วารีพัฒนาประเทศต่ออย่างไม่หยุดยั้ง แถมคอยดูแลเหล่าเมียในฮาเร็มจนหมุนหน้าหมุนหลัง แต่ต้องมาเจอกับอดีตที่เคยผิดพลาดตามมาหลอกหลอนทั้งๆที่ลูกใกล้คลอด ทำให้เหล่าแฟนพากันมาช่วยเพื่อให้คนเดิมกลับมาหาพวกเธอ วารีอยากทำงานค้าขายให้ดี รักฮาเร็มให้เต็มหัวใจ แต่โดนรุมเร้าจากทั้งจิตใจในอดีตและเหล่าผู้ก่อการร้าย ทั้งๆที่เมียท้องกันยกชุด เขาต้องทำทั้งหมดให้ได้ดี และสุดท้ายเมื่อทุกอย่างพร้อม เขาจะรับหน้าที่ราชา
รัก,แอคชั่น,แฟนตาซี,ชาย-หญิง,เกิดใหม่,ต่างโลก,คลั่งรัก,ชาย-ชาย,หญิง-หญิง,ฮาเร็ม,ชาย-หญิง,หญิงรุก,yaoi,โรมานซ์,โรแมนติก,ต่อสู้,รักวัยรุ่น,เกิดใหม่,ทำงาน,สร้างตัว,ฝึกฝน,นางเอกเก่ง,พระเอกเก่ง,รัก,แฟนตาซี,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
กำพร้า ณ ต่างโลก ภาค 2วารีพัฒนาประเทศต่ออย่างไม่หยุดยั้ง แถมคอยดูแลเหล่าเมียในฮาเร็มจนหมุนหน้าหมุนหลัง แต่ต้องมาเจอกับอดีตที่เคยผิดพลาดตามมาหลอกหลอนทั้งๆที่ลูกใกล้คลอด ทำให้เหล่าแฟนพากันมาช่วยเพื่อให้คนเดิมกลับมาหาพวกเธอ วารีอยากทำงานค้าขายให้ดี รักฮาเร็มให้เต็มหัวใจ แต่โดนรุมเร้าจากทั้งจิตใจในอดีตและเหล่าผู้ก่อการร้าย ทั้งๆที่เมียท้องกันยกชุด เขาต้องทำทั้งหมดให้ได้ดี และสุดท้ายเมื่อทุกอย่างพร้อม เขาจะรับหน้าที่ราชา
ฟรี 5,000 คนแรก
ภาค 1 เกิดใหม่เล็งไข่ตั้งมั่น
https://www.plotteller.com/book_reading_novel/01J6K59JBZFBKF5WR1DS8Y86Q2
วารีมุ่งมั่นพัฒนาประเทศให้ขยายไปมากขึ้น และเอาของยอดนิยมโลกเก่ามาขายเพื่อเปลี่ยนยุคจากยุคขี่นกมาใช้รถและมอเตอร์ไซค์
แต่อดีตตามมาหลอกหลอนและต้องเจอกับกำแพงที่ตัดสินว่าอะไรถูกต้องและไม่ถูกต้อง
และเขายังต้องเตรียมพร้อมทุกอย่างให้ลูกที่ใกล้เกิดมาในอนาคตข้างหน้า
เขาต้องสู้พัฒนาสร้างทุกอย่างพร้อมจิตใจที่ปั่นป่วน แต่ยังดีที่เหล่าแฟนคอยดูเขาใกล้ชิดและตบหัวเขาทุกครั้งที่เขาง้องแง้ง
https://www.facebook.com/profile.php?id=100087843892571&mibextid=LQQJ4d
bluesky
https://bsky.app/profile/wayuwayutl.bsky.social
173 ล้อมเมืองยามเช้า
หลังจากเจรจาตัวประกัน ฝ่ายวาโรซีเมียเรียรุกคืบต่อด้วยปืนใหญ่อันทรงพลังและไร้คู่ต่อสู้ จนสุดท้าย พวกเขาก็ถึงเมืองหลวงของเผ่าทรายร้อน เมืองมูจิมบู้ว
