วารีพัฒนาประเทศต่ออย่างไม่หยุดยั้ง แถมคอยดูแลเหล่าเมียในฮาเร็มจนหมุนหน้าหมุนหลัง แต่ต้องมาเจอกับอดีตที่เคยผิดพลาดตามมาหลอกหลอนทั้งๆที่ลูกใกล้คลอด ทำให้เหล่าแฟนพากันมาช่วยเพื่อให้คนเดิมกลับมาหาพวกเธอ วารีอยากทำงานค้าขายให้ดี รักฮาเร็มให้เต็มหัวใจ แต่โดนรุมเร้าจากทั้งจิตใจในอดีตและเหล่าผู้ก่อการร้าย ทั้งๆที่เมียท้องกันยกชุด เขาต้องทำทั้งหมดให้ได้ดี และสุดท้ายเมื่อทุกอย่างพร้อม เขาจะรับหน้าที่ราชา
รัก,แอคชั่น,แฟนตาซี,ชาย-หญิง,เกิดใหม่,ต่างโลก,คลั่งรัก,ชาย-ชาย,หญิง-หญิง,ฮาเร็ม,ชาย-หญิง,หญิงรุก,yaoi,โรมานซ์,โรแมนติก,ต่อสู้,รักวัยรุ่น,เกิดใหม่,ทำงาน,สร้างตัว,ฝึกฝน,นางเอกเก่ง,พระเอกเก่ง,รัก,แฟนตาซี,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
กำพร้า ณ ต่างโลก ภาค 2วารีพัฒนาประเทศต่ออย่างไม่หยุดยั้ง แถมคอยดูแลเหล่าเมียในฮาเร็มจนหมุนหน้าหมุนหลัง แต่ต้องมาเจอกับอดีตที่เคยผิดพลาดตามมาหลอกหลอนทั้งๆที่ลูกใกล้คลอด ทำให้เหล่าแฟนพากันมาช่วยเพื่อให้คนเดิมกลับมาหาพวกเธอ วารีอยากทำงานค้าขายให้ดี รักฮาเร็มให้เต็มหัวใจ แต่โดนรุมเร้าจากทั้งจิตใจในอดีตและเหล่าผู้ก่อการร้าย ทั้งๆที่เมียท้องกันยกชุด เขาต้องทำทั้งหมดให้ได้ดี และสุดท้ายเมื่อทุกอย่างพร้อม เขาจะรับหน้าที่ราชา
ฟรี 5,000 คนแรก
ภาค 1 เกิดใหม่เล็งไข่ตั้งมั่น
https://www.plotteller.com/book_reading_novel/01J6K59JBZFBKF5WR1DS8Y86Q2
วารีมุ่งมั่นพัฒนาประเทศให้ขยายไปมากขึ้น และเอาของยอดนิยมโลกเก่ามาขายเพื่อเปลี่ยนยุคจากยุคขี่นกมาใช้รถและมอเตอร์ไซค์
แต่อดีตตามมาหลอกหลอนและต้องเจอกับกำแพงที่ตัดสินว่าอะไรถูกต้องและไม่ถูกต้อง
และเขายังต้องเตรียมพร้อมทุกอย่างให้ลูกที่ใกล้เกิดมาในอนาคตข้างหน้า
เขาต้องสู้พัฒนาสร้างทุกอย่างพร้อมจิตใจที่ปั่นป่วน แต่ยังดีที่เหล่าแฟนคอยดูเขาใกล้ชิดและตบหัวเขาทุกครั้งที่เขาง้องแง้ง
https://www.facebook.com/profile.php?id=100087843892571&mibextid=LQQJ4d
bluesky
https://bsky.app/profile/wayuwayutl.bsky.social
168 ชายแดนแห่งเขม่าดินปืน
กะฉึกกะฉัก เสียงล้อเครื่องจักรยักษ์บดรางเหล็ก เมื่อถึงช่วงต่อของรางเหล็ก ก็จะเกิดเสียงแบบนั้น
วารีนั่งดูทิวทัศน์ไปเรื่อยๆ เหม่อลอยไหล่ตก
มารอบนี้ ลูกน้องบางส่วนมาด้วย เช่น พี่คุมะมาเพื่อทำอาหารให้ทหาร ทิ้งหน้าที่ทำอาหารที่ร้านให้ลูกน้องมือหนึ่ง ลูน่ามาเพื่อหาข้อมูลสัตว์ท้องถิ่นทะเลทราย และผักชีมาเพื่อตรวจดูการทำงานของปืนใหญ่
