วารีพัฒนาประเทศต่ออย่างไม่หยุดยั้ง แถมคอยดูแลเหล่าเมียในฮาเร็มจนหมุนหน้าหมุนหลัง แต่ต้องมาเจอกับอดีตที่เคยผิดพลาดตามมาหลอกหลอนทั้งๆที่ลูกใกล้คลอด ทำให้เหล่าแฟนพากันมาช่วยเพื่อให้คนเดิมกลับมาหาพวกเธอ วารีอยากทำงานค้าขายให้ดี รักฮาเร็มให้เต็มหัวใจ แต่โดนรุมเร้าจากทั้งจิตใจในอดีตและเหล่าผู้ก่อการร้าย ทั้งๆที่เมียท้องกันยกชุด เขาต้องทำทั้งหมดให้ได้ดี และสุดท้ายเมื่อทุกอย่างพร้อม เขาจะรับหน้าที่ราชา
รัก,แอคชั่น,แฟนตาซี,ชาย-หญิง,เกิดใหม่,ต่างโลก,คลั่งรัก,ชาย-ชาย,หญิง-หญิง,ฮาเร็ม,ชาย-หญิง,หญิงรุก,yaoi,โรมานซ์,โรแมนติก,ต่อสู้,รักวัยรุ่น,เกิดใหม่,ทำงาน,สร้างตัว,ฝึกฝน,นางเอกเก่ง,พระเอกเก่ง,รัก,แฟนตาซี,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
กำพร้า ณ ต่างโลก ภาค 2วารีพัฒนาประเทศต่ออย่างไม่หยุดยั้ง แถมคอยดูแลเหล่าเมียในฮาเร็มจนหมุนหน้าหมุนหลัง แต่ต้องมาเจอกับอดีตที่เคยผิดพลาดตามมาหลอกหลอนทั้งๆที่ลูกใกล้คลอด ทำให้เหล่าแฟนพากันมาช่วยเพื่อให้คนเดิมกลับมาหาพวกเธอ วารีอยากทำงานค้าขายให้ดี รักฮาเร็มให้เต็มหัวใจ แต่โดนรุมเร้าจากทั้งจิตใจในอดีตและเหล่าผู้ก่อการร้าย ทั้งๆที่เมียท้องกันยกชุด เขาต้องทำทั้งหมดให้ได้ดี และสุดท้ายเมื่อทุกอย่างพร้อม เขาจะรับหน้าที่ราชา
ภาค 1 เกิดใหม่เล็งไข่ตั้งมั่น
https://www.plotteller.com/book_reading_novel/01J6K59JBZFBKF5WR1DS8Y86Q2
วารีมุ่งมั่นพัฒนาประเทศให้ขยายไปมากขึ้น และเอาของยอดนิยมโลกเก่ามาขายเพื่อเปลี่ยนยุคจากยุคขี่นกมาใช้รถและมอเตอร์ไซค์
แต่อดีตตามมาหลอกหลอนและต้องเจอกับกำแพงที่ตัดสินว่าอะไรถูกต้องและไม่ถูกต้อง
และเขายังต้องเตรียมพร้อมทุกอย่างให้ลูกที่ใกล้เกิดมาในอนาคตข้างหน้า
เขาต้องสู้พัฒนาสร้างทุกอย่างพร้อมจิตใจที่ปั่นป่วน แต่ยังดีที่เหล่าแฟนคอยดูเขาใกล้ชิดและตบหัวเขาทุกครั้งที่เขาง้องแง้ง
https://www.facebook.com/profile.php?id=100087843892571&mibextid=LQQJ4d
bluesky
https://bsky.app/profile/wayuwayutl.bsky.social
152 แสงสาดกราดกระสุน
กลางเดือน 8 ยุคตีกันปี 124 วารีอายุ 24 ปี
วารีทำแผลเสร็จก็พักผ่อนเอาแรงเพราะเหนื่อยมากหลังจากต่อสู้กับวีและคริสซ่า
เป็นครั้งแรกที่เขาได้นอนห้องเดียวกันกับคริสซ่า แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเพราะทั้งสามคนเหนื่อยกันมากและไม่มีแรง
วารีกำลังหลับอยู่ลึก แต่มีเสียงมือถือดังขึ้น เขาลุกขึ้นมารับ
“เราอยู่กลางทางแล้ว อีกครึ่งทางก็จะถึงวาโรซีเมียเรียแล้วนะ มันไกลจากแนวหน้ามากเพราะฉะนั้นไม่ต้องห่วง” เสียงวาโรดูง่วงๆดังมาจากมือถือ
“พวกเด็กๆได้นอนกันเต็มที่มั้ย?” วารีถามถึงลูก
“ก็กำลังหลับอยู่หลายคน บางคนก็ดูนอกหน้าต่างตลอดทางและเหนื่อยกันมากแล้ว ว่าแต่ หลังจากสงบจากการสู้กับพวกนั้นแล้วจะทำยังไง?” วาโรถาม
วารีคิดในใจ และมันมีเรื่องหลายอย่างที่ยังต้องทำในซาลาดูน “ฉันว่าให้พวกเธอกลับมาที่ซาลาดูนอีก มันมีพวกธุระทั้งเล็กใหญ่และไหนจะเรื่องการพักร้อนอีก ฉันอยากพักให้เต็มเดือนก่อนค่อยคิดเรื่องต่อไป”
“อืม เข้าใจแล้ว ว่าแต่… พวกศัตรูมันคือใครมาจากไหน?” วาโรถามถึงศัตรูที่วารีเพิ่งสู้
“พูดแล้วจะไม่เชื่อ พวกมันเป็นคนที่มีปีกขาวเหมือนพิราบขาว มันไร้อารมณ์แม้ได้รับบาดเจ็บหนัก และไม่ว่าแผลเล็กหรือใหญ่ เมื่อกองกำลังหลักของพวกมันหนีกลับไปบนฟ้าที่มันมา คนที่รอดชีวิตก็สิ้นลมไปทั้งอย่างนั้นเหมือนโดนถอดวิญญาณ เราไม่มีนักโทษเลย เหลือแต่ซากคนมีปีกและดาบกับหอกที่มันเอามาด้วย” วารีอธิบาย
“แล้วมันกลับไปหมดแล้วใช่มั้ย?” วาโรถาม
“ใช่ ตอนนี้เรากำลังพักและเตรียมตัวรอพร้อมอยู่” วารีบอก
“เข้าใจแล้ว ไม่ว่าจะยังไง ขอให้ชนะและปลอดภัย ฉันจะเข้านอนแล้ว โชคดีนะ” วาโรบอกและพร้อมวางสาย
“เธอด้วย ฉันรักเธอนะ เราจะได้เจอกันอีก” วารีตอดเมีย
“ตาบ้า นั่นมันปักธงแบบที่วีและวิวเรียกชัดๆ เฮ้อ… โอเค รักเหมือนกัน ไปละ” วาโรพูดและตัดสาย
วารีวางสาย ถอนหายใจ เขามองซ้ายขวาเห็นวีและคริสซ่าหลับ
เป็นเรื่องยากที่วีได้ยินคนพูดแล้วไม่ตื่น มันแสดงให้เห็นว่าวีเหนื่อยจากการต่อสู้ก่อนหน้า
วารีเดินออกจากที่พัก เดินไปหน้าวังซาลาดูนเพื่อหาที่ดูดอุ้ย
ข้างนอกกำลังมืด เขาดูมือถือซ้ำและเห็นว่ามันเพิ่งหัวค่ำ
มันแสดงว่าเขาต้องรีบกลับไปนอนต่อ
วารีมองฟ้าและสงสัยกับศัตรูที่เพิ่งลงมาจากฟ้า
มันมาจากไหน เป็นใคร และสู้เพื่ออะไร
