วารีพัฒนาประเทศต่ออย่างไม่หยุดยั้ง แถมคอยดูแลเหล่าเมียในฮาเร็มจนหมุนหน้าหมุนหลัง แต่ต้องมาเจอกับอดีตที่เคยผิดพลาดตามมาหลอกหลอนทั้งๆที่ลูกใกล้คลอด ทำให้เหล่าแฟนพากันมาช่วยเพื่อให้คนเดิมกลับมาหาพวกเธอ
วารีอยากทำงานค้าขายให้ดี รักฮาเร็มให้เต็มหัวใจ แต่โดนรุมเร้าจากทั้งจิตใจในอดีตและเหล่าผู้ก่อการร้าย ทั้งๆที่เมียท้องกันยกชุด เขาต้องทำทั้งหมดให้ได้ดี และสุดท้ายเมื่อทุกอย่างพร้อม เขาจะรับหน้าที่ราชา
รัก,แอคชั่น,แฟนตาซี,ชาย-หญิง,เกิดใหม่,ต่างโลก,คลั่งรัก,ชาย-ชาย,หญิง-หญิง,ฮาเร็ม,ชาย-หญิง,หญิงรุก,yaoi,โรมานซ์,โรแมนติก,ต่อสู้,รักวัยรุ่น,เกิดใหม่,ทำงาน,สร้างตัว,ฝึกฝน,นางเอกเก่ง,พระเอกเก่ง,รัก,แฟนตาซี,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
138 คุณไสยสไลด์ยิง
นายพลคิตตี้นั่งกระดกเหล้าขาวอยู่ในห้องกับทหารผู้ช่วย
ทหารผู้ช่วยไม่ได้กินด้วยเพราะเหล้าเป็นของที่หายากในแนวหน้า
มันเป็นหนึ่งเดือนแล้วที่นายพลคิตตี้ปรับมาใช้การรบแบบกองโจรอยู่ที่เมืองหลวงสหพันธรัฐโคเม่
หลังจากวันที่ชนะ วันแรกหลังจากนั้นนายพลคิตตี้ให้ทหารหมกอยู่ตามบ้านรอวาโรซีเมียเรียบุกมาอีกครั้ง
แต่วาโรซีเมียเรียไม่บุก และวันต่อมาก็ไม่บุก
นายพลคิตตี้เลยตัดสินใจประกาศเลี้ยงฉลองให้เหล่าทหาร
เหล่าทหารปล้นสะดมเมือง เพราะพวกเขามาจากอารูสิเย และไม่ได้ผูกพันอะไรกับเมืองหลวงของโคเม่
วันแรกๆ ทหารได้กินไวน์จนไวน์หมด และเหล่าทหารตามกวาดเหล้าชั้นสูงฉลองกันเรื่อยๆ
สุดท้ายมันก็เหลือแต่เหล้าขาวพื้นฐาน อาหารต่างๆก็พบชะตาแบบเดียวกัน
เหล่าประชาชนในเมืองตกอยู่ในความยากลำบาก อาหารโดนทหารเอาไปหมดเมื่อเจอ ทำให้หลายบ้านต้องพากันซ่อนมันเพื่อความอยู่รอด และเมื่อถึงเวลาประจำที่วาโรซีเมียเรียเคยบุก เหล่าทหารก็เดินมาเข้าบ้านประชาชนอีกครั้ง
ทหารอารูสิเยดื่มด่ำกับชัยชนะไม่สนหน้าสนหลัง นายพลคิตตี้และทหารขั้นสูงตั้งวงกินหรูทุกวัน
สุดท้ายอาหารที่เหลือมีแต่ซุปมันฝรั่งและข้าวโอ้ต
ทหารทุกคนกินแบบนี้มาทั้งอาทิตย์ และเริ่มเกิดการไม่พอใจที่อารูสิเยไม่สนใจแนวหน้า
คิตตี้รู้ดีว่าเปตูโน่จะไม่ช่วย เพราะตัดสินใจทิ้งเขากับโคเม่แล้ว
แต่ไม่ใช่ว่าคิตตี้จะไม่ทำหน้าที่นายพลเพื่อกู้ชื่อให้ตัวเอง
“พวกวาโรซีเมียเรียมันขี้ขลาดฉิบหาย ตั้งนานแล้วมันไม่โผล่หัวมาเลย” นายพลคิตตี้เริ่มเมาหนักช่วงบ่าย
ทหารผู้ช่วยรายงาน “คนที่เราจัดการได้เป็นเมียที่ตำแหน่งกลางๆของวารี เราเชื่อว่าวาโรกำลังเศร้าโศกเสียใจอย่างหนักและจัดพวกพิธีอยู่”
