วารีพัฒนาประเทศต่ออย่างไม่หยุดยั้ง แถมคอยดูแลเหล่าเมียในฮาเร็มจนหมุนหน้าหมุนหลัง แต่ต้องมาเจอกับอดีตที่เคยผิดพลาดตามมาหลอกหลอนทั้งๆที่ลูกใกล้คลอด ทำให้เหล่าแฟนพากันมาช่วยเพื่อให้คนเดิมกลับมาหาพวกเธอ
วารีอยากทำงานค้าขายให้ดี รักฮาเร็มให้เต็มหัวใจ แต่โดนรุมเร้าจากทั้งจิตใจในอดีตและเหล่าผู้ก่อการร้าย ทั้งๆที่เมียท้องกันยกชุด เขาต้องทำทั้งหมดให้ได้ดี และสุดท้ายเมื่อทุกอย่างพร้อม เขาจะรับหน้าที่ราชา
รัก,แอคชั่น,แฟนตาซี,ชาย-หญิง,เกิดใหม่,ต่างโลก,คลั่งรัก,ชาย-ชาย,หญิง-หญิง,ฮาเร็ม,ชาย-หญิง,หญิงรุก,yaoi,โรมานซ์,โรแมนติก,ต่อสู้,รักวัยรุ่น,เกิดใหม่,ทำงาน,สร้างตัว,ฝึกฝน,นางเอกเก่ง,พระเอกเก่ง,รัก,แฟนตาซี,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
137 วัยรุ่นปืนราง
เจ็นกิ้นเพิ่งดึงข้อ 20 ครั้ง และโหนบาร์ยกขาอีก 20 ครั้งเสร็จ
มันเป็นตอนหัวค่ำเธออาบน้ำเปลี่ยนชุดนอน
เธอกลับห้องมาเห็นพี่สาวกำลังถ่ายทอดสดในทูบจ้าอยู่
ต้นเดือน 3 ช่วยท้าย หลังจากที่มาได้ไม่ถึงอาทิตย์ พี่สาวเธอก็เจออาชีพที่น่าสนใจคือ ‘วีทูบเบอร์’
อาชีพนี้จะถ่ายทอดสดตัวเองนั่งพูดกับคนที่เข้ามาดูหรือเหล่าแชท และใช้โปรแกรมทำให้ตัวเองเป็นโมเดลตัวการ์ตูนที่ขยับปาก, หน้า, และการขยับร่างท่อนบนตามตัวจริงที่พูดอยู่หลังกล้อง
พี่เอาเงินค่าขนมที่วารีให้มาเยอะจนไม่กล้าใช้ไปซื้อโมเดลให้ตัวเอง
แถมพี่มีเป้าหมายอีกว่าถ้ามันเริ่มทำเงินได้เมื่อไหร่พี่เธอจะปรับปรุงโมเดลให้มีเอกลักษณ์มากขึ้น และอีกขั้นคือโมเดลสามมิติพร้อมระบบติดตามการเคลื่อนไหวร่างกายทั้งตัว
เพราะพี่ถ่ายทอดสดอย่างจริงจัง มุมห้องฝั่งของพี่เธอมีผ้าเขียววางตั้งแต่ที่พื้นและยกขึ้นไปถึงเพดาน
เจ็นกิ้นพยายามวางกระเป๋ารองเท้าออกกำลังกายเงียบๆ
“และวันนี้ ขอจบไว้เท่านี้ก่อน เจอกันพรุ่งนี้นะจ้ะ ชุ้ ชุ้ โชคดีค่า!” ซันกะปิดไลฟ์ หยุดถ่ายทอด “ฟู่ว”
