วารีพัฒนาประเทศต่ออย่างไม่หยุดยั้ง แถมคอยดูแลเหล่าเมียในฮาเร็มจนหมุนหน้าหมุนหลัง แต่ต้องมาเจอกับอดีตที่เคยผิดพลาดตามมาหลอกหลอนทั้งๆที่ลูกใกล้คลอด ทำให้เหล่าแฟนพากันมาช่วยเพื่อให้คนเดิมกลับมาหาพวกเธอ วารีอยากทำงานค้าขายให้ดี รักฮาเร็มให้เต็มหัวใจ แต่โดนรุมเร้าจากทั้งจิตใจในอดีตและเหล่าผู้ก่อการร้าย ทั้งๆที่เมียท้องกันยกชุด เขาต้องทำทั้งหมดให้ได้ดี และสุดท้ายเมื่อทุกอย่างพร้อม เขาจะรับหน้าที่ราชา
รัก,แอคชั่น,แฟนตาซี,ชาย-หญิง,เกิดใหม่,ต่างโลก,คลั่งรัก,ชาย-ชาย,หญิง-หญิง,ฮาเร็ม,ชาย-หญิง,หญิงรุก,yaoi,โรมานซ์,โรแมนติก,ต่อสู้,รักวัยรุ่น,เกิดใหม่,ทำงาน,สร้างตัว,ฝึกฝน,นางเอกเก่ง,พระเอกเก่ง,รัก,แฟนตาซี,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
กำพร้า ณ ต่างโลก ภาค 2วารีพัฒนาประเทศต่ออย่างไม่หยุดยั้ง แถมคอยดูแลเหล่าเมียในฮาเร็มจนหมุนหน้าหมุนหลัง แต่ต้องมาเจอกับอดีตที่เคยผิดพลาดตามมาหลอกหลอนทั้งๆที่ลูกใกล้คลอด ทำให้เหล่าแฟนพากันมาช่วยเพื่อให้คนเดิมกลับมาหาพวกเธอ วารีอยากทำงานค้าขายให้ดี รักฮาเร็มให้เต็มหัวใจ แต่โดนรุมเร้าจากทั้งจิตใจในอดีตและเหล่าผู้ก่อการร้าย ทั้งๆที่เมียท้องกันยกชุด เขาต้องทำทั้งหมดให้ได้ดี และสุดท้ายเมื่อทุกอย่างพร้อม เขาจะรับหน้าที่ราชา
ฟรี 5,000 คนแรก
ภาค 1 เกิดใหม่เล็งไข่ตั้งมั่น
https://www.plotteller.com/book_reading_novel/01J6K59JBZFBKF5WR1DS8Y86Q2
วารีมุ่งมั่นพัฒนาประเทศให้ขยายไปมากขึ้น และเอาของยอดนิยมโลกเก่ามาขายเพื่อเปลี่ยนยุคจากยุคขี่นกมาใช้รถและมอเตอร์ไซค์
แต่อดีตตามมาหลอกหลอนและต้องเจอกับกำแพงที่ตัดสินว่าอะไรถูกต้องและไม่ถูกต้อง
และเขายังต้องเตรียมพร้อมทุกอย่างให้ลูกที่ใกล้เกิดมาในอนาคตข้างหน้า
เขาต้องสู้พัฒนาสร้างทุกอย่างพร้อมจิตใจที่ปั่นป่วน แต่ยังดีที่เหล่าแฟนคอยดูเขาใกล้ชิดและตบหัวเขาทุกครั้งที่เขาง้องแง้ง
https://www.facebook.com/profile.php?id=100087843892571&mibextid=LQQJ4d
bluesky
https://bsky.app/profile/wayuwayutl.bsky.social
174 บุกเมืองยามเย็น
ฮูมาร์อยู่ในห้องบัญชาการทหาร
ทหารเข้ามารายงาน “ประตูหน้าแตกแล้วครับ ตอนนี้พวกเขากำลังบุกเข้ามาหาเราอยู่ครับ”
มือขวาฮูมาร์พูดทันที “ข้าต้องไปหาคนที่บ้านแล้ว ลาก่อนท่านฮูมาร์ หวังจะได้เจอกันหลังจากนี้”