“ฮ่า! สมน้ำหน้า!” นายพลคิตตี้ที่หนวดแหว่งหลังเนื้อปากหายตอนโดนต่อยพูด “มันมาอีกเดี๋ยวมันก็โดนอีก”
นายพลคิตตี้ขึ้นชื่อเรื่องความภาคภูมิใจในหนวดของตัวเองและอวดมันทุกครั้ง แต่เดี๋ยวนี้เขาทำอย่างนั้นไม่ได้แล้ว
“อีผมขาว ถ้าแม่งมาอีกฆ่าจะฆ่าอีนั่นกับมือ เอ็งฟังไว้นะ ผู้ช่วย! ชื่อไรแล้ววะ… เออช่างเหอะ เอ็งฟังไว้! ข้าจะเอาหัวมันมาเสียบปลายดาบวิ่งรอบเมืองฉลอง” นายพลคิตตี้โอ้อวดตัวเองใหญ่โต
“ครับท่านนายพล” ผู้ช่วยพูด แต่ใจเขาแอบขำกับหนวดแหว่งๆของเขา
มันเป็นหนึ่งเดือนที่วาโรซีเมียเรียหยุดการบุก
ต้นเดือน 4 วารีอายุ 24 ปี
ที่แคมป์ใหญ่ของวาโรซีเมียเรียในเมืองใต้เมืองหลวงของสหพันธรัฐโคเม่
ที่แคมป์คนพลุกพล่านและมีเหล่าขุนนางที่หยุดกินอาหารของเหล่าเชฟกับแม่บ้านและพาพวกเขามาลองกินอาหารขึ้นชื่อของวาโรซีเมียเรียเพื่อลอกเลียนแบบสูตร
วาโรซีเมียเรียไม่ได้หวงสูตรและบอกทุกครั้งที่มีคนมาถาม
แต่ความเป็นขุนนางที่เสียหน้าไม่ได้พวกเขาเก็บปากไว้และไม่ยอมพูดถามโดยตรง
นอกจากขุนนางก็ยังมีชาวบ้านธรรมดาที่กินบ้างขอบ้างตามแรงเงินที่มีในช่วงสงครามที่งานหายาก
ไปจนถึงเหล่าคนในสลัมที่แรกๆมากับเสื้อผ้าเน่าๆขาดๆ วันนี้พวกเขามาด้วยเสื้อยืดที่เขียนว่า ‘ฉัน (รูปหัวใจ) วาโรซีเมียเรีย’ และกางเกงใส่สบายๆ และส่วนน้อยหารกันซื้อข้าวแบ่งกันกิน
แต่วาโรซีเมียเรียแจกข้าวตลอด เพียงแค่เอ่ยปากขอเฉยๆแบบไม่ต้องมีหลักฐาน
วาโรซีเมียเรียที่มาตั้งแคมป์ที่นี่ไม่ให้ทหารอยู่เฉย นอกจากฝึก พวกเขาช่วยกันก่อสร้างบ้านใหม่ให้คนที่สลัมพร้อมแรงงานที่มาจากเมืองหลวง
และยังรับซ่อมบ้านเรือนเหล่าบ้านคนธรรมดาด้วย
เหล่าขุนนางที่มีเงินเมื่อเห็นสถาปนิกของวาโรซีเมียเรียที่ออกแนวตกแต่งน้อยแต่คงทนยันชาติหน้าต่างพากันตาวาวและจ้างให้ไปออกแบบคฤหาสน์ให้ตัวเองใหม่
เพราะโดรนที่เดินทางไปกลับทวีปเหนือและตะวันออกได้เร็ว คนงานไม่หยุดเดินทางมาที่นี่
ทหารได้เงินดีจากงานก่อสร้าง และพากันกินดื่มอย่างเต็มที่
“ขอข้าวผัด 3 ถุงครับ ผมจะเอาให้แม่กับยายที่บ้าน” เด็กอายุสิบกว่าขวบมาขอข้าวร้านเจ๊คุมะ
“ได้ๆ เดี๋ยวใส่ผักกับเนื้อให้เยอะๆ น้องเดินไปเอาเฟรนซ์ฟรายส์ร้านนู้นไปกินด้วยนะ” เจ๊คุมะผัดเมนูลูกค้าคนก่อนไปยิ้มไป
“ครับ ขอบคุณครับ!” เด็กยิ้มและรออาหาร
เมื่ออาหารเสร็จ เด็กรับไว้และวิ่งไป
กลุ่มเด็กเพื่อนกันเมื่อเห็นก็เรียก “ทอง! มาเล่นกัน พี่เขาให้ลูกบอลมา!”
