮาเร็มจนหมุนหน้าหมุนหลัง แต่ต้องมาเจอกับอดีตที่เคยผิดพลาดตามมาหลอกหลอนทั้งๆที่ลูกใกล้คลอด ทำให้เหล่าแฟนพากันมาช่วยเพื่อให้คนเดิมกลับมาหาพวกเธอ
วารีอยากทำงานค้าขายให้ดี รักฮาเร็มให้เต็มหัวใจ แต่โดนรุมเร้าจากทั้งจิตใจในอดีตและเหล่าผู้ก่อการร้าย ทั้งๆที่เมียท้องกันยกชุด เขาต้องทำทั้งหมดให้ได้ดี และสุดท้ายเมื่อทุกอย่างพร้อม เขาจะรับหน้าที่ราชา
รัก,แอคชั่น,แฟนตาซี,ชาย-หญิง,เกิดใหม่,ต่างโลก,คลั่งรัก,ชาย-ชาย,หญิง-หญิง,ฮาเร็ม,ชาย-หญิง,หญิงรุก,yaoi,โรมานซ์,โรแมนติก,ต่อสู้,รักวัยรุ่น,เกิดใหม่,ทำงาน,สร้างตัว,ฝึกฝน,นางเอกเก่ง,พระเอกเก่ง,รัก,แฟนตาซี,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
159 พิพากษา 0
กลางเดือน 9 ยุคตีกันปี 124
ไกอากำลังตรวจดินในหมู่บ้านที่เตรียมไว้เป็นหมู่บ้านปลูกพืชเพื่อการค้าขาย
ดินร่วนผ่านมือเธอไป และแห้งเกินดินที่อุดมสมบูรณ์ทั่วไป
เธอรู้ทันทีว่าปลูกพืชประเภทผักเหมือนที่อื่นไม่ได้
ภูติดินที่นี่ดูแก่กว่าภูติที่บ้านเธอ มันพูด “ดินที่นี่มีทรายอยู่เยอะ ถ้าจะปลูกอะไรก็ต้องเลือกหน่อยน้า”
“มีผักอะไรที่แนะนำมั้ย?” ไกอาถามภูติถึงมีผักในใจอยู่แล้ว แต่ถามไว้ก่อนเพราะภูติที่มีอายุมากส่วนใหญ่รู้ดีกว่าเธอ
“โฮ่ ดินที่นี่น่ะเหรอ? อะไรดีน้า… อื้ม ดูเหมือนพืชกินหัวจะดีกว่าน้า ที่นี่สนิทกับภูติพวกนั้นล่ะน้า” ภูติจับคางคิดแล้วบอกเธอ
“แล้วถั่วล่ะ ดีมั้ยคะท่านผู้เฒ่า?” ไกอาถามเรื่องที่เธอมีในใจ
“ก็น้า… พวกนั้นชอบก่อเรื่อง แต่หลังจากปลูกดินก็จะดีด้วยน้า ก็ดีล่ะน้า ถ้าอยู่กันนานๆเดี๋ยวก็ชินกันเองแหละน้า” ภูติเฒ่าพูด
ไกอาหันไปพูดกับพนักงานชั้นสูงของซาลาดูน “ตามนั้นแหละนะ ก่อนอื่นเราจะปลูกถั่วบำรุงดิน จากนั้นปลูกพืชหัวตามตลาด และสลับกับการปลูกถั่วไปด้วย”
พนักงานจดลงสมุดและทำหน้างงๆมองภูติ “เราเชื่อพวกนี้ได้เหรอครับ?”