แน่นอนที่ชัดๆคือมันมาจากฟ้า ตามที่ผักชีรายงานว่ามันเหมือนเรือดำน้ำเจอเกาะอยู่ที่ภูเขาสูงทางตะวันออกเฉียงเหนือ
เพราะฉะนั้นมันเป็นไปได้ว่าบนฟ้ามีเกาะหรือพื้นที่ยืนได้อยู่ข้างบน ไม่ว่ามันเป็นแดนอะไร มันเป็นที่ใหม่ที่เราสำรวจได้
แต่มันจะยากเพราะโดรนบินได้ไม่สูงเท่านั้น เขาต้องคิดจรวดที่ไปบินไปบินกลับที่ความสูงนั้น นั่นก็งานหนึ่งเพิ่มมาในใจ
ส่วนคำถามต่อไป มันเป็นใคร อาจตอบได้ว่าเทพหรือเทวดา จากข้อมูลในโลกเก่าที่มีความเชื่อของสวรรค์นรก แม้วารีไม่อยากเรียกพวกนั้นว่าเป็นคนดี เป็นเทพ แต่มันปฏิเสธยากที่จะบอกว่าพวกนั้นไม่ใช่เทวดาหรือเทพ ทั้งการแต่งกายและอาวุธ มันชี้ไปทางนั้นหมด
และคำถามสุดท้าย มันสู้เพื่ออะไร อ้างอิงจากการประกาศและความเย่อหยิ่งทะนงตน เป็นไปได้ว่ามันแค่เห็นเรื่องการสังหารมนุษย์ที่ต่ำกว่าเป็นเรื่องลงโทษ ไม่ก็การละเล่นสนุกๆของพวกมัน
สรุปทุกข้อพวกคนบนฟ้าไม่ใช่คนดี และเป็นศัตรูเราเต็มๆ
มันจะดีถ้าเราล่อให้พวกมันไปสู้กับอารูสิเยได้ แต่พูดถึงการทำจริงมันยากเกินไป
วารีดูดอุ้ยจนหมด เหยียบดับและหยิบทิ้งลงขยะ หวังกลับเข้าไปนอน
แต่สิ่งที่เขากลัวว่าจะเกิด เกิดขึ้น
เสียงหวอสงครามดัง วารีรีบเข้าไปหาห้องตัวเองเพื่อไปปลุกวีและคริสซ่า
แม้เสียงหวอดังแต่สองคนไม่ตื่น วารีต้องเขย่าตัวพวกเธอหลายครั้ง
ในที่สุดวีก็ลืมตา ขยี้ตา และพูด “อะไรเหรอ?”
“หวอสงครามดัง เตรียมเกราะและอาวุธ” วารีบอกและไปใส่เสื้อกันกระสุน
วีปลุกคริสซ่าและบอกเธอว่าเกิดอะไรขึ้น คริสซ่าหน้าซีดและเอื้อมมือไปกอดปืนไรเฟิลซุ่มยิง
สามคนใส่เกราะไปด้านหน้าวัง
เสียงอุปกรณ์สื่อสารดังเข้าหูวารี “พบศัตรูบินได้มาจากทางตะวันออกเฉียงเหนือ”
วารีจำได้ว่านั่นคือเสียงเอลฟ์มืดคนที่อยู่มาด้วยกันกับศึกก่อนหน้านี้ วารีสั่ง “ส่งกองทหารเล็กขี่โดรนซิ่งไปยิงใส่มันไกลๆแบบไม่ได้หวังผลผู้เสียชีวิต แต่เพื่อล่อพวกมันให้มาบุกที่วัง ตรงนี้เราป้องกันได้ดีกว่าเพราะมีกำแพงสูงและป้องกันง่ายกว่า และคอยให้ทหารดูแลความแตกตื่นในฐานหลบภัยของประชาชนเพื่อไม่ให้มีคนคิดแผลงๆ” “รับทราบ” เสียงเอลฟ์มืดเงียบไป “สั่งเรียบร้อยแล้วค่ะ”
เธอทำงานเร็วก็จริง แต่ยังเห็นได้แบบไม่ชัดว่านาเร็วกว่า
วารีถามต่อ “กำลังเสริมจากวาโรซีเมียเรียล่ะ?”
