วารีพัฒนาประเทศต่ออย่างไม่หยุดยั้ง แถมคอยดูแลเหล่าเมียในฮาเร็มจนหมุนหน้าหมุนหลัง แต่ต้องมาเจอกับอดีตที่เคยผิดพลาดตามมาหลอกหลอนทั้งๆที่ลูกใกล้คลอด ทำให้เหล่าแฟนพากันมาช่วยเพื่อให้คนเดิมกลับมาหาพวกเธอ วารีอยากทำงานค้าขายให้ดี รักฮาเร็มให้เต็มหัวใจ แต่โดนรุมเร้าจากทั้งจิตใจในอดีตและเหล่าผู้ก่อการร้าย ทั้งๆที่เมียท้องกันยกชุด เขาต้องทำทั้งหมดให้ได้ดี และสุดท้ายเมื่อทุกอย่างพร้อม เขาจะรับหน้าที่ราชา
รัก,แอคชั่น,แฟนตาซี,ชาย-หญิง,เกิดใหม่,ต่างโลก,คลั่งรัก,ชาย-ชาย,หญิง-หญิง,ฮาเร็ม,ชาย-หญิง,หญิงรุก,yaoi,โรมานซ์,โรแมนติก,ต่อสู้,รักวัยรุ่น,เกิดใหม่,ทำงาน,สร้างตัว,ฝึกฝน,นางเอกเก่ง,พระเอกเก่ง,รัก,แฟนตาซี,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
กำพร้า ณ ต่างโลก ภาค 2วารีพัฒนาประเทศต่ออย่างไม่หยุดยั้ง แถมคอยดูแลเหล่าเมียในฮาเร็มจนหมุนหน้าหมุนหลัง แต่ต้องมาเจอกับอดีตที่เคยผิดพลาดตามมาหลอกหลอนทั้งๆที่ลูกใกล้คลอด ทำให้เหล่าแฟนพากันมาช่วยเพื่อให้คนเดิมกลับมาหาพวกเธอ วารีอยากทำงานค้าขายให้ดี รักฮาเร็มให้เต็มหัวใจ แต่โดนรุมเร้าจากทั้งจิตใจในอดีตและเหล่าผู้ก่อการร้าย ทั้งๆที่เมียท้องกันยกชุด เขาต้องทำทั้งหมดให้ได้ดี และสุดท้ายเมื่อทุกอย่างพร้อม เขาจะรับหน้าที่ราชา
ฟรี 5,000 คนแรก
ภาค 1 เกิดใหม่เล็งไข่ตั้งมั่น
https://www.plotteller.com/book_reading_novel/01J6K59JBZFBKF5WR1DS8Y86Q2
วารีมุ่งมั่นพัฒนาประเทศให้ขยายไปมากขึ้น และเอาของยอดนิยมโลกเก่ามาขายเพื่อเปลี่ยนยุคจากยุคขี่นกมาใช้รถและมอเตอร์ไซค์
แต่อดีตตามมาหลอกหลอนและต้องเจอกับกำแพงที่ตัดสินว่าอะไรถูกต้องและไม่ถูกต้อง
และเขายังต้องเตรียมพร้อมทุกอย่างให้ลูกที่ใกล้เกิดมาในอนาคตข้างหน้า
เขาต้องสู้พัฒนาสร้างทุกอย่างพร้อมจิตใจที่ปั่นป่วน แต่ยังดีที่เหล่าแฟนคอยดูเขาใกล้ชิดและตบหัวเขาทุกครั้งที่เขาง้องแง้ง
https://www.facebook.com/profile.php?id=100087843892571&mibextid=LQQJ4d
bluesky
https://bsky.app/profile/wayuwayutl.bsky.social
166 พื้นที่หลังวัง
ท้ายเดือน 10 ยุคตีกันปี 124
คิเซกิดูงานย้ายกองอุกกาบาตหลังวัง
เหล่าช่างกำลังใช้สว่านหัวเพชรเครื่องใหญ่แบบถือมือเจาะมันให้แตกเป็นช่วงๆ
แต่งานนี้ที่ทำ ทดลอง ทำ ทดลอง และทำหลายต่อหลายครั้งเดินหน้าได้ช้ามาก
