วารีพัฒนาประเทศต่ออย่างไม่หยุดยั้ง แถมคอยดูแลเหล่าเมียในฮาเร็มจนหมุนหน้าหมุนหลัง แต่ต้องมาเจอกับอดีตที่เคยผิดพลาดตามมาหลอกหลอนทั้งๆที่ลูกใกล้คลอด ทำให้เหล่าแฟนพากันมาช่วยเพื่อให้คนเดิมกลับมาหาพวกเธอ
วารีอยากทำงานค้าขายให้ดี รักฮาเร็มให้เต็มหัวใจ แต่โดนรุมเร้าจากทั้งจิตใจในอดีตและเหล่าผู้ก่อการร้าย ทั้งๆที่เมียท้องกันยกชุด เขาต้องทำทั้งหมดให้ได้ดี และสุดท้ายเมื่อทุกอย่างพร้อม เขาจะรับหน้าที่ราชา
รัก,แอคชั่น,แฟนตาซี,ชาย-หญิง,เกิดใหม่,ต่างโลก,คลั่งรัก,ชาย-ชาย,หญิง-หญิง,ฮาเร็ม,ชาย-หญิง,หญิงรุก,yaoi,โรมานซ์,โรแมนติก,ต่อสู้,รักวัยรุ่น,เกิดใหม่,ทำงาน,สร้างตัว,ฝึกฝน,นางเอกเก่ง,พระเอกเก่ง,รัก,แฟนตาซี,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
160 เราอยู่เพียงลำพัง?
หลังจากวารี (ราชาแห่งวาโรซีเมียเรียบนเรือพ่อของฉัน) กำจัดพวกโจรสลัดบนเรือใหญ่ได้หมดแล้วพวกเราเดินทางต่อในบนผืนน้ำแห่งทะเลลึก ด้วยเรือเหล็กที่แล่นได้โดยไม่มีใบเรือหรือคนพาย
กลางเดือน 9 ยุคตีกันปี 124
ฉันอยู่บนเรือในฐานะลูกสาวของพ่อฉัน ราชาฮัซซา
ฉันคือออเบีย ที่ปีนี้อายุ 22 ด้วยสามง่ามที่มือ ฉันเตรียมพร้อมที่จะได้บุกเรือโจรสลัด แต่เรื่องนั้นกลับไม่จำเป็นเพราะทุกเรือถูกปืนยิงจมหมด
การทิ่มเรือและบุกเรือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นทุกครั้งเวลาเรือรบกัน เมื่อฉันเห็นเรือศัตรูมากกว่า ฉันเตรียมใจสู้คนบนเรือหลายลำ
แต่เรื่องนั้นกลับไม่จำเป็นด้วยเรือพิฆาตที่เขาสร้าง
เขา คนที่ฉันเคยมีอะไรด้วย ทั้งๆที่ยังไม่ได้หมั้น เพราะพ่อเขาไม่คิดยกฉันให้ใครและเลี้ยงฉันด้วยใจที่คิดว่าฉันจะเป็นราชินีของซาลาดูนต่อจากเขา
ฉันมองพ่อที่ยังบึกบึนและแข็งแรง แต่ใบหน้าเริ่มแสดงถึงอายุที่เขามี ฉันยังไม่ได้บอกเรื่องฉันกับวารีให้พ่อฟัง นั่นเป็นเรื่องที่ฉันวางแผนไว้
ฉันจะหมั้นกับเขา เมื่อพ่อไม่อยู่ หรือก่อนหน้านั้นถ้าพ่ออนุญาต
มันเป็นครั้งแรกที่ฉันโกหกพ่อ เมื่อท่านถามตอนฉันไปเที่ยวกับเขา ฉันแค่บอกว่าไปดื่มแล้วก็แยกย้าย
แม้ฉันเป็นชีล่า เผ่าครึ่งปลาหมึก พวกผู้ชายขุนนางทั้งหลายแม้อยากจีบฉันเพราะอำนาจ ต่างมองฉันด้วยความรังเกียจ
ฉันชินกับสายตาเหล่านั้น ‘ขยะแขยง’, ‘แปลกประหลาด’, ‘ไม่ปรกติ’