“พลทหารจะมาถึงในหกถึงเก้าชั่วโมง ส่วนปืนใหญ่และอุปกรณ์จะมาถึงเช้าตรู่ ตามกำหนดการไม่รวมสภาพอากาศและการได้ต้นลม” เอลฟ์มืดรายงาน
วารีไปเตรียมตัวอยู่หน้าวังพร้อมกับราชาฮัซซา
ทหารเข้าประจำที่ตามกำแพงวัง
บนฟ้า
ผู้นำคนมีปีกที่ท่อนล่างขาดถูกคนมีปีกสองคนหิ้วแขนสองข้างมา
ผู้นำคนมีปีกเจอกับเซ็ท มหาเทพ “เจ้าแพ้”
ผู้นำคนมีปีกเงียบ
เซ็ทรู้ว่าต้องเป็นแบบนี้ เพราะพวกนี้ใช้ร่างเปล่า
“ข้าจะให้เจ้ารู้ถึงความเสียใจ… พรแห่งจิตใจ!” เซ็ทพูดและชูมือไปทางผู้นำคนมีปีก
จากนั้นแสงส่องผู้นำคนมีปีก จากนั้นบางอย่างในตัวเธอเปลี่ยนไป เธอเริ่มคิด เริ่มรู้จักตัวเอง ไม่ได้คิดแต่ตามเหตุผลเหมือนเดิม จิตใจของตัวเธอเปลี่ยนไป
น้ำตาเธอไหล “ขอขมาท่านมหาเทพที่เชื่อข้าและขออภัยที่ทำให้ท่านผิดหวัง”
เธอก้มหัวสุดทาง เซ็ทพยักหน้าชูมือใส่เธออีกครั้ง “พรแห่งร่างกึ่งเทพ!”
ขางอกจากผู้นำคนมีปีก เธอลุกขึ้นเองได้ จากนั้นเธอรีบคุกเข่า
เธอไม่รู้ว่าจะทำยังไงต่อ เธออยากได้โอกาสได้แสดงพลังอีกครั้ง
และครั้งนี้เธอจะระมัดระวังมากกว่าเดิมและทำเหมือนคนที่มาสู้เธอเป็นศัตรูที่เก่งกาจ
“ข้าจะให้โอกาสเจ้าอีกครั้ง เราผลิตร่างเปล่าได้ไม่มากเท่าที่อยากทำได้ แต่มันเป็นหน้าที่เธอที่จะทำให้มันมีผลเยอะสุด ไม่ใช่ธุระของข้า ข้าบอกให้ฆ่ามันเยอะๆ ไม่ใช่เข้าปะทะ เจ้าเข้าใจมั้ย? เป้าหมายหลักคือการสังหาร ถ้าพวกนั้นมันสู้เป็น เจ้าก็ไปโจมตีพวกที่สู้ไม่เป็น ข้าจะให้เจ้าคิดเองว่าจะเดินทัพยังไง” เซ็ทสั่ง
“รับทราบค่ะ” ผู้นำคนมีปีกน้อมรับคำสั่ง
“เอาล่ะ ไปๆ ข้าเห็นหน้าเจ้าแล้วกรดไหลย้อนขึ้นมาเลย ไปให้พ้นหน้าข้า และจำไว้ มันไม่มีโอกาสต่อไปสำหรับเจ้า ข้าให้จิตใจเจ้า ข้าก็เอามันไปได้” เซ็ทบอกเธอ
ผู้นำคนมีปีกคำนับ เธอน้ำตาไหลเพราะคนที่เธอเคารพที่สุดเห็นเธอเป็นแค่เศษหินที่เข้ามาในรองเท้าแตะ
เธอกางปีกและบินไปทำหน้าที่ คิดในใจ ‘ท่านมหาเทพให้ชีวิตข้า แต่ไม่ให้แม้แต่ชื่อให้ข้า ข้าคงทำเขาผิดหวังมากกว่าที่คิด’
เพราะเธอเป็นคนรับใช้ มันเป็นธรรมดาที่เธอจะคิดอย่างนั้น ไม่ใช่เพราะเซ็ทเป็นกิ้งก่าที่ลากไก่ลงน้ำ