“เดี๋ยว!” แต่เมื่อฮูมาร์พูดเสร็จ มือขวาเดินถอยหลังออกจากห้องไปแล้ว
ฮูมาร์ไหล่ห่ออีกครั้ง จริงๆเขายอมแพ้ตั้งแต่เจอทหารซ่อนในกำแพงตอนเจรจาแล้ว
“จะทำอะไรต่อครับ? ท่านฮูมาร์ เรามีกองทหารอยู่ 1,000 คนหน้าปราสาท แต่กองกำลังศัตรูใหญ่กว่าเรามาก” ทหารถาม
ฮูมาร์นั่งคิดหาทางออก แต่ไม่มีทางออกไหนดีสำหรับอนาคต “ข้าไม่รู้”
ทหารหน้าซีดทันทีหลังจากได้ยินคำนั้น
“เอาล่ะ จะทำอะไรก็ทำ อย่างน้อยข้าก็จะไปยืนที่แนวหน้าสุดท้ายปกป้องปราสาท” ฮูมาร์พูดและลุกขึ้น
เขาอยู่ในเกราะป้องกันพร้อมอยู่แล้ว และไม่ได้เมาเหล้า
ฮูมาร์เดินออกจากห้องบัลลังก์ เดินดูรายละเอียดงานแกะสลักในปราสาท
เขาหยุดหน้างานแกสลักหนึ่ง
‘วันประกาศก่อตั้งเมืองหลวงเผ่าทรายร้อน เมืองมูจิมบู้ว’ ฮูมาร์ดูงานแกสลักพ่อเขาตอนเขาอายุน้อย
‘ท่านผ่านอะไรมามากกว่าข้า แต่น่าจะเพราะความไร้ความสามารถของข้า ท่านคงเห็นมัน ไม่งั้นมันไม่เป็นอย่างนี้แน่’
‘เอาล่ะ ที่เหลือก็ไปสู้ครั้งสุดท้าย อย่างน้อยข้าก็จะเอาชีวิตตัวเองปกป้องประเทศ’ ฮูมาร์คิดและเดินต่อไปข้างหน้า
เมื่อถึงหน้าปราสาท เหล่าทหารที่ทำหน้าที่ป้องกันในปราสาทต่างทำหน้าตกใจ “ท่านมาทำอะไรที่แนวหน้าครับท่านฮูมาร์! เราขอแนะนำให้ท่านกลับไปที่ห้องบัลลังก์”
“ข้ามาเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องปราสาท ใครอยากสู้กับข้า มากับข้า” ฮูมาร์พูด
สิ่งที่เขาพูดน่าประทับใจ
แต่กลับกัน เหล่าทหารต่างหลบตาไม่สบตา มองอย่างอื่น
ฮูมาร์หลับตา ‘วาโรซีเมียเรียเก่งมากเรื่องเปิดโอกาสให้คนยอมแพ้’
ฮูมาร์เดินไปเปิดประตู คนเดียว
ฮูมาร์เอามือบังแสงตะวัน เอามือลง และมองฟ้า ‘พวกเขามุ่งมั่นบอกวิธีทำหรับคนที่ยอมแพ้ เราไม่มีอะไรไว้รั้งพวกที่ไม่อยากสู้แล้ว’
‘ทหารที่มาก็ทหารเกณฑ์ทั้งนั้น พวกเขาคงเลือกยอมแพ้หมด’ ฮูมาร์เหม่อ
‘เมื่อพวกเขาบอกจะพาไปเมืองที่มีแต่สีเขียว หลายคนคงจะไปกัน ทิ้งทะเลทราย ทิ้งโอเอซิส ไปขุดดิน หว่านเมล็ด เก็บเกี่ยวผลผลิต’
‘เทียบกับที่นี่… รบ เดินทัพ รบ ฝึกต่อสู้ แล้วก็รบ’
‘ใครก็เลือกประเทศสีเขียว แต่ว่า… ไม่ใช่ข้า’ ฮูมาร์ชักดาบ ด้ามทองผสม
“ขออุทิศเลือดให้ไหลลงผืนทราย ขอให้ร่างเป็นอาหารของเหล่าปลาโอเอซิส สู่ความสงบอันถาวร” ฮูมาร์เอาด้ามดาบมาจูบ
ฮูมาร์เดินหน้า ทหารกองสุดท้ายหันมาเห็นต่างหลีกทางกัน
“ป้องกันปราสาทด้วยชีวิต!” ฮูมาร์เสียงดัง
ตูม!
ระเบิดลงมาใส่ทหารกองสุดท้าย
ทหารถือแท่งเหล็กต่อแถววิ่งกันเข้าปราสาทด้วยความรวดเร็ว
ที่มาเร็วขนาดที่ มันเริ่มมาจากเมื่อเข้าได้ โดรนคอยบินคุ้มกันใกล้ชิดเพราะศัตรูไม่มีอาวุธต่อต้านอากาศยาน
ทหารแบ่งเป็น 3 แถว 1 แถวหลัก และ 2 แถวย่อย
แถวย่อย แยกออกเป็นซ้ายและขวา แถวเรียงเดี่ยวที่ยืนกันห่างๆ คอยดูซ้ายขวาอย่างเดียว
แถวหลักกว้างและวิ่งชิดกัน
เมื่อทหารวิ่ง สุดขบวนแถวย่อยคนสุดท้ายวิ่งไปหน้าสุด ป้องกันแถวหลักต่อไปข้างหน้า
เพราะแบบนี้ พวกเขาไม่ได้สู้อะไรเลยเพื่อเข้ามาถึงหน้าปราสาท
หลังมาถึงหน้าปราสาท ต้นแถวย่อยแบ่งคนมาดูทหารศัตรูที่ล้ม บางคนยิงคนที่ลุกขึ้นมาแล้วง้างดาบ
ทหารแถวหลักแยกออกสองแถวจากตรงกลาง
เหล่าทหารข้างหน้าพิงกำแพง ข้างประตูไม้
ทหารหัวหน้าหน่วยสั่งการ “ประตูแกะสลัก! มีไม้กั้น! เอาเครื่องตัดมา!”
ทหารแถวหลักที่ไม่ได้พิงกำแพงและหยุดแถวรอกองหน้าทำงานวอเข้าเครื่องสื่อสาร “ขอตัวช่างพิเศษมาหน้าแถว”
ช่างพิเศษที่เครื่องมืออยู่บนหลังเดินมาข้างหน้า
“ใช้เครื่องตัด” หัวหน้าหน่วยสั่ง
ทหารช่างพิเศษหยิบเครื่องตัดใหญ่มาจากหลัง แต่ตอนนี้มันใส่ใบตัดเหล็ก เขาเอาจำปาหมุนเอาใบออก สลับใบตัดไม้เข้า หมุนจำปาล็อกให้เข้าที่
เขาบีบไกใหญ่ของเครื่อง วี้ ใบพัดหมุนด้วยความรวดเร็ว 8,000 รอบต่อนาที
แอ๊ดดดดด
ใบตัดสีไม้กั้นหลังประตูและสุดท้ายมันก็ขาด
ทหารช่างพิเศษวิ่งหนีกลับหลัง
ทหารที่พิงกำแพงด้านขวาแง้มประตูโยนระเบิดสตัน จากนั้นระเบิดแสง แง้มปิด
ด้านซ้ายทำเหมือนกัน แง้มเปิด โยนระเบิด แง้มปิด
ปุ้ง ปุ้ง
ปุ้ง ปุ้ง
ทหารสองข้างประตูสองคนมายืนหน้าประตู “สาม, สอง, เอา!”
เขาถีบประตูตู้ม
ประตูหนามันเลยไม่แตก แค่ลั่นเสียงดังนิดหน่อย
ทหารหลังประตูกระเด็นด้วยพลังช้างพลังม้าของทหารวาโรซีเมียเรียที่แบกเป็นร้อยโลสควอททุกวันถีบประตูใส่กระเด็นกระจายกันเป็นสิบคน
ทหารวาโรซีเมียเรียพุ่งวิ่ง
ทหารที่ล้มดาบหลุดมือลุก แต่เมื่อลุกกลับโดนยิงขา
ทหารที่ยังจับดาบอยู่เห็นเพื่อนล้ม เขาก็ทิ้งดาบทันที เพราะนึกว่าเพื่อนโดนเหล็กชี้สั่งตายแล้ว
ทหารแถวหลักวิ่งเข้าไปอย่างรวดเร็ว เปิดแผนที่บนจออเนกประสงค์ที่ติดด้านซ้ายของปืน
แผนที่พวกนี้วาดด้วยฝีมือสายลับหน่วยพิเศษที่ไม่มีใครรู้ชื่อจริง เกลาให้อ่านง่ายด้วยจุดสีบอกตำแหน่งสำคัญจุดต่างๆด้วยนักทำเกม ตำแหน่งที่อยู่ปัจจุบันขึ้นด้วยดาวเทียมสอดแนมพิเศษ
ทหารพุ่งเข้าไปเพื่อมุ่งหน้าไปที่เดียว พวกเขาไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อเจอประตู หัวหน้าหน่วยตะโกน “เทอร์มอลสแกน!” ชี้สองนิ้วไปที่ห้องปิดประตู
ทหารด้วยเครื่องตรวจจับความร้อนแบบจอติดปืนส่องประตูที่ปิดอยู่ ดูซ้ายขวาหลังจอ “เทอม้อนฉแกนเจอ 2 คน!”
