“จกฺกเภท อตฺตา จลึสุ จิตฺตํ มาร วิชฺญาณ มารธมฺม ชีวิตเวียนวน จิตใจปั่นป่วน สูญสิ้นวิญญาณดี มารกิเลสครอบงำท่วมท้นด้วยอกุศลกรรม”

สาปไสยเวท - สาปไสยเวท บทที่ ๓๓ โดย หยกลายกุหลาบ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ดราม่า,ชาย-หญิง,ไทย,ยุคปัจจุบัน,รัก,ไสยศาสตร์,ดราม่า,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

สาปไสยเวท

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

ดราม่า,ชาย-หญิง,ไทย,ยุคปัจจุบัน,รัก

แท็คที่เกี่ยวข้อง

ไสยศาสตร์,ดราม่า

รายละเอียด

สาปไสยเวท โดย หยกลายกุหลาบ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

“จกฺกเภท อตฺตา จลึสุ จิตฺตํ มาร วิชฺญาณ มารธมฺม ชีวิตเวียนวน จิตใจปั่นป่วน สูญสิ้นวิญญาณดี มารกิเลสครอบงำท่วมท้นด้วยอกุศลกรรม”

ผู้แต่ง

หยกลายกุหลาบ

เรื่องย่อ

หลังสูญเสียแฟนหนุ่มที่กำลังจะแต่งงานกัน อันวาดถึงกับเสียศูนย์จนเลือกเดินทางผิดจนจิตใจถูกครอบงำ ศิลา เขากลับยื่นมือเข้าช่วยฉุดรั้งให้กลับตัว ความแค้นที่ยังฝังใจจะพาให้คนทั้งคู่ที่อยู่กันเหมือนเส้นคู่ขนานให้มาบรรจบกันได้ยังไง

สารบัญ

สาปไสยเวท-# คำเตือน,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทนำ,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๕,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๖,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๗,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๘,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๙,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๐,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๑,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๒,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๓,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๔,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๕,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๖,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๗,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๘,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๙,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๐,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๑,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๒,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๓,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๔,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๕,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๖,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๗,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๘,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๙,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๐,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๑,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๒,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๓,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๔,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๕,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๖,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๗,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๘,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๙,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๐,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๑,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๒,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๓,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๔,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๕,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๖,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๗,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท ตอนพิเศษ ,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท ธีม การแสดง,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท ธีม โชคชะตา,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท ธีม อธิษฐาน,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท ธีม หลอกหลอน,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท ธีม ช็อกโกแลต

เนื้อหา

สาปไสยเวท บทที่ ๓๓

สาปไสยเวท : บทที่ ๓๓

ยิ่งนานภายในห้องกลับยิ่งร้อนระอุขึ้น คาถาที่บริกรรมต่างยิ่งส่งผลให้ต่างฝ่ายต่างบาดเจ็บ คนที่ไม่เป็นอะไรมีแค่อันวาด แต่ศิลาที่แบกรับความเจ็บแทนตอนนี้ถึงกับทรุดลงไปกองกับพื้น ส่วนครามก็คอยช่วยได้เพียงป้องกันวิญญาณดวงอื่นจะเข้ามาทำร้ายตัวเองและศิลาเท่านั้น

“ไอชัย” 

สิ้นเสียงของสายลมอยู่ๆ ประตูก็ถูกเปิดยังไม่ทันที่ใครจะได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ร่างของอันวาดก็ถูกสวมกอดเอาไว้ พอเงยหน้ามองก็เห็นปลายคางของศิลาลอยอยู่ตรงหน้า แล้วมีสีแดงคล้ำหยดละลงตามไรผมและกรอบหน้า

กลิ่นสาบคาวเหม็นคลุ้งโชยตีจมูก อันวาดสำรวจมองไปตามตัวของศิลาและพื้นรอบๆ เป็นสีแดงทั่วและเธอเดาได้ไม่อยากว่าสิ่งที่ถูกสาดเข้ามาคือเลือด

“เป็นอะไรรึเปล่า” ทั้งที่จมูกและปากมีเลือดไหลซึมศิลากลับถามอันวาดสีหน้าเป็นห่วงเป็นใยอย่างมาก

“ไม่เป็นไร คุณครามพาคุณศิลาออกไปก่อน” อันวาดลุกยืนพยุงให้ครามประคองตัวศิลาออกไป

“ไม่ ฉันจะอยู่กับเธอ มันอันตราย” 

“อย่าอยู่เกะกะฉัน” อันวาดเสียงเข้มขึ้นสายตาตวัดใส่ครามเป็นการเร่งให้พาตัวศิลาออกไป แล้วเอ่ยสั่งครามอีกประโยค “โทรเรียกตำรวจมาด้วย”

“ได้” ครามพยักหน้าแล้วฉุดเพื่อนออกไป 

อันวาดฝืนยิ้มมองวิญญาณของสายลมที่ยังอยู่ในร่างตาหล่อ ขบกรามแน่นดวงตาเอ่อคลออยากจะร้องไห้ ความรู้สึกหลากหลายมันถาโถมเข้าใส่

“อันไม่ได้ตั้งใจ ไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายใคร” 

“แต่มึงก็ทำร้ายไปแล้ว เพราะมึงกูกับแม่ถึงต้องทนทรมานต้องถูกพ่อทุบตี วันนั้นถ้ามึงยอมช่วยทุกอย่างก็จบแล้ว ถ้ามึงยอมฆ่าไอชัยทุกอย่างก็จะไม่เป็นอย่างนี้” ทั้งเสียงและหน้าตาของสายลมมีเพียงความเคียดแค้นเต็มเปี่ยม 

“ไม่เคยมีสักวันที่พี่ลมรักอันเลยเหรอ” อันวาดหลับตาลงหางตามีน้ำตาไหลรินถามด้วยเสียงสะอื้น

“ไม่ อย่างเดียวที่กูรู้สึกกับมึงคือ ‘เกลียด’ อยากให้มึงอยู่ก็เหมือนตาย ให้ใช้ชีวิตอยู่อย่างทรมานเหมือนที่กูกับแม่เคยเจอ” 

“อันไม่ได้ตั้งใจ” อันวาดมองใบหน้าบิดเบี้ยวที่เกิดจากความเกลียดชังของสายลมด้วยความปวดใจ

“ไม่ได้ตั้งใจ มึงพูดง่ายแต่รู้ไหมหลังจากวันนั้นพวกกูถูกไอศิลากับปู่มันไล่ที่ไม่มีที่ซุกหัวนอน นอกจากต้องทนดูแม่ถูกไอชัยตี พอหนีออกไปแม่กูยังถูกพวกชั่วทำระยำ แล้วมึงล่ะกลับไปใช้ชีวิตสุขสบาย” 

“พอแล้วพี่ลม พอแล้ว ไม่ต้องพูดแล้ว” ทุกคำของสายลมช่างเป็นเหมือนมีดกรีดแทงอันวาด เพราะตั้งแต่รู้จักกันมาสายลมไม่เคยพูดจาหยาบคายให้ได้ยินสักครั้ง

“ครั้งแรกที่กูเจอมึงที่โรงเรียน กูก็ตั้งใจจะฆ่ามึงแล้วแต่กูทำไม่ได้เพราะมึงมีของ แล้วต่อมากูเลยจะให้มึงอยู่เหมือนตายจำได้ไหมวันจบ ม.6 ที่กูไปหามึงสาย” 

“พี่ลมตั้งใจ” อันวาดสะอึกมองสายลมในหัวใจไร้เรี่ยวแรงไร้คำพูด

“ใช่ กูเป็นคนจ้างพวกมันเอง” 

อันวาดมองรอยยิ้มของสายลมแล้วยิ่งเจ็บปวด เพราะเธอจำได้ดีวันนั้นสายลมนัดเธอออกไปกินข้าวเพื่อเลี้ยงฉลองเรียนจบ แต่สายลมกลับมาสายอันวาดเจอพวกวัยรุ่นขี้ยาสองสามคนเข้ามาฉุดและลวนลามแต่โชคดีที่เตวิชกับกลุ่มเพื่อนผ่านมาเห็นและช่วยไว้

สองมือของอันวาดกำเข้าหากันแน่นอย่างสั่นเทา ยิ่งมองดวงตาสายลมยิ่งทรมาน ยิ่งเห็นรอยยิ้มยิ่งเจ็บปวดใจขึ้นทบทวี

“งั้นมาจบเรื่องกันเถอะ” อันวาดเอ่ยเสียงแผ่ว รู้แล้วว่าไม่ว่ายังไงสายลมก็ไม่มีทางคิดหรือปล่อยวางได้

“จบเรื่องเหรอ จบแน่” สายลมเริ่มท่องคาถาไม่ว่าบทไหนก็ทำร้ายอันวาดได้

ลมพัดหวนแรงภายในบ้านเงาดำและเสียงครวญของเหล่าวิญญาณหวืดลั่น 

“พี่ลมอโหสิให้อันด้วย อันเองก็จะอโหสิให้พี่” เสียงเครือสั่นพร่าก่อนอันวาดจะพนมมือเริ่มบริกรรมคาถาเช่นกัน

โอม ชะพ้ก ชะน่า กะจ้า ตะไรชั่ง ชะเมิ่ง เส้ยทั้งเดิก หงะพรก โอ้มั่ง ซามัก เมะพั่งเมอ ช่าพี้ ไถนนัก อะกะเฌอ” 

หลังร่ายบทสวดเสร็จวิญญาณทั้งของสายลม แสงเหนือและบัวต่างก็ลอยรวมไปยังหุ่นบนโต๊ะบูชาที่ตั้งอยู่ 

“กูไม่อโหสิ พวกมึงมันควรตาย ถึงกูทำให้มึงตายไม่ได้ กูก็จะทำให้มึงทรมานอยู่ไม่สู้ตาย ต้องเลือกระหว่างชีวิตตัวเองกับชีวิตผู้ชายที่มึงรัก มึงต้องทรมานกว่ากูคอยดู” สายลมถลึงดวงตานิ้วชี้มองอันวาด

กุตตะปิโต สุมังคะโล” อันวาดหลับตาแล้วท่องคาถาสะกดวิญญาณและอาถรรพ์ทั้งหลาย ทั้งเสียงและลมต่างหยุดนิ่งลง 

อันวาดพินิจมองนิ่งไปรอบๆ บ้าน มองร่างแก่ชราของตาหล่อที่ตอนนี้นิ่งสนิทเนื้อหนังเหี่ยวย่นกว่าเดิมและส่งกลิ่นเหม็น และร่างคอหักผิดรูปของบัวถอนหายใจยาวออกมาดูก็รู้ว่าทั้งตาหล่อและบัวต่างก็ตายมานานแล้ว อันวาดหยิบหุ่นบนโต๊ะบูชาก้าวออกไปนอกบ้าน

“เป็นอะไรรึเปล่า” ศิลารีบขยับตัวมาจับแขนสองข้างมองสำรวจตั้งแต่หัวจรดเท้าของอันวาด ใช้นิ้วเช็ดน้ำตาที่แก้มแล้วรวบตัวเข้ามากอดไว้

“ไม่เป็นอะไร คุณล่ะ” อันวาดตอบเสียงเนือยส่ายหน้าแล้วมองหน้าซีดเผือดเหงื่อโทรมตัวของศิลา

“ผมไม่เป็นไร เรากลับกันเถอะ ที่เหลือให้ไอครามมันจัดการ” ศิลาหยักหน้าให้อันวาดแล้วหันมองครามที่เลิกคิ้วมองมาแต่กลับไม่สนใจเพื่อนหันไปกุมมืออันวาดไว้แทน

“อืม” อันวาดพยักหน้าตอบแล้วพยุงร่างศิลาโดยมีครามเข้ามาช่วยด้วย หันมองร่างที่นอนกลิ้งอยู่ที่พื้นของชัยเหมือนเจ็บปวดทรมานและคล้ายคนเสียสติทุบตีตัวเองไปก็ร้องโหยหวนไป

เพราะความโกรธเกลียด เคียดแค้น จากสิ่งที่พบเจอและประสบ พี่ลมรวมถึงเธอเลยเลือกที่จะเดินทางผิด เลือกที่จะแก้แค้นสนองคืนไม่ว่าจะด้วยวิธีที่ผิดหรือต่ำช้าแค่ไหนก็ยอมทำ และสุดท้ายแล้วก็ไม่ไม่ทำให้เราเป็นสุข

อันวาดกลับกับศิลาสองคนแล้วให้ครามอยู่คุยกับตำรวจแทน ระหว่างทางอันวาดเงียบมาตลอดส่วนศิลาเองก็ไม่ได้ชวนคุย เพียงคอยมองและขับรถต่อเรื่อยๆ มีบางระยะที่ไอออกมาบ้าง

ทั้งคู่กลับไปยังคฤหาสน์ของศิลา นำหุ่นที่สะกดวิญญาณใส่เอาไว้ไปรวมกับภาพวาดเพื่อจะจัดการอีกทีหลังจากนี้

“คืนนี้ค้างที่นี่ก่อนเถอะ อย่าขับรถกลับเลยมันดึกแล้ว” หลังนำหุ่นขึ้นมาไว้ในห้องพิธีใหญ่แล้ว ศิลาที่เห็นอันวาดมีอาการเหม่อกำลังจะเดินลงไปชั้นล่างก็เอ่ยขึ้น

“อืม” อันวาดตอบรับสั้นๆ กำลังจะก้าวลงบันไดแขนกลับถูกคว้าเอาไว้อย่างแรง

“ระวังหน่อย” ศิลารั้งแขนอันวาดที่เท้ากำลังจะเหยียบบันไดพลาดส่วนมืออีกข้างก็รวบเอวเอาไว้

“อืม ปล่อยเถอะ” อันวาดพยักหน้ามองมือใหญ่ที่กุมอยู่ที่ข้อมือ ร่างบางส่วนแนบอยู่กับร่างของศิลา

“มานี่” ศิลาเอ่ยแล้วประคองร่างอันวาดไปทางห้องนอนใหญ่ของตัวเอง

“จะพาฉันไปไหน” 

“อาบน้ำ” 

อันวาดที่กำลังเหม่อลอยก่อนหน้าถึงกับได้สติขึ้นมารีบหยุดเท้าตัวเองในตอนที่มาถึงหน้าประตูห้องนอน แต่ร่างเล็กกลับถูกรวบเอวอุ้มโดยที่ไม่ทันได้ขัดขืนพาเข้ามาด้านในห้องเสียก่อน

“ปะ ปล่อย คุณจะทำอะไร” อันวาดดิ้นแล้วทุบไหล่อย่างแรงจนศิลานิ่วหน้า ไอออกมาสองสามครั้งมือเล็กๆ ถึงได้หยุดประทุษร้ายเขา

“คุณเข้าไปอาบน้ำก่อน” พอถึงหน้าห้องน้ำศิลาถึงได้วางแล้วพยักเพยิดหน้าให้อันวาดเข้าไปอาบน้ำ 

“ไม่ๆ ฉันจะไปอาบห้องชั้นล่าง” อันวาดดันอกศิลาที่ยืนขวางหน้าตัวเองเอาไว้แล้วพยายามเบี่ยงตัวเพื่อจะเดินเลี่ยงออกมา

“อาบห้องนี้แหละ ถ้าดื้อผมจะเป็นคนจับคุณอาบ” 

“ก็ได้ ฉันอาบเอง” อันวาดเอนหลังหลบศิลาที่โน้มหน้าเข้าใกล้

“ต้องว่านอนสอนง่ายแบบนี้สิครับ น้องคนดี” ศิลายังไม่หยุดโน้มหน้าหาแล้วรั้งเอวบางที่กำลังจะหงายหลังของอันวาดไว้

“คุณ!” อันวาดเองก็ตกใจจนต้องโอบรอบคอศิลากันไม่ให้ตัวเองหงายหลังล้มจึงทำให้ร่างของคนทั้งสองแนบชิดกันอีกครั้ง สายตาทั้งคู่ประสานเข้าหากันเนิ่นนาน

“เข้าไปอาบน้ำเถอะ แล้วจะได้พักผ่อนกัน” ศิลาเอ่ยพลางกดหน้าประทับริมฝีปากลงบนหน้าผากมนของอันวาดเสียงอ่อนโยน มือใหญ่ค่อยๆ ปล่อยเอวแล้วเอื้อมไปเปิดประตูให้แล้วยัดชุดใส่มืออันวาด 

อันวาดมองใบหน้าศิลาอยู่อีกครู่แล้วค่อยเดินเข้าห้องน้ำไป เมื่อปิดประตูลงแล้วยืนมองกระจกเห็นเงาร่างตัวเองและสองข้างแก้มของตัวเองแดงระเรื่อ ยกมือขึ้นมากุมอกที่กำลังเต้นไม่เป็นจังหวะแล้วอมยิ้มขึ้นมาได้โดยไม่มีสาเหตุ

พอถูกสายน้ำรินรดร่างตั้งแต่หัวจรดเท้าอุณหภูมิน้ำที่อุ่นกำลังพอดีทำให้สบายตัวขึ้น อันวาดสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วผ่อนลมหายใจพรูยาวออกมาเหมือนได้ระบายความอัดอั้นออกไป ถึงจะไม่ปลอดโปร่งใจเต็มร้อยแต่ก็ดีขึ้นกว่าก่อนหน้า

ไม่รู้ใช้เวลาในการอาบน้ำไปนานเท่าไหร่จนกระทั่งเสียงประตูถูกเคาะ คนข้างนอกถามเข้ามาถึงได้เรียกสติอันวาดได้ แล้วเธอถึงเพิ่งนึกได้ว่าเจ้าของห้องคงจะรอใช้ห้องน้ำด้วยเช่นกัน 

“เป็นอะไรรึเปล่า” 

“เปล่า ฉันกำลังจะออกไปแล้ว” อันวาดรีบตอบแล้วเร่งซับน้ำสวมเสื้อผ้า แต่ศิลาที่ยืนอยู่ตรงหน้ากลับอยู่ในชุดนอนเนื้อตัวสะอาดหอมเย็น ในมือยังถือไดร์อยู่ด้วย 

“เดี๋ยวเป่าผมให้” มืออันวาดที่กำลังใช้ผ้ายีผมตัวเองค้างอยู่บนหัวก่อนจะถูกมือใหญ่เข้ามาฉุดให้ไปนั่งบนเก้าอี้

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันเป่าเองก็ได้” 

“นั่งนิ่งๆ” มือใหญ่หยิบผ้าออกแล้วเอาผืนใหม่มาคลุมบ่าให้เปิดไดร์เริ่มเป่าผมให้เธอ ปลายนิ้วเรียวทั้งห้าสางเส้นผมอย่างเบามือในบางทียังกดนวดลงบนหนังศีรษะให้ด้วยสลับกันไปเป็นระยะ

อันวาดนั่งนิ่งมองการกระทำของศิลาผ่านบานกระจก ความอ่อนโยนและเอาใจใส่แม้กระทั้งตอนเป่าผมด้านหน้ายังใช้มือบังลมไม่ให้ลมเข้าตานั้นมันทำให้ทั้งตื้นตันและมีความสลดใจ 

ความรู้สึกหลากหลายกำลังทำให้ในใจสับสนจนต้องเอื้อมมือขึ้นไปจับมือใหญ่ที่ตอนนี้กำลังเกลี่ยปอยผมข้างขมับให้ อันวาดหลับตาลงช้าๆ กระชับมือใหญ่ที่อบอุ่นแนบแก้มตนเองไว้

“คุณจะไม่หลอกฉันใช่ไหม จะไม่มีวันทำฉันเสียใจใช่หรือเปล่า” ปลายจมูกเริ่มแสบขอบตาร้อนผ่าวขึ้น เสียงของอันวาดสั่นน้อยๆ 

“ครับ” ศิลาปิดไดร์วางแล้วยอบตัวลงให้ระดับใบหน้าของทั้งสองอยู่ตรงกัน กุมแก้มทั้งสองของอันวาดไว้ตอบสั้นๆ ทว่าเสียงกลับหนักแน่นมั่นคง สัมผัสของอุ้งมือหนานั้นอุ่นแผ่คลุมแก้มลามไปถึงหัวใจ

อันวาดรับรู้ถึงความอุ่นร้อนที่ประทับลงบนเปลือกตาที่ปิดทั้งสองข้าง จุดต่อไปคือปลายจมูก และหยุดอยู่ตรงริมฝีปาก เนื้อปากนุ่มหยุ่นกดเบียดชิดปลายลิ้นไล่กวาดฟันเรียงแถวของเธอที่ยังไม่เผยอปากให้รุกล้ำ ส่วนเขาเองยังคงทำเพียงจุมพิตไม่กดดันจู่โจมให้รู้สึกอึดอัด

“อื้ม…” เสียงต่ำลอดดังลำคอ อันวาดลืมตามองหน้าศิลาที่กดริมฝีปากจูบแผ่วเบาไม่ยอมผละ สองแขนโอบรอบคอหนาตอบสนองโดยการสอดลิ้นแทรกเข้าโพรงปากอีกฝ่ายแทน