หนูนาหน้าที่เป็นช่างแต่งหน้ากับเหล่าหนุ่มสาวช่างแต่งหน้าอายุน้อยไม่ได้มาด้วย แม้ในรถไฟขบวนนี้มีลูกน้องและทีมช่างภาพของใหญ่ใหญ่
พวกเขามาไม่ได้มีนักข่าวเป็นกลางเหมือนโลกเก่า ที่เข้าหาทหารได้ทั้งสองฝ่าย มันเป็นการถ่ายทอดเราฝ่ายเดียว
แต่เรื่องความเป็นกลางวารีบอกไว้ชัดเจนแล้วว่าให้เป็นกลางที่สุด เพราะนั่นเป็นจรรยาบรรณของนักข่าว
เราไม่ใช่ประเทศที่จะถ่ายทอดแต่อะไรที่อวยตัวเอง แม้ลงมือเต็มที่ แม้บางส่วนอาจเห็นเราเป็นคนไม่ดี แต่เราต้องทำสิ่งที่ต้องทำ และไม่ควบคุมข่าว
วารีกังวล เก็บเรื่องข่าวไว้ในใจ
โลกเก่าที่เขามา มันเป็นช่วงการเปลี่ยนแปลงใหญ่
นักข่าวทางการทางช่องทีวีฟรีที่ใหญ่โต กลายมาเน้นพูดข่าวด้านเดียว พูดอวยด้านเดียวจนหลายคนเริ่มดูออกและเบื่อหน่าย
จนคนทนไม่ไหว แต่งตัว ลงทุนทำอุปกรณ์ถ่ายทำที่ดีที่สุดเท่าที่ตัวเองหาได้ แล้วเสี่ยงลงพื้นที่เป็นข่าวด้วยตัวเอง
เวลาพวกเขาสัมภาษณ์ เขาถามคำถามที่คนอยากรู้จริงๆ ฟังความเห็นจากคนจริงๆ ไม่พูดชี้นำ และทำตัวเป็นกลางที่สุด จนดีกว่าแหล่งข่าวหลัก
แหล่งข่าวหลักกลายเป็นสื่อสำหรับผู้คนฝ่ายเดียว และคนที่อยากรู้ข่าวจริงๆ แบบแท้ๆฟังคนธรรมดาตามเน็ตเอา
วารีจะไม่ให้มันเป็นแบบนั้น แทนจะรอจ้าทูบเบอร์ เราต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้พวกเขา เพื่อกระตุ้นการเกิดใหม่ของจ้าทูบเบอร์รุ่นใหม่ ที่กล้าไปทุกที่ ถามทุกคำถาม
และความพยายามที่คิดแล้วทำแบบนั้นตลอดมาก็เป็นผล เหมือนคนในคลิปที่วารีดูก่อนมา
เขามาเที่ยวที่นี่ ขี่อูฐที่นี่ กินอาหารที่นี่ มันเปิดโลกให้วารีส่วนหนึ่ง
แม้รายละเอียดการใช้ชีวิตไม่เข้าหัวเขาเลย ชื่อประเทศก็จำไม่ได้ แต่ข้อมูลที่เขาต้องการ ข้อมูลพื้นที่และสนามรบพวกนั้นอยู่ในใจแล้ว
ทรายรวมกันเป็นคลื่นทรายลูกใหญ่ และเคลื่อนที่ไปเรื่อยๆอย่างช้าๆ เหมือนน้ำที่โดนใช้เวทมนตร์ทำให้หน่วงเวลาแบบช้าที่สุด แต่หลักๆ มันเป็นเนิน แอ่ง และเนินซ้ำอีกครั้ง
เวลาสู้กัน ฝ่ายป้องกันจะไปอยู่ยอดเนิน รอให้เราปีนเนินไปหา และสู้อย่างยากลำบาก
ถ้าพวกเขายังใช้แผนแบบเดิมๆก็ดี
ผักชีมองนาฬิกาข้อมือ มองหน้าวารี “อีกไม่นานก็ถึงแล้ว ไม่น่าจะถึงสิบนาที”
วารีไม่ตอบอะไร และมองนอกหน้าต่างต่อ
“เฮ้ วารี” ผักชีเขย่าไหล่ของวารี
“หา อ้ะ โอ้ ว่าไง มีอะไรผักชี?”