ฉันยังจำสายตาที่พวกนั้นมองมาหาฉันได้อย่างดีแม้เวลาผ่านไปนานแล้ว
แต่สายตาที่วารีมองฉันมันไม่เหมือนกัน ตาเป็นประกายเหมือนคนที่เจอสมบัติ มือสากๆที่ลูบหนวดของฉันเหมือนมันเป็นผ้าไหม ผิวที่ยอมให้ฉันใช้ตัวดูดบนหนวดดูดเพื่อรับรู้รสชาติผิว มันเป็นสายตาที่เต็มไปด้วยความชื่นชม
เธอไม่เคยเจอมนุษย์ที่มองเธอแบบนั้นเลย แต่เขา… เขามาจาก ‘ต่างโลก’
นั่นทำให้เขาไม่เหมือนใครและวันนั้นฉันตัดสินใจมอบกายให้เขา
มันอาจทำให้ฉันบาดหมางกับพ่อ แต่ด้วยตำแหน่งราชินีที่มาในอนาคต ฉันจะทำสิ่งที่ฉันต้องทำ
ฉันมองวารีด้วยสายตาโหยหา ฉันอยากอยู่ตัวต่อตัวกับเขาอีก ไม่แน่เราแอบไปด้วยกันบนเรือลำนี้ได้
‘โอ้ไม่นะ ฉันคิดอะไรของฉัน เรื่องแบบนั้น นอกบ้าน ท่ามกลางศัตรู’ ฉันมองวารี ใจเต้นแรง
ซักพักทุกอย่างเย็นยะเยือก ฉันกำสามง่ามแน่น ฉันมองหาศัตรู แต่บนผิวน้ำรอบด้านไม่มีอะไรอยู่เลย มีแต่ทะเลสีฟ้า
จากนั้นฉันมองไปข้างวารีและเห็นเธอ ราชินีแห่งวาโรซีเมียเรีย ประเทศใหญ่ที่สุดในทวีปตะวันออก
บรรยากาศรอบข้างเหมือนน้ำแข็ง ขนบนตัวฉันลุก มันเป็นจิตสังหาร
เรามองตากัน ฉันคิดใส่ ‘ถ้าเธอเผลอหรือรังแกเขา ฉันจะยึดเขามาเป็นของตัวเอง บางทีถ้าเขาคุมทั้งทวีปใต้ มันอาจยิ่งใหญ่กว่าเธอซักวันด้วยซ้ำ’
ทำไมฉันถึงดื้อดึง เราควรเป็นมิตรกัน หรือฉันโกรธที่รู้ว่ามีคนอื่นแย่งผู้ชายของฉันไป
วาโรขำ นวดคิ้วที่ขมวดกัน แล้วเดินมาหาฉัน
เธอเท้าเอว “นั่นสายตาที่ดีนะ แต่เราไม่ควรเป็นศัตรูกัน”
ฉันฉุน เส้นเลือดคงจะปูด “แล้วสายตานั่นอะไร!? ทำไมมองฉันเหมือนจะทำร้ายกัน!?”
“มันแค่ทดสอบน่า… รู้มั้ยว่าวารีบ้ากล้าม กล้ามเธอก็ไม่เลว แต่พวกเราฝึกมาหนักกว่า ฉันแค่ทดสอบเธอว่าในมุมนักรบเธอผ่านหรือไม่ผ่าน” เธอพูดระหว่างยิ้มมุมปาก
“ถ้าเข้ามาหาแบบนี้แปลว่าฉันผ่านสินะ ถ้าฉันสอบตก คนอย่างเธอคงแค่ปล่อยฉันไปและไม่อยากเกี่ยวข้องแล้ว” ฉันพูด ความโกรธยังคงคุกรุ่นอยู่ในใจ
“หัวเธอดีเหมือนที่คิด ใช่ เธอผ่าน แต่ดูท่าทางแล้วเธอยังไม่ได้เปิดเผยเรื่องนี้กับพ่อ ทำไมล่ะ?” วาโรพูด หน้าเธอเปลี่ยนเป็นนิ่ง
“พ่อปกป้องฉันเกินไป ถ้าท่านรู้ ท่านอาจทำอะไรที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่” ฉันสารภาพไป
