วารีพัฒนาประเทศต่ออย่างไม่หยุดยั้ง แถมคอยดูแลเหล่าเมียในฮาเร็มจนหมุนหน้าหมุนหลัง แต่ต้องมาเจอกับอดีตที่เคยผิดพลาดตามมาหลอกหลอนทั้งๆที่ลูกใกล้คลอด ทำให้เหล่าแฟนพากันมาช่วยเพื่อให้คนเดิมกลับมาหาพวกเธอ วารีอยากทำงานค้าขายให้ดี รักฮาเร็มให้เต็มหัวใจ แต่โดนรุมเร้าจากทั้งจิตใจในอดีตและเหล่าผู้ก่อการร้าย ทั้งๆที่เมียท้องกันยกชุด เขาต้องทำทั้งหมดให้ได้ดี และสุดท้ายเมื่อทุกอย่างพร้อม เขาจะรับหน้าที่ราชา
รัก,แอคชั่น,แฟนตาซี,ชาย-หญิง,เกิดใหม่,ต่างโลก,คลั่งรัก,ชาย-ชาย,หญิง-หญิง,ฮาเร็ม,ชาย-หญิง,หญิงรุก,yaoi,โรมานซ์,โรแมนติก,ต่อสู้,รักวัยรุ่น,เกิดใหม่,ทำงาน,สร้างตัว,ฝึกฝน,นางเอกเก่ง,พระเอกเก่ง,รัก,แฟนตาซี,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
กำพร้า ณ ต่างโลก ภาค 2วารีพัฒนาประเทศต่ออย่างไม่หยุดยั้ง แถมคอยดูแลเหล่าเมียในฮาเร็มจนหมุนหน้าหมุนหลัง แต่ต้องมาเจอกับอดีตที่เคยผิดพลาดตามมาหลอกหลอนทั้งๆที่ลูกใกล้คลอด ทำให้เหล่าแฟนพากันมาช่วยเพื่อให้คนเดิมกลับมาหาพวกเธอ วารีอยากทำงานค้าขายให้ดี รักฮาเร็มให้เต็มหัวใจ แต่โดนรุมเร้าจากทั้งจิตใจในอดีตและเหล่าผู้ก่อการร้าย ทั้งๆที่เมียท้องกันยกชุด เขาต้องทำทั้งหมดให้ได้ดี และสุดท้ายเมื่อทุกอย่างพร้อม เขาจะรับหน้าที่ราชา
ฟรี 5,000 คนแรก
ภาค 1 เกิดใหม่เล็งไข่ตั้งมั่น
https://www.plotteller.com/book_reading_novel/01J6K59JBZFBKF5WR1DS8Y86Q2
วารีมุ่งมั่นพัฒนาประเทศให้ขยายไปมากขึ้น และเอาของยอดนิยมโลกเก่ามาขายเพื่อเปลี่ยนยุคจากยุคขี่นกมาใช้รถและมอเตอร์ไซค์
แต่อดีตตามมาหลอกหลอนและต้องเจอกับกำแพงที่ตัดสินว่าอะไรถูกต้องและไม่ถูกต้อง
และเขายังต้องเตรียมพร้อมทุกอย่างให้ลูกที่ใกล้เกิดมาในอนาคตข้างหน้า
เขาต้องสู้พัฒนาสร้างทุกอย่างพร้อมจิตใจที่ปั่นป่วน แต่ยังดีที่เหล่าแฟนคอยดูเขาใกล้ชิดและตบหัวเขาทุกครั้งที่เขาง้องแง้ง
https://www.facebook.com/profile.php?id=100087843892571&mibextid=LQQJ4d
bluesky
https://bsky.app/profile/wayuwayutl.bsky.social
171 บทสนทนากลางทราย
หลังกิจกรรมคนกับเทพกางบาเรีย
ต้นเดือน 11 ยุคตีกันปี 124
กลางสนามรบในมาร์แลนด์
วารีและเหล่าแฟนอยู่ระหว่างกลางของดินแดนมาร์แลนด์
ยิ่งเรารุกเข้ามาคนที่มารบฝั่งมาร์แลนด์เริ่มน้อยลงและอุปกรณ์เริ่มไม่มีคุณภาพ
มันดีที่มันง่าย แต่หลังรบเสร็จมันไม่ได้อะไรมาเลยนอกจากเหล็กที่ต้องเอามาหลอมเพื่อเนื้อโลหะบริสุทธิ์
วารียืนอยู่หน้าเหล่าทหารวาโรซีเมียเรีย ปืนลูกซองซองกระสุนกลมแขวนอยู่ที่หน้าท้อง ยืนทำหน้าเหมือนกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
ตูม ตูม ตูม ปืนใหญ่ลงกลางทหารฝั่งตรงข้ามที่ตั้งแถว คนเด้งขึ้นฟ้ากระเด็นไปมาเป็นชิ้นส่วน
ข้างเขาเป็นวาโรและเรฟเนส
“หุหุหุ ไอ้พวกศัตรู… คันแขนที่เคยขาดเลย” เรฟเนสพูดเบาๆ แต่มันมาเข้าหูวารี
แต่ก่อนที่วารีเก็บไปคิดไว้ในใจ วาโรพูดขึ้นมา “แบบนั้นมันบ้าสงครามไปมั้ง”
“ปัญหามันไม่ได้อยู่ตรงนั้น ฉันไม่ได้ต้องการสงครามหรืออยากสังหาร แต่เวลาเห็นเหล่าศัตรูที่กล้าเกินตัวกระเด็นแบบไม่มีค่า แขนฉันคัน มันแค่… เอิ่ม ความรู้สึกเหมือนได้แก้แค้น” เรฟเนสอธิบาย
“หมอใส่แขนคนอื่นมาให้มั้ยอ่ะ? ได้ถามให้แน่ใจมั้ย?” วารีถาม
“ไม่เชื่อใจมหัศศรีกับคิเซกิหรือไง? หลังใส่แขนฉันไม่มีปัญหาเรื่องอาการแพ้อวัยวะเลยซักครั้ง” เรฟเนสนึกถึงที่สองหมออธิบายหลังผ่าตัดต่อแขน
“สองหมอบอกว่าใช้เทคนิคใหม่เยอะ เริ่มด้วยการโคลนร่างไม่มีสมองเผื่อไว้สำหรับแฟนทุกคน ใช้เซรั่มสัตว์อะไรไม่รู้มาเร่งการโตให้อายุเท่าเจ้าของดีเอ็นเอ ใส่เซรั่มมนุษย์จิ้งจก และตัดอวัยวะมาใช้เมื่อจำเป็น” วารีอธบิายรายงานหมอ
“มันเป็นอย่างนั้นเหรอ? มีฉันอีกคนที่ไม่มีสมอง… มันรู้สึก แปลกประหลาด ฉันควรดีใจหรือสงสารดี” วาโรพูด
“นั่นสินะ แต่มันช่วยฉันได้จริง” เรฟเนสคิดเหมือนกันกับวาโร
“เพราะเซรั่มเชื้อเผ่าจุ๊จุ๊ แขนน่าจะงอกใหม่แล้วมั้งตอนนี้” วารีนึก
“ถ้าแล้วถ้าฉันเสียแขนอีกข้าง เชื้อจิ้งจกจะเอาเซรั่มส่งไปยังแขนข้างนั้นและทำให้มันงอกใหม่มั้ย?” เรฟเนสถาม
“นั่นสินะ เดี๋ยวถามให้” วารีตอบและพิมพ์แชตหาคิเซกิ เมื่อเสร็จ เขาเก็บมือถือกลับเข้ากระเป๋า
จากนั้นสามคนมองสนามรบต่อ
ทหารบางคนยอมทิ้งชีวิตวิ่งเข้ามาใกล้แถวทหารวาโรซีเมียเรีย
วารีและสองคนข้างเขายกปืนเตรียม
เมื่อทหารเขาใกล้สามคนรัวยิงจนทุกคนที่วิ่งมาล้มหมด
และหลังพวกเขาแถวทหารรัวปืนกันไม่กลัวเปลืองกระสุน
