วารีพัฒนาประเทศต่ออย่างไม่หยุดยั้ง แถมคอยดูแลเหล่าเมียในฮาเร็มจนหมุนหน้าหมุนหลัง แต่ต้องมาเจอกับอดีตที่เคยผิดพลาดตามมาหลอกหลอนทั้งๆที่ลูกใกล้คลอด ทำให้เหล่าแฟนพากันมาช่วยเพื่อให้คนเดิมกลับมาหาพวกเธอ
วารีอยากทำงานค้าขายให้ดี รักฮาเร็มให้เต็มหัวใจ แต่โดนรุมเร้าจากทั้งจิตใจในอดีตและเหล่าผู้ก่อการร้าย ทั้งๆที่เมียท้องกันยกชุด เขาต้องทำทั้งหมดให้ได้ดี และสุดท้ายเมื่อทุกอย่างพร้อม เขาจะรับหน้าที่ราชา
รัก,แอคชั่น,แฟนตาซี,ชาย-หญิง,เกิดใหม่,ต่างโลก,คลั่งรัก,ชาย-ชาย,หญิง-หญิง,ฮาเร็ม,ชาย-หญิง,หญิงรุก,yaoi,โรมานซ์,โรแมนติก,ต่อสู้,รักวัยรุ่น,เกิดใหม่,ทำงาน,สร้างตัว,ฝึกฝน,นางเอกเก่ง,พระเอกเก่ง,รัก,แฟนตาซี,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
156 เรือพิฆาต
ต้นเดือน 9 วารีอายุ 24 ปี
วารีกับวาโรอยู่ด้วยกันในอู่ต่อเรือซาลาดูนที่อู่แห้งแล้ว
เรือขึ้นเป็นรูปเป็นร่างแล้ว และกำลังทยอยสร้างบล็อกจากวาโรซีเมียเรียแล้วขนด้วยโดรนยักษ์มาที่ซาลาดูนเพื่อประกอบ
“นี่คือสะพานเรือที่เป็นห้องควบคุมการเดินเรือทั่วไป นี่เป็นแป้นควบคุมระบบต่างๆ ส่วนนั่นเป็นพวงมาลัยเรือที่ไว้ควบคุมเรือ” วารีพูด
วาโรไม่รู้เรื่องอะไรที่วารีพูดเลยเพราะวาโรซีเมียเรียไม่มีเรือแบบนี้ แน่นอนมันมีเรือไม้หาปลา แต่เรือใหญ่ขนาดนี้มันไม่เหมือนกัน
เรือใหญ่เกินที่จะลอยบนน้ำได้ และอีกอย่าง ทุกอย่างมันเป็นเหล็ก และไม่ใช่แค่นั้น มันเป็นเหล็กเสริมเกราะที่วารีบอกว่าปืนกลใหญ่สุดก็ยิงไม่เข้า
เธอคิดในใจว่ายังไงมันก็จม แต่เพราะผักชีเป็นคนสร้าง เธอกลัวว่ามันจะลอยได้จริงๆ
“งั้นแสด้งว้า เราไม่ต้องหันใบเรือหรื้อออ?…” ราชาฮัซซาถาม
เมียราชาไปยืนกางแขนรอราชาฮัซซาไปโอบ
“เข้าม้าาา” ราชาฮัซซาเดินไปเรียกเมียให้หยุดทำอะไรเพี้ยนๆ
จากนั้นทั้งสี่เดินรอบห้อง มันมีแต่หน้าปัดจอและปุ่มต่างๆ
ราชาฮัซซาไปยืนอยู่หน้าปุ่ม “กดตร้งนี๊แล้วจะเกิ้ดอารายยย?”