“เฮ้” ไกอาโกรธทันที “อย่าพูดแบบนั้นกับเหล่าภูตินะ พวกเขาก็มีหัวใจ”
“โฮ่ โฮ่ โฮ่ ขอบคุณที่ปกป้องข้า สาวน้อย แต่ไม่จำเป็นหรอกน้า มันเป็นปรกติที่เจ้าหนุ่มนี้เห็นและแคลงใจว่าข้ามาดีหรือมาร้าย ทุกคนที่เห็นข้ากังขาอย่างนั้นตลอด ข้าไม่โทษเจ้าหนุ่มนี่หรอกน้า สาวน้อย” ภูติเฒ่าพูด
“เอิ่ม… ข้าขออภัย ท่านผู้เฒ่าภูติ ผมขาดประสบการณ์” พนักงานขั้นสูงพูด
“เห็นไหมนายพูดแบบนั้นเขายังยกโทษให้เลย เท่านี้ก็คืนดีกันแล้ว เราไปดูแม่น้ำต่อเลย” ไกอาพูดและเดินโดยมีภูติน้ำเฒ่านำ
ไกอาคิด ‘ภูติจะออกมาเมื่อมีคนเชื่อดิน น้ำ ลมและไฟ แต่ภูติที่นี่มีแต่ภูติเฒ่า เราต้องเพิ่มเรื่องความเชื่อต่อธาตุให้มากขึ้นเพื่อให้ภูติใหม่เกิดขึ้นมาบ้าง อา… เรื่องพวกนี้ยากจัง’
ภูติเฒ่าลอยมาถึงแม่น้ำสายเล็กๆ “ออกมาซิเพื่อน”
แสงเหมือนหิ่งห้อยที่ชัดแม้ตอนพระอาทิตย์สาดแสงลอยขึ้นมาจากสายน้ำเส้นเล็กๆ
จากนั้นแสงสว่างวาบและสไลม์มีปีกตัวใสโผล่มาแทน
แต่ที่ต่างจากภูติทั่วไปคือภูติตัวนี้ก็แก่มีหนวดเหมือนกัน
“มีอะไรถึงเรียกข้ามาน้า” ภูติเฒ่าน้ำพูด
“แม่สาวมาถามเรื่องแม่น้ำล่ะน้า” ภูติเฒ่าดินตอบเพื่อน
“ลองกินดูแล้วจะรู้แหละน้า” ภูติน้ำเอามือไขว้หลังแล้วพูด
ไกอาตักน้ำในแม่น้ำสายเล็กด้วยมือแล้วชิม
จากนั้นเธอดูดใส่หลอดูด ล้วงเครื่องอะไรซักอย่างมาจากกระเป๋าหลัง ฉีดน้ำลงไปในหลอดที่อยู่บนเครื่อง จากนั้นเครื่องก็ทำงาน
เมื่อเครื่องทำงานเสร็จมันก็รายงานสารและแร่ธาติต่างๆที่มีในน้ำ
มันอุดมไปด้วยแร่ธาติมากมายที่ดีต่อสุขภาพ
ไกอาตัดสินใจ “ขยายแม่น้ำนี้ให้ใหญ่ซักสองเมตรให้ยาวที่สุดเท่าที่ทำได้ แล้วใช้มันเพื่อเป็นแหล่งน้ำให้ฟาร์มและไร่”
พนักงานจดลงสมุดมองแม่น้ำ “มันอาจต้องใช้เวลานานหน่อยนะครับ”
“ต้นน้ำมีน้ำไม่จำกัด แต่มันเพราะทางที่คดเคี้ยวมันเลยเล็กเท่านี้ที่ปลายสายแหละน้า” ภูติน้ำเฒ่าพูดขึ้นมา
“เอาล่ะ ส่วนพื้นที่ที่เหลือปลูกแก้วมังกรกับสับปะรดเอา แล้วพื้นที่แหว่งๆก็ลองทดลองปลูกอย่างอื่นแซมดูแล้วกัน เราหมดธุระกับที่นี่แล้ว” ไกอาพูดและหันหาภูติเฒ่าสองตัวที่กำลังคุยกัน “ขอบคุณที่มาให้ความรู้เราในวันนี้นะคะ หนูขอตัวก่อน แล้วเจอกันค่ะ”
“เจอกัน สาวน้อย แต่สักครู่ได้มั้ยน้า?” แต่ก่อนไปภูติดินเฒ่ามองเพื่อน ภูติน้ำเฒ่าพยักหน้า
เมื่อพยักหน้าให้กันเสร็จ ภูติเฒ่าสองตัวบินไปที่ก้นไกอาแล้วเอาแก้มแนบก้นเธอ ““โอ้! นี่แหละที่ต้องการ!””