“คนดูเยอะมั้ยพี่?” เจ็นกิ้นคอยเชียร์พี่เธอตลอด
“วันนี้มี 80 คน พี่ตั้งเป้าให้ถึง 100 คนพรุ่งนี้” พี่ซันกะยิ้ม
แต่หน้าเธอมีความผิดหวังอยู่นิดๆ เพราะ 80 คนไม่ใช่จำนวนที่จะทำเป็นอาชีพได้
“ว่าแต่ ได้เวลาโทรหาวารีแล้วใช่มั้ย?” ซันกะพูดขึ้นมา
“ใช่พี่… แต่เขาคงไม่รับเหมือนเดิม” เจ็นกิ้นหน้าสลด
“เธอไม่ลองพิมพ์ไปดูล่ะ ยังกดไม่ถูกอีกเหรอ? ให้พี่ช่วยมั้ย?” ซันกะยื่นข้อเสนอให้น้องที่พิมพ์ไม่เก่ง
“หนูอยากให้มัน แบบ แบบว่า จริงแท้จากใจไรงี้ ไม่อยากพูดเพื่อแค่พูด หนูอยากเปิดใจกับเขาดู” เจ็นกิ้นพูด
ตั้งแต่เธอกระโดดจับสาก และถูกพามาที่นี่ ยิ่งเธออยู่ที่นี่ วารียิ่งเป็นคนใหญ่โตกว่าที่คิดไว้
เขาสร้างนู่นนี่นั่นที่เจ็นกิ้นไม่มีวันคิดว่าเป็นไปได้ให้ประเทศมากมาย
และเขามีเงินเยอะระดับซื้อโครัลลัลเรย์เรียที่เป็นประเทศอันดับสองของทวีปตะวันออกได้
เพราะเธออ่านข้อความต่างๆเกี่ยวกับวารีทั้งที่ดีและไม่ดีเธอรู้สึกเหมือนรู้จักเขามากขึ้น
เจ็นกิ้นหายใจลึกๆ เปลี่ยนชุดเป็นชุดไอดอล เธอทำแบบนี้ทุกครั้งก่อนกดโทรหาวารี
“ใส่นี่สิ พี่ซื้อไซส์เธอมา” ซันกะยื่นบราให้เจ็นกิ้น
เมื่อเจ็นกิ้นรับก็ได้รู้ว่ามันเป็นบราเสริมขนาดหน้าอก
“จะดีเหรอพี่? มันเหมือนโกหกเขาอ่ะ” เจ็นกิ้นรู้สึกหนักใจ
“เจ็นกิ้น เป็นผู้หญิงเราต้องมีเหลี่ยมและรู้จักเสริมสวย พูดถึงเสริมสวย พี่เพิ่งเรียนแต่งหน้ามา จะให้พี่แต่งให้มั้ย?” ซันกะอยากช่วยน้องเต็มที่
“จะเสียเวลาเปล่า เขาจะไม่รับสายหนูด้วยซ้ำ” เจ็นกิ้นก้มหน้ามองพื้น เหมือนน้ำตาจะไหล
“ยังดีกว่าตัวแถมแบบพี่”
ซันกะรีบจับไหล่เจ็นกิ้นและพาเธอไปนั่งโต๊ะกระจก จากนั้นแต่งหน้าให้เจ็นกิ้น