เหล่าหินพวกนี้มีน้ำหนักสูงมาก การยกมันด้วยโดรนยกทั้งก้อนเป็นไปไม่ได้ถ้าก้อนใหญ่ และก้อนเล็กส่วนมากย้ายเอาไปเก็บแล้ว
‘มันมีวิธีทำให้มันแตกทั้งก้อนทีเดียวมั้ย?’ คิเซกิถามกับตัวเอง
จากการทดลอง ถ้าของที่มีความร้อนสูงแต่ข้างในเย็นโดนน้ำเย็นจัดมันจะแตกไม่ว่าชิ้นใหญ่หรือแข็งแรงแค่ไหน
แต่วารีไม่ให้ใช้เครื่องมือที่ใช้เชื้อเพลิงเป็นน้ำมัน ลานกว้างขนาดนี้ และเครื่องพ่นไฟเยอะขนาดนั้นมันสร้างควันไม่ดีเยอะไป
ไม่เหมือนดาวเทียมที่ปล่อยแค่ทีเดียวในหลายต่อหลายปี
เวลาไฟเกิดขึ้นและอะไรเผาไหม้สักอย่าง ถ้าเป็นพวกพืชแห้งและสิ่งของที่ทำจากพืชอย่างกระดาษ มันไม่มีควัน
แต่การเผาไหม้ที่มาจากเชื้อเพลิงและพลาสติกใหม่ที่ไม่ใช่เยื่อต้นก๊อบแก๊บพลาสติก มันจะมี นั่นก็เป็นปริศนาหนึ่งของโลกนี้ ที่วารีสังเกตได้ว่าอากาศสะอาดกว่า
เหมือนในมือเขาที่ไม่มีควัน เขาดูดมันอีกครั้ง คำถามเกิดขึ้นมา ถ้ามันเป็นไฟเวทมนตร์ล่ะ?
จากเท่าที่สังเกตมาเห็นได้ว่าไฟจากเวทมนตร์ไม่มีควัน แสดงว่าพลังงานจากร่างกายและพลังเวทย์มาจากธรรมชาติเหมือนพืชอย่างนั้นหรือ?
นั่นอาจเป็นวิธีที่ดีกว่า เวลาหินร้อน แต่ข้างในเย็น มันจะเกิดการแตก ไหนลองคำนวณหน่อยแล้วกัน
เขากดเครื่องคิดเลขในมือถือด้วยมือเดียว เพราะนิ้วเขายาว การเอื้อมมือหาปุ่มที่ขอบจอไม่ใช่ปัญหา
เมื่อกดเสร็จ เขาส่งแชทไปหานา ‘ขอนักเวทย์ไฟมารับงานพิเศษหน่อย ขอนักเวทย์ที่ปล่อยไฟได้นานๆ ด่วนมาก’
ดูดบุหรี่อีกคำ ทิ้งลงพื้นเหยียบ แล้วหยิบแล้วส่งให้ลูกน้องแถวนั้นไปทิ้งพร้อมให้ทองเหรียญนึงตอบแทน
นาตอบกลับมา ‘ที่อยู่?’
‘สนามอุกกาบาต แถวใกล้วัง ให้บินมาเลย’
‘สิบนาที’ นาตอบกลับ เป็นอันสำเร็จเรียบร้อย
ปรกตินาจะรู้แผนการทำงานหมดว่าใครทำอะไรที่ไหน แต่เพราะคิเซกิที่เป็นแผนกวิจัยเป็นหนึ่งในข้อยกเว้นนั้น
วารีเคยอธิบายว่าถ้าคนเราทำอย่างหนึ่งเพราะอยากทำมันจะมีไฟมากกว่าบังคับหรือทุ่มงานใส่ แผนกนี้มีงานจากความคิดโลกเก่าวารีค้างไว้เยอะ และจะหยิบแต่งานที่น่าสนใจหรืองานที่เขาอยากรู้ความจริงบ่อยกว่างานที่วารีบอกว่าจำเป็น
ไม่นานก็มีโดรนบินมาเหนือหัว คิเซกิยกสองมือโบกเรียก
มีทหารเอานักเวทย์ไฟมา 6 คน เพราะเวทมนตร์ยังใหม่อยู่ ส่วนใหญ่เป็นทหารที่ฝึกเวทย์มาด้วยเวลาอันสั้น มันก็เป็นส่วนหนึ่งที่บอกว่าพวกเขาไม่ใช่ทหารทั่วไปและมีพรสวรรค์
