“จกฺกเภท อตฺตา จลึสุ จิตฺตํ มาร วิชฺญาณ มารธมฺม ชีวิตเวียนวน จิตใจปั่นป่วน สูญสิ้นวิญญาณดี มารกิเลสครอบงำท่วมท้นด้วยอกุศลกรรม”

สาปไสยเวท - สาปไสยเวท บทที่ ๔๒ โดย หยกลายกุหลาบ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

ดราม่า,ชาย-หญิง,ไทย,ยุคปัจจุบัน,รัก,ไสยศาสตร์,ดราม่า,plotteller, ploteller, plotteler,พล็อตเทลเลอร์, แอพแพนด้าแดง, แพนด้าแดง, พล็อตเทลเลอร์, รี้ดอะไร้ต์,รีดอะไรท์,รี้ดอะไรท์,รี้ดอะไร, tunwalai , ธัญวลัย, dek-d, เด็กดี, นิยายเด็กดี ,นิยายออนไลน์,อ่านนิยาย,นิยาย,อ่านนิยายออนไลน์,นักเขียน,นักอ่าน,งานเขียน,บทความ,เรื่องสั้น,ฟิค,แต่งฟิค,แต่งนิยาย

สาปไสยเวท

หมวดหมู่ที่เกี่ยวข้อง

ดราม่า,ชาย-หญิง,ไทย,ยุคปัจจุบัน,รัก

แท็คที่เกี่ยวข้อง

ไสยศาสตร์,ดราม่า

รายละเอียด

สาปไสยเวท โดย หยกลายกุหลาบ @Plotteller | พล็อตเทลเลอร์

“จกฺกเภท อตฺตา จลึสุ จิตฺตํ มาร วิชฺญาณ มารธมฺม ชีวิตเวียนวน จิตใจปั่นป่วน สูญสิ้นวิญญาณดี มารกิเลสครอบงำท่วมท้นด้วยอกุศลกรรม”

ผู้แต่ง

หยกลายกุหลาบ

เรื่องย่อ

หลังสูญเสียแฟนหนุ่มที่กำลังจะแต่งงานกัน อันวาดถึงกับเสียศูนย์จนเลือกเดินทางผิดจนจิตใจถูกครอบงำ ศิลา เขากลับยื่นมือเข้าช่วยฉุดรั้งให้กลับตัว ความแค้นที่ยังฝังใจจะพาให้คนทั้งคู่ที่อยู่กันเหมือนเส้นคู่ขนานให้มาบรรจบกันได้ยังไง

สารบัญ

สาปไสยเวท-# คำเตือน,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทนำ,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๕,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๖,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๗,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๘,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๙,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๐,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๑,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๒,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๓,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๔,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๕,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๖,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๗,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๘,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๑๙,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๐,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๑,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๒,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๓,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๔,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๕,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๖,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๗,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๘,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๒๙,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๐,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๑,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๒,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๓,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๔,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๕,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๖,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๗,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๘,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๓๙,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๐,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๑,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๒,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๓,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๔,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๕,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๖,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท บทที่ ๔๗,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท ตอนพิเศษ ,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท ธีม การแสดง,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท ธีม โชคชะตา,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท ธีม อธิษฐาน,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท ธีม หลอกหลอน,สาปไสยเวท-สาปไสยเวท ธีม ช็อกโกแลต

เนื้อหา

สาปไสยเวท บทที่ ๔๒

สาปไสยเวท : บทที่ ๔๒

ริมฝีปากอุ่นนุ่มของอันวาดประทับบนผิวกายกล้ามแน่นตรงอกของศิลาที่กำลังเต้นเป็นจังหวะจนเธอสัมผัสได้ แนบใบหูฟังเสียงสะท้อนของหัวใจเขามันมั่นคงและหนักแน่นทำให้เธอรู้สึกได้

ไม่ว่าก่อนหน้าอันวาดจะเคยลังเลหรือกังวล ไม่มั่นใจและระแวงหากแต่การกระทำของศิลากลับลบล้างความคลางแคลงไปทีละน้อย มาถึงตอนนี้เธอกล้าที่จะเปิดรับและลงใจกับความรักอย่างยินยอมทั้งหัวใจอีกครั้ง       

เสียงน้ำไหลจากหัวก๊อกแล้วกระเซ็นล้นขอบอ่างด้วยแรงกระเพื่อมเป็นระลอกเพราะการขยับของคนทั้งสอง ร่างบางหันหน้าเอนซบกายใหญ่ที่กำลังคลอเคลียใบหน้าอยู่กับซอกคอ ลมหายใจหอบหนักเคล้าเสียงครางแว่วหวานสะท้อนในห้องน้ำ 

กายเปลือยเปล่าผิวเนียนขาวกอดนัวเนียกระชับแน่นตั้งแต่อกจรดกลางกาย ความวาบหวิวก่อเกิดจากอารมณ์กระสันซ่านพาทั้งคู่เริงรักอย่างสุขสม สะโพกกลมบนหน้าตักถูกขยำด้วยฝ่ามือใหญ่จนเกิดรอยแดงปริล้นง่ามนิ้วทั้งห้า

เอวคอดพลิ้วเคลื่อนไหว หยัดแผ่นหลังแอ่นทรวงอกป้อนถึงฝีปากหยักที่ก้มหน้าเผยอรับพร้อมส่งปลายลิ้นตวัดเล็มยอดถันชูชัน แรงเสียดต้านในน้ำนำพาทั้งความฝืดและลื่นไหลในบางจังหวะอย่างลงตัว ความร้อนของผิวกายและเลือดลมตัดกับน้ำที่แผ่ไอเย็นชวนให้ขนลุกชันทั่วตัว

จุดอ่อนไหวสอดประสานเข้าออกต่างคนต่างเสพสุขกับรสรัก แรงปรารถนาแล่นพล่านทั่วร่าง สะโพกกลมยกสูงแล้วกดต่ำจนกลืนกินแก่นกายมิด คนใต้ล่างยิ่งฟอนเฟ้นผิวพรรณนุ่มนิ่มหนักมือขึ้น ส่วนปากดูดเม้มฐานทรวงเป็นจ้ำแดงในบางอารมณ์ที่สุดอดกลั้นถึงกับขบยอดจุกสีหวานด้วยฟันอย่างมันเขี้ยว

“อ่าส์…” เสียงครวญกระเส่าดังขึ้นเมื่อเอวสอบหยัดเกร็งสวนแรงขึ้นจนร่างบางตัวคลอน นิ้วมือทั้งสิบจับบ่าแกร่งยึดเป็นหลัก

“ฮึมค์…ที่รัก” ลำคอหนาคำรามต่ำพร่าเหลือบสายตามองใบหน้าอันวาดที่ดวงตาหวานเยิ้มชวนหลง 

“ขา…” ความสุขพาให้เคลิบเคลิ้มปล่อยใจ คนด้านบนขานตอบเสียงเสนาะพลางก้มหน้าหลุบมองดวงตาที่ฉายความรักใคร่ของศิลา อันวาดจึงยกยิ้มแล้วประคองใบหน้าเขาขึ้นมาจูบอย่างดูดดื่ม 

จุดสูงสุดของอารมณ์โหมทวีระลอกแล้วระลอกเล่า บั้นท้ายในอ่างน้ำถูกจับพลิกเปลี่ยนท่าให้หันหลังรับตัวตนที่กำลังจะปริแตกอีกครั้ง สองมือเรียวจับขอบอ่างเป็นที่ยึดไม่ให้หน้าตัวเองขมำ ยิ่งอยากจิกเล็บเมื่อแรงกระแทกที่โถมหนักหน่วงขึ้น 

“อ๊ะ…เบาหน่อยค่ะ” เสียงสั่นพร่าเอี้ยวหน้ามาบอกคนด้านหลังด้วยอาการหัวสั่นตัวคลอน 

“ครับ อื้ม…” ฝ่ามือใหญ่ยื่นแขนรวบเอวบางเข้ามากอดให้ตัวแนบชิดอย่างอ่อนโยนเหมือนคำตอบ แต่ผิดกับเอวสอบที่เร่งความเร็วแล้วทิ้งน้ำหนักกระทั้นราวตอกลิ่มจนสุดพร้อมคำรามในลำคออย่างพึงใจ

ร่างเล็กที่ถูกเคี่ยวกรำแม้นิ่วหน้าทว่ากลับกัดริมฝีปากหยัดสะโพกสวนต้านแรงกระแทกกลับไปเช่นกัน ดวงตาที่พริ้มบ่งบอกถึงอารมณ์ที่กำลังจะถึงปลายฝัน 

ริมฝีปากที่ขบจนห้อเลือดเผยอรับจูบเร่าร้อนเรียวลิ้นแทรกสอดพัวพันกับอีกลิ้นในโพรงปากของทั้งสอง เรือนร่างเบียดเสียดเช่นเดียวกับสองสิ่งที่สอดประสานกันอย่างแนบแน่น 

“แบบนี้ชอบไหมครับ” พร้อมคำถามเสียงพร่านิ้วเรียวก็กดขยี้ติ่งอ่อนไหวแล้วขบใบหูนุ่มไปพร้อม ๆ กัน

“อืม…ค่ะ ไม่ไหวแล้ว” ร่างเล็กที่ถูกทรมานพร้อมกันในหลายจุดเสียงเครือสมองขาวโพลนราวล่องลอยขึ้นกลางเวหา ทุกครั้งที่แก่นกายเคลื่อนออกก็เหมือนถูกกระชากกลับลงสู่พื้นราบ 

หากแต่ชั่วเวลาต่อมาเกลียวความสุขที่ถาโถมด้วยเอวสอบก็หอบหิ้วพาหัวใจและอารมณ์เหินขึ้นฟ้าอีกครั้ง ขึ้นสูงแล้วลงต่ำ ดำดิ่งแล้วโผล่พ้น สุขสมพร้อมกับทรมานนี่คืออารมณ์ความรู้สึกที่เผชิญขณะนี้ สองร่างพัวพันพายุสวาทก่อเป็นคลื่นและกำลังจะซัดพาให้คนทั้งคู่ปลิดปลิวไปกับห้วงสุดท้ายของกามา

แม้มีน้ำเป็นตัวการให้ฝ่าแรงต้านหากแต่แรงรักยังผลส่งให้เนื้อกระทบเนื้อไม่มีแผ่ว ความเสียวซ่านนำพาอารมณ์ร้อนแรงทบขึ้นเป็นทวีคูณ จากสิบไปยี่สิบ สี่สิบ หกสิบ และกำลังแล่นสูงทะลุร้อยเกินขีดสูงสุดของห้วงราคะ 

“อ่าส์… / อื้มค์…” เสียงครางผสานกันพร้อมสองร่างที่กระตุกต่างคนต่างปลดปล่อยเสร็จสมและเสพสุข ความหวานของรสจูบและความกระสันที่สอดประสานลึกซึ้งสร้างเส้นใยแห่งความผูกพันต่อคนทั้งคู่ 

แขนแข็งแรงโอบร่างเล็กแนบอกผิวกายชิดแน่นสนิทพรมจูบแก้มเนียนอย่างอ่อนโยน ประคองกอดดุจของล้ำค่าอย่างระวังทะนุถนอม ธารขุ่นลอยปนอยู่ในน้ำกลิ่นคาวเคล้าเหงื่อฟุ้งลอยในอากาศ

“เจ็บหรือเปล่าครับ” ศิลาช้อนอุ้มร่างเล็กที่ยังชันเข่าอยู่กับอ่างถามพลางลูบหัวเข่าทั้งสองข้างของอันวาดเบา ๆ

“ไม่ค่ะแต่เมื่อย” ใบหน้าอันวาดแดงเรื่อระบายยิ้มส่ายหัวตอบพร้อมกับกดนิ้วที่เอวตัวเอง

“เดี๋ยวก่อนนอนพี่นวดให้ครับ” ศิลาใช้สองฝ่ามือกระชับเอวบางแล้วบีบด้วยน้ำหนักพอดี ก่อนจะอุ้มอันวาดไปล้างตัวให้สะอาดอีกครั้งเพื่อพาเข้านอน

“ไหนบอกจะนวดให้ไงคะ อื้อ…” เสียงท้วงขาดห้วงเมื่อแรงกดที่ต้องรับไม่ได้เกิดจากการนวดให้คลายเมื่อย แต่เป็นเอวสอบที่กระแทกเข้ามาทำให้ปวดยิ่งขึ้นเสียมากกว่า

“พี่จะนวดให้ก่อนนอนไงครับ แต่ตอนนี้เราจะยังไม่นอน” เสียงทุ้มเอ่ยแนบหูโดยร่างใหญ่ทาบแนบแผ่นหลังอันวาดที่นอนคว่ำอยู่บนเตียง ส่วนชุดคลุมที่สวมถูกถอดขว้างลงข้างเตียงแล้ว 

“อื้อ…อันง่วงแล้วค่ะ” คำอู้อี้ที่ดังลอดลำคอไร้ผลเพราะสะโพกหนันแน่นยังขยับเคลื่อนไปตามจังหวะและเร่งเร็วเมื่อถูกตอดรัดแรงขึ้นทุกครั้งที่แผ่นหลังบางถูกดูดเม้ม

“ง่วงก็นอนครับ เดี๋ยวพี่ทำเอง” ติ่งหูแดงก่ำถูกเม้มแล้วเล็มจนชื้นด้วยปลายลิ้นจนหลังคอระหงขนลุกเกรียวต้องสยิวกายอย่างกระสัน

ทั้งร่างกายและหัวใจตื่นพร้อมกับสัมผัสรุกล้ำของความร้อนที่แทรกลึกกระทุ้งถึงจุดเสียวซ่านพาความคิดแตกกระเจิง สมองไร้เรื่องอื่นมีเพียงการตอบรับและสนองคืนทุกการกระแทกของอีกฝ่ายเท่านั้นที่คิดได้ในตอนนี้

เอวคอดถูกกดจมฟูกด้วยอุ้งมือทั้งสองที่รวบของคนที่ควบคุมจังหวะอยู่ด้านบน ใบหน้างามแนบเตียงนุ่มมือปัดป่ายหมอนและขย้ำผ้าปูอย่างเสียวซ่าน 

ปึก! ปึก! 

“อ๊ะ…”

เสียงครวญระบายดังขึ้นในทุกคราวที่เอวสอบกระทั้นแรง

ปึก! ปึก! ปึก! ปึก! 

“อื้อ…อื้ม…”

ยิ่งสะโพกแกร่งกระแทกถี่ยิ่งครางยาวอย่างซ่านเสียวยากจะควบคุม

ทุกการตอกตรึงเหนี่ยวนำพาทั้งสองให้อารมณ์พลุ่งพล่านวิ่งเร็วยิ่งขึ้นเพื่อพบความสุขของที่หมาย เริ่มต้นจากสุขระหว่างทางต่างเสพสมระเรื่อยถึงปลายทางอันหอมหวานสู่เส้นชัยที่ทั้งคู่ปรารถนา 

ไม่ว่าค่ำคืนนี้จะมีคนอดหลับและเหน็ดเหนื่อย หากแต่กลับมีอีกคนที่ยังคงเคล้าคลอเคลียอยู่กับร่างเล็กนุ่มที่อยู่ใต้ร่าง ถึงจะนวดเฟ้นเอาใจในบางเวลาที่ปล่อยให้คนตัวเล็กพักหายใจ แต่หลังจากนั้นก็เคี่ยวกรำให้เมื่อยล้ายิ่งกว่าเก่าทุกครั้งไป 

“ทำไมเป็นคน แบบนี้คะ” เสียงแผ่วแหบที่ฝืนปรือตาขึ้นเอ่ยด้วยเสียงตัดพ้อขาดห้วง

“คนแบบนี้ แบบไหนครับ” เสียงทุ้มต่ำถามกลับยังไม่วายกดจมูกฝังเข้าที่แก้มแดงเรื่อของอันวาดด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม

“ก็หื่น แบบนี้ไง” อันวาดตวัดหางเสียงขึ้นทว่ากลับไร้พลังเพราะยังเหนื่อยหอบและอ่อนเพลีย

“พี่ไม่ได้หื่นนะครับ ก็อันน่ากิน กินยังไงก็ไม่อิ่ม” คำตอบกลั้วหัวเราะดังอยู่ข้างหูแขนโอบกอดอันวาดที่ตัวอ่อนเหมือนแป้งเปียกกระชับแน่นขึ้นเมื่อคนตัวเล็กกำลังจะขยับหนี 

“อื้อ…พักก่อน ได้ไหมคะ” สิ่งที่กำลังจะหลุดออกกลับถูกปิดผนึกแน่นอีกครั้งเมื่อตัวถูกลากเข้าไปกอดเพื่อไม่ให้ผละหนี

“ครับ” กายที่นอนซ้อนหลังตอบแต่ยังคงกระชับแขนไม่ปล่อยให้หญิงสาวผละห่าง ร่างเล็กถูกกอดให้จมอกกว้างของศิลา ส่วนแก่นกายแข็งขึงก็ถูกกดฝังลึกจมอยู่ภายในโพรงนุ่มอันวาดเช่นกัน

“คน นิสัย ไม่ดี” เสียงพร่าดังแผ่วแล้วเงียบลงในช่วงท้ายประโยค 

“ขอโทษครับคนดี นอนนะเดี๋ยวพี่นวดเอวให้” 

“อืม…” แม้แต่ดวงตาก็ไม่อาจลืมขึ้นมองเพราะหมดเรี่ยวแรงทำเพียงตอบคำสั่น ๆ ความเหนื่อยอ่อนขับกล่อมไปพร้อมกับมือใหญ่ที่นวดคลึงเอวบางและทรวงอกทำให้อันวาดเข้าสู่ห้วงนิทราในที่สุด

ศิลายกศีรษะหอมกลุ่มผมคนที่หลับแล้วพรมจูบแก้มเนียนหน้าผากไปถึงไหล่มนแล้วตัวเองก็ทิ้งตัวนอนกอดร่างเล็กไว้ตามเดิม มือยังซุกซนฟอนเฟ้นตามผิวนุ่มรวมถึงตัวตนที่ยังตื่นตัวก็ยังฝังลึกในช่องทางอบอุ่นหากแต่ไม่ขยับเคลื่อนไหวสะโพกเพียงแช่นิ่งค้างอยู่เท่านั้น

เช้าตรู่ที่หลับแสนสบายกลับถูกทำลายลงเพราะเสียงแผดที่ข้างหัวเตียง หูที่ได้ยินและรู้ว่าเป็นเสียงเรียกเข้าของมือถือตนเองแต่ดวงตากลับยังไม่สามารถลืมขึ้นจึงควานหาปัดมือไปหยิบตามทิศของเสียงที่ดังก้องอยู่

ความเคยชินทำให้สัมผัสหน้าจอรับสายโดยที่ยังไม่ได้ลืมตามองว่าใครเป็นคนโทรเข้า

“สวัสดีค่ะ” 

(อัน ลูกอยู่กับคุณศิลาหรือเปล่า)

“ใช่ค่ะ มีอะไรเหรอคะคุณแม่” 

(มันมีภาพข่าวของคุณศิลากับผู้หญิงคนหนึ่ง)

“ข่าว...ผู้หญิงเหรอคะ คุณขวัญหลานคุณหญิงวิมลใช่ไหมคะ ไม่มีอะไรหรอกค่ะเขาทำงานด้วยกันเฉย ๆ”

(อ่อ ถ้าลูกบอกว่าไม่มีอะไรก็ตามนั้น แม่แค่เป็นห่วง นี่ยังไม่ตื่นเหรอลูกสิบโมงแล้ว)

“...ค่ะ…คือ…” 

(งั้นก็นอนเถอะ แม่ไม่กวนแล้ว)

“ค่ะ สวัสดีค่ะคุณแม่” อันวาดเสียงอึกอักกระดากใจขึ้นมาเมื่อสมองนึกถึงสาเหตุของการนอนตื่นสาย

เสียงปลายสายถูกตัดไปแล้วจึงวางมือถือไว้ข้างหมอน ใช้มืออังดวงตาทั้งสองข้างแล้วลืมตาขึ้นช้า ๆ แสงสว่างของตะวันในช่วงสายสาดผ่านบานกระจกใหญ่เข้ามาในห้อง 

บนเตียงข้างตัวไร้เงาร่างของอีกคนไม่มีแม้แต่ไออุ่นหลงเหลือแสดงว่าลุกไปนานแล้ว หลังมองเพดานห้องอยู่ครู่ใหญ่อันวาดหยิบมือถือขึ้นอีกครั้งลองหาข่าวที่แม่พูดถึง 

เห็นว่าในหน้าข่าวของนักธุรกิจและกลุ่มแวดวงไฮโซ ศิลาและขวัญถูกพูดและเขียนถึงโดยพาดหัวข่าวว่ากำลังคบหาดูใจกัน และผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายต่างรับรู้แถมยังมีภาพของการร่วมทานอาหารลงเป็นการยืนยันด้วย

มีผู้คนและชาวเน็ตต่างแสดงความคิดเห็นถึงทั้งคู่ต่างยินดีและส่งเสริม อวยพรและพูดถึงทั้งสองทั้งทางด้านหน้าตา การศึกษา ฐานะครอบครัวว่าเหมาะสมกันเหมือนกิ่งทองใบหยก  

อันวาดเหม่อมองหน้าจออยู่พักใหญ่ นิ้วเลื่อนไปเรื่อย ๆ แต่ไม่ได้อ่านเนื้อหาคอมเม้นแล้ว หลังถอนหายใจยาวออกมาครั้งหนึ่งแล้วจึงลุกจากเตียงเพื่อเข้าห้องน้ำจัดการตัวเองหลังตื่นนอน

“อันครับ ตื่นหรือยัง อัน…” ศิลาเปิดประตูห้องเข้ามาเมื่อมองเตียงแล้วไม่เห็นอันวาดนอนอยู่ หูได้ยินเสียงน้ำจึงเดินไปทางห้องน้ำ

“อันครับ พี่เตรียมอาหารเสร็จแล้ว อาบน้ำเสร็จไปกินข้าวกัน” ประตูถูกล็อกและไม่มีเสียงขานรับศิลาจึงเคาะประตูห้องน้ำเรียกอีกครั้ง “อันครับ” 

ไร้เสียงตอบมีเพียงเสียงน้ำที่ยังดังซ่าลอดออกมา หลังเคาะเรียกอีกสองสามครั้งแต่อันวาดยังไม่ตอบจึงรีบไปค้นกุญแจมาไขประตูห้องน้ำ 

“อันครับ อัน!” อันวาดที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นมีน้ำจากเรนชาวเวอร์ไหลรดร่างเปลือยเปียกปอน ศิลารีบเข้าไปอุ้มก็สัมผัสได้ว่าเนื้อตัวของเธอเย็นจัดทั้งที่น้ำอุ่นรินรดอยู่ 

“อัน อันครับ” เท้าที่ก้าวเร็วแต่มั่นคงใช้ผ้าห่อตัวอันวาดไว้พลางเรียกหญิงสาวไปด้วย แต่ก็ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองจากคนที่สลบไสล เขารีบไปหาเสื้อผ้ามาสวมใส่ให้แล้วขับรถพาอันวาดไปโรงพยาบาลทันที