วารีพัฒนาประเทศต่ออย่างไม่หยุดยั้ง แถมคอยดูแลเหล่าเมียในฮาเร็มจนหมุนหน้าหมุนหลัง แต่ต้องมาเจอกับอดีตที่เคยผิดพลาดตามมาหลอกหลอนทั้งๆที่ลูกใกล้คลอด ทำให้เหล่าแฟนพากันมาช่วยเพื่อให้คนเดิมกลับมาหาพวกเธอ วารีอยากทำงานค้าขายให้ดี รักฮาเร็มให้เต็มหัวใจ แต่โดนรุมเร้าจากทั้งจิตใจในอดีตและเหล่าผู้ก่อการร้าย ทั้งๆที่เมียท้องกันยกชุด เขาต้องทำทั้งหมดให้ได้ดี และสุดท้ายเมื่อทุกอย่างพร้อม เขาจะรับหน้าที่ราชา
รัก,แอคชั่น,แฟนตาซี,ชาย-หญิง,เกิดใหม่,ต่างโลก,คลั่งรัก,ชาย-ชาย,หญิง-หญิง,ฮาเร็ม,ชาย-หญิง,หญิงรุก,yaoi,โรมานซ์,โรแมนติก,ต่อสู้,รักวัยรุ่น,เกิดใหม่,ทำงาน,สร้างตัว,ฝึกฝน,นางเอกเก่ง,พระเอกเก่ง,รัก,แฟนตาซี,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
กำพร้า ณ ต่างโลก ภาค 2วารีพัฒนาประเทศต่ออย่างไม่หยุดยั้ง แถมคอยดูแลเหล่าเมียในฮาเร็มจนหมุนหน้าหมุนหลัง แต่ต้องมาเจอกับอดีตที่เคยผิดพลาดตามมาหลอกหลอนทั้งๆที่ลูกใกล้คลอด ทำให้เหล่าแฟนพากันมาช่วยเพื่อให้คนเดิมกลับมาหาพวกเธอ วารีอยากทำงานค้าขายให้ดี รักฮาเร็มให้เต็มหัวใจ แต่โดนรุมเร้าจากทั้งจิตใจในอดีตและเหล่าผู้ก่อการร้าย ทั้งๆที่เมียท้องกันยกชุด เขาต้องทำทั้งหมดให้ได้ดี และสุดท้ายเมื่อทุกอย่างพร้อม เขาจะรับหน้าที่ราชา
ฟรี 5,000 คนแรก
ภาค 1 เกิดใหม่เล็งไข่ตั้งมั่น
https://www.plotteller.com/book_reading_novel/01J6K59JBZFBKF5WR1DS8Y86Q2
วารีมุ่งมั่นพัฒนาประเทศให้ขยายไปมากขึ้น และเอาของยอดนิยมโลกเก่ามาขายเพื่อเปลี่ยนยุคจากยุคขี่นกมาใช้รถและมอเตอร์ไซค์
แต่อดีตตามมาหลอกหลอนและต้องเจอกับกำแพงที่ตัดสินว่าอะไรถูกต้องและไม่ถูกต้อง
และเขายังต้องเตรียมพร้อมทุกอย่างให้ลูกที่ใกล้เกิดมาในอนาคตข้างหน้า
เขาต้องสู้พัฒนาสร้างทุกอย่างพร้อมจิตใจที่ปั่นป่วน แต่ยังดีที่เหล่าแฟนคอยดูเขาใกล้ชิดและตบหัวเขาทุกครั้งที่เขาง้องแง้ง
https://www.facebook.com/profile.php?id=100087843892571&mibextid=LQQJ4d
bluesky
https://bsky.app/profile/wayuwayutl.bsky.social
172 เจรจาซื้อตัวประกัน
โคลตื่นมาพร้อมแสงแดด
เกือบกลางเดือน 11 ยุคตีกันปี 124
ตอนนี้เขาเกลียดแสงแดดที่นี่ ถ้าที่นี่เป็นวาโรซีเมียเรีย
พวกเขาบอกว่าโคลอยู่ที่เมืองใหญ่ติดชายแดนมาร์แลนด์
แต่โคลไม่เชื่อเรื่องนั้น
เขาคิดว่าตัวเองยังอยู่ในมาร์แลนด์ เพราะการเดินทางมันเร็วจัดไม่ถึงวัน เขาคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะย้ายเขาจากมาร์แลนด์ไปวาโรซีเมียเรีย