ไกอาหันไปเอาสันมือทุบหัวภูติเฒ่าทั้งสองทันที และด้วยแรงผสมการออกกำลังกายได้นานแล้ว มันไม่ได้แรงธรรมดา
ภูติเฒ่าสองตัวหัวพุ่งปักพื้น ขาชี้ฟ้า
ไกอาปัดฟุ่นออกจากมือ “ไปเถอะ ทิ้งสองเฒ่านี่ไว้นี่แหละ”
จากนั้นพนักงานระดับสูงกับเธอไปขึ้นโดรนส่วนตัว
โดรนบินออก ไกอาคิดในใจ ‘ไม่คิดว่าแค่ออกมาไกลบ้านไม่นานเราก็เป็นคนที่พัฒนาฟาร์มระดับประเทศ มันไม่สบายเท่าดูแลแต่บ้านตัวเอง แต่ความอิ่มเอมที่ได้จากการช่วยภูติทีเดียวเยอะๆ มันรู้สึกเต็มอิ่มจัง’
ไกอามองฟาร์มเล็กๆแล้วรอคอยที่จะได้เห็นฟาร์มต่อไปอย่างตื่นเต้น
อู่แห้งซาลาดูน อู่ต่อเรือแห้งริมทะเล
ในอู่แห้งมีทหารยืนอยู่มากมายในชุดเครื่องแบบและปืนกลอัตโนมัติ
ทหารในเครื่องแบบพิธีการจำนวนมากอยู่ที่ด้านข้าง และมีทหารในชุดเกราะกันกระสุนยืนเรียงแถวกันอยู่หน้าเรือพิฆาต
ราชาฮัซซาแห่งซาลาดูน ประกาศ “ขอแสดงความขอบคุณสำหรับทหารทุกคนที่อาสามาร่วมพิธีปล่อยเรือรบลำแรกของเรา… มันเป็นเรือใหม่จากวาโรซีเมียเรีย แต่มันสร้างขึ้นจากประเทศเรา ด้วยน้ำมือแรงงานของเรา เราพูดได้ว่าเป็นเรือเหล็กลำแรกของเราเลย…” ราชาฮัซซาพูดประกาศเสียงดัง
เขาไม่ได้ร้องเป็นเพลง แต่พูดประกาศด้วยเสียงดังกังวาล
ราชาใส่ชุดเต็มยศ ถือสามง่ามสีแดงในมือ ชุดขาวกระดุมทอง พร้อมปืนลูกซองกระบอกคู่สามกระบอกเหน็บที่อก
“และวันนี้จะเป็นวันแรกที่มันล่องลอยบนน้ำของเรา… ข้ารู้สึกดีใจ และรู้สึกถึงอำนาจการต่อสู้ที่เราจะมีต่อไปในอนาคต… ลาก่อนเหล่าโจรสลัดบนเรือใหญ่… ลาก่อนฝูงโจรสลัดเรือเล็ก… อาวุธเคลื่อนที่ใหม่เราจะออกเรือวันนี้!” ราชาฮัซซาพูดเสียงดังขึ้น
ทหารทุกคนมองราชาฮัซซา กลืนน้ำลายด้วยความตื่นเต้น
“ข้าขอตั้งชื่อเรือพิฆาตลำแรกของเรา และชื่อที่ข้าจะตั้ง นั่นก็คือ!… ‘ซาลาดูนนาวี พิพากษา ศูนย์’!” ราชาฮัซซาประกาศ
หวืด!!! เสียงหวูดเรือดังขึ้นเหมือนประกาศว่าดีใจที่ได้ชื่อและพร้อมออกเรือ
วารีที่อยู่ในพิธีจับมือกับวาโรขึ้นเรือด้วยสะพานขึ้นเรือที่โรยลงมาจากริมเรือ
ราชาฮัซซาขึ้นเรือมาด้วยพร้อมกับออเบียลูกสาว ทั้งสองคนถือสามง่ามสีแดงเหมือนประกาศว่าพร้อมสู้
ทั้งสี่เดินไปเข้าสะพานเรือ ทหารกดปุ่มทำงานและกัปตันเรือคุมพวงมาลัยเรือ
“ให้ทหารทั้งหมดขึ้นไปข้างบนแล้วเติมน้ำเข้าอู่แห้ง” ราชาฮัซซาประกาศ
ทหารกดปุ่มประกาศ “ขอให้ทุกท่านที่มาร่วมงานย้ายไปด้านบน เราจะเติมน้ำเข้าอู่แห้ง ได้โปรดหลบไปในที่ปลอดภัย” ประกาศดังออกลำโพงใหญ่ของเรือ
ทหารที่ต่อแถวขึ้นเรืออย่างเป็นระเบียบ วารีไปที่ริมรั้วดาดฟ้าเรือเพื่อดูเหล่าแฟน
เหล่าทหารรักษาความปลอดภัยเดินปิดท้ายทุกคน ค้นหาทุกห้องเพื่อตรวจสอบว่าไม่มีใครเหลืออยู่
เมื่อทหารรักษาความปลอดภัยตรวจเสร็จ ระบบสื่อสารในเรือดัง “ทุกคนขึ้นไปที่ปลอดภัยแล้วครับ”
“ดีมาก” ราชาฮัซซาพูด “เติมน้ำเข้าอู่แห้ง”
ประตูอู่แห้งค่อยๆเปิด น้ำเทเข้ามาในอู่แห้ง จากนั้นทุกคนบนเรือรู้สึกได้ว่าเรือกำลังลอย
น้ำเข้ามาเรื่อยๆ เรือลอยขึ้นเรื่อยๆ จนสุดท้ายเรืออยู่เหนือระดับน้ำทะเล
“ออกเรือ” ราชาฮัซซาชี้มือประกาศ
ทหารกดปุ่ม สั่งห้องเครื่อง “เปิดเครื่องยนต์เรือ”
ใบพัดหมุน จากนั้นมันเหมือนเวทมนตร์ในสายตาทุกคนที่อยู่ในอู่แห้งซาลาดูน
เรือที่เป็นเหล็กทั้งลำ แถมแบกปืนใหญ่ไว้บนเรือแล่นออกไปด้านหน้า
เรือออกจากอู่แห้ง แล่นไปเรื่อยๆด้วยความเร็วสูง ราชาฮัซซาเหงื่อออกด้วยความตื่นเต้น เต็มไปด้วยพลังอำนาจ เรือเหล็กทั้งลำที่ไม่ว่าอะไรก็สร้างความเสียหายไม่ได้แล่นได้บนน้ำจริงๆ
ยังไม่พอแค่นั้น มันยังมีปืนใหญ่ที่กระสุนไม่กี่นัด ทองไม่กี่เหรียญทำศัตรูจมได้เป็นร้อยลำ
“ด้วยเรือรบลำนี้… ข้าคิดอะไรดีๆออกแล้ว วารี เข้ามานี่” ราชาฮัซซาเรียกวารี
วารีเดินไปหาราชา “มีอะไรเหรอท่านราชา?”
“ข้ามีเรื่องจะบอก มันมีความลับหนึ่งที่เรารู้มาหลายร้อยปี มันเป็นบางอย่างที่ต้องเห็นด้วยตา แต่เมื่อเห็นมัน เราจะเชื่อว่านอกจากพวกเราสี่ทวีป มันไม่มีใครอื่นอีก ข้าอยากเห็นมันพร้อมเจ้าเพื่อดูว่าตำนานมีจริงมั้ย แต่ข้าต้องถามใจเจ้าด้วยว่าเจ้าอยากเห็นมั้ย? ความลับของโลกนี้” ราชาฮัซซาพูด
“ความลับของโลก… ได้เลยท่านราชา ข้าพร้อมไปดูความลับโลกพร้อมกับท่าน” วารีพูดเมื่อตัดสินใจเสร็จ
วารีเดินกลับไปข้างวาโร เธอถามทันที “มีอะไรเหรอ?”