ชู่ววววว เสียงกระสุนแสงสีแดงยิงขึ้นฟ้าดังขึ้น และดวงแสงสีแดงลอยอยู่บนฟ้าใกล้ปราสาทซาลาดูน
เพราะมันเป็นศึกกลางคืน โดรนบินส่องไฟและทหารพื้นดินยิงกระสุนแสงเพื่อเปิดการมองเห็นให้ทหารด้วยกัน
เพราะศึกนี้จะเป็นศึกป้องกันปราสาท มันจะไม่เคี่ยวเหมือนศึกก่อนหน้าที่สองฝ่ายวิ่งชนกัน
แม้ได้เปรียบเรื่องสถานที่ แต่วารีใจไม่ดีที่จะต้องสู้กับศัตรูที่เคยสู้อาวุธปืนมาก่อน
“อีก 300 วินาทีเข้าปะทะ” เอลฟ์มืดรายงานระยะศัตรู
คริสซ่านั่งคุกเข่า ปืนไรเฟิลประทบบ่า “มันมืด เล็งได้ไม่ไกลเลย”
“มันเป็นเรื่องปรกติ เราเลือกไม่ได้ว่าจะให้พวกมันบุกมาเมื่อไหร่ ถึงมันจะเหนื่อย แต่ที่แน่ๆว่าหลังศึกนี้มันจะมาอีก” วารีพูดอย่างมั่นใจ
“เอาอะไรมาแน่ใจขนาดนั้น?” วีถาม
“กองกำลังแสนคนไม่ได้หามาง่ายๆ ไม่ว่าเป็นมนุษย์แบบไหนจำนวนมนุษย์ต้องใช้เวลาเพื่อขยายพันธุ์” วารีบอกความคิดที่เขามี
“ถ้าพวกมันไม่ใช่มนุษย์ล่ะ ดูจากพลังของมันดูเหมือนมันดีดนิ้วพวกไร้อารมณ์ก็ผุดขึ้นมาไม่หยุด หรือเธอไม่คิดว่ามันทำได้?” วีออกความเห็น
“ก็จริง แต่มันไม่น่าใช่” วารีบอก
“ทำไมล่ะ?” วีถามกลับ
“เพราะโลกนี้ โลกนี้มันแปลก ไม่ว่าเป็นเรื่องอะไร มันจะมีทั้งข้อดีและเสีย ไม่ไปด้านเดียวเต็มๆ ฉันเชื่อว่ามันต้องมีสมดุลบ้าง ถ้ามันเสกได้ไม่หยุดหย่อน คงไม่มีมนุษย์บนโลกอยู่มาจนถึงตอนนี้” วารีอธิบายความคิดของเขา
“ใช่สินะ หวังว่าสมดุลโลกมันจะมีอยู่จริง” วีพูด
“ฉันก็หวังว่ามันจะเป็นอย่างนั้น” วารีหวังไว้ลึกๆในใจ
เอลฟ์มืดเห็นความผิดปรกติของศัตรู ตอนแรกที่พวกมันบุกมา กลุ่มคนมีปีกกระจุกอยู่เป็นกลุ่มเดียว แต่รอบนี้ กลุ่มดูกระจายกันมากกว่าปรกติ
มันแค่ความต่างนิดเดียว แต่ตำแหน่งเธอที่เป็นรองพนักงานสื่อสารใต้นาทำให้เธอรู้จักสังเกตการจัดขบวนทัพมากกว่าปรกติ
เธอรีบรายงาน “ศัตรูกระจายมากกว่ารอบที่แล้ว นี่เป็นความเห็นส่วนตัว แต่ฉันคิดว่าเป้าหมายศัตรูอาจจะเปลี่ยนไป”
วารีฟังแล้วรีบพูดทันที “คนในเมืองรอบปราสาทอพยพหมดรึยัง?”