วารียืนอยู่ในระยะแถวทหาร ฝ่ายหน้า พร้อมเหล่าเมียที่เรียงแถวกัน
หลายคนส่องกล้องดูศัตรู บางส่วนไปให้กำลังใจทหาร
วารีส่องกล้องดู เมื่อดูที่เมือง สิ่งที่เห็นได้อย่างแรกคือปราสาทที่ยอดเหมือนหอมใหญ่สวยงาม
วารีเลิกส่องและส่งกล้องให้คนข้างตัว
ชายผิวเข้มรับกล้อง เขาไม่รู้วิธีใช้ แต่เห็นวารีเพิ่งใช้เมื่อกี้แล้วก็ทำเหมือนกัน จากนั้นเขาเห็นเมืองชัดขึ้นทันที
เขาเอากล้องออก มองปรกติ แล้วใส่กล้องอีกครั้งเพื่อเช็กว่าภาพเป็นของจริง
เขาไม่พูดอะไรกับความสามารถของมัน เพราะเขาเป็นคนของมาร์แลนด์ ตอนนี้เราเป็นมิตร ไม่ได้หมายความว่าอนาคตจะเป็นมิตรไปตลอด เรื่องนั้นถูกสอนอยู่ในสายเลือดชาวมาร์แลนด์ที่รบกันตลอดเวลา
กลางเดือน 11 ยุคตีกันปี 124
เมื่อส่องจนพอใจ ชายผิวเข้มพูด “เรามาคุยเรื่องการปกครองเมืองกันดีกว่า ท่านบอกว่าจะให้เราปกครอง แต่เราอยากถามรายละเอียด”
วารีพูดไม่คิดโกหก “หลักๆแล้วพวกคุณจะเป็นเหมือนลูกจ้างของวาโรซีเมียเรีย เราเป็นคนออกกฎหมาย เก็บภาษี คุมโครงการสำหรับประเทศ พวกคุณดูแลเรื่องความปลอดภัย การอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน คอยแก้ปัญหาระหว่างเผ่าเล็กที่คุมพื้นที่แต่ละที่”
“สุดท้ายพวกท่านจะยึดอำนาจเผ่าไปไม่ใช่เหรอ? เมื่อทุกคนอยู่ใต้การปกครองมันก็ง่ายแล้วนี่ เราแค่ต้องสั่งพวกเขา” ชายผิวเข้มพูด
“ซูมาร์ลา ทำแบบนั้นเราอาจคุมอำนาจเขาได้ แต่ทุกอย่างที่ละเอียดอ่อนอย่างของกินประจำวัน ความเชื่อและวัฒนธรรมเราเปลี่ยนไม่ได้ง่ายๆอยู่แล้ว เราต้องปล่อยให้พวกเขาคุมเป็นพื้นที่ๆไป ไม่ใช่ยึดทั้งหมดแล้วสั่งนั่นนี่” วารีบอก
ซูมาร์ลาพยักหน้า “ครับท่าน แล้วการเป็นลูกน้องพวกท่านพวกเราได้อะไร?”
“เราจะลดภาษีเมืองพวกคุณ คุณจะทำยังไงกับภาษีตัวเอง เช่นเก็บภาษีเท่าเดิมต่อและเอาส่วนต่างจากเดิมมาเข้ากระเป๋า กับการได้รู้เบื้องหลังโครงการต่างๆก่อนใคร เช่นถ้าเราสร้างรางรถไฟ พวกคุณไปกว้านซื้อที่ดินแถวนั้นก่อน และขายเพื่อเอากำไรอะไรแบบนั้นได้ นั่นเป็นมากที่สุดที่เราทำได้ ถ้าพวกคุณอยู่ดีๆทำตัวเป็นใหญ่ขึ้นมา เราจะเป็นคนยื่นมือเข้ามาต่อต้านเองเลย ถึงพวกท่านคุม แต่พวกท่านกับทุกคนมีคุณค่าเท่ากันหมด” วารีอธิบาย
ซูมาร์ลาพยายามกลืนโอกาสทองและคำขู่ที่มาพร้อมกันเข้าตัว แต่มันกลืนลำบาก เขาถอนหายใจแล้วถอดใจ “มันหมดยุคทหารรับจ้างแล้วสินะ จากคนที่รบมาตลอดชีวิต ขอถามอาชีพที่น่าทำต่อจากชีวิตแบบเดิมได้มั้ย? ผมจะเอาไปคุมเผ่าผงทราย”