เมืองนี้ไม่ถึงกับเป็นเมืองชายแดนเลยทีเดียว ที่นั่นเป็นเมืองป้อมปราการ และมีแต่ทหารอยู่
พวกเขาบอกว่าเพื่อการอยู่และกลืนกินไปเป็นคนของวาโรซีเมียเรีย พวกเขาจะอยู่ที่เมืองนี้ที่ถูกแต่งตั้งเป็นเมืองหน้าด่านการเปลี่ยนแปลงความคิดของคนต่างประเทศ
ทหารมาหน้าห้องโคล เอากระบองเคาะประตูเหล็กด้านหน้าเบาๆ “อาหารมาแล้ว”
โคลรีบลุกไปทันทีแล้วไปรับโคลคำนับนิดหนึ่ง แค่นิดเดียวเหมือนผงกหัว
ทหารพยักหัวตอบและเดินหายไป
จากนั้นกลิ่นพริกไทยเข้าจมูกโคล
โคลวางอาหารที่โต๊ะ ใช่ไอ้พวกโง่นั่นมีโต๊ะเก้าอี้ไว้ให้นักโทษด้วย
มันไม่ได้ทำจากไม้ มันเป็นวัสดุมันๆสีสดๆ บางเบาและทนทาน
ต่อให้มันเป็นรอยมันก็ไม่พัง วันแรกที่โคลมาโคลคว่ำโต๊ะแล้วเตะเก้าอี้ แต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับทั้งสองอย่าง
แต่นอนนี้เขาขอบคุณที่มีมัน มันเอาไว้วางอาหาร ของโปรดประจำสามมื้อต่อวัน
สิ่งที่อยู่ในจานหลุมคือ ขนมปัง และต้มจืดหมูผักกาดขาวใส่ไข่เจียว
โคลกิน ได้รสน้ำซุปรากผักชี กลิ่นพริกไทย
เขาตักหมู จุ่มขนมปังเข้าน้ำต้มจืด กินเข้าปาก
เขากินอย่างรวดเร็วและหมดอย่างรวดเร็ว
มันเป็นสิ่งหนึ่งที่เขารอทำเป็นอย่างแรกเมื่อได้ออกจากคุก การล่าซื้ออาหารและกินมากกว่าหนึ่งจานด้วยเงินที่เขามี ไล่ล่าอาหารอันโอชะที่อยู่ในวาโรซีเมียเรีย
เขานั่งหน้าจานเปล่าเหม่อลอย นึกถึงชีวิตในมาร์แลนด์
นมแพะ ข้าวโอ้ต ขนมปังแข็งๆ
โคลส่ายหน้า ‘ข้าต้องกลับไปที่ประเทศบ้านเกิดของข้า ข้าเป็นลูกหัวหน้าเผ่าใหญ่ จะมาไล่ล่าอาหารที่วาโรซีเมียเรียเหมือนพวกทรยศไม่ได้’
เขาเอาอาหารไปวางจุดวางจานเปล่า แล้วลงนอนที่เตียง
จากนั้นเสียงคนเดินมา หยิบจานจากช่องและเอามันไป และเดินจากไปเงียบๆ
พวกเขาเก็บจานอย่างเร็ว มันมาเวลาเดิมหลังกินเสร็จทุกวัน
‘พวกมันทำอะไรเป็นระบบขนาดนี้ได้ยังไง พวกทหารพวกนี้ไม่ต้องมีคนสั่ง และทำงานตามเวลาเป็นเรื่องปรกติ’ โคลคิด
‘เหมือนพวกมันภูมิใจและรอการได้ทำงานให้สำเร็จได้อย่างดี’ โคลเหงื่อตก นี่แค่ทหารที่ไม่ได้อยู่แนวหน้า
แน่นอนล่ะ สิ่งที่เขาเจอมันเหมือนฝันร้ายมากกว่าที่เห็นอยู่ตรงนี้หลายเท่า
พวกมันสังหารคนได้โดยไม่ต้องเดินไปหา และทหารที่เดินมาแค่เก็บกวาดต่อจากอาวุธสังหารพวกนั้น
‘ปืนใหญ่เหล็ก’ โคลเหงื่อตก ใจวูบ กลัว
‘แต่ถ้าฉันกลับไปได้ ฉันนำทหารที่เหลือบุกวาโรซีเมียเรียและยึดมันมา จากนั้นใช้มันนั่นแหละบุกวาโรซีเมียเรียให้หมดสิ้น แบบนั้นน่าจะเป็นไปได้’ โคลเพ้อถึงอนาคต
“หุหุหุ มันเหลือแค่รอเวลา” โคลพูดกับตัวเอง
“อะไรเหลือแค่เวลา?”