“ราชาฮัซซาอยากให้เราได้เห็นความลับโลกพร้อมกับเขา แต่ฉันไม่รู้เหมือนกันว่ามันหมายถึงอะไร เขาบอกว่าทำไมเรามีแค่ 4 ทวีแ” วารีพูดบอก
วาโรจับคาง “ความลับโลก ในตำนานประเทศเราก็มีอะไรแบบนั้นอยู่แต่ฉันตัดสินใจที่จะไม่เชื่อมัน” วาโรพูด
“มันเกี่ยวกับทำไมเรามีแค่ 4 ทวีป และนั่นคือทั้งหมดมั้ย?” วารีถามเพิ่มเติม
“ใช่ มันบอกไว้ว่ามีบางอย่างอยู่ในทะเลลึกนอกจากเหล่าสัตว์ประหลาดน่ากลัว มันเป็นสิ่งที่ตัดสินว่าเรามีกันแค่นี้” วาโรบอก
“นั่นเหมือนกันกับที่ราชาฮัซซาบอก แต่ถ้ามันเป็นตำนานประเทศเธอ ทำไมเธอไม่เชื่อมันล่ะ?” วารีอยากรู้
“มันน่าหดหู่น่ะสิ อะไรกันที่บอกว่า โลกมันมีแค่นี้ 4 ทวีปและไม่มีอะไรอีกแล้ว คิดดูดิว่าโลกใหญ่แค่ไหน แล้วเราเล็กแค่ไหน ไม่มีทางหรอกที่มันจะหมดแค่ 4 ทวีปที่เรามี” วาโรคิ้วขมวดบ่น
วารีลูบหลังเธอ หวังให้เธอลดความโกรธ
ทั้งสองคนมองออกดาดฟ้าเรือ ต่างคนต่างไม่พูดอะไร
เรือแล่นไปเรื่อยๆ กัปตันประกาศ “อีกห้านาทีถึงน้ำลึกครับ!”
“สัญญาณหินวิญญาณทะเลเป็นยังไง? ตอบสนองปรกติมั้ย?” ราชาฮัซซาหันไปถามกัปตัน
“รายงานแรงสั่นห้องหัวใจเรือ” กัปตันพูดผ่านเครื่องสื่อสารในเรือ
“ทุกอย่างปรกติครับ!” ลูกเรือรายงานกลับมา
ใช่ ที่เรือนี้มีหินวิญญาณทะเลอยู่
“เสาดูลาดเลารายงานครับ! มีเรือใหญ่อยู่ระยะสิบบห้ากิโลเมตร ทั้งหมด 5 ลำ เรือทั้งหมดไม่ขึ้นธงครับ!” ลูกเรือบนเสาดูลาดเลาสูงรายงานมา
กัปตันมองราชาฮัซซา “เราเข้าทะเลลึกแล้วเร่งความเร็วผ่านพวกเขาได้ ท่านคิดว่ายังไงบ้างครับ?”
