วารีพัฒนาประเทศต่ออย่างไม่หยุดยั้ง แถมคอยดูแลเหล่าเมียในฮาเร็มจนหมุนหน้าหมุนหลัง แต่ต้องมาเจอกับอดีตที่เคยผิดพลาดตามมาหลอกหลอนทั้งๆที่ลูกใกล้คลอด ทำให้เหล่าแฟนพากันมาช่วยเพื่อให้คนเดิมกลับมาหาพวกเธอ วารีอยากทำงานค้าขายให้ดี รักฮาเร็มให้เต็มหัวใจ แต่โดนรุมเร้าจากทั้งจิตใจในอดีตและเหล่าผู้ก่อการร้าย ทั้งๆที่เมียท้องกันยกชุด เขาต้องทำทั้งหมดให้ได้ดี และสุดท้ายเมื่อทุกอย่างพร้อม เขาจะรับหน้าที่ราชา
รัก,แอคชั่น,แฟนตาซี,ชาย-หญิง,เกิดใหม่,ต่างโลก,คลั่งรัก,ชาย-ชาย,หญิง-หญิง,ฮาเร็ม,ชาย-หญิง,หญิงรุก,yaoi,โรมานซ์,โรแมนติก,ต่อสู้,รักวัยรุ่น,เกิดใหม่,ทำงาน,สร้างตัว,ฝึกฝน,นางเอกเก่ง,พระเอกเก่ง,รัก,แฟนตาซี,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
กำพร้า ณ ต่างโลก ภาค 2วารีพัฒนาประเทศต่ออย่างไม่หยุดยั้ง แถมคอยดูแลเหล่าเมียในฮาเร็มจนหมุนหน้าหมุนหลัง แต่ต้องมาเจอกับอดีตที่เคยผิดพลาดตามมาหลอกหลอนทั้งๆที่ลูกใกล้คลอด ทำให้เหล่าแฟนพากันมาช่วยเพื่อให้คนเดิมกลับมาหาพวกเธอ วารีอยากทำงานค้าขายให้ดี รักฮาเร็มให้เต็มหัวใจ แต่โดนรุมเร้าจากทั้งจิตใจในอดีตและเหล่าผู้ก่อการร้าย ทั้งๆที่เมียท้องกันยกชุด เขาต้องทำทั้งหมดให้ได้ดี และสุดท้ายเมื่อทุกอย่างพร้อม เขาจะรับหน้าที่ราชา
ฟรี 5,000 คนแรก
ภาค 1 เกิดใหม่เล็งไข่ตั้งมั่น
https://www.plotteller.com/book_reading_novel/01J6K59JBZFBKF5WR1DS8Y86Q2
วารีมุ่งมั่นพัฒนาประเทศให้ขยายไปมากขึ้น และเอาของยอดนิยมโลกเก่ามาขายเพื่อเปลี่ยนยุคจากยุคขี่นกมาใช้รถและมอเตอร์ไซค์
แต่อดีตตามมาหลอกหลอนและต้องเจอกับกำแพงที่ตัดสินว่าอะไรถูกต้องและไม่ถูกต้อง
และเขายังต้องเตรียมพร้อมทุกอย่างให้ลูกที่ใกล้เกิดมาในอนาคตข้างหน้า
เขาต้องสู้พัฒนาสร้างทุกอย่างพร้อมจิตใจที่ปั่นป่วน แต่ยังดีที่เหล่าแฟนคอยดูเขาใกล้ชิดและตบหัวเขาทุกครั้งที่เขาง้องแง้ง
https://www.facebook.com/profile.php?id=100087843892571&mibextid=LQQJ4d
bluesky
https://bsky.app/profile/wayuwayutl.bsky.social
185 เพื่อนกันพากันลุย
เดือน 1 ยุคตีกันปี 125
ในลานอาหารฮาโมนี่
หลังแชมปิญองกินเสร็จเธออิ่มสุดๆ และท้องพองขึ้นนิดหน่อย
“อร่อยมั้ย?” คริสซ่าถามขึ้นมา
“สุดๆเลย เกิดมาไม่เคยกินอะไรแบบนี้เลย” แชมปิญองยิ้มกว้างให้คริสซ่า