“วัฒนธรรมที่นี่ชัดเจนอยู่นะ ดนตรี การเต้น การวางตัวมีเอกลักษณ์มาก ถ้าสร้างหนังหรืออะไรแบบนั้นกับผลักดันสร้างวงดนตรีกับไอดอลมาร์แลนด์ ถ้าเป็นอะไรแบบนั้นผมจะตั้งตาคอยซื้อเลย และคิดว่าหลายคนที่เห็นก็น่าจะทำเหมือนกัน” วารีพูดไปยิ้มไป จินตนาการถึงโปรเจกที่จะเกิดในเวลาข้างหน้า
“หนัง? ดนตรี? ผมคงต้องศึกษาเยอะเลย”
“ลองปล่อยไปตามสัญชาตญาณสิ แบบนั้นเอกลักษณ์จะเด่นกว่า” วารีบอก
“เข้าใจแล้ว เอาล่ะ ขอแผนการบุกเมืองนี้หน่อยครับ” ซูมาร์ลาถาม
วารีกางภาพเมืองจากบนฟ้าที่โต๊ะ “นี่คือกำแพงเมืองที่ล้อมรอบ และแกนกลางที่เป็นปราสาท เราส่งใบเตือนที่ให้คนอพยพไปที่อื่นแล้ว แต่เราก็ยังบุกตรงๆไม่ได้อยู่ดี”
“ทำไม?” ซูมาร์ลาพูดขัด
“พวกเขาอยู่กันแออัด ถ้ายิงโดนกำแพง บ้านข้างหลังกำแพงจะโดนด้วย เราจะใช้การแปะระเบิดจากข้างนอกโดยทหารและบุกเข้าไปโดยใช้คน” วารีอธิบาย
“ผมขอเตือนให้ใช้ปืนใหญ่ การส่งทหารจะลำบากเพราะพวกท่านรวมกันมี 30,000 คน และเผ่าผมมากัน 20,000 คน นั่นเท่ากับจำนวนทหารโดยประมาณคือ 50,000 คน เท่ากับพวกเขา แต่เมื่อพวกเขามาพร้อมทหารทาสอีก 50,000 คน การบุกจะยากลำบากเพราะจำนวนคนที่ไม่เท่ากัน” ซูมาร์ลาออกความเห็นเป็นหลักการ
“ผมก็เห็นด้วยกับเรื่องนั้น แต่หลังเราวัดพลังการต่อสู้กับสงครามครั้งเก่า 30,000 คนของเรามีค่าเท่า 100,000 คนของคนที่ต่อสู้ด้วยดาบ” วารีแย้ง
“แต่นั่นท่านไม่ได้นับการรบในบ้านตัวเอง การหนีตามซอยและซุ่มตีจุดบอด การปนกับประชาชนและแอบสังหารทีเผลอ นั่นจะทำให้จำนวนที่คาดหวังผิดพลาด” ซูมาร์ลาย้ำเรื่องนั้น
“ก็ใช่… แต่เราต้องทำน่ะสิ” วารีพูดถอดใจ
“เข้าใจแล้ว โอ้ นั่น… พวกเขาส่งคนมาแล้ว” ซูมาร์ลายกกล้องดู “พวกเขาเป็นทหารทาส”
วาโรหลับตา ลืมตาด้วยหน้าตามุ่งมั่น ชักปืน และพูด “เตรียมปืนใหญ่ รอเล็งไปที่แถวทหารเมื่อพวกเขาตั้งแถวเสร็จ”
“เดี๋ยวก่อน!” วารีขัดฉุกคิดเรื่องสำคัญ
“มีอะไร?” วาโรถามนุ่มๆ แต่คิ้วขมวดไม่นุ่มเท่าไหร่
“คุณซูมาร์ลา คุณมีวิธีคุมทาสที่ดีมั้ย? ที่ให้พวกเขาทำอย่างอื่นเป็นด้วยนอกจากหยิบผลผลิตใส่ตะกร้า อย่างพวกแบกน้ำ ขุดดิน ให้พวกเขาทำงานอย่างอื่นเป็นด้วยอะไรแบบนี้” วารีถามพันธมิตร