“ประตูแกะสลักมีกลอน ยิงกลอน!” หัวหน้าหน่วยสั่งต่อ เมื่อครั้งนี้เป็นกลอน
แถวทหารเดินนำหน้า ทิ้งหน่วยนั้นไว้ข้างหลัง
ปืนลูกซองของหน่วยเดินมาข้างหน้า เล็งด้ามจับประตู
ปุ้ง แช้กแช้ก
ลูกซองยิงและวิ่งหลบทันที เพราะประตูเข้าทางขวา ทหารทางซ้ายแง้มประตู โยนระเบิดมือสองลูก ระเบิดสตันและระเบิดแสง
จากนั้นทหารทางซ้ายเล็งปืนผ่านช่องแคบของประตูที่แง้มอยู่ เมื่อไม่เห็นใคร เขาส่ายหน้าบอกเพื่อนฝั่งขวา
เพื่อนฝั่งขวาเดินเข้าประตูดูทั้งห้องอย่างรวดเร็ว เจอทหารสองคนยืนปิดตา “ทิ้งอาวุธ!”
ทหารทรายร้อนคนแรกแง้มตาเปิดและวิ่งใส่เขา
ปังปังปัง
สองนัดเข้าหัวใจ นัดสุดท้ายเข้าหัว ทหารถือดาบล้มหน้าทิ่มลงพื้น
เขาชี้ปืนใส่อีกคน พูดเหมือนเดิม “ทิ้งอาวุธ!”
“ทิ้งมันสิเว้ย!” เพื่อนที่เข้ามาตามหลังสั่งเหมือนกัน
ทหารอีกคนทิ้งอาวุธ ไม่อยากสู้กับแท่งเหล็กอีกต่อไป
ทหารที่ทิ้งดาบถูกจับใส่กุญแจมือ
หน้าประตูมีทหารหน่วยเก็บกวาดเข้ามาพอดี พวกเขารู้ได้ว่าหน่วยไหนจากปลอกแขนที่แขน
เมื่อหน่วยหลักเห็นพวกเขาก็วิ่งออกนอกห้องทันทีและวิ่งตามทางไปที่เป้าหมายตามหลังแถวหน่วยหลัก
ตามทางมีหลายห้องที่ทำแบบเดียวกัน
มันเหมือนคลื่นทะเลที่ลูกแรงมาแล้วจะตามด้วยลูกที่สอง
ทหารแนวหน้าเคลียร์ห้อง กองสนับสนุนเก็บนักโทษ
และในที่สุดก็ถึงจุดสุดท้าย ทางเข้าดาดฟ้ายอดปราสาท
มีกุญแจวางอยู่ที่พื้นอย่างปริศนา ทหารหยิบกุญแจมาลอง และมันเปิดประตูได้
ทหารเต็มไปด้วยความสงสัยใจใน จูนเครื่องสื่อสารให้ไปหาวารี “มีคนทิ้งของขวัญให้เป็นกุญแจดาดฟ้าครับ”
“รับทราบ” วารีตอบกลับมา
หลังจากนั้นวารีมองยอดปราสาท ธงเผ่าทรายร้อนถูกลดลง จากนั้น ธงวาโรซีเมียเรียโบกสะบัด
วารีกดจอแผนที่ กดค้นหา กดหาบ้านมือขวาของฮูมาร์
วารีเริ่มออกเดิน ทหารพิทักษ์เดินตาม มาพร้อมกับวีและวาโร
วารีเดินไร้ความรู้สึกตื่นเต้นหรือตื่นตัว เดินมองซ้ายขวาเหมือนได้ทั้งประเทศมาแล้วในใจ
เหล่าทหารที่ซ่อนตามบ้านยังไม่เห็นธง แต่เมื่อพวกเขาเห็น การยอมแพ้จะเห็นได้ง่ายดายแน่นอน
วารีเดินถึงบ้านมือขวา เปิดประตูหน้าบ้านและมันเปิดได้อย่างง่ายดาย
เมื่อเปิดเข้ามา วารีเห็นมือขวาคุกเข่าอยู่ที่ห้องโถง พร้อมผู้หญิงที่น่าจะเป็นเมียเขา และลูกชายคนโตกับลูกสาววัยรุ่นต้นๆ ทุกคนวางมือไว้หลังหัว
วารีถามทันที “คุณทิ้งกุญแจไว้ที่ดาดฟ้าใช่มั้ย? คุณมือขวา”
“มันบอกถึงฝีมือท่านมากที่คิดได้แบบนั้น แต่ผมบอกไม่ได้ ไม่งั้นผมจะเป็นผู้ทรยศประเทศ”
“ก็เข้าใจอยู่นะ เอาเป็นว่านี่เป็นการขอบคุณแล้วกัน” วารีบอก
จากนั้นเขาหันหาทหาร “พาตัวทั้งครอบครัวนี้ไป และย้ายไปที่แคมป์นักโทษ อย่าพลาดให้ครอบครัวเขาแยกกัน และให้พวกเขาอยู่ด้วยกันในเต็นท์ใหญ่ทั้งบ้าน”
“รับทราบ” ทหารทำความเคารพและทำงานทันที เดินหานักโทษ
“ทองอยู่ด้านบน” มือขวาพูด ยิ้มมุมปาก
“เก็บไว้เถอะ เดี๋ยวเราส่งให้เมื่อเรื่องทั้งหมดเงียบ” วารีตอบ ไม่สนใจเงินกำนัล
“คุณจะไม่คิดเงินศัตรูเหรอ?” มือขวาถาม
“เราไม่แกล้งคนที่ทำให้งานง่ายขึ้น” วารีตอบตามตรง
“เข้าใจแล้ว หึหึ วาโรซีเมียเรียน่าสนใจมานานแล้ว ผมรอคอยที่จะได้ไป” มือขวายิ้มไม่หุบ
“อย่าไปทำตัวเป็นปัญหาที่นั่นล่ะ” วารีเตือน
“โอ้ แน่นอน เอาล่ะ และเรื่องท่านฮูมาร์กับท่านโคลล่ะ?” มือขวาถามถึงเจ้านาย
“หน่วยสอดแนมบอกว่าเห็นตัวเมื่อดูแนวหน้า เห็นไกลๆ แต่หลังจากนั้นมันโดนระเบิด เลยต้องบอกว่าอย่าตั้งความหวังไว้มาก เรายังไม่รู้ชะตาเพราะฝุ่นควันยังไม่หาย” วารีบอก
“เข้าใจแล้ว ขอให้ฟ้าคุ้มครองเขาแล้วกัน” มือขวาหยุดยิ้มเมื่อได้ยินวารีบอก
วารีพยักหน้า มือขวาเดินออกจากบ้านพร้อมครอบครัว
วีถามทันที “มันจำเป็นเหรอ? ที่ต้องช่วยเราน่ะ”
“ก็นะ แค่สนองความอยากรู้ของตัวเองมั้ง” วารียิ้มรับ
“เท่านี้เราก็ได้อีกประเทศมาครองแล้ว…” วาโรยิ้มเป็นครั้งแรกตั้งแต่มาที่มาร์แลนด์
“มันดีเนาะที่ไม่มีอะไรร้ายๆเกิดขึ้น” วารีร่าเริงเป็นพิเศษในตอนนี้
อารมณ์ในใจทุกคนเต็มไปด้วยเคมีของโดปามีนที่มาจากการทำเรื่องยากให้สำเร็จ และเคมีมันเยอะเป็นพิเศษเมื่อทำได้อย่างง่ายและเร็ว
“หวังว่ามันจะเป็นอย่างนี้ไปตลอด” วีพูด
‘ทำไมเหมือนเคยเห็นมาก่อน?’ วารีถามตัวเอง มองทรายที่พื้น มองยอดปราสาท มองเมืองซ้ายขวา
‘ทำไมภาพที่เห็นมันเหมือนเคยมาอยู่ที่นี่?’ วารีถามตัวเองซ้ำ
จากนั้นเขาเริ่มสั่น วารีเดินต่ออีกสองสามก้าว หน้าเริ่มเปลี่ยนจากยิ้มแย้มเป็นนิ่งขรึม เหงื่อไม่ตกเพราะความหนาว ทั้งๆที่อยู่ในทะเลทราย
“ให้ฉันได้หายใจ”
“อะไรนะ?” วารีหันไปหาแฟนสองคน
“อะไร? ไม่มีอะไรนี่?” วีพูด
“ฉันยังไม่ได้พูดอะไรเลย” วาโรพูดตาม
วารีคิดทันที “อะไรกัน?”
จากนั้นเขาเจ็บหัวใจ “อุ๊” เขาร้องแล้วคุกเข่า
วารีเร่งความคิด เปิดเกียร์สมองสุดเกียร์ ‘โรคนี้ไม่มีโรคหัวใจ ไม่มีโรคประสาท แต่ฉันได้ยินเสียงประหลาด’
‘มันจะเป็นอะไรได้? โรคทางประสาทเหรอ? เป็นไปไม่ได้ ที่โลกนี้ไม่มีมัน’
‘หรือเพราะฉันเป็นคนต่างโลก เลยเป็นข้อยกเว้น?’
วารีเริ่มหายใจไม่ออก
“ให้ฉันได้หายใจ”
“แกเป็นใคร!?” วารีตะโกน
วีที่เห็นตาเบิกกว้าง เหมือนกันกับวาโร
“วี วารีทำตัวแปลกๆ” วาโรยอมทิ้งความแค้นส่วนตัวถามเรื่องวารีกับวี
“ฉันเคยเห็นเขาล้มแบบไม่มีเหตุผลอยู่ แต่คราวที่แล้วมันไม่ใช่แบบนี้ มันน่ากลัวกว่านี้” วีอธิบาย
เธอนึกถึงอดีตที่วีเคยล้มแล้วตะโกนเหมือนคนบ้าที่เจ็บปวด
วีเขย่าไหล่วารี
วารีรู้สึกสัมผัสของวี มองหน้าเธอ เขาไม่รู้ว่าตัวเองทำหน้าแบบไหนอยู่ แต่เมื่อเห็นวีจะร้องไห้ เขาพยายามหายใจ
‘ถึงเสียงนั้นจะพูดเหมือนหายใจไม่ออก แต่ฉันหายใจได้ ต้องรีบคิดแล้ว จะหายเป็นปรกติจากตอนนี้ต้องทำยังไงเนี่ย?’
ตึกตัก
‘หัวใจเริ่มทำงานผิดปรกติ ความประหม่าพุ่งสูงมาก มันส่งผลต่อร่างกายแล้ว’
วารีพยายามคิดถึงสิ่งที่เขาชอบ ตอนที่จูบกับแฟน ตอนที่ได้ยลหน้าอกพร้อมหัวนมตั้งชัน ตอนที่ได้เล่นกับหว่างขาแฟน
ใจเขาวูบ และรู้สึกดีขึ้น
แต่จากนั้นวูบอีกครั้ง กลับเป็นแย่
“มันได้เวลาใช้หนี้แล้ว” คราวนี้เป็นเสียงข้างหู
‘หนี้บ้าอะไรวะ? ฉันไม่เคยติดหนี้ใคร แกเป็นใคร? มาทำอะไรในหัวฉัน? ออกไป!’
วารีเร่งความโกรธให้พุ่งสูง หวังว่าอะดรีนาลีนจะช่วยคุมสติไม่ให้หลุด
แต่กลับกันอารมณ์เขาปั่นป่วนหนักกว่าเดิม ตาเริ่มพร่า
‘ไม่ทันแล้ว’ วารีคิด
“วี วาโร ระวังฉันหลังจากนี้” เฮือกสุดท้ายของสติ ด้วยแรงทั้งหมดที่มี วารีเตือนคนรัก
จากนั้น ต่อหน้าวีและวาโร วารีสลบไป
วีเขย่าวารีอย่างแรง ตบหลังหัวเพียะ ปลุกวารี “อย่ามาทำบ้าๆตอนนี้ มันยังอันตรายอยู่! วารี ตื่น! วาโรคุ้มกันรอบข้างด้วย นี่เหตุฉุกเฉินแล้ว”
วาโรหยิบวอ “พิกัดหน้าวัง บ้านแถวแรกหลังที่สาม ขอกำลังเสริม”