“ต่อจากนี้ก็ไม่มีอะไรแล้ว เดินย่อยดูร้านในห้างดีกว่า ฉันอยากซื้ออะไรให้เธอนิดหน่อย” คริสซ่าพูดแล้วลุกขึ้น
“จะซื้อให้เลยเหรอ?” แชมปิญองถามหน้าตาตื่น
“ใช่ ก็เธอยังไม่มีเงินนี่นะ ไว้มีแล้วค่อยซื้ออะไรมาให้ฉันแล้วกัน” คริสซ่ายิ้มเจ้าเล่ห์
“แล้วจะซื้อให้ฉันทำไม?” แชมปิญองยังหน้าตื่นไม่หยุด
“มันเป็นของขวัญต้อนรับเพื่อน รับๆไปเถอะน่าแล้วค่อยซื้อให้ฉันทีหลัง” คริสซ่าไม่คิดเปลี่ยนใจ
สองคนเดินออกจากลานอาหาร คริสซ่าพาแชมปิญองจับมือเดิน
ร้านแรกที่สองคนดูคือร้านเครื่องใช้หินไฟฟ้า
คริสซ่าหันมาบอก “ในห้องเธอมีเครื่องใช้พื้นฐานอยู่แล้ว แต่ไม่มีนี่”
“มันคืออะไรอ่ะ?” แชมปิญองพูดแล้วมองดูเครื่องอะไรบางอย่างที่คริสซ่าถือ
มันเป็นกระบอกที่มีด้ามจับสีชมพู มันดูไม่เหมือนอะไรที่แชมปิญองเคยเห็น
“มันเรียกว่าไดร์เป่าผม มันเป่าลมร้อนออกมา ถ้าเป่าไปและหวีไปผมจะเข้าทรงสวยและแห้งหมดยันโคนผม มันเป็นเครื่องใช้หินไฟฟ้าที่ผู้หญิงทุกคนต้องมี” คริสซ่าพูดเสร็จและเลื่อนปุ่มที่เครื่อง จากนั้นมีลมพัดออกมา
จากนั้นสองคนเลือกของใช้กันต่อ คริสซ่าเลือกไม้อะไรซักอย่างมาถือหันมันซ้ายขวา
จากนั้นเธอหันมาถาม “ชอบให้ผมหยิกมั้ย?”
“ฉันไม่ค่อยจัดทรงผมฉันบ่อย เพราะเวลาอยู่บ้านเก่ามันไม่ค่อยมีเวลา” แชมปิญองพูดตรงๆ
“อย่างนั้นเหรอ? งั้นไม่เอาแล้วกันเดี๋ยวไม่ได้ใช้ ในห้องมีพัดลมอยู่แล้วเราเลยไม่ต้องซื้อ เอ เอาอะไรดีล่ะ? อ๋อ นี่ดีกว่า” คริสซ่าพูดแล้วเดินไปหาเครื่องหนึ่งที่มีกระบอกแก้วอยู่ด้านบนและแท่นอยู่ข้างล่าง
“มันคืออะไร?” แชมปิญองมองไม่ออกเลยว่ามันจะใช้เอาไว้ทำอะไร
“มันเป็นเครื่องปั่น พอเอาน้ำแข็งและผลไม้ใส่ เธอจะได้น้ำเย็นเจี้ยบเป็นเกล็ดน้ำแข็ง กินอร่อยแถมสุขภาพดี แถมเอาถั่วปั่นใส่กับโปรตีนได้ด้วย ไว้กินหลังไปออกกำลังกาย” คริสซ่าบรรยายสรรพคุณ
“โปรตีนมันคืออะไร?” แชมปิญองงง
“มันไว้ทำให้กล้ามโตสำหรับผู้ชาย ตัวจะบึ้มๆเหมือนวารี”
“ไม่เอานะ ฉันไม่อยากตัวโต…”
“ไม่ต้องห่วง สำหรับผู้หญิงมันกล้ามโตยาก แต่มันจะเซ็กซี่สุดๆเวลาเธอใส่เสื้อไม่มีแขน” คริสซ่าพูด
จากนั้นเธอยกแขนขึ้นมาเบ่ง
เธอพยักหน้าให้กับกล้ามตัวเอง “เห็นมั้ย แขนจะนูนๆ” จากนั้นเธอเปิดเสื้อให้เห็นท้องที่มีกล้ามเป็นแถวขนมปัง “แถมท้องก็มีทรงชัดขึ้นด้วย แรกๆฉันก็ยังไงอยู่ แต่พอเลิกอคติจริงๆแล้วมันดูสวยกว่า ความแข็งแรงมีผลดีกับทุกคนแหละ”