“ถ้าครั้งที่ห้าไม่ได้ ครั้งที่หกอาจจะได้ ถ้าครั้งที่สิบไม่ได้ ครั้งที่สิบเอ็ดอาจจะได้ พี่ดูมาจากคลิปพูดให้กำลังใจของพี่ฟลอร่าที่แชทส่งมา ประเด็นมันอยู่ที่ว่า เราต้องไม่หยุดพยายาม ทุกครั้งที่เธอโทรไป มันคือ ‘โอกาส’ ถ้าเธอท้อจนตัดโอกาสไป หนทางแห่งความสำเร็จก็จะหมดไป” ซันกะสรุปคลิปพี่ฟลอร่าให้น้องฟัง
“สอนดีจัง… โอเค หนูจะไม่หยุดลองดู” เจ็นกิ้นเริ่มคิดในแง่บวกมากขึ้น
เมื่อเจ็นกิ้นพูดเสร็จ เธอก็มานั่งบนที่นอน ด้านข้างกำแพงเป็นรูปหมู่วารีและเหล่าแฟนแบบเป็นทางการที่แจกฟรี แฟนวารีในรูปทุกคนอุ้มลูกกันอยู่
และมันก็ถึงเวลา เธอกดเข้าแอพแชท กดโทรแบบเห็นหน้าหาวารี
เสียงรอสายดัง ทุกครั้งที่เธอโทร เธอรอมันดังจนดับเอง เธอพอรู้ว่ามันจะนานเท่าไหร่
และพอถึงช่วงสุดท้ายที่มันใกล้ดับ มันเริ่มนับเวลา 0.0
“ว่าไงหนูน้อย” พี่วีรับสาย
“วี!” พี่วารีอยู่หลังพี่วี กำลังโดนผลักหัว
เขาพุ่งมือคว้ามือถือ แต่พี่วีเอามือถือหลบจนภาพหมุนไปมา
“คุยกับเธอหน่อยจะเป็นไรไป? บ้าเปล่าเธออ่ะ” พี่วีแซวพี่วารี
พี่วิวเข้ามาห้ามพี่วารีแล้วพูดอะไรกันบางอย่าง
พี่วีในจอกำลังมองพี่วิว “วิวพูดให้เธอละ สู้ๆนะหนูน้อยนมโต”
เจ็นกิ้นหน้าแดงยาวไปถึงหูที่โดนมองออกว่าเสริม
สุดท้ายวารีเอามือถือมาพูด “เอิ่ม… ว่าไงเจ็นกิ้น”
“อ้ะ, อ่า, เอ่อ สวัสดีค่ะพี่วารี วันนี้โอกาส, เอ้ย อากาสดีมั้ยคะ?” เจ็นกิ้นเกลียดตัวเองสุดๆที่พูดก็ผิดแถมถามเรื่องโง่ๆ
“ก็ดีนะ มันเริ่มอุ่นๆ ฉันชอบร้อนๆน่ะ” วารีพูดไม่คิดอะไร
มันแปลกที่มือถือสื่อได้ว่าอีกฝ่ายมองอะไรอยู่ และเจ็นกิ้นเห็นวารีพยายามไม่มองต่ำหลังมองครั้งแรก
“สงครามไปได้สวยมั้ยคะ?” เจ็นกิ้นถามเรื่องสำคัญของประเทศบ้าง รอบนี้คำถามเริ่มไม่ค่อยโง่
“...เราต้องถอย และเรฟเนสบาดเจ็บ แต่ตอนนี้ทุกอย่างดีขึ้นและเราน่าจะใกล้จบสงครามกับความลับใหม่ของโลกที่เราได้รู้” วารีไม่คิดปิดบังเจ็นกิ้น
“ความลับใหม่?” เจ็นกิ้นเริ่มสนใจ
