“จกฺกเภท อตฺตา จลึสุ จิตฺตํ มาร วิชฺญาณ มารธมฺม ชีวิตเวียนวน จิตใจปั่นป่วน สูญสิ้นวิญญาณดี มารกิเลสครอบงำท่วมท้นด้วยอกุศลกรรม”
ดราม่า,ชาย-หญิง,ไทย,ยุคปัจจุบัน,รัก,ไสยศาสตร์,ดราม่า,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย
สาปไสยเวท“จกฺกเภท อตฺตา จลึสุ จิตฺตํ มาร วิชฺญาณ มารธมฺม ชีวิตเวียนวน จิตใจปั่นป่วน สูญสิ้นวิญญาณดี มารกิเลสครอบงำท่วมท้นด้วยอกุศลกรรม”
หลังสูญเสียแฟนหนุ่มที่กำลังจะแต่งงานกัน อันวาดถึงกับเสียศูนย์จนเลือกเดินทางผิดจนจิตใจถูกครอบงำ ศิลา เขากลับยื่นมือเข้าช่วยฉุดรั้งให้กลับตัว ความแค้นที่ยังฝังใจจะพาให้คนทั้งคู่ที่อยู่กันเหมือนเส้นคู่ขนานให้มาบรรจบกันได้ยังไง
คนที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่ออย่างชาญที่ทำและดูแลลูกชายที่มีกับภรรยาอย่างดีที่คนภายนอกเห็น นอกจากลูกชายอย่างครามและตัวชาญแล้วคงไม่มีใครรู้ความจริงว่าที่แท้แล้วเป็นยังไง
ผมรู้สึกขอบคุณเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่เคยขู่และทำให้ชาญกลัวจนต้องหนีย้ายจากบ้านเดิมไปอาศัยที่ใหม่ แล้วครั้งนั้นผมก็ได้พบกับคนที่มีพระคุณช่วยและชุบชีวิตใหม่ให้ผม
หลายคนอาจคิดว่าผมเป็นลูกเนรคุณที่ยืมมือคนอื่นฆ่าพ่อตัวเอง จริงอยู่ที่ผมเป็นลูกรักของพ่อ แต่ใครจะรู้ว่ารักของพ่อที่มีต่อผมมันเป็นรักแบบไหน หลายคนคงจินตนาการไม่ออกหรอกว่าผมต้องเจอและทนกับอะไรมาบ้าง
แต่ตอนนี้ผมหลุดพ้นจากความทุกข์นั้นแล้วและได้เริ่มชีวิตใหม่ ได้มีเพื่อนที่ดี มีงานที่ดี คนที่ดีอยู่ด้วยเท่านี้ก็พอแล้ว
กลิ่นหอมอ่อนที่ถูกลมพัดลอยแตะจมูกเมื่อเงยหน้ามองก็เห็นร่างเล็กรุ่นน้องผู้หญิงที่อยู่ในชุดพละกำลังเดินผ่านหน้า ปลายผมนั้นยังปลิวไล้แก้มเจ้าของทำให้ผมเหม่อมองจนลืมไปเลยว่าตัวเองกำลังยืนอยู่ข้างสนาม
เมื่อได้สติอีกครั้งคือตอนตัวล้มตึงเพราะแรงกระแทกของลูกบาสที่ชนเข้าหัวอย่างจัง เพื่อนๆ ต่างเข้ามาพยุงให้ลุกแล้วไถ่ถามเสียงเจี๊ยวจ๊าว
“ไอเต เลือด เลือดมึงไหล”
พอได้ยินเสียงเพื่อนพูดผมถึงได้ก้มมองอกเสื้อตัวเองแล้วรู้ว่าตอนนี้กำเดาตัวเองไหลเลอะไปหมด นั่นเป็นการพบครั้งแรกที่ตรึงตราแล้วเธอก็ฝังใจนับแต่นั้นมา และเมื่อจุดเริ่มต้นของการพบเริ่มด้วยการเสียเลือด
ครั้งที่สองเพราะรู้ว่าน้องชายบุญธรรมแอบเบื่อยาหมาที่ผมเลี้ยง พอมาถึงโรงเรียนผมเลยเข้าไปต่อว่าและหาเรื่อง เพราะมีแรงหนุนและเพื่อนยุยงผมจึงพลั้งปากด่าว่าแม่ของน้องชายบุญธรรม แล้วอยู่ๆ หมัดหนักๆ หนึ่งก็ลอยมากระแทกหน้าผม พอมองก็เป็นเธอที่เป็นคนต่อยจนเลือดกลบปากผม
และจากวันนั้นสายตาเธอคนนั้นก็ไม่เคยมองผมตรงๆ อีกเลย แล้วที่น่าเสียใจกว่าเรื่องอื่นคือน้องชายบุญธรรมผมได้คบและเป็นแฟนกับเธอทั้งยังรักกันมากด้วย
ในวันหนึ่งผมกับเพื่อนชวนกันไปกินเลี้ยงแต่ผ่านซอยเล็กไปเจอวัยรุ่นกำลังลวนลามผู้หญิงพอเข้าไปจึงได้รู้ว่าเป็นเธอคนนั้น และถ้อยคำดีๆ ที่ผมได้ยินจากเธอครั้งแรกก็คือวันนั้นเอง
ตอนรู้ว่าน้องชายบุญธรรมจดทะเบียนสมรสกับน้ำหวานผมก็มีความหวังเล็กๆ ที่เกิดขึ้นในใจ แต่ยังไม่ทันได้ก่อร่างก็เหมือนฟ้าผ่าลงมากลางวันแสกๆ เมื่อได้ข่าวว่าน้องชายบุญธรรมกำลังจะไปหาฤกษ์แต่งงานกับเธอทั้งที่จดทะเบียนกับอีกคน
ผมตั้งใจจะบอกความจริงกับเธอแต่น้องชายบุญธรรมก็มาเกิดเรื่อง ยิ่งเห็นอาการฟูมฟายเสียใจของเธอผมเลยไม่กล้าบอกความจริงออกไปทำได้เพียงเงียบไว้ก่อนเพื่อรอเวลาให้เธอดีขึ้นแล้วค่อยบอก ตอนผมได้ข่าวว่าเธอป่วยอยู่แต่จะไปเยี่ยมก็ยังถูกกีดกัน
แต่คนเราเมื่อไม่ใช่คู่ก็ต้องคลาดกันอยู่ดี จึงทำได้เพียงยินดีกับเธออีกครั้งเมื่อมีข่าวสังคมพาดหัวเป็นกระแสดังว่าเธอแต่งงานกับนักธุรกิจและตอนนี้ก็กำลังจะมีลูกด้วยกัน
“เศษชีวิตและร่างกายที่เหลือของน้ำต่อจากนี้เป็นของคุณครับเจ้านาย”
“ฉันไม่ชอบผู้ชาย ถ้ายังอยากทำงานเป็นเลขา ต่อไปอยู่ให้ห่างฉัน” น้ำเสียงเย็นชาและสายตาว่างเปล่าที่มองผมทั้งที่ผมยอมพลีกายถวายให้ทั้งหมดมันทำให้หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะช้าลงเหมือนกำลังจะหยุด
เคยเป็นกันไหม ทั้งที่รู้ว่าเป็นไปไม่ได้แต่ยังหวัง หวังว่าสักวันมันจะเป็นไปได้ หวังว่าสักวันเขาจะหันมามอง หวังว่าเขาจะคิดถึงสักครั้งตอนที่เขาเหงา
ทั้งที่เขาเคยทำมันกับผมนับครั้งไม่ถ้วน แต่หลังจากมีผู้หญิงคนนั้นโผล่เข้ามาเขาก็ไม่ยอมทำอีก ทั้งยังคอยย้ำแล้วพูดซ้ำๆ ว่าไม่ชอบผู้ชาย เป็นเพราะผู้หญิงคนนั้นใช่ไหมที่ทำให้เขาเปลี่ยนไป
‘เข้าใจก็ดี การมีชีวิตอยู่มันดีกว่ากลายเป็นวิญญาณเร่ร่อนจริงไหม’
นั่นเป็นคำเตือนเมื่อเขารู้ว่าผมล้ำเส้นไปแตะต้องผู้หญิงคนนั้น
ทั้งที่เขาบอกว่ารักฉัน ทั้งที่เราทำทุกอย่างที่คนรักเขาทำกันแต่ทำไมยังต้องคอยปิดบังทุกคน จนถึงตอนนี้หลังจดทะเบียนสมรสกันแล้วก็ยังไม่สามารถประกาศให้คนอื่นรับรู้ได้
ฉันไม่เคยเข้าใจในสิ่งที่เขาทำและเป็น แต่เพราะรักจึงยอมทำตามเขาบอกทุกอย่าง ตามไปเรียนเมืองนอก อยู่กินใช้ชีวิตร่วมกัน แม้กระทั่งยอมปล่อยท้องมีลูกตามที่เขาต้องการ
รู้มาตลอดว่าเขาคุยกับผู้หญิงอีกคนในฐานะแฟน เพราะฉันคิดว่าอย่างน้อยฉันก็เป็นคนที่ได้อยู่และนอนเคียงข้างเขาฉันเลยยอมปล่อยเลยตามเลย
และชัยชนะนี้เป็นของฉัน ผู้ชายคนนี้เป็นของฉันอย่างแท้จริงในวันที่เขายอมไปจดทะเบียนสมรส พาพบครอบครัวได้ไปเจอแม่และตาของเขาทั้งที่ผู้หญิงคนนั้นไม่เคยได้เจอ
ความสุขตื้นตันนี้ยังไม่ทันได้เสพสุขเขาก็มาจากไป แล้วความจริงอีกหลายอย่างที่เขาซ่อนไว้จึงเพิ่งเผยให้ฉันรู้ ทั้งเรื่องอาการป่วยทางจิต และไม่ใช่เพียงแค่ฉันที่ท้องลูกของเขา แต่ยังมีเพื่อนแหม่มนักเรียนที่เยอรมันก็กำลังท้องลูกของเขาเช่นกัน
ถึงเสียใจแต่ลึกๆ ฉันก็ยังรักเขาและพร้อมอภัยให้และยินดีจะเลี้ยงดูลูกชายของเราที่เกิดมาอย่างดี
“ฮือ…ฮือ…หย่าค่ะ อันจะหย่า”
“ไม่พูดแบบนี้ครับ พี่ขอโทษ พี่ไม่ได้ตั้งใจ” ร่างกำยำที่ยังเปลือยท่อนบนรีบก้าวขึ้นมาข้างเตียงโอบร่างภรรยาเอาไว้
“ฮือ…ปล่อยเลย ในเมื่อหนูไม่สวยพี่ก็ไปไกลๆ อย่ามาใกล้หนูอีก” มือเรียวปาดน้ำตาข้างแก้มพลางร้องไห้ฮือไม่หยุดร่างเล็กคุดคู้อยู่บนเตียง
“พี่ขอโทษครับ” แขนยาวที่ถูกปัดรีบสอดเข้าใต้เอวภรรยาปลอบเสียงทุ้ม
“ฮือ…ใครมันจะไปสวยสู้หลานคุณหญิงคุณนายพวกนั้นได้ ลูกสองแล้วนี่ยังมาท้องอ้วนเผละอีก ถ้าไม่พอใจก็หย่ากับอันไปเลยค่ะ” อันวาดสะอึกสะอื้นตัดพ้อพร้อมดวงตาแดงก่ำ
“อันครับพี่ขอโทษ พี่พูดแบบนั้นเพราะไม่อยากให้หนูใส่ชุดนี้ลงหาด” ศิลาลุแก่โทษที่ปากเสียพูดใส่ภรรยาไปโดยไม่ทันยั้ง
“คุณพ่อขยับไปครับ ผมจะดูคุณแม่เอง” เสียงเล็กแต่ทำนองสุขุมเอ่ยขึ้นพร้อมกับแทรกตัวขึ้นมาบนเตียงไปนั่งข้างอันวาด
“คุณแม่ไม่ต้องเสียใจครับ ติณณ์ว่าคุณแม่สวยมากครับ พ่อของออกัสยังชมคุณแม่ว่าสวยเลย” เด็กชายติณณ์ลูกชายคนที่สองของอันวาดกับศิลาเอ่ยปลอบพลางยื่นแขนเล็กๆ กอดรอบคอแม่เอาไว้
“จริงเหรอครับ ติณณ์ไม่ว่าแม่ขี้เหร่ใช่ไหมครับ” อันวาดได้ยินคำพูดของลูกชายก็ยิ้มหันมาคุยกับลูก
“จริงครับ คุณครูเจมส์ก็ชมคุณแม่ว่าสวย ยังบอกว่าคุณแม่น่าจะไปเป็นดาราด้วยครับ” เด็กชายติณณ์ยังพยักหน้าอย่างจริงจังตอบมารดาแต่ไม่หันไปมองสีหน้าที่เริ่มตึงของผู้เป็นพ่อแม้แต่น้อย
“จริงค่ะ ใครๆ ก็บอกว่าคุณแม่สวย ลินณ์ก็ว่าคุณแม่สวยค่ะ” ร่างเล็กขาวผมยาวเปียสองข้างเดินขึ้นเตียงเอ่ยพลางซบอกแม่อีกคน
“ใครๆ นี่ใครคะ” อันวาดหันไปถามลูกสาวคนโตของบ้าน
“ก็เพื่อนๆ ที่ห้องเรียนลินณ์ คนที่แกลลอรี ลุงคราม อาเตวิช อาสายน้ำ อ่อ…คุณลุงไมค์ก็ชมคุณแม่สวย” เสียงเล็กน่ารักเด็กหญิงลินณ์เงยหน้านับนิ้วไล่บอกรายชื่อไปทีละคน
“ลุงไมค์นี่ใคร” เสียงเข้มของศิลาที่ถูกลืมถามขัดจังหวะพูดคุยของสามแม่ลูก
“ลุงไมค์ ก็ลุงที่เราเจอที่หาด เขามองคุณแม่ตาไม่กะพริบเลยค่ะ ยังยกนิ้วอย่างนี้แล้วบอก Beautiful” สาวน้อยลินณ์พูดพร้อมกับแสดงท่ายกนิ้วโป้งขึ้นอธิบายให้ผู้เป็นพ่อฟัง
“อ่อ…” ศิลาลากเสียงยาวสายตาวาววับมองไปทางภรรยาก่อนจะหันมองลูกเอ่ยเสียงทุ้ม
“ลินณ์ครับ ติณณ์ครับ สองคนลงไปรอคุณพ่อที่ห้องนั่งเล่นก่อนนะครับ เดี๋ยวคุณพ่อจะง้อคุณแม่ก่อนที่ทำให้คุณแม่ร้องไห้”
“ไม่ต้องง้อค่ะ อันจะลงไปกับลูก” อันวาดเหลือบสายตามองสามีแล้วรีบขยับตัวไปชิดลูกหาทางปลีกตัวเพื่อเลี่ยงการง้อที่เขาพูดถึง
“ไม่ได้ครับ ต้องทำตามกฎที่เราตั้งกันไว้ ถ้าใครทำคุณแม่โมโหก็ต้องง้อ ใช่ไหมครับเด็กๆ” ศิลาพูดหาแนวร่วมพลางยกยิ้มมุมปากขึ้น ส่วนมือก็เอื้อมจับเอวภรรยาเอาไว้ไม่ให้หนี
“ใช่ค่ะ / ใช่ครับ” สองเด็กน้อยต่างพยักหน้าเห็นด้วย
“ไม่ๆ แม่จะ…” อันวาดที่จะพูดแต่ถูกมือใหญ่ที่ก่อนหน้ารวบเอวเลื่อนลงไปขยำอยู่ที่ก้นจึงสะดุ้งเงียบเสียงลง
“งั้นลูกๆ ลงไปรอคุณพ่อก่อนนะครับ ถ้าหิวก็โทรสั่งอาหารมาทานก่อนได้เลย ถ้าคุณพ่อยังไม่ลงไปแปลว่ายังง้อคุณแม่ไม่สำเร็จนะครับ”
“ครับ / ค่ะ เข้าใจแล้วเราจะไม่ขึ้นมากวน” สองตัวน้อยพยักหน้าหงึกหงักแล้วขยับตัวลงจากเตียงอย่างว่าง่ายพากันวิ่งออกจากห้องไป
“เดี๋ยวลินณ์ ติณณ์ลูก…”
‘แคว่ก…’
“อ๊ะ…” อันวาดที่กำลังจะสลัดตัวหนีอุ้งมือมารต้องร้องเสียงหลงเมื่อเสียงฉีกขาดของผ้าผืนเล็กที่พันปิดบิกินีดังขึ้นแล้วถูกโยนลงพื้นโดยฝีมือศิลา
“พ่อออกัส ครูเจมส์ ใครอีก…ลุงคราม อาเตวิช ยังมีอีกไหม…อาสายน้ำ อ่อ…ลุงไมค์อีกคน หนูอย่ามาร้องทีหลังนะครับ”
“พะ…พี่…”
“ชู่ว…ไว้พี่ง้อเสร็จค่อยพูดนะครับ”
มือใหญ่ข้างหนึ่งก็ยกนิ้วคลึงเล่นบนริมฝีปากอันวาดเป็นการยั้งไม่ให้โต้เถียง ส่วนมืออีกข้างก็ขยำอยู่ที่สะโพกสิ้นเสียงก็กระชากสายบิกินีด้านข้างที่ผูกไว้หมิ่นเหม่หลุดออกอย่างง่ายดาย
“อื้อ…กว่าพี่จะง้อเสร็จ หนูตายก่อนพอดี ไม่ได้พูดแล้ว”
“หื้ม…ไม่ตายหรอกครับพี่จะค่อยๆ ง้อ ง้อเบาๆ ง้อยาวๆ ไปถึงพรุ่งนี้เลยดีไหมครับ”
“มะ…อื้อ…” คำว่าไม่ยังไม่หลุดออกจากปากก็ถูกดันกลบด้วยริมฝีปากที่ตะโบมจูบอย่างเร่าร้อนของอีกฝ่ายพร้อมร่างที่ถูกอุ้มตัวลอยไปยังระเบียงวิวหาด
ณ ห้องพยาบาล
“คุณทวดครับ น้องจิณณ์น่ารักเหมือนพี่ลินณ์แล้วก็สวยเหมือนคุณแม่เลยครับ” เด็กชายติณณ์ผู้คลั่งรักพี่สาวและแม่เอ่ยชมน้องสาวคนเล็กไม่หยุด เห่อน้องกระทั่งโรงเรียนก็ไม่ไป
“อืม…น่าเกลียดน่าชังจริงๆ” ทวดชราพยักหน้ายิ้มตอบเหลนชาย
“คุณพ่อครับ ติณณ์อยากได้น้องสาวอีกคน” เด็กชายติณณ์ที่ยืนเกาะเบบี้คอทของน้องสาวเอียงคอพูดกับพ่อ
อันวาดที่กำลังจะหลับตานอนพักต้องลืมตาขึ้นอีกครั้งมองสองพ่อลูกที่คนหนึ่งส่งยิ้มอ้อนให้พ่อส่วนอีกคนยิ้มกริ่มส่งกลับให้ลูกแล้วกระแอมไอออกมาทีหนึ่ง
“อะ แฮ่ม…” คนอุ้มท้องเบ่งคลอดคือแม่แต่สองคนพ่อลูกนี่กลับไม่ถามความเห็นเธอเลย
“ติณณ์ต้องบอกคุณแม่นะครับ ว่าคุณแม่จะยอมไหม” ศิลารีบโยนงานให้ลูกชายเคลียร์กับภรรยา