“ไม่ใช่ผู้หญิงต้องบอบบางแล้วคอยช่วยเหลือหัวหน้าของบ้านเหรอ?” แชมปิญองขัดด้วยภาพผู้หญิงที่ดีในใจ
“คนที่ทำอะไรก็ไม่ไหว คอยเดินตามต้อยๆมันจะดีกว่าสาวที่หาเลี้ยงตัวเองได้ แถมไม่ห่วงเรื่องใช้แรงงานได้ไง ประโยชน์ของอย่างหลังเยอะกว่า และดูมีพลังด้วย บอกตรงๆตอนแรกที่มาฉันก็ไม่เชื่อ แต่พอโดนคนไม่รู้เรื่องเข้ามาจีบ ฉันเห็นค่ามันมากขึ้น เชื่อดิ มันดีกว่า ชีวิตเปลี่ยนเลยแหละ” คริสซ่าร่ายยาว
“โอเค ฉันจะกินโปรตีน” สุดท้ายแชมปิญองก็ยอม
สองคนเดินออกจากร้านเครื่องใช้หินไฟฟ้า คริสซ่าพาแชมปิญองไปเข้าร้านผลไม้แล้วเลือกลูกอะไรซักอย่างดำๆม่วงๆ กับลูกสีน้ำตาลมีขน
“อันนี้เรียกว่าอะโวคาโดกับกีวี สองอย่างมันเข้ากันได้ดีเมื่อบีบมะนาวใส่” คริสซ่าชูมันให้แชมปิญองดูแล้วบอกว่าอะไรคืออะไร
จากนั้นสองคนออกจากร้านผลไม้ คริสซ่าเดินต่อและหยุดหน้าร้านหนึ่ง
แชมปิญองมองไปในร้านและมันขายกำไลหินอะไรซักอย่าง
คริสซ่าจับคางและคิด จากนั้นพูดขึ้นมา “ซื้อนี่ดีกว่า และเราต้องการเทพเครื่องด้วย”
“อะไรมั่งล่ะนั่น?” แชมปิญองถาม
“สร้อยหินเอาไว้เสริมดวง ส่วนเทพเครื่องเอาไว้ใส่แล้วนึกถึงเทพกับกันภัย วารีกับแฟนทุกคนบูชาเทพสามองค์ มีเทพสลานุช ฉันไม่เคยเจอเองแต่ข่าวลือว่าเธอลามกเพราะเป็นเทพเรื่องความรู้สึกดี เทพกระต่ายแห่งการสร้างลูกหลาน และเทพโพไซดอนแห่งการรบ” คริสซ่าบอก
“เทพเหมือนคนบนฟ้าอะไรอย่างนั้นอ่ะนะ แถมไปเจอได้ด้วยเหรอ?” แชมปิญองงงซ้ำ
“ใช่ วารีกับเจ๊วาโรเคยเจอ เธออยู่มิติเทพ ฉันไม่ค่อยเข้าใจรายละเอียดเท่าไหร่” คริสซ่าแค่บอกตามที่ได้ยินมา
สองคนเข้าร้านหินกำไลและคริสซ่าพาแชมปิญองเลือกหิน ซักพักแชมปิญองหยุดหน้าหินสีเขียวที่มีดวงส้มๆแดงๆ
“หืม หินถูกหวย…” คริสซ่าเห็นก็รีบหยิบมันมาให้แชมปิญองลองใส่
มันใส่ข้อมือเธอพอดี แชมปิญองดูข้อมือแล้วหมุนไปหมุนมา
คริสซ่าจับคางและพยักหน้า “8 มิลลิเมตรกำลังสวยดีเลย เพิ่งมานี่ใส่หนักๆเดี๋ยวไม่ถนัด”
“นี่ก็ใหญ่แล้วนะ…” แชมปิญองมองข้อมือพูด
“ฮ่าฮ่า ของฉันที่ห้องใหญ่กว่าอีก พนักงานคะ เอาสร้อยทองคิวบันเทพสามองค์ให้เส้นนึงค่ะ” คริสซ่าพูดกับพนักงาน
“เอากี่เปอร์เซ็นต์ดีครับ?” พนักงานถามด้วยรอยยิ้ม
“96 แล้วกัน” คริสซ่าพูดอย่างมั่นใจ
“ดะ… เดี๋ยวๆ สร้อยทองเหรอ? เหรียญทองฉันยังไม่เคยจับเลย แถมราคามันสูงมากด้วย!” แชมปิญองขัดทันที
“ทุกคนมีกันหมดแล้วเธอไม่มีได้ไง ยอมแพ้เถอะน่า” คริสซ่าพูดคิ้วขมวดใส่แชมปิญอง
เมื่อแชมปิญองเห็นคริสซ่าเอาจริงขนาดนั้นก็คอตก เธอปล่อยสิ่งที่จะเกิดให้เกิดขึ้นไปตามชะตา
สุดท้อยสร้อยมา สีเงาสะท้อนแสงของร้านเงาเป็นสง่า คริสซ่าเอาใส่คอแชมปิญอง
“มันลงร่องนมพอดี ขอบคุณนะคะพี่” คริสซ่าพูดและขอบคุณพนักงาน
พนักงานพยักหน้าและเดินไปที่อื่น ปล่อยให้แชมปิญองหน้าแดงต่อ
เมื่อเสร็จแล้วคริสซ่ามองหาของซื้อให้อีก แต่แชมปิญองขัด “พอแล้วแหละ”
“อืม… พอก็พอ ไปดูเสื้อผ้ากัน” คริสซ่าพูดแล้วจูงมือแชมปิญองออกจากร้านหิน
เดินมาซักพักก็ถึงร้านเสื้อผ้า คริสซ่าเลือกร้านที่เป็นเสื้อผ้าสำหรับออกกำลังกาย
สองคนเลือกเสื้อและคริสซ่าเลือกชุดน้อยชิ้นแบบเซ็กซี่
แชมปิญองบ่นทันที “มันวาบหวิวไป ฉันไม่กล้าใส่หรอก…”
“เอาน่า ใส่ๆไปเถอะ มันไม่ได้เอาไว้อวดความเซ็กซี่ แต่ชุดวอร์มที่วังให้มันจะต่อสู้ยาก เวลาคู่ต่อสู้ใส่ผ้าไม่รัดและชิ้นใหญ่มันจะโดนจับทุ่มได้ง่าย” คริสซ่าขัด
“จับทุ่ม? ฉันจะไปสู้กับใครเหรอ? ฉันไม่ชอบการต่อสู้”
“มันเป็นการออกกำลังกายที่เอาไว้ใช้จริง ดูอย่างพี่นาตอนนี้สิ กล้ามพี่เขาเล็กสวยใช่มั้ยล่ะ พี่นาก็ไม่ชอบต่อสู้และออกกำลังกายเหมือนกัน เคยเห็นพี่นาใช่มั้ย?”
“เคยเห็น…”
“เห็นมั้ยล่ะว่ากล้ามเนื้อเธอเรียวเล็ก”
“เคยเห็นแต่พี่เขาตอนใส่สูท แต่พี่เขาเซ็กซี่”
“ไม่มีผู้หญิงคนไหนที่ไม่ชอบความสวยงาม ถ้าเธออยากหุ่นเนี้ยบ แข็งแรง วิ่งเร็ว ป้องกันตัวได้ จนโจรข้างทางก็เหมือนปลา ทำอะไรเธอไม่ได้ เธอก็ต้องฝึกสู้”
แชมปิญองถอนหายใจ “ถ้าเธออวดสรรพคุณขนาดนั้น ก็ได้ ฉันจะลองดู”
คริสซ่าพยักหน้าไปยิ้มไป “เยี่ยม เอาล่ะ กลับกันได้แล้วมั้ง เราช้อปปิ้งแล้วนิดหน่อย”
แชมปิญองมองถุงสินค้าในสองมือ ทั้งเธอและคริสซ่า “นิดหน่อยเหรอเนี่ย?”
“ฮี่ฮี่ ได้เวลากลับไปพัก ว่าแต่เป็นเพื่อนกันเวลาไปบ้านเพื่อนเขาทำอะไรกันมั่งอ่ะ?” คริสซ่าพูดเองงงเอง
“ถามฉันเนี่ยนะ? ฉันจะไปรู้ได้ไง เพิ่งเคยมีเหมือนกันเนี่ย” แชมปิญองก็ช่วยอะไรไม่ได้
เธอรู้สึกอายตัวเองที่แม้แต่ความรู้เรื่องการอยู่กับเพื่อนพื้นฐานยังไม่รู้
แต่คริสซ่าก็ไม่ได้รู้สึกต่างจากเพื่อนเธอเท่าไหร่ เธอควักโทรศัพท์โทรออก
“พี่อลิส เพื่อนเขาทำอะไรกันมั่งเวลาไปบ้านเพื่อนเหรอ? อ๋อ นั่นเหรอ? โอเค เข้าใจแล้วพี่ ขอบคุณนะคะ” คริสซ่าวางสาย
“พี่ที่เป็นแฟนวารีเหรอ?”
“ใช่ พี่อลิส เป็นพี่เลี้ยงเด็กที่บ้านกำพร้าฮาโมนี่ รู้มั้ยพี่เขาเคยเลี้ยงวารีมาก่อนที่ต่างประเทศ ตอนนี้เป็นแฟนกันละ เข้าใจยังว่าวารีเป็นสายสะสม”
แชมปิญองพอเข้าใจเล็กน้อยเกี่ยวกับวารีแล้วตอนนี้
สองคนพากันไปถึงมอเตอร์ไซค์ คริสซ่าเอาถุงหิ้วใส่คันบังคับ ส่วนที่ใส่ไม่ได้ให้แชมปิญองถือ
มอเตอร์ไซค์ออกทำให้แชมปิญองกลัวและเมื่อยแขนตลอดทาง แต่ในที่สุดก็ถึงบ้านฮาโมนี่
แชมปิญองถอนหายใจครั้งใหญ่และบ่นลอยๆ “รอดแล้ว…”
“ฮ่าฮ่าฮ่า ขนาดนั้นเลย ต่อให้ตกรถก็ถลอกนิดหน่อยเอง” คริสซ่าแซวทันทีเมื่อได้ยิน
“แล้วจะเจ็บตัวทำไมเล่า? แหม เธอนี่…” แชมปิญองเท้าเอว
“โห เพิ่งเป็นเพื่อนกันกล้าว่ากันละ แมวขี้กลัว หุหุหุ” คริสซ่ายิ้มเจ้าเล่ห์ทันที
แชมปิญองเปิดตากว้างทันที ใช่ ถึงมันเพิ่งวันเดียว แต่ใช่ เธอรู้สึกใกล้ชิดกับคริสซ่ามากขึ้น
“แต่… สนิทกันเร็วขนาดนี้ ฉันจะเป็นไอนั่นเหมือนเฟทมั้ยเนี่ย? คงไม่หรอกมั้ง” คริสซ่าพูดลอยๆ
“แล้วไอนั่นมันคืออะไร? ฉันรู้ว่าเฟทเป็นลูกเลี้ยงวารีคนแรกที่ตอนนี้ดูเรื่องจิตวิทยากับเรื่องวิญญาณ” แชมปิญองถามทันที
เธอรู้สึกว่าคุยกับคริสซ่าได้ง่ายขึ้น ถ้าเธออยากรู้อะไรก็ถามได้เลย
“มันเรียกว่าอะไรนะ? เอิ่ม เลสโบ้? ไม่ใช่ดิ เลสเบน เลสเบี้ยน!” คริสซ่างงไปพูดไป
“แล้วมันคืออะไรล่ะนั่น?” แชมปิญองถามต่อทันที
“คำเรียกผู้หญิงที่ชอบผู้หญิงด้วยกัน” คริสซ่ายิ้มบอก
“หา? ได้ด้วยเหรอ?” แชมปิญองไม่เชื่อหู
“ได้สิ มันเป็นเรื่องของรสนิยม” คริสซ่ายิ้มกอดอก
“แล้วพี่มาแซวอะไรหนูข้างหน้าบ้านล่ะเนี่ย?”
““จ้าก!”” สองคนอุทานพร้อมกัน
คริสซ่าหันเหมือนตุ๊กตาไขลานใกล้พัง สุดท้ายเห็นเฟทเท้าเอวพองแก้มอยู่
“ขอโทษ” คริสซ่ารีบยกมือไหว้
‘นั่นเหรอ? ไหว้ ท่าที่ใช้เวลารู้จักกันหรือขอบคุณ’ แชมปิยองคิดในใจ
สาวผมขาวถอนหายใจ “หนูยังไม่แน่ใจเรื่องเป็นเลสเบี้ยน และเราเป็นแค่เพื่อนสนิทกัน แถมหนูยังไม่โตเลยด้วย”
“โอเคเชื่อก็เชื่อ” คริสซ่าไม่ขัดอะไรทั้งนั้น
“เหมือนไม่เชื่อเลยนั่น” เฟทบ่น
“เชื่อแล้วจ้า ปล่อยพี่ไปเถอะ” คริสซ่ายกมือไหว้ขออีกครั้ง
“หนูไม่โกรธหรอกค่ะ หุหุ แต่สวัสดีนะคะทั้งสองคน ขอต้อนรับเข้าบ้านฮาโมนี่ค่ะ พี่แชมปิญอง” เฟทพูดแล้วยกมือไหว้
แชมปิญองตกใจที่เธอรู้จักชื่อ แต่ไม่กล้าพูดอะไร
เฟทเข้าบ้านไปก่อนและสองคนถอนหายใจโล่งอก
“รอดแล้ว” คริสซ่าพูดบ้างในครั้งนี้
“เธอดุจัง” แชมปิญองออกความเห็นความประทับใจแรก
“ปรกติเธอไม่เป็นแบบนี้หรอก เธอใจดีมาก แต่บทเวลาออกลุยก็ไม่ไว้หน้าใครอยู่ เธอคงไม่ชอบที่เราไปแซวรสนิยมเธอแหละ” คริสซ่าลองวิเคราะห์ดู
แชมปิญองคิดตาม ใช่ ถ้าเกิดเธอรักผู้หญิงด้วยกันขึ้นมาคงไม่อยากให้ใครเอาไปพูดฆ่าเวลาหรือเอาไปวิเคราะห์วิจารณ์อะไรกัน
“น่าจะใช่” แชมปิญองเห็นด้วย
“ป่ะ เข้าบ้าน” คริสซ่าพูดแล้วจับมือแชมปิญอง มองหน้าเธอ
แชมปิญองมองตอบ มาตอนนี้เธอไม่กลัวตาดุๆของคริสซ่าแล้ว
สองคนปล่อยให้บรรยากาศผ่านไปเงียบๆ เสียงใบไม้ของพุ่มไม้หน้าบ้านชัดขึ้น กลิ่นหอมของดอกไม้เข้าจมูกชัดขึ้น
และเมื่อยังไม่แน่ใจความรู้สึกในใจ สองคนทำสิ่งที่ทำได้และทำอย่างอื่นแทน
สองคนเข้าบ้านและขึ้นลิฟต์ไปห้องแชมปิญอง
จากนั้นก็อาบน้ำอีกและใส่ชุดนอน
เมื่ออยู่ในห้องคริสซ่าเรียงที่นอน ทำเป็นลานนอนดูหนัง
“เอาเรื่องอะไรดีน้า” เธอกดรีโมทเลือกหนัง “เอาต่อสู้แล้วกันดูง่ายๆ เรื่องนี้เรื่องนี้”
แชมปิญองดูทีวีครั้งแรกและหนังเรื่องแรกทันที หัวใจเต้นแรงตั้งแต่ต้นจนจบ
การต่อสู้สนุกและดูง่ายไม่วิบวับ มันเป็นหนังเรื่องแรกก็จริง และมันเป็นเรื่องโปรดของเธอด้วยทันที
แชมปิญองถามกับตัวเอง ‘ฉันจะเจออะไรมั่งในที่ใหม่ในชีวิตที่นี่?’
คริสซ่าดูหนังเสร็จก็กดรีโมทเลือกหนังที่จะดูเรื่องต่อไป
เธอเลือกได้ซักพักแล้วหยุดที่การ์ตูนบางอย่าง “ดูอนิเมะดีกว่า”
“มันคืออะไรเหรอ?” แชมปิญองถาม
“มันคือหนังภาพเคลื่อนไหว มันไม่เหมือนอารมณ์หนังธรรมดา แต่รับรองได้เลยว่าเธอจะติดใจ” คริสซ่าอวดสรรพคุณ
“มาดูกัน ชักตื่นเต้นแล้วสิ” แชมปิญองยิ้มไปพูดไป
เมื่อหนังฉายมันเป็นเรื่องของคนที่มาเกิดใหม่ในต่างโลก มันเป็นอะไรที่แชมปิญองไม่เคยเห็น แต่บอกตามตรงว่าแชมปิญองไม่เคยเห็นหลายอย่าง
ตอนหนึ่งผ่านไป ตอนที่สองต่อ และสาม สี่ จนแทบเที่ยงคืนสองคนยังไม่มีทีท่าจะนอน
แต่คริสซ่ายอมแพ้และพูด “มันได้เวลานอนแล้วแหละ”
“โอเค” แชมปิญองพูดแล้วหันไปจัดที่นอน “แล้วเธอจะนอนไหนล่ะวันนี้?”
“พูดเป็นเล่น ก็นอนบนเตียงกับเธอไง” คริสซ่าพูดหน้านิ่ง
“เอ๋ เราจะนอนเตียงเดียวกันเหรอ?” แชมปิญองตกใจ
“ใช่สิ ไม่นอนเตียงแล้วจะนอนไหน” คริสซ่าพูดหน้าเฉย
แชมปิญองหน้าแดงทันที มันเป็นครั้งแรกที่เธอจะได้นอนกับคนอื่น
บอกตรงๆว่ามันไม่รู้ว่าจะรู้สึกอย่างไรดี ใจหนึ่งเธอก็ดีใจที่ประสบการณ์นอนกับคนอื่นครั้งแรกไม่ใช่ผู้ชายแปลกหน้า
สองคนนอนบนเตียง เมื่อหลับได้ซักพักคริสซ่าก็กรนเสียงดัง
แชมปิญองนอนไม่หลับจนดึกจนดื่นแต่สุดท้ายเธอก็หลับลงได้
จิ้บจิ้บจิ้วจิ้บจี่วิ้ด
เช้าตรู่สับเปลี่ยนกับกลางคืน คริสซ่าตื่นและจัดที่นอนไม่ให้รบกวนแชมปิญอง
เธอชงกาแฟรอแชมปิญองตื่นแต่พอผ่านไปครึ่งชั่วโมงยังไม่ตื่นคริสซ่าตัดสินใจปลุกแชมปิญอง
แชมปิญองตื่นมาหน้างัวเงีย
“มาทำเรื่องเด่นตอนเช้ากัน ‘ออกกำลังกาย’” คริสซ่าพูดเรียกกำลังใจ
“แต่เช้าเลยเหรอ?” แชมปิญองรู้สึกไม่พร้อม
“ใช่สิ ไม่ออกตอนนี้แล้วจะไปออกตอนไหน” คริสซ่าพูดเป็นเรื่องปรกติ
สองคนอาบน้ำและคริสซ่าพาแชมปิญองไปลานออกกำลังกาย
“เอาล่ะ มาเริ่มด้วยการวิ่งกันก่อน มากับฉัน วิ่งตามมานะ” คริสซ่าพูดแล้วออกวิ่ง
แชมปิญองในชุดออกกำลังกายรัดๆดึงเสื้อเกาะอกให้ปิดหน้าอกให้มิด แล้วออกวิ่งตามคริสซ่าไป
หนึ่งรอบผ่านไป สองรอบผ่านไป แชมปิญองหอบแรง หายใจไม่ทัน คริสซ่าหยุดแล้วเดินมาดูเธอ “อีกห้ารอบเอง ไหวมั้ย?”
“ไม่ไหว… หายใจไม่ทันแล้ว ยังวิ่งไม่พออีกเหรอ?” แชมปิญองหอบไปบ่นไป
“มันยังไม่ครบสี่กิโลเลย แต่ไม่เป็นไรสำหรับวันแรกมั้ง เอาเป็นว่าวิ่งพอแค่นี้ก่อน ไปอย่างอื่นกันต่อเลย” คริสซ่าพูดแล้วจูงมือแชมปิญองไปตรงพื้นที่อื่น
“ยังไม่เสร็จอีกเหรอ!? แง้” แชมปิญองบ่นเยอะเพราะเหนื่อยมากแล้ว แต่คริสซ่าไม่มีทีท่าจะหยุด
คริสซ่าสอนแชมปิญองต่อยและคอยดูฟอร์มเธอ “วางเท้ามั่นๆ นั่นแหละ เตะส่งแรงไปที่หมัดก่อนต่อย ไม่ใช่แบบนั้น ชึ้บ ชึ้บ แบบนี้ โอเคนั่นแหละ”
จากนั้นเตะ จากนั้นจับหุ่นยกเพราะเป็นครั้งแรกของแชมปิญอง
แชมปิญองตื่นเต้นตลอดเวลาและกล้าๆกลัวๆที่จะออกกำลังกายผิดรูปแบบ
แต่เมื่อคริสซ่าอยู่ด้วยและช่วยตลอดเวลา เธอรู้สึกว่ามันสนุกกว่าและเหมือนการเล่น ไม่ใช่อะไรที่ตรึงเครียด
สองคนออกกำลังกายพื้นฐานกันเสร็จ แชมปิญองวิ่งและเตะต่อยลม
คริสซ่าเลือกสิ่งที่จะทำต่อ และจูงแขนแชมปิญอง “ยกเหล็กต่อ”
“โอย…” แชมปิญองหมดแรงตกใจแล้ว และยอมไปแต่โดยดี
สองคนไปยกดัมเบลกับบาร์เบลกัน คริสซ่าให้แชมปิญองยกแต่น้ำหนักเบาๆเพราะกลัวกล้ามเนื้อเธอฉีก และคอยดูฟอร์มแชมปิญองตลอดเวลา
สองคนยกเหล็กกันคนละครึ่งชั่วโมง และสุดท้ายของการออกกำลังกาย คริสซ่าพาแชมปิญองไปที่ลานต่อสู้
คริสซ่าหาที่ว่างแล้วเดินหาพี่คนที่ออกกำลังกายคนเดียว และซักพักก็เดินมากับพี่คนนั้น
“พี่เขาจะเป็นกรรมการให้ แชมปิญอง มาสู้กันเถอะ” คริสซ่าชวน
แชมปิญองรู้สึกไม่อยากอย่างมาก เพราะเธอไม่ชอบการต่อสู้ แถมมันไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่ต้องสู้กับเพื่อนคนแรกของเธอ “ไม่เอาอ่ะ ฉันจะสู้กับเธอทำไม”
“มันเป็นเรื่องปรกติที่เราต่อสู้กันทุกเช้า มันช่วยเรื่องความตื่นตัวของร่างกายและขัดเกลาสัญชาตญาณ มันดีต่อสุขภาพนะ” พี่สาวแนะนำ
แชมปิญองหน้าเสียและสุดท้ายยอม
คริสซ่าพาแชมปิญองไปยืนฝั่งหนึ่งแล้วไปยืนอีกฝั่ง คริสซ่าเข้าท่าสู้
แชมปิญองพยามองคนอื่นแล้วตั้งท่าให้เหมือนคนพวกนั้น แต่เธอทำได้แบบเก้ๆกังๆ
“วางเท้าแล้วทิ้งน้ำหนักให้มั่นด้วย ยกหมัดสูงกว่านี้เพื่อเอาปิดคาง แขนหน้าอย่าให้ไกลตัวมาก แบบนั้นๆ นั่นแหละ อย่าเกร็ง เปิดตาให้กว้าง พร้อมนะ สู้!” พี่สาวกรรมการบอก
ถึงบอกให้สู้แต่แชมปิญองไม่รู้ว่าต้องทำยังไง เธอยืนนิ่งและดูเชิง
คริสซ่าใช้ฟุตเวิร์คเธอไม่อยากบุกและจบเกมเร็ว เพราะหลักการออกกำลังกายในครั้งนี้เพื่อช่วยแชมปิญองแนะนำเธอออกกำลังกาย
คริสซ่าแย้บๆ แชมปิญองตกใจแต่เอาแขนกันไว้ ปั่ก หมัดเข้าแขนแชมปิญองและรู้สึกเจ็บ คริสซ่าต่อยจริงและไม่ได้ล้อเล่น นี่เป็นการต่อสู้จริงๆ ไม่ได้เล่นกัน
แชมปิญองตั้งใจมากขึ้นและตัดสินใจออกอาวุธเองบ้าง เธอต่อยเก้ๆกังๆ และคริสซ่าโยกหลบมันทั้งหมด
แชมปิญองรู้สึกอายที่แม้แต่ต่อยแขนขาก็ทำไม่ได้ แต่เธอไม่ยอมแพ้และออกอาวุธต่อ
เธอตัดสินใช้ง้างใหญ่และต่อยหมัดเขวี้ยงใส่คริสซ่า
วูบ คริสซ่ามุดลงล่างลอดผ่านหมัด จับใต้ก้นแชมปิญอง ยกเธอและโยนเธอลงพื้น
แต่แทนที่จะกระแทกแชมปิญองเต็มแรง คริสซ่ายั้งแรงไว้ให้เธอตกพื้นนิ่มๆแทน แชมปิญองกระแทกพื้น ลมออกปาก
“ตบพื้นเวลาตกพื้น ไม่งั้นเดี๋ยวบาดเจ็บ นี่คริสซ่า เพื่อนเธอยังไม่เป็นเรื่องพื้นฐานเลย ไปให้เธอฝึกต่อสู้ก่อนมาสู้กันดีกว่า เดี๋ยวจะบาดเจ็บเอา” พี่สาวกรรมการรีบขัด
คริสซ่าหน้าบูด เธออยากแกล้งเพื่อนมากกว่านี้ แต่ถ้าจะเป็นเพื่อนที่ดีเธอต้องช่วยเพื่อนด้วยกันไม่ใช้คอยจ้องจะแกล้ง คริสซ่าตัดสินใจหยุดการสู้และพาแชมปิญองไปหาครูฝึกในลาน
คริสซ่าขอให้ครูฝึกสอนพื้นฐานและเรียนซ้ำไปด้วยเพื่อเพิ่มพื้นฐานตัวเอง สองคนใช้เวลาตอนเช้าเต็มที่จนสาย
ในที่สุดสองคนก็ออกกำลังกายเสร็จ ไปอาบน้ำและพากันกินข้าวเช้า คริสซ่ารีบตักโปรตีนและเขย่าหนึ่งแก้วให้แชมปิญองโด้ป
ทั้งวันที่เหลือแชมปิญองใช้ไปกับการงีบ คริสซ่าพาเที่ยว แชมปิญองนั่งหลับ
และวันต่อมา แชมปิญองตื่นมาคนเดียวและเดี้ยงอยู่ในห้อง กล้ามเนื้อทั้งตัวปวดไปหมดและลุกไม่ไหว สุดท้ายคริสซ่าพาเธอไปนวดน้ำมันและพักทั้งวัน
และวันที่อาศัยในฮาโมนี่สำหรับสาวตาแดงก็เริ่มเข้าที่เข้าทาง แต่หนทางข้างหน้าของเธอยังอีกยาวไกล