“เราจะไปถึงแล้วในไม่ถึงสิบนาที”
“จะถึงแล้วสินะ…”
“ดูเหม่อไปนะ กังวลเรื่องอะไรเหรอ?” ผักชีถาม
วีที่นั่งฝั่งตรงข้ามวางที่คั่นแล้วปิดหนังสือ “คงคิดอะไรไม่เข้าท่าอยู่อีกอ่ะแหละ… นี่ เอานี่ไปอ่านมั้ย? อย่าเอาที่คั่นออกนะ”
“หนังสือ…” วารีไม่ค่อยได้อ่านมัน ตั้งแต่โลกที่แล้วเขาก็ไม่เคยสนใจมัน
ไม่ใช่ว่าเขา ‘ไม่อ่านหนังสือ’ เขาอ่าน แต่ส่วนใหญ่มันเป็นบทความดราม่าแบบลงลึก หรือพวกข้อมูลวิกิอะไรที่เขาสนใจตอนนั้น หลังๆเขาอ่านนิยายเว็บ แต่ไม่นานเขาก็มาโลกใหม่
และถ้าเป็นหนังสือเป็นเล่ม มีซีรีย์เรื่องเดียวที่เขาอ่าน มันเกี่ยวกับเด็กที่เป็นนักเวทย์แต่ไม่รู้
มันเปิดโลกตอนเขาเด็กๆได้มากเลย
ถึงแม้ว่า ตลอดชีวิต จะไม่ได้รู้ถึงตอนจบของเรื่องนั้น
เพราะยังอ่านไม่จบ มันค้างคา ถึงเวลาจะผ่านไปยาวนาน จนหนังสือได้เอาไปทำหนังออกมาจนครบทุกภาค เขาไม่สนใจดูภาคที่เขายังไม่ได้อ่าน
มันเหมือนยอมแพ้ให้ชะตา และถ้าดวงจะไม่ได้ดู ก็จะไม่ยอมดูมัน
จากนั้นผักชีเริ่มร่ายสูตร “ถ้าเราเอาจักรต่อจักรในโดรนตรงใบพัดแล้วเอาไปซ้อน…”
แต่ทั้งหมดมันไม่อยู่ในหัววารี
ผักชีคือคนสำคัญของเขา วารีรู้แค่ข้อมูลทั่วไป เขียนภาพลงกระดาน และให้ผักชีไปคิดเอาเองว่าทำยังไง
เหมือนหนังสือที่วีอ่าน
มันมีเครื่องพิมพ์ที่มาจากยุคสร้างสมัยก่อน แต่ผักชีเปลี่ยนมันเป็นพิมพ์ด้วยการปรินท์ที่ดีและเร็วกว่า
ลูกน้องคนนี้สุดยอดจริงๆ
“อะไรจะรอเราอยู่ที่สงครามนี้น้า…” วีพูด
“ไม่รู้ดิ แต่มันไม่น่าจะดี” วารีตอบไม่คิดทันที
“คราวนี้มันอาจจะง่ายกว่าที่คิดนะ ฉันว่า” วีถูปกหนังสือพูด
“หวังว่าจะเป็นอย่างนั้น” วารีพูดแล้วมองหน้าต่างออกไปข้างนอกต่อ
ณ โอเอซิสในมาร์แลนด์
“ท่านโคล เราพบศัตรูที่เขตแดนตามที่คิดแล้วครับ กองทหารยึดชายแดนตั้งแถวและเตรียมสู้แล้ว” ทหารฟาเนิคสื่อสารรายงาน
โคลแกว่งไวน์และยิ้ม “พวกโง่… ประชาชนยังไม่รู้ใช่มั้ย?”
