วารีพัฒนาประเทศต่ออย่างไม่หยุดยั้ง แถมคอยดูแลเหล่าเมียในฮาเร็มจนหมุนหน้าหมุนหลัง แต่ต้องมาเจอกับอดีตที่เคยผิดพลาดตามมาหลอกหลอนทั้งๆที่ลูกใกล้คลอด ทำให้เหล่าแฟนพากันมาช่วยเพื่อให้คนเดิมกลับมาหาพวกเธอ วารีอยากทำงานค้าขายให้ดี รักฮาเร็มให้เต็มหัวใจ แต่โดนรุมเร้าจากทั้งจิตใจในอดีตและเหล่าผู้ก่อการร้าย ทั้งๆที่เมียท้องกันยกชุด เขาต้องทำทั้งหมดให้ได้ดี และสุดท้ายเมื่อทุกอย่างพร้อม เขาจะรับหน้าที่ราชา
รัก,แอคชั่น,แฟนตาซี,ชาย-หญิง,เกิดใหม่,ต่างโลก,คลั่งรัก,ชาย-ชาย,หญิง-หญิง,ฮาเร็ม,ชาย-หญิง,หญิงรุก,yaoi,โรมานซ์,โรแมนติก,ต่อสู้,รักวัยรุ่น,เกิดใหม่,ทำงาน,สร้างตัว,ฝึกฝน,นางเอกเก่ง,พระเอกเก่ง,รัก,แฟนตาซี,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
กำพร้า ณ ต่างโลก ภาค 2วารีพัฒนาประเทศต่ออย่างไม่หยุดยั้ง แถมคอยดูแลเหล่าเมียในฮาเร็มจนหมุนหน้าหมุนหลัง แต่ต้องมาเจอกับอดีตที่เคยผิดพลาดตามมาหลอกหลอนทั้งๆที่ลูกใกล้คลอด ทำให้เหล่าแฟนพากันมาช่วยเพื่อให้คนเดิมกลับมาหาพวกเธอ วารีอยากทำงานค้าขายให้ดี รักฮาเร็มให้เต็มหัวใจ แต่โดนรุมเร้าจากทั้งจิตใจในอดีตและเหล่าผู้ก่อการร้าย ทั้งๆที่เมียท้องกันยกชุด เขาต้องทำทั้งหมดให้ได้ดี และสุดท้ายเมื่อทุกอย่างพร้อม เขาจะรับหน้าที่ราชา
ฟรี 5,000 คนแรก
ภาค 1 เกิดใหม่เล็งไข่ตั้งมั่น
https://www.plotteller.com/book_reading_novel/01J6K59JBZFBKF5WR1DS8Y86Q2
วารีมุ่งมั่นพัฒนาประเทศให้ขยายไปมากขึ้น และเอาของยอดนิยมโลกเก่ามาขายเพื่อเปลี่ยนยุคจากยุคขี่นกมาใช้รถและมอเตอร์ไซค์
แต่อดีตตามมาหลอกหลอนและต้องเจอกับกำแพงที่ตัดสินว่าอะไรถูกต้องและไม่ถูกต้อง
และเขายังต้องเตรียมพร้อมทุกอย่างให้ลูกที่ใกล้เกิดมาในอนาคตข้างหน้า
เขาต้องสู้พัฒนาสร้างทุกอย่างพร้อมจิตใจที่ปั่นป่วน แต่ยังดีที่เหล่าแฟนคอยดูเขาใกล้ชิดและตบหัวเขาทุกครั้งที่เขาง้องแง้ง
https://www.facebook.com/profile.php?id=100087843892571&mibextid=LQQJ4d
bluesky
https://bsky.app/profile/wayuwayutl.bsky.social
165 ดูดาวคลุ้งคาวเลือด
ในอดีต ตอนที่วีอายุ 12 ตอนที่ป้องกันบ้านกำพร้าแรกที่กลุ่มดาวสามเราบุกชิงบ้านคืนหลังโจรเข้าไปแล้ว
วีกับวิวมีหน้าที่เคลียร์บ้านให้โจรทั้งหมดสู้ต่อไม่ได้
“พี่ไปซ้าย น้องไปขวานะ!” วีพูดบอกวิว
“ได้พี่!” วิวพูด
จากนั้นสองคนพุ่งไปทางที่ตัวเองรับผิดชอบ
ด้านขวามีสามคน ซ้ายก็สามเหมือนกัน
วีพุ่งไปหาคนแรกด้วยพลังต้นขาแมว เธอจะเก็บแขนขวาไว้หวดคนข้างหลัง เธอเริ่มด้วยข่วนซ้ายสุดแรง
แต่… เธอเล็งไปที่คอ
เราสามคนตกลงกันแล้วว่าเราจะไม่ฆ่าคน
การฆ่าคนมันผิด เราอยากใช้ชีวิตแบบไม่รู้สึกผิด
แต่เมื่อไม่มีวารี เธอเป็นอิสระ
คนข้างหน้าเป็นเหยื่อ คนที่อ่อนแอกว่าเธอ ใช้ได้แต่ท่าที่บอกก่อนว่าจะทำอะไรโง่ๆ แล้วก็ฟันตามชื่อท่านั้น
พวกนี้มันไว้ให้สัตว์ใหญ่กว่ากินเท่านั้น
และฉัน ที่อายุ 12 ใหญ่กว่าผู้ใหญ่ที่จับคอล้มลงไม่รู้ชะตากรรมข้างหน้า
คนข้างนอกก็ด้วย ฉันแอบดีใจทุกครั้งที่เวลาฉันฟาดหัวแล้วได้ยินเสียงกระดูก
นี่น่าจะไม่ใช่คนแรกของฉัน ถ้าดูจากสามัญสำนัก
‘ทำไมการฆ่ามันแย่นัก?’ เรามีโทษประหารนี่ พวกนี้มันละเมิดเรา แถมเราไม่รู้ว่าถ้าเราพลาดแพ้ มันจะทำอะไรกับเราบ้าง
‘มันไม่มีเหตุผลเลย ที่พวกนี้จะฆ่าเรา แต่เราฆ่ามันไม่ได้’
เมื่อคนแรกจับคอและโดนวีเหยียบ เขานิ่งไป
วีง้างแขนขวาสุดแขน “หวดพิฆาต!”
เสียงดัง บึก พร้อมเสียง กร้อบ หึหึหึ วีขำในใจ
จากนั้นคนทางซ้ายเธอจับกระบองแดงเธอ
‘ตายล่ะ ใช้กระบองไม่ได้ เตะเอาแล้วกัน แล้วค่อยซ้ำตอนเขาล้มก็ได้’
วีง้างเตะแต่คิดในใจ ‘ไม่นี่ ฉันอยากเห็นเต็มๆตาบ้าง วินาทีที่มันออกไป เวลาที่เขานิ่งด้วยมือ ใช้ดาบดีกว่า’
วีชักดาบ แทงเข้ากลางอกคนที่จับกระบองเธอ เธอทำพร้อมรอยยิ้มบนหน้า
“พี่วี!”
‘ตายแล้ว! วิวเห็นมั้ย เธอเห็นฉันยิ้มมั้ย?’
วิวเดินมาข้างๆ ไม่พูดอะไร
คนที่วีแทงอยู่เลือดออกปาก วียังไม่ดึงดาบ เขาเอื้อมจับดาบและล้มลง
วีดึงดาบสะบัดเลือดออก เธออยากยิ้มที่ได้เห็นภาพนี้ แต่วิวอยู่ตรงนี้ เธอทำไม่ได้
“เอ่อ… เราจะบอกว่าเราร่วมกันทำแล้วกัน” วิวพูด
“ทำไมเธอต้องออกหน้าเพื่อพี่ด้วย ถ้าวารีไม่ชอบเธอขึ้นมาจะทำยังไง?” วีพูดด้วยหน้านิ่ง
“ก็… หนูไม่อยากให้วารีเกลียดพี่” วิวทำหน้าเศร้า
สองคนไม่พูดอะไร แต่วีปิดท้าย “พี่จะลองสูตรพี่ แค่ทำตามที่พี่บอก ครั้งนี้ พี่ไม่ขอบ่อยนี่ ใช่มั้ย?”