“ยังไม่หมดค่ะ บางบ้านที่มีผู้ชายที่ไม่เข้าเกณฑ์นำมาเป็นทหารสำรองเตรียมอาวุธและขอป้องกันบ้านตัวเอง เพราะคราวที่แล้วไม่เห็นศัตรูโจมตีใส่คนอื่นนอกจากทหาร คนบางส่วนเห็นว่าไม่จำเป็นต้องกลัวศัตรู และไม่อพยพค่ะ” พนักงานสื่อสารพูด
“กระจายทหารสำรองบางส่วนไปคุ้มกันจุดที่คนเยอะ และคอยให้พวกเขาป้องกันเมืองตามจุดต่างๆ” วารีรีบสั่งการ
“รับทราบค่ะ” เอลฟ์มืดรีบตอบ
“ศัตรูจะถึงใน 180 วินาที” เสียงพนักงานสื่อสารอีกคนพูด
วารีมีอารมณ์คุกรุ่นในใจเพราะเริ่มเป็นห่วงคนในเมืองที่ยังไม่อพยพ
ถ้าศัตรูโจมตีคนที่สู้ไม่เป็นหรือไม่เก่งมันเป็นไปได้ว่าคนที่ตายจะไม่ใช่แค่ทหารอย่างเดียวที่พร้อมตายเหมือนคราวที่แล้ว
“90 วินาที ถึงจุดเข้าปะทะ” เสียงพนักงานสื่อสารอีกคนดังขึ้นมาอีกครั้ง
วารีส่ายหัวและทำให้หัวโล่ง ตอนนี้เขาต้องสนใจกับศึกที่จะมาก่อน เพราะเขาต้องตั้งใจสู้
“60 วินาที ถึงจุดเข้าปะทะ” เสียงรายงานดังเข้ามา
“ประทบปืนเข้าบ่า เล็งเป้าหมายแต่อย่าเพิ่งยิง!” วารีสั่งการ
เขาเชื่อในใจว่ารอบนี้จะสู้ได้ดีกว่าคราวที่แล้วเพราะแถวทหารส่งกระสุนและแถวที่ป้องกันทหารพวกนั้นพร้อมและสร้างเสร็จหมดแล้วทุกจุด
“30 วินาทีเข้าปะทะ” เสียงรายงานดังอีกครั้ง ครั้งนี้ความเครียดในเสียงมันชัดกว่าเดิม
วารีตัดสินใจสั่งไม่เหมือนคราวที่แล้ว “ยิง!”
เขาให้ทหารยิงเร็วกว่าคราวที่แล้วเพราะเขาเชื่อว่าศึกครั้งนี้จะไม่เหมือนคราวที่แล้ว
ทหารยิงคนมีปีก พวกมันหลายคนร่วงจากฟ้า แต่หลังจากนั้นวารีต้องตกใจ
ขบวนทัพคนมีปีกกระจายออก วารีรีบสั่ง “ทหารที่คุ้มกันเมืองยิงได้! เตรียมป้องกันบ้านเรือน!”
หลังจากนั้นสิ่งที่เขามีลางสังหรณ์ก็เกิดขึ้น เหล่าคนมีปีกลงไปบุกบ้าน ใช่ว่าพวกมันบางคนโดนยิงร่วง แต่มีบางคนที่ยังไม่ตายฟันประตูและเข้าไปในบ้าน
วารีสั่งคริสซ่า “คริสซ่าเข้าจุดซุ่มยิง และยิงไปปกป้องบ้านคน!”
“ได้ค่ะ” เมื่อคริสซ่าได้ยิน เธอก็รีบไปริมกำแพงยอดปราสาทจุดใกล้ๆ จุดนี้เธอเล็งใส่เมืองได้ไกลกว่าปรกติและเห็นบ้านหลายหลังข้างล่างง่ายกว่าแนวหลังเมื่อกี้
เธอเล็งหาหลังคนมีปีกที่กำลังจะฟันประตู ใส่พลังปืนรางและยิง
“วีคุ้มกันคริสซ่าตรงนี้ไว้นะ” วารีสั่งวี
“ได้เลย!” วีพูดด้วยความมั่นใจ
วารีคิดซิ่งโดรนซิ่งไปป้องกันตามจุดต่างๆในเมือง แต่ทำไม่ได้เพราะศัตรูกลุ่มใหญ่ที่น่าจะเป็นกำลังหลักบุกมาด้านบนกำแพงปราสาทที่เขาอยู่
เสียงแตรดัง และคนมีปีกหลายคนพับปีกเพื่อพุ่งดิ่งเอาดาบหรือหอกแทง
ทหารยิงสวนและพวกมันหลายคนร่วมจากฟ้าเหมือนยุงโดนไม้ตีไฟฟ้าช็อต
วารียิงปืนลูกซองอัตโนมัติ ใช้ลูกปรายเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด
แต่สุดท้าย แม้กระสุนเร็วกว่าพวกมันบิน มันเลี่ยงไม่ได้ที่จะเข้าการปะทะระยะประชิดเหมือนคราวที่แล้ว
ทหารต่างห้อยปืนและจับดาบสู้ ป้องกันตอนพวกมันแทงใส่ แต่หลายคนเชื่อในปืนมากเกินไปและต้องล้มลง
พวกมันบางคนโดนยิงแต่ไม่ร่วง และดูอึดกว่าครั้งที่แล้วที่แค่โดนยิงไหล่หรือปีกก็ร่วงง่ายๆ
วารีคำนวนว่าพวกมันน่าจะพัฒนาให้ดุกว่าคราวที่แล้ว แม้ไม่แน่ใจว่าผู้นำศัตรูทำได้อย่างไร เพราะความเร็วมันสูงมาก
เป็นไปได้ว่าศัตรูไม่ใช่คน มันคือความคิดเหมือนครั้งที่แล้ว
กลุ่มศัตรูกระจายออกไปเป็นกลุ่มใหญ่แบบที่ไม่มีจุดหมายใดแน่นอน วารีสั่งทันที “เตรียมป้องกันบ้านคน ให้ทหารยิงและหลบตามที่ต้องการได้เลย!”
“รับทราบ!” เสียงดูตื่นตัว
ศัตรูมีเกราะบินมาเรียงแถว วีกราดยิงพวกมันร่วงส่วนใหญ่ แต่ยังมีบางคนที่รอด มันเพราะวีใช้ปืนกลเล็กที่ความถี่กระสุนเยอะ แต่ประสิทธิภาพเจาะเกราะน้อยในระยะไกล
พวกศัตรูใส่เกราะที่เรียงแถวทำตัวแปลกๆ พวกมันชี้ดาบใส่เหล่าทหาร จากนั้นแสงรวมกันที่ดาบ
“หมอบ!” วารีวิ่งไปกดหัววีให้ลดตัวลงไป
จากนั้นเส้นพลังงานแสงความร้อนสูงยิงออกมาจากดาบพวกใส่เกราะพร้อมกัน
ทหารเห็นท่าไม่ดีและเอาหลังพิงกำแพงเพื่อหลบ หลายคนที่ไม่หลบและยิงสวนโดนแสงสาดใส่จนตัวไฟลุก
ทหารส่งกระสุนวิ่งตักน้ำมาสาด แต่ดูท่าแล้วหมอกี่คนก็ไม่น่าช่วยเขาได้
เมื่อแสงยิงเสร็จ วารีสั่งเสียงดุ “ยิงมัน!”
ทหารโผล่ขึ้นจากที่กำบัง เล็งและยิงเหล่าศัตรูอีกรอบ ศัตรูที่เรียงแถวร่วงแทบหมด แต่หลังจากนั้นแถวใหม่ก็เข้ามาแทนที่ ง่ายๆแบบนั้น แค่เหมือนรถคันใหม่เข้าเครื่องประกอบรถอัตโนมัติ และย้ายตรงไปสู่หน้าอาคารสำหรับขาย
วารีเห็นท่าไม่ดี ใจหนึ่งก็กลัวไม่ได้ปกป้องวี เขามองวีด้วยความเป็นห่วง
วีกำลังง่วนกับการยิงเหล่าศัตรู แต่เห็นวารีมองที่หางตาและนิ่งไป เธอหันไปมองหน้าเพื่อกระแทกกับสายตาเป็นห่วง
มันทำให้เธอโกรธ “อีตาบ้า จะทำห่าอะไรก็ทำ ฉันโตแล้ว! ชิ่วชิ่ว”
วารีหัวเราะในลำคอ นั่นสิวีที่เขารู้จัก ไม่ใช่คนอื่นที่ใส่หน้ากากเธอ เธอปกป้องคริสซ่าจากคนมีปีกที่พุ่งหารุ่นน้อง
วารีตัดสินใจเด็ดขาด ถ้าเขาจะชนะสงคราม เขาต้องให้หมากสำคัญเดินแบบของมัน ไม่ใช่จะเอาม้าพุ่งตรงไปด้านหน้าแบบเรือ แบบนั้นเรียกว่าไร้สมอง
วารีสั่ง “ทหารจากวาโรซีเมียเรียที่ขี่โดรนซิ่งเป็นมากับฉัน!” จากนั้นเขาวิ่งไปแนวหลัง
เมื่อเหลียวหลังดู เขาเห็นทหารไม่ถึงยี่สิบคนวิ่งมาจากจุดนั้นจุดนี้ บางคนหน้ามีความสงสัย แต่บางคนที่เป็นทหารที่ผ่านศึกกับวารีมาแล้วดูมั่นใจ
เหล่าทหารมั่นใจเพราะเขารู้ว่าวารีเก่งในการแก้ปัญหา เขาเชื่อว่าการได้เป็นหมากครั้งนี้จะช่วยเปลี่ยนกระแสสงครามและกลายเป็นคนสำคัญ
ทหารเหล่านั้นยิ้มมุมปากและจินตนาการตัวเองได้รับการประดับเหรียญกล้าหาญ
สุดท้ายวารีวิ่งนำทหารไปที่แถวจอดโดรนซิ่งที่ไว้ยามฉุกเฉิน มันมีหลายลำ เยอะกว่าทหารที่วิ่งมา มันทำให้วารีแน่ใจว่าต่อให้มันแย่ที่สุด อย่างน้อยวีและคริสซ่าก็มีโอกาสหนี ถ้าวีไม่ดื้อและอยากสู้มากไป
วารีคร่อมโดรนซิ่ง ยังไม่เปิดเครื่อง “วิ่งๆๆ ขึ้นโดรนคนละคัน!”
ทหารคร่อมโดรน วารีกดสตาร์ตเครื่อง ทหารทำตามวารี
กลุ่มทหารสายซิ่งวิ่งโดรนหวังจิ้มพวกคนมีปีก
แต่ดูเหมือนพวกมีเกราะบางคนรู้ทัน มันบินมาขวาง ชี้ดาบจนดาบเปล่งแสง
“บินผาดโผน!” หลังวารีสั่งเขาเอียงใบพัดนิดนึงแล้วบิดสุดกำลังเพื่อเพิ่มรอบหมุนของใบพัด
โดรนวารีพุ่งขึ้นฟ้า วารีตีลังกาคว่ำหัวลงพื้น เอียงใบพัดให้ไปอีกข้าง
ลำแสงดาบของศัตรูวิ่งตามวารี แต่พวกมันยิงได้ไม่แม่นและไกลเหมือนกระสุนปืนไรเฟิลอัตโนมัติ
วารีเอามือซ้ายที่ถือลูกซองยิงใส่คนมีปีกทั้งๆที่หัวปักพื้นและพุ่งลงพื้นด้วยความเร็ว
ทหารหลายคนบินผาดโผน บางคนซิกแซก หลายคนควงสว่านและตีลังกาหลบแสง
ทหารคนหนึ่งสาดกระสุนทั้งๆที่ควงสว่านใส่ศัตรู
คนมีเกราะหลายคนแสงดับและร่วงลงพื้น
หลังวารียิงสองสามคนร่วงเขาบินซิกแซกระดับเดียวกับพวกมันและยิงใส่รัวๆ
คนมีปีกยิงลำแสงไล่ทหารซิ่ง แต่หลายคนยิงไม่โดน และบางคนที่โดนมันโดนแค่เฉียดๆ ไม่ได้ทำให้พวกเขาตกโดรน
วารียิงจนกระสุนหมด ดีดทิ้ง เปลี่ยนกระสุนและยิงใส่อีกครั้ง
คนมีปีกไม่มีเกราะมาเป็นกลุ่มใหญ่พุ่งมาเพื่อจะเข้าระยะประชิด
แม้เจ็บใจที่ไม่ได้ตัดกำลังพวกมีเกราะเยอะกว่านี้ สุดท้ายวารีจำใจห้อยปืนลูกซองไว้ แล้วชักดาบ “เข้าปะทะ!”
ทหารซิ่งห้อยปืนและชักดาบ บินพุ่งตรงหากลุ่มคนมีปีกไม่มีเกราะ
วารีพุ่งและฟันไปด้านขวาใส่คนมีปีกเสื้อไหมจากนั้นด้านซ้ายใส่อีกคน
เลือดสาดใส่เขา มันทำให้เขาได้กลิ่นคาวเลือดปนกับกลิ่นเกราะกันกระสุนเหม็นอับที่ใส่ออกรบมาแล้วแต่ลืมเอาไปซัก
วารียิ้มและตะโกน “สลานุช!”
ทหารตะโกนตาม “““สลานุช!”””
เมื่อไฟสีชมพูคลุมรอบตัววารีและเหล่าทหาร วารีและทหารหลายคนยิ้มมุมปาก
ไม่มีใครรู้ว่าจะได้กลับไปจอดที่ปราสาทอีกมั้ย แต่หลายคนรู้ว่าศึกตรงหน้าสนุกแน่