หลังเสียงพูด โคลหันควับและเห็นทหารอยู่หน้าห้อง
“ช่างมันเถอะ เอ่อ นายโคล ลูกหัวหน้าเผ่า มีคนอยากเจอและต้องย้ายไปบางที่ชั่วคราววันพรุ่งนี้”
“ไปที่ไหน?”
“เรื่องนั้นบอกไม่ได้ ความลับทางทหาร”
“สำหรับลูกหัวหน้าเผ่า อะไรมันจะลับนักหนาที่บอกฉัน ‘ลูก หัว หน้า เผ่า’ ไม่ได้?”
“ลับคือลับ อย่าเร้าหรือ” ทหารพูดแล้วเดินหายไป
“เฮ้ ไปไหน!? ไปทำอะไร!? บอกข้ามา!” โคลตะโกนไล่หลัง
ทหารหายลับไปแล้วเมื่อโคลไปยืนหาหน้าห้อง
“อะไรของมันวะ!” โคลเดินไปเตะโต๊ะ
โต๊ะกระเด็นกระแทกพื้น เด้งกลับมาเข้าโป้งเท้าเขา
โคลก้มจับนิ้วเท้าหน้าเหยเกจากความเจ็บ
เมื่อความเจ็บบรรเทา โคลวางโต๊ะที่เดิม และไปนั่งที่เตียง เอนนอน รอพรุ่งนี้ที่มีอะไรให้ทำมากกว่า
เมืองใหญ่ในตะวันตกของมาร์แลนด์
“การเจรจาเป็นยังไง?” ชายที่เลยวัยกลางคนไปนิดหน่อยพูด แกว่งไวน์ในมือ
เหมือนบางคน
เขาเมาตั้งแต่เริ่มวันแล้ว อีกหน่อยก็กำลังกรึ่มๆ
“พวกเขาตอบรับและยินดีมาเจรจาครับ” ผู้ส่งสาส์นรายงาน
“ที่ไหน?” ชายเลยกลางคนถาม
“เราต้องไปหาพวกเขา” ทหารพูด
“กล้าดีนัก… แต่เพื่อลูก ข้าคงต้องทำ”
“ท่านฮูมาร์ ข้าไม่เห็นด้วยกับการไปหาพวกมัน” มือขวาฮูมาร์ที่ประชิดตัวตลอดเวลาแนะนำ
“ข้าจำเป็น… เพื่อโคล” ฮูมาร์พูด
“เพราะความเป็นพ่อหรือเจ้าของเผ่า?” มือขวาพูด
“อย่ามากระแซะข้า ข้ารู้ว่าเป็นนิสัย อย่าทำมัน” ฮูมาร์เตือน หน้าจริงจัง
“ครับท่าน” มือขวายอมถอยและไม่พูดต่อ
ฮูมาร์จิบไวน์ต่อ “ขอรายงานจำนวนทหาร”
“ทหารเรา 50,000 นายพร้อมอยู่ในเมืองและปกป้องมัน พร้อมทหารทาสอีก 50,000 นายติดอุปกรณ์รบเรียบร้อย” มือขวารายงาน
“ให้ทหารทาสฝึกโจมตีระหว่างรอมันมา เรามีเมืองหน้าด่านคอยเป็นกันชนอยู่อีกไม่มาก สุดท้ายเราต้องยืนหยัดป้องกันที่นี่ด้วยทั้งหมด”
“ครับท่าน”
“หลังเราป้องกันได้ เราจะใช้ทหารทั้งหมดตีโต้กลับไป เท่านี้เราก็ชนะสงครามกับพวกมันได้” ฮูมาร์ซดไวน์ทั้งหมด “ง่ายๆแค่นี้ นี่แหละแผนข้า”
“ครับท่าน”
“ไม่มีความเห็นเหรอ? พูดเหมือนตอบส่งๆ” ฮูมาร์ถาม
“อยากได้ความเห็นข้าเหรอครับ?” มือขวาถาม
“ใช่ ทำไมเจ้าทำตัวกวนประสาทจริงวันนี้?” ฮูมาร์เริ่มเคือง
“ข้าคิดว่า เจรจาเรื่องท่านโคล และใช้เงินนั้นรวมสัญญาสันติภาพด้วยจะดีกว่า แต่ก็นั่นแหละ นั่นก็คือความเห็นข้า” มือขวาพูด
“ไร้สาระ สันติภาพ เหอะ! กับวาโรซีเมียเรีย เหอะ!”