“เอาไว้ก่อนเว้ย ข้าจะเอาข้าวไปให้แม่กับยาย” เด็กชื่อทองกับข้าวผัดถุงใหญ่จนหนัก 3 ถุงพร้อมเฟรนซ์ฟรายส์พูด
“เออๆ ว่างแล้วมานี่นะ พวกพี่เขาตีเส้นสนามให้แล้วเดี๋ยวข้าสอน” เด็กในกลุ่มอีกคนพูด
“ได้ๆ ไปละเว้ย” ทองพูดทิ้งท้ายและวิ่งไป
เขาเข้าเขตสลัมและวิ่งไปบ้านที่วาโรซีเมียเรียเพิ่งสร้างใหม่ให้
ก่อนหน้านี่มันเป็นบ้านที่เอาแผ่นไม้ใหญ่ที่ขนาดไม่เท่ากันมาทำเป็นกำแพงและเอาสังกะสีผุๆมากั้นเป็นหลังคา
ตอนนี้มันเป็นบ้านเล็กๆที่น่าอยู่
ทองเปิดประตูและปิดแบบสุดเบายุงไม่ได้ยินเพราะกลัวประตูบ้านสึกหรอ
“แม่! ยาย! กินข้าว” ทองรีบบอก
“ไอ้ทองมาดูเร็ว! ยายเดินได้! หมอวาโรซีเมียเรียเขามาเนี่ย เร็วๆ!” เสียงแม่ทองออกมาจากห้องข้างใน
ทองตกใจเกือบปล่อยข้าวผัดหลุดแต่กำแน่นแล้วรีบวางบนโต๊ะให้ปลอดภัยก่อนเข้าไปห้องยาย
เมื่อเข้ามาทองเห็นยายจับมือแม่ค่อยๆเดินเหมือนยังไม่ถนัด ที่ขายายมีเหล็กยาวข้างน่องและต้นขา มีเครื่องจักรที่หัวเข่าและด้านหลังและมีเครื่องจักรอยู่หลังเอว
มีพี่หมอมหัศศรีในชุดขาวสะอาดยาวๆอยู่ และอีกคนที่ทองไม่รู้จักคือพี่ผมเขียวที่กำลังเอาประแจไขเครื่องจักรหลังเอวยายอยู่
“โอ้ย บุญที่ไหนของกูเนี่ย กูนอนมา 5 ปี แต่วันนี้กูได้เดิน อะไรกันเนี่ย โอ้ย พระเอ้ย เจ้าเอ้ย ขอบคุณเจ้าข้า เอ็งลงมาจากสวรรค์เหรอยัยหนูผักชี?” ยายพูดเสียงเบาสั่นเครือ
“หนูเป็นคนเหมือนยายนั่นแหละค่า หนูก็ได้บุญวารีผัวดีๆเหมือนกัน ไม่มีเขาหนูก็อยู่ข้างถนนแหละป้า” พี่ผมเขียวที่ชื่อว่าผักชีพูด
“จูนเข้าที่ยัง? เรายังต้องไปบ้านอื่นต่อ” พี่หมอมหัศศรีพูด
ตอนแรกทองมองพี่หมอมหัศศรีว่าช่วยไม่ไหวเพราะรีบมารีบไปตลอด ซักพักพี่แกฉีดยาบ่างอย่างจนยายยกขาได้ จนวันนี้พี่เขามาพร้อมพวกพ้องอีกคน
“เสร็จละจ้า คุณยายฝึกเดินซักเดือนเดี๋ยวก็ไม่ต้องให้คนจับแล้ว เราจะเอามือถือรุ่นคนไข้ไว้ให้ ถ้ามันเสียหรืออะไรก็กดติดต่อทีมงาน” พี่ผักชีหยิบมือถือมาแล้วดูแม่ แม่ก็แก่เหมือนกัน และพี่เขาหันหาทอง “มาวัยรุ่นมาดู กดนี่ กดนี่ และกดนี่ เรียบร้อย เข้าใจนะเก็บไว้กับบ้านดีๆ อาจต้องใช้เวลากว่าวาโรซีเมียเรียจะสร้างโรงพยาบาลที่นี่เสร็จ ก่อนหน้านั้นต้องให้คนรับไปที่โน่นก่อน”
ทองรับมือถือแบบมือสั่นๆ แต่ทำหน้ามั่นใจ “ครับพี่”
พี่ผักชีและพี่หมอเตรียมตัวออกจากบ้าน ทองดึงปลายเสื้อพี่หมอมหัศศรี “ผมเป็นคนโคเม่ โตขึ้นผมจะเป็นทหารของวาโรซีเมียเรียได้มั้ยครับ?”