“แส้ดูเหมือนจะได้ผลดีที่สุด สำหรับพวกเราเองนะครับ” ซูมาร์ลานึกถึงวิธีฝึกทาสในประเทศ
“ฟาดแบบหลังเลือดอาบอะไรแบบนั้นอ่ะนะ?” วารีถามทันที
“ไม่เลย ถ้าทำพวกเขาบาดเจ็บ พวกเขาก็ทำงานไม่ได้เพราะเจ็บ แต่ถ้าตีให้แดง พวกเขาทำงานต่อได้ ถ้าทาสเลือดออกจะเป็นความผิดของเจ้านายและเจ้านายนั้นจะถูกลงโทษ ประเทศเราเป็นแบบนั้น” ซูมาร์ลาเล่า
“เอาล่ะ! ส่งรถติดลำโพงไปกล่อมให้พวกเขายอมแพ้ ป้องกันตัวด้วยอย่าให้พลาดโดนโจมตี” วารีสั่ง
รถสามคันต่อแถวออกไปทันที ทหารขึ้นหลังคารถเพื่อพร้อมใช้ปืน
“ซูมาร์ลา เราจะให้พวกคุณคุมเหล่าทาสเพื่อฝึกอาชีพและส่งไปทำงานหลังจากนั้น คุณทำได้มั้ย?” วารีถาม
“ทำได้ แต่พวกเราได้อะไร? เราเป็นพันธมิตรก็จริงแต่การทำอะไรฟรีๆไม่ใช่ทางของเรา” ซูมาร์ลาต่อรอง
“เราไม่ได้จะให้พวกคุณทำฟรีๆ เราจะให้ทองต่อจำนวนคน แบบนั้นคุ้มพอมั้ย?” วารีเจรจาต่อ
“รับทราบ พวกเราจะรับหน้าที่นั้นเอง” ซูมาร์ลารับอย่างง่ายดายด้วยอำนาจทอง
เขาไม่ใช่คนโลภที่จะต่อรองเมื่อไม่จำเป็น การเจรจากับพันธมิตรไม่ใช่การซื้อของ และต้องให้เกียรติกันและกัน
รถออกไปประกาศ วารีเตรียมเครื่องสื่อสารส่องกล้องดูเหตุการณ์
รถวิ่งสี่ล้อจอดและประกาศ “ทิ้งอาวุธและยอมแพ้ เอามือไว้หลังหัวและเดินไปทางทหารของเรา เราจะไม่ทำอะไรพวกคุณ และพวกคุณจะเป็นอิสระ เรารับรองความปลอดภัยพวกคุณ ย้ำ พวกคุณจะเป็นอิสระกับการเป็นทาสถ้ามากับเรา”
เหล่าทาสมองหน้ากัน บางคนทิ้งอาวุธและวิ่งมาข้างหน้าหนีพวกเดียวกันทันที และเอามือไว้หลังหัว
“เมื่อเข้าใกล้พวกเรา อย่าทำอะไรรวดเร็วและอย่าวิ่ง เพื่อความปลอดภัยของทุกคนเอง”
หลายคนออกตัววิ่ง พี่น้องจับมือวิ่งหนีพวกเดียวกันที่คอยห้าม และเดินวางมือไว้หลังหัวเมื่อเข้าใกล้ทหารวาโรซีเมียเรีย
หลายคนทะเลาะกัน เกิดการต่อยกัน คนที่ยอมแพ้ถูกพวกเดียวกันที่ไม่ยอมรั้งไว้
“พวกท่านต้องรอดมาจากพวกเดียวกันเองให้ได้ เรายื่นมือเข้าไปช่วยไม่ได้ในตอนนี้”
ทหารเล็งปืนและเตรียมยิง
วารีสั่งทันที “อย่าใช้ปืนเด็ดขาด ไม่ใช่ตอนนี้”
เมื่อทหารได้ยินก็ทำหน้าหนักใจเมื่อเห็นภาพตรงหน้า
ทหารในชุดหรูคนหนึ่งใช้ไม้ตีหัววัยรุ่นคนหนึ่ง เหล่าทาสแยกออกจากเขาสร้างเป็นวง
วารีเห็นภาพนั้นเต็มตา บอกทหาร “ฉันเห็นเด็กในวงนั้นแล้ว ไอ้คนที่ตีมันเป็นคนสั่งการ ฉันจะทำอะไรซักอย่าง”