“ตอนนี้ยังไม่มีอะไรเพราะเรือยังไม่เสร็จระบบเลยยังต่อไม่หมด ถ้าถามผมเรื่องรายละเอียดผมว่าท่านต้องหาผู้บัญชาการประจำเรือมาและเข้าร่วมประชุมวิธีใช้ทีเดียว ผมก็ไม่มีความรู้เรื่องพวกนี้” วารีบอกตามตรง
“แสด้งว่าข้าก้ดได้ไม่พังงง ใช่ม้ายยย?” ราชาฮัซซาถาม มืออยู่หน้าปุ่ม
“ใช่ครับอยากกดก็กดเลยครับ” วารียิ้มแล้วทำมือเชิญราชากด
ป้อกแป้กป้อกแป้ก กึงกัง กิ้กกิ้ก ปังปัง หวืด!!!
เสียงสุดท้ายดังลั่น มันเป็นเสียงหวูดเรือ เหล่าช่างทั้งหมดหยุดทำงานและมองไปที่สะพานเรือ
“ไหน้บ้อกว่ากดได้…” เสียงสั่นเครือและหน้าแดงอาย ราชาฮัซซาพูดเบาๆ
“นั่นเป็นหวูดเรือ สัญญาณเตือนเรือพวกเดียวกันหรือเรือศัตรู ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันใช้ได้แล้ว เลิกกดแล้วไปดูอย่างอื่นเถอะครับ” วารีบอกและเริ่มกลัวปุ่มต่างๆ
เขากลัวกดแล้วเรือพัง ราชาฮัซซาออกห่างจากสะพานเรือและไปดูที่อื่น
วารีพาราชาฮัซซาดูห้องเก็บกระสุน ห้องลูกเรือ และอื่นๆ
สุดท้ายในจุดที่ป้องกันแน่นหนาที่สุดของเรือช่วงท้าย ห้องควบคุมการรบ
“นี่เป็นห้องควบคุมปืนและสั่งการรบ เป็นห้องที่ป้องกันแน่นหนาที่สุดและเป็นจุดให้ปกป้องเรือได้ถึงวินาทีสุดท้าย” วารีอธิบาย
“มันมีแต้จอกับคันโยก…” ราชาฮัซซาพูด
“ใช่ครับ คันโยกพวกนั้นไว้ควบคุมปืน สั่งยิง ใส่กระสุน พวกนั้น คนจะนั่งหน้ามันตลอดเวลาเพื่อเลื่อนปืนไปมาและยิงจากที่ปลอดภัย” วารีอธิบายเพิ่ม
“หม้ายคว้ามว่าเราไม่ต้องมีนักธนู้ไปยืนยิงธนู้หรือออ?” ราชาฮัซซาถาม
“ไม่มีครับ เรื่องนั้นไม่จำเป็นอีกต่อไปแล้ว เลื่อน ยิง ตู้ม จบ ยกเว้นแต่ท่านจะอยากเผาเรือจริงๆแบบที่ไม่น่าทำ ถึงแบบนั้นเราก็มีกระสุนเพลิงที่ทำได้ดีกว่า” วารีบอก
“นั่นไม่ใช่ข้า อย่ามองข้าแบบนั้น” ราชาฮัซซาเห็นสายตาวารีแล้วพูดบอก
“โอเคครับ นั่นก็หมดแล้ว เหลือใส่บล็อกไม่กี่บล็อก แล้วก็ประกอบดาดฟ้าเรือกับใส่ปืนก็เสร็จแล้วครับ” วารีบอกเพื่อจบการรายงาน
“เรือเหล็กยักษ์… การรบบนน้ำจะไม่เหมือนเดิมไปตลอด การเร่งพายแล่นไปทิ่มฝั่งตรงข้ามไร้ความหมายอีกต่อไปแล้ว ข้ารู้อยู่แล้วว่าการเปลี่ยนแปลงต้องมา แต่ข้าดีใจที่ตัวข้าได้อยู่ฝ่ายที่ก้าวนำคนอื่นดีกว่าฝ่ายที่ต้องตาม” ราชาฮัซซาพูดด้วยเสียงปรกติ
วารียิ้มๆ
ราชาฮัซซาวนดูห้องอีกรอบ เหล่าช่างยืนประจำการเงียบ อธิบายเมื่อราชาเข้าหาและกลับไปยืนที่ตัวเอง
“ถ้าตามที่เจ้าบ้อก เดื้อนหน้ามันก็เสร็จแล้วใช้ม้ายยย” ราชาฮัซซาร้อง
“ใช่ครับ มีแผนเสร็จเดือนหน้าประมาณท้ายเดือน” วารีตอบ
“โอเค้ เอาล้ะ ข้าพ้อจ้ายยย มากกก ไปเรื่องต้อป้ายกันเล้ยยย” ราชาฮัซซาร้องเพลง
วารีและราชาลงจากเรือ ไปหน้าอู่แห้งเพื่อขึ้นรถกิ้งก่า
เมื่อราชานั่ง รถออกไปเพื่อไปที่ต่อไป ห้องประชุม
ราชาฮัซซาเอะใจถาม “บนเรือพิฆาตที่เจ้าสร้าง มันจะมีปืนอะไรบ้าง?”