“ครับท่าน”
“ไปไหนก็ไปซะ อย่าให้ข้าเห็นหน้าซักชั่วโมงแล้วเอาหญิงมาให้ข้า” ฮูมาร์โบกแขนไล่มือขวา
“เอาผู้หญิงก่อนข้าพักหรือหลังข้าพัก ท่านสั่งไม่เข้าใจ ข้าขอเสียมารยาท” มือขวาพูด หน้านิ่ง
“เอามาก่อนสิวะ ไปได้แล้วไป ก่อนข้าจะฟัน!”
“ฟันข้าหรือฟันผู้หญิง เอาล่ะข้าขอตัว”
“ไอ้มือขวา! เดี๋ยว!” หลังฮูมาร์ลุกง้างแก้วไวน์ มือขวาเขาก็เดินถอยหลังออกห้องไปเรียบร้อยแล้ว
ฮูมาร์เติมไวน์ เดินไปที่โต๊ะไม้ วางไวน์บนพื้น ใช้สองมือคว่ำโต๊ะ หยิบไวน์กลับมานั่งใหม่
ไม่นานก็มีผู้หญิงในชุดน้อยชิ้นมา
คนที่มือขวาชอบส่งเป็นคนนี้ตลอด รอบเธอเธอใส่เสื้อเซ็กซี่ขึ้นกว่ารอบก่อนๆ
ฮูมาร์ยิ้ม “เข้ามาสิหนู… มากินไวน์กับข้า”
“ค่ะท่าน” ผู้หญิงเดินสับขามาใกล้ “ท่านขา… ในแก้วยังมีไวน์อยู่ ข้ารินเพิ่มไม่ได้ ช่วยข้าที่ไร้ประโยชน์หน่อยนะคะท่านขา…”
ฮูมาร์เอะใจที่เธอพูดเรียบร้อยกว่าเดิมที่มาแรกๆ แต่เขาไม่คิดอะไร ดื่มไวน์ให้หมด สาวเติมมันทันที
สาวใช้เวลาว่างที่ไม่ต้องเติมไวน์โบกพัดให้ฮูมาร์
เมื่อฮูมาร์ได้นั่งแช่ลมซักพัก เขาสั่งสาวประหลาด “ไปให้นักเต้นมาเต้นให้ข้าดู”
“ค่ะท่าน”
สาวเดินหายไป
ฮูมาร์นั่งรอ คิดถึงลูก คิดถึงโคล
‘พวกมันต้องตกใจเมื่อได้เห็นกำลังทรัพย์ของข้า พวกมันจะไม่มีทางปฏิเสธสิ่งที่ข้าเสนอได้ และโคลจะกลับมา และข้าจะป้องกันเมืองนี้ได้ และข้าเนี่ยแหละ พร้อมกับลูกข้าคนนั้นแหละ จะเป็นจุดเริ่มการล่มสลายของวาโรซีเมียเรีย’ ฮูมาร์จินตนาการ
“ฮ่าฮ่าฮ่า”
“ค่ะท่าน นักเต้นมาแล้วค่ะ”
ฮูมาร์กวักมือ “หนูมานี่”
ฮูมาร์มองนักเต้น หน้าตาพวกเขาและเธอไม่ค่อยถูกใจเขาเท่าไหร่
เหมือนถูกเลือกมาให้เป็นแบบนี้เป็นพิเศษ
แต่ฮูมาร์คิด ‘มือขวาข้าไม่ทำอะไรไม่ได้ประโยชน์แบบนั้นหรอก’ ปัดความคิดนั้นออกไปจากหัว
เพลงเริ่มบรรเลง นักเต้นเริ่มเต้น ฮูมาร์นั่งดูด้วยความสนุกสนาน
การเต้นใช้หน้าท้องเยอะ และออกแนวเซ็กซี่ แต่เพราะหน้าแต่ละคนไม่ถูกใจฮูมาร์ เขาไม่คิดมีอะไรกับพวกนั้น และเห็นเป็นแค่นักเต้นธรรมดา
ไม่เหมือนสาวข้างเขาที่โบกพัดอยู่ เธอหน้าถูกใจเข้าเต็มๆ หุ่นดี แต่งตัวพร้อม ใจน่าจะพร้อม เน้นคำว่าน่าจะ
นักเต้นเต้นรำไปเรื่อยๆ การเต้นเริ่มดุดันขึ้น และสุดท้ายก็ถึงท้ายเพลงที่จังหวะเร่งขึ้นสองเท่า โคลจับก้นสาวโบกพัดไปดูไป
เพลงจบ ฮูมาร์ยืนปรบมือ “เอาล่ะนักเต้นไปได้แล้ว ไปรับรางวัลกับมือขวาข้า”
นักเต้นทั้งหมดคำนับ เดินออกจากห้อง
ฮูมาร์มองสาวรินไวน์ “ส่วนเจ้า มากับข้าที่เตียง”
“ท่านขา ข้าน้อยว่า ท่านกำลังเหนื่อย ข้าขอแนะนำการนวดคลายเส้นกระตุ้นกระสันได้มั้ยคะ? ข้าฝึกมาใหม่” สาวพูด
“มันคืออะไรล่ะนั่น แต่มันมีกระสัน เอาเหอะ เอาแบบนั้นก็ได้” ฮูมาร์พูด
หลังจากนั้นสองคนจูงมือกันไปที่เตียง
“ถอดเสื้อผ้าและนอนคว่ำหน้าค่ะท่านขา” สาวบอก
ฮูมาร์ถอดเสื้อที่ถอดง่ายอยู่แล้ว นอนคว่ำหน้า
สาวตักโหลน้ำมันที่เตรียมมาด้วย เทใส่หลังฮูมาร์
ฮูมาร์ได้กลิ่นเครื่องเทศหอม และรู้สึกพอใจแล้วทั้งๆที่ยังไม่ได้ทำอะไร
สาวเริ่มนวดหลังช่วงไหล่
“โอ้ เนี่ยแหละๆ โอ้ นั่นแหละ อู้ว” ฮูมาร์ครางระหว่างโดนนวด
พอนวดได้ซักไม่กี่นาที “รู้สึกดีมั้ยคะท่านขา”
“เยี่ยมเยี่ยม” ฮูมาร์พูด
สาวนวดอยู่นาน แต่ฮูมาร์เอะใจ
เธอนวดหลายจุดก็จริง แต่ไม่ถึงจุดกระสันซักที
ฮูมาร์ไม่เคยมีอะไรกับเธอ แค่เกือบๆทุกครั้ง แต่ครั้งนี้มันแปลกที่เธอไม่เข้าประเด็นซักที
แต่เขารู้สึกสบาย และไม่อยากให้เธอหยุด
เมื่อนวดต่อซักพักฮูมาร์เริ่มง่วงและหลับไป
สาวถอนหายใจรู้สึกว่าวันนี้รอด
เธอเกลียดมาตลอดทุกครั้งที่เกือบมีอะไรกับเขา
เขาไม่เคยให้เงิน เสื้อผ้าที่ให้มาก็มีแต่ชุดน้อยชิ้น
เขาเห็นเธอแค่เป็นทาสไว้สนองตันหา
เธอเปลื้องผ้า ลงนอนข้างเขา ที่ทำแบบนี้เพื่อหลอก เช้ามาเขาจะได้ไม่ทำอะไรเธอ
เช้าวันเจรจา
ในห้องที่เตรียมไว้เพื่อเจรจาระหว่างเผ่าทรายร้อน เผ่าใหญ่ที่สุดในมาร์แลนด์และวาโรซีเมียเรีย
วารีเข้ามากับวาโร หลังเขามีคนที่ถูกผ้าคลุมหัวอยู่
ฮูมาร์มาพร้อมกับมือขวาคนสนิทของเขา กับกองบางอย่างในผ้า
มือขวากระซิบใส่หูฮูมาร์ทันที และบอก “ท่านอย่าลืมเรื่องสัญญาสันติภาพนะครับ”
“แกยังยิกเรื่องนั้นอยู่เหรอ?” ฮูมาร์พูด
“พ่อ!” คนในผ้าคลุมพูดเสียงดังขึ้นมา
“ห้ะ! โคล โคล เป็นไงบ้างลูก พวกเขาทำตัวดีกับเจ้ามั้ย?” ฮูมาร์ถามทันที
“มันผิดแผนไปหน่อย แต่ผมจะให้พวกคุณคุยกันก่อน” วารีพูด
จากนั้นเขาเดินไปเปิดผ้าคลุมหัวโคล
เมื่อหัวหน้าเผ่าเห็นลูกตัวเองเขาลุกทันที “นั่นเป็นอนาคตหัวหน้าเผ่าทรายร้อน พวกเจ้ากล้าทำแบบนั้นได้ยังไง?”