จากนั้นเธอชักปืนพก พับเปิดพันท้ายประทับไหล่ เล็งรอบข้าง
วียังเขย่าวารีไม่หยุด “ไม่ได้การแล้ว”
วีอุ้มวารี น้ำหนักร้อยกว่าโลไม่ใช่ใช่ปัญหาสำหรับเธอ
“รอกำลังเสริมก่อนมั้ย?” วาโรถามวีให้มั่นใจ
“ไม่ทัน ฉันมีลางไม่ดีกับที่ที่เราอยู่ตอนนี้” วีพูด สัญชาตญาณแมวเธอรู้สึกว่ามีศัตรูอยู่ใกล้
หางวีชี้ตลอดเวลา วาโรที่เห็นก็มั่นใจขึ้นมาว่าวีจริงจัง
“วิ่งได้นะ?” วาโรถาม
“ได้อยู่แต่ไม่เร็ว” วีพูดตามตรง ไม่อวดตน
“ฉันจะคุ้มกันให้เอง” วาโรบอกวี “ไปกัน”
วาโรเริ่มวิ่งเหยาะๆ วีวิ่งตาม
บ้านทางซ้ายเปิดมาและคนในชุดทหารเผ่าทรายร้อนง้างดาบวิ่งหาวี
วาโรหมุนตัวยิงค้าง
ปั่กปั่กปั่กปั่กปั่ก
ทหารล้มหน้าฟาดพื้นขาชี้ฟ้า วาโรออกวิ่งต่อ
จากนั้นเมื่อวิ่งไป มีคนออกมาจากซอยทั้งซ้ายและขวา
วาโรตั้งปืนแนวเฉียงหมุนขวาแบบเร็วจัดและยิงสามนัดเหมือนเดิม
จากนั้นเมื่อเห็นคนซ้ายใกล้วีมากแล้วเธอยิงลูกไฟชมพูอัดเขา
ทหารฝั่งซ้ายกระเด็นอัดกำแพงและระเบิด
สองคนและหนึ่งร่างวิ่งต่อ รอไปที่ปลอดภัย
สุดท้ายก็ได้เข้าช่วงที่ทหารคุมบ้านหมดแล้ว สองคนยังไม่หยุดวิ่ง
“ให้คนช่วยมั้ย?” วาโรถามวี
“ฉันยังไหวอยู่ ฉันจะไปเอง” วีบอก
สุดท้ายก็วิ่งถึงแนวหน้านอกเมือง เมื่อเหล่าแฟนเห็นวารีถูกอุ้มก็ตื่นตัว
แฟนทุกคนวิ่งหาวี แต่วีไม่หยุดวิ่ง
สุดท้ายทุกคนวิ่งตามวีและวาโร
มีเสียงคำถามมาเป็นสิบคำถามในคราวเดียว แต่ทุกคนไม่ได้คำตอบ
ท่านหญิงเสือดำคุมเหล่าแฟน ตะโกน “เขาไม่มีรอยเลือดและไม่ได้ดูบาดเจ็บ ใจเย็นกันก่อนทุกคน อย่าเพิ่งเพิ่มภาระให้วี”
หลังจากทุกคนได้ยินก็ได้สติ พยักหน้าและวิ่งเหยาะๆตามวี
สุดท้ายวีและวาโรก็ถึงเต็นท์วารีที่ใหญ่ วีไปที่เตียงนุ่มๆของวารี วางเขาอย่างอ่อนโยน
“ถึงแล้ว” วาโรเก็บปืน ถอนหายใจ
วีมองวารี ตบหน้าเขา หยิกแก้ม “วารี! กลับมา!”
“กลับจากไหน?” วาโรถาม
“คราวที่แล้วเขาเหมือนใจไปที่อื่น แต่รอบนี้มันไม่เหมือนกัน ฉันแค่เดาและลองผิดลองถูก” วีพูดตามตรง
วาโรเดินมาและหยิกแขนวารีบ้าง เลียนแบบวี ตะโกน “วารี! กลับมา!”