เมื่อทหารเวทย์ ที่เหน็บปืนทุกคนลงมาหมดก็เรียงแถวหน้าคิเซกิอัตโนมัติและเอามือทาบอกเคารพพร้อมกัน
คิเซกิพูด “โอเค งานคือเผาตรงนี้ตลอดเวลา ประมาณสองชั่วโมง ลองปรึกษากันว่าจะแบ่งเวรยังไงและต้องการน้ำตาลเท่าไหร่ ฉันจะให้คนเตรียมมาให้ แม้สำเร็จหรือไม่สำเร็จ จะมีเงินตอบแทนให้ คุยกันให้เสร็จ และทำให้เป็นระเบียบทีเดียว”
“““ครับท่าน!””” ทหารพูดตอบกลับเสียงเดียวกัน
“ครึ่งชั่วโมงมาเจอกัน พักได้” คิเซกิพูดสั่ง
หลังจากนั้นเมื่อทหารคำนวณปริมาณน้ำตาลและคิวการสลับกันเผาเสร็จก็ยืนเรียงแถว คิเซกิที่ไปดูงานที่อื่นก็กลับมาตามเวลานัด
หลังเตียมน้ำตาล งานเผาหินเริ่มต้น ทหารสลับกันปล่อยเปลวเพลิงใหญ่เข้าด้านหนึ่งของหิน กระดกน้ำตาล
สองชั่วโมงผ่านไปทหารสามคนถือถังน้ำใหญ่มาตามสั่ง
คิเซกิสั่ง “สาม สอง ราด!”
ซ่า เปรี๊ยง เกิดเสียงดังขึ้นทันที
หินแตกเป็นเสี้ยวใหญ่ มันใหญ่พอที่จะขนด้วยโดรนขนของได้
‘เยี่ยม’ คิเซกิคิดในใจ ‘ก้อนใหญ่ขนาดนี้ปรกติต้องใช้ทั้งวัน เราย่นเวลาที่ต้องใช้ได้หลายเท่า เท่านี้แผนการเคลียร์พื้นที่นี้ก็เห็นภาพได้เร็วขึ้น’
คิเซกิขึ้นโดรนที่ทหารมา สั่งนักบินบินขึ้นเพื่อกลับแลบ เขาดูหน้าต่าง
‘พื้นที่ยังกว้างมาก มันสร้างเมืองใหญ่ได้อีกเมือง มันจะเป็นผลดีกับปัญหาการแออัดกันในเมืองหลวงที่ค่าที่ดินแพงอย่างวาโรเรีย โครงการนี้ไม่ได้มีค่าแค่หาพื้นที่ไว้หาเงิน มันเป็นการขยายเมืองหลวงที่ไม่ได้มีปัญหาเรื่องการป้องกันจากทุกด้าน เอาล่ะ งานยังอีกเยอะ มองข้างหน้าทีละขั้นตอนก่อนมองการไกลจะดีกว่า’ เขาคิด
หลังจากนั้นคิเซกิขอนักเวทย์ไฟกลุ่มใหญ่จากนา
แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือนักเวทย์ไม่มากเท่าที่คิดไว้เลย
‘ให้ตายสิ เดี๋ยวก็ไปรบอีกแล้ว เวลามันมากกว่านี้ได้มั้ยเนี่ย? พวกสมองกล้ามมันไม่มีอะไรให้ทำนอกจากสู้กันหรือไง?’ เขาคิดในใจ แต่เพราะการออกกำลังกายมันดีต่อร่างกาย เขาคิดย้อนแย้งกับตัวเองอยู่เหมือนกัน
ถ้าแบบนั้นก็ต้องเพิ่มการใช้ไฟด้วยไม้เยอะ แต่ไม้มันต้องตัด มันขึ้นอยู่กับว่าวารีต้องการมันให้เร็วแค่ไหน แต่จากปากเขา เขาไม่ได้รีบกับโครงการนี้เพราะเข้าใจความยากของมัน และความสะอาดต่อโลก
‘เพื่อระยะยาว โอเค ระยะยาว ใจเย็นๆ…’ คิเซกิคิดในใจ
วันเดียวกัน