“ใช่ครับ ข่าวเพิ่งมาใหม่ๆ”
“ไปดึงสาวหน้าตาดีมาจากหมู่บ้านซักคน ข้าจะหาความสุขก่อนออกรบ”
“ข้าพเจ้าจะเฟ้นหาตามความชอบของท่านทันทีครับ” ทหารตอบและออกจากห้องไป
โคลรอเวลาแห่งความสุข ดื่มไวน์จนเมาหัวเริ่มเอียง
ทหารสื่อสารฟาเนิคกลับมา แต่ครั้งนี้หน้าเขาซีด “ท่านครับ มีวัตถุบินมาบนฟ้า โปรยกระดาษให้เหล่าชาวบ้าน”
“อะไรล่ะนั่น? พวกวาโรซีเมียเรียทำอะไรปัญญาอ่อนอีกแล้ว คราวนี้เป็นอะไรล่ะ” โคลถาม แต่ไม่หยุดดื่ม
“ข้อความมีดังนี้…”
‘วาโรซีเมียเรียจะเคลื่อนพลเข้ามาหลังจากจัดการกับทหารที่ปกป้องเมืองเรียบร้อยแล้ว สำหรับเหล่าชาวบ้านที่กลัวว่าจะได้รับผลกระทบของสงคราม ให้อพยพหนีไปที่อื่นในมาร์แลนด์ หรือถ้าท่านใดอยากไปที่อื่น ทหารวาโรซีเมียเรียและพนักงานนับพันเตรียมพื้นที่อพยพเตรียมเข้าวาโรซีเมียเรียพร้อมแล้ว คนที่สนใจย้ายที่อยู่ แผ่นดินวาโรซีเมียเรียพร้อมรับคนที่พร้อม เพียงแค่มาพักกับเรา คัดกรองคนกับพนักงานของเรา หรือเปลี่ยนใจเมื่อไหร่ก็กลับได้ เราจะไม่กักตัวพวกท่านซักคน’
“เพราะข้อความแบบนี้สาวๆในเมืองหนีไปหมดพร้อมครอบครัว” ทหารจบรายงาน
“อะไรกันวะ! เอานกข้ามา ข้าจะไปเขตแดน” โคลลุกและสั่งทหาร
‘มันทำอะไรของมันวะ? ถ้าไม่รีบหยุด ไม่ทันการแน่’ โคลบ่นในใจ
โคลกับทหารคุ้มกันใกล้ชิดพากันไปที่ชายแดน
เมื่อมาถึง ทหารที่เรียงแถวอยู่แยกเป็นสองฝั่งเพื่อให้โคลไปข้างหน้า
บนฟ้ามีวัตถุแปลกบินอยู่สี่ลำ
จากนั้น ก่อนโคลจะก้าวไปหาทหาร
ปี้ว ปี้ว ปี้ว ปี้ว ปี้ว
โคลหยุดชะงักกับเสียงประหลาดที่เหมือนคนผิวปากบนฟ้าไกลๆ
ตูม ตูม ตูม ตูม ตูม
จากนั้น เกิดเสียงดังสนั่นที่แถวทหาร ทหารกระโดดกระจายเหมือนน้ำที่โดนหินตกใส่
บางคนกลายเป็นเศษ ตรงที่กลุ่มควันขึ้นและเกิดเสียงดังคนหายไปเป็นก้อน
ทหารหายไปอย่างรวดเร็ว
โคลหน้าซีด ถอยออกห่าง
จากนั้นแถวทหารโดนระเบิดต่อ ทหารเริ่มหนี พวกนายพลหายไปกันหมดแล้ว ไม่มีใครคุมเหล่าทหารพวกนี้แล้ว
บางคนวิ่งมาหานกฟาเนิคของโคล
มีหนึ่งคนจับแขนเสื้อโคลได้ แต่โคลเอาดาบแทงเขา
ทหารคุ้มกันป้องกันตัวเองจากทหารตัวเองเหมือนเขา
จากนั้นทหารข้างกายคนสนิทโคลเดินมาดึงนกโคลหันหลัง
“ทำอะไรน่ะ โพลี่!” โคลดึงเชือกควบคุมนก
“เราต้องหนีไปที่เมืองครับท่าน! มากับผม!” โพลี่ตะโกนใส่โคลด้วยเสียงดุ
โคลตกใจ โพลี่เป็นทหารข้างกายคนสนิทและดูเขามาตั้งแต่เด็ก โคลไม่กล้าเถียงเขาที่เป็นเหมือนอาจารย์และพี่ชาย
โคลกับโพลี่และทหารคุ้มกันส่วนตัวพากันไปที่เมือง
โพลี่หยุดนกของเขาและโคล มองซ้ายขวา ชาวเมืองได้ยินเสียงระเบิดและมองด้วยความกังวล “ชาวบ้านบางกลุ่มยังอยู่ที่นี่”
โคลยิ้มได้ใจทันที “เยี่ยม เกณฑ์พวกมันมาเป็นกองทหารป้องกันเมือง เรามีทหารแล้ว เราเอาคืนพวกเลวนั่นได้”
โพลี่มองเมืองต่อ ไม่ตอบ จากนั้นพาโคลวิ่งไปต่อ สุดท้ายวิ่งถึงบ้านใหญ่หลังหนึ่งที่ติดโอเอซิส
บ้านนี้เป็นบ้านหัวหน้าหมู่บ้าน โคลยิ้มที่จะได้เข้าไปชี้นิ้วสั่ง
แต่เมื่อเข้ามาบ้านเงียบ ไม่มีคน ของกระจัดกระจายตามพื้น
“หัวหน้าหมู่บ้านมันกล้าดียังไงที่หนี! ไอ้พวกทรยศ!” โคลกำหมัดทุบหัวนกฟาเนิค
เมื่อโพลี่เห็น เขาไม่พูดอะไร มองซ้ายขวาและพูดเบาๆ “เราจะไปที่ชั้นบน”
“หืม?” โคลส่งเสียงด้วยความสงสัย
โพลี่ลงนก จากนั้นตีนกให้นกหนี
เมื่อนกเขาหนีไป เขาเดินมาที่โคลกระชากโคลตกนก โคลตกใจสุดๆ
เมื่อเขาลุกจากพื้นนกฟาเนิคหนีไปแล้ว
“พวกทหารคุ้มกัน ข้าหัวหน้าหน่วยขอสั่งให้หนีไป! ท่านโคลข้าจะดูแลเอง!” โพลี่สั่งเสียงดุ
ทหารคุ้มกันมองหน้ากัน และหนีไปทางเมืองใหญ่
“โพลี่! คิดจะทำอะไร ทำไมไร้มารยาทกับข้าแบบนั้น!” โคลตะคอกใส่โพลี่
“ฟังกระผมให้ดีๆ ท่านโคล นี่อาจเป็นโอกาสสุดท้าย เก็บเรื่องที่ท่านเป็นหัวหน้าเผ่าทรายร้อนไว้ และแฝงตัวเข้าไปที่วาโรซีเมียเรีย ปลอมตัวเพื่อหาทางเอาประเทศคืนภายหลัง! ถ้าขาดท่าน เผ่าทรายร้อนจะไม่มีผู้สืบทอด! ท่านเข้าใจมั้ย!” โพลี่จับไหล่โคล กำอย่างแรง
โคลเจ็บไหล่ แต่เขากลัวโพลี่ที่เป็นอาจารย์ “นายพูดเหมือนมาร์แลนด์จะแพ้”
“ท่านเห็นคนกระเด็นมั้ย?” โพลี่ถาม
“แน่นอนสิ ถ้าเราเห็นคนที่ใช้มัน เราจะฆ่ามันหรือไม่ก็จับมาเป็นทาส” โคลพูดเสียงแข็ง
โพลี่ส่ายหน้า “ฟังกระผม… ฟังข้าที่เป็นอาจารย์เจ้า ไปเปลี่ยนเป็นชุดเจ้าเมืองและอ้างว่าเป็นเจ้าเมือง ข้าจะปลอมเป็นคนรับใช้”
โคลไม่กล้าเถียงและพยักหน้า
สองคนขึ้นไปชั้นบน เปลี่ยนชุด โคลมองออกนอกหน้าต่างท่ามกลางเสียงระเบิดที่ความถี่ห่างขึ้น
หลังจากนั้น ขบวนรถม้าไม่มีม้าที่เป็นเหล็กมาวิ่งวนในเมืองหลายคัน เที่ยวเปิดบ้านจับชาวบ้าน ชาวบ้านก่อตัวกลางเมืองถืออาวุธวิ่งเข้าใส่รถ
ตุงตุงตุงตุงตุง เสียงระเบิดดังจากแท่งเหล็กบนรถม้าเหล็ก
จากนั้นโคลหน้าซีด ชาวบ้านล้มลงหมด บางส่วนในร่างเละเทะ
“ทิ้งอาวุธนอนคว่ำหน้าแล้วเอามือไว้ข้างหลัง ย้ำ ทิ้งอาวุธนอนคว่ำหน้าและเอามือไว้ที่หลัง” เสียงมาจากรถม้าเหล็ก
ชาวบ้านที่ยังไม่ล้มทำตามเพราะความกลัว จากนั้นมีทหารที่เดินตามมาเข้าไปจับใส่รถม้าใหญ่
โคลกลืนน้ำลาย รถม้าเหล็กคันหนึ่งจอดหน้าบ้าน
โคลไม่เห็นสิ่งที่เกิดหน้าบ้าน เขาจับดาบรอทหารศัตรู
“ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น อย่าสู้และอย่าเผยตัว” โพลี่ย้ำโคล
“รู้แล้วน่า…” โคลตอบ
จากนั้นโพลี่ทิ้งดาบ เตะให้ห่างจากตัวแล้วคุกเข่า
โคลยังคงยืนอยู่ เขาเป็นเจ้าชายเผ่าทรายร้อน เขาไม่ทำอะไรไม่มีเกียรตินักรบแบบนั้น
ทหารมาสามสี่คน ทุกคนใส่เกราะผ้าหนาสีเดียวกับทราย ทุกคนถือแท่งเหล็กเหมือนกัน “ทิ้งอาวุธและคุกเข่าเอามือไว้หลังหัว!”