“คุณแม่ครับ ติณณ์อยากได้น้องสาวอีกคน นะครับ…นะครับคุณแม่คนสวย” เด็กชายติณณ์รีบเดินเข้าไปข้างเตียงแม่แล้วใช้มือเล็กๆ จับนิ้วแม่เอาไว้
“ให้น้องจิณณ์อายุครบสองขวบแล้วค่อยมาตกลงกันใหม่นะครับ” อันวาดเจอลูกอ้อนของลูกชายเข้าไปคำปฏิเสธที่คิดจะพูดก็ต้องเปลี่ยนเป็นเลี่ยงประเด็นหลักพูดประเด็นรองแทน
“ครับ คุณพ่อครับคุณแม่บอกถ้าน้องจิณณ์สองขวบก็มีน้องเพิ่มได้เลยครับ” เด็กชายติณณ์ผู้อยากมีน้องสาวเพิ่มรวบรัดคำตอบไปในคราวเดียว
“จะมีน้องอีกได้ไง คุณแม่ก็เหนื่อยแย่สิ” ประตูห้องที่ถูกเปิดพร้อมกับเสียงเจื้อยแจ้วของสาวน้อยลินณ์ดังขึ้น ส่วนคนที่ตามเข้ามาทีหลังคือตายายที่แวะรับหลานจากโรงเรียน
“คุณตาสวัสดีครับ คุณยายสวัสดีครับ” เด็กชายติณณ์พนมมือไหว้คุณตาคุณยายก่อนจะพูดต่อ “ไม่เหนื่อยหรอก เดี๋ยวติณณ์จะช่วยเลี้ยงน้องเอง”
“คุณทวดสวัสดีค่ะ คุณพ่อสวัสดีค่ะ คุณแม่คนสวยสวัสดีค่ะ” สาวน้อยลินณ์ยกมือไหว้ทวดกับพ่อแม่ก่อนจะเดินไปข้างเตียงแล้วหอมแก้มแม่ฟอดใหญ่
“ถึงช่วยเลี้ยงน้องคุณแม่ก็เหนื่อย คุณแม่ต้องอุ้มท้องใหญ่ๆ เหนื่อย” ลินณ์ที่ตอนนี้อายุเจ็ดขวบแต่มักวางท่าทางมากกว่าอายุพูดพลางเดินไปชะโงกหน้ามองน้องสาวคนเล็กของบ้าน
“แต่…”
“ลินณ์มีความเห็นว่าไม่ควรมีน้องเพิ่มแล้ว คุณแม่จะได้ไม่เหนื่อย” ลินณ์เห็นว่าน้องชายจะเอ่ยค้านจึงรีบตัดบทพูดขึ้น
ทุกคนเงียบเมื่อเห็นสีหน้าท่าทางจริงจังของลินณ์ อันวาดเองทั้งนึกขำและเอ็นดูความเผด็จการของลูกสาวคนโต พอมองไปทางลูกชายที่มองตาปริบๆ มาทางตนก็ยิ่งเอ็นดูกับลูกไม้การอ้อนที่ถอดแบบพ่อมาไม่มีผิด
“เอาล่ะ ไว้ค่อยมาพูดกันอีกทีตอนน้องจิณณ์อายุครบสองขวบนะ” อันวาดยุติข้อพิพาทระหว่างสองพี่น้องเพื่อคลี่คลายบรรยากาศ
ผ่านไปเพียงไม่นานทุกคนก็ลืมเรื่องที่ถกกันระหว่างสองเด็กน้อยเพราะมาพูดคุยกันถึงหลานสาวสมาชิกใหม่คนล่าสุด ความชื่นมื่นยินดีปกคลุมไปทั่วห้อง
ทุกคนอยู่กันพร้อมหน้าหัวเราะเฮฮา ที่ยังขาดก็คืออันวาที่กำลังจะเดินทางมาทีหลังเพราะเจ้านั่นไปลงหลักปักฐานอยู่ต่างจังหวัดถิ่นของเมีย