“มันมีปืนใหญ่ไว้ยิงเรือศัตรู ปืนกลใหญ่ไว้ยิงป้องกัน กับปืนกลเล็กไว้ยิงเรือลำเล็กและคน” วารีนึกในหัวและรีบบอกด้วยความรู้จากเกมเก็บสะสมเรือสาว
เขานึกถึงภาพเรือประจันบานชื่อดังที่ตัวละครผิวแทน เขาชอบเรือลำนั้นมาก
“มันมีถึงสองปืนที่ยิงเรือได้ใช่มั้ย?” ราชาฮัซซาถาม
“ใช่ ผมว่าในยุคนี้ แค่ปืนกลใหญ่ก็น่าจะพอแล้วสำหรับเรือรบทั่วไปของศัตรู ว่าแต่ เมื่อท่านได้เรือ ท่านจะทำอะไร?” วารีมองตรงหาราชาฮัซซา หน้านิ่ง แต่เกร็งสายตา
ราชาฮัซซาสังเกตเห็นเรื่องนั้นได้อย่างรวดเร็วจากประสบการณ์ เขาต้องตอบคำถามนั้นด้วยความระวัง
เท่าที่เขารู้วารี หนุ่มตรงหน้าเขาไม่ชอบสงคราม เขาไม่เคยทรมานคนที่สู้ด้วยและหัวเราะเยาะใครที่สู้เขาไม่ได้ ไม่เคยดูถูกศัตรูหรือด้อยค่าใคร และใช้ชีวิตด้วยความคิดพัฒนาโลกและตัวเองกับพวกพ้อง รวมถึงคนที่อยู่ข้างเดียวกันกับเขา
แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะไว้ชีวิตของศัตรูอย่างง่าย ถ้าอีกฝ่ายชี้ดาบใส่เขา เขาจะตอบแทนอย่างสาสม
ราชาฮัซซาตอบ “ไม้มี้อะไร้เกิดขึ้นทั้งน้านนน ตอนนี้ข้าไม่ได้ร้บกับใคร้ มีแต่โจรสลัดชั่วร้าย เท่าน้านนน”
วารีปล่อยลมหายใจออกเงียบๆ เลิกเกร็งแล้วพูด “ครับ นั่นทำให้ผมโล่งใจ พูดตามตรง เรายังไม่มีเรือแบบนี้เหมือนกัน และสร้างให้ท่านเป็นคนแรกบนโลกนี้ ถ้าท่านบ้าสงครามและยึดเมืองทั้งหมด เราอาจต้องเป็นศัตรูกันในอนาคต”
“ข้าไม่โง้พ้อที่จะเป็นศัตรู้กับเจ้าหร้อกกก แต่มันไม่ดี้เหร้อที่จะให้ข้าคุ้มทวีปใต้ส่วนเจ้าคุ้มทวี้ปตะวันอ้อก?” ราชาฮัซซาถามเรื่องที่คิดในใจ
เขาคิดว่าวารีจะมองเป็นเรื่องดีที่จะให้เขาดูทวีปใต้ แล้วเป็นพันธมิตรกับพวกเขาที่คุมทวีปเหนือ
“มันก็เป็นความคิดที่ดี แต่จะดีกว่านั้นถ้าเราคุมทั้งหมดเอง คนเราเหมือนเกียร์ในกลไกจักรกล ยิ่งคนเยอะ แรงเสียดสียิ่งเยอะ ยิ่งคนน้อย มันจะหมุนได้ลื่นไหลกว่าและสึกหรอน้อยกว่า” วารีพูดตามตรง เขาก้มหน้าและไม่มองราชา
ใจนึงก็เพราะเขาอาย เขาควรเชื่อคนอย่างราชาแล้วในตอนนี้ แต่เพราะโลกเก่าที่ไม่เคยเชื่อใจใคร เขาไม่ไว้จนคนจนกว่าที่สุด
“ข้าขอตอบแทนวารีในเรื่องนี้ เขาไม่กล้าพูดตรงๆเพราะเขาไม่ใช่คนที่อยากให้คนอื่นเห็นว่าเป็นพวกบ้าสงคราม แต่ไม่ใช่สำหรับฉัน ฉันต้องการควบคุมทั้งหมดใต้ฉัน แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่ให้ใครคุมตำแหน่งหรือทวีปอื่นเลย ข้าอยากให้เมืองที่ร่วมกับเราเป็นเมืองขึ้น แน่นอนพวกท่านโบกธงได้ไม่มีปัญหา แต่เมื่อเราพูด ท่านต้องไม่ปฏิเสธ ถ้าไม่ใช่เมืองขึ้น และเป็นเพียงพันธมิตร มันไม่ถึงขั้นที่เราต้องการ” วาโรจับไหล่วารีแล้วพูด
“หมายความว่า ถ้าเราเป็นเมืองขึ้น ควบคุมทวีปใต้ และให้ทั้งหมดเป็นเมืองขึ้นวาโรซีเมียเรียก็ดีเหมือนกันใช่มั้ย?” ราชาฮัซซาถามด้วยเสียงปรกติ
“ใช่ นั่นจะดีที่สุด ดีกว่าทำให้หลายประเทศเป็นเมืองขึ้นแล้วต่างคนต่างคุม มันก็หมายถึงท่านก็คุมทางใต้ แล้วเราก็คุมการเมืองทวีปใต้ผ่านท่านคนเดียว เพียงแต่โบกธงเราคู่ไปด้วยแค่นั้น” วาโรพูดเรื่องจริงทั้งหมด หน้าเธอนิ่งและตาดุดัน
เธอคิดว่าการคุมทวีปใต้เป็นเรื่องง่ายดายและทำเมื่อไหร่ก็ได้
“เรื่องนี้ข้าขอถามวารี เป้าหมายสุดท้ายคืออะไร? สมมตว่าทั้งหมดเป็นของเจ้าทั้งร่างกายและหัวใจ แล้วอะไรต่อ? มันไม่มีอะไรให้ทำนี่?” ราชาฮัซซาถาม
“คำตอบมันอยู่ที่ข้างนอกและข้างใน ถ้าโลกเป็นหนึ่งเดียว สิ่งที่น่าค้นหาก็คือข้างในวงกลม ในโลก แกนโลก และข้างนอก ในดาวอื่น ในจักรวาล” วารีตอบครุมเครือ
ราชาฮัซซาหลับตา ถอนหายใจ มันเป็นคำตอบที่เขาคิดไม่ถึง แต่เขาสบายใจที่วารีไม่ได้เป็นคนบ้า ที่คุมทุกอย่างด้วยกำลัง
เมื่อเขาอยู่จุดสูงสุด วารีที่เขาเข้าใจจะไม่ได้ต้องการหรือลากใครไปสู้เพื่อเขา ทุกคนจะโตแบบของตัวเอง เลือกงานเอง เลือกรับใช้เอง และสนใจกับเรื่องไกลตัวอย่างแกนโลกและนอกโลกมากกว่า
ราชาฮัซซายิ้ม ดีใจที่พันธมิตรเป็นคนดีเกินคาด มันแค่เรื่องของเวลาที่เขาจะเลือกให้ตัวเองเป็นเมืองขึ้น
เมื่อถึงเวลาที่ถูกต้อง เขาจะเป็นเมืองขึ้นของหนุ่มคนนี้