วารีถอนหายใจ “อย่าลืมว่าเราทำสงครามกันอยู่ อย่าเพิ่งมาทวงความยุติธรรม ผมจะให้คุณพูดกันเพื่อรอคุยเรื่องเงิน แต่ผมคิดว่าคุณที่ทำสงครามอยู่เป็นประจำน่าจะรู้ถึงความไม่ยุติธรรมของมันดี คุณทำให้ผมผิดหวัง”
“อึก” ฮูมาร์ชะงักทันทีแล้วเม้มปาก ไม่เถียง
มือขวาเดินนำขึ้นมา “เอาล่ะ เราไม่ต้องคุยกับท่านโคล เราจะมาเล่าถึงประวัติของเผ่าทรายร้อน มันเริ่มด้วยท่านพ่อของท่านฮูมาร์ ท่าวาฮูมูจิมบู้ว…”
“เดี๋ยวนะ หยุดแปป…” วารีขัด
“มีอะไรเหรอครับท่าน?” มือขวาฮูมาร์ถาม หน้าเต็มไปด้วยความสงสัย
“ท่านนั่นอ่ะ ท่านบิงบิงวาฮู้ อะไรนั่น ผมไม่คิดว่าคนนั้นมีอยู่จริง” วารีเถียงทันที
“กล้าพูดถึงพ่อข้าแบบนั้นได้ยังไง!? ท่านพ่อวาฮูมูจิมบู้วทำเพื่อมาร์แลนด์มากมาย และมีประวัติอยู่ในจดหมายเหตุหลายที่ เจ้ากล้าพูดได้ยังไงว่าท่านมีอยู่จริง!?” ฮูมาร์ขึ้นเสียงตบโต๊ะลุกยืน
“ท่านวาฮูมูจิมบู้วมีตัวตนอยู่จริงครับ ขอผมถามเหตุผลว่าทำไมท่านคิดเป็นอื่นได้มั้ย?” มือขวายืนยันและถามวารี
“ไม่ขอบอก ถ้าบอกผมตายแน่ เอาเป็นว่าผมจะเชื่อแล้วกันว่า วาฮู… มูจิมบู้ว… มีตัวตน” วารีหน้าเสียอย่างหนักและถอยตัวนั่งกอดอก
มือขวาสังเกตุทันทีว่าวารีรู้สึกผิดในใจและรีบป้องกันตัว เขาตีค่าวารีว่าเป็นคนไม่กล้าเสียหน้า แต่นั่นเป็นการเดาแบบรวมประสบการณ์หลายอย่าง
“ท่านวาฮูมูจิมบู้วหยุดสงครามในหลายที่ ลงหลักที่ตะวันตกของมาร์แลนด์โดยการสร้างเมืองป้อมปราการใหญ่ จากนั้นมีท่านฮูมาร์ และพอท่านแก่ เราเสียใจที่ต้องเล่า แต่พอท่านแก่ท่านไม่ยอมให้ท่านฮูมาร์ขึ้นแทน เหล่าเผ่าเล็กเผ่าน้อยต่างแย่งชิงเพื่อเป็นรัฐอิสระ เผ่าผงทรายตั้งตนเป็นใหญ่คุมประเทศด้วยการแลกเปลี่ยน…” มือขวาเล่ายาว
“เดี๋ยวนะ เผ่าผงทรายนั่นน่ะเหรอ?” วารีถาม
“พวกท่านรู้จักเผ่านั้นเหรอ?” มือขวาพูดด้วยตาเหมือนเหยี่ยวจ้องเหยื่อ
“เหมือนข้าเคยได้ยินทหารพูดกัน ใช่ใช่นั่นแหละ” วารีพูดแล้วกอดอกต่อ
“ครับ พออำนาจเริ่มหมดไป ท่านฮูมาร์ได้ขึ้นครองเผ่า จากนั้นก็อย่างที่เห็น เรากลายเป็นเผ่าที่ส่งออกทหารรับจ้างเยอะที่สุด และมีคุณภาพที่สุดในมาร์แลนด์ เราเน้นทำเรื่องนั้นก่อน และท่านโคลมีหน้าที่ไล่ปกครองเมืองไกลๆที่ไร้อำนาจแต่ตั้งตัวเป็นรัฐ เอาคืนชื่อทรายร้อนของเรา” มือขวาเล่าและวางมือไว้หน้าตัว รอวารีถาม
วารียกมือ “ผมพยายามคิดว่าเราได้อะไรจากเรื่องนั้น แต่ผมขอบอกว่าผมไม่ได้อะไรมาก เอาเป็นว่าขอบคุณแล้วกันที่เล่าให้ฟัง”
“ง่ายๆครับถ้าท่านคิดมุมเรา ท่านฮูมาร์ครับ เชิญเริ่มเจรจาได้เลย” มือขวาผายมือให้ฮูมาร์เริ่มพูด
วารีสะกิดวาโรที่หลับสัปงกให้ตื่น
ฮูมาร์ยิ้ม “เหอะ จงดู! ทรัพย์สินทั้งหมดของเรา 20,000 ทอง!”
วารีเงียบ
ฮูมาร์ผายมือใส่กองทองค้าง หยิบมันมาโรยให้ดังกรุ้งกริ้ง
โคลยิ้มมุมปาก “ทึ่งไปเลยล่ะสิ พวกเมืองใหญ่ปลูกแต่ผักคงไม่เคยเห็นเงินขนาดนั้น”
“เราซื้อศิโรด้วย 100,000 ทอง ทั้งศิโร” วารีหน้าดูไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่ในสายตาของมือขวา
“เราได้ยินข่าวลือนั้นอยู่…” มือขวาพยายามคุมสติ เขาพลาดเรื่องนี้ไม่ได้
“เอาเป็นว่าเราไม่สนใจแล้วกัน” วารีพูดแล้วเตรียมลุก
“เดี๋ยวก่อน!” โคลขัด “เราขุดนั่นมาได้มั้ยพ่อ?”
“ไม่ได้! สมบัตินั้นเอาไว้ให้ผู้คุมประเทศในช่วงยากลำบาก ข้าจะบวกอีก 10,000 ทอง รวมเป็น 30,000 ทองแล้วกัน ถ้าทั้งประเทศแสนนึง สามหมื่อนสำหรับคนๆเดียวมันก็น่าจะเป็นไปได้ใช่มั้ย?” ฮูมาร์ถาม
“บวกสัญญาสันติภาพเข้าไปด้วยครับ” มือขวาแทรกทันที
“อย่าเพิ่งเอาเรื่องนั้นมาพูด!” ฮูมาร์ดุใส่มือขวา
“เรายังไม่สนใจอยู่ดี และผมรู้สึกดีมากกว่าที่ท่านฮูมาร์ไม่อยากยื่นเรื่องสัญญาสันติภาพ” วารีพูด
“ฉันเห็นด้วยกับผัวฉัน” วาโรจับใจความไม่ได้ เพราะหลับ
มันไม่ใช่เธอโง่ ไม่ใช่เลย วาโรเป็นคนมีความสามารถสูงมาก และรู้ทุกเรื่องมากกว่าวารีด้วยซ้ำ
แต่ที่วันนี้เธอเป็นแบบนี้เพราะว่าเธอไม่สนใจ ใช่ พูดกันตรงๆเธอมองเห็นเผ่าทรายร้อนเหมือนแมลงหวี่
พวกนั้นที่บินมาใกล้หน้าส่งเสียงวี้วี้บินไปมา ไม่ทำอย่างอื่น อยู่เพื่อกวนประสาทใครบางคน
เพราะฉะนั้นมันดีที่เธอหลับ และไม่สนใจ เพราะถ้าเธอสน เธอจะทำอะไรกับแมลงหวี่ตัวนั้น
“อะไรกันสองคนนี้!? บ้าไปแล้ว เงิน 30,000 ทองเพื่อนักโทษคนเดียว บอกข้าหน่อย โคลมีค่าอะไรกับพวกแก?” ฮูมาร์เริ่มถอดใจ เห็นความจริงชัดขึ้น นั่งพิงเก้าอี้ไหล่ห่อหมดบารมี
“บอกตรงๆไม่มีหรอก เขาเหมือนทหารคนหนึ่งที่เราจะรับเข้าประเทศ” วารีบอก
“แกรับพวกทหารเข้าประเทศ แต่กับเหล่าทาสแกสังหารพวกนั้นหมด” ฮูมาร์ชี้จุดจี้ใจวารี