กัปตันอยากเลี่ยงเสี่ยงที่เรือใหม่จะเป็นรอย เลยเสนอให้ขับผ่านไปเฉยๆ
“ไม่ได้ พวกนั้นมันโจรสลัดแน่นอน มุ่งหน้าไปหามันเลย เดินหน้าหาเรือพวกนั้นเต็มความเร็ว มันได้เวลาซ้อมรบกับเป้าวิ่งอุ่นปืน แถมยังได้ดูแลความปลอดภัยท้องทะเลเราอีกด้วย” ราชาฮัซซาสั่ง
กัปตันมากประสบการกลืนน้ำลาย
เขากลัว เขาเป็นกัปตันมาหลายปีแล้ว เริ่มตั้งแต่พายเรือแจวยันเรือใหญ่ จนถึงทุกวันนี้ที่ขับเรือรบเหล็ก
แต่เขาไม่ไว้ใจวารี เขาคิดว่าวารีแค่ใช้ความรู้สร้างบางอย่างด้วยเล่ห์และกล เรือถึงลอยบนน้ำได้ และปืนใหญ่ที่จมเรือระยะไกลในไม่กี่วินาทีมันเป็นไปไม่ได้ในสมองของเขา
เขามองวารี วารีหน้านิ่งมองกล้องส่องทางไกลหาศัตรู
กัปตันพูดในใจ ‘เอาก็เอาวะ ตัวข้ามีฝีมือ ต่อให้พวกนั้นมันบุกขึ้นเรือมาข้าก็ปกป้องราชาฮัซซากับท่านเจ้าหญิงได้’
เขาดันเกียร์ความเร็วให้เรือมุ่งหน้าด้วยความเร็วสูง
วารีเดินไปหาราชาฮัซซา “ท่านยิงพวกนั้นได้เลยนะครับ 15 กิโลเมตรคือระยะยิงของเรือนี้พอดี”
“ไม่ได้ การสู้ครั้งแรกข้าอยากเห็นด้วยตาในระยะใกล้ เราจะยิงในระยะ 2 กิโลเมตร” ราชาฮัซซายิ้มและตอบวารี
“ท่านก็มีมุมเอาแต่ใจเหมือนกันนะครับเนี่ย” วารียิ้ม
เรือแล่นไปเรื่อยๆ วารีส่องกล้องดู วัดระยะเรือ
เครื่องยนต์เร่งความเร็วส่งเสียงดัง เรือแหวกน้ำเหมือนครีบปลาที่แล่นผ่านน้ำ และในที่สุด
“เข้าระยะสองกิโลเมตร!” กัปตันประกาศ
“ยิงได้!” ราชาฮัซซาสั่ง
ตูม!!! ปืนใหญ่เรือลั่น ส่งเสียงเหมือนฟ้าผ่า กระสุนแหวกลมส่งเสียงแหลมสูง และในที่สุดมันก็ถึงเป้าหมาย
บึ้ม ระเบิดดังขึ้น ลูกไฟขึ้นบนเรือโจรสลัดที่ขึ้นธงดำแล้ว จากนั้นมันก็หยุดนิ่ง
เสากระโดงเรือหักลง มันแล่นต่อไม่ได้แล้ว เป็นได้แค่เหยื่อที่บาดเจ็บให้นักล่าเล่นได้ตามสบาย
“โฮ่ ไม่เลวนี่” ราชาฮัซซาที่มองกล้องกระบอกแบบเก่าพูดพลางยิ้ม
ควันขึ้นขโมงบนเรือศัตรู วารีเห็นเหล่าลูกเรือวิ่งหนีไปมาบนเรือเหมือนหนูที่แอบเข้าบ้านแล้วเจอแมวบ้านนั้นต้อนจนมุม
หลายคนตัดสินใจกระโดดลงน้ำ หลายคนจมลงไปเพราะได้รับบาดเจ็บจากแรงระเบิด โจรสลัดบางคนว่ายด้วยแขนที่เหลือข้างเดียว
“ยิงอีกครั้งใส่เรือลำเดิม” ราชาฮัซซาสั่งกัปตัน
กัปตันเหงื่อตก “เรายิงเรืออื่นให้มันหยุดการเคลื่อนไหวดีกว่ามั้ยครับ?”