ทองเพิ่งเห็นพี่มหัศศรียิ้มครั้งแรก และลูบหัวทอง “ตอนนี้ที่นี่เป็นของวาโรซีเมียเรียแล้ว และโคเม่ทั้งหมดจะเป็นของวาโรซีเมียเรียในไม่นาน แน่นอน นับตั้งแต่วันนี้ น้องเป็นคนที่เดียวกับพี่แล้ว อย่าอายที่ต้องพูดมัน ตั้งใจออกกำลังกาย กินให้เยอะ นอนให้พอ พี่ไปแล้วนะ”
ทองน้ำตาไหล ยืนโบกมือให้พี่ๆสองคน
จากนั้นทองโดนอะไรสักอย่างกระแทกก้นเบาๆ ทองหันไปเห็นยาย “ข้าอยากเตะตูดเอ็งมานานละไอ้ทอง! ฮ่าฮ่าฮ่า!”
“โหยายอ่ะมาถึงก็นักเลงเลยนะ!” ทองบ่น
ภาพแบบนี้มีให้เห็นทุกวันที่ค่ายวาโรซีเมียเรีย
ตอนค่ำ
ในเต็นท์ใหญ่ของเป้าซ้อมยิง
ตอนนี้สนามเป้าซ้อมยิงเปลี่ยนไป
วันนี้พื้นที่ตรงกลางมีการเลียนแบบบ้านในเมืองหลวงของโคเม่
มันเป็นบ้านไม้อัดที่ประกอบและเก็บง่าย ไม่มีการใช้ปูนหรือเหล็ก
มันใช้เพื่อเปลี่ยนเป็นสนามซ้อมรบกับการรบแบบกองโจรที่อารูสิเยใช้ และทหารเก็บเกี่ยวประสบการณ์ได้อย่างมากมายตั้งแต่เพิ่งเปลี่ยนเมื่อครึ่งเดือนที่แล้ว
ตอนนี้มันเป็นสนามซ้อมเวทมนตร์และปืนยิงลูกบอลสี
ทีมหนึ่งที่เป็นคู่ต่อสู้จะใช้ดาบและบอลเวทย์ดิบที่ไม่ถึงตายแต่ทำให้มีแรงกระแทกและกระเด็น
วีเดินคู่กับเรดจำปา และวิวคู่กับท่านหญิงเสือดำ
“เริ่ม!” พี่อลิสให้สัญญาณ
วีมองหน้าวิวและวิ่งออกซ้ายกับเรดจำปา ส่วนวิววิ่งออกขวากับท่านหญิงเสือดำ
ปืนลูกบอลสีของทุกคนมีไม้เท้าแปะอยู่ที่ปากกระบอก
ทหารอีกฝ่ายออกมาจากบนบ้านและยิงเวทย์ดิบใส่วี วีกระโดดหลบและยิงบอลสีโดนเขาและเขาแกล้งล้ม
จากนั้นวีรีบวิ่ง มีทหารออกมาจากบ้านทางซ้ายด้านบน
“บอลลม!” เรดจำปาเล็งปืนยิงเวทย์ที่อัดลมเป็นลูกบอลเพื่อใช้กระแทกอีกฝ่าย
เมื่อทหารกระเด็นลอยสูงถึงเมตรและตกลงมาตบพื้นกันกระแทกจากนั้นแกล้งนอนต่อ
วีถีบประตูบ้านปลอม จากนั้นยิง แป่กแป่กแป่ก
ทหาร 3 คนที่ถือตุ๊กตาปลอมโดนยิงใส่หน้ากากทุกคนและแกล้งล้ม
วิวถีบประตูบ้านอีกฝั่งแล้วท่านหญิงเสือดำวิ่งเข้าบ้านไป
ในบ้านมีทหารถือตุ๊กตาเหมือนกันแต่ท่านหญิงเสือดำเล็งและยิงด้วยความรวดเร็ว แป่กแป่กแป่ก