วารี เสกลูกบอลน้ำ จากนั้นลูกบอลน้ำมีประกายไฟวิ่งรอบมัน “โลกนี้มีเวทมนตร์ สนใจเรียนมั้ย? แต่ต้องเรียนยิงปืนก่อนนะ ได้ข่าวว่าเรียนดีอยู่นี่”
“หนูถนัดสไนเปอร์ไรเฟิล แต่หนูเพิ่งหัด ว่าแต่อะไรคือเวทมนตร์เหรอคะ?” เจ็นกิ้นถาม เธอไม่ได้ถามโง่ๆ แต่เธอไม่รู้จักจริงๆ
มันเป็นเพราะแม่เจ็นกิ้นไม่เคยอ่านนิทานหรือเรื่องเล่าอะไรให้เธอฟังเลย เธอเลยไม่เคยรู้จักคำนี้ และในโลกนี้ก็ไม่มีใครพูดเรื่องนี้กัน
“มันเป็นการเสกดิน, น้ำ, ลม, ไฟ, สายฟ้า มาจากความว่างเปล่า จริงๆมันก็ไม่ได้เสกเฉยๆแต่มันกินน้ำตาลในตัวและยิงออกไปหรือใช้ทำอย่างอื่นด้วยการใช้ไม้เท้าต้นไม้แก่ เดี๋ยวฉันจะเขียนวิธีเรียนและใช้อย่างละเอียด และเราจะล้มต้นไม้เก่าที่นั่นด้วย ในสวนราชินีมีอยู่ต้นนึงที่วาโรบอกว่าเก่ามาก” วารีอธิบาย
“ไม้มันใหญ่ขนาดนั้นเลยเหรอคะ? ถึงต้องล้มทั้งต้น” เจ็นกิ้นถามด้วยความสงสัย
“ไม่นี่” วารีชูไม้เท้าให้ดู “มันยาวกว่าไม้บรรทัด 5 เซ็น 10 เซ็นเอง”
“เอิ่ม… ถ้างั้น ทำไมไม่ปีนแล้วเอายอดมาทำแทนล่ะคะ? จะได้ไม่ต้องล้มไม้ต้นใหญ่ แถมระยะยาวทำได้เยอะกว่าและนานกว่าด้วย” เจ็นกิ้นพูดจากประสบการณ์การเก็บยอดไม้มากินตั้งแต่เด็ก
แต่ความรู้ทำพี่วารีอ้าปากค้าง “จริงด้วย...”
“ทำไมแค่นี้เราคิดกันไม่ได้วะ?” พี่วีที่น่าจะอยู่ข้างๆพูด
“รู้สึกโง่จิ้บเป๋ง” เสียงพี่วิวมาจากอีกข้าง
“โอเคฉันจะหยุดการล้มไม้และเปลี่ยนแผน เอาล่ะจะต้องรีบทำแล้ว เธอติดต่อกับลูน่าละกัน ฉันจะส่งวิธีใช้ให้ลูน่าและให้ลูน่าสอนเธอ พยายามเรียน ฝึก ออกกำลังกายก็ดีแต่ว่าไม่บังคับ และชุดเธอสวย หน้าเธอเป้ะ แต่แบบธรรมชาติที่ดีตามสุขภาพก็จะดูดีอีกแบบ ตั้งใจนอนตั้งใจเรียน โอเคนะ?” วารีชมเจ็นกิ้นเป็นครั้งแรก
“ขอบคุณนะคะ… จริงๆค่ะ โชคดีค่ะ” เจ็นกิ้นที่ได้รับคำชมจากไอดอลน้ำตาจะไหล เธอกลั้นไว้แล้วรีบตัดสาย
เมื่อตัดสายเสร็จเธอพุ่งกอดพี่สาว “มีคนเห็นค่าหนูแล้ว!”