“ได้พี่ เพื่อพี่หนูทำได้หมด ไม่ว่าจะกี่ครั้งก็ได้”
หลังจากนั้นซักพัก
“วี เธอฆ่าคนใช่มั้ย?” วารีพูด
“เอ๋” วีตกใจ
วีเหงื่อตก หันมองวิว วิวส่ายหน้า พี่เธอเองสั่งไว้
“ไม่นะ เราทำร่วมกัน” วีเอาคำพูดวิวมาโกหก
หลังจากนั้นฉันแกล้งร้อง วารีบอกให้คิดว่า “ให้คิดว่าพี่ทำ”
แถมจูบนั้นด้วย
และก็นั่นแหละ การสังหารหมู่แรกที่ฉันทำมันได้จูบจากคนที่รัก ถ้ามันยุ่งกับบ้านฉัน มันต้องตาย ทั้งหมด เพื่อนมันที่รบกับมันก็ต้องตายด้วย พวกผู้หญิงครอบครัวมันไม่เกี่ยว
หลังจากนั้นฉันได้รู้ตัวว่าฉันไม่ปรกติ ฉันชอบการฆ่าศัตรู ฉันไม่ได้ชอบการฆ่าเพราะฆ่าเฉยๆ แต่ฉันชอบให้คนมาทดสอบ ทำผิดกับฉัน และฉันฆ่าเป็นบทตอบแทน ฉันจะไม่เดินเร่ฆ่าคนนั้นคนนี้ที่ไม่เกี่ยว
หลังจากตอนนั้น เราเริ่มโต และเป็นหนึ่งเดียวกับประเทศวาโรซีเมียเรีย เราฆ่าอีก หลังจากนั้นมีปืน เราก็ฆ่าอีก แค่ง่ายขึ้น ทุกวันๆ แค่นั้น
ทุกครั้งที่ฉันฝึกแล้วเก่งขึ้น ฉันฆ่าได้ง่ายขึ้น หึหึหึ มาร์แลนด์ มันก็แค่เหยื่อตัวต่อไป
ตอนนี้ฉันจะฆ่าเท่าไหร่ก็ได้ แค่พูดว่า ‘เพื่อวาโรซีเมียเรีย’ หุหุหุ จะมีอะไรดีกว่าสงคราม
ฉันดูดอุ้ยในมือ ทิ้งมันใส่กระป๋องที่ระเบียง ควักมือถือขึ้นมาดู เธอดูคลิปคนที่ไปเที่ยวมาร์แลนด์และถ่ายกลับมาอัปโหลดที่นี่
เธอดูเพื่อจะสืบว่าที่นั่นเป็นยังไง เธอได้เห็นทะเลทรายกว้างๆ สัตว์ที่พวกนั้นขี่ก็แปลกตาอยู่
‘ฉันสงสัยอยู่แล้วตั้งแต่ไปทะเลว่าถ้าเลือดออกบนทรายมันจะเป็นยังไง มันจะสะอาดหรือมีแดงๆ’
เธอดูคลิปไปเรื่อยๆ เธอมองข้างนอกและหยิบอุ้ยจุดอีกมวน
วิวออกมาและมาข้างวี “พี่คิดถึงสงครามที่จะมาถึงใช่มั้ย?”
“ใช่”
“พี่พูดตรงๆกับหนูได้… แต่หนูถามได้มั้ยว่าทำไมพี่ต้องโกหกผัวเรา?”
“ไม่มีเหตุผล เขาให้ฉันเป็นไอดอล เขาตีกรอบให้ฉันเป็นคนแบบนั้น รู้มั้ย? พวก ‘คนดี’”
“แต่พี่เป็นคนดีนะ ความชอบพี่มันไม่ได้บ้าคลั่งที่ยิงคนแก่และเด็กๆ พี่ไม่มีปัญหากับพวกเขาเลย”
“แต่ฉันมีความสุขกับมัน”
“มันเพราะพวกเขาผิด มันเป็นเรื่องแน่นอนอยู่แล้วที่เราจะลงโทษ” วิวจุดอุ้ยดูดข้างวี
“พอเธอพูดแบบนี้… มันเป็นสายเลือดเหรอ?” วีถามตรงๆ
“ไม่รู้ดิ…”
“ฉันไม่ชอบความคิดนั้น พ่อแม่ของเราทิ้งเรา พวกเขาไม่มีอิทธิพลกับเรา”
“แต่ถ้าพวกเขาไม่ไหว ก็ไม่ได้ถือว่าผิดนะที่โยนเราเข้าบ้านเด็กกำพร้า เพราะเราได้เจอวารีด้วย”
“นั่นสินะ” วีพูดแล้วเริ่มคิด
สองคนดูดอุ้ยพ่น ไม่พูดอะไร
“แล้วเธอชอบมันหรือยัง? เธอก็ฆ่าไปเยอะพอๆกับฉันแล้วนี่ มีแค่ตอนนั้นที่เธอยังไม่ทำ” วีถาม
“หนูทำเพื่อวาโรซีเมียเรีย หนูเป็นทหารของประเทศ หนูทำตัวเหลาะแหละไม่ได้ แต่ไม่รู้ดิ ยิ่งหนูกำจัดศัตรู คนแล้วคนเล่า เมื่อหนูยิงล้มหรือตีจนหัวยุบ หนูคิดได้แค่ ‘และแล้วประเทศเราก็สงบกว่าเดิม’”
“มันคงเป็นสายเลือดแล้วแหละถ้าแบบนั้นอ่ะ”
“แต่ตอนเด็กหนูไม่ทำไง…”
“ไม่คิดว่าเวลาตีหัวตอนนั้นและมันดังกรุบมันจบแล้วเหรอ?”
“ตอนนั้นหนูออมแรงเยอะ แต่ก็ใช่… ไม่ใช่มันไม่มี”
“พี่จะไม่ทำตัวว่าเหนือกว่าหรือสั่งให้คิดอะไรแบบนั้นแบบนี้นะ พี่ให้เธอคิดตามที่เธออยากคิด”
“ขอบคุณนะ แต่บางที ทำเหมือนหนูเป็นคนที่พี่ต้องปกป้องก็ดีอยู่”
“หุหุหุ เธอชอบการถูกเอาใจตั้งแต่เด็กแล้ว แน่นอน เธอเป็นน้องพี่ด้วย”
“ขอบคุณ”
“ไม่ต้องหรอก พี่สิ ต้องขอบคุณเธอ”
“เพื่ออะไร?” วิวเลิกคิ้ว
“ที่ตอนนั้นพูดจริง” วียิ้มกว้าง ไม่มีความบ้าเลือดอยู่ในภาพที่วิวเห็น
“เรื่องปรกติ ว่าแต่ พี่โกหกวารีทำไม?” วิวสงสัยเรื่องนั้นมาตลอด แต่เก็บใส่กล่องแล้วล็อกไว้ในใจ ตอนนี้เป็นโอกาสดีที่จะได้พูดถาม
“แค่ทดสอบไปงั้นแหละ ไม่ได้คิดอะไรหรอก พี่ไม่ได้สมองใส นานแล้ว” วีบอกตรงๆ
“เอ๋า เป็นงั้นไป หนูก็เก็บเรื่องนี้ไวซะนาน” วิวถอนหายใจ กึ่งหนึ่งก็โล่งใจที่พี่เธอไม่ได้ทำตัวเหมือนสวมเขาแล้วชักใยวารี
“หุหุหุ พี่อลิสเคยบอก คนมีเรื่องที่เป็นปริศนาดูน่าค้นหากว่าคนที่เรารู้ทุกอย่าง” วีจำคำสอนนั้นได้ดี
สองคนยิ้มให้กัน เข้าห้อง เหลือไว้แต่กระป๋องใส่ก้นอุ้ยที่ปากกระป๋องมีควันลอย
ปลายเดือน 10 ยุคตีกันปี 124
คริสซ่าเล็งปืนไรเฟิลใส่เป้าหมาย เป้าหมายเป็นกระทะสิบใบเรียงกัน
วี้ดปืนรางมีประกายไฟฟ้า คริสซ่าตั้งสมาธิ บึ้ม ไรเฟิลยิงออกไป
ป๊อง เสียงกระทะถูกยิงทะลุดังขึ้น
คริสซ่า ถอดซองกระสุน ชักไกปืนให้กระสุนที่อยู่ในรังเพลิงดีดออกตกพื้น หยิบกระสุนไว้บนโต๊ะ วางปืน จากนั้นหมุนเป้าเข้ามาหาตัว
เธอดูกระทะ ‘มันผ่านได้ 9 ใบ พลังปืนยังไม่แรงพอ…’ เธอคิดในใจ กรอกซองน้ำตาลเข้าปาก ใส่กระทะใหม่ หมุนกลับไปที่เดิม
ครูฝึกที่เห็นเหงื่อตก เขาไม่เคยเห็นปืนที่พลังมากเท่านี้ ถ้าเทียบพลังที่เท่ากัน มันเท่าปืนใหญ่ระยะไกล
ห่างไปมีไกอากับครูฝึกสายเวทย์ดิน ไกอาเสกบังเกอร์ขึ้นมาจากดิน ครูฝึกปรบมือดีใจ
ส่วนกลีน่า “ดิน!”
ดินรวมกันหน้าเธอ ได้ก้อนเท่ากำมือ ยิงไปด้านหน้าใส่เป้าฟาง
เป้าไม่สะดุ้งสะเทือน
กลีน่าลองใหม่ “น้ำ!”
เธอชี้ฝ่ามือไปด้านหน้า น้ำออกไปเป็นเส้นเล็กๆเหมือนเส้นก๋วยเตี๋ยว
เป้าไม่สะดุ้งสะเทือน
กลีน่าเงียบไปซักพัก คิ้วขมวด “ลม!”
ฟู่ ลมพัดจากฝ่ามือเบาๆ
ถ้าเป้าซ้อมเป็นสิ่งมีชีวิต มันคงหัวเราะเยาะเธอ
“ไฟ…”
ก้อนไฟออกไปจากมือ พรึ่บ เมื่อถึงเป้าซ้อม มันกระจายออกข้างและไม่มีอะไรเกิดขึ้น
มาถึงตอนนี้ก็ไม่ต้องพูดแล้วว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับเป้าซ้อม
กลีน่าไหล่ตก กระดกน้ำตาล แม้เธอรู้อยู่ในใจว่าไม่จำเป็นเพราะพลังเวทย์ที่ออกมามันน้อยเหลือเกิน แต่มันเป็นหลักที่ทุกคนถือเมื่อใช้เวทย์
วารีที่เฝ้าการซ้อมเธออยู่ไหล่ตกเหมือนเธอ ‘ทำไม? คนอื่นไม่มีปัญหาแต่เป็นกลีน่าที่มีปัญหานี้ มันต้องมีอะไรซักอย่าง’
วารีพยายามหาเหตุผลที่มันเป็นแบบนี้ เขาพยายามเร่งความเร็วความคิดให้เร็วขึ้น
‘ถ้าตามต้นแบบจากโลกเก่า มันมีนักเวทย์ขาวและนักเวทย์ดำ นักเวทย์ดำเก่งเรื่องเวทย์ดิน, น้ำ, ลม, และไฟ… ถ้างั้นนักเวทย์ขาว…’ เขาคิด
วารีเดินไปหาทหารคุมสนามยิงปืนที่ถือปืนและมีอาวุธ “ขอยืมมีดหน่อย”
“หา? จะเอาไปทำอะไรครับ” ทหารคุมสนามยิงปืนถาม
“ทดลองอะไรนิดหน่อย” วารีบอก
“งะ, งั้นเหรอครับ ได้ครับ” ทหารคุมสนามยิงปืนถอดมีดที่อกจากเกราะ ถอดมันพร้อมฝักเพื่อความปลอดภัย
จากนั้นเขายื่นให้วารี วารีรับแล้วพยักหน้าให้เขา “ขอบคุณ”
วารีเดินไปหากลีน่าพร้อมมีด
กลีน่ามองวารี หน้าเธอเต็มไปด้วยความผิดหวัง เธออยากร้องไห้ แต่ด้วยหัวใจความเป็นพี่สาวเธอกลั้นน้ำตาไว้อยู่
วารีเดินไปข้างๆเธอ “ขอทดลองอะไรนิดหน่อยนะ ฉันอยากให้เธอตั้งสมาธิ จินตนาการเยอะๆ และตัวช่วยที่มันอาจทำให้เธอใช้เวทย์ได้มันอาจได้ผล อยากให้เธอคิดถึงธาตุต่างๆ ดิน, น้ำ, ลม, และไฟ และอีกสองธาตุพิเศษ”
“มันมีไฟฟ้าด้วยนี่? แต่… สองธาตุพิเศษ?” กลีน่าเอียงหัว
“มันมีมากกว่าแค่สี่ธาตุหลัก มันมี แสงสว่าง และความมืด ทั้งสองอย่างตรงข้ามกันและกัน แต่อย่างใดอย่างหนึ่งมีโดยที่ไม่มีอีกอย่างไม่ได้… เช่น เมื่อมีแสง มันมีเงา” วารีอธิบาย
‘แต่ในความมืดมันไม่มีแสงและเงา แต่อย่าพูดถึงตรงนั้นเลย’ วารีคิด
เขาคว่ำมือไว้ด้านหน้าตัวเอง ชักมีดออกมาจากฝัก จากนั้น เขากรีดแขนตัวเองที่ปลายแขนใกล้ๆหลังมือที่ไม่มีเส้นเลือดใหญ่
เลือดออกมาและหยดลงพื้น
กลีน่าตกใจมาก “พี่ทำอะไรอ่ะ! เป็นแผลหมดแล้วเนี่ย! ไปหาหมอเร็ว! ครูฝึกคะ! ช่วยวารีหน่อย!”
วารียยกมือแล้วห้ามใส่ครูฝึก เมื่อครูฝึกเห็นเขาก็ไม่เดินเข้าไป “ผมไม่อยากเขียนเอกสารนะท่าน…”
วารีเมินแล้วพูดให้กลีน่าเข้าใจ “จินตนาการ มอบแสงสว่างให้สู่แผล ให้มันหาย ให้มันไม่เจ็บ”
“พี่หมายถึงอะไร? มันเป็นไปไม่ได้หรอก”
“ไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้” วารีชูมืออีกข้าง เสกไฟออกมาจากมือ ฟู่ว “ถ้าฉันเสกไฟมาทำลายล้างได้ มันก็ต้องมีเวทย์ที่รักษาแผลได้ ทำมันเถอะ สิ่งที่เธอต้องทำ คือจินตนาการและรักษาแผลนี้”
เมื่อกลีน่าได้ยินก็กลืนน้ำลาย ชูสองมือใส่แผลที่ปลายแขนวารี
“คิดถึงเทพ ขอพลังพวกเขา” วารีพูดนุ่มๆ
‘เทพเหรอ? มีเทพองค์ไหนที่เกี่ยวกับแสงล่ะเนี่ย? เทพสลานุชสายเสียวน่าจะมืดแน่ๆ เทพฉลามก็สายต่อสู้ ถ้างั้น น่าจะเทพกระต่ายแห่งการผลิตลูก แถมหวานบอกว่าเธอเห็นดาวก่อนกลายเป็นคนด้วย ถ้าดาวส่องแสงได้ ท่านก็น่าจะเกี่ยวกับแสงสว่าง ง้องๆแต่… เอาล่ะ’ กลีน่าคิด
โอ้จงหาย โอ้จงรักษา โอ้อย่าให้มันเจ็บอีกต่อไป
วี้ง วี้ง วี้ง วี้ง กริ๊งๆ เสียงเหมือนกระดิ่งดัง
แสงออกจากมือกลีน่า แผลวารีปิดด้วยความรวดเร็ว ในที่สุดมันก็หายสนิท วารีลูบๆถูๆดู พอมันไม่รู้สึกเจ็บหรือช้ำ วารีพยักหน้า “เห็นไหมว่ามันได้ผล?”
“แต่… แต่… ไปหาหมอดีกว่า ถ้าข้างในมันยังไม่หายแล้วช้ำในจะทำยังไง?”
“ไม่มีหรอก อะไรแบบนั้นอ่ะ มันเป็นเวทย์แสง ของจริง ของแท้” วารีพูด ยิ้มๆ
หลังจากนั้นวารีเดินไปหาคริสซ่า หยิบกระทะที่เธอเตรียมไว้เป็นกองมาสองใบ เดินไปที่เป้ายิงที่กลีน่าอยู่แขวนกระทะและหมุนไปให้ไปอยู่หน้าเป้าฟาง
วารีชักปืนพก ใส่ซองกระสุนชักไก “คราวนี้ จินตนาการให้ปืนแรงขึ้นด้วยทั้งหมดที่เธอมี”
“เพื่ออะไร?” กลีน่าถาม
“ให้ปืนมันแรงขึ้นอะไรอย่างนี้ ให้แรงระเบิดในปืนมันแรงขึ้นเมื่อยิงออกไปแบบนี้อ่ะ” วารีพูดแบบไม่ค่อยคิดเท่าไหร่
รักษาแผลก็เรื่องหนึ่งเพราะมันเห็นชัด แต่บัฟที่เพิ่มความแข็งแรงและแรงปืนอาจเป็นอะไรที่จินตนาการยากกว่า
กลีน่าคิดในใจ ชูมือไปหาวารี “เอ่อ… ท่านเทพ โปรดทำให้มันแรงขึ้น”
วี้งวี้งวี้ง กริ๊ง
วารีเหนี่ยวไก ปั้ง เสียงปืนพกดังกว่าปรกติและดีดแรงขึ้น
แก๊ง เสียงกระสุนกระทบกระทะดัง
วารีถอดซองกระสุน ชักไก คว้ากระสุนกลางอากาศวางไว้หน้าตัว หมุนกระทะมาหาตัว
วารีตรวจกระทะ กระสุนมันทะลุกระทะใบแรกและมีรอยบุ๋มที่กระทะใบที่สอง
‘ปรกติปืนนี้ยิงทะลุกระทะไม่ได้ มหัศจรรย์ บัฟมันได้ผล!’ วารีคิด
หลังจากนั้นเขาทดลองกับกลีน่า ให้ทหารวิ่งรอบสนามหนึ่งรอบแล้วจับเวลา จากนั้นให้กลีน่าบัฟทุกคนแล้วให้วิ่งอีกรอบ
ผลที่ออกมาคือรอบที่บัฟมันเร็วขึ้นประมาณสองในสิบบางคนได้ผลถึงสามในสิบ ที่ผลออกมาผันผวนอาจเพราะคนที่จะรับเวทย์แสงต้องตอบรับเวทย์แสงได้ดีกว่า
หลังจากนั้นวารีทดลองเวทย์มืด ให้กลีน่าสาปให้ทหารอีกชุดวิ่งช้าลง ทดสอบแบบเดียวกัน แต่ไม่มีผลอะไรออกมาแบบที่เห็นได้ชัด
หลังจากนั้น วารีตีความ เขียนลงบทความว่า ‘เวทย์แสงเห็นได้ชัดเจนแล้ว มันเหลือแค่เวทย์ความมืดที่ต้องหาคนที่ถนัดมัน ถึงตอนนี้มันไม่เห็นเป็นตัวอย่างชัดเจน แต่มันเป็นไปได้ว่าเวทย์ความมืดมีอยู่จริง และคนที่ถนัดเวทย์แสง จะใช้เวทย์ความมืดไม่ได้ และกลับกันก็เช่นกัน’
ที่เหลือมันแค่ส่งเอกสารไปให้วาโรอ่าน เพื่ออนุมัติการตีพิมพ์ทีหลัง
“เขียนอะไร?” เสียงวีดังขึ้นมาข้างหลัง
“บทความเวทย์แสงสว่างและความมืด” วารีตอบ ไม่คิดอะไร
เธอคล้องมือมาจากด้านหลังวารี เพราะเธอเปลือยอยู่ หน้าอกน้อยๆของเธอดันคอวารีตรงริมๆ
เธอบ่น “ฉันอยู่ยังมาเขียนอะไรแบบนี้อีก เรามีเวลาด้วยกันน้อยแล้ว”
“นั่นสินะ มาๆ” วารีเก็บกระดาษเข้ากอง เอาที่ทับมาทับและเดินจูงวีไปที่เตียง
วีนั่ง ตีหัวของวารีให้เป็นขนาดมังกร จากนั้นเอาเข้าปากอย่างรวดเร็ว และคอลึกลงจนคอปูดทันที
วารีรับความเสียวไม่ทัน เพราะมันเป็นวีที่คุ้นเคยกันมานานแทบสิบปีแล้วหลังจากที่เริ่มมีเซ็กส์ กับวีเขาแตกง่ายกว่าปรกติ
เขาเกร็งรูตูดสุดกำลัง กับวีมันจะนานตลอด เขาจะมาตายน้ำตื้นไม่ได้
วารีเกร็ง รับการโจมตีของวี
เมื่อคอลึกได้ซักพักและวารีไม่แตก วีถอนเอ็นวารีออกจากคอ “อึดจัง… มาๆ เข้าประเด็นหลักกัน”
วีดึงแขนวารีเซ เกี่ยวขาเขาล้ม แล้วพาตัวเขาไปล้มบนเตียง ขึ้นคร่อมและทิ้งสะโพกทันที
ดุ้นวารีเข้าไปสุด ดันท้องวีปูดผ่านกล้ามเนื้อท้อง
เธอทิ้งตัวใส่ดุ้นวารีรัวๆ ร้องครางแง้วๆเป็นพักๆ
“ถ้าเธอดุขนาดนี้ตั้งแต่เริ่มมันจะไม่นานเอานะ เบาหน่อยดีมั้ย?” วารีถาม
“ไม่ ไม่ไหวเมื่อไหร่ก็หยุด แค่นั้น ฉันอยากสุด พูดถึงก็อีกนิดนึงสุดละ ปล่อยในพร้อมกันนะ” วีพูด
“อืม” วารีเด้งสะโพกกระแทกกลับเพื่อให้เธอเสียวขึ้น