“วารีมีเมียเยอะ ถ้าเธอเป็นของเขาแล้ว สุดท้ายเราก็พวกเดียวกัน” วาโรกอดอกหลับตา เหมือนยอมรับฉัน
“เธอแค่จะมองฉันเป็นพวกเหรอ? หรือเป็นเสี้ยนที่ตำง่ามนิ้วเท้า?” ฉันถาม กวนเธอนิดๆ เพื่อจะให้เธอตีค่าฉันต่ำไป
แต่เธอนิ่งและพูด “เรื่องเมียมองเมียเป็นศัตรูมันมีอยู่ในใจทุกคน แต่ทุกคนยอมรับกันแบบนักรบ เราไม่รู้สึกอะไรเวลาวารีเลือกใครวันไหน เรายอมรับและดีใจกับเพื่อนไปด้วยกัน นั่นเป็นเรื่องวงในของเมียเขาที่มีงานทุกคน เมียแต่ละคนยอมรับแต่ละคนอย่างแท้จริง มันเลยไม่เคยมีเรื่องตีกัน… นอกจากครั้งนั้นที่วันหมั้นแรกของวารี”
“นั่น… เหมือนเหลือเชื่อเลย…” ฉันตกใจกับข้อมูลใหม่
“ไม่ว่าวารีเลือกใคร หวานที่เป็นอดีตกระต่ายในป่า หรืออ็อกโธที่เป็นเจ้าหญิงประเทศนึงในทวีปตะวันตก เมื่อวารีตกหลุมรักไปแล้ว เขาไม่ปีนออกหนี เขาจะออกแรงขุดบันไดเพื่อจะไปยืนที่เดิมได้อีกครั้ง” วาโรยกมือเอานิ้วโป้งชี้ไปข้างหลัง หาวารี
“พูดเปรียบเปรยอะไรแปลกๆ ใครจะเดินกลับไปหาหลุมมืดๆ” ฉันบ่นกับคำเปรียบวาโร
“ฮ่าฮ่า ถ้าเธอมองเป็นหลุมปรกติอ่ะนะ แต่เธอนั่นแหละเป็นหลุม” วาโรยิ้มพูดแหย่ฉัน
“หลุมอะไรของเธอกัน! เธอยึดกับหลุมอยู่นั่นแหละ!” ฉันโต้แย้ง ฉันพยายามให้เธอพูดให้มีเหตุผล แต่ยิ่งเถียงกันยิ่งไม่เข้าใจ
วาโรทำหน้าเหมือนเด็กอยากแกล้งคน “มันอยู่ที่หว่างขาเธอไง ฮ่ะฮ่าฮ่า ถ้าไม่เข้าใจอีกก็ที่มันมีกลีบ กับอีกหลุมที่ขมิบได้เหมือนกัน ว่าแต่ของเธอสีอะ…”
“พอแล้ว!” ฉันหยุดเธอก่อนเธอจะพูดไปมากกว่านี้ หน้าฉันร้อนฉ่า
“เขา เป็นคนบูชาหลุมรู้มั้ย?… พอได้ลงแล้วเขาจะไม่ไปไหน ใช้มันแล้วใช้มันอีกเธอรับคนแบบนั้นได้มั้ยล่ะ? หรือเธอเป็นแค่สาวงุ้งงิ้ง ฟุ้งหาความโรแมนติก?” วาโรถาม
“ฉันไม่งุ้งงิ้งแน่นอน และความโรแมนติกไม่จำเป็น สิ่งที่สำคัญคือใครดีสุดสำหรับประเทศ และเขาคือคนนั้น” ฉันบอกไปตรงๆ โกหกความจริงที่มีในใจ
“นั่นทำให้เธอเสียเปรียบ… เอาล่ะ ฉันจะช่วยเธอ หลังจากเสร็จธุระที่นี่ ฉันจะหาเวลาให้เธอกับเขาก่อนกลับซักวัน เธอชิมเขาให้เต็มที่แล้วกัน” วาโรพูดมานิ่งๆ
หน้าฉันร้อนขึ้นมาทันที “เรื่องนั้น… ก็ได้… ขอบคุณ” ฉันพูดด้วยความเขิน มันเหมือนมีบางอย่างบีบฉันอยู่ในอก
“เยี่ยม…” วาโรพูด จากนั้นฉันได้ยินเสียงอะไรบางอย่าง
“ลา ล้าลา ล้าลา หล่า”
ฉันเดินไปหาพ่อ “พ่อได้ยินมั้ย?”
“ได้ยินเหมือนกัน” พ่อฉันตอบ
วารีเหมือนตื่นตัว ชักปืนเพื่อเติมกระสุนให้พร้อมใช้
ฉันเดินไปหาเขา “ศัตรูเหรอ?”
“อาจจะ…” เขาตอบ “ราชาฮัซซา ท่านรู้ตำนานอะไรเกี่ยวกับเสียงร้องเพลงบนทะเลมั้ย?”
“มันไม่มีเรื่องอะไรแบบนั้น ฉันศึกษาตำนานอย่างดีตั้งแต่เด็ก แต่มันไม่มีตำนานอะไรเกี่ยวกับเสียงร้องบนทะเลเลย” พ่อฉันพูดเหมือนสับสน
“เราจะดูไปก่อน แต่เตรียมตัวสู้ไว้ก่อนแล้วกัน” วารีบอก
ฉันมองพ่อ มองทะเล
เรือแล่นไปอีกซักพัก แต่หมอกลงหนักมาก
ฉันมองไปข้างหน้า แต่มันไม่เห็นอะไรในระยะที่ไกลออกไปเลย ถ้าเราเจอศัตรูที่นี่มันจะสู้ลำบากเพราะปืนเหลือแค่ใช้ระยะใกล้อย่างเดียว
บรรยากาศเริ่มหนาว ทหารต่างลูบแขนหวังให้ตัวเองเย็น
“ลา ล้าลา ล้าลา หล่า”
เสียงเพลงดังมาอีกครั้ง คราวนี้มันรู้สึกใกล้กว่าเดิม
“เสียงมาจากทางขวา” วารีพูดเสร็จแล้วชูมือชี้ไปทางเสียง “ขับเรือไปทางนั้น”
“รับทราบ” กัปตันหมุนพวงมาลัยเรือ
“มันจะเป็นอะไรกันแน่?” ฉันถามวารี
“ยิ่งเข้าใกล้ ยิ่งน่าจะเป็นศัตรู” วารีบอก
“ลา ล้าลา ล้าลา หล่า”
เสียงดังมาอีก แต่ครั้งนี้มันปนไปด้วยเสียงผู้หญิงขำคิกคัก
เรือมุ่งหน้าไปเรื่อยๆ เสียงเครื่องสือสารดังเข้ามา “เปลี่ยนเส้นทางด่วน ด้านหน้ามีโขดหินที่หนึ่งนาฬิกา”
นั่นเป็นคนดูต้นทาง
กัปตันหมุนพวงมาลัยหลบ
ฉันสั่งทันที “ที่นี่อาจเป็นเขตโขดหิน เครื่อนที่ให้ช้าลง”
“ครับท่านหญิง” กัปตันลดเกียร์เครื่องยนต์
จากนั้นเราเจอโขดหินอีก แต่คราวนี้มันไม่เหมือนครั้งก่อน
มันมีคน ต้องพูดว่าผู้หญิงแน่นอนจากไกลๆ ด้วยโครงร่างของเธอ แต่ท่อนล่างเป็นปลา นั่นน่าจะเป็นเหล่านางเงือกผมทอง แต่เมื่อเรือเข้าใกล้ เธอกระโจนลงน้ำและหนีไป
“ลา ล้าลา ล้าลา หล่า”
เสียงร้องดังมาจากข้างหน้า
กัปตันมองพ่อฉัน จากนั้นพ่อฉันสั่ง “เดินหน้าไปใกล้ๆ”
เรือเดินหน้าไปเรื่อยๆ ทหารชูปืนอยู่รอบเรือ
ในที่สุดหมอกก็หายแค่เฉพาะข้างหน้า แต่มีโขดหินอยู่เยอะ การไปข้างหน้าต่อเป็นอันตราย
พ่อฉันเห็นบางอย่างข้างหน้า พ่อคงเห็นเหมือนที่ฉันเห็น
มีผู้หญิง ผมทอง ผมแดง ผมดำ นั่งบนโขดหิน ด้านล่างพวกเธอเป็นหางปลาเหมือนกันหมด
พวกเธอร้องเพลงอยู่บนโขดหิน
พ่อฉันเดินไปหน้าเรือ ตะโกน “พวกเธอเป็นใคร!?”
ฮิฮิฮิ มีแต่เสียงตอบกลับ พวกเธอเลื้อยร่างนิดๆอวดโฉม ผู้หญิงเหล่านี้ไม่ได้ปิดหน้าอก และทหารต่างมองด้วยความโหยหา
“ลงเรือเล็กไปหาเธอมั้ยครับ?” ทหารคนหนึ่งถาม
ฉันรู้ดีว่าทหารต้องการอะไร รางวัลบนทะเลเป็นเรื่องปรกติ แล้วเวลาเราจับลูกเรือโจรสลัดหญิงได้ พวกเธอกลายเป็นรางวัลของทหารโดยที่ราชาไม่ขัด
วารีบอกว่าเขาจะเปลี่ยนมันเป็นอย่างแรก แต่ความเชื่อแบบนั้นยังไม่แสดงผล ยิ่งกับหญิงเหล่านั้นที่เลื้อยตัวอวดด้วย
ฉันมองทหารโกรธๆ
แต่ทหารไม่รู้เรื่องเลย พ่อฉันพยักหน้า
วารีขัดทันที “เราดูไกลๆก่อนดีมั้ยครับ?”
ทหารได้โอกาส เขาอยากพาสาวข้างหน้าขึ้นเตียงห้องพักทหารแล้ว เขาพูดข้ออ้างทันที “พวกเธออาจรอเราช่วยอยู่ก็ได้”
พ่อฉัน ราชาพยักหน้า
วารีเกาหัว “ถ้างั้นผมขอให้คนที่เสนอตัวคนที่จะเข้าหาเธอ ใส่เกราะ และผูกเชือกไว้รอบเอวผูกกับเรือใหญ่”
ฉันเห็นแสงสีแดงหลายจุดใต้น้ำทะเลสีคล้ำ ฉันเริ่มหวั่นใจ “นั่นจะดีกว่า พ่อ”
พ่อฉันพยักหน้า “ทำตามที่เห็นสมควรเลย”
ทหารชุดแรกพากันลงเรือเล็ก หลายคนเริ่มพูดกับเบาๆว่าจะทำอะไรกับสาวบนโขดหินพวกนั้นบ้าง
“ไม่มีเกียรติความเป็นชายเลย…” ฉันบ่น
พ่อฉันเงียบแต่วารีบอกวาโร “วาโร เล็งปืนไปที่ผู้หญิงพวกนั้น ยิงเมื่อเห็นควรเลย”
“ได้… นั่นไม่มีปัญหาใช่ไหม ราชา?” วาโรถามพ่อฉัน
“ได้เลย” พ่อฉันพยักหน้า
‘พ่อฉันเห็นด้วยกับวารีทุกอย่างเลย ทั้งๆที่หน้าเขาเหมือนมีเรื่องอยากพูดอยู่’ ฉินคิดในใจ
ทหารลงเรือเล็ก เมื่อทหารยิ่งเข้าใกล้ จุดแสงสีแดงใต้ทะเลยิ่งเยอะขั้น
ในที่สุดเหล่าทหารเริ่มเข้าใกล้ได้ ยื่นมือไปหาเงือกเหล่านั้น
แต่หลังจากนั้น จากไกลๆ ฉันเห็นมัน
หน้าพวกเธอเปลี่ยนเป็นหน้าที่น่าขยะแขยง
ตาเหลือกโผลน ปากฉีกถึงหู ร้องเสียงแหลม “ก๊าซซซซซ!!!”
“ดึงเชือก!” วารีสั่งทันที “วาโรยิงเลย”
ปัง เสียงปืนยาวที่วาโรถือดัง ฉันมองไปทางศัตรู หัวมันแหว่งและร่วงลงน้ำ
ทหารที่ถูกดึงลอยอยู่เหนือน้ำและถูกลากเข้าหาเรือ ทหารที่เหลือรีบพายหนี
พวกจุดแดงใต้ทะเลชัดขึ้น บางอย่างกระโดดหาทหารที่พายเรือ ร่างเขาถูกลากและจมลงน้ำ
พวกนั้นมันกระโดดขึ้นมาบนเรือเราด้วย ฉันขนลุกจากแรงหางของมันที่โดดได้สูงขนาดนี้
เมื่อมันอยู่บนดาดฟ้าเรือ มันเดินไม่ได้ แต่ใช้แขนคลานยกตัวเพื่อคลานเข้าหาฉัน
วารีง้างดาบเตรียมแทง แต่มือฉันไวกว่า สามง่ามทิ่มเข้าอกมันแล้ว
วารีเปลี่ยนไปมองรอบเรือสั่ง “ยิงได้!”
เมื่อได้รับคำสั่ง เมื่อทหารเห็นบางอย่างกระโดดขึ้นมาจากน้ำ พวกเขายิงทันที
วารีตะโกนดังทันที “พวกมันคือลอเรไล! มันร้องเพลงล่อชายและลากคนลงน้ำไปกิน!”
ฉันเคืองนิดๆ “แล้วทำไมไม่บอกก่อน!”
วารีทำหน้าเจ็บปวดทันที “ฉันนึกว่าเรามีเหตุผลกับพวกนี้ได้…” เขาคอตก
“เงยหน้าขึ้น! ช่วยเราปกป้องชีวิต!” ฉันพูด แต่ใจหนึ่งเพราะฉันไม่อยากเห็นเขาทำหน้าแบบนั้น ยิ่งทำใส่ฉันด้วยฉันยิ่งปวดใจ
พวกลอเรไลกระโดดขึ้นมาได้หลายตัว มันลากทหารลงน้ำ ทหารหลายคนเปลี่ยนเป็นอาวุธระยะประชิดเพื่อป้องกันตัว
ฉันเอาสามง่ามแทงตัวที่พุ่งไปหาทหารที่หันหลังอยู่ ฉันมองไปทางพ่อ ท่านสู้พวกมันสองตัวพร้อมกัน
ฉันวิ่งไปทางพ่อ แต่โดนบางอย่างจับหนวดขา มันดึงฉันจนฉันเกือบหน้าคว่ำ แต่หนวดขาด้านหน้ายันพื้นไว้
ฉันจะหันไปแทง แต่ลอเรไลที่ลากฉันถูกตัดหัวไปแล้ว เมื่อฉันดู เธอคือวาโร
จากนั้นเธอเตะลอเรไลซ้ำ ตัวมันกระเด็นแต่มือยังไม่หลุด เธอบ่น “แรงกำมืออะไรกันเนี่ย?…”
“ขอบคุณ” ฉันขอบคุณเธอ เธอยิ้มตอบและเข้าปะทะศัตรูที่สู้กับทหาร
ฉันเอาหนวดแหวกมือออกจนสุดท้ายมันหลุด และวิ่งหาพ่อที่เขาเพิ่งแทงล้มไปหนึ่งตัว ชักลูกซองยิงอีกตัวสองนัดกระเด็นแล้วโยนปืนทิ้ง แต่อีกสองตัวคลานมาแทนที่มัน
ฉันแทงหลังตัวที่เพิ่งเข้าไปแทนที่ เอาหนวดฟาดให้ร่างมันไปล้มที่อื่น พ่อฉันแทงอกอีกตัว “ฉันดูหลังให้! ออเบีย!”
เมื่อสองคนหันหลังให้กัน เราสู้เรื่อยๆเกือบสิบห้านาที
แต่สุดท้ายพวกศัตรูก็ร่อยหรอ มันเริ่มหนีลงน้ำ “ก๊าซซซซซ” ตัวสุดท้ายหันมาขู่และกำลังจะกระโดดลงทะเล แต่วารียิงมันกระเด็นแล้วนิ่งไป
เราเริ่มกู้ร่างคนที่ตกน้ำ หลายคนขาหายไม่ก็แขน เราพาพวกนั้นไปห้องพยาบาลบนเรือ เมื่อหาคนเสร็จแล้วเราทำพิธีสดุดีทหารและส่งร่างลงทะเล คนบนเรือเป็นของทะเล ทุกคนรู้ดี
บางคนกัดฟันส่งเพื่อนกลับทะเลด้วยความแค้นในใจ
พ่อฉันมองเข็มทิศแบบใหม่ที่วารีสร้าง ไม่ใช่แบบเก่าที่เครื่องใหญ่ๆ “เดินหน้าต่อไปที่ตะวันตก!”
“เราน่าจะกลับก่อนนะพ่อ” ฉันไม่เห็นด้วยที่เราจะไปต่อ เราเสียคนไป ถึงไม่ได้เยอะถึงยี่สิบคน แต่เราเสียคนไปแล้ว
และเราไม่รู้ว่าข้างหน้าจะมีอะไรอีก “ทหารเสียขวัญไปนิดหน่อย เราไม่เคยมาไกลขนาดนี้ ถ้าเราเจอพวกที่แย่กว่านี้เราอาจมีทหารไม่พอ”
พ่อฉันพูดหน้านิ่งๆ “ข้างหน้า… เมื่อใกล้สิ่งนั้นแล้วมันจะไม่มีศัตรู”
“สิ่งนั้น? พอบอกได้มั้ยว่ามันคืออะไร?” วารีถามแทรกเข้ามา
“เดี๋ยวเจ้าจะได้รู้เอง” พ่อฉันแค่พูดเบาๆ
เรือเดินหน้าไปต่อ และสัตว์ทะเลที่จู่โจมท้องเรือกันก้องแก้งเริ่มไม่มาอีก เรือมันไปเรื่อยๆ ข้างหน้า
ในที่สุดทุกคนก็เห็น สิ่งนั้นที่พ่อบอก มันเหมือนน้ำพุ แต่แทนที่จะเป็นน้ำพุ มันเป็นกำแพงน้ำที่พุ่งขึ้นฟ้า
“เอาเรือไปจอดใกล้ๆ แต่อย่าใกล้มาก ไม่งั้นจะถูกดูดเข้าไป” พ่อฉันสั่ง
“จะดีเหรอครับ?” กัปตันหันมองวารี แต่เขาไม่พูด สุดท้ายเขามองฉัน
ฉันมองวารี “มันจะดีจริงเหรอ?”
วารีก้มหน้า เกาหัว “ฉันอยากเขาไปดูใกล้ๆเหมือนกัน”
‘พวกนี้’ เธอคิด
ซักพักเธอถอนหายใจ “เฮ้อ… ทำตามที่พวกเขาสั่ง”
สุดท้ายเธอบอกกัปตัน แต่มุมใจเธอตื่นเต้นที่จะได้รู้ด้วยเหมือนกัน
เรือแล่นไปใกล้ แต่ไม่ใกล้มาก เมื่อเข้าใกล้ วารีขอยืมผ้าโพกหัวลูกเรือคนหนึ่ง ถอดซองกระสุนและเลื่อนกระสุนไปใส่ในผ้า มัดก้อนกระสุนและเหลือผ้ายาวๆไว้จับ จากนั้นเขาหมุนมัน แล้วเขวี้ยงมันเข้าไปหากำแพงน้ำพุ
เมื่อโดนน้ำ ถุงกระสุนพุ่งขึ้นฟ้า
“ประมาณ 70 ถึง 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง…” วารีพูดเบาๆ
“นี่คืออะไร? ฉันถามพ่อ” ฉันถาม ใจสั่นๆ
“กำแพงโลก… นี่คือเหตุผลที่เราไม่เคยเจอทวีปอื่น” พ่อฉันพูดเสร็จหันหากัปตัน “ขอฉันใช้เครื่องประกาศหน่อย”
เขาเดินไปข้างกัปตัน กัปตันยื่นเครื่องสื่อสารให้เขา เขากดและพูด
“ทหารทุกคน! เก็บเรื่องที่เห็นไว้เป็นความลับ! ถ้าเรื่องนี้หลุดออกไปสู่ข้างนอก ฉันจะประหารลูกเรือทั้งหมด!” เหล่าลูกเรือหน้าซีดทันที
นั่นเป็นแผนที่ดี พวกเขาไม่ได้แค่ดูแลตัวเองอย่างเดียว พวกเขาต้องดูแลชีวิตของเพื่อนร่วมรบด้วย
เพราะทหารหลายคนเป็นทหารผ่านศึกขั้นสูงเลือกมาเพราะเรือนี้ เรามีที่สุดของที่สุด และทุกคนจะไม่ยอมปล่อยเรื่องนี้ออกไปจากใจแน่
วารีที่อยู่ข้างเธอพูด “กำแพงทะเล…”
พ่อฉันเดินมาจับไหล่เขา “ตอนนี้เจ้ารู้แล้ว เหตุผลที่โลกเราไม่เคยเจอใครอื่น กำแพงนี้มันยาวและไม่สิ้นสุด และในตะวันตก พวกเขาก็เล่ามาว่ามันมีตำนานแบบนี้อยู่ด้วย เอาล่ะ เจ้าจะทำอะไรต่อ?”
วารีหยิบมือถือขึ้นมา “วาโรถ่ายรูปกำแพงเหล่านี้ด้วย”
วารีกับวาโรเดินไปมุมต่างๆ ถ่ายรูป จากนั้นเขาโทรศัพท์หาใครบางคน
เขาคุยอยู่นานอยู่ และเมื่อเสร็จ เขาเดินมาหาพ่อของฉัน
เขายืดอกพูด “เรือเราผ่านตรงนี้ไปได้ เพราะเรือสร้างมาแข็งแรงพิเศษยิ่งท้องเรือเราทำยิ่งหนา มันจะมีปัญหานิดหน่อยเมื่อฝ่าผ่านกำแพงเหล่านี้”
“หา?” ฉันพูดด้วยความงง
“แต่เรือใหญ่แตกทันทีเมื่อโดนมัน… ข้าว่าเดินหน้าต่อ เราต้องรู้ให้ได้ว่าโลกเหนือกำแพงมีอะไร!” พ่อฉันพูด
ฉันขัดทันที “เราเพิ่งเสียทหารมา เรามาใหม่ครั้งหน้าดีกว่า ฉันไม่เห็นด้วยที่จะฝ่าไปครั้งนี้ ถ้าข้างหน้ามีศัตรูที่ไม่รู้จัก และถ้าฟ้าไม่เป็นใจ พวกเขาอาจมีเรือใหญ่เหมือนเรา เราจะเสียหายหนักและกลับไม่ได้ วารี บนเรือเรามีผู้นำประเทศและจะเป็นผู้นำทวีปสองชั้น ถ้าเราเป็นอะไรขึ้นมา ประเทศหรือทั้งทวีปอาจไปต่อไม่ได้”
วารีทำหน้าคิดหนัก แต่เขาไม่พูดอะไร
พ่อฉันฉวยโอกาสสั่งทันที “เดินหน้า!”
เรือเข้าไปใกล้กำแพง น้ำเริ่มดูดเข้าไปหากำแพง
เมื่อเรือใกล้ชน วารีสั่งดังจนหูฉันวิ้ง “หันกลับ!”
“ทำไมเล่า!?” พ่อฉันโกรธเลือดขึ้นหัวทันที
“เราไม่พร้อม! ออเบียพูดถูก ถ้าเราเจอศัตรู เราไม่รอดแน่!” วารีบอกเสียงนิ่งๆ
“โถ่…” พ่อฉันตัดพ้อ “ข้าอาจไม่มีโอกาสแบบนี้อีกแล้วในชีวิต… ทำไม?”
พ่อฉันเอามือเท้าโต๊ะในสะพานเรือ ทุบมันเสียงดัง
“เราจะมาใหม่ ให้พร้อมกว่านี้ เรือเยอะกว่านี้ พร้อมสู้กว่านี้ วันนี้เราได้รับความเสียหายแล้ว และเราไม่มีนักวิจัยที่ฉลาดกว่า เมื่อสืบข้อมูลที่เราจะได้มามันแค่ ‘ผ่านกำแพงแล้วจะมีอะไรอีก’ โดยไม่มีดอกผลเลยและโอกาสกลับ เรากัดฟันและกลับดีกว่า เราได้ข้อมูลพอแล้วแค่จากภาพและวีดีโอ” วารีอธิบาย
นั่นฉลาด ถ้าเราไปนอกกำแพงจริงนักวิจัยจะช่วยได้มาก
พ่อฉันเริ่มร้องไห้ ทุบโต๊ะ ฉันทำได้แค่ลูบหลังพ่อ
เรือหันกลับ ฉันมองตะวันตกด้วยหัวใจที่สั่น แต่ฉันรอคอยวันข้างหน้า
ฉันคิดในใจ ‘ครั้งหน้าที่เขามา ครั้งที่เขาพร้อม ฉันจะไปกับเขาแน่นอน’