“ผมรู้สึกผิดอยู่เหมือนกัน แต่กับทหารที่มีวินัยและทำงานใช้แรงง่ายๆได้ กับทาสที่เราไม่รู้ที่มา ประวัติหลากหลายและเป็นไปได้ว่าจะมีคนที่เคยทำผิดอย่างขืนใจเพศตรงข้ามและลักขโมย กับแอบย่องเบาตามบ้าน เราเสี่ยงกับทหารดีกว่า แล้วปล่อยชะตาให้เป็นของเหล่าทาสพวกนั้นเอง แต่เรื่องนี้ผมก็ว่าจะเปลี่ยนอยู่เหมือนกัน แล้วรับพวกเขามาสังเกตการณ์ที่เขตพิเศษ” วารีอธิบายอนาคตที่เขาคิดในใจ
“กับทาสไร้ค่า แกเอาเข้าประเทศ กับนักโทษ แกปฏิเสธเงินจำนวนมาก แกมีอะไรที่เป็นหลักการมั้ย? ข้าขอถามตรงๆในฐานะผู้ปกครองกลุ่มคนใหญ่” ฮูมาร์หน้าเสีย น้ำตาเริ่มเอ่อในดวงตา เริ่มเสียงสั่นเครือ
“ไม่มี ผมแค่ทำสิ่งที่เห็นว่าดี ระยะยาว และทำสิ่งที่อยากทำ เพื่อระยะยาว”
มือขวาและฮูมาร์ไม่พูดอะไร
ซักพักมือขวาพูดแบบปริศนา “อย่างน้อยให้พ่อลูกได้อยู่ด้วยกันได้มั้ย?”
“ได้อยู่แหละ แต่ไม่ใช่แบบที่พวกคุณต้องการ”
“เข้าใจแล้ว ข้า… ข้ามีครอบครัวเหมือนกัน… พวกท่านเอาอะไรในบ้านไปก็ได้ แต่เว้นพวกเราด้วยได้มั้ย?” มือขวาเริ่มขอ
ฮูมาร์ทุบโต๊ะทันที “อะไรของแกนั่นน่ะ!”
“เมื่อเจอคนชี้เหล็กใส่ ทิ้งอาวุธและเอามือวางไว้หลังหัว รีบคุกเข่าแล้วเดี๋ยวเราจัดการต่อเอง เรามารบ ไม่ได้มาทำลายประเทศระยะยาวแบบพวกคุณที่วางยาพิษใส่บ่อน้ำและโอเอซิส รู้มั้ยมันใช้เวลากี่ปีกว่าจะแก้ได้?” วารีพูดไปเริ่มเคือง
ฮูมาร์และมือขวาเงียบทันที
“โอเค ลาก่อน ทหาร พานักโทษกลับ” วารีพูดและหันหลัง
จากนั้นฮูมาร์และมือขวาต้องทึ่ง ที่กำแพงหลังวารี สองที่เริ่มขยุกขยิก จากนั้นกำแพงร่วง แต่ไม่ใช่กำแพง มันเป็นผ้าสีเหมือนกำแพง
และหลังมันมีคนถือดาบและแท่งเหล็กเล็กซ่อนอยู่
ฮูมาร์เห็นสาวที่นวดให้เขา เมื่อสาวเห็นเขาก็ยิ้มและหลิ่วตาให้หนึ่งครั้งก่อนพาโคลตามวารีออกไป
ฮูมาร์นั่งเสียวหัวใจอยู่ในห้องกับมือขวา
“ข้าต้องไปทำสิ่งที่ข้าต้องทำ ขออภัย ข้าจะช่วยท่านบริหารทหาร แต่เมื่อพวกเขาถึงตัว ข้าจะไป” มือขวาพูดเบาๆ
“ข้าเข้าใจ… เอาอย่างนั้นก็ได้…” ฮูมาร์เริ่มยอมแพ้กับสิ่งที่ตั้งใจทำมาตลอด คุมเผ่าให้ยิ่งใหญ่
มือขวาคำนับ “ไปเถอะท่าน ไปเตรียมสู้ครั้งสุดท้าย”