“โอ๋ๆ มาๆ ล้างหน้าเข้านอน” พี่สาวเธอลูบหัวและจากนั้นเมื่อเจ็นกิ้นร้องไห้เสร็จ สองคนก็พากันเข้านอน
ตอนดึก กลางเดือน 3 เจ็นกิ้นอายุ 17
เจ็นกิ้นอยู่ที่บาร์โหน กำลังดึงข้อ
ตั้งแต่อยู่มา ไม่มีใครเกลียดตาดุๆของเธอ
เมื่อเธอดึงได้ 50 ครั้ง เธอดึงค้างไว้และเอาเท้าไต่อากาศซ้ายขวาเพื่อเพิ่มกล้ามท้อง
“8… 10 นั่นแหละ! พอก่อน” พี่หนูนากำลังช่วยเจ็นกิ้นเรื่องท่าฝึกต่างๆ
“หนูยังทำได้อีก” เจ็นกิ้นลงมาและบอกด้วยหน้ามั่นใจ
“ฉันรู้ แต่มันดึกแล้ว การออกกำลังมันสำคัญ และการนอนก็สำคัญไม่แพ้กัน เธอยังต้องไปกินข้าวอาบน้ำอีก มันได้เวลาแล้ว” พี่หนูนาแนะนำ
จากนั้นพี่หนูนาตักโปรตีนสกัดที่โต๊ะเครื่องโด้ป
โต๊ะนี้มีไว้แจกโปรตีนให้ทุกคน และยังมีคาเฟอีนสกัดสำหรับคนที่อยากออกกำลังกายแบบไฟแรงสูง
พี่หนูนาตักโปรตีนใส่ขวด กดนมช็อกโกแลต เขย่าๆแล้วเอามายื่นให้เจ็นกิ้น
“ขอบคุณค่ะ” เจ็นกิ้นรับและรีบดื่มจนหมด
เจ็นกิ้นมองพี่หนูนา หุ่นเธอดี เต้นเก่ง แถมยังแต่งหน้าได้สุดยอด เจ็นกิ้นมองทีไรก็ตกใจที่เธอมีลูกแล้ว
จากนั่นเธออาบน้ำเปลี่ยนชุดนอน กลับห้องเปลี่ยนชุดไอดอล ให้พี่ซันกะแต่งหน้า โทรหาวารี
หลังจากที่เธอบอกเรื่องตัดต้นไม้ วารีรับสายเธอตลอด แต่เธอรู้สึกว่าวารียังไม่มองเธอเป็นผู้หญิงอยู่ดี
เมื่อโทรเสร็จเธอก็ล้างหน้าเปลี่ยนชุดนอนอีกครั้งและเข้านอน
เช้า เจ็นกิ้นตื่นตั้งแต่เช้าตรู่ตะวันยังไม่ขึ้น รีบอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ายืดไปออกกำลังกายกับพี่
เธอวิ่ง ซ้อมต่อยเตะ ตีลังกา เดินท่าสัตว์ ฝึกเหวี่ยงมีด
อาวุธที่เธอเจอว่าถนัดคือมีดกับเกราะแขนเหล็ก อาวุธป้องกันใหม่ที่เป็นถุงมือยาวไปบนท่อนแขนเกือบถึงศอก
เธอซ้อมสู้กับพนักงานรุ่นใหญ่ของฮาโมนี่
คู่ต่อสู้เธอกล้ามแน่น ไม่บึ้ม แบบฝึกมานาน ทั้งคู่หายใจเตรียมพร้อม
“เริ่ม” กรรมการส่งสัญญาณ
คู่เธอฟันเข้าที่หัว เจ็นกิ้นยกเกราะแขนกันและพุ่งฟันเหนือเข่า
คู่เธอเตะขาไปข้างหลังเพื่อหลบและจับแขน
“กระชากแขนคืน!” เจ็นกิ้นใช้ท่าโบราณกระชากแขนหลุดจากการโดนจับแต่ตัวเธออยู่ใต้คู่เธอ
คู่เธอทิ้งดาบอ้อมแขนจับกด
เจ็นกิ้นเสียบมีดเข้าซองที่อกแล้วพุ่งลังกาหน้าเล็งไปที่ข้างเท้าคู่เธอ
เมื่อม้วนเสร็จเธอคว้าข้อเท้าเอาขารัดเหนือเข่าจับบิด
คู่เธอกระชากขาจนเจ็นกิ้นลอยแล้วกระแทกเจ็นกิ้นลงพื้น
ตอนกระแทกเจ็นกิ้นปล่อยมือไปตบพื้นเลยไม่เจ็บและจับข้อเท้าบิดต่อ
คู่เธอยังไม่ยอมแพ้ยกเจ็นกิ้นอีกครั้ง เมื่อยกขึ้นสูงเจ็นกิ้นดีดตัวลังกากลับหลังชักมีดแทงตับ
“3! เข้าตับ เลิก” กรรมการบอก
“เดี๋ยวนี้เก่งจริงๆ ยังไม่ถึงเดือนเลย” คู่เธอลูบหัวเจ็นกิ้น
“จริง นี่เราก็อยู่มานานแล้วนะ กี่ปีแล้วเนี่ย? ยังแพ้อีก แย่แน่” กรรมการเริ่มหวั่นใจ
“ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ” เจ็นกิ้นมองพื้น ไม่กล้ารับคำชมตรงๆ
“พูดแบบนั้นมันเหมือนดูถูกกันนะ ต้องยืดรับแล้วขอบคุณจะดีกว่า เจ็นกิ้น” พี่คู่เธอตบไหล่เจ็นกิ้น
“ขอบคุณค่ะ พี่ๆเก่งและแข็งแรงมาก หนูยังต้องฝึกอีกไกล ไปแล้วนะคะ” เจ็นกิ้นพูดเสร็จก็ก้มหัวขอตัวไปรอพี่
พี่เธอเล่นโยคะเสร็จพอดี “ป่ะ ไปเรียนกัน”
สองคนรีบอาบน้ำใส่เสื้อสุภาพขี่โดรนสองใบพัดไปเรียน
เจ็นกิ้นเรียนเรื่องภาษา คณิต วิทยาศาตร์และอื่นๆกับเฟท ลูกเลี้ยงวารี
ดาบลอยได้เพื่อนเฟททำเธอเสียสมาธิมากเพราะเดี๋ยวก็ไปกองที่พื้น เดี๋ยวก็ลงต่ำขึ้นสูง เดี๋ยวก็ลอยสูง
ถ้าดาบเหน็บอยู่ที่เอวคน คนน่าจะกำลังออกกำลังกายอยู่
ส่วนพี่เธอเรียนเหมือนกันแต่วิชาการกว่ากับอาจารย์ที่มาจากโรงเรียนวาโรเรีย
เจ็นกิ้นรู้สึกสนใจกับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า เธอหาข้อมูลเพิ่มเวลาว่าง
เมื่อเสร็จเจ็นกิ้นให้พี่ซ้อนโดรนไซค์ไปยิมฮาโมนี่ พี่เธอฝึกเต้นรูดเสา ส่วนเจ็นกิ้นแบกเหล็กยกเวท
จากนั้นทั้งคู่แว้นกันไปฝึกยิงปืนและปล่อยเวทมนตร์
พี่เธอไม่เก่งทั้งสองอย่าง
ใช่ พี่ซันกะใช้เวทย์ได้ แต่ทุกอย่างที่เธอปล่อยลูกเล็กและไม่มีพลังงานพอจะทำให้อีกฝ่ายล้มถ้าอีกฝ่ายเป็นคน
ส่วนเรื่องยิงปืนก็ไม่แม่นและยิงได้แค่ปืนพก มีครั้งหนึ่งที่พี่เธอหยิบปืนกลมายิงและโดนแรงโต้กระแทกไปจนยิงเพดาน
แต่เจ็นกิ้นเก่งทั้งสองอย่าง
เจ็นกิ้นใช้ได้ทุกธาติ และเธอถนัดไฟฟ้าและลม
แต่วันนี้เธออยากลองความรู้ใหม่
เธอหยิบปืนไรเฟิลตั้ง จินตนาการว่าที่ใต้กระบอกปืนยาวๆสองข้างมีรางอยู่ เธอจินตนาการรางแม่เหล็ก
จากนั้นเธอจินตนาการว่ากระสุนเป็นสายฟ้า และมันจะยิงไปบนรางแม่เหล็กนั้น
เปรี้ยะ เปรี้ยะ ปืนไรเฟิลยาวเธอมีประกายไฟฟ้า จากนั้น บู้ม
เป้าที่เธอเล็งระเบิดกระจายและเป้าด้านข้างกระเด็นจากแรงกระแทกของลม
“เธอทำได้ยังไงเนี่ย?” พี่ลูน่าพูด
“หนูนึกภาพรางแม่เหล็กไฟฟ้าใต้กระบอกปืน ใส่ไฟฟ้าไปที่กระสุนและฟิ้ว บู้ม อะไรแบบนั้นอ่ะค่ะ” เจ็นกิ้นบอก
“เราต้องเอาภาพวงจรปิดไปให้วารีดู” พี่ลูน่าพูดขึ้นมา แล้ววิ่งไป
หลังจากเจ็นกิ้นยิงเวทย์รางแม่เหล็กไฟฟ้าอีกจนคนมุง พี่เธอยิ้มให้เธอจากไกลๆ
เมื่อฝึกเสร็จ เจ็นกิ้นกับพี่แว้นไปฝึกมารยาทในวังและนอกวัง
คราวนี้เป็นคราวที่เจ็นกิ้นยิ้มให้พี่ที่เต้นกับครูฝึกได้อย่างลื่นไหลและเหมือนนางเอกหนัง
ส่วนเมื่อเธอเต้นเธอเหยียบเท้าครูฝึกจนเลือดคั่งเล็บขึ้นสีดำจนครูไม่พูดด้วย
แต่วิชาที่ทั้งคู่ถนัดคือเต้นแบบไอดอล เจ็นกิ้นเต้นข้างพี่หน้ากระจกได้จนจบทั้งเพลง
พอเริ่มเย็นเจ็นกิ้นไปฝึกอีกครั้ง อาบน้ำ กลับห้อง เตรียมตัวโทรหาวารี
“เธอยิงเวทย์ปืนรางได้เหรอ?” วารีถาม
“ปืนราง?” เจ็นกิ้นงงกับชื่อ
“เวทมนตร์แม่เหล็กไฟฟ้าที่เธอใช้กับปืนน่ะ มันคือหลักเดียวกันกับปืนราง” พี่วารีตั้งใจบอก
“ใช่ค่ะ… มั้ง?” เจ็นกิ้นยิ้ม
“เธอทำเป็นหลักสูตรสอนทหารได้มั้ย? ฉันจะให้เงินด้วย” พี่วารีถามและยื่นข้อเสนอ
เจ็นกิ้นก้มหน้า “หนูสอนใครไม่เป็นและไม่กล้าสอนใครหรอกค่ะ หนูไม่ได้ฉลาดขนาดนั้น”
“ไม่จริง” พี่วารีแย้ง “เธอมีความสามารถ เอาล่ะ! ถ้าขอกันเธออาจไม่อยากทำ ฉันจะสั่งเป็นคำสั่งแล้วกัน เธอกับพี่สองคนพูดคุยกันเรื่องปืนราง เขียนหลักและการใช้มันใส่ให้เต็มกระดาษซักแผ่น แล้วพรุ่งนี้ ฉันจะให้ทหารกลุ่มที่ฝีมือดีไปเรียนกับเธอ ไม่ต้องพูดถึงหลักวิชาการ พูดแต่เรื่องวิธีนึกภาพจินตนาการเวลาใช้ และพูดตามประสบการณ์ เข้าใจนะ มันอาจเป็นคำสั่ง แต่มันจะดีกับเธอในภายหลัง”
“ค่ะ” เจ็นกิ้นเม้มปากรับคำสั่งแรกหลังมาวาโรซีเมียเรีย
วัยรุ่นทั่วไปอาจคิดว่านี่เป็นเรื่องที่ทำให้ลำบากใจและอยากงอแงปฏิเสธ
แต่ตำแหน่งเจ็นกิ้นเป็นว่าที่แฟนของวารี เธอเหมือนเหล่าแฟนที่ตอนนี้ไปรบบ้านข้าศึกและเหมือนเหล่าแฟนที่อุ้มท้อง เธอต้องมีความรับผิดชอบ เจ็นกิ้นรู้เรื่องนี้ดี
“...หน้าตามุ่งมั่นดี เอาล่ะ ตั้งใจนอน โชคดี” พี่วารีพูดลาแล้วตัดสาย
เจ็นกิ้นมองพี่ “ตั้งหน้ากระดาษแน่ะพี่ซันกะ”
“ค่อยๆบอกพี่ เราจะทำได้” ซันกะให้กำลังใจน้อง
สองคนเริ่มคุยกันด้วยความเร็วและเขียนข้อมูลลงกระดาษอย่างจริงจัง มันเสร็จภายในสองชั่วโมงและพวกเธอรีบพากันนอน
หลังจากนั้น เจ็นกิ้นแบ่งเวลาของแต่ละวันไปฝึกทหาร ครั้งแรกมันห่วย เธอพูดผิดๆถูกๆ ขาสั่นเมื่อเห็นสายตาของเหล่าทหารที่ตัวใหญ่กว่าเธอสามเท่าแถมยังมากฝีมือมองเธอด้วยความหวัง
แต่พอหลังจากครั้งที่ 3 เธอเริ่มพูดเร็วขึ้น ชัดขึ้น กล้าพูดมากขึ้น
ทหารที่มาเรียนและเห็นผลหลังจากนั้นพูดชื่นชมเธออย่างมาก
จนเมื่อทหารมากมายเรียนกับเธอเสร็จ เจ็นกิ้นได้รับฉายา ‘เจ้าหญิงวัยรุ่นปืนราง’
เจ็นกิ้นหนักใจกับชื่อฉายาที่อาจไปงัดราชินีวาโรซีเมียเรีย
แต่พี่วาโรพูดมาตอนอยู่กับวารีเมื่อโทรไปว่า ‘มันเรื่องเล็ก ยืดอกรับไปเถอะ’
เจ็นกิ้นยังไม่กล้ายื่นอกรับตรงๆ แต่เธอมองฉายาเปลี่ยนไปหลังจากนั้น
จากเด็กคนใช้ของบ้าน เด็กแบกหามทำความสะอาด เธอมาสอนเหล่าทหารใช้เวทมนตร์
มันพูดได้ว่าเธอมาไกลกว่าที่คิด
จนวันหนึ่ง “เธอจะเอายังไงเรื่องแม่เธอ?” พี่วารีถามเรื่องนี้กับเธอ
“หา? แม่เหรอ? หนู…” เจ็นกิ้นตกใจและน้ำตาจะไหลเพราะอดีตขมขื่นกลับมา กลัวแม่จะตามมา
ซันกะรีบเข้ามาพูดแทน “แม่ไม่เคยดีกับเราเลย เราไม่ได้ติดค้างอะไรแม่ค่ะ”
“มันก็ใช่ แต่แม่เธอทำให้พวกเธอมีจุดนี้ จากมุมฉัน เอาเงินไปซื้อบ้านเล็กๆที่มีที่นา ใกล้หรือไกลเมืองก็ได้ให้แม่เธออยู่ จ้างคนไปเป็นผู้ช่วย ให้เขาอยู่สบาย มันจะดีกับสภาพจิตใจเธอที่เธอทิ้งมาเฉยๆแล้วทำเหมือนสะใจที่ไม่สนแบบนี้ แต่โอเค มันเรื่องส่วนตัวเธอสองคน นี่เป็นความเห็นฉัน จากคนไม่มีพ่อแม่ เข้าใจนะ? ลองคิดดูแล้วกัน” วารีพูดทิ้งท้ายและวางสาย
เจ็นกิ้นมองหน้าพี่สาว “นี่… หารกันซื้อให้แม่ดีมั้ย?”
“ไม่รู้เหมือนกัน แต่พี่ว่า เชื่อวารีก็ดีนะ” ซันกะพูด
สองคนร้องไห้กอดกัน พูดถึงอดีต และสองคนพากันยอมยกโทษให้แม่