กัปตันเสนอทางเลือก เรือเสากระโดงหักแล้วและเคลื่อนที่ไม่ได้ มันไม่เป็นอันตรายสำหรับเราอีกต่อไป
“ยิงซ้ำ ข้าจะไม่ปราณีพวกโจรสลัดที่จับคนในประเทศเราไปขาย” ราชาฮัซซามองดุหากัปตัน
กัปตันรู้สึกกลัวขนลุกขึ้นมาเพราะแรงจากจิตสังหาร
วารีรับรู้จิตนั้นได้และคิดในใจ ‘ราชาที่ร้องเพลงตลอดเวลามีมุมแบบนี้ด้วย… น่าสนใจ’
เขาไม่ตัดสินว่าราชาเป็นคนดีหรือร้าย เขาเป็นคน เขาอาจจะขาเป็นหนวดปลาหมึกแต่เป็นคนถ้าจะพูด นั่นเป็นปรกติของคน ทุกคนมีมุมของตัวเอง
ตูม!!! รอบนี้เรือเราอยู่ใกล้กว่าจนขนาดไม่ต้องมองด้วยกล้อง ราชาฮัซซาเดินไปจับราวดูให้เห็นด้วยตาตัวเอง
บู้ม ระเบิดลูกไฟที่ปรกติเห็นได้จากแค่สัตว์ประหลาดน้ำลึกอย่างเดียวเกิดขึ้นอีกครั้ง เรือโจรสลัดศัตรูหักเป็นสองท่อน ลูกเรือโจรสลัดพากันกระโดดลงน้ำสละเรือ
ปรืดปรืดปรืด ปืนกลเล็กยิงคนที่ลอยเหนือน้ำ จากนั้นร่างข้างล่างก็หลุดเป็นชิ้น ทิ้งภาพน่ากลัวบนท้องทะเล
‘ไม่ปราณีเลยสินะ ถ้าฉันรู้ว่าศัตรูขายคนของประเทศเรา ฉันจะโกรธอย่างนี้มั้ย? …โอ้ ฉันคิดถึงเรื่องพวกนั้นแล้วเหรอเนี่ย มันพอที่จะเป็นราชารึยังน้า’ วารีคิดในใจและออกทะเลในใจบนท้องทะเลของจริง
เรือสี่ลำแยกเป็นสองฝั่ง พุ่งเข้ามาตีล้อมพิพากษาศูนย์ ราชาฮัซซายิ้ม “พวกนั้นจะขึ้นเรือ ทหารเอาปืนกงไปยิงพวกมัน เราจะใช้พวกนั้นซ้อมยิงระยะไกล ข้าจะตบรางวัลให้คนที่เก็บแต้มได้เยอะที่สุด!”
ทหารโอ้อ้ากันเบาๆ เข้าประจำตำแหน่งที่ซ้อมมา
ปังปังปังปัง ปืนกลหลายกระบอกยิงพร้อมกันด้วยระบบยิงทีละนัดเพื่อระยะไกล ตูม!!! เสียงปืนใหญ่ที่เล็งขนานพื้นยิงอัดเรือศัตรู
กระสุนเข้าหน้าเรือ จุดที่ไม้น่าจะหนาที่สุดอย่างง่ายดาย และ ตูม!!! ไม่ถึง 5 วินาทีมันยิงอัดอีกครั้ง ความเร็วมันเหมือนเสียงจากนรกในใจศัตรู
เรือโจรสลัดเริ่มจมจากท้ายเรือ ซากหน้าเรือที่ระเบิดเละเทะลอยขึ้นฟ้า ลูกเรือกระโดดหนี บางคนยังไม่ทันถึงน้ำก็โดนปืนกลเล็กสังหาร
ทหารยิงคนที่ว่ายถึงเรือด้านล่าง ศัตรูหลายคนว่ายมาแตะท้องเรือได้
แต่ก็ได้แค่นั้น โจรสลัดว่ายมา สุดท้ายก็เจอกำแพงเหล็กที่ไร้ที่ปีน เมื่อเป็นแบบนั้นหัวใจพวกนั้นก็ตกไปที่ตาตุ่มใต้น้ำ
หลายคนว่ายหนี สุดท้ายไปเจอกับสัตว์น้ำรุ่นใหญ่ ฉลามยักษ์ เหล่าสัตว์พวกนั้นว่ายมาเพราะกลิ่นเลือด แต่กลัวเรือต้นเสียงและไม่ยุ่งกับเรือเหล็ก นั่นบอกได้ถึงความฉลาดของมันที่จะเอาตัวรอดและหาทางให้ท้องอิ่ม
ปืนกลรองยิง ตูมตูมตูมตูม ปืนกลสี่กระบอกลำใหญ่ยิงสลับกันไปมาด้วยความเร็วสูง
บูมบูมบูมบูม เรือศัตรูด้านซ้ายโดนยิงกลางลำ เสากระโดงหัก หลายส่วนของเรือฉีกขาดเหมือนกระดาษทิชชู่โดนฝนตกใส่ทะลุ
สุดท้ายเรือฉีกเป็นสองส่วน บริเวณที่ฉีกหงายขึ้นฟ้า และค่อยๆจมไปเจอชะตาเดียวกันกับเรือเพื่อน
มันเหลือเรือลำสุดท้าย ราชาฮัซซาสั่งทันที “ทุกคนหยุดยิง! เราจะขึ้นเรือนั้น!”