โพลี่ที่คุกเข่าอยู่แล้วเอามือไว้หลังหัว โคลไม่ทำตามและยืนยืดอก
โพลี่เหลียวตามองและถอนหายใจ “อภัยให้ข้าด้วย ท่านเจ้าเมืองยังไม่รู้ถึงอิทธิพลของวาโรซีเมียเรีย เราแค่หนีไม่ทัน และไม่มีความคิดจะสู้”
“411 เรียก 163 อพยพสองราย”
เมื่อทหารถือแท่งเหล็กเดินเอาเหล็กมาชี้โคลใกล้ๆ จับไหล่ โคลง้างดาบจะฟัน
“ท่านหัวหน้าหมู่บ้าน! อย่า!” โพลี่ตะโกนสุดเสียง
“ฟันหัว!” โคลฟันใส่หัวทหารชุดสีทราย ‘หึหึ พวกวาโรซีเมียเรียชั้นต่ำ เจอเพลงดาบข้าเข้าไปหน่อยเป็นไง!’
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเหนือความคาดหมายของโคล ทหารโยกหลบอย่างง่ายดาย ทิ่มมีดแหลมปลายแท่งเหล็กใส่มือโคลทะลุจนดาบตก จากนั้นเขาปล่อยปืนห้อย จับแขนโคล ตัวโคลลอยข้ามเขาและกระแทกพื้น
“อั่ก ทำอ่ะไรน่ะ! กล้าดียังไง! ปล่อยข้า! ขอข้าดวลกับวารีและวล็อดซีเมีย!” โคลโดนกดใส่พื้น
“หึหึ” ทหารขำใส่โคล เอาเข่าทับหลังเขาสุดเจ็บและดึงมือเขาไปไขว้หลัง
“411 เรียก 163 ผู้ดีนิสัยเสียหนึ่ง จะทำร้าย เคลียร์” ทหารพูดใส่ก้อนดำๆที่อก
“กับเบเนดิคยังไม่รอด เขาบอกจะดวลวารีกับท่านวาโรแน่ะ” ทหารที่ยืนดูข้างหลังพูด พวกเขาปล่อยปืนห้อยแล้ว แต่มือยังอยู่บนปืน
“นั่นดิ สุดเพ้อ เสร็จยังเบเนดิค?” อีกคนเรียก
“พาเขาไปที” เบเนดิคบอกเพื่อน
““รับทราบ””
โพลี่ดิ้นและพูดเสียงดัง “ท่านหัวหน้าหมู่บ้านโง่ ข้าขอไปกับท่านเพื่อสอนท่านให้ดีขึ้น เรายอมแพ้แล้วและขอให้พวกท่านพิจารณา!”
“โทษไม่เท่ากันอ่ะดิ ยอมไปดีๆแล้วไปหากันทีหลังดีกว่า”
โพลี่ที่คุกเข่าและมือโดนล็อคอยู่ที่หลังไหล่ตก
“แต่นายไม่ได้โดนจับนี่ลูกน้อง เดินไปหาได้ อ่ะ ไปๆ”
“ปล่อยข้า!” โคลตะโกน
ทหารพาโพลี่ลุก โพลี่หันหาโคล “จำที่ข้าสอนไว้ ท่านหัวหน้าหมู่บ้าน! ได้ยินข้านะ!”
“ชิ” โคลไม่พอใจ จากนั้นลุกยืนและเดินฝืนๆไป
ทั้งสองคนนั่งรถและรถออกด้วยความเร็วสูง
หลังสองคนติดเบาะ โคลตกใจ “อะไรกันวะเนี่ย!”