คิเซกิตอบกลับมา วารีควักมือถือมาดู “คิเซกิบอกมันน่าจะงอกใหม่ได้เพราะเชื้อจิ้งจกมันซ่อนอยู่ในดีเอ็นเอหลักแล้ว”
“ถ้าอย่างนั้นฉันก็ไม่ต้องกลัวแล้วสินะ” เรฟเนสยิ้มและหน้าดูมั่นใจกว่าก่อนหน้าขึ้นเยอะ
“ระวังหัวหายล่ะ แบบนั้นไม่น่าจะงอกใหม่ได้แล้วนะ” วารีเตือน
“เคเค” เรฟเนสไม่สนใจฟัง
แถวศัตรูเริ่มบางลงเรื่อยๆ และสุดท้ายเหล่าศัตรูแตกแถวและวิ่งหนีไปทางเมือง
“เร็วกว่าที่คิดนะ เอาล่ะเดินหน้าเหล่าทหาร ต่อไปคือเคลียร์เมือง” วารีสั่ง ชี้นิ้วไปด้านหน้าส่งสัญญาณทหาร
หลังแถวทหารเดินผ่านไป กลุ่มทหารเก็บกวาดเริ่มเก็บร่างคน
ดาบที่ตกตามพื้นถูกนำไปกองรวมกันเป็นกองใหญ่เพื่อเอาไว้หลอมทีหลังเพื่อเอาแร่เหล็ก
ทหารต้องทำงานกันจนถึงตะวันตกดิน แต่เพราะงานจะไม่เสร็จถ้าทำช้า เหล่าทหารเก็บกวาดต่างเร่งรีบเก็บร่าง
ทหารคนหนึ่งเก็บแขนใส่ถุง “นี่ยังดูอายุไม่มากอยู่เลย”
“อย่าไปคิดถึงเรื่องนั้นดิ ไม่อย่างนั้นนายไม่รอดจากงานนี้นานแน่” เพื่อนที่อยู่ใกล้กันเตือนทันที
“นั่นสินะ”
ทหารเคลียร์เมืองเสร็จได้ช่วงบ่ายตอนใกล้ตะวันตกดิน
วารีเหนื่อยกับสงครามในแดดร้อนๆ และที่เมืองนี้มันไม่มีโอเอซิส
ตามบ้านทำด้วยดิน และบ้านใหญ่ขนาดไม่ใหญ่พอให้เมียเข้าไปได้เกินหนึ่งคน
วารีเลือกไม่อยู่กับใครวันนี้เพราะเหนื่อยจากการรบในแดดร้อนๆ
เสียงเรฟเนสดังมาข้างหน้าบ้าน “วารี ฉันเอารายงานวาโรมาบอก”
“เข้ามาสิ” วารีบอก
เรฟเนสเข้ามารายงาน “วาโรบอกตามนี้ เท่านี้เราก็ยึดได้ครึ่งประเทศแล้ว ที่เหลือก็แค่ดันไปต่อจนถึงฝั่งตะวันตกของประเทศ และเข้าร่วมกับเผ่าดั้งเดิมที่เป็นพวกเราตั้งแต่แรกอยู่แล้วเพื่อยึดเมืองหลวง ส่วนเรื่องเมืองหลวงเราจะส่งทหารจากโครอลลัลเรย์เรียเข้ามารวมอีกกลุ่มและล้อมตีเมืองใหญ่จากสามทิศ”
“เข้าใจแล้ว สงครามยังไม่จบ ไปพักก่อนเถอะ” วารีบอก
“ฉันไม่อยากพัก” เรฟเนสพูด และค่อยๆเดินมา กอดแขนวารี
“เอ่อ… ขอโทษจริงๆนะ ฉันเหนื่อย ยิ่งเห็นคนชีวิตหายไปต่อหน้าจำนวนมากครั้งเดียวฉันรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่” วารีบอกตามตรง
เรฟเนสปล่อยแขน ยืนจับชายเสื้อตัวเอง กัดฟันมองวารีเหมือนอยากต่อยหน้าเขา
“จริงๆ ถ้ามันแข็งฉันพาเธอไปเตียงแล้ว พูดตามตรงมันไม่แข็ง”
“ปรกติเวลาสู้เสร็จเธอยิ่งมีอารมณ์ไม่ใช่เหรอ? วันนี้ก็สู้ไง ครั้งก่อนหน้ายังทำได้บ่อยเลย”