“ราชาครับ เราต้องเก็บแรงไว้ไปต่อ การทำอย่างนั้นมันเกินไปและผมขอให้ท่านคิดใหม่อีกครั้ง” วารีพูด หน้าเข้มมองราชาฮัซซา
ราชามองหน้าเข้มกลับพร้อมปล่อยจิตสังหารโดยไม่พูดอะไร
สองคนมองเข้มใส่กัน จิตสังหารสองคนออกมาปนกันจนคนรอบๆไม่มีใครกล้าพูด รวมถึงวาโรและออเบีย
แต่จากนั้นราชาฮัซซาเห็นบางอย่างเหนือวารี แสงรูปร่างเหมือนผู้หญิง แสงรูปร่างเหมือนกระต่าย และแสงรูปร่างเหมือนฉลาม
ท่านราชารู้ทันทีว่าวารีไม่ได้มีแค่ตัวเขา มันเป็นแสงจากโลกอื่น น่าจะเป็นเหล่าเทพที่วารีห้อยอยู่บนคอ
ราชาฮัซซาหัวเราะดัง “ฮ่าฮ่าฮ่า ดี… นั่นแหละดีแล้ว ข้าได้เห็นของดีแล้ว ทหาร! ยิงเรือลำสุดท้าย! ให้มันจบๆและไปจากที่นี่ เรามีที่ที่ต้องไปต่อ”
วารีถอนหายใจ ในที่สุดราชาก็สงบลง ลดสามง่ามและเดินเข้าสะพานเรือ
ตูม! ตูม! ตูม! สามนัดสุดท้ายยิงออกไป ทหารข้างราวกั้นยิงเก็บแต้ม
สุดท้ายทะเลด้านล่างเป็นสีแดง ร่างมากมายลอยเหนือน้ำ
“สัตว์น้ำน่าจะอิ่มกันไปนาน” วารีพูดหวังให้วาโรหายเครียด
เธอมองราชาฮัซซาไม่หยุดตั้งแต่วารีจ้องกับเขา
“มีอะไรในใจที่ยังไม่ชัดเจนเหรอ? วาโร” วารีถามเมีย
“ถ้ามันเป็นฉัน ฉันคงต้องสู้กับราชาฮัซซาแล้ว เธอทำได้ยังไงที่ปล่อยจิตหลังออกมาแล้วตัดสินใจจบการวิวาท?” วาโรถามวารี ใจขุ่นมัว
“ง่ายเลยแหละเรื่องนั้น ฉันไม่ชอบเจ็บตัว ฉันไม่ชอบให้คนอื่นเจ็บตัว ถ้ามันจบ ก็จบ เปลี่ยนใจที่คุมสมองไปนึกภาพหน้าอกกับกลีบเมียดีกว่า” วารีพูดได้ง่ายๆ
“ตาบ้า!” วาโรตะโกนดังจนทหารมอง บางคนที่ได้ยินไกลๆกลั้นขำหงึกหงักๆหัวสั่น
เธอตัดสินใจลงโทษ เอาสันมือสับหัววารี ปึก
“โอ้ย! นี่เรื่องอะไรเนี่ย?” วารีถามด้วยใจบริสุทธิ์
“ตาสมองเอ็น! ฮึ่ม!” วาโรพูดและกอดอกหันหน้าหนีวารีงอนๆ