ตอนนี้วาโรซีเมียเรียมีหลายปัญหา ผู้อพยพเข้าประเทศมามากกว่าที่คิดไว้ และเราให้ทุกคนไปสร้างหมู่บ้านในประเทศนี้เยอะแล้ว มันไม่มีเหตุผลที่ดีต่อระบบประเทศถ้ามีหมู่บ้านหรือเมืองใหญ่อยู่ใกล้กันถี่เกินไป มันจะสร้างความขาดแคลน
หลายต่อหลายคนเลยคิดอยู่ที่วาโรเรีย เมืองแห่งโอกาสใหม่ในชีวิต
แน่นอนมีคนที่เจอสิ่งที่ตัวเองถนัดในหลายอาชีพใหม่ที่วาโรเรียมี
คนมีสมาธิระยะยาวขับโดรนส่งของ คนมีแรงทำงานก่อสร้าง คนขยันและหัวดีหาสินค้ามาขายและเป็นนักวิชาการ
ส่วนคนที่อาชีพเก่าหมดไป ชาวนาไร้ที่ดิน ทหารไร้ประเทศ และอีกมากไม่มีงานทำ โดยเฉพาะทหารรับจ้าง
ส่วนใหญ่มาอยู่ข้างถนน กระจุกกันเป็นวงตามสวนสาธารณะแม้ถูกห้าม บางส่วนนอนหน้าโรงทานที่วีและวิวสร้างรออาหารไปวันๆ
งานเสริมยอดนิยมอย่างเด็กเสิร์ฟและแรงงานเริ่มไม่มีงานรองรับให้ เกิดปัญหาคนไร้บ้านมากมาย
วารีเดินดูโรงทานที่คนแน่น ทหารที่คุมอยู่ในนั้นตลอดเวลาต้องมาคอยเป็นพี่เลี้ยงเหล่าผู้ใหญ่ยังไม่โต หรือเด็กของครอบครัวเหล่านั้นที่ยังทำอะไรไม่ได้
ปัญหาเรื่องการศึกษาเห็นได้ชัดในหมู่ผู้อพยพเหล่านี้
คนวาโรซีเมียเรียส่วนใหญ่มีการศึกษาดี เพราะก่อนวารีเปิดโรงเรียนทางการ มันมีสถานที่สอนความรู้ทั่วไป การคำนวณเบื้องต้นแบบง่ายๆ และการวางตัวในที่สาธารณะ
แต่สำหรับคนจากที่อื่นที่พัฒนามาไม่เท่าวาโรซีเมียเรียมันแย่กว่าที่คิดไว้มาก
คนเขียนอ่านไม่ได้เยอะ คนที่ควบคุมอารมณ์ได้แย่สูง และคนที่เป็นคนรุนแรงคุมอารมณ์ได้แย่มากสูง
เกิดการต่อยกันทุกวันในโรงทาน การลัดคิวเป็นเรื่องปรกติ เด็กที่ไม่มีพลังโดนผู้ใหญ่เบ่งใส่ให้ไปต่อหลังแถวเยอะจนเป็นธรรมเนียม
วิวเดินดูคนเหล่านั้นด้วยหน้าเศร้า เธอไม่ได้คิดถึงที่นี่ให้ออกมาเป็นแบบนี้
ที่เธอคิดไว้คือสำหรับคนที่ทำงานแล้วโดนไล่ออกกระทันหัน นักธุรกิจที่ลงทุนหมดตัวด้วยความหวังผิดหวังแล้วเจ๊ง หรือเด็กที่ไม่มีพ่อแม่จนต้องทำงานก่อนวัยโดยไม่มีใครช่วย
‘แต่นี่มันอะไรกัน?’ เธอบ่นในใจ
มันเกิดการทำตัวเป็นผู้มีอิทธิพล แบ่งกลุ่มว่ากลุ่มนี้ต้องได้ก่อนกลุ่มนั้น คนนี้ต้องได้กินเยอะกว่าคนนั้น
และปัญหาคือพวกทหารรับจ้างเก่า
สมัยวาโรเป็นราชินีคนเดียว มีคนเหล่านั้นอยู่ในประเทศอยู่แล้วเพราะพ่อเธอใช้คนเหล่านั้นกับทวีปเหนือ
แต่พอวารีมาเขาเลือกคัดคนให้คนที่ฝีมือต่ำกว่าเกณฑ์ออกไป และเหลือไว้แต่มืออาชีพจริงๆที่เข้ากับทหารได้
หลายคนทำงานมานานจนเปิดโรงฝึกเตรียมทหารสำหรับพ่อคนแม่คนหรือวัยรุ่นคนไหนที่สนใจ และพวกเขาคิดว่าเป็นคนของประเทศนี้
แต่เหล่าทหารรับจ้าง ที่พูดได้ว่าฝีมือไม่ถึงไม่มีที่ไป พยายามอ้างแม้ได้คำตอบแล้วว่าอยู่ไม่ได้ พยายามทำเหมือนไม่ได้ยินคำตอบและอยากทำเหมือนที่เคยทำ ใช้เวลาว่างฝึกแค่พอประมาณและทักษะไม่เพิ่ม หลายคนที่เป็นแบบนี้ตอนนี้มาอัดกันอยู่ที่นี่
มันต้องมีการลงดาบอะไรซักอย่างกับที่นี่ และวันนี้วารีก็มา เขามากับวิวและวี วิวพูดก่อน “มันเป็นแบบนี้ประจำ…”
“ไม่ใช่ว่าคิดไม่ได้เลยนะ ปัญหาอะไรแบบนี้มัน… เป็นไปได้ ไม่ใช่ว่าคนพวกนี้อยากอยู่แบบนี้ แต่มันเพราะคนพวกนี้อยากอาศัยแบบที่ตัวเองเคยอยู่ และรับไม่ได้หากนายจ้างไม่ยอมจ้างแบบที่เคยได้ มันเป็นปัญหาเรื่องความนึกคิดส่วนตัว” วารีคิดปลอบเธอ แต่เพราะวิวรับกับความจริงได้ดีกว่า เขาพูดไปแบบนั้น
“มีทางแก้มั้ย?”
“มี… ไล่ไปสิ”
“แบบนั้นมัน หยาบยังไงก็ไม่รู้ดิ ไม่มีวิธีนุ่มนิ่มกว่านี้เหรอ?”
“เราทำให้เธอเลิกเดินด้วยขาแมงมุมได้มั้ยล่ะ?”
“ไม่ได้แน่นอนอยู่แล้ว”
“คำตอบมันก็เป็นแบบนั้นแหละ” วารีตอบด้วยหน้าเศร้าๆ
“แต่เธอขอให้เปิดรับคนไม่ใช่เหรอ? กับโครงการค้นหาพนักงานของฮาโมนี่นั่นอ่ะ” วิวถาม
“เราแอบ… แอบแบบว่า… วางยาไว้ที่อาหารอะไรแบ…” วีพูดขึ้นมา
“ไม่ผ่านๆ แบบนั้นก็แย่เกิน ถึงไม่มีฝีมือ แต่พวกเขาก็ยังเป็นคนนะ” วารีขัดทันที
“แต่นั่นอาจดีกว่าที่อยู่แบบทิ้งขว้างแบบทุกวันก็ได้” วิวดันเห็นด้วยกับวีให้มันแย่ขึ้นไปอีก
“ห้ามยาพิษ จริงจังเลย โอเคนะ ส่วนเรื่องที่เปิดรับคน พวกนี้ดื้อไม่ยอมเป็นอย่างอื่นนอกจากทหารรับจ้าง มันเลยออกมาเป็นแบบนี้”
““เค”” สองคนตอบพร้อมกัน
‘พวกเธอไม่ได้โหดขนาดนี้เมื่อสมัยก่อนเลย อะไรมันเปลี่ยนไปเนี่ย?’ วารีเกิดคำถาม
มันอาจเป็นตัวเขาเอง เขากลัวข้อนั้นมากที่สุด
หลังจากนั้นสามคนเดินไปที่สวนใกล้ๆ เดินไปด้านหลังสวน ไปถึงลานกว้างที่ใช้ทำกิจกรรมสำหรับชาวบ้านที่โดนยึด
มันเต็มไปด้วยที่อยู่อาศัยแบบทำด้วยขยะ บางบ้านใช้แผ่นไม้ แผ่นกันกระแทกสำหรับส่งของชิ้นใหญ่มาเป็นหลังคา ตั้งด้วยเศษไม้หรือเศษเหล็ก
เมื่อวารีเดินมาถึง เหล่าผู้ชายกำยำหลายคนลุกและมองวารีด้วยหน้าตาที่เคียดแค้น
เรื่องนี้วารีรู้อยู่แล้วในใจ แต่พอเห็นเด็กๆทำเหมือนที่พ่อตัวเองทำตามเขาก็หดหู่ลงอีก และกดดันตัวเองมากขึ้น
วารีเดินเข้าไปในบ้านที่ใหญ่ที่สุด เคาะแผ่นไม้ที่เป็นประตู “ผมราชาวารี”
“เข้ามาเลย เรารออยู่แล้ว” เสียงผู้ชายดุๆตอบกลับมา
วารี, วี, และวิวเดินเข้าไปในเพิงไม้
เมื่อเข้ามาก็เห็นชายกลางคนกำยำกำลังนั่งกับพื้นยองๆ
พื้นตรงข้ามเขามีผ้าปูอยู่ วารีลงนั่งขัดสมาธิ แต่วีและวิวยืนคุมหลังเขาอยู่ไม่นั่งเหมือนชายที่วารีมาคุย
“ท่านมาทำไม?” ชายกลางคนพูดขึ้นมา เปิดบทสนทนา
“ที่ผ่านมาเราคิดว่าเราจะอยู่ด้วยกันได้ แต่การกระทำของคุณทำให้เราเห็นว่าเรื่องนั้นเป็นไปไม่ได้ พวกคุณไม่ฝึกฝนงานให้ตัวเองมีค่า และไม่ยอมทิ้งงานเก่าเลิกเป็นทหารรับจ้าง เรามาไล่ ถ้าพูดตรงๆ” วารีเปิด
“เราเป็นทหารรับจ้างมาหลายช่วงอายุคน ท่านจะให้เราทิ้งงานตะกูลเรา กว่าท่านปู่จะฝึกข้าจนเก่ง ท่านเสียเวลาทั้งชีวิต ตั้งแต่เด็กยันแก่ จนพวกท่านถือไม้เท้าแทนดาบ พวกท่านยังฝึกเรา จะให้เราทิ้งงานแบบนั้นไปแล้วแค่ ‘เปลี่ยน’ แบบนั้นเหรอ?”ชายกลางคนแย้งทันที
“เรามีทหารของเราเองพอแล้ว และการสู้แบบเก่ามันไม่จำเป็นในยุคนี้ ผมไม่จำเป็นต้องบอกรายละเอียดของการฝึกทหารให้คุณเข้าใจ แต่การสู้แบบเก่ามันกำลังหมดไปในยุคนี้ พวกคุณปรับตัวไม่ได้ ไม่คิดเป็นทหารของประเทศเพราะอยากออกแนวหน้าแบบเดิมๆแล้วเก็บค่าหัวจากคนที่สังหารได้เพื่อทรัพย์สินเข้าตัว แบบนั้นมันอยู่ไม่ได้แล้วในยุคนี้” วารีอธิบาย
“ปืน… มันไม่ใช่อาวุธของนักรบ” ชายกลางคนพูด
“คุณพูดอะไรที่อยากพูดก็ได้ แต่มันจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เมื่อมีรถยนต์ แน่นอนว่าอาชีพขายนกฟาเนิคจะไร้จุดยืนทำมาหากิน และหลายเจ้าต้องปิดกิจการไป แต่นั่นเป็นธรรมดาของโลก เทคโนโลยีเดินหน้าไปเรื่อยๆ ถ้าคนไม่เดินกับมัน ก็ต้องถูกทิ้งไว้ข้างหลัง” วารียกตัวอย่าง
“แล้วจะให้ข้ากลับไปไหน?” ชายกำยำถาม
“ทำไมไม่กลับประเทศที่ท่านรักล่ะ นั่นก็เป็นตัวเลือกหนึ่งนี่” วารีชี้
ชายกำยำเงียบไม่พูดอะไร
วารีรู้ดีว่าเพราะอะไร ถ้ากลับไปประเทศตัวเอง ทางเดียวที่จะหาเงินได้คือออกรบ การรบกันไม่มีขาดที่นั่น เหล่าคนพวกนี้ต้องออกแนวหน้าฆ่าฟัน เพื่อแลกเงิน ถึงเป็นงานที่ชอบ จากที่เขาพูด มันเสี่ยง
มันไม่มีอยู่สบายเหมือนที่นี่ ที่ไม่ทำงานอะไรซักอย่างก็มีข้าวให้กิน
ยิ่งรวมความสบายจากการสร้างอิทธิพลในโรงทาน มันทำให้สะดวกกว่าอะไรทั้งนั้นเข้าไปอีก
“เราจะออกค่าเดินทางและหาเสบียงระหว่างทางให้ มันจะง่ายและสบาย พวกคุณไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น” วารีบอก
“ทำไมไม่สอนให้เราใช้ปืนล่ะ? นั่นก็เป็นทางเลือกหนึ่งไม่ใช่เหรอ?” ชายกำยำถาม
“เรื่องนั้นเป็นไปไม่ได้” วารีบอก
วีหาวอยู่ข้างหลังและวิวแย่กว่า เธอหยิบมือถือมารูดดูแล้ว
เรื่องปืน ก็ใช่อยู่ถ้าทหารเหล่านี้ใช้ปืน เขาออกไปรบกับทหารเราได้ แต่เพื่ออะไรกันล่ะ เพื่อเพิ่มทหารมาหยิบมือ แต่ต้องเสียเงินเพื่อจ้างทั้งๆที่มีทหารพอแล้วอย่างนั้นหรือ การใช้เงินทิ้งขว้าง เป็นไปไม่ได้สำหรับวารี
“ถ้าพวกท่านกดดันเรา อาจจะได้ผลตอบแทนที่พวกท่านไม่คาดหวัง” ชายกำยำพยายามทำเสียงให้น่ากลัว
มันเหมือนสุนัขตัวเล็กที่เห่าขู่สุนัขตัวใหญ่ วารีเข้าใจว่าพวกเขาอยากทำให้ตัวดูน่ากลัวเพราะเป็นนักรบ แต่ภาพที่ออกมากลับน่าสงสารมากกว่า
วีหรี่ตาพูดทันที “นั่นขู่เหรอ?”
“ข้าไม่กล้าขู่ท่านราชาและเหล่าว่าที่ภรรยาหรอกท่านหญิง… พวกท่านต้องเข้าใจ คนแบบเรา กลุ่มเรามีเยอะ ใช่ที่ว่าพวกเราอาจยอมกลับดีๆเพราะเราคุยกันเข้าใจ แต่มันก็ต้องมีกลุ่มหนึ่งที่ไม่ยอม มันต้องมีคนแตกแถว ข้าคุมคนเหล่านั้นไม่ได้ ถ้าพวกเขาทำอะไรที่ไม่ฉลาดนัก พวกเราจะทำยังไง” ชายกำยำหลับตาพูด
จากน้ำเสียงเขาพูดจริง มันไม่ได้เป็นคำขู่ แต่การกระทำที่วารีจะทำอาจมีบางกลุ่มยอมรับไม่ได้และทำเรื่องที่โง่ๆอย่างกบฏ
“ถ้ามันถึงเวลานั้น เราจะจัดการเอง” วารีพูด
“นั่นจะยิ่งแย่… ไม่ใช่สำหรับข้า แต่เป็นสำหรับท่าน” ชายกำยำพูด
“บอกได้มั้ยว่าเพราะอะไร?” วารีถาม
“การสังหารหมู่ มันดูแย่ตลอดไม่ว่าใครทำ หรือมันมีเหตุผลแค่ไหน ถ้าท่านแค่ใช้พลังของท่านกวาดล้างพวกนั้น พวกเขาจะหมดไปง่ายๆ แต่ประชาชนจะคิดกับท่านยังไง ท่านลองคิดข้อนั้นดู” ชายกำยำพยายามเตือนวารี
“ถึงมันจะไปถึงขั้นนั้น เราก็ยังให้ปืนกับพวกคุณไม่ได้อยู่ดี” วารีพูดเงียบๆ
เพราะสิ่งหนึ่งที่ทหารของประเทศกับทหารรับจ้างต่างกันคือความรู้สึกของบ้านที่ผลักดันหลังให้ทำเรื่องที่ยากกว่า
ทหารรับจ้างไม่มีความรู้สึกนั้น ถ้าพวกเขาออกไปสู้และอีกฝ่ายเสนอเงินมาให้เยอะกว่า ทหารรับจ้างจะแค่พูดว่า ‘โอ้ดีเลย’ แล้วก็ย้ายฝั่ง แบบนั้นเลย
ชายกำยำที่ไม่ได้บอกชื่อพยักหน้า เสียงลมแรงมาจากข้างนอก จากนั้นหลังคาบ้านชั่วคราวของเขาเปิด
เขานั่งนิ่งไม่ตื่นตระหนก มองหน้าวารี ความแค้นเห็นได้ชัดจากเลือดในตาของเขา
“เราซ่อมหลังคาให้ได้นะ” วารีบอก
“ไม่จำเป็น เดี๋ยวข้าก็จะไปจากที่นี่แล้ว” ชายกำยำพูด
“งั้นผมขอตัว ขอให้เดินทางปลอดภัย”
“ขอบคุณ…” ชายกำยำพูดดุๆเหมือนประชดประชัน
วารียืนมองหน้าเขาซักพัก จากนั้นหันหลังเดินออกจากบ้าน วีและวิวตามมาทันทีหลังจากนั้น
“ได้เวลากลับแล้ว ฉันมีขึ้นร้องส่งทหารอีก” วีพูด
“นั่นสินะ ไปเถอะ” วารีอยากยิ้มให้วี แต่ยิ้มไม่ออกกับความวุ่นวายที่จะเกิดขึ้น
“มันดีกว่านี้ไม่ได้เหรอ?” วิวพูดขึ้นมาด้วยเสียงเศร้าๆ
“คงไม่ พวกนี้ไม่ใช่คนของเรา พวกเขาไม่เคยคิดเป็นหนึ่งกับเรา” วีเป็นคนพูดแทนก่อนที่วารีจะอ้าปากทัน
วารีและวีกับวิวเดินกลับวัง หลังตรงและเต็มไปด้วยความกล้าและความพร้อม
คืนนั้น
วีอยู่ในห้องแต่งหน้า เครื่องแต่งกายพร้อมหมดแล้ว มันเหลือแค่แต่งหน้าและรอให้ถึงเวลาออกไปร้องเพลง
เพราะมีเวลาซ้อมน้อยกว่าปรกติ มันมีความกังวลในใจ แต่ไม่มากพอที่วีจะออกอารมณ์บนหน้า
หน้าเธอเต็มไปด้วยความมั่นใจและมองกระจกที่อยู่ข้างหน้า มองหน้าตัวเอง เตรียมใจให้พร้อมก่อนออกไปร้องเพลง
เหล่าคนที่มาวันนี้เป็นเหล่าทหารและครอบครัวของทหารเท่านั้น เพราะฉะนั้นระเบียบน่าจะดีกว่าปรกติ
เรางดการแจกทองให้นักร้องวันนี้ เพราะเราไม่มีเจตนาหากำไรจากทหาร
แน่นอนว่านั่นเป็นความเห็นของวารี
วีขึ้นร้องเพลงและทุกอย่างเป็นไปได้สวย
ใจวีเต็มไปด้วยความรู้สึกสำเร็จในหน้าที่ ที่เหลือก็แค่ร้องเพลงสุดท้ายให้จบ มันเป็นเพลงที่เร็วและเรียกกำลังใจในความเชื่อมั่นในความรัก
รักที่แท้ไม่แพ้ทั้งนั้น
เหมือนรักของเธอ
แต่เหตุการณ์ผิดคาดเกิดขึ้น กลุ่มผู้หญิงด้านหน้า น่าจะเป็นเหล่าเมียทหารแบ่งเป็นสองกลุ่ม จากนั้นเริ่มตบกัน
เหล่านักเต้นเสียสมาธิ บางคนเริ่มมอง
การเต้นมีผิดพลาดนิดหน่อย แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา
แต่เมื่อมีหนุ่มแมวนักเต้นที่ต้องทำเหมือนลูบด้านหน้าวี เล็บเขาเก็บไม่หมด และมันเกี่ยวเสื้อที่หน้าอกของวีข้างหนึ่ง
หลังจากนั้นมันก็หลุด ตรงหน้าอก เสื้อวีตกไปข้างหนึ่ง และหน้าอกวีแบบเปลือยๆเปิดโล่งให้คนทั้งหมดเห็น
“โอ๊ะ” วีอุทาน