กระสุนโดนหัวหมดและทหารพากันแกล้งล้ม
แต่วิวที่อยู่หน้าบ้านเจอทหารออกมาจากหลังคาด้านหลังและด้านข้าง
“ช่องส่องหน้า!” วิวเสกกำแพงดินขึ้นมากัน
ตู้ม ตู้ม บอลพลังงานโดนกำแพงดินแต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
กำแพงดินมีรูไว้เอาปืนส่องอยู่ วิวยิงออกมาจากช่องส่องนั้น แป่กแป่ก
บอลสีโดนหัวทหารบนหลังคาและพากันแกล้งล้ม
วิวกัดซองน้ำตาลเทกรอกปาก จากนั้นมีทหารถือดาบไม้วิ่งมาทางด้านขวา
กำแพงดินจมลงพื้น “โคลนจุ๊บ!” วิวเสกโคลนดูดใส่พื้นที่ทหารสามคนยืนอยู่
ทหารเท้าจมลงโคลนและเดินไม่ได้ วิวรัวยิงฟรีใส่ทหารเหล่านั้น ท่านหญิงเสือดำวิ่งออกมาจากบ้าน วิวเดินนำเธอออกทางด้านขวา
เมื่อออกไปด้านขวาวิวเห็นอ็อกโธยืนกับทหารสี่คน ด้านหลังเป็นคอกที่มีตุ๊กตาปลอมอัดกันอยู่
วิวกับท่านหญิงเสือดำยิงไม่ได้เพราะเสี่ยงกระสุนเลยไปโดนตุ๊กตาด้านหลัง
ทหารสี่คนออกวิ่งหาวิวและท่านหญิงเสือดำ
วิวใช้เวทย์สวน “โคลนจุ๊บ!” เปลี่ยนพื้นเป็นโคลน
ทหารกระโดดไกลหลบและฟันวิวด้วยดาบไม้ใส่หัว
วิวชักดาบไม้กัน เมื่อกันได้ท่านหญิงเสือดำเล็งปืนที่มีไม้เท้ามัดติดกันแล้วใช้เวทย์ “ดากเด้ง!”
เสาไม้ไม่แหลมแทงก้นทหารที่กระโดดใส่วิวลอยขึ้นไปบนฟ้า แป่กแป่กแป่ก ท่านหญิงเสือดำและวิวรัวยิงใส่เขา
ทหารสองคนวิ่งมาฟันท่านหญิงเสือดำจากด้านข้าง ท่านหญิงเสือดำม้วนข้างหลบ
วิวหันหาทหารสองคน “บอลโคลน!” ลูกบอลโคลนโดนทหารหนึ่งคนกระเด็นไปติดกำแพงและออกจากโคลนไม่ได้ คาอยู่แบบนั้น
จากนั้นวิววิ่งเอาดาบไม้ตีหัวทหารจากด้านบน ทหารเอาดาบกัน
แต่ท่านหญิงเสือดำชักดาบฟันใส่ตัวทหารที่ดาบอยู่ด้านบน เขาโดนดาบและแกล้งล้มไป
ทหารอีกคนเห็นท่าไม่ดี ค่อยๆถอยไปหาอ็อกโธ แต่ท่านหญิงเสือดำไม่ปล่อย “ดากเด้ง!”
เสาหินไม่แหลมขึ้นมาเสียบก้นทหารลอย หลัง แป่กแป่กแป่ก ตัวเขาก็เต็มไปด้วยสี
อ็อกโธยิงบอลเวทย์ดิบใส่ท่านหญิงเสือดำ ท่านหญิงเสือดำใช้เวทย์ “เสาหิน!”
เสาหินขึ้นมากันเวทย์ดิบได้ไม่มีปัญหา
แต่มีคนออกมาจากหลังคาสองข้างและปล่อยเวทย์ดิบใส่วิวและท่านหญิงเสือดำ
สองคนม้วนหลบ แล้ววิวพูด “ท่านหญิงจัดการข้างบน”
“ได้” ท่านหญิงตอบและยิงใส่คนบนหลังคาซ้ายขวา
วิววิ่งเข้าไปดวลกับอ็อกโธ อ็อกโธยิงเวทย์ดิบอีกครั้ง
“ม่านโคลน!” วิวเสกม่านโคลนมาป้องกันเวทย์ดิบไว้แล้ววิ่งเข้าประชิด
อ็อกโธเอาดาบพาดไหล่และเมื่อวิวเข้าระยะเหวี่ยงดาบใส่หัววิว
วิวม้วนหน้าหลบแล้วยิงใยใส่เท้าอ็อกโธดึงขาเธอเข้าหาตัว
อ็อกโธเอาเวทย์ดิบที่มือจี้ใยวิวจนมันขาดและดึงขากลับ จากนั้นฟันข้างใส่วิวที่นั่งยองอยู่
วิวเอาดาบไม้กันและลุก
สองคนฟันและป้องกันใส่กันแลกกันไปมา
จนอ็อกโธง้างดาบสูง วิวทิ้งดาบพุ่งกระแทกเอวจับใต้ก้น
คนบนหลังคาเปื้อนสีและแกล้งล้มทั้งสองฝั่ง
อ็อกโธดีดขาออกด้านหลังกันทุ่ม แต่วิวเอาขาแมงมุมเกี่ยวเข่าเธองอ
วิวยกอ็อกโธและทุ่มไปด้านหลัง อ็อกโธกระแทกพื้น
ปี้ด! เสียงนกหวีดดังจบการจำลองการรบ
“ขาแมงมุมเธอโกงสุดๆ” อ็อกโธบ่นไปยิ้มไป
“มันเป็นทักษะ ฮี่ฮี่” วิวยิ้ม
ทหารจับกลุ่มกันคุย เช็ดสีออกจากหน้าและหัว
“ดาบจะสู้ปืนมันต้องทำไงวะเนี่ย?” คนหนึ่งพูด
“ไม่รู้ดิ” ทหารเพื่อนกันพูด “วิ่งเข้าไปโง่ๆเหมือนที่พวกนั้นทำน่าจะได้สุดละ”
“มันโง่เกินอ่ะ เหมือนแทนที่จะคิดก่อน กลับวิ่งไปรับกระสุนจะได้รีบนอนอะไรแบบนั้น” คนสุดท้ายพูด
“แต่โดนกระสุนจริงๆ มันไม่ได้นอนสบายแบบนี้นะ มันนอนยาวอาจไม่ลุกเลยก็ได้” ทหารคนแรกแย้งเพื่อน
“นั่นดิ” คนสุดท้ายพูดอีกครั้ง
วารีเมื่อเห็นทุกอย่างเข้าที่แล้วก็เริ่มมีไฟในตัว
คราวหน้าที่บุกพวกโคเม่จะไม่เสียท่าให้พวกมันอีกแล้ว
วารีเดินออกจากเต็นท์ วาโรมองเขาจากไกลๆ
เมื่อวารีเดินออกไป วาโรเดินตามออกไป วีและวิวมองหน้ากันแล้วเหมือนสื่อจิตใส่กันว่าไม่อยากขัดวาโร
วารีออกไปหน้าเต็นท์แล้วหยิบกล่องอุ้ยมวนมา ชักมวนนึงแล้วจุดไฟ
เขาเอาแขนเท้าราวกั้นเพื่อความสบายตัวหลังฝึกหนัก
วารีมองฟ้าตอนหัวค่ำเพื่อดูดาว
ตอนเขาอยู่โครอลลัลเรย์เรียที่มีลิชหรือกิ้งก่าปล่อยแสงไฟแทนนีออนแบบป้ายไฟ จะไม่ได้เห็นดาวแบบนี้เพราะแสงไฟจากซ่องต่างๆ
และตอนแรกที่มาวาโรซีเมียเรียเขาพอได้เห็นดาวบ้าง
แต่หลังจากเขาพัฒนาโรงไฟฟ้าและหน้าบ้านแต่ละบ้านติดไฟเยอะขึ้นเขาก็มองดูดาวยากอีก
เขาย้อนนึกอดีตจากโลกก่อน
มันมีความกลัว แต่หลังจากที่จมเยอะคราวที่แล้วจนแฟนลากออกมาได้ เขามองอดีตพวกนั้นด้วยสายตาที่อ่อนโยนขึ้น
