“จกฺกเภท อตฺตา จลึสุ จิตฺตํ มาร วิชฺญาณ มารธมฺม ชีวิตเวียนวน จิตใจปั่นป่วน สูญสิ้นวิญญาณดี มารกิเลสครอบงำท่วมท้นด้วยอกุศลกรรม”

สาปไสยเวท - สาปไสยเวท บทที่ ๒๗ โดย หยกลายกุหลาบ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ดราม่า,ชาย-หญิง,ไทย,ยุคปัจจุบัน,รัก,ไสยศาสตร์,ดราม่า,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

สาปไสยเวท

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

ดราม่า,ชาย-หญิง,ไทย,ยุคปัจจุบัน,รัก

แท็คที่เกี่ยวข้อง

ไสยศาสตร์,ดราม่า

รายละเอียด

สาปไสยเวท โดย หยกลายกุหลาบ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

“จกฺกเภท อตฺตา จลึสุ จิตฺตํ มาร วิชฺญาณ มารธมฺม ชีวิตเวียนวน จิตใจปั่นป่วน สูญสิ้นวิญญาณดี มารกิเลสครอบงำท่วมท้นด้วยอกุศลกรรม”

ผู้แต่ง

หยกลายกุหลาบ

เรื่องย่อ

หลังสูญเสียแฟนหนุ่มที่กำลังจะแต่งงานกัน อันวาดถึงกับเสียศูนย์จนเลือกเดินทางผิดจนจิตใจถูกครอบงำ ศิลา เขากลับยื่นมือเข้าช่วยฉุดรั้งให้กลับตัว ความแค้นที่ยังฝังใจจะพาให้คนทั้งคู่ที่อยู่กันเหมือนเส้นคู่ขนานให้มาบรรจบกันได้ยังไง

สารบัญ

สาปไสยเวท-# คำเตือน,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทนำ,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๕,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๖,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๗,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๘,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๙,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๐,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๑,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๒,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๓,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๔,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๕,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๖,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๗,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๘,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๙,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๐,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๑,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๒,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๓,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๔,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๕,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๖,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๗,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๘,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๙,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๐,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๑,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๒,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๓,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๔,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๕,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๖,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๗,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๘,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๙,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๐,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๑,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๒,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๓,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๔,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๕,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๖,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๗,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท ตอนพิเศษ ,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท ธีม การแสดง,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท ธีม โชคชะตา,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท ธีม อธิษฐาน,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท ธีม หลอกหลอน,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท ธีม ช็อกโกแลต

เนื้อหา

สาปไสยเวท บทที่ ๒๗

สาปไสยเวท : บทที่ ๒๗

ช่วงสายของวันใหม่ครอบครัวของอันวาดพากันไปเยี่ยมพระอาทิตย์ที่ตอนนี้กลับมาจำวัดได้แล้ว  สีหน้าไม่ได้ดูย่ำแย่เหมือนแต่ก่อนออกจะสดใสกว่าครั้งสุดท้ายที่อันวาดได้เจอเสียอีก 

“อันกราบขอขมาหลวงอาด้วยนะคะ” อันวาดยกพานเครื่องขอขมาถวายให้พระอาทิตย์

“อืม ไม่เป็นไรหรอก แล้วตอนนี้โยมหลานเป็นยังไงบ้าง คิดตกรึยัง” พระอาทิตย์วางผ้ารับประเคนเพื่อรับพานขอขมา แล้วเอ่ยกับอันวาด

“หลานคิดได้แล้วค่ะหลวงอา แต่ยังมีหลายเรื่องที่ยังไขข้อสงสัยไม่ได้” อันวาดยกมือพนมสีหน้าสลดลงขณะตอบ

“เมื่อถึงเวลาทุกอย่างก็จะกระจ่างเองโยมหลาน” 

“ค่ะหลวงอา” 

“มีสิ่งดี คนดีอยู่กับตัวแล้ว ต่อไปก็จะหมดทุกข์หมดโศกเสียทีนะโยมหลาน” พระอาทิตย์สีหน้าเมตตามองอันวาดที่ก้มกราบตรงหน้าแล้วมองสองสามีภรรยาที่นั่งเยื้องหลังไป

หลังเยี่ยมเยือนพระอาทิตย์แล้ว อันวาดก็พาครอบครัวออกเดินทางไปยังวัดที่ตนเคยเจอตาหล่อกับน้าบัว แต่เมื่อมาถึงกลับได้รู้จากเจ้าอาวาสวัดว่าตาหล่อกับบัวไม่ได้อาศัยอยู่ที่นี่ 

แค่ผ่านทางจากการทำธุระตาหล่อและบัวเลยขอพักค้างชั่วคราวสองคืนเท่านั้น ช่วงสายวันเดียวกับที่อันวาดออกจากวัดทั้งสองก็ออกไปเช่นกัน จึงกลายเป็นปริศนาอีกเรื่องว่าที่อันวาดเจอกับตาหล่อเป็นเรื่องบังเอิญหรือเป็นความตั้งใจของใครหรือเปล่า

อันวาดจึงลองโทรถามน้ำหวานถึงสถานที่ที่สายลมเคยพาน้ำหวานไปพบกับครอบครัว จึงได้รู้ว่าที่พบกันวันนั้นเป็นร้านอาหารที่สายลมจองไว้ ส่วนที่พักอาศัยของตาหล่อกับบัวน้ำหวานก็ไม่รู้เช่นกัน

เท่ากับว่าวันนี้เป็นการเดินทางเสียเวลาเปล่า เป็นเวลาย่ำเข้าช่วงค่ำที่ท้องฟ้ามืดสลัวลงแล้วกว่าอันวาดจะกลับถึงบ้านพักในกรุงเทพ พอแยกกับพ่อแม่เข้าห้องอาบน้ำเตรียมพักผ่อนแต่กุมารก้อนทองกลับโผล่มาเสียก่อน

‘แม่คนสวย พ่อ พ่อแย่แล้วครับ’ อยู่ๆ กุมารก้อนทองก็โผล่มาสีหน้าเผือดสีเนื้อตัวสะบักสะบอมเหมือนเพิ่งผ่านศึกมาอย่างไรอย่างนั้นเอ่ยอย่างร้อนรน

“เกิดอะไรขึ้น” อันวาดถามกุมารทองรู้สึกสังหรณ์ใจว่าอาจเกิดเรื่องขึ้น

‘พ่อถูกเล่นงาน ถูกโหงพรายของแม่เล่นงาน อาการไม่ค่อยดีเลย แต่พ่อให้ทองมาเตือนแม่ว่าให้ระวังตัวไว้ด้วย’

“ตอนนี้เขาอยู่ไหน” อันวาดถามความอย่างเร่งร้อน

‘อยู่ที่วังของหม่อมปู่ครับ แม่…แม่จะไปไหนครับ’

“จะไปดูเขาหน่อย”

‘แต่…แต่พ่อบอกทองไว้ว่าอย่าให้แม่ไปไหนคนเดียว ให้ระวังตัวให้ดีก็พอ’ 

“อืม…” อันวาดตอบรับสั้นๆ แต่ขากลับก้าวไปยังห้องของพ่อกับแม่แล้ว 

“พ่อแม่คะ หนูจะไปดูอาการคุณศิลาที่วังคุณปู่หน่อย เดี๋ยวหนูกลับมานะคะ” อันวาดไม่ได้มาเพื่อขออนุญาตแต่เพื่อบอกกล่าวเท่านั้น

“ให้พ่อกับแม่ไปด้วยไหมลูก” สองสามีภรรยามองหน้ากันแล้วฤหัสก็เอ่ยถามลูกสาว

“ไม่เป็นไรค่ะ พ่อกับแม่พักผ่อนก่อนเถอะค่ะ” 

“ดูแลระวังตัวด้วยนะลูก” ปภัสสรจับแขนสามีแล้วเอ่ยแทรกตัดบทเมื่อเห็นฤหัสจะเอ่ยค้านลูกสาว

“ค่ะ พ่อกับแม่ก็ดูแลตัวเองด้วยนะคะ” อันวาดพยักหน้าแล้วหันเดินออกไปโดยเร็ว

ลับแผ่นหลังของลูกสาวแล้วฤหัสก็หันมองหน้าภรรยา ขยับจะอ้าปากแต่ปภัสสรกลับเอ่ยขึ้นเสียก่อน

“พี่ฤกษ์ คุณศิลาอาจทำให้อันดีขึ้นก็ได้นะจ๊ะ”

“สรยังไม่เข็ดกับสายลมรึไง” ฤหัสย่นคิ้วเสียงไม่พอใจนัก

“หรือพี่อยากให้ลูกกลับไปอยู่ในสภาพเหมือนคนตายทั้งเป็นอีก” ปภัสสรเอ่ยพร้อมกับกุมมือสามีลูบหลังมือเบาๆ

“แต่…แต่เขาเป็นคนที่ทำของใส่ลูกเรานะ ยังไงพี่ก็ไม่เห็นด้วย” 

“แต่คนที่จ้างเป็นอีกคนนี่จ๊ะ คุณศิลาถูกจ้างก็ทำ อีกอย่างเขาก็ยอมถอนของให้ลูกเราแล้ว” 

“ที่เขาถอนของให้ก็เพราะพี่จ้าง ยังต้องให้คุณครามเป็นคนกลาง ตอนพี่ไปหาเขายังปฏิเสธไม่ช่วย” ฤหัสเสียงเข้มขึ้น

“มันเป็นข้อห้ามนี่จ๊ะ แต่สุดท้ายเขาก็ยอมช่วยทั้งที่ต้องเสี่ยง” ปภัสสรเสียงอ่อนโยนใช้น้ำเย็นเข้าลูบพูดกับสามี

“หึ…” ฤหัสแค่นเสียงในลำคอไม่เอ่ยอีกเพียงแค่มองหน้าภรรยาไม่อยากถกเถียงรู้ดีว่าผู้หญิงก็ใจอ่อนอย่างนี้ คนทำดีด้วยนิดหน่อยก็เห็นอกเห็นใจแล้ว

“ไปอาบน้ำกันเถอะพี่ฤกษ์ เดี๋ยวสรจะสระผมให้พี่เอง”   

“...” ฤหัสก้มมองภรรยาที่พูดเสียงอ่อนเสียงหวาน หน้าที่เคยเข้มขรึมก็ผ่อนคลายลง

“ถ้ายังทำหน้าบึ้งพี่ฤกษ์ก็อาบไปคนเดียวเลย” พูดจบปภัสสรก็เดินเบี่ยงตัวไปทางห้องน้ำไม่มองสามีอีก

“สร พี่ไม่ได้ทำหน้าบึ้งสักหน่อย นี่ไงพี่ยิ้มแล้ว เราไปอาบน้ำกันเถอะ” ฤหัสเปลี่ยนท่าทีเป็นขี้อ้อนรีบเดินตามไปโอบเอวภรรยาเข้าห้องน้ำทันที

ทางอันวาดที่ขับรถตอนนี้กลับต้องมานั่งฟังกุมารทองคอยปรามให้ขับรถช้าๆ อยู่ข้างๆ 

‘แม่ขับช้าๆ หน่อย ขับเร็วมันอันตรายนะครับ ทองรู้ว่าแม่เป็นห่วงพ่อ แต่ถึงเป็นห่วงก็ต้องขับรถด้วยความระมัดระวังด้วยนะครับ’

“ใคร ใครเป็นห่วงเขาฉันแค่จะไปดู ไปถามเรื่องโหงพรายเท่านั้นเอง” อันวาดโต้เสียงเข้มขึ้น “อยู่เงียบๆ ไปเลย ไม่งั้นจะจับใส่หม้อถ่วงน้ำซะเลย”

‘โหย…แม่กับพ่อเหมือนกันเลย เอะอะอะไรก็ชอบขู่ทองว่าจะจับใส่หม้อ’ 

“หึ…” อันวาดพ่นเสียงขึ้นจมูกแล้วตั้งใจขับรถ ระดับความเร็วยังคงที่ มาถึงวังตากอากาศของคุณปู่ก็มืดสนิทลงแล้ว พอก้าวลงจากรถก็มีแม่บ้านเดินมาต้อนรับอยู่ก่อนแล้วและนำไปยังห้องพักที่ศิลาอยู่

“มาแล้วเหรอแม่หนู เข้ามาก่อนสิ” เสียงของชายชราเอ่ยทักทายขึ้นก่อนเมื่อเห็นอันวาดผ่านประตูห้องเข้ามา

“สวัสดีค่ะคุณปู่ คุณ…คุณศิลาเป็นยังไงบ้างคะ” อันวาดยกมือไหว้ชายชราแล้วกวาดตาไปทางเตียงที่ศิลานอนเหยียดตรงอยู่ จากตรงนี้สังเกตเห็นใบหน้าเขาซีดขาวมากจึงถามขึ้น

“ไม่เป็นอะไรมากหรอก ยังดีที่โหงพรายของศิลามันยังพอช่วยกันไว้ได้บ้าง”

“ค่ะ คุณปู่คะ คือ…เรื่องของที่คุณศิลาถอดให้หนู หนูอยากคืนให้คุณศิลาค่ะ” อันวาดมองร่างที่หลับตาสนิทแล้วหันกลับมาบอกจุดประสงค์ตัวเอง

“ไม่ได้แล้วล่ะแม่หนู” ชายชรามุมปากยิ้มน้อยๆ แต่น้ำเสียงให้ความรู้สึกจนใจอย่างไรบอกไม่ถูก

“ทำไมเหรอคะ คุณปู่” อันวาดถามอย่างสงสัย

“ก็เจ้าศิลาลงรักอักขระป้องกันส่งวิชาให้แม่หนูทั้งหมดแล้ว ยังทำพิธีฝากศิษย์กับครูบาอาจารย์จนเสร็จพิธีไปแล้ว ตอนนี้นอกจากลูกของแม่หนูก็ไม่มีใครสามารถรับขันครูจากแม่หนูได้แล้ว” 

“หมายความว่า…ตอนนี้วิชาอาคมในตัวเขาไม่มีแล้วเหรอคะ” เสียงอันวาดแผ่วต่ำลงอย่างตกใจมองคุณปู่สลับกับศิลาที่นอนนิ่งบนเตียง   

“ใช่…ศาสตร์วิชาของปู่พอถอดของป้องกันให้แล้วมันก็จะดูแลเจ้านายใหม่ พูดง่ายๆ การถอดของหรือวิชาตัวเองให้อีกคนแล้วก็คือการสละทุกอย่างเพื่อปกป้องหรือเท่ากับสละชีวิตให้แล้ว” คุณปู่น้ำเสียงสลดแววตาเศร้าหมองลง นิ่งไปสายตาเหมือนเหม่อคิดอะไรบางอย่าง

“หนู…หนูไม่ได้ตั้งใจ ไม่ได้อยากให้เขาสละวิชาให้ หนูขอโทษนะคะคุณปู่” อันวาดเอ่ยเสียงแผ่วแหบอย่างรู้สึกผิด

“จะมาขอโทษปู่ทำไม เจ้าศิลาทำเพื่อแม่หนูทำเพื่อคนที่รัก ปู่ดีใจที่เจ้าศิลารู้จักรักคนอื่นเป็น” ชายชรายิ้มมองหน้าอันวาดดวงตามีแววปลื้มตื้นตันไร้การตำหนิอย่างอันวาดคิด 

อันวาดหลุบตามองพื้นไม่ได้เอ่ยอะไรตอบคุณปู่ เธอคิดว่าแววตาเศร้าหมองก่อนหน้าของคุณปู่อาจเพราะตำหนิที่หลานชายคนเดียวเป็นอันตราย แต่จากที่ฟังแล้วไม่ใช่ ทั้งยังยื่นมาตบหลังมืออันวาดเบาๆ เป็นการปลอบอย่างอ่อนโยน

“คุณปู่ไม่เป็นห่วงเหรอคะที่หลานชายคนเดียวของคุณปู่ต้องเป็นแบบนี้” อันวาดมองชายชราที่ตอนนี้มุมปากยกโค้งอยู่

“ห่วงสิ แต่ตอนนี้ศิลามีแม่หนูแล้วปู่ก็วางใจแล้ว” ใบหน้าที่มีริ้วรอยของวัยยิ้มกว้างส่งไปถึงดวงตา

“คือ…คุณปู่คะ ความจริงแล้ว…” อันวาดลังเลใจก่อนจะเอ่ยแต่ต้องหยุดคำพูดลงเมื่อป้าละเอียดเดินเข้ามาเรียกคุณปู่ว่าถึงเวลาเข้านอนแล้ว

“งั้นปู่ไปนอนก่อนนะ แก่แล้วก็นอนดึกดื่นไม่ได้ คืนนี้ปู่ฝากแม่หนูดูแลศิลาด้วยนะเผื่อว่าเจ้าโหงพรายนั่นจะโผล่มาอีก เดี๋ยวปู่จะให้ละเอียดเตรียมเครื่องนอนมาให้”

ชายชราไม่รอให้อันวาดได้เอ่ยค้านก็หันไปสั่งงานกับป้าละเอียดที่พยุงเสร็จสรรพ ก้าวย่างที่ย่ำเร็วพ้นห้องนอนไม่เหมือนคนแก่อย่างที่เจ้าตัวพูดเลยสักนิด

ไม่นานก็มีแม่บ้านนำเครื่องนอนมาปูบนตั่งไม้กว้างให้เรียบร้อย ส่วนอันวาดเองก็ปฏิเสธไม่ได้ไปโดยปริยายเพราะคำพูดที่ว่าคืนนี้โหงพรายอาจมาและก่อนหน้าความหมายที่คุณปู่บอกเล่าชัดเจนแล้วว่าศิลาไม่มีวิชาอาคมป้องกันตัวแล้ว

เรือนไม้ภายในห้องเงียบสงบ เสียงโชยเอื่อยของลมรัตติกาลอากาศเย็นของธรรมชาติที่แวดล้อมด้วยต้นไม้และดอกไม้ส่งกลิ่นหอมอวล อันวาดลุกจากตั่งไม้ไปข้างเตียงนอนยืนมองใบหน้าขาวซีดของศิลาชั่วครู่

ในหัวนึกถึงเรื่องที่เคยคุยกับกุมารก้อนทองสายตาจึงเลื่อนจากหน้าของศิลามายังแผ่นอกที่มีผ้าห่มคลุมอยู่ เมื่อความอยากรู้อยากเห็นเกิดขึ้นอันวาดค่อยๆ ยื่นมือจับชายผ้าห่มดึงลงช้าๆ