“จกฺกเภท อตฺตา จลึสุ จิตฺตํ มาร วิชฺญาณ มารธมฺม ชีวิตเวียนวน จิตใจปั่นป่วน สูญสิ้นวิญญาณดี มารกิเลสครอบงำท่วมท้นด้วยอกุศลกรรม”

สาปไสยเวท - สาปไสยเวท บทที่ ๙ โดย หยกลายกุหลาบ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ดราม่า,ชาย-หญิง,ไทย,ยุคปัจจุบัน,รัก,ไสยศาสตร์,ดราม่า,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

สาปไสยเวท

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

ดราม่า,ชาย-หญิง,ไทย,ยุคปัจจุบัน,รัก

แท็คที่เกี่ยวข้อง

ไสยศาสตร์,ดราม่า

รายละเอียด

สาปไสยเวท โดย หยกลายกุหลาบ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

“จกฺกเภท อตฺตา จลึสุ จิตฺตํ มาร วิชฺญาณ มารธมฺม ชีวิตเวียนวน จิตใจปั่นป่วน สูญสิ้นวิญญาณดี มารกิเลสครอบงำท่วมท้นด้วยอกุศลกรรม”

ผู้แต่ง

หยกลายกุหลาบ

เรื่องย่อ

หลังสูญเสียแฟนหนุ่มที่กำลังจะแต่งงานกัน อันวาดถึงกับเสียศูนย์จนเลือกเดินทางผิดจนจิตใจถูกครอบงำ ศิลา เขากลับยื่นมือเข้าช่วยฉุดรั้งให้กลับตัว ความแค้นที่ยังฝังใจจะพาให้คนทั้งคู่ที่อยู่กันเหมือนเส้นคู่ขนานให้มาบรรจบกันได้ยังไง

สารบัญ

สาปไสยเวท-# คำเตือน,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทนำ,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๕,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๖,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๗,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๘,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๙,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๐,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๑,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๒,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๓,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๔,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๕,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๖,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๗,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๘,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๙,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๐,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๑,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๒,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๓,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๔,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๕,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๖,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๗,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๘,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๙,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๐,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๑,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๒,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๓,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๔,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๕,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๖,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๗,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๘,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๙,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๐,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๑,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๒,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๓,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๔,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๕,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๖,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๗,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท ตอนพิเศษ ,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท ธีม การแสดง,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท ธีม โชคชะตา,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท ธีม อธิษฐาน,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท ธีม หลอกหลอน,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท ธีม ช็อกโกแลต

เนื้อหา

สาปไสยเวท บทที่ ๙

สาปไสยเวท : บทที่ ๙

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

“อันลูก อันได้ยินแม่ไหม เปิดประตูให้แม่หน่อย” 

เสียงเคาะเสียงเรียกดังอยู่นานแล้วแต่กลับไม่มีการตอบรับจากคนด้านใน คนที่อยู่ด้านนอกเริ่มร้อนใจยิ่งขึ้น 

“พี่ฤกษ์ ลูกจะเป็นอะไรไปรึเปล่า” ปภัสสรลนลานถามสามีที่ขมวดคิ้วอยู่ข้างๆ 

“อันลูก พ่อรู้ลูกอยู่ในห้อง เปิดประตูให้พ่อหน่อย” ฤหัสลูบแขนภรรยาแล้วส่งเสียงเรียกลูกสาว เขาพยายามจะเพ่งสมาธิส่งโหงพรายตัวเองเข้าไปแต่ก็ถูกกันไว้ ได้แต่เอ่ยเรียกลูกสาวให้มาเปิดประตูให้

สองสามีภรรยาวางใจไม่ลงเมื่อลูกชายโทรหาบอกคนที่ทำงานแจ้งว่าอันวาดไม่ได้ไปทำงานสองอาทิตย์แล้วทั้งยังติดต่อไม่ได้ พอพวกเขาสองคนลองโทรหาลูก อันวาดก็ไม่รับสายเช่นกัน

นิติก็บอกว่าไม่เจอตัวหลายวันแล้ว รถยนต์ของหญิงสาวก็ไม่เห็นทุกคนต่างคิดว่าหญิงสาวคงกลับบ้านต่างจังหวัดไปหาพ่อแม่เสียอีก 

แต่เพื่อนร่วมคอนโดบางคนบอกว่าได้ยินเสียงจากห้องของอันวาดในตอนกลางคืนอยู่บ้าง บางคนก็คิดว่าอาจเป็นแฟนหนุ่ม แต่หลายวันมานี้ก็ไม่เคยเห็นใครเข้าออกห้องเลย

“ลูกสาวคุณอาจไปอยู่บ้านแฟนรึเปล่าคะ ก่อนหน้านี้เห็นแฟนเขามาที่ห้องบ่อยๆ” นิตินำคีย์การ์ดสำรองมาให้สองสามีภรรยา ตั้งใจจะรอดูอยู่ด้วย 

“ที่เหลือผมจัดการต่อเอง คุณกลับไปทำงานตัวเองเถอะ” ฤหัสเอ่ยปากปรายสายตาคมผ่านหน้าของหญิงวัยกลางคนที่มีท่าทางสอดรู้สอดเห็น

“ขอบคุณนะคะ” ปภัสสรเองแม้จะกล่าวขอบคุณแต่ก็ไม่วายต้องขมวดคิ้วเพราะคำพูดของป้านิติไม่ได้

“ค่ะ ถ้าเกิดมีอะไรก็ลงไปเรียกได้นะคะ” มนุษย์ป้ายิ้มเจื่อนเมื่อเห็นแววตาดุขวางของฤหัสจึงรีบขอตัวกลับไป

“สร รอพี่อยู่ข้างนอกก่อนอย่าเพิ่งเข้าไป” ก่อนแตะคีย์การ์ดเข้าห้องลูกสาวฤหัสหันบอกภรรยาก่อน

“จ้ะ” ปภัสสรเองก็พยักหน้าอย่างว่าง่าย แม้จะห่วงลูกอย่างไรก็รู้ดีว่าสามีต้องมีเหตุผลที่เอ่ยปากห้ามตนแน่

ครั้นเมื่อประตูเปิดขยับก้าวเข้าไปก็ได้กลิ่นเหม็นแสบจมูกปะทะเข้าอย่างจัง แม้จะเตรียมใจมาบ้างแล้วแต่พอเห็นตอนนี้ฤหัสเองก็แทบเสียอาการเลยทีเดียว ฤหัสรีบล็อกประตูกันไม่ให้ภรรยาเข้ามาเห็นลูกสาวในสภาพนี้ 

ลูกสาวที่เคยสดใสน่ารัก ตอนนี้นั่งอยู่กับพื้นห้องข้างโซฟา บนโต๊ะมีชิ้นส่วนอวัยวะวางอยู่ พื้นห้องมีแมลงและหนอนไต่อยู่บนเศษซากบางชิ้น ร่างผอมอิดโรยนั่งเหม่อสองมือจิกเล็บลงบนหน้าขา

รับรู้ถึงแสงที่สว่างขึ้นภายในห้อง ใบหน้าตอบขาวซีดเซียวค่อยๆ หันมาทางเสียงฝีเท้าของบิดา ในตาที่ขุ่นมัวเหมือนจะมีสติมันแวววาวขึ้นแล้วยกยิ้มให้พ่อ 

“พ่อ…หนู…” เสียงแหบโหยเบาหวิวเปล่งเรียกคนที่เข้ามา รอยยิ้มที่เหมือนยินดีแต่ก็ผสมด้วยความปวดแปลบ

“หนูไม่ได้ตั้งใจ ไม่ ไม่ หนูต้องต้องทำ จะได้เก่งขึ้น” อันวาดก้มมองมือพึมพำกับตัวเอง

“อัน ลูกพ่อ” ฤหัสเข้าไปทรุดตัวลงข้างลูกสาวรวบตัวเข้ามากอดไว้แน่น ตอบตาร้อนผ่าวเริ่มมีหยาดน้ำเอ่อริน ลูกสาวที่เขาเฝ้าเลี้ยงดูมาจนโต 

จากเด็กน้อยน่ารักถึงวันเติบโตอย่างสวยงาม แต่แล้วตอนนี้ลูกสาวกลับต้องมีสภาพราวกับตายทั้งเป็นแบบนี้เขาเองก็แทบทนรับไม่ไหวเช่นกัน “ลูกพ่อ”

“หนูต้องฆ่ามัน หมอผีนั่นต้องตาย” อันวาดดวงตาเหม่อลอยงึมงำอยู่ในอ้อมกอดบิดา หน้าผากรับรู้ถึงสิ่งอุ่นร้อนเปียกชื้นเมื่อเงยขึ้นก็เห็นดวงตาของพ่อมีน้ำตา ตั้งแต่จำความได้นี่เป็นครั้งที่สองที่เธอเห็นพ่อเสียน้ำตา ครั้งแรกคือตอนแม่คลอดน้องชายตอนนั้นแม่แทบเอาชีวิตไม่รอดเพราะทั้งพ่อและแม่ถูกเล่นงานจากพวกลองของ

“อัน บอกพ่อได้ไหมว่ามันเป็นใคร ให้พ่อช่วยลูกนะ ลูกยังมีพ่อ มีแม่ มีน้องนะ” ฤหัสก้มเช็ดแก้มลูกสาวที่เปื้อนเศษดินออก แล้วพยุงลูกให้เดินไปนั่งบนเก้าอี้ส่วนห้องครัว

“ไม่ ทุกคนไม่ต้องยุ่ง อย่ามายุ่ง หนูจะฆ่ามันด้วยมือหนูเอง” เสียงแข็งกร้าวพอๆ กับดวงตาของอันวาดจ้องตอบบิดา ปัดมือพ่อให้หลุดจากแขนตน

“ได้ ได้ พ่อไม่ยุ่ง งั้นลูกกลับบ้านไปอยู่กับพ่อแม่ก่อนดีไหม พอลูกเตรียมตัวพร้อมแล้วค่อยจัดการมัน” ฤหัสโอนอ่อนให้ลูกสาวจะได้ไม่เตลิด สายตาสำรวจไปรอบๆ มีกลิ่นอายของอาคมหนึ่งที่เขาจับที่มาไม่ได้ 

แสดงว่าฝีมือต้องเก่งมาก แต่อาคมสายนี้เหมือนจะรวมอยู่กับพุทธคุณด้วย เพราะอะไรและใครที่ต้องการเล่นงานลูกสาวเขา ถ้าเก่งขนาดนี้ของที่ทำต้องแรงมาก 

จากฝีมือและของคุ้มตัวเองที่ลูกสาวมีอยู่ เขารู้ดีว่ามันไม่สามารถสะท้อนกลับไปถึงตัวอาจารย์ทำได้ แต่มันสามารถสะท้อนคนสั่งทำได้นอกเสียจากคนคนนั้นก็มีของขลังป้องกันไม่ให้ของกลับเข้าตัว 

แต่ถ้าลูกสาวเขาไม่เป็นอะไรเพราะของที่ถูกทำใส่ ยังไงมันก็ต้องสะท้อนกลับเข้าตัวอยู่ดี ถ้าอยากหาตัวอาจารย์ให้เจอเขาต้องเริ่มหาจากของที่สะท้อนกลับไปยังตัวคนสั่งทำของเสียก่อน

ความคิดหนึ่งแล่นผ่านสมองเขาไป มันน่าตกใจ…!!! แต่คงเป็นไปไม่ได้หรอก…!!!  

“พี่ฤกษ์ พี่ฤกษ์จ๊ะ” เสียงเรียกของปภัสสรดังขึ้นฤหัสจึงละจากสิ่งที่สงสัยไปชั่วคราว เขาหาผ้าคลุมของสกปรกบนโต๊ะหน้าโซฟาแล้วเดินไปเปิดประตู

“สรไปอยู่กับลูกก่อนนะ พี่จะจัดการของพวกนี้ก่อน” ฤหัสเดินเอียงตัวบังสิ่งไม่น่ามองให้พ้นจากสายตาภรรยา

“จ้ะ” ปภัสสรมุ่นคิ้วปิดจมูกเพราะกลิ่นเหม็นในห้อง เมื่อเห็นสภาพลูกสาวก็น้ำตาไหลโผเข้าไปกอดลูกเต็มรัก

“อันลูก ลูกแม่ ทำไมเป็นแบบนี้ได้” สองมือลูบคลำใบหน้าลูกสาวและลำตัวแขนขาพัลวัน รวบกอดร่างบางที่ผอมโกรกอย่างสุดแสนปวดใจ

“แม่ หนูรักทุกคนนะ แต่หนูต้องฆ่ามัน ต้องฆ่ามันก่อน” อันวาดหน้าจมอกมารดาสองแขนสวมกอดแม่แต่ปากก็ยังเปรยถึงเป้าหมายในใจ

“แม่รู้ แม่ก็รักลูก เราทุกคนรักลูกนะอัน” ปภัสสรพูดทั้งน้ำตานองหน้า กอดลูกสาวลูบกระดูกสันหลังที่ปูดนูนเป็นแนวเพราะเหลือเพียงหนังของลูกสาว ทรมานจนหาคำไหนมาเปรียบไม่ได้ 

หลังพยายามปรับอารมณ์ตัวเองแล้วปภัสสรก็โน้มน้าวจับลูกสาวอาบน้ำชำระกายให้สะอาด ต้มข้าวให้ลูกได้กินอะไรเข้าไปบ้าง ส่วนฤหัสตอนนี้จัดการทำลายของสกปรกเรียบร้อยก็เริ่มสำรวจห้องของลูก โดยให้ภรรยาอยู่เฝ้าลูกไม่ให้ห่าง

ในห้องนอนปภัสสรพยายามป้อนข้าวต้มให้ลูกสาวแต่เพียงกลืนไปไม่กี่คำ อันวาดก็อ้วกออกมาจนหมด ยิ่งเห็นสภาพนี้ของลูกแล้วทำให้หัวอกคนเป็นแม่ใจจะขาด นั่งร้องไห้กอดลูกสาวพลางปลอบใจทั้งตัวเองกับอันวาดไปด้วย

หน้าภาพวาดที่เปรอะเปื้อนทั่วผืน ฤหัสยืนมองยิ่งมองยิ่งขมวดคิ้วแน่นขึ้น ยิ่งเพ่งยิ่งปรากฏถึงสิ่งที่ตัวเองสงสัยแต่ยังไม่มั่นใจ สายลมเหรอ?

จากที่เคยคุยกับครอบครัวของอดีตว่าที่ลูกเขยคนนี้ ก็รู้ว่าเป็นลูกภรรยาน้อยของนายพิพัฒน์ นักธุรกิจเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ที่รวยติดอันดับในไทย แต่ประวัติอย่างอื่นนอกจากนี้ก็ไม่รู้อะไรอีกรวมถึงพื้นเพเรื่องแม่ของสายลม

“พ่อ ทำอะไร” เสียงกร้าวของอันวาดดังขึ้นพร้อมกับเดินเข้ามายืนขวางอยู่ระหว่างภาพวาดและบิดา

“พ่อแค่คิดถึงลมน่ะ” ฤหัสเอ่ยตอบลูกสาว เห็นแววตาที่อ่อนลงของลูกฤหัสจึงได้เอ่ยถามอย่างไม่ใส่ใจขึ้น

“อัน รู้จักแม่ของลมรึเปล่า ลมเคยบอกไหมว่าแม่เขายังอยู่หรือเสียไปแล้ว”

“พ่อถามทำไมคะ” อันวาดที่ยืนมองภาพหันกลับมาถามบิดา

“ถ้ายังอยู่ แม่ของลมควรรู้ว่าลมไม่อยู่แล้ว ถ้าเสียแล้วเราก็ควรไปบอกกล่าวด้วย ยังไงก็แม่ลูก” 

“ท่านยังมีชีวิตอยู่ แต่พี่ลมไม่เคยบอกว่าแม่เขาอยู่ไหนค่ะ เห็นว่าไม่ได้ติดต่อกันนานแล้ว” อันวาดตอบมือไล้กรอบภาพช้าๆ

“อืม งั้นก็ช่างเถอะ ช่วงนี้ให้แม่มาอยู่อันนะลูก พ่อกับแม่เป็นห่วงลูกมาก” ฤหัสเสียงอ่อนทุ้มพูดประโลมลูกสาว

“ไม่ต้องหรอกค่ะ หนูอยากอยู่คนเดียว” อันวาดปฏิเสธ แววตากระด้างขึ้นทันที

“แม่เขาอยู่บ้านก็กินไม่ได้นอนไม่หลับเลย ถือว่าสงสารแม่เถอะนะ แต่พ่อต้องกลับไปดูบ้านแล้วเยี่ยมพระอาทิตย์ คงมาแค่อาทิตย์ละครั้ง”

“หลวงอาอาทิตย์เป็นยังไงบ้างคะ” อันวาดหลุบตามองมือตนเอง ตอนนั้นความรู้สึกผิดชอบชั่วดีมันหายไปจากใจ เพียงชั่วขณะความคิดด้านเลวก็ครอบงำให้เธอลงมือ

“อาการยังทรงตัวอยู่ อันให้แม่อยู่ด้วยนะลูก ถือว่าพ่อขอ”  

ฤหัสพยายามกล่อมลูกสาว รู้ว่าอันวาดกตัญญูและรักครอบครัว ถึงตอนนี้จะไม่ค่อยเป็นตัวของตัวเองมากเท่าไหร่ก็ตามแต่อาการก็ยังพอมีสติอยู่บ้าง ยังไม่ถึงขั้นกู่ไม่กลับ ฉะนั้นเขาเองก็ต้องเร่งหาวิธีและหาต้นตอของเรื่องไปด้วย

“ก็ได้ค่ะ” อันวาดแววตาอ่อนแสงลง มองพ่อแล้วหันไปทางประตูห้องเห็นแม่ที่ยืนร้องไห้อยู่ สายตาเจ็บปวดของแม่ทำให้เธอต้องเดินไปรวบกอดแม่เอาไว้

เธอทำให้คนที่รักเธอต้องเสียน้ำตา ทั้งที่พวกท่านทะนุถนอมเลี้ยงดูมาอย่างดี แต่เพียงเพราะอารมณ์ที่อยู่เหนือเหตุผลของตน เลือกทำและเดินผิดทุกคนถึงต้องเสียใจแบบนี้

แต่จะโทษเธอคนเดียวก็ไม่ได้ เพราะหมอผีนั่นมันทำลายอนาคตของเธอกับพี่ลม ทำให้พี่ลมต้องตาย ส่วนใครเป็นต้นสายปลายเหตุคนที่เกลียดเธอขนาดอยากเอาชีวิตทำลายเธอนั้นกลับไม่อยู่ในหัวแล้ว ในสมองและหัวใจให้ค่าเป็นความผิดของหมอผีนั่นคนเดียว

สองสามีภรรยาเดินมายังหน้าห้องหลังลูกสาวหลับ ก่อนฤหัสจะกลับออกไปปภัสสรก็รั้งแขนสามีเอาไว้ ถามสิ่งที่สงสัยขึ้น

“พี่ถามเรื่องแม่ของลมทำไมเหรอ หรือพี่รู้อะไรแล้ว” 

“พี่ยังไม่แน่ใจ ถ้าพี่รู้อะไรแล้วพี่จะบอกสรนะ ช่วงนี้อย่าเพิ่งให้ลูกออกไปไหน ถ้าเอาไม่อยู่ก็รีบโทรตามวามาช่วย พี่จะรีบไปรีบกลับ” 

“ได้จ้ะ พี่ระวังตัวด้วยนะ” ปภัสสรพยักหน้าตอบ ดวงตาหม่นหมองลง 

“อืม พี่รักสรกับลูกๆ นะ” ฤหัสรวบตัวภรรยามากอดก้มประทับริมฝีปากบนหน้าผากมนแล้วค่อยผละเดิน

ฤหัสที่ลงมาถึงชั้นล่างกำลังจะขึ้นรถ ก็รู้สึกถึงสายตาที่จับจ้องมาอย่างตน พอหันไปมองกลับเห็นรถยนต์หรูคันหนึ่งจอดอยู่ ชายหนุ่มคนหนึ่งก้าวลงจากรถตรงมาหาเขา

“คุณพ่อของคุณอันใช่ไหมครับ”