ทวีปใต้ปกครองด้วยผู้นำเผ่าต่างๆ และหลายเผ่าเป็นศัตรูกับฮัซซามานาน
เขาแม้แต่เสียคนรู้จักบางคนไปกับเผ่าเหล่านั้น เขาขอเอาแต่ใจแล้วกำจัดพวกนั้นให้หมดไปก่อน เพื่อเป้าหมายสุดท้ายให้ทวีปใต้เป็นหนึ่งเดียวโดยมีเขายืนจุดสูงสุด
ประเทศส่วนใหญ่ในทวีปใต้ยอมเขาทุกเรื่องอยู่แล้วเพราอำนาจการเงินของซาลาดูน
ที่ซาลาดูนรวยจนซื้อทั้งหมดได้มันเป็นเพียงเพราะประเทศเขาใกล้ทุกทวีปมากกว่าประเทศอื่นทั้งหมดเป็นเวลานานแสนนานแล้ว คลังของซาลาดูนใหญ่ขนาดนั้น
เพราะฉะนั้น มันเหลือแค่เวลาเวลาตัดสินที่ใต้และตะวันออกเป็นหนึ่งเดียว
ราชาฮัซซายื่นมือไปหาวารี
วารีมอง งง “ราชา…” จากนั้นเขาจับมือราชาฮัซซา
“ขอบคุณ… สหายข้า” เขาพูดเงียบๆหลังดึงวารีไปกอด
วารีตะลึงกับราชาหน้าเข้า ตบหลังราชาฮัซซาเพราะทำอะไรไม่ถูก ตบหลังเหมือนเวลากอดกับเพื่อนสนิท
ราชาฮัซซาปล่อยกอดและปล่อยมือ นั่งยิ้มเงียบๆ
และในที่สุดทั้งสี่คนก็มาถึงวังซาลาดูน
ทหารยืนเรียงสองข้างเต็มไปหมดเพราะตั้งแต่ลงรถกิ้งก่า มีทีมงานของใหญ่ใหญ่ถ่ายทอดสดอยู่
“นี่นะครับท่านวารีกับท่านราชินีวาโรลงรถมาพร้อมกับราชาฮัซซาและท่านราชินีแล้ว” ใหญ่ใหญ่รายงานข่าว
ทั้งสี่เดินเข้าวังไป
นั่นคือทั้งหมดที่ใหญ่ใหญ่จะได้ถ่าย มันแค่ไว้แสดงอำนาจส่วนหนึ่งของประเทศซาลาดูนไว้ให้คนในประเทศได้ดู
ทั้งสี่คนเดินไปห้องประชุม
เมื่อเข้ามาวารีเห็นเหล่าแฟนและลูกน้องหลายคนมากันพร้อมเพื่อการประชุมแล้ว
วารีโบกมือและหลายคนโบกมือรับ
ออเบียอยู่ข้างหน้า เธอรับหน้าที่เป็นพิธีกรในการประชุมนี้
วารียิ้มให้เธอและเธอยิ้มตอบ วารีคิดในใจ ‘บวกหนึ่ง! บวกหนึ่ง!’ ตามภาษาคนไม่เคยจีบสาวในโลกก่อน แค่ยิ้มก็ถือว่าได้คะแนน
วารีไปนั่งที่นั่ง ห้องประชุมถูกรีโมเดลใหม่แล้วด้วยเทคโนโลยีของวาโรซีเมียเรีย
หน้าแต่ละคนมีไมโครโฟนเพื่อพูดให้ทั้งห้องได้ยิน
วารีเข้าที่นั่งข้างวาโร อีกข้างเป็นราชาฮัซซา
“เอาล่ะทุกคนพร้อมแล้ว เริ่มประชุมการตั้งโรงงานต่างๆได้เลยค่ะ เชิญท่านราชาวารีพูดเลย” ออเบียพูดอยู่หน้าห้อง
“เอาล่ะครับ ก่อนอื่น… อย่างแรกที่ผมอยากผลิตจากที่นี่คือ ‘น้ำปลา’ เราเอาปลาตัวเล็กที่เป็นของแถมจากการล่าปลามาผ่าท้องล้างไส้ให้สะอาด เอาไปคลุกเกลือสมุทรก้อน คลุกให้ทั่วและเอาลงไห หมักไว้ 6 เดือนถึงสองปี เราจะแบ่งเป็นน้ำปลาเกรดใช้ทั่วไป ใช้ปลาที่ไม่มีใครกิน หมักเร็ว กับอีกฝั่งเป็นปลาแพง หมักสองปี แล้วรอน้ำจากการหมักออกมา จากนั้นนำไปกรองและบรรจุใส่ขวดเพื่อขาย” วารีอธิบายวิธีทำน้ำปลา
“มันจะต่างกับเกลือยังไง? มันก็เค็มเหมือนกันนี่” เจ้าหน้าที่ระดับสูงของซาลาดูนถาม
เขาไม่ได้ประสงค์ร้ายถ้าฟังจากน้ำเสียง เขาแค่สงสัยจริงๆ
วารีบอกเขาและทุกคนในห้อง “กลิ่นและรสสัมผัสมันไม่เหมือนกัน บางสูตรมีการใส่น้ำตาลเข้าไปด้วยให้มันกลมกล่อม และกลิ่นมันไม่เหมือนกันกับเกลือ มันจะหอมละมุนเมื่อกิน และรู้สึกนัวกว่า”
พนักงานขั้นสูงพยักหน้า
“เอาล่ะ เรื่องต่อๆไป เป็นเรื่องอาหาร ผมจะโอนให้เจ๊คุมะ แม่ครัวใหญ่ของเรานะครับ” วารีพูดแล้วชี้ไปทางเจ๊คุมะ
เจ๊คุมะยืน แต่ก่อนเธอเป็นคนน้ำหนักเกิน แต่เดี๋ยวนี้ ไขมันเธอเริ่มเหลือน้อยแล้วแต่มันยังใหญ่อยู่ตามโครงหน้า ใต้คางและหลังต้นแขน
เจ๊คุมะยืน อ่านกระดาษที่อยู่ตรงหน้าด้วยมือสั่นๆ เธอไม่ค่อยชินกับการอยู่หน้าไมโครโฟนและเป็นที่จับตามองของคนมากมาย
เธอเก่งหลังกระทะแต่ยังมือใหม่ในการอธิบายเรื่องต่างๆ
“อย่างแรกคือ… เอ่อ… หมึกบด เอาหมึกมาล้างไส้ เอาตาและดีมันออก จากนั้นนำไปตากแห้งและเมื่อแห้งดีเอามาบดไปมาให้แบนที่สุด นิยมกินที่บาร์จากรสเค็มและเนื้อเหนียว อีกแบบคือหลังบดแล้วปรุงรสเผ็ด ขายเป็นซองตามร้านขายขนม” พี่คุมะอธิบาย
เหล่าทหารนั่งนิ่ง บางคนเหม่อและเล่นมือถือ
แต่ฝั่งการเงินและพนักงานขั้นสูงจดด้วยความเร็ว
“ต่อไปปลาแดดเดียว นำปลาไปผ่าท้องล้างไส้ บั้งปลาแล้วนำไปตากแห้งไม่ถึงค่อนวัน ตากแค่ให้ผิวนอกตึงแต่ข้างในคงความนุ่ม นิยมกินเป็นกับข้าว รสเค็มไม่มากเหนียวนุ่มเคี้ยวสนุก” พี่คุมะพูดต่อ
เจ้าหน้าที่จด มีบางคนกดไมโครโฟนถาม “มันต่างจากหมึกบดยังไง?”
“มันเป็นปลาที่ต้องกินเป็นตัว มันไม่เค็มเท่าหมึกบดทำให้กินง่ายกว่า และเพราะความเหนียวนุ่มเป็นเอกลักษณ์ มันเป็นที่นิยมตามบ้านริมทะเลที่ทำเองได้ง่ายๆ แค่จับปลา ขอดเกล็ดล้างไส้ บั้งๆตากวันเดียวก็เสร็จ แดดดีๆก็กินได้เลยวันนั้น” พี่คุมะอธิบาย
“เข้าใจแล้ว เชิญต่อเลย” พนักงานขั้นสูงเข้าใจและไม่มีคำถามต่อ
“ต่อไปละกันนะ” พี่คุมะเอากระดาษใบหน้าไว้หลัง อ่านหน้าต่อไป “กุ้งแห้ง เอากุ้งตัวเล็กไปต้มน้ำเกลือ เสร็จแล้วตากจนเปลือกแห้งกรอบ เอาใส่กระสอบฟาดๆให้เปลือกหลุดและแยกเอาแต่ตัวกุ้งเก็บไปใช้ มีรสเค็มเป็นเอกลักษณ์ไว้ใช้ใส่ตามเมนูต่างๆ มักใช้เป็นเครื่องปรุ่งและไม่ใช่อาหารกินหลักเอาอิ่ม”
“หมายความว่าทำทีละเยอะๆ แต่ใช้นิดเดียวอย่างนั้นเหรอ?” พนักงานคนหนึ่งพูด
“ใช้ เวลาใช้มันใช้นิดเดียว เพราะฉะนั้นผลิตมาเสร็จก็ขายได้ทั้งปีจนถึงรอบหน้าที่จับกุ้งได้อีก เหมาะสำหรับขายตามตลาด” พี่คุมะบอก
พนักงานคนนั้นพยักหน้า จดและรอฟังต่อ
“ต่อไปกะปิ นำเคยหรือกุ้งจิ๋วคลุกเกลือพอดีๆ ตากแห้งแล้วเอาไปบดใส่โหลแล้วหมักหลายๆเดือนจนเนื้อเนียน มักนำไปปรุงรสอาหาร เมนูที่แนะนำคือกุ้งผัดสะตอ พืชถั่วที่รสชาติเป็นเอกลักษณ์และไม่เป็นที่นิยม แต่เข้ากันดีมาก และอีกเมนูคือน้ำพริกกะปิ” พี่คุมะพูด
“ขยายความน้ำพริกกะปิเพิ่มได้มั้ย?” พนักงานซาลาดูนพูด
“น้ำพริกกะปิเป็นเหมือนงานศิลป์ที่ต้องฝึกเพื่อรสชาติระดับสุดยอด ถ้าไปเรื่องนั้นมันจะยืดยาวไปไกล เราจะตีความบทความเกี่ยวกับน้ำพริกกะปิอย่างละเอียด ทั้งสูตรโลกที่ราชาวารีมา และสูตรโลกใหม่ แต่จุดเด่นของมันที่หวานและเผ็ดไม่มากพร้อมกลิ่นหอมเมื่อกินกับข้าว เมนูนี้ดูถูกไม่ได้และจะปฏิวัติวงการน้ำพริกไปตลอด” พี่คุมะพูดอย่างมั่นใจ
“เข้าใจแล้วครับ” พนักงานพูด
วารีเปรี้ยวปากอยากกินน้ำพริกกะปิฝีมือเจ๊คุมะขึ้นมาทันที
“จากนั้นก็มีหมึกหวาน เราจะพูดเรื่องนั้นทีหลังเพราะเป็นของกินเล่น ต่อไปเป็นเรื่องของเครื่องประดับ ขอส่งให้เรฟเนสรับช่วงต่อนะคะ ขอบคุณค่ะ” พี่คุมะพูด เสร็จแล้วก็นั่ง วางกระดาษหมดเรื่องพูด
เรฟเนสลุก ประสบการณ์จากการขายเครื่องประดับมากมายทำให้เธอมีความสามารถเวลาคุยกับคนกลุ่มใหญ่
“ก่อนอื่นเลยคือไข่มุก จากข้อมูลที่เราหามาคร่าวๆ มุกที่นี่มีเอกลักษณ์มุกน้ำเค็มที่ลึก สีเข้มและความเงาจะสูงเกินของวาโรซีเมียเรีย เราจะทำฟาร์มมุกที่ริมทะเลลึกเพื่อผลิตเป็นจำนวนมากที่สุดไว้ขาย ในอนาคตที่ฟาร์มเรามากพอ เราจะพอมีขายได้จนคนทั่วไปเข้าถึง แต่ต้องคุมราคาและต่อสู้กับของปลอมเมื่อถึงเวลา แต่นั่นเป็นเรื่องของการตลาด” เรฟเนสพูดยาว
“มุกมันมีดียังไง? เดิมทีมันเป็นเครื่องประดับของเหล่าคนล่าหอย เพราะมันเป็นของที่ได้แถมมาเวลาล่าหอยไว้กิน” พนักงานที่เคยเห็นมุกพูด
“มุกมีความเชื่อเกี่ยวกับมันว่าเป็นเจ้าแห่งทะเล เป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธิและสะอาด ช่วยเรื่องโชคลางและปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายเช่นดวงไม่ดีหรืออุบัติเหตุ แต่นั่นไม่ได้มีผลมาก ที่มีผลหลักจะเป็นเรื่องความรัก” เรฟเนสพูดถึงความเชื่อเกี่ยวกับมุก
“นั่นทั้งหมดเป็นความเชื่อหรือข้อมูลสถิติ?” พนักงานถามเพิ่ม
“ความเชื่อจริงที่เห็นผลคือแบบนี้ ถ้าคนเชื่อว่าดวงจะดี ถ้าคนเชื่อว่าต้องระวังเรื่องร้ายหรือโชคร้าย มันจะฝังในจิตใต้สำนึกเวลาใช้ชีวิตให้ระวังตัว ระวังคำพูด เพราะฉะนั้นการเชื่อแบบนั้นก็พอแล้วที่จะทำให้สถิติดีขึ้น คนที่แค่ใช้ชีวิตปรกติ กับคนที่ใส่มุกอะไรก็ตามเชื่อว่าจะโชคดีและระวังเรื่องร้ายจะต่างกันเพราะคนหลังระวังมากกว่า” เรฟเนสอธิบายเรื่องเกี่ยวกับจิตวิทยา
“เข้าใจแล้วครับ มันเป็นความเห็นที่น่าสนใจ” พนักงานคำนับแล้วนั่ง
“อีกอย่างเป็นเปลือกมุก ด้านในเปลือกหอยมุกที่เป็นสีรุ้ง เอาไปบดอัดทำเป็นแผ่นแล้วล้อมด้วยกรอบทองหรือเงินแล้วทำเป็นเครื่องประดับ แต่ที่นิยมใช้ที่สุดคือการฉลุหรือถมมุกลงบนกล่องเครื่องประดับหรือโต๊ะเก้าอี้และเฟอร์นิเจอร์ในบ้านขั้นสูง แน่นอนว่านั่นจะเป็นที่นิยมสำหรับสมาคมคนชั้นสูง”
หลายคนของทั้งสองฝ่ายจด
จากนั้นเรฟเนสนั่ง
มันยังมีอีกหลายเรื่องที่ไม่ได้พูดในเอกสารเล่มหนาที่แต่ละคนได้ มันน่าจะถึงเวลาจบการประชุมและให้ทุกคนไปศึกษาเพิ่มเติมกันเอง
วารีลุกและตัดสินใจปิดการประชุม “เอาล่ะนอกจากข้อมูลในเอกสาร ถ้ามีเรื่องอะไรที่ไม่เข้าใจ ได้โปรดติดต่อเราได้โดยตรงเสมอ ขอปิดการประชุมเพียงเท่านี้ครับ”
เหล่าพนักงานลุกและกลับที่พัก
วารียืดกล้ามเนื้อ เหล่าแฟนหลายคนลุกแล้วทำเหมือนกัน
วารีเดินไปคุยเล่นกับออเบียหวังจีบเธอเพื่อไปห้องเธอ แต่สุดท้ายโดนปฏิเสธเพราะออเบียงานเยอะ
วารีคอตกกลับกับเหล่าเมีย วีตบหลังและหัวเราะหลังล้อเขาเสร็จ แต่แฟนหลายคนยังให้กำลังใจเขา