“ถ้าเป็นสู้ด้วยอาวุธประชิดอ่ะใช่ แต่ครั้งนี้มันแค่ยิงใส่คนที่วิ่งทิ้งชีวิต แค่สงครามนี้ฉันไม่รู้ยิงไปกี่คนแล้ว ฉันไม่ไหว และอยากอยู่เงียบๆ”
“หึ อีตาทึ่มหัวกะโปรง อ่อนด๋อย” เรฟเนสด่า
“จ้าๆ ไม่ปฏิเสธ ไว้วันหลัง ฉันจะเอาเธอไว้ก่อนคิวทุกคนเลย เมื่อว่างหลังจากนี้ไปหาแน่” วารียิ้มสู้เสือสาว
“จริงๆนะ!?” เรฟเนสจับมือวารีด้วยสองมือตาเป็นประกาย
หลังจากนั้นเธอเดินเด้งออกจากบ้านที่พักวารี
เช้าวันถัดมา
วาโรเรียกประชุมหน้าบ้านหลังใหญ่ รายงานเรื่องการบุกเมืองต่อไป
มันเป็นการบุกเหมือนเดิม ตอนกลางคืนที่ผ่านมาปืนใหญ่ได้เคลื่อนที่มาที่เป้าหมายถัดไปแล้ว มันอยู่ระหว่างกลางเมืองนี้กับเมืองหน้า
เพราะไม่มีแหล่งน้ำ เมืองสร้างใกล้ๆกันและเมืองที่ยิ่งห่างแหล่งน้ำจะมีน้ำอยู่ในเมืองน้อย
เมืองที่ประชุมกันอยู่นี้เลยต้องสร้างใกล้เมืองหน้าเพราะเมืองหน้ามีโอเอซิส
ปืนใหญ่เคลื่อนที่นำเมืองนี้ไปและอยู่สุดระยะยิง พร้อมเหล่าทหารที่พักเรียบร้อยแล้ว ที่เหลือคือให้เหล่านายพลที่พักอยู่ในเมืองนี้ไปแนวหน้าและสั่งการบุกเมือง
นั่นคือที่จะเกิดขึ้นในวันนี้และเมื่อประชุมบอกแผนการปฏิบัติหน้าที่ อันเหมือนเวลาบุกเมืองนี้ ต่อไปมันก็แค่ไปที่หน้าสนามรบ
วารีขึ้นรถวิ่งสี่ล้อพรางสีทะเลทรายไปกับวาโร เหล่าแฟนพากันขึ้นรถ และบางคนถึงกับขับเองเพื่อให้แฟนขึ้นได้เยอะ
รถออกเป็นขบวนขับฝ่าทะเลทรายทิ้งกองฝุ่นไว้ข้างหลัง
สุดท้ายก็ถึงสนามรบ ศัตรูส่งทหารออกมาและหยุด อันเหมือนทุกรอบ
‘พวกเขาไม่เคยจำเลย มันรุ่งเรืองเป็นประเทศทหารรับจ้างได้ยังไงถ้ากลยุทธ์ห่วยขนาดนี้? ข่าวน่าจะออกไปบ้างว่าประเทศเรารบยังไงนี่’ วารีติศัตรูในใจ
จากนั้นแทนที่ทหารศัตรูจะหยุดเหมือนที่คิด พวกเขากลับเดินหน้ามา
วาโรสั่งเสียงดัง “ยิงปืนใหญ่ได้เลย! สงครามเริ่มแล้ว!”
ปิ้ว ปิ้ว ปิ้ว ตูม ตูม ตูม ปืนใหญ่ลงใส่เหล่าศัตรูที่พากันเดินหน้าอย่างช้าๆตั้งแต่ระยะไกล
วารีส่องกล้องดูศัตรู สังเกตเห็นเสื้อผ้าของศัตรู มันเป็นเสื้อผ้าขาดๆ เหมือนพวกเขาเอาผ้าถูพื้นมานุ่ง
“มันดูแปลกๆ ลองดูเสื้อผ้าเขาสิ” วารีบอกวาโร
วาโรส่องกล้อง “พวกนั้นน่าจะเป็นทาส”
วารีหันมองวาโร “ถ้าอย่างนั้น เราเสนอปล่อยพวกเขาถ้ามาเป็นพวกเรามั้ย?”