คนถือไม้กลมสั่งทันที “เหล่าทหารทาส เดินหน้า จัดการกับไอ้กล่องเหล็กนั่นให้สิ้นซาก” เขาสั่ง
เหล่าทหารทาสมองหน้ากันแล้วเดินไปทางรถ รถเคลื่อนตัวหนีและประกาศต่อ
วารีส่งกล้องให้วาโร “จัดการคนในชุดหรูนั้นได้มั้ย? วาโร”
วาโรส่องดู เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยความรวดเร็ว แยกขาวางให้มั่น ปืนประทับไหล่ยืนเล็ง หายใจเข้า “ซื้ด”
ปัง ปืนลั่นออกไป
คนที่ถือไม้กระบองกำลังจะฟาดหัวเด็กซ้ำ แต่เสียงเผละดังหลังจากนั้นและเขาล้มไป
เด็กยิ้มทันที ทิ้งอาวุธวางมือไว้หลังหัวแล้ววิ่งหาทหารวาโรซีเมียเรีย
ทหารบนหลังรถสี่ล้อตะลุยทะเลทรายเปิดเครื่องสื่อสารถาม “เราใช้ปืนได้แล้วใช่มั้ย? ตอนนี้พวกเขาโจมตีเราแล้ว”
“ยังไม่ได้” วารีขัดทันที
ทหารวิ่งไล่รถ รถวิ่งหนี ประกาศซ้ำๆ หลายคนที่วิ่งเหนื่อยเริ่มทิ้งอาวุธแล้วทำเหมือนพวกเดียวกัน ยอมแพ้แล้วเดินไปทางฝั่งวาโรซีเมียเรีย
หลายคนเดินมาถึงกองทหารวาโรซีเมียเรียแล้ว ทหารมัดมือพวกเขา พาไปนั่งหลังกองทัพในที่ปลอดภัย
จากนั้นก็เป็นภาพที่น่าสมเพช ทหารวิ่งไล่ รถวิ่งหนี คนยอมแพ้ ทหารทาสเริ่มร่อยหรอ
วารีถอดใจกับคนที่ไม่ยอมแพ้ กัดฟันสั่ง “ใช้ปืนสามชุด จากนั้นประกาศซ้ำ”
ทหารบนรถรัวยิง เสียงกระสุนจากรถสามคันบรรเลงพร้อมกัน
แนวหน้าเหล่าทหารทาสล้มเป็นแถวหลายคนที่อยู่หลังและไม่โดนยิงสะดุ้งตกใจ มองเหตุการณ์ไม่เชื่อสายตา
สามชุดผ่านไป ทาสล้มแบบไม่มีประโยชน์ รถขับเคลื่อนสี่ล้อยังไม่มีรอยขีดข่วน ความโกลาหลเกิดขึ้น คนยอมแพ้หลังจากนั้นมากขึ้น
“ประกาศและหนี 15 นาที จากนั้นยิงหนึ่งชุด หยุด และประกาศเหมือนเดิม ทำแบบนั้นซ้ำๆ เราจะดูจากไกลๆ” วารีสั่ง
ทหารบนหลังคารถบ่น “ช่วยพวกที่ไม่เอาตัวรอดมันยุ่งยากจริง”
สองรอบตามที่วารีสั่งผ่านไปหลังจากนั้น ทหารทาสเริ่มไม่เหลือ ทาสพยายามเดินห่างกันเพื่อให้ดูเป็นแถวและจำนวนเยอะ แต่ในใจรู้แล้วว่าทำอะไรไม่ได้และรอเวลาตาย
วารีกัดฟันสั่งครั้งสุดท้ายสำหรับเหล่าทหารทาสศัตรู “ยิงพวกที่เหลือได้เลย”
ตุงตุงตุงตุงตุง กระสุนปืนคาลิเบอร์ใหญ่ดังรัวจากรถตะลุยทะเลทรายสามคัน
ภาพที่เห็นหลังจากนั้นไม่สวยงาม วารีส่องกล้องกัดฟันที่พวกเขาไม่ช่วยตัวเอง
วาโรจับไหล่ “เมื่อมันเป็นแบบนั้น อย่าไปคิดมากและมองมันเป็นเรื่องปรกติของสงคราม”
“ฉันเข้าใจอยู่” วารีพูด กำหมัดแน่น “ทำไมพวกเขาถึงยอมตายมากกว่ารอดและอยู่ต่อไป”
“สำหรับบางคน ชีวิตมีแต่ความลำบาก และสุดท้ายพวกเขาเลือกความสบายจากการยอมทิ้งให้ชีวิตหายไป ทำใจเถอะ” วาโรบอกผัว พูดด้วยหัวใจ
วารีมองหน้าวาโร เริ่มคลายหมัด เลิกกัดฟัน เริ่มยิ้มเล็กน้อย “นั่นน่าประทับใจ เธอพูดได้สวยงาม”
“ขอแซงคิวคนอื่นได้มั้ยล่ะ?” วาโรยิ้มพูดนอกเรื่อง ใจอยากผ่อนคลายวารี
“ต้องหลังเรฟเนสล่ะนะ ฉันนัดเจ้านั้นไว้ก่อนเลยตอนเธอให้ของขวัญฉัน” วารีบอก
“โอ้ อย่างนั้นเหรอ ช้านิดไม่เป็นไรหรอก ว่าแต่ของขวัญอะไรล่ะนั่น?” วาโรถาม
“โอ้นั่นสินะ เธอยังไม่เห็นนี่” วารีเปิดมือถือ เปิดแกลอรี่ภาพ นี่ไง ฟิกเกอร์สลานุชปางต่อสู้” วารียิ้มกว้าง เอาเรื่องหนักหัวใจไว้มุมเล็กๆของใจ
“โอ้นั่น แปลกและสวยดี มันจะมี ‘ปาง’ อะไรนั่นอย่างอื่นมั้ย?” วาโรสนใจทันที
“ฉันว่าจะออกเงินสนับสนุนเรื่องปางก้อนใหญ่เลย และหลังจากเห็นเทพกระต่ายและฉลาม ฉันจะผลิตพวกเขารุ่นออริจินอลและปางอื่นๆด้วย” วารีวางมือไว้หน้าอกพูด เลิกไหล่ห่อ
“เยี่ยม เอาล่ะกลับมาที่สงครามกัน จะทำอะไรต่อ?” วาโรถาม
วารีวอสั่งทหารทันที “ส่งโดรนปืนแกตลิ่งติดจรวดไปยิงคนบนกำแพง เดินหน้าทหารอย่างช้าๆ”
“รับทราบ” ทหารตอบกลับมา
นักบินเปิดสวิตช์โดรน ทหารอีกคนที่ลานจอดชั่วคราวโบกไม้ไฟด้วยสองมือ เมื่อดูรอบข้างโดรนแล้วเห็นว่าปลอดภัยเขาชูไม้ขึ้นแล้วเขย่า ไม้เปลี่ยนจากสีแดงเป็นสีเขียว
นักขับโดรนดึงคันโยกเข้าหาตัวอย่างช้าๆ ดูหน้าปัดมุมก้มและเงยของโดรนเพื่อดูว่าขนานกับพื้นดีแล้ว เมื่อลอยได้ถึงระดับ เขาดันคันโยกไปข้างหน้า ใบพัดโดรนก้มต่ำพาโดรนเคลื่อนที่ไปข้างหน้า
โดรนที่ทำหน้าที่เหมือนกันขับเร่งเครื่องมาข้างหน้าเทียบแนวรบ
หัวหน้าหน่วยโบกมือทักเพื่อน จากนั้นนึกสนุกเมื่อเข้าใกล้เมืองมูจิมบู้ว
เขาเปิดเพลงของไอดอลคนโปรด เวโรนีก้า เพลง ‘วันพรุ่งนี้’
“วันพรุ่งนี้จะมีความสดใส วันต่อไปจะไร้ความวุ่นวาย”
โดรนบินมาถึงใกล้กำแพง แกตลิ่งหมุน วี้
ปรื่ดดดดด
ทหารหลังกำแพงร่างกระจุย คนที่เห็นเพื่อนฉีกขาดไปต่อหน้าไม่รู้จะทำยังไง บางคนเอาแผ่นไม้บังตัวไม่รู้อนาคต
“อย่าแตกแถว! ป้องกันกำแพง!” ทหารหัวหน้าหน่วยสั่งเสียงดุดันไม่ให้ทหารวุ่นวาย
ปรื่ดดดดด
เหล่าทหารชั้นล่างเห็นหัวหน้าหน่วยหัวหายพร้อมสะเก็ดน้ำสีแดงกระเด็นใส่หน้า
เมื่อความช็อกหายไป เขาวิ่งทันที มุ่งหน้าไปที่บันไดลงกำแพง
ทหารพากันไปกรูที่บันไดลงกำแพง เริ่มผลักกัน จากนั้นตามธรรมชาติของความวุ่นวาย มีคนล้ม และมีคนโดนเหยียบ
“จงอย่าจมกับความผิดหวัง ยิ้มรับวันหน้าด้วยความหาญกล้า”
ทหารตกบันได จรวดออกไประเบิดทางลง รวมถึงประตูเมือง
ทหารหลังประตูที่มีหน้าที่เสริมความแข็งแกร่งกระเด็น จากนั้นทหารฝ่ายป้องกันเมืองพุ่งออกไปปกป้องเมืองจากศัตรู
แต่เมื่อออกมา ปืนกลยาวจากทหารหลายคนยิงรัว ทหารล้มคาประตู พวกเขาลากเพื่อนออกให้เดินหน้าได้
“อย่าคิดให้อ่อนล้าต่อทางข้างหน้า ด้วยความกล้าลองท้าด้วยรอยยิ้มมม”
ยิ่งทหารพุ่งกันออกมา ทหารจำนวนมากก็ยิ่งล้มตายกองกันเยอะ
ทหารด้านหลังเริ่มเห็นท่าไม่ดี พวกท้ายแถวหาจังหวะที่ไม่มีคนเห็นวิ่งหนีไปเข้าบ้านใกล้ๆ
ทหารกองกันสูงขึ้น
หลายคนวิ่งไปหลังกองร่างผู้เสียชีวิต พิงพวกเขาหวังหาที่พัก
ทหารวอใส่เครื่องสื่อสาร “ขอสนับสนุนจากโดรน กำลังยิงสัญญาณเลเซอร์”
“รับทราบ”
ทหารหยิบตัวยิงเลเซอร์ที่เอว ส่องไปยังกองร่างคนล้ม
โดรนบินมาหาระดับยิง จากนั้น
หลังเสียงปรื่ด เหล่าคนข้างหลังกองร่างกระเด็นและนิ่งทันที
ทหารมูจิมบู้วเริ่มคิดไม่ออก มีแต่ความกลัวในใจ
บางคนทิ้งดาบทิ้งตัวลงนอนและทำตัวเป็นก้อนกลม ด้วยความหวังว่าจะไม่โดนยิง
หลายคนที่แนวหน้าหันไปผลักเพื่อนข้างหลังให้ล้ม หวังวิ่งกลับเข้าเมือง
“ยิ้มสู้ ยิ้มสู้ สู่วันพรุ่งนี้ ลาล้าลาลา ลาล้าลาลา”
วีเดินมาหาข้างวารี “ทำไมต้องเปิดเพลงฉันด้วย? มันขัดกับภาพที่เห็นสุดๆเลย ทำไมไม่เลือกเพลงสำหรับเต้น”
“ไม่รู้ ฉันไม่ได้เลือก บอกคนขับนู่น” วารีบอก
วีนิ่งและไม่พูดอะไร ดูเหมือนไม่อยากสั่งใคร
จะว่าไปตั้งแต่เธอมาเป็นทหาร เธอไม่เคยสั่งทหารเลยซักครั้ง
วารีเก็บเรื่องนั้นไว้ถามทีหลังและส่องกล้องมองไกลต่อ แต่พอส่อง เขาลดกล้องลง ภาพข้างหน้าไม่ดีต่อใจ
วารีหันมองข้าง ซูมาร์ลาข้างเขากลับมองภาพนั้นอย่างตั้งใจ
วารีหันมองอีกข้าง วาโรก็มองอย่างตั้งใจ
“มันไม่ดีต่อใจนะวาโร” วารีเตือนแฟน
“เราต้องรับรู้ทุกอย่างที่เกิดในสนามรบ มันเป็นบาปของเหล่านักปกครอง เราเป็นคนสั่ง เราต้องดูคนทำงานที่เราสั่งต้นจนจบ จะมาทำอ่อนแอไม่ได้ ทหารแนวหน้าต้องเจอมากกว่าเรา” วาโรมองวารีอย่างตั้งใจ