ทิวทัศน์สองข้างทางผ่านไปอย่างรวดเร็ว โคลเห็นเต็นท์ทัพวาโรซีเมียเรีย
ทหารทุกคนถือแท่งเหล็กประหลาด นั่งล้อมวงกินดื่ม
รถม้าเหล็กเลยที่นั่นไปและมาถึงจุดที่เป็นเต็นท์เต็มไปหมด
จากนั้นด้านหน้าเป็นแถวรั้วเหล็ก รถจอด ทหารเดินมาหารถ
ขนขับรถม้าเหล็กลดกระจก “นักโทษ 1 นาย ชาวบ้าน 1 นาย”
“เชิญๆ” ทหารข้างนอกบอก
จากนั้นทหารข้างนอกยกรั้วออก
รถวิ่งช้าๆอีกซักพักแล้วจอดอีกครั้ง คนขับหันมา “คนรับใช้หัวหน้าหมู่บ้านลงตรงนี้แหละ นั่น ทหารมารับพอดี”
ประตูเปิดข้างโพลี่เองแบบไม่มีคนเปิด โพลี่ก้าวลง “ข้าจะไปหา”
จากนั้นทหารมานำเขาไป
โคลถูกพาไปอีกที่ มันเป็นบ้านไม้ใหญ่
โคลถูกพาเข้าไป นำโดยทหารสองคน คนหนึ่งจับแขนโคลยืนรอ อีกคนเดินไปที่โต๊ะ เขาหยิบกระดาษจากกองและเริ่มเขียน
เมื่อโคลเห็นโคลถามทหารข้างเขา “ทหารธรรมดาอ่านออกเขียนได้ด้วยเหรอ?”
“แน่สิ ไม่งั้นจะทำงานเอกสารได้ไง รู้แล้วก็เงียบซะ” ทหารพูดหน้านิ่ง
โคลนึกถึงทหารทรายร้อน หลายคนอ่านไม่ออก อย่าพูดถึงเขียน ความรู้ของทั้งสองประเทศต่างกันมาก
หลังจากนั้นซักพักโคลถูกพาเข้าห้องขัง ทหารปลดกุญแจมือโคล
ทหารออกห้องปิดประตูและออกไป จากนั้นมีอีกคนเข้ามาไขประตู
โคลเดินไปผลักประตูลอง เมื่อเปิดไม่ออกโคลบอกทหารที่กำลังจะเดินไป “ข้าขอไวน์”
“ฮ่าฮ่า มุขแจ๋วนี่ ข้ากำลังจะไปดื่มพอดี หวังว่าโทษจะน้อยแล้วกัน”
จากนั้นเขาเดินไป
โคลขัดใจ แต่ตอนนี้ทำอะไรไม่ได้ เขานั่งที่นั่งที่แขวนด้วยโซ่เหล็กรอ
“หัวหน้าหมู่บ้าน แพทย์มา” ทหารมาหน้าห้องพร้อมผู้หญิงชุดขาว
หน้าเธอสวยถูกใจโคล
เธอมาทำแผลที่มือโคล โคลนั่งรอเธอทำงาน
แต่มือเขาอยู่ไม่สุข มันเอื้อมไปจับก้นหมอ
เมื่อมือสัมผัสปุ๊บ หมอสาวที่ดูอ่อนวัยๆไร้พิษภัยตีศอกใส่โคล
โคลหน้าหัน คิ้วน่าจะแตก จากนั้นหมอจับหลังหัวโคลตีเข่าอัดหน้า จมูกน่าจะหัก จากนั้นโดนต่อยลำตัวอีกสิบกว่าหมัด และซี่โครงน่าจะร้าว
โคลสลบไปหลังจากนั้น
เมื่อเขาตื่น เขาจับหน้า ตรงที่มีแผลมีผ้าปิดและอยู่กับที่แบบไม่ใช้อะไร โคลนึกว่าพวกเขาเย็บ แต่พอจับๆดูมันไม่ใช่แบบนั้น
เขาก้มดูที่ตัว เสื้อเขาหายไปแล้ว และตัวมีผ้าพันอยู่
“โอ้ ตื่นละเหรอ? หัวหน้าหมู่บ้านพร้อมแล้ว จบ” ทหารหน้าห้องพูด
จากนั้นมีชายใส่แว่นถือเอกสารเดินมา