“ทาสคุมยากเมื่อถูกปล่อยเป็นอิสระจำนวนมากมันดีกว่าที่จะกัดฟันทนและรบให้เสร็จๆ จากประสบการณ์” วาโรพอรู้อยู่ว่าวารีอยากทำแบบนั้น
วาโรเคยเสนอปล่อยทาสเป็นอิสระ แต่เมื่อรอบนั้น ทาสที่ไม่เคยทำงานหลากหลายตกงาน หลายคนเลือกเป็นขโมยและปล้นจี้ มันดีกว่าที่จะปล่อยผ่านไปและไม่รับเข้ามาเป็นคนของตัวเอง
หลังวาโรอธิบาย วารีก็พอเข้าใจและพูด “ไม่ใช่ผู้อพยพทุกคนจะดีสินะ ปัญหาแบบนั้นในประเทศเราก็มีเรื่อยๆไม่หมดอยู่แล้วเพราะการเปิดการนำเข้าคนต่างประเทศ”
“โลกที่ไม่มีเขตแดน… เรื่องนั้นอยู่ไกลเกิน ถ้าอำนาจของเราไม่เด็ดขาดทั้งหมด เราทำแบบนั้นไม่ได้แน่” วาโรมองท้องฟ้าด้านบน หน้าหนักใจ
วารีถามต่อ “แล้วถ้าทวีปตะวันออกเป็นของเราทั้งหมดแล้วล่ะ มีโอกาสมั้ยที่เราจะสร้างประเทศแบบไม่มีเขตแดนได้?”
“เป็นไปไม่ได้” วาโรพูดทันที
“เห็นด้วย”
“แล้วถามทำไม?” หน้าเธอเคืองทันที
“ฉันอยากรู้ว่ามุมมองเธอเป็นยังไง ขอโทษที” วารีคำนับหัวนิดๆ
วาโรเงียบและไม่พูดอะไร
“คนมีสัญชาตญาณอยู่กับกลุ่มคนที่คล้ายตัวเอง พื้นที่ที่คนเป็นกลุ่มอยู่สร้างวัฒนธรรม คนรวมกลุ่มกับคนที่มีวัฒนธรรมคล้ายกัน และรวมกันเป็นประเทศ ถ้าไม่มีเขตแดนแบ่งประเทศชัดเจน มันจะวุ่นวายแบบคาดไม่ถึง” วารีเล่า
“ความเป็นคนต่างโลกไม่คิดว่ามันเป็นไปได้เหรอ?” วาโรถาม
“มันมีประเทศที่ยึดกันไปมาเมื่อสมัยนานแล้วก่อนฉันเกิด แต่สุดท้ายประเทศที่คนรักชาติก็สร้างตัวเองเป็นตัวเองได้อยู่ดี การคุมวัฒนธรรมใดวัฒนธรรมหนึ่งแล้วใช้อำนาจทำให้พวกเขาเปลี่ยนวัฒนธรรม มันจบไม่สวยทุกราย ยกเว้นว่าที่นั่นไม่เหลืออะไรให้รักแล้ว” วารีเล่า
“แล้วถ้าทั้งโลกคิดว่า ‘ฉันมาจากโลกใบนี้เหมือนทุกคน’ แค่นั้น แล้วเลือกอยู่ที่ไหนก็ได้ที่ตัวเองชอบล่ะ?”
“มันคงต้องสร้างโลกนั้นขึ้นมา ความวุ่นวายเกิดขึ้น แต่สุดท้ายใช้คำพูดต่อสู้ พอเวลาผ่านไปนานๆเข้า มันน่าจะกลืนหลอมรวมกันได้ ฉันเดานะ แต่เรื่องแบบนั้นมันใช้เวลาเป็นร้อยปี” วารีพยายามนึกสิ่งที่เป็นไปได้
ตัวเขาไม่ได้ฉลาดพอรู้เรื่องแบบนี้ เขาไม่มีการศึกษาอะไรเด่นทั้งสองโลกเพราะไม่จบปริญญา ทั้งสองโลก เพราะแบบนั้น เขาแค่นึกถึงความเป็นไปได้ที่เวลาคนรวมกัน มันเกิดกลุ่มเพื่อน ระดับมันแค่กว้างขึ้นเมื่อเป็นประเทศ นั่นน่าจะเป็นความเป็นไปได้
“แต่ก็ไม่รู้นะ พอลองจริงมันอาจจะพลาดก็ได้…” วารีทำหน้าเศร้าๆ
วาโรจับไหล่ “มันเป็นความเห็นที่ดี ฉันเห็นด้วย เวลามันช่วยได้ทุกอย่าง มันเป็นการทดลองความสามารถราชาและราชินี”
“ถ้าเป็นเธอฉันไม่ห่วงหรอก แต่รุ่นหลังนี่ดิ มันมีคำเล่า ไม่รู้จริงหรือมั่วนะ ที่บอกว่า ‘อาณาจักรจะอยู่ได้แค่สามรุ่น รุ่นแรกสร้าง รุ่นสองสานต่อ รุ่นสามทำลาย’” วารีเล่าเรื่องที่เคยได้ยิน
วาโรจับคาง
“แต่ไม่รู้จำผิดเปล่า” วารีขำตัวเอง
“มันเป็นไปได้สูง รุ่นหลังๆจะไม่รู้สึกผูกพัน แต่ถ้าจะสร้างอาณาจักรที่ยั่งยืน ต้องมีพลังและความเป็นพ่อแม่ที่เยี่ยมยอด เราแค่สอนลูกให้เป็นคนเยี่ยมยอด สอนให้เขาเป็นคนสอนที่เยี่ยมยอด ที่เหลือก็ทดสอบด้วยเวลา” วาโรชี้นิ้วหน้าตัวเอง ปากยิ้มไปด้วยเหมือนอยากบอกลูเมนัวแบบนั้น
“ลูกที่เลือกคุมประเทศเพราะหน้าที่คงเคืองน่าดูที่ไม่เคยเห็นโลกแล้วต้องคุมทั้งประเทศ” วารีถอนหายใจหลังพูดเสร็จ
“ใครบอกว่าฉันจะไม่เที่ยว?”
“หืม? พอคุมทวีปตะวันออกหมดจะเที่ยวได้เหรอ?”
“อย่าดูถูกพลังของอินเตอร์เน็ตสิ เพราะมัน เราทำงานนอกบ้านได้ เพราะเธอ ที่สร้างมันขึ้นมา”
“แต่ดีสุดคือหนังพรฟรี” วารีพูดด้วยหน้าเด็ดเดี่ยวเช่นนักรบไร้พ่าย
“ตาบื้อเอ้ย… มีเมียเยอะยังจะพูดแบบนั้นอีก”
“ติดวีมาเหรอเนี่ย? ก็นะ โลกเก่าฉันทำแค่โหลดหนังฟรี หาเรื่องอ่าน ดูพร แต่โลกนี้ไม่ค่อยแล้วนะ”
“ไม่กลับไปติดเหมือนเดิมเหรอ?”
“พอมีเมียที่ต้องเสียแรงทำจริง มันหายไปหมดสิ้น ความรู้สึกเมื่อดูเปลี่ยนจาก ‘โอ้ เยี่ยมมาก’ เป็น ‘อืม… เค’ ของจริงเด็ดกว่า จับได้เลียได้ทิ่มได้ ความรู้สึกก็คนละโลกเลย ยิ่งความอุ่นมันหาที่ไหนไม่ได้… ยกเว้นบางคนที่เอาเข้าไมโครเวฟ แต่นั่นขั้นหนักมากกว่าฉัน” วารียิ้มกว้าง
“แล้วตัวเธอไม่เคยทำ?” หน้าวาโรดุขึ้นมาทันที
“ฉันไม่เคยเอาของกินไปยุ่งกับเรื่องจุดหว่างขา” วารียิ้ม มือชี้ฟ้า
ระหว่างที่สองคนกำลังคุยกันสนุกปาก
ทหารคนหนึ่งที่แกล้งตายและรอดมาจากปืนใหญ่สองสามคนนอนอยู่ใกล้วาโรและวารี ระยะพอที่วิ่งไม่ถึงสิบก้าวเข้าไปใกล้เขาได้
พวกเขากำดาบและรอจังหวะที่ถูก ที่พวกนั้นเผลอที่สุด
ซักพักสาวผมสีฟ้าเดินมา แต่เธอตัวเล็กเกินเห็นเป็นศัตรู สามคนมองหน้ากันและตัดสินใจวิ่งไปฆ่าทั้งสามคน
หลังปืนใหญ่ลงใกล้ๆ และมีควันขึ้น
สามคนลุก ทิ้งชีวิตวิ่งชี้ดาบหาสามคนที่สำคัญระดับประเทศ
“ช็อตหน้า! ช็อตหน้า! ช็อตหน้า!” เรฟเนสชี้เอามือหนึ่งชี้ปืน อีกมือแบใส่ทหารทั้งสาม
ทั้งสามนิ่งและนอนกับพื้น เพราะการสังหารในไม่กี่เสี้ยววินาทีจากไฟฟ้า เขาเห็นแค่ความว่างเปล่าไร้ความคิด นอนตาไม่หลับและวิญญาณออกหายไป
วารีชี้ปืนมองสามคน เขายิงซ้ำใส่ตัวคนละครั้ง ปล่อยปืนห้อยและหันไปถาม “เห็นได้ไง?”
“มองความบริสุทธิ์ของเพชร ยากกว่ากันเยอะ” เรฟเนสยืดอกพูด
วารีลูบหัวเธอ เธอยิ้มเหมือนแมวโดนเกาหัว พูดแบบนั้นน่าจะสำหรับวีมากกว่า
วาโรชี้ปืนลงคุกเข่าข้างหนึ่ง ยิง ปล่อยปืนห้อยและเดินมาหาวารี ก้มหัวหาเขา
“เธอด้วยเหรอ?” วารีตกใจกับสิ่งที่วาโรต้องการ
“อย่าพูดมาก” วาโรพูดโกรธๆ
วารีลูบหัวเธอเหมือนเรฟเนส
“งืมงืม” เสียงออกมาจากวาโร
วารีคิดในใจ ‘ให้ตายก็คงไม่รู้ใจผู้หญิงเต็มๆ อะไรกันเนี่ย ใครจะคิดว่าระดับราชินีของประเทศต้องการให้คนลูบหัว’
หลังจากนั้นคนเข้ายึดเมืองโอเอซิส ทุกอย่างเป็นไปได้อย่างง่ายดาย ที่เมืองไม่เหลืออะไรให้ป้องกัน เจอแต่พวกเด็กๆที่น่าจะเป็นทาสเหมือนกันซ่อนตัว
ของมีค่า แม้แต่เสื้อผ้า ไม่มีอะไรเหลือ ทำให้เห็นว่าพวกเขาตั้งใจทิ้งเมืองตั้งแต่แรกแล้ว
น้ำโดนทำให้เป็นพิษ กินและใช้ไม่ได้ วารีสั่งให้ผักชีหัวหน้าฝ่ายผลิตแก้ปัญหาทันที และเธอขอคิเซกิหัวหน้าฝ่ายวิจัยมาเป็นที่ปรึกษาทำงานร่วมกัน
กว่าทหารจะได้พักเต็มที่มันก็เข้าเกือบกลางดึกแล้ว เพราะต้องขนน้ำและแบ่งอาหารให้เหล่าเด็ก พร้อมคิดถึงอนาคตพวกเขา แน่นอน พวกเขาจะไปโตที่วาโรซีเมียเรีย
หัวหอกที่จะทำเรื่องนั้นคือเมียวารีพี่อลิสหัวหน้าฝ่ายเด็กและไอซิสรองหัวหน้าที่ตำแหน่งยังไม่ทางการ รวมทั้งรุ่นพี่โดโรเธียหัวหน้าพี่เลี้ยงวารีตอนเด็กกับวาเนสซ่าพี่เลี้ยงวารีตอนเด็ก
‘ความสัมพันธ์ของพวกเธอตั้งแต่ตัดสินใจเป็นคู่รักกันเป็นยังไงบ้างนะ?’ วารีนึกในใจคิดสงสัย
แต่ซักพักเขาส่ายหัว ‘อย่าไปคิดล้วงคนที่ไม่เอาเรื่องรักตัวเองมาเล่าเลย’
เสียงเรฟเนสดังขึ้นมาที่หน้าบ้านชั่วคราวของวารี “ฉันเอง”
“เข้ามาสิ”
เมื่อเรฟเนสเข้ามา เธอถืออะไรบางอย่างที่คลุมด้วยผ้าแดง พร้อมหิ้วตะกร้าไว้ที่แขน และแขนอีกข้างหิ้วหมอนข้างมา
วารีถามทันที “เสียใจที่บอกว่าวันนี้ก็เป็นเหมือนวันนั้น ฉันยังไม่ขันเหมือนเดิม”
“ผิดย่ะ ฉันไม่ได้มาเพื่อเรื่องอย่างว่า แต่ฉันอยากมานอนด้วย กอดกันธรรมดาอะไรแบบนี้อ่ะ” เรฟเนสพูด
“งั้นเหรอ? ถ้าแบบนั้นได้อยู่ ว่าแต่ถืออะไรมา?” วารีถาม มองผ้าคลุมแดงใจจดใจจ่อ
มันน่าจะเป็นรูปปั้นหรืออะไรบางอย่างที่คล้ายกัน แต่มันมีส่วนแหลมอยู่ วารีเลยคิดว่ามันไม่น่าใช่ดิลโด้
เรฟเนสเดินเร็วๆไปนั่งที่โต๊ะ หน้ายิ้มกว้าง วางสิ่งในผ้าคลุมไว้ข้างบน จากนั้นถือตะกร้ารอ “เปิดมันสิ”
วารีเปิดผ้าแบบไม่ได้ตื่นเต้นมาก แค่นิดๆ
เมื่อเปิดมาเขาเห็นฟิกเกอร์สลานุชถือดาบและโล่กลมเล็ก ตั้งท่าพร้อมต่อสู้ ดาบพาดบ่า วางเท้าหลักไว้ข้างหลัง บางส่วนเป็นประกายระยิบระยับ
“สลานุชเวอร์ชันต่อสู้ เพื่อเซ็กส์และการรบ พร้อมฝังเพชรสองกะรัตประดับที่เครื่องประดับทุกส่วน ฉันให้พี่เอวาลินแผนกภาพวาดรูปวาดเพราะเธอเคยเจอสลานุช ส่วนเพชรฝังด้วยพี่เนตรทิพย์” เรฟเนสพูดพลางโปรยดอกมะลิบาน
“เธอไปหามะลิมาจากไหนเยอะแยะ?” เพราะมันแปลก วารีถามถึงที่มา
“ฉันใช้งานส่งจ้า ส่งด่วนมาที่นี่หลังฟิกเกอร์เสร็จ พร้อมดอกมะลิแช่น้ำแข็ง” เรฟเนสชี้นิ้วหน้าตัว ทำหน้าพอใจเป็นที่สุด
วารีตกใจ “ส่งจ้าส่งประเทศที่รบกันด้วยเหรอ? ของฉันเองแต่ฉันเพิ่งรู้นะเนี่ย”
“อย่าบื้อน่า เหล่าทหารคุยกับเมียได้เพราะส่งจ้านั่นแหละ เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนเหอะ? มันเป็นยังไงบ้าง ฟิกเกอร์เนี่ย”
วารีดูฟิกเกอร์อย่างละเอียด เสื้อเป็นเสื้อเกราะไม่เต็มตัวปิดแค่อกกับกระโปรงเหล็ก เมื่อส่องข้างใต้ เห็นกางเกงในจีสตริงเซ็กซี่ มันเป็นงานละเอียด สัดส่วนทั้งหมดออกมาให้ดูดุดันด้วยรายละเอียดกล้ามเนื้อ และเซ็กซี่ด้วยส่วนโค้งและความจริงที่เธอใส่กางเกงในจีสตริง
“ฉันเห็นภาพเธอใส่ชุดนี้จริงๆ มันสวยและเซ็กซี่ดุดัน” วารีบอก
“ใช่มะ ใช่มะ งานออกมาดีสุดๆเลย แถมเพรชบริสุทธิ์เป็นประกายวิบวับตัดกันสวยด้วย” เรฟเนสบอก
วารีวางฟิกเกอร์ไว้โต๊ะข้างเตียง แล้วลงนอน กวักมือเรียกเรฟเนส “มานอนได้แล้ว พรุ่งนี้ต้องไปต่อ”
“จ้าๆ” เรฟเนสวางตะกร้าดอกมะลิบานไว้ข้างฟิกเกอร์
เพราะดอกไม้ บ้านหอมทันที เรฟเนสกอดหมอนข้างนอนชิดวารี
วารีนอนกอดเธอและเข้านอน