หน้าวารียู่
วีที่เห็นเริ่มโล่งใจ “หน้าเขาเปลี่ยน มันไม่เหมือนคราวที่แล้ว”
“ตอนนี้เราแค่นี้ก่อนดีมั้ย? แฟนหลายคนคงอกจะแตกอยู่แล้ว” วาโรบอกสถานการณ์
“มันต้องมีคนคอยอยู่กับเขา ฉันไม่อยากทำแบบนี้ แต่ฉันมีประสบการณ์ เธอไปได้มั้ย?” วีถามวาโร
ความแค้นที่มีให้กันหายไปหมดเมื่อเป็นเรื่องฉุกเฉิน
เมื่อวาโรมองวีตอนนี้ เธอไม่เห็นศัตรูใจตัวฉกาจ เธอเห็นแต่สาวที่จะร้องไห้เพราะแฟนเป็นอะไรก็ไม่รู้
วาโรพยักหน้า “อย่าคิดมากเรื่องนั้นเลย เดี๋ยวฉันไปเอง”
วาโรเดินไปหน้าเต็นท์ อธิบายกับเหล่าแฟน
“วารีเป็นอะไร?” ท่านหญิงเสือดำถาม
ก่อนหน้านั้นชั่วครู่ ตอนวีวิ่งยังไม่ถึงเต็นท์
“วารีเป็นอะไรไม่รู้ เขาจะตายมั้ย?” พี่อลิสที่วิ่งตามวีพูด
ทุกคนมีคำถามในหัวเหมือนกัน
“วารีเป็นอะไรเนี่ยถึงต้องให้พี่วีอุ้ม?” วิวพูด
“อะไรกันอ่ะ ฉันใจไม่ดีเลย” เรฟเนสพูด
“หนูถือวิสาสะแชตบอกพี่หมอสองคนแล้ว จะเป็นอะไรมั้ยคะ?” คริสซ่าพูดขึ้นมา มือยังถือมือถืออยู่
ก่อนพี่อลิสจะชม กลีน่าพูดก่อนเธอ “ดีแล้ว พี่เห็นด้วย”
พี่อลิสพูดชมเสริมทั้งสองคน “ทำดีมาก ทั้งสองคน”
พี่น้องวัยรุ่นพยักหน้า ยังยิ้มไม่ออกที่หัวหน้าบ้านรวมถึงอนาคตชีวิตนอนนิ่ง
ทุกคนวิ่งถึงเต็นท์วารี
ปัจจุบัน
วาโรอยู่ที่หน้าเต็นท์ อธิบายบอกเหล่าแฟนเมื่อเล่าเสร็จเธอปิดท้าย “วีบอกว่าเคยเห็นวารีเป็นแบบนี้ และเธอขอเฝ้าวารีคนแรก ฉันแนะนำว่าอย่าเพิ่งเข้าไปกวน ให้วีได้กู้เขากลับมาก่อน”
“เข้าไปไม่ได้สินะ…” พี่อลิสพูดและมองผ้าทางเข้าเต็นท์
“อย่าคิดมากๆ วารีเข้มแข็ง และเมื่อเขาอยู่กับวีมันยิ่งอุ่นใจ ไปทำหน้าที่ต่อเถอะ” ท่านหญิงเสือดำบอกเหล่าเพื่อนสาว
หงส์ฟ้าเสริม “แนวหน้าบุกเมืองแล้ว ทหารเราวิ่งเข้าบ้านคนเยอะ เราควรกระจายกันคุมทหาร”
“โอเค… ถึงหนักใจ แต่ไปแนวหน้ากันทุกคน ป้องกันตัวด้วย” พี่อลิสบอกและพาเหล่าแฟนไปแนวหน้า
วิวไม่ยอมไปด้วย กำชายเสื้อยืนเหมือนอึดอัดใจ อยากพูดอะไรซักอย่าง
“มีอะไร? วิว ฉันต้องไปคุมงานเบื้องหลังต่อจากนี้ ฉันก็จะไปเหมือนกัน เพราะมีมือถือ เดี๋ยววารีตื่นวีก็ติดต่อมา” วาโรบอกวิว
วิวพูดด้วยเสียงเบา เหมือนใจวิวกำลังสั่นคลอน “ทำไมมันเป็นพี่วีตลอดที่ได้ทำอะไรพิเศษๆ”
วาโรยิ้ม ลูบหัววิว “เรื่องนั้นไม่ใช่เรื่องที่ควรภูมิใจ เขาไม่ได้ล้มตอนเธออยู่ รอบนี้ฉันก็อยู่ตอนเขาล้ม ฉันก็คิดในใจเหมือนกันว่า ‘เป็นเพราะฉันหรือเปล่า?’ เข้าใจมั้ย? วีอาจใจเสียกว่าเธอก็ได้เพราะวารีเป็นแบบนี้ตอนเธออยู่ถึงสองรอบ”
วิวตาเบิกกว้าง พยักหน้า
เมื่อวิวหันเพื่อจะตามพี่อลิสไปแนวหน้า
โครม!
สาวหน้าเต็นท์ตื่นตัวทันที วิ่งเข้าเต็นท์ทั้งคู่
เมื่อเข้ามาทั้งสองคนก็ซีดเผือก
“อ่อก อ่อก” วารีร้อง
เขาไม่ได้นอนร้องอยู่บนเตียง เขานอนที่พื้น จมกองเลือด
วีกำลังขึ้นคร่อมเขาบีบคอด้วยมือขวา มือซ้ายต่อยหน้าวารี “ออกไป! ออกไป! แกเป็นใคร!? ฉันจะฆ่าแก!”