มันเจ็บ ใช่ เมื่อนึก หัวใจมันเหมือนโดนกรีด
แต่ที่โลกเก่ามีคนระดับหมอเก่งๆเคยพูดว่า ‘เราเรียนจากความเจ็บ เพื่อเปลี่ยนให้ดีกว่าเก่า’
เขามองอดีต และคิดไปเรื่อยๆ
วาโรเดินมาข้างเขา เธอล้วงกล่องอุ้ยแบบเดียวกับเขาจุด
“คิดเรื่องอะไรอยู่” วาโรมีลางไม่ดีและรีบออกมาก่อนเผื่อว่าวารีจะจมอดีต
แต่เมื่อวารีหันมองเธอ วารีมีสายตาแบบผู้ใหญ่ทั้งๆที่เด็กกว่าเธอ
วาโรยิ้มมุมปากและภูมิใจกับราชาที่ตัวเองเลือก
“คิดเรื่องแม่” เขาดูด พ่นควัน “ฉันแก้มันไม่ได้ แต่ฉันกำลังคิดว่า ฉันทำเต็มที่แล้วหรือยังในตอนนั้น”
“โอ้ เหรอ… ฉันไม่คิดว่าเธอจะพูดเรื่องท่าน เมื่อถึงเรื่องนี้ทีไร เธอไม่ค่อยปล่อยมันออกมา” วาโรพูด
“มันไม่เหมือนกับฉันไม่เคยพูดเลยในโลกนี้ ฉันเคยพูดกับวี และวิวคงรู้จากเธอแต่ไม่พูด อ้ะ ฉันขอโทษ” วารีตกใจที่พูดเหมือนวีสำคัญกว่าวาโร
“ไม่ต้องขอโทษ มันแค่โอกาสมาถึงวีก่อน สำหรับฉันที่ยุ่งกับเรื่องงาน มันอาจเป็นฉันที่ไม่มีเวลาให้เธอ” วาโรพูดเหมือนไม่เจ็บใจ แต่เธอมองพื้น
“ถ้าเธอไม่มีเวลาเราคงไม่มีน้องลูเมนัวหรอก เธอมีเวลาให้ฉันเสมอ ตั้งแต่ฉันอยู่มา” วารีจับคางวาโรให้ยกมามองเขา “ไม่ว่ามองกี่ครั้ง เธอเป็นแรงใจให้ฉันสู้เสมอด้วยตาสีแดงของเธอ”
วาโรเป็นคนเขินยากและถึงเนื้อถึงตัวเสมอเมื่อเป็นเรื่องรักเวลาที่แสงไฟหน้าเต็นท์ส่องเห็นหน้าเธอแดงแบบนี้เป็นเวลาสุดหายากเหมือนการหาโคลเวอร์สี่กลีบ
“รู้มั้ยเรื่องที่ว่าพยายามพอหรือยังในอดีตฉันก็มี ถ้าเป็นตอนนี้ที่ฉันเก่งขึ้นหลายเท่าและไอ้เปตูโน่แก่ลง ฉันจะตัดหัวมันให้กระเด็น แต่ฉันกลับไปเวลานั้นไม่ได้ ดังนั้น อดีตตรงนั้นก็คอยหลอกฉันเหมือนกัน” วาโรพูดถึงอดีตตัวบ้าง
“ถ้าเราเรียนจากความเจ็บ เราสองคนคงเรียนสูงน่าดู” วารีพูด
“หึหึ” วาโรจับก้นวารี เมื่ออุ้ยใกล้หมดพอดี
“มีงานอีกมั้ย? ฉันอยากเข้าห้องเธอ” วารีพูดเชิงหวัง
“ทหารรอได้ มาที่เต็นท์ฉันมา” วาโรรีบลากวารีไปมีเวลาให้กัน
ระหว่างนั้น
เรฟเนสกำลังวิดพื้นครั้งที่สิบ
เธอดันได้ครึ่งเดียว จากนั้นหล่นนอนราบ
“ชิ”
เธอมองตุ๊กตาทหารที่ใส่ฮู้ดแหลม
เธอหยิบไม้เท้า ชี้ “ช็อตหน้า! ช็อตหน้า! ช็อตหน้า!”
ตุ๊กตาหัวไหม้ เรฟเนสกรอกน้ำตาล
“คัน…” จากนั้นเธอเดินไปดูแผนที่แคมป์ที่เธออยู่
เธอขีดเส้นจำลองเส้นทางหนี
“ฉันจะไม่พลาดศึกนี้ คอยดูเถอะ!” เธอพูดกับตัวเอง