เมื่อเธอน้ำฉีดสองสามครั้ง วารีปลดเกร็งด้านหลังและปล่อยน้ำด้วยความรวดเร็ว ขาวีสั่นนิด
แต่วารีเห็นเป็นโอกาส เขาจับก้นวียกขึ้น เกร็งหน้าหลังพร้อมกันเร่งสะโพกซอยถี่สุดแรง
วีดิ้น ขาสั่นเยอะขึ้น แต่ยังตั้งตัวได้อยู่ เธอรู้ดีอยู่แล้วว่าวารีจะทำอะไรแบบนี้
วารีเป็นพวกชอบสนองเกินตัว แม้ตัวทรมาน แต่ถ้าได้เห็นสาวเสียวเกินพอดีเขาจะอดทนและทำมัน
สองคนรู้กันดี เพราะศึกษาและอยู่กันมานาน
แม้แฟนวารีเยอะขึ้น เขาไม่เคยปฏิเสธวีที่เข้าหาบ่อยๆ
แฟนหลายคนไม่ได้ติดเซ็กส์เหมือนเธอ และบางคนอาทิตย์ละครั้งก็พอแล้ว
แต่ไม่ใช่วี วีต้องการเวลาเยอะ
หางวีสะบัดไปมา
เมื่อวีน้ำไม่ฉีดอีกวารีผ่อนกระแทกช้าๆ
“เสร็จแล้ว วันนี้พอแค่นี้” วีพูด
“อ่าว… ยังค้างอยู่เลย พูดจริงเหรอเนี่ย? นี่เตรียมตัวอยู่ถึงเช้าแล้วนะ” วารีถาม
“ไม่อ่ะ… อิ่มแล้ว เดือนหน้าจะเข้าสงครามแล้ว จะเก็บแรงไว้ฝึกพรุ่งนี้” วีพูด
จากนั้นวีเดินไปใส่เสื้อผ้าหลวมๆ เปิดลิ้นชักหาอะไรซักอย่าง เมื่อเธอเจอ เธอเอาม้วนเชือกมาแขวนที่บ่า
“เธอจะทำอะไร?” วารีถาม
จากนั้นวีเดินไปที่ระเบียง
วารีเริ่มงง “เฮ้ ทำอะไร? วี”
วีเหยียบระเบียงกระโดดขึ้นข้างบน
“เฮ้!” วารีวิ่งไปดูด้านบน วีปีนขึ้นไป สุดท้ายหายไปบนหลังคา
เชือกโรยลงมา วีรูดเชือกลงมาแล้วพูด “ไปเรียกวิวมา เราจะดูดาวกันวันนี้”
“ต้องวันนี้ด้วยเหรอ? ที่เราเพิ่งมีอะไรกันเนี่ยนะ? มันแปลกๆกับวิวมั้ยอ่ะ?” วารีสุดงงกับนิสัยของวี
“ไม่หรอก เอาเหอะ อารมณ์มันได้” วียิ้มแล้วพูด จากนั้นปีนขึ้นไปด้านบน
วารีส่ายหัว ไปตามวิวมาที่ห้อง วิวมาแบบงงๆ
จากนั้นวารีไปที่ระเบียง ปีนเชือกขึ้น
วิวยิงใยรูดตามขึ้นมาข้างๆ
วีกำลังร้องเพลงอยู่ ดูดาวเงียบๆ
สามคนนั่งข้างกันดูดาว
วิวหากลุ่มดาวสามเรา ไม่ถึงสองวินาทีก็หาเจอ “นั่นไงกลุ่มดาวสามเรา”
วารีหาตรงที่วิวชี้ ไม่นานเขาก็เห็น
วีเห็นนานแล้ว เธอดูมันบ่อยเลยจำได้เหมือนวิว
วิวพูดขึ้นมา “ว่าแต่วันนี้มันของพี่นี่ ทำไมมาทำแบบนี้แทนล่ะ?”
“แค่รู้สึกอยากอ่ะ… ฉันไม่ได้คิดอะไรลึกๆหรอก” วีบอก
วิวพยักหน้า บางครั้งพี่วีก็เป็นแบบนี้จริงๆเหมือนกัน มันไม่ได้แปลกอะไร
สามคนมองหมู่ดาวท่ามกลางเสียงเพลงวี ทุกคนคิดถึงสงครามที่จะมาถึงและคิดในใจเหมือนกัน ‘คนที่ทำร้ายวาโรซีเมียเรีย ต้องได้รับผลตอบแทน