ทหารเปิดประตูห้อง ชายใส่แว่นเข้ามาพร้อมเหล็กอะไรซักอย่าง เขากางมันและมันกลายเป็นเก้าอี้ เขานั่ง หยิบแผ่นแข็งมาไว้บนเอกสารและวางกระดาษ “ชื่อและตำแหน่ง”
“โคล เจ้า… เอ่อ หัวหน้าหมู่บ้าน” โคลตอบ
“โทษมีสอง โจมตีทหารและลวนลามหมอ ปรับจนหมดตัวและคุกสามเดือน เราจะย้ายไปขังที่วาโรซีเมียเรีย” ชายใส่แว่นเขียนไปพูดไป ไม่มองโคลด้วยซ้ำ
“หมายความว่าไง ข้าคนของมาร์แลนด์ก็ต้องปกป้องประเทศอยู่แล้ว ส่วนเรื่องลวนลามมันก็แค่ผู้หญิง ข้าต้องติดคุกสามเดือนมันเกินไป!” โคลเถียงทันที
“นายแอบอยู่ในบ้านไม่ไปรบ โดนจับ รอให้คนเผลอแล้วโจมตี แถมไปจับคนที่กำลังช่วย แกโง่หรือโง่กันเนี่ย หมอน่าจะบีบคอแกให้ตายไปเลยจะได้ไม่มารกคุก” ชายใส่แว่นดันแว่นและลุกขึ้นยืนมองหน้าโคล
“อึก” โคลเถียงไม่ออกและอับอาย หน้าเขาแดงจากความโกรธ
ชายใส่แว่นมองโคลซักพักและเดินออกจากห้อง โคลกลับไปนั่ง
ตกเย็นมีทหารมาพาโคลออกจากห้องขัง ล็อคมือและพาเดินออกคุมเขาไป
โคลเดินเชิดหน้าแก้ไขที่เสียเกียรติ เดินออกมาและเห็นแถวแท่งเหล็กยักษ์เรียงแถว
โคลหยุดเดินและพูด “นะ, นะ, นั่นอะไร!?”
“ปืนใหญ่” ทหารหันมายิ้มเยาะโคล
“ปืนใหญ่? หรืออะไรที่มันระเบิดทหารเราหมดน่ะเหรอ?” โคลยังตกใจไม่หาย
“แอบในบ้านแต่รู้เรื่องแนวหน้าดีนี่ เดินต่อ อย่าเสียเวลา” ทหารพูดต่อและลากโคลเดินต่อ
โคลเห็นโพลี่วิ่งมา “ท่านหัวหน้าหมู่บ้านเป็นยังไงบ้าง?”
“ใครน่ะ?” ทหารถาม
“ทหารส่วน… เอ่อ คนรับใช้” โคลตอบ
“งั้นเขาก็เป็นอิสระแล้ว ทำไมยังมาหาเจ้านาย? น่าสนใจ” ทหารพูดและหยุดรอโพลี่
โพลี่เดินมาข้างโคล “ข้าใช้ชื่อโพลี่ ท่านล่ะ”
“โคลเหมือนเดิม พวกเขาบอกคุกสามเดือน ยึดทรัพย์ทั้งหมด จะไปขังที่วาโรซีเมียเรีย” โคลพูดและถุยน้ำลาย
“มารยาทดีๆหน่อยท่าน เราทำอะไรไม่ได้ ทำตัวดีๆ ข้าจะไปหา” โพลี่พูด
เมื่อโพลี่พูดเสร็จเขาก็คำนับทหาร ทหารพยักหน้าและเดินออกไป
โคลเดินมาไกล มองด้านหลังที่มีทหารคุมนักโทษเหมือนกันเดินตามมา สุดท้ายมาถึงมัน
มันคืออะไรที่โคลไม่เคยเห็น มันเป็นตู้เหล็ก มีใบพัดอยู่ด้านบน
ทหารปลดกุญแจมือพาโคลเดินขึ้นไปนั่ง ติดเขาด้วยสายรัด เขาขยับไม่ได้และนั่งรอคนอื่นขึ้น
คนเดินขึ้น น่าจะเป็นนักโทษ สุดท้ายก็เต็มตู้
จากนั้นโคลรู้สึกว่ามันเริ่มบิน โคลตกใจ ‘ตู้เหล็กขนาดนี้บินได้หรือเนี่ย!?’
เขาบินบนฟ้า ไม่เห็นข้างนอก ในหัวมีแต่คำถาม
อนาคตเขาจะเป็นอย่างไร เขาคงต้องรอมันโดยที่ทำอะไรไม่ได้