วารีชะงัก กัดฟัน หยิบกล้องดูอีกครั้ง
เขามองให้ละเอียดมากขึ้น รับภาพทั้งหมดเข้าไว้ในหัว
ทหารศัตรูเริ่มจะวุ่นวาย หลายคนหนี หลายคนทิ้งอาวุธและวางมือไว้หลังหัวเดินหาทหารวาโรซีเมียเรีย เลียนแบบทหารทาสเพื่อหวังว่าจะรอดชีวิต
และผิดจากความคิดพวกเขาที่คิดว่าเดินไปตาย ทหารวาโรซีเมียเรียไม่ยิงคนที่ยอมแพ้ พวกเขารอคนยอมเดินเข้ามาใกล้ จับและใส่กุญแจมือดึงพาเดินไปข้างหลัง
วารีเดินไปหาเหล่าทหารที่ถูกจับด้านหลังกองทัพ ในใจเตรียมโดนด่าทอ
แต่เมื่อมาถึงทหารศัตรูยิ้มร่า เทิดทูญวาโรซีเมียเรีย
“วู้ววววว เรารอดชีวิตจากนรกมาได้เพราะบารมีวาโรซีเมียเรีย”
“ทั้งชีวิตข้าจะเลิกจับดาบและทำนาที่นั่น”
“เห้ย ช่วยกันทำงานแล้วหาเงินเปิดร้านเหล้ากันเปล่า? เปิดไว้ที่เมืองที่มีพวกเราเยอะๆน่าจะดี ใครคิดร่วมด้วยมาใกล้ๆเลย”
วารีทึ่งกับสิ่งที่ได้ยิน “พวกเราเป็นคนสังหารแท้ๆ ทำไมมันเป็นแบบนี้?”
วารีเดินไปหาคนที่หน้าเป็นมิตร แต่หลายคนล้อมวงคุยกันหาแนวทางหากินข้างหน้า
มองซ้ายขวาเขาเห็นคนหน้าโหดนั่งกอดอก วารีเดินไปคุย
“เอ่อลุง…”
“ฉันเพิ่ง 30 เองไอ้ทึ่ม โอ้ พวกวาโรซีเมียนี่นา ขอบใจนะ” ลุงพูดและพ่นลมครั้งใหญ่ออกจมูกจนมันบาน
“ทำไมทหารพวกลุงถึงบูชาเราแบบนั้นล่ะ?”
“มันหากินยากจะตายโหงอยู่แล้วที่มูจิมบู้ว ข้าหลอมดาบอยู่ดีๆก็โดนเกณฑ์มารบ ส่วนใหญ่ก็เป็นแบบนั้นแหละไอ้หนุ่ม หลายคนอดอยากอยู่ แถมพอมารบพวกเขาก็ไม่ให้เงิน หลายคนแค้นพวกนั้นเป้นเรื่องปรกติ” ลุงกอดอกพูด
“ครับ ขอต้อนรับเข้าประเทศแล้วกันครับ อย่าสร้างปัญหาให้เราทีหลังล่ะ” วารีบอก
“หวังว่าเจ้าจะไม่ล้มเพราะเครื่องประดับยศแล้วกัน เออ บอกฉันทีสิไอ้หนุ่ม พวกอาวุธพวกนั้น มันใช้เหล็กบางอย่างใช่มั้ย?” ลุงลืมตาข้างนึง ถามด้วยหน้าดุ
“มันผสมบางอย่างให้เบาด้วย แต่เหล็กล้วนก็มี” วารีบอก แต่ไม่บอกทั้งหมด
“ข้าจะฝึกผลิตมัน ถาข้าทำได้ ข้าจะรวย เอาล่ะ ฮึ่ม” ลุงตบสองมือไปบนเข่า เหมือนตั้งมั่นอะไรซักอย่าง
“ครับลุง ขอให้โชคดี ลองมาเป็นลูกน้องฝ่ายผลิตได้นะถ้ามีวิชาช่างตีเหล็ก เมื่อเข้าประเทศลองติดต่อสำนักงานหางานดูแล้วกัน” วารีพูดแล้วเดินไปหาเหล่าแฟนด้านหน้าต่อ
วารีมองสนามรบ ทหารเราประชิดเมือง เว้นระยะจากเมืองประมาณ 10 เมตร
วารีหันหาวาโร เธอพยักหน้า วารีจับวอเอามาที่ปาก “บุกเมืองได้เลย