วารีพัฒนาประเทศต่ออย่างไม่หยุดยั้ง แถมคอยดูแลเหล่าเมียในฮาเร็มจนหมุนหน้าหมุนหลัง แต่ต้องมาเจอกับอดีตที่เคยผิดพลาดตามมาหลอกหลอนทั้งๆที่ลูกใกล้คลอด ทำให้เหล่าแฟนพากันมาช่วยเพื่อให้คนเดิมกลับมาหาพวกเธอ
วารีอยากทำงานค้าขายให้ดี รักฮาเร็มให้เต็มหัวใจ แต่โดนรุมเร้าจากทั้งจิตใจในอดีตและเหล่าผู้ก่อการร้าย ทั้งๆที่เมียท้องกันยกชุด เขาต้องทำทั้งหมดให้ได้ดี และสุดท้ายเมื่อทุกอย่างพร้อม เขาจะรับหน้าที่ราชา
รัก,แอคชั่น,แฟนตาซี,ชาย-หญิง,เกิดใหม่,ต่างโลก,คลั่งรัก,ชาย-ชาย,หญิง-หญิง,ฮาเร็ม,ชาย-หญิง,หญิงรุก,yaoi,โรมานซ์,โรแมนติก,ต่อสู้,รักวัยรุ่น,เกิดใหม่,ทำงาน,สร้างตัว,ฝึกฝน,นางเอกเก่ง,พระเอกเก่ง,รัก,แฟนตาซี,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
149 จรวดลูบหนวดฟ้า
กลางเดือน 8 วารีอายุ 24 ปี
วารีใช้ต้นเดือนไปกับการข้อตกลงของสองประเทศและจัดการกับปัญหาเล็กน้อยที่ตามมาหลังข้อตกลง
แต่วันนี้เป็นวันปล่อยดาวเทียมในซาลาดูน เขาเชิญแขกมาจากหลายที่ ราชาคาโดงาวะจากฟูลมูนของทวีปตะวันตกก็มาด้วยเพื่อดูหลานและลูกสาวเขา อ็อกโธ
เพราะมีดาวเทียมขึ้นหลายที่แล้ว ในฟูลมูนทวีปตะวันตก ในศิโรกับคอสตาแลนด์กัลกัลในทวีปตะวันออก และคราวนี้เป็นตาของซาลาดูนในทวีปใต้
เพราะลูกน้องที่รับผิดชอบกับการสร้างจรวดดาวเทียมทำงานเดิมกันมาหลายทีแล้ว คราวนี้มันแค่ประกอบเครื่องปุ้บปั้บปิ้ปปุ้บแล้วก็เสร็จก่อนเวลานิดหน่อย เลยได้เข้าพิธีปล่อยเร็วกว่าที่คิดไว้ประมาณหนึ่งอาทิตย์
วารีอยู่ในห้องศูนย์บัญชาการปล่อยจรวด มองดูจรวดดาวเทียมใหญ่ผ่านจอที่รีบติดตั้ง
ภาพมาจากโดรนที่ทำหน้าที่ถ่ายทอด มันไม่ใช่โดรนใหญ่ใหญ่สำหรับดูแลเรื่องข่าว แต่เป็นโดรนของศูนย์บัญชาการเองที่ไม่มีตัดไปที่อื่นและสนใจแต่จรวดดาวเทียมอย่างเดียว
“เมฆมากผิดปรกติ และเรามีสัญญาณวัตถุใหญ่อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือไกลๆ นั่นแปลก แต่ไม่น่าจะเป็นปัญหากับเราที่อยู่ห่าง” ผักชีดูข้อมูลในจอ เมาส์ของคอมพิวเตอร์กดสลับช่องถ่ายทอดสดจากโดรนไปมา
วารีอยู่หลังเธอประมาณสามก้าว เขาเดินไปหาเธอและถาม “ว่าแต่ไอสัญญาณวัตถุใหญ่มันคืออะไรกันแน่… เราพอรู้ว่าในโลกนี้มีแนวภูเขาเสียดฟ้าสูงอยู่ทางซ้ายโครอลลัลเรย์เรียที่จับสัญญาณด้านบนไม่ได้ แต่ใกล้ที่นี่ก็มีด้วยเหรอ?”
“มันอยู่ทางตะวันตกไปทางเหนือนิดๆ มันเป็นภูเขาเสียดฟ้า แต่จากการวิเคราะห์ขนาดและการคำนวนความสูงจากระยะไกลมันไม่น่าสูงเท่าแนวเขาเสียดฟ้านั่น แต่ที่นี่มันจับสัญญาณได้ ฉันไม่รู้ว่าสองที่เกี่ยวกันมั้ย แต่มันเป็นปริศนาที่เราไม่รู้คำตอบ” ผักชีหัวหน้าแผนกประดิษฐ์รายงาน
“สัญญาณมันพอวิเคราะห์ได้มั้ยว่ามันคืออะไร?” วารีสนใจข้อมูลเชิงลึกในครั้งนี้
“ไม่รู้ดิ แต่จากการจับสัญญาณ มันเหมือนเวลาเรือดำน้ำเราลงลึกและปล่อยสัญญาณจับวัตถุแล้วเจอเกาะลอยอยู่ด้านบน นั่นเป็นข้อมูลที่ไม่มีอะไรมายืนยัน แต่นั่นคือคำตอบที่ดีที่สุดที่ฉันวิเคราะห์ได้” ผักชีบอก
เธอเอาข้อมูลนี้มาจากการคาดเดาล้วน ขนาดมันเท่าเกาะที่มีเมืองอยู่ข้างบนขนาดใหญ่
“เธอจะบอกว่าบนฟ้ามีเกาะเหรอ? ไม่เอาน่า นั่นไม่เหมือนเธอเลยนะ” วารียิ้มและไม่คิดว่าเรื่องนั้นเป็นเรื่องจริง
“ใช่ มันต่ำกว่าหนึ่งเปอร์เซ็นต์ที่จะเป็นแบบนั้น แต่ไม่รู้เหมือนกัน ถ้าบอกตรงๆ มันทำให้ฉันมีลางแปลกๆที่ไม่รู้จริงๆ” ผักชีบอก
ในหัวเธอ มันเหมือนเวลาผักติดฟัน มันปรกติ ทุกอย่างมันปรกติ แต่เวลาที่ลิ้นไปลูบด้านหน้าฟัน มันไม่เหมือนเดิม
“ห้านาทีก่อนปล่อยจรวด” ผู้ประกาศในห้องพูดผ่านไมค์ด้วยเสียงดูตื่นเต้น
ใช่ว่าเขาเห็นมันหลายรอบแล้วทั้งในโลกและนอกโลก แต่ภาพบนฟ้ามันมหัศจรรย์ ยิ่งนอกโลกนี่มันไม่เหมือนอะไรที่เคยเห็น เมื่อไม่กี่ปีก่อนเขายังเป็นทหารรับจ้างต่างประเทศ ไล่เอาดาบฟันคน ได้แผลเป็นหลายแผลก่อนลงหลักที่วาโรซีเมียเรีย
“เช็กความปลอดภัยครั้งสุดท้ายก่อนปล่อยจรวด” ผักชีสั่งออกไมค์
จากนั้นซักพักกล้องตัดไปที่นักบินหญิงตัวหนาจากกล้าม “ระบบทุกอย่างในจรวดพร้อม นักบินพร้อม รองนักบินพร้อม ลูกเรือพร้อม”
แต่ก่อนเราเอาคนขึ้นไปคนเดียว แต่ตอนนี้เพราะคนมีความสามารถเยอะขึ้น เราเอาคนไปเพิ่มทุกครั้ง และส่งคนเข้าไปเสริมและสลับเปลี่ยนนักบินหลักที่ทำงานอยู่บนโลกให้มีช่วงเวลาได้กลับบ้าน
“สามสิบวินาทีก่อนปล่อย”
ในที่แห่งหนึ่ง
ในห้องประชุมใหญ่ที่มีไม่กี่ที่นั่ง และพื้นเป็นเมฆหมอก
มีคนพอเรียกได้ว่าหลายคนนั่งในที่ประชุม บางคนมีวงเป็นหัว บางคนไม่ใช่คนแต่ต้องเรียกว่าตัว บางคนเป็นหญิง และบางคนดูไม่ออกว่าชายหรือหญิง
มีชายผมบลอนด์ที่มีปีกขาวและวงบนหัวยืนอยู่ข้างหน้า เขาใส่เสื้อเปิดแขน และแขนเขามีแผลเป็นอยู่บ้างเล็กน้อยบอกถึงประสบการณ์
“เราอยู่ในช่วงวิกฤตแห่งความเชื่อของมนุษย์ แต่ก่อนคนยังขอบคุณฟ้าฝน ขอบคุณบางอย่าง คำขอบคุณนั้นมาหาเรา เพิ่มพลังให้เรา แต่คนทำสงครามจนเราต้องใช้วิชาลับเรียกคนมา” เขาพูดไม่ดัง แต่เสียงไปถึงทุกมุมของห้อง
เขามองหน้าทุกคน ทุกคนดูตื่นตัวและหวาดกลัว แต่ก่อนคนส่งพลังมาจากการขอบคุณ พวกเขายิ่งทรงพลังขึ้น แต่ช่วงไม่นานที่ผ่านมาตั้งแต่คนเหล่านี้ใช้วิชาลับ คำขอบคุณกลับลดลง
“และเทพหน้าใหม่อย่างสลานุช เทพโลกอื่น และเทพสันโดษที่ไม่ยอมทำตามที่เราตกลงกันได้พลังเพิ่ม นั่นก็แย่พอแล้ว แต่พลังเราทั้งหมดที่เป็นเทพหลักแห่งชีวิตมนุษย์กลับอ่อนแอลง” ชายหน้าหล่อแขนมีแผลพูด
ผมเขาสีทองและตาสีทอง ไม่เหมือนมนุษย์คนไหนบนโลก
“แถมยังมีเหตุการณ์ตอนเราไปเยี่ยมเมือง มนุษย์ที่ต่ำต้อยส่งแท่งบ้าบอเสียงดังอะไรนั่นขึ้นฟ้าข้ามหัวเรา พวกเขาไม่ให้เกียรติเรา และทำเหมือนเราไม่มีตัวตน แถมยังเพิ่มพลังและแพร่กระจายความเชื่อไปเพิ่มพลังเทพนอกคอกเหล่านั้นอีก” หน้าหนุ่มผมทองเริ่มเปลี่ยนเหมือนเพิ่งกินผักที่ขมกว่าที่คิด
ไม่มีใครในที่ประชุมพูดอะไร พวกเขารู้สึกเหมือนกันว่าโดนสบประมาท
และไม่ใช่ครั้งเดียวด้วย
ไอ้แท่งเสียงดังนั้นขึ้นทางตะวันออก จากนั้นใกล้เมือง จากนั้นไกลๆ
พวกเขาให้อภัยและเห็นมันเป็นการเล่นสนุกไร้ประโยชน์ของมนุษย์ ปล่อยมันไป เสกลมแรงและห่าฝนนิดหน่อย แต่มนุษย์ในบางส่วนที่บูชาเทพนอกคอกไม่รู้สึกสำนึกด้วยซ้ำ เมื่อมองหน้าที่เกิดเหตุ เมืองพวกเขาทนลม เมืองน้ำไม่ท่วม สวนส่วนใหญ่สูบน้ำออกอย่างรวดเร็วด้วยวัตถุประหลาด
“เราเตือนพวกเขาซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่ไม่สำนึก เรากลับทำร้ายผู้เชื่อเราและทำพวกเขาเสียชีวิต” หนุ่มผมทองพูด
“ท่านเซ็ทเราต้องใช้ปาฏิหาริย์เพื่อสื่อลงไปถึงคนข้างล่าง เราเอาอุกกาบาตลงเมืองที่ความเชื่อเยอะดีมั้ย? ถ้าต้นตอความเชื่อไปหาคนอื่นเยอะ เราต้องตัดไฟตั้งแต่ต้นลม” เทพที่หน้าเป็นเสือและตัวมีขนยืนพูด
“ฉันก็เคยคิดจะทำแบบนั้น แต่ต้องไม่ลืมว่าเราเป็นเทพ และเทพต้องให้อภัย เราจะส่งปาฏิหาริย์เล็กๆ ไปในที่ๆความเชื่อนอกคอกไม่ไปทางนั้น และค่อยๆสืบก่อนว่ามันเกิดอะไรขึ้น …มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตอ่อนแอและเหลาะแหละ ถ้าเราช่วยคนที่ไม่ได้เชื่อเทพนอกคอก เราจะได้พลังมาจากทางนั้น และวิธีได้มาจะเป็นวิธีที่ดีกว่า” หนุ่มผมทอง เซ็ท พูด
เทพหน้าเสือจับคาง พยักหน้าและนั่งลง
“เอาล่ะ ต่อไปเป็นการเรียกสลานุชมาสอบสวน เธอรู้จักพวกเชื่อเทพนอกคอกเหล่านั้น และคนพวกนั้นเคยไปมิติเธอเท่าที่เราได้รายงาน เราค่อยๆสืบได้ว่าพวกเขาเป็นแบบไหนและมีแนวคิดยังไง” เซ็ทบอกทุกคน
เซ็ทเสกวงเวทย์ที่เป็นสีทองและเป็นลายแปลกๆที่ละเอียดจนมองได้เป็นชั่วโมง
สลานุชโผล่ออกมาจากวงกลมสีทองที่พื้น เธอยังอยู่ในชุดว่ายน้ำและแว่นกันแดด “เอ๋?”
เทพหลางองค์ที่ยังหนุ่มๆรวมไปถึงเทพตัวประหลาดมีแต่หนวดผิวปาก แม้ไม่มีใครรู้ว่าเทพตัวเป็นหนวดมีปากหรือไม่
เธอหันหลัง เห็นเซ็ท เซ็ททักทายด้วยความเป็นมิตร “สวัสดี ไม่เจอกันนานนะ”
สลานุชปากตกหน้าเหยเก “แหวะ”
“นั่นคือคำแรกที่ออกจากปากเหรอ หา? ฉันเป็นมหาเทพนะ ต้องรู้จักให้เกียรติกันบ้างดิ” เซ็ทโวยวายเสียงดัง เอ็นขึ้นคอด้วยความโมโห
“แหวะ” สลานุชแหวะซ้ำอีกครั้ง
เธอเสกให้ตัวเองใส่ชุดไหมที่ปิดบังเยอะขึ้น แต่ก็ไม่ทิ้งความเซ็กซี่
“เฮ้อ… นั่งก่อน เราจะสอบสวนเธอ” เซ็ทเริ่มสงบ หลายคนคุ้นกับนิสัยอารมณ์เดือดเร็วของเขา
มีแต่สลานุชที่ยังไม่สบอารมณ์ “เฮ้อ… มีไร?”
“...เราจะถามข้อมูลของมนุษย์ที่ไปหาเธอ เรารู้จากสัญญาณเทพว่ามีมนุษย์เข้าออกมิติเธอบ่อย และยังไม่ใช่แค่คนเดียว แค่การมาอยู่ในมิติเธอมากกว่าหนึ่งคนก็ผิดกฎเทพแล้ว เธอยังเรียกบางคนมาบ่อยด้วย เรื่องนั้นเราจะมองข้ามถ้าเธอยอมบอกข้อมูลเขามาดีๆ” เซ็ทเริ่มซักถาม
สลานุชจับท้อง “...ฉันไม่รู้เรื่องเขามากมาย”
เซ็ทเป็นคนที่สังเกตเก่ง “อ้วนขึ้นเหรอ?”
“ฉันมีความสุขกับอาหารใหม่ของมนุษย์และแค่เปลี่ยนร่างให้หนาขึ้นหน่อย มันเป็นแนวแฟชั่นใหม่ที่มนุษย์ฮิตตอนนี้” สลานุชตอบอย่างรวดเร็ว และแน่นอนว่ามันโกหกล้วนๆ
ตอนนี้ความนิยมด้านแฟชั่นของมนุษย์กำลังเทไปในด้านคนที่มีกล้ามเนื้อดูดีกว่า และในวาโรซีเมียเรีย มีน้อยคนที่เชื่อความนิยมเก่าว่าจะสวยหล่อต้องอ้วน
แน่นอนมันเริ่มมาจากวารีและวล็อดซีเมีย ที่ตีแผ่หนังสือออกกำลังกายให้ทุกบ้าน
“งั้นเหรอ? มนุษย์ช่างแปลกจริงๆ ฉันขอสั่งให้เธอไปลดน้ำหนัก และเลิกให้มนุษย์ที่มาหาเธอมาอีก” เซ็ทพูดเหมือนพูดสูตรอาหารให้เพื่อน พูดแบบปรกติ
สลานุชโกรธทันที “เห้ย ไอ้ควายทอง พวกมึงเสกกูมาเป็นเทพราคะและเสพสุข แน่นอนว่าพวกมึงทำเป็นแต่การช่วยตัวเอง มึงจะเสพสุขกันยังไงถ้าเป็นเมียไม่มีผัว และเป็นผัวที่ไม่มีเมีย หา?”
“เราเข้าใจว่าเธออายุน้อยและอายุสมองยังไม่พัฒนา เราจะมองข้ามที่เธอสบประมาท แต่ถ้าเธอพูดกับเราแบบนั้นอีกเราจะไม่ให้เธออยู่มิติเทพ” เซ็ทพูดนิ่งๆเหมือนสอนเด็ก
เทพหลายคนเลือดขึ้นหน้าและจ้องสลานุชเหมือนจะฆ่าเธอด้วยสายตา
“ขออภัย ฉันลืมตัว” สลานุชโกหกอีกครั้ง เธอยังเกลียดพวกเขาอยู่ แต่จริงๆเธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอารมณ์กับคำพูดเมื่อกี้มันออกมาจากปากเธอได้ยังไง
‘ทำไมฉันรู้สึกแปลก? ฉันปกป้องวารีกับเมียเขาผิดปรกติ’ สลานุชถามตัวเอง
“ดี คราวนี้บอกเรามา เขาเป็นใคร ชื่ออะไรและมาจากไหน?” เซ็ทถามซ้ำ
“เขาชื่อ เอ่อ… มาริโอ้… โยโย่… กิ้บสันแมน เขาเป็นกำพร้าที่ประเทศเล็ก ก่อนย้ายไปประเทศใหญ่ และได้เป็นแฟนกับราชินีที่นั่นเพราะหล่อจัด เขาเก่งค้าขายและหาเงิน ช่วยกันหาเงินเข้าประเทศ” สลานุชใช้เทคนิคผสมความจริงและเรื่องโกหกให้ดูน่าเชื่อเยอะขึ้น
“มาริโอ้ โยโย่ กิ้บสันแมน …เธอจะให้เราเชื่อจริงๆเหรอไง? เฮ้ สลานุช การประชุมนี้จริงจังและไม่ได้มีบ่อยเพราะเทพแต่ละคนไม่ได้ว่าง ถ้าเธอจะมาเล่นตลก เราจะลงโทษอย่างสาหัส จะพูดดีๆหรือจะให้เราใช้ไม้แข็ง” เซ็ทขู่ ความอดทนเขาน้อยอยู่แล้ว และสลานุชทดสอบมันครั้งแล้วครั้งเล่า
“โอเคโอเค ฉันไม่รู้ชื่อเขา ฉันแค่เห็นว่าหล่อดีและดึงมาให้หายเงี่ยนถ้าพูดตรงๆ ว่าแต่อะไรแข็ง ของพวกนายยังแข็งได้อยู่อีกเหรอ?” สลานุชตอบด้วยคำโกหก และกวนประสาทเพื่อเปลี่ยนประเด็น
เซ็ทเงียบและมองหน้าสลานุช จากนั้นตาเขาเป็นสีทองที่ส่องแสง
สลานุชเสกคาถา ‘ลืมทุกอย่างห้าวินาที!’ เธอลืมทุกอย่างตั้งแต่ตอนนั้น ทั้งเรื่องวารี เรื่องที่เธอเฝ้าดูเขาตั้งแต่ยังเล็ก เหล่าเมียเขา
เซ็ทมองสลานุชค้าง จากนั้นตาเปลี่ยนสีกลับเป็นสีทองปรกติ “ไม่มีเรื่องโกหก แปลก เธอโง่และคิดตื้นขนาดนั้นเลยเหรอ?”
เรื่องวารีและเมียทั้งหมดกลับเข้าหัวสลานุชอีกครั้ง และเธอดีใจจนน้ำตาตกลงมาเพราะจำเขาได้อีกครั้ง เธอปาดน้ำตาแบบไม่คิดมาก “ใช่ ฉันยังเด็กไง”
“แต่ที่แปลก สัญญาณมันเพี้ยน มันจับได้สองสัญญาณ เธอมีอะไรกับเทพบ้างมั้ย?” เซ็ทถามเรื่องส่วนตัวเหมือนเธอต้องรายงานให้เขารู้เป็นธรรมดาอยู่แล้ว
“ก็พอมีอยู่หลายคน ส่วนใหญ่พวกนอกคอกที่ไม่อยู่ในนี้… รู้มั้ยพวกเขาเอาสนุกดี” สลานุชโกหกอีกครั้ง แน่นอนถ้าความจริงหลุด เธออาจถูกฆ่าตรงนี้เลยไม่ก็ถูกไล่ตกจากที่นี่
เทพหลายคนมองหน้ากัน บางคนแซว “แล้วพี่ล่ะน้องสาว? ไว้จะแวะไปหา เราก็มันเหมือนกันนะจ้ะ”
สลานุชหันควับไปมีแสงออกจากตาและที่ตาเริ่มไฟลุก
“ขออภัย สลานุช ใจเย็นก่อน…” ระหว่างที่เซ็ทกำลังพูด
ฟิ้ววววว ฟู่ม! เสียงดังสนั่นดังขึ้นจากที่ไกลๆ
เหล่าเทพมองดูแท่งโลหะลอยขึ้นฟ้าด้วยความเร็วสูง
มันเหมือนทุกคนนัดกัน ต่างคนต่างไม่พูดอะไร บางคนอ้าปากค้างและทำอะไรไม่ถูก
เมื่อจรวดหายลับฟ้าไปในความมืด เหล่าเทพหันไปมองเซ็ท
เซ็ทเลือดขึ้นหน้า หน้าเขาเปลี่ยน
เทพหลายคนกลืนน้ำลาย ที่พวกเขาเห็นคือโทสะกลายร่าง ไม่ใช่เทพที่เขารู้จัก
สลานุชฉวยโอกาสที่จรวดขึ้นสร้างวงแหวนเวทย์เดินเข้าไปและหายไปแล้ว
แม้มีเทพเห็น พวกเขาไม่พูดอะไรเพราะพูดกันตรงๆ คนส่วนใหญ่ในนี้ดูถูกเธอ เธอเป็นเทพอายุน้อย แทบไม่มีพลังอะไรมากมาย เพิ่งสะสมพลังไม่ถึงห้าสิบปีหลังโต เธอทำอะไรพวกเขาไม่ได้ต่อให้ใช้พลังทั้งหมดของเธอ
เซ็ทมองหาสลานุช เมื่อไม่เจอ เขาถอนหายใจแล้วหลับตา เขากลับมาสงบแล้วพูดเบาๆ “ข้าพอแล้วกับเหล่ามนุษย์”
ทุกคนที่ได้ยินรู้สึกหนาววาบขึ้นมาทันที และทุกคนรู้กันเดี๋ยวนั้นว่าหลังจากนี้ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นโลกมนุษย์ต้องเปลี่ยนไปอย่างแน่นอน
ศูนย์บัญชาการการปล่อยดาวเทียมซาลาดูนเน็ตของฮาโมนี่
“จรวดเข้าวงโคจรในความเร็วที่ต้องการแล้ว สั่งการลูกเรือให้ออกไปกางใบส่งสัญญาณ” นาพูดด้วยเสียงนิ่งๆ
“ศูนย์บัญชาการถึงกัปตัน ทำการหันใบส่งสัญญาณหาซาลาดูน” เจ้าหน้าที่สื่อสารพูดผ่านไมค์โครโฟน
“รับทราบ” นักบินรับคำสั่งแล้วหันไปสั่งรองกัปตัน
ภาพถ่ายทอดสดนอกจรวดดาวเทียมฉายภาพการจัดใบส่งสัญญาณ
วารีถือมือถือรออยู่ด้วยใจตื่นเต้น เขาต่อเข้าอินเตอร์เน็ตของซาลาดูน และกดรีเฟรชดูสัญญาณซ้ำๆ
เหล่าแฟนหลายคนทำแบบเดียวกัน เพราะหงส์ฟ้ากับท่านหญิงเสือดำร่วมกันหุ้นการพนันที่มีหัวข้อว่า ‘โพสต์แรกในซาลาลาดูนจะเกี่ยวกับอะไร’ และคนที่ตอบถูกจะได้เงินรางวัล
วีที่พนันว่าหนังโป๊คอยดูพรจ้าและหาคำว่าซาลาดูนซ้ำๆ ไม่ว่าจะเป็นหนังชายล้วนหรือชายกับหญิงเธอก็จะได้รับเงินรางวัล
ที่เธอพนันไว้แบบนี้ไม่ใช่เพราะเธอแค่ชอบและไม่มีหลักการ
วีคิดว่าคนซาลาดูนเคยใช้อินเตอร์เน็ตเถื่อนก่อนมาอยู่แล้ว และหลายคนคุ้นเคยกับเว็บพร และรู้ว่ามันเป็นหนึ่งในวิธีหาเงินจากอินเตอร์เน็ตที่ดีที่สุดถ้าหน้าตาดี
เธอลงเงินว่าต้องมีสาวหลายคนที่หุ่นดีเพราะว่ายน้ำบ่อยและคิดหาเงินทางนี้ และบางคนมีวีดีโออยู่แล้ว แค่รออินเตอร์เน็ตแท้มาเพราะอินเตอร์เน็ตเถื่อนอัปโหลดไม่ขึ้นเพราะช้าเกินไป
เมื่ออินเตอร์เน็ตขึ้น กัปตันพูดมาผ่านจอ “ภารกิจสำเร็จ การส่งสัญญาณปรกติ ระบบปรกติ เครื่องยนต์ปรกติ ลูกเรือทุกคนเข้าดาวเทียมเรียบร้อย เข้าสู่โหมดบำรุงรักษา ขอบคุณทุกคนที่เดินทางมากับเรา” กัปตันพูดและตัดสาย
หลายคนไชโยโห่ร้องในห้องบัญชาการ
“เบิกโบนัสฟรีคนละสามทอง เอาไปดื่มเบียร์หรือกินของอร่อยกันนะทุกคน” วารีประกาศเสียงดัง
เสียงเฮดังขึ้น
ทุกคนกำลังอารมณ์ดี พนักงานที่เป็นเพื่อนกันเดินไปหาเพื่อนเพื่อนัดเที่ยว แต่จากนั้นมีเหตุการณ์แปลกๆ เสียงแตรดังขึ้นมาเสียงดัง
นารีบพูดผ่านไมค์ เสียงดังออกลำโพง “ทุกคนเข้าประจำที่!”
ทุกคนกลับไปนั่งที่ตัวเอง
นาหันมองวารีเหมือนไม่รู้จะไปต่อยังไง เมื่อเธอเห็นวารีเขาจับคางคิด
วารีเป็นคนที่หูดี เวลาเขาฟังอะไร เขารู้ว่าเสียงมาจากไหน เสียงมาจากข้างนอกหรือข้างใน ตอนนี้เขากำลังจับคางวิเคราะห์ เสียงเมื่อกี้ไม่ได้มาจากในห้อง ไม่ใช่นอกห้องด้วยซ้ำ มันมาไกลกว่านั้น มันเป็นเสียงมาจากฟ้าที่อื่น ตำแหน่งมันตรงกับภูเขาสูงที่อยู่ตะวันตกเฉียงเหนือ
วารีรับสั่งนา “ติดต่อทหารซาลาดูนหน้างาน ถามทหารบนหอคอยสังเกตการณ์ว่าต้นเสียงมาจากไหน”
นาโทรหาหน่วยบัญญชาการทหาร เธอไม่พูดเสียงดังเพราะยังไม่รู้ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องลับหรือไม่ลับ เมื่อคุยมือถือเสร็จ เธอหันมาบอกวารี “หน่วยบัญชาการยืนยันว่าทหารบอกว่าเสียงมาจากภูเขาที่ทะลุเมฆ”
“ภูเขาไร้นาม…” วารีนึกถึงประวัติคร่าวๆ เขารู้มาจากห้องสมุดวาโรซีเมียเรีย และยืนยันกับห้องสมุดซาลาดูนว่าภูเขาลูกนี้ไม่มีชื่อ ไม่มีใครกล้าตั้งชื่อภูเขาเพราะทุกคนเชื่อว่ามันเป็นภูเขาศักดิ์สิทธิ์
จากนั้นจอทุกจอขึ้นภาพ มันเป็นภาพชายผมสีทองตาสีทอง แขนมีแผลเป็น ที่แปลกสุดคือเขามีปีก
“ได้ยัง? ติดแล้ว? พูดได้เลย? โอเค” ชายผมทองพูดหาคนอื่นนอกจอ
จากนั้นเขาหันหน้าหาจอ ตาเขาเหมือนมองเห็นทุกคนที่อยู่ตรงนั้น
“เอาล่ะ มนุษย์ทั้งหลาย พวกเจ้าทำผิดอย่างใหญ่หลวง พวกข้าถูกรุกรานทางใจจากสิ่งที่เจ้าส่งขึ้นฟ้า พวกข้าให้อภัย จากนั้นเจ้าก็ทำอีก และทำอีก” เขาพูดเงียบๆ
จากนั้นหน้าเขากลายเป็นแสยะยิ้ม ตอนแรกมันนิดเดียว
“ถึงตอนนี้ พวกเจ้าที่ไร้ความเชื่อทั้งหลายต้องรู้จักเคารพสิ่งที่มองไม่เห็น พวกเจ้าต้องบูชา ศรัทธาเรา แต่เราต้องสอนบทเรียนให้พวกเจ้าได้รับรู้ก่อน”
รอยยิ้มมันลามมากขึ้นจนน่ากลัว
“วันนี้ เราจะสอนพวกเจ้า ว่าการหมิ่นเรา มันถึงชีวิต พวกเจ้าจะรู้สึกและศรัทธาเรา ศรัทธาฉัน ถ้าเจ้ารอด อย่าแม้แต่จะคิดลืม ว่าพวกเจ้าต้องศรัทธาใคร ภาวนาสู่ใคร… ตัดเลย…” ภาพทุกจอหายไปพร้อมกัน
วารีรู้สึกแปลกๆ เขาไม่ได้ดูภาพที่จอในศูนย์บัญชาการ เขาดูจากมือถือตัวเอง
เขาสรุปได้ว่านี่ไม่ใช่พลังของมนุษย์ และเอาสลานุชเป็นที่ตั้งว่ามันมีพลังอื่นอยู่ เขารีบสั่งการ “ส่งโดรนเร็วกล้องไกลไปที่ภูเขา เตือนทุกประเทศที่เราติดต่อได้ให้เตรียมถึงความเป็นไปได้ว่าต้องป้องกันประเทศ”
วารีไม่รู้ว่าข้อความมาจากไหน แต่สิ่งที่ไม่ช่วยเลยคือความแตกตื่น เข้าต้องรับหน้างานและทำใจให้แข็ง เพราะไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป