“จกฺกเภท อตฺตา จลึสุ จิตฺตํ มาร วิชฺญาณ มารธมฺม ชีวิตเวียนวน จิตใจปั่นป่วน สูญสิ้นวิญญาณดี มารกิเลสครอบงำท่วมท้นด้วยอกุศลกรรม”
ดราม่า,ชาย-หญิง,ไทย,ยุคปัจจุบัน,รัก,ไสยศาสตร์,ดราม่า,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
สาปไสยเวท“จกฺกเภท อตฺตา จลึสุ จิตฺตํ มาร วิชฺญาณ มารธมฺม ชีวิตเวียนวน จิตใจปั่นป่วน สูญสิ้นวิญญาณดี มารกิเลสครอบงำท่วมท้นด้วยอกุศลกรรม”
หลังสูญเสียแฟนหนุ่มที่กำลังจะแต่งงานกัน อันวาดถึงกับเสียศูนย์จนเลือกเดินทางผิดจนจิตใจถูกครอบงำ ศิลา เขากลับยื่นมือเข้าช่วยฉุดรั้งให้กลับตัว ความแค้นที่ยังฝังใจจะพาให้คนทั้งคู่ที่อยู่กันเหมือนเส้นคู่ขนานให้มาบรรจบกันได้ยังไง
(ลินณ์ ลูกสาว ศิลา&อันวาด)
เสียงลมโกรกผสานคลื่นซัดฝั่งดังลอยวนอยู่รอบกายชายหญิงที่ยืนกอดกันอยู่ริมระเบียงของบ้านติดชายหาด ร่างเล็กถูกโอบกอดแผ่นหลังบางถูกทาบด้วยแผงอกกำยำของชายหนุ่มตัวโตกว่า
“หนูชอบที่นี่ไหมครับ” เสียงทุ้มเอ่ยถามในขณะที่เกยคางอยู่กับไหล่ของหญิงสาว
“ชอบค่ะ คุณอาซื้อที่นี่ไว้เหรอคะ” หญิงสาวเลื่อนสายตาที่ทอดมองวิวกลับมาบนหน้าชายหนุ่มที่เอียงคอมองตนอยู่
“ใช่ครับ ก็คราวที่แล้วหนูบอกว่าชอบบ้านติดทะเล อาเลยซื้อให้หนูเป็นของขวัญวันเกิด” ชายหนุ่มขยับองศาให้ริมฝีปากชิดใบหูเล็กของหญิงสาวส่วนแขนแกร่งก็กระชับเอวคอดให้แน่นขึ้นอีกนิด
“หนูแค่บอกว่าสวยไม่ได้บอกว่าอยากได้สักหน่อยนี่คะ คุณอาไม่เห็นต้องสิ้นเปลืองซื้อเลย”
“ขอแค่เป็นสิ่งที่หนูชอบ ไม่มีคำว่าเปลืองสำหรับอาหรอก” เห็นหญิงสาวในอ้อมกอดยิ้มหวานแถมใบหูที่แดงฟ้องถึงอาการเขินอายชายหนุ่มก็ยิ่งพอใจแอบแกล้งขบเม้มติ่งหูนุ่มของเธอไปอีกที
“คุณอา อย่าแกล้งสิคะ” หญิงสาวหันตัวกลับเข้าหาชายหนุ่มแต่ยังไม่ทันตั้งตัวแก้มนวลก็ถูกจู่โจมโดยคนโตกว่าจากนั้นร่างเล็กก็ลอยหวือขึ้นเพราะถูกอุ้มราวเธอไร้น้ำหนัก
สองขาแข็งแกร่งก้าวยาวพาสาวน้อยในวงแขนกลับเข้าห้องโดยไม่ลืมใช้เท้าดันประตูปิด
สาวน้อยในเสื้อเชิ้ตตัวใหญ่ถูกวางบนเตียงอย่างทะนุถนอม ร่างเล็กถูกทาบเบียดอยู่ภายใต้กล้ามเนื้อหนันแน่นของคนที่อยู่ด้านบน
ใบหน้างามแดงซ่านถูกลมหายใจร้อนผ่าวรินรด ลำคอระหงเปลี่ยนสีระเรื่อตามอารมณ์วาบหวามที่ถูกกระตุ้นจากริมฝีปากและจมูกที่กำลังซุกไซ้ตามข้างแก้มละเรื่อยลงมาถึงคอ
ฝ่ามือใหญ่บีบกระชับเอวคอดภายใต้อาภรณ์ผืนบางสัมผัสหวามไหวและอุณหภูมิที่สูงของสองร่างกายต่างชักนำและพาให้อารมณ์ความรู้สึกระดมสูงเพิ่มความกระสันมากขึ้น กระดุมเชิ้ตเม็ดแรกถูกปลด ตามด้วยเม็ดที่สอง และนิ้วเรียวยาวของชายหนุ่มก็กำลังจะปลดเม็ดที่สามเพื่อเผยให้เห็นชัดถึงผิวเนื้อด้านใน
อากาศภายในห้องถูกปรับด้วยแอร์เย็นทว่ากลับไม่สามารถลดความร้อนของเลือดในกายที่พลุ่งพล่านราวกับความร้อนที่กำลังจะทะลุปรอท
“คัท แสดงดีมาก วันนี้เลิกกองได้”
สิ้นเสียงสั่งคัทของผู้กำกับ สองร่างที่อยู่บนเตียงใหญ่ก็ถอยผละจากกัน
“ขอบคุณค่ะ/ขอบคุณครับ” ทีมงานและนักแสดงต่างกล่าวคำขอบคุณ
“น้องลินณ์พี่ช่วย…” ชายหนุ่มที่เข้าฉากร่วมกับหญิงสาวกำลังจะยื่นมือช่วยประคองเธอขึ้น พร้อมกับจะส่งผ้าห่มคลุมร่างนักแสดงสาวรุ่นน้องแต่มีเงาร่างสูงใหญ่ของชายอีกคนเดินเข้ามาขวางแล้วนำผ้าแพรผืนใหญ่เข้ามาคลุมไหล่ให้เสียก่อน
“ขอบคุณ” หญิงสาวเหลือบตามองใบหน้าชายหนุ่มที่ห่มผ้าให้เอ่ยขอบคุณอย่างขอไปที ก่อนจะลุกยืนเพื่อไปเปลี่ยนชุดก็ไม่ลืมหันไปพยักหน้ายิ้มให้นักแสดงร่วมรุ่นพี่ “ขอบคุณนะคะพี่หลุยส์ที่ช่วยลินณ์วันนี้”
“ไม่เป็นไรครับ วันนี้น้องลินณ์เองก็เล่นดีมาก”
“ค่ะ งั้นลินณ์ขอตัวไปเปลี่ยนชุดก่อนนะคะ” มือเรียวกระชับผ้าแพรที่คลุมไหล่ตัวเองก้าวผ่านหน้าชายหนุ่มอีกคนที่ไม่เอ่ยคำพูดใดนับตั้งแต่ก้าวเข้ามาอยู่ในห้องนี้
“เดี๋ยวลินณ์ ฉากนี้มัน…”
“มันทำไม อย่าลืมข้อตกลงของเราสิ คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่งหรือก้าวก่ายเรื่องงานของฉัน” ลินณ์หยุดฝีเท้าหันมองรอบด้านเห็นว่าทีมงานและนักแสดงคนอื่นเดินออกจากฉากไปแล้วจึงพูดกับชายหนุ่มที่มีสีหน้าบึ้งตึงด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินกันเพียงสองคน
“แต่ผมไม่ชอบให้ใครมาแตะต้องตัวเมียของผม” ชายหนุ่มก้าวประชิดร่างบางเอ่ยเสียงเข้มไม่ลดระดับส่วนฝ่ามือกำรอบข้อมือเล็กไว้แน่น
“หึ…นี่ก็แค่การแสดงมันคืองานของฉัน อีกอย่างคุณบอกเองว่าระหว่างเรามันเป็นแค่หน้าที่ไม่ได้มีอะไรมากกว่านั้น คุณไม่ใช่สามีฉันเพราะฉะนั้นอย่ามาเรียกฉันว่าเมีย ชีวิตแต่งงานของเราสองคนเองก็เป็นแค่การแสดง จริงไหม” พูดจบหญิงสาวก็เดินห่างออกไปโดยไม่มองสีหน้าสามีตัวเองอีก
“ลินณ์ ถ้าคุณยังยืนยันจะเล่นละครเรื่องนี้ต่อผมก็จะ…”
“จะอะไร จะหย่ากับฉันเหรอ ก็ดี…ฉันเองก็อยากหย่ากับคุณ คิดว่าคนอย่างฉันจะเสียดายผู้ชายแบบคุณเหรอ อย่าสำคัญตัวเองไปหน่อยเลย” หญิงสาวตัดบทพูดแล้วร่ายยาวจนอีกฝ่ายพูดไม่ได้เถียงไม่ออก เขาทำได้เพียงกัดกรามข่มอารมณ์ไว้เท่านั้นเมื่อเห็นผู้จัดการของลินณ์เดินเข้ามา
“น้องลินณ์คะ คุณอันวาดโทรมาค่ะ ฝากบอกไว้ว่าถ้าว่างแล้วให้โทรกลับไปหาด้วยค่ะ” หญิงสาวผมสั้นในเดรสสีน้ำตาลอ่อนเอ่ยพร้อมกับยื่นมือถือส่งให้ลินณ์
“คุณแม่ได้บอกไหมคะว่ามีอะไร” ลินณ์ย่นคิ้วยื่นมือเรียวรับสมาร์ตโฟนจากจูดี้ผู้จัดการแต่ยังไม่กดโทรหาคนเป็นแม่
“ไม่ได้บอกค่ะ” จูดี้ส่ายหน้าให้ลินณ์ส่วนสายตาแอบเหล่ไปทางชายหนุ่มที่ยืนอยู่ด้านหลังเจ้านายสาว
“ค่ะ งั้นเดี๋ยวลินณ์ออกไปรอที่รถนะคะ พี่จูดี้เก็บของเสร็จแล้วตามออกมาแล้วกัน” ลินณ์พูดพร้อมกับสลัดสลิปเปอร์ของกองถ่ายเปลี่ยนมาใส่รองเท้าแตะแบรนด์หรูที่ถูกวางเตรียมไว้ที่พื้นแล้วเดินห่างออกไปโดยไม่สนใจมองทีมงานหรือสามีที่เดินตามหลังออกมาด้วย
แม้มือจะแตะจอส่วนเท้าจะก้าวไปข้างหน้าแต่หูของลินณ์ยังได้ยินเสียงฝีเท้าของคนที่ตามหลังได้อย่างชัดเจนทว่ากลับเลือกไม่สนใจและกดโทรหาผู้เป็นแม่
“สวัสดีค่ะคุณแม่”
(จ้ะ ลูกเลิกกองแล้วเหรอหรือพัก”
“เลิกกองแล้วค่ะ คุณแม่มีอะไรหรือเปล่าคะ”
(ลินณ์ เย็นนี้ว่างไหมลูก)
“ลินณ์ไม่ว่างค่ะ ยังมีคิวต้องไปถ่ายรายการต่อ”
(ลินณ์ว่างเมื่อไหร่ก็กลับบ้านมาเยี่ยมคุณทวดบ้างนะ เราคิดถึงลินณ์นะลูกน้อง ๆ ด้วย)
“...ค่ะ ถ้าว่างลินณ์จะกลับ”
(ลินณ์ยังโกรธพ่อกับแม่อยู่เหรอ)
“...”
(ตอนนั้น…พ่อกับแม่แค่ไม่อยากเสียลูกไปเลยตัดสินใจแบบนั้น)
“...ตอนนั้นพ่อกับแม่น่าจะปล่อยให้ลินณ์ตายไป”
(ลินณ์ลูก…)
ตู้ด…ตู้ด…ตู้ด…
ลินณ์ตัดสายมองหน้าจอด้วยสายตาว่างเปล่า แต่พอเงยขึ้นสีหน้าก็เย็นชาลงเมื่อเห็นหญิงสาวในเดรสแดงที่อยู่ข้างรถอัลพาร์ดสีดำกำลังเดินเข้ามาหาเธอ
“คุณลินณ์สวัสดีค่ะ”
เธอเดินผ่านเสมือนว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นแค่เศษฝุ่นไม่มีค่าอะไรให้ต้องสนใจและไม่มีความจำเป็นต้องเสวนาด้วย
“คุณลินณ์คะ เกล…”
เพี๊ยะ!
ลินณ์ดึงข้อมือที่ถูกหญิงสาวคนนั้นจับโดยไม่ให้โอกาสได้ตั้งตัวก็ส่งฝ่ามือตบฉาดเข้าที่ใบหน้าจนสะบัดหันไปตามแรง
“กล้าดียังไงถึงมาแตะตัวฉัน” เสียงเย็นเยียบต่างจากอาการเกรี้ยวกราดของลินณ์ทำให้หญิงสาวที่กำลังจะง้างมือต้องชะงักเงียบไม่กล้าโต้ตอบ
“ลินณ์ เดี๋ยวก็เป็นข่าวหรอก” ชายหนุ่มที่สาวเท้าตามมาด้านหลังรีบเข้ามากั้นกลางรั้งจับมือลินณ์เอาไว้
“อย่าให้ฉันเจอหน้าอีเมียน้อยนี่อีก ไม่งั้นฉันไม่รับรองว่าลูกคุณในท้องนังนี่จะอยู่รอดปลอดภัย”
ลินณ์สลัดมือตัวเองออกจากการเกาะกุมของสามีแล้วเบี่ยงตัวเดินไปขึ้นรถตัวเอง อารมณ์คุกรุ่นที่สุมอยู่ในอกทำให้เธอหายใจหอบถี่ คนขับรถปิดประตูแล้วยืนหลบเงียบ ๆ อยู่ข้างรถเพื่อรอผู้จัดการออกมา
ลินณ์เอี้ยวตัวไปหยิบกระปุกยาในกระเป๋าสัมภาระออกมาเทใส่ฝ่ามือสองเม็ดแล้วส่งเข้าปากกระดกน้ำกลืนลงคอแล้วค่อย ๆ หลับตาคลึงขมับตัวเอง เมื่อเธอลดมือลงก็เห็นว่าหางตามีหยดน้